STF Forum
24, พฤศจิกายน 2020, 10:25:05 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

  หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Shop เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 31
1  Advertisements / Sales / Exchanges Market / ขายกาชาปอง คลอธอัพ สิบสองราศี เมื่อ: 26, เมษายน 2014, 03:05:07 PM
กาชาปอง คลอธอัพ 12 ราศี กับชิออน
สนใจติดต่อ 0-9180984-55 ครับ
2  Advertisements / Sales / Exchanges Market / ขายมิธ ชากะ คามิว รุ่นเก่า เมื่อ: 21, มีนาคม 2014, 05:33:53 PM
สองตัวราคา 2000 ครับ สภาพ90เปอเซ็น
0-9180984-55
3  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: ซาโอริ เรียกเธอว่าอาเทน่า เมื่อ: 05, มีนาคม 2012, 08:31:06 AM
     
     สถานการณ์ของผมในตอนนี้ ตกอยู่ในสภาวะที่คับขันแบบสุดสุด  เมื่อต้องเผชิญหน้ากับบริวารของเทพีอาร์เทมิสทั้งสามอย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้  นักรบสวรรค์ทั้งสามนั้นก็เปล่งพลังของตนให้ลุกโชนขึ้นมาด้วยท่าทีหมายจะเผด็จศึกผมอย่างเด็ดขาด  ใช่ซินะ  หากพลังของผมลุกโชนขึ้นถึงขีดสุดแล้ว....
   
“พลังคอสโมของฉันเอ๋ย...จงลุกโชนขึ้นมา”  พลังที่ลุกโชนขึ้นด้วยพลังแห่งความหวัง พลังแห่งคุณธรรมที่ลุกโชนขึ้นเพื่อต่อสู้เพื่อปกป้องโลก

     ผมหันกลับไปยิ้มให้ยัยซาโอริด้วยแววตาที่ลุกโชนไปด้วยความหวัง  ยัยซาโอริซึ่งตอนนี้ยิ้มให้ผมด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ  ผมหันกลับไปมองนักรบสวรรค์อย่างไม่ลังเล

“ฉันจะสู้มาเพื่ออะไร..ถ้าต้องมาพ่ายแพ้แก่พวกเจ้า”  เสียงที่ดังลั่น    โลกมนุษย์เอ๋ย  เพื่อนพ้องพี่น้องของข้าเอ๋ย   ข้ามิใช่เทพเจ้า    ข้ามิใช่ผู้ยิ่งใหญ่    ข้ามิใช่วีรบุรุษ  ข้าเป็นเพียงแค่...เซนที่ผ่านทางมา   

     ร่างของผมพุ่งเข้าหาเจ้าสามคนนั้นด้วยพลังหมัดแห่งคุณธรรม หมัดแห่งความหวังเหมือนเช่นครั้งเอาชนะในศึกที่ผ่านมา   ปาฏิหาริย์เอ๋ยขอจงบังเกิดขึ้นมาอีกครั้ง

“อะไรกัน..เจ้าเซนแห่งอาเทน่าคนนี้  ทำมั้ยถึงทำให้ข้าหวาดหวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก”  เทพีอาร์เทมิสแสดงถึงสีหน้าวิตก

“ระ หรือว่า เจ้าหมอนี่คือเซนในตำนานที่ร่ำลือกันว่า..”

“แม้แต่เทพเจ้ายังต้องหวาดหวั่น”

“เปกาซัสสส...หมัดดาวหาง”  “พลังของมันช่างมหาศาลยิ่งนัก...เซนที่ผ่านทางมา”  นักรบสวรรค์ทั้งสามอุทานพร้อมกันด้วยน้ำเสียงที่วิตก   เมื่อได้เห็นร่างของผมที่ลุกโชนด้วยพลังสีทองพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็วและรุนแรงด้วยพลังหมัดในตำนานที่ลุกโชนเจิดจ้าที่หมัดแห่งคุณธรรม

“ตุ้บ...อ๋อย”  เสียงร้องของผมเมื่อรู้สึกได้ว่าร่างกายของผมในตอนนี้ลอยละลิ่วขึ้นไปสู่อากาศด้วยพลังทำลายที่รุนแรง และ....ร่วงตกลงสู่พื้นหินอีกครั้ง   ร่างของผมกลิ้งไถลไปกับพื้นอีกหลายเมตร

“อะ..อ้าว  เซย่า งั้ยเป็นอย่างนี้ละ”  ยัยซาโอริที่ยืนอยู่ใกล้กับผม  เธอก้มลงมามองหน้าของผมด้วยใบหน้าที่ผิดหวัง  ยัยซาโอริเธอจะรู้มั้ยว่าเจ้าสามคนนั้นนะ เก่งกว่าฉันอีกนะ 

“อาเทน่า หากท่านปกป้องเซนของท่าน พวกข้าจะไม่เกรงใจ”  เจ้าพวกนักรบสวรรค์ก้าวเดินเข้าใกล้ที่ซึ่งผมกับยัยซาโอริอยู่

“ซาโอริ  หลบไป ตรงนี้อันตรายนะ”  ผมพูดด้วยน้ำเสียงที่เป็นห่วงยัยซาโอริแม้ตอนนี้ผมยังนอนแบอยู่กับพื้น

“เซย่า...นายนะเงียบไปเลย..นอนดิ้นกระแด่วกระแด่ว แล้วจะปกป้องฉันได้ยังไงกันละ”  แน่ละว่าคำพูดตรงตรงของยัยซาโอรินั้นเสียดแทงเข้ากลางใจ  ถึงจะเจ็บแต่ก็เป็นเรื่องจริง

     เมื่อเธอพูดจบ เธอก็ลุกยืนขึ้นเผชิญหน้ากับนักรบสวรรค์ทั้งสามที่ก้าวเท้าเข้ามาหาอย่างไม่หวาดหวั่น  ชายกระโปรงสีขาวของเธอพลิ้วไหวไปกับสายลม  ผมพยายามยันกายให้ลุกขึ้นมาอีกครั้ง   ผมสัมผัสได้ถึงคอสโมของยัยซาโอริ  คอสโมสีทองที่เรืองรองรอบกายเธอในตอนนี้ช่างอบอุ่นและมหาศาล

     นักรบสวรรค์ทั้งสามที่กำลังเดินเข้ามาหายัยซาโอริก็หยุดยืนนิ่งเหมือนดังถูกมนต์สะกดให้ไม่อาจเคลื่อนไหวได้   พลังของเทพเจ้า  พลังของอาเทน่าซินะ  ยัยซาโอริคงตระหนักได้แล้วว่าตนคืออาเทน่า

     เทพีอาร์เทมิสเมื่อเห็นว่าบริวารของตนหยุดยืนนิ่งดังรูปปั้นกรีก  เธอก็ก้าวเท้าเดินเข้ามาหายัยซาโอริด้วยท่าทีนิ่งสงบเยือกเย็น  แต่พลังที่เพิ่มขึ้นมาอย่างมหาศาลของเทพีอาร์เทมิสในตอนนี้เหมือนดังจะประกาศให้รู้ถึงการต่อสู้ขั้นเด็ดขาดกับยัยซาโอริ

“เซย่า   หากฉันใช้พลังของฉันปะทะกับพลังของเทพีอาร์เทมิส   อะไรจะเกิดขึ้นก็ไม่อาจรู้ได้”  เธอหันมามองผมที่ยันกายลุกขึ้นมานั่งคุกเข่า  เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นความเศร้าในแววตาที่สดใสของเธอ  แต่ก็เป็นช่วงแวบเดี๋ยวเมื่อใบหน้าของเธอกลับมามั่นใจสดใสดังเดิม

“เซย่า  แม้ในบางครั้งเธอดูเหมือนจะขาดความมั่นใจต้องให้ฉันคอยกระตุ้น   แต่เธอก็มีความเข้มแข็งในแบบของเธอที่ต่อสู้เพื่อฉันมาตลอด  ฉันนะชอบเธอที่เป็นเธอในแบบนี้แหละ” 

“เซย่า   ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น  ฉันก็เป็นอาเทน่าของเธอ  ห้ามลืมละ”  แม้จะเป็นเพียงประโยคที่แสนธรรมดาที่ผมมักจะได้ยินจนชินชาและรอยยิ้มอันสดใสร่าเริงแบบที่ผมจะเห็นได้เป็นประจำที่ฉาบอยู่บนใบหน้าของยัยซาโอริในตอนนี้   แต่ประโยคธรรมดานี้ก็เหมือนกับคำสัญญาที่ยัยซาโอริได้ให้ไว้กับผม  ก่อนที่พลังของเธอและพลังของเทพีอาร์เทมิสจะสว่างเจิดจ้าบดบังภาพทุกสิ่งทุกอย่าง

    แม้จะมองไม่เห็นสิ่งใด   มือของผมก็ยังไขว่คว้าไปยังร่างยัยซาโอริที่อยู่เบื้องหน้า  เพื่อจะสัมผัสให้ถึงตัวเธอ  ด้วยจิตวิญญาณและพลังแห่งจิตใจที่ยังหลงเหลืออยู่ในกาย  แม้จะเป็นเพียงโอกาสเพียงน้อยนิด ผมก็ยินดีที่จะคว้ามันเอาไว้  แม้จะเป็นเพียงโอกาสแค่ครั้งเดียวที่ว่างเปล่า


     ผมนั่งอยู่บนเก้าอี้หนังในห้องประชุม  ในคฤหาสน์คิโดะในช่วงเวลายามเย็น  แสงสีส้มของอาทิตย์ยามเย็นที่กำลังจะลับขอบฟ้าสาดแสงเข้ามาภายในห้องผ่านกระจกใสสีชาบานใหญ่ที่เปิดผ้าม่านไว้ เงาของกรอบหน้าต่างพาดผ่านไปที่พื้นห้องเป็นรูปทรงสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ เงาของมันทอดยาวมาถึงกลางห้องบนพื้นพรหมสีทอง  ภาพที่อยู่ตรงหน้าของผมตอนนี้เหมือนเป็นดังความฝัน    แต่ผมไม่ได้ฝันเมื่อแบมือออกมาก็เห็นเศษก้อนหินเล็กเล็ก เป็นก้อนหินบนพื้นลานประลองในแซงทรัวรี่ที่ผมคว้ามันเอาไว้ก่อนจะกลับมา  ผมกลับมาอยู่ที่นี่ ในเวลานี้อีกครั้ง

     แล้วยัยซาโอริละ  ผมหันไปมองรอบรอบห้องประชุม  แต่ทว่าภายในห้องมีเพียงผมคนเดียว  ยัยซาโอริไม่ได้กลับมาด้วย  เธอหายไปไหน   หรือจะเป็นเพราะการปะทะพลังของเธอกับเทพีอาร์เทมิสทำให้ทุกอย่างกลับมาเริ่มต้นที่แห่งนี้อีกครั้ง 

“แกร๊ก...”  เสียงเปิดประตูไม้สักสีทองที่ดังขึ้นมา แม้จะเป็นเพียงเสียงดังเบาเบา  แต่ในเวลาที่ทุกอย่างในห้องเงียงกริบ เสียงนั้นก็ดังเข้ามาในโสตประสาทของผมอย่างชัดเจน  หรือว่าจะเป็นยัยซาโอริความคิดนี้พลันก็สว่างวาบขึ้นมาในหัว..เธออาจจะแกล้งหลอกให้ฉันกังวนในเรื่องเธอซินะ  ผมหันกลับไปมองที่ประตูด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง

“มิโฮะ...”  ร่างของสาวน้อยหน้าหวานตาโตผมยาวที่อยู่ในชุดกระโปรงสีชมพู ก้าวเท้าเล็กเล็กเข้ามาในห้องด้วยรอยยิ้มหวานสดชื่น

“จ้ะ..ฉันเองเซย่า”  เสียงหวานหวานของเธอที่เอ่ยผ่านมาจากริมฝีปากบางอิ่มสีชมพู

“ที่เรานัดกันว่าหลังเลิกประชุมแล้วฉันจะคอยเซย่ายังไงละค่ะ”  มิโฮะพูดทบทวนเรื่องราวก่อนจะเดินเข้ามาผมที่ยังนั่งอยู่บนเก้าอี้นั่ง

     แม้จะพยายามฝืนแต่ผมก็เสียมารยาทต่อมิโฮะด้วยใบหน้าที่แฝงความผิดหวังเล็กเล็ก  เป็นครั้งแรกที่ผมผิดหวังที่ได้พบกับมิโฮะ
 
     ใช่ซิ ผมเกือบจะลืมไปซะสนิท  เรื่องนัดของผมกับมิโฮะ  แต่ตอนนี้คนที่ผมอยากจะพบไม่ใช่มิโฮะ  ยัยซาโอริเธอหายไปไหน  แม้สายตาของผมในตอนนี้จะมองที่ใบหน้าหวานหวานของนางฟ้าที่ยืนยิ้มโปรยเสน่ห์เหมือนเช่นทุกครั้ง  แต่ในใจนั้นกับมีแต่ยัยซาโอริ  ช่างเป็นสถานการณ์ที่กลับตาลปัตร แตกต่างจากแต่ก่อนที่ผมจะรำคาญและเบื่อยัยซาโอริ 

“ฉันเดินลงไปรอเซย่าข้างล่างได้สักครู่ แล้วจึงขึ้นมาหาที่ห้อง”

“อืม..งั้นรึ”

“เอ๋...มีอะไรหรือเปล่าค่ะ เซย่า  หน้าตาไม่ค่อยดีเลย”

     ผมส่ายหน้าด้วยใบหน้าที่ยิ้มอย่างเฝื่อนเฝื่อน  แม้ว่ามิโฮะจะกังวลเล็กน้อยกับท่าทีที่แสนหดหู่ของผมในเวลานี้

“มิโฮะ...ซาโอริละ”  ผมถาม  แม้จะเป็นคำถามที่ดูเหมือนไร้ซึ่งความหวังใดใดอย่างสิ้นเชิง

“เซย่า...คุณซาโอริ  ก็เดินลงไปพร้อมกับฉัน  เซย่ามีเรื่องอะไรรึค่ะ”

“ฮือ”  แม้จะเป็นเพียงคำตอบที่แสนจะธรรมดาของมิโฮะ  แต่นั้นก็สร้างความประหลาดใจให้กับผมอย่างที่สุด  เมื่อได้รู้ว่ายัยซาโอริยังอยู่ที่นี้  เธอไม่ได้ไปไหน

     ผมมองหน้ามิโฮะเหมือนดังจะถามว่าเป็นเรื่องจริงใช่มั้ย  แล้วเหตุการณ์ที่ผมเพิ่งเจอมาเมื่อสักครู่นี่ละมันคืออะไรกัน  มือข้างที่กำก้อนหินของผม กำแน่นขึ้นเพื่อให้สัมผัสถึงก้อนหินก้อนนั้นว่ายังคงอยู่  ยัยซาโอริที่ผมเพิ่งจากมากับยัยซาโอริคนนี่จะเป็นคนเดียวกันรึมั้ย  คำถามนี้ดังก้องอยู่ในหัวของผมที่กำลังงุนงงกับเหตุการณ์ประหลาดที่เกิดขึ้น

“มิโฮะ”  ผมครางชื่อเธอเบาเบา  ยันกายขึ้นมาจากเก้าหนังหนานุ่มเพื่อเข้าไปยืนใกล้กับมิโฮะ

     ใบหน้าของมิโฮะมีรอยยิ้มแสนหวานเปี่ยมสุขเปื้อนบนใบหน้า  ไหล่เล็กเล็กของมิโฮะที่ถูกปกปิดด้วยเนื้อผ้าเบาบางสีชมพูลายลูกไม้สะดิ้งขึ้นลงเป็นการรับรู้เมื่อผมเข้าไปยืนใกล้

“ทำมั้ยหรือค่ะ  เซย่า มีเรื่องกังวลอะไรเกี่ยวข้องกับคุณซาโอริหรือค่ะ”

“เปล่า..คือ แค่...”เสียงของผมที่ค่อนข้างตะกุกตะกักเพราะยังนึกคำพูดไม่ออก

     เพราะในหัวของผมตอนนี้เกิดคำถามขึ้นว่ายัยซาโอริที่มิโฮะพูดถึงกับยัยซาโอริที่ผมเพิ่งจากมาจะเป็นคนเดียวกันหรือเปล่านะ

“เอ๋..เห็นคุณซาโอริพูดลอยลอยว่า อยากดูดาว   ตอนนี้อาจจะอยู่ที่ระเบียงคฤหาสน์ก็ได้นะค่ะ”  นิ้วชี้เล็กเรียวของเธอยกขึ้นมาสัมผัสที่ริมฝีปากล่างสีชมพู  ตอนนี้มิโฮะทำหน้าเหมือนกำลังคิดทบทวนคำพูดของยัยซาโอริ  เหมือนกับรู้ว่าผมอยากจะถามอะไรจากเธอ

     แม้จะสงสัยแต่ในตอนนี้ที่มุมปากของผมปรากฏรอยยิ้ม และความหวังเป็นประกายออกมาจากดวงตาอย่างเห็นได้ชัด  แต่ถึงผมจะดีใจเรื่องของยัยซาโอริแต่ก็ยังไม่ลืมเรื่องของนางฟ้าที่ยืนอยู่ตรงหน้า

 “ว่าแต่เรื่องที่มิโฮะบอกว่าจะพูดกับผม  คือเรื่องอะไรครับ”

…..มิโฮะยิ้มเขินเขิน  ยิ้มที่เป็นประกายออกมาจากดวงตาระยิบระยับของมิโฮะ ทำให้ผมแทบจะลืมเรื่องอื่นไปหมดสิ้น

“ว้า  ฉันก็เกือบลืมเรื่องสำคัญไปซะได้”  แม้มิโฮะจะกล่าวตำหนิตนเองเพียงเบาเบาแต่เสียงของเธอก็ยังดังพอให้ผมได้ยิน

     แล้วเธอก็กลับมาทำหน้าจริงจังเมื่อเธอกำลังจะพูดถึงเรื่องสำคัญที่ขอนัดเจอกับผม

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น  เซย่าต้องอยู่เคียงข้างคุณซาโอริอย่าให้เธอต้องเดียวดาย  เรื่องที่ฉันจะบอกเซย่าก็มีแค่นี้แหละค่ะ”  เสียงของเธอดูหวานน้อยลง

“แค่นั้นรึครับ”

     เธอพยักหน้าขึ้นลงด้วยท่าทีแข็งขัน  แต่นั้นก็แค่แป๊ปเดียวเมื่อสายตาของเธอเป็นประกายด้วยรอยยิ้มหวานอีกครั้ง

“อ๋อ..เกือบลืมไป”   

“ฉันขอกอดเซย่านะค่ะ”   มิโฮะเดินเข้ามาชิดตัวผม กลิ่นหอมอ่อนอ่อนของเธอ ทำให้รู้สึกถึงความสดชื่นกระปรี้กระเปร่า  แต่จะเพราะสาเหตุอันใดผมคงไม่ต้องการเหตุผลที่จะมาอธิบายแล้ว  เมื่อสองแขนเล็กเล็กของมิโฮะโอบกอดรอบตัวผมด้วยท่าทีอันอ่อนโยน  ความรู้สึกอันเป็นสุขที่เกิดขึ้นมาจากสัมผัสอันอ่อนนุ่มของนางฟ้าตัวน้อยน้อย กลิ่นหอมสดชื่นจากกลิ่นกายอันหอมกรุ่นของมิโฮะดังมวลพฤกษาในยามเช้า

     เมื่อใบหน้าหวานของเธอซบลงที่อกของผม พวงแก้มนุ่มสีชมพูใสแนบชิด ลมหายใจอ่อนอ่อนที่แผ่วเบาของมิโฮะสัมผัสรวยรินบนอกที่แกร่งกำยำของผมก็แทบจะทำให้ใจของผมละลายในทันที 

.....ผมก้มมองนางฟ้าตัวเล็กเล็กที่หลับตาพริ้มอย่างมีความสุข

     ผมปล่อยให้มิโฮะกอด  นานแค่ไหนไม่อาจรู้ได้  จะว่าไปนี้คือช่วงเวลาที่มีความสุขของผมที่สมควรจะไขว่คว้าไว้ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้
 
“แบบนี้ซินะค่ะ”

“ฮึ”

“ฉันเข้าใจแล้วละค่ะ”  เธอพึมพำในลำคอด้วยใบหน้าที่ฉาบด้วยความสุข

     แม้จะไม่เข้าใจที่มิโฮะพูดแต่ผมก็ไม่ได้เอ่ยถาม 

…..ผมคงไม่สามารถลืมสัมผัสที่แสนวิเศษนี้ได้กอดของมิโฮะที่แสนอ่อนโยน  เมื่อเธอกล่าวลาเพื่อจะขอกลับไปที่พักปล่อยให้ผมยืนอยู่คนเดียวในห้องที่มืด หลังจากแสงสุดท้ายของพระอาทิตย์ยามเย็นได้ลับขอบฟ้าไปแล้ว  เมื่อเสียงฝีเท้าของมิโฮะที่แผ่วเบาได้เงียบหายไป  ผมก็คิดถึงยัยซาโอริ  ว่าเธอกำลังรอผมอยู่ที่ระเบียงคฤหาสถ์หรือไม่



...

4  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: ซาโอริ เรียกเธอว่าอาเทน่า เมื่อ: 10, กุมภาพันธ์ 2012, 08:06:53 AM
       “อาเทน่า  ได้เวลาแล้วที่เจ้าจะกลับไปอยู่กับพวกเรา”

     เสียงหวานหวานที่เอ่ยออกมาจากริมฝีปากบางของเธอนั้น  แม้จะฟังไพเราะเหมือนเสียงของพริตตี้สาวสวยในงานมอเตอร์โชว์แต่ประโยคที่ว่า จะให้ยัยซาโอริกลับไปอยู่กับเธอนะซิ  ทำให้ผมรู้สึกใจหวิวหวิวอย่างบอกไม่ถูก แม้ความรู้สึกของผมในบางครั้งเองก็อยากจะหลีกหนีหายไปจากชีวิตยัยซาโอริบ้างก็เถอะ โดยเฉพาะในเวลาที่ยัยนี่งี่เง่าแบบที่ไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้  แต่มันไม่สมควรเป็นแบบนี้ในช่วงเวลานี้  ในใจผมตอนนี้เริ่มรู้สึกถึงความคิดต่อต้านต่อคำพูดของแม่เทพีดวงจันทร์  และความรู้สึกนั้นก็แสดงออกทางสีหน้าอย่างเห็นได้ชัดด้วยซิ   ก็ใบหน้าของผมตอนนี้ก็เหมือนกับตาลุงแก่แก่ที่สะพายกล้องดิจิตอลความละเอียดสูงไปยืนแอ็กท่าถ่ายรูปรถในงานมอเตอร์เอ็กโป แต่ความจริงแล้วตั้งใจจะถ่ายพริตตี้สาวสวยในช่วงจังหวะที่หวาบหวิวซะมากกว่าด้วยใบหน้าที่แสดงออกถึงวัตถุประสงค์ในใจอย่างเห็นได้ชัด  ซึ่งนั้นก็ทำให้ยัยเทพีแห่งดวงจันทร์หันหน้ามามองผมด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตรเอาซะเลย

“เซย่า...เจ้าชื่อเซย่าซินะ”

     เสียงของเธอ เทพีแห่งดวงจันทร์ที่เรียกชื่อผม ทำให้ผมนิ่งงันดังถูกมนต์สะกดของเธอ  แม้เธอจะมิได้เคลื่อนกายเข้ามาใกล้แต่รังสีแห่งความกดดันที่แผ่ขยายออกมาจากร่างนางนี่ซิที่ทำให้ผมรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก  ยัยซาโอริที่ยืนอยู่ข้างผม ก็กำลังยืนนิ่งด้วยสีหน้าที่ประหลาดใจกับคำพูดของพี่สาวเธออยู่ ซึ่งทำให้ผมรู้สึกกังวลใจอย่างบอกไม่ถูก  เพราะว่าตามปกติแล้วแม่นี่จะต้องถามต่อแน่แน่ว่า  ทำมั้ยฉันต้องเชื่อที่เธอพูดด้วย เพราะด้วยนิสัยของยัยนี่แล้วคงไม่เชื่อคำพูดใครง่ายง่ายเป็นแน่แท้

“ทำมั้ยฉันต้องเชื่อที่เธอพูดด้วย..เธอนะจะเป็นเทพีแห่งดวงจันทร์ อะไรนั่นจริงหรือเปล่าก็ยังไม่รู้เลย”

“มีอะไรมาพิสูจน์กันละ”

     ฮื...เสียงของยัยซาโอริที่เจื้อยแจ้วออกมาจากริมฝีปากบางในตอนนี้ทำให้ผมเผลอครางเสียงต่ำออกมาจากลำคอโดยไม่รู้ตัว แม้จะช้าไปบ้างแต่ก็พอทำให้ผมอุ่นใจขึ้นมาได้ว่ายัยซาโอริยังเป็นยัยซาโอริในแบบเดิม มิได้ถูกมนต์สะกดแห่งจันทราให้เคลิบเคลิ้มนิ่งงันไปอย่างไม่รู้สึกตัว แววตาที่เป็นประกายวิบวับของยัยซาโอริดังมีพลังที่ไม่มีวันหมดลุกโชนสว่างโชติช่วงอยู่ภายในดวงตากลมโตสีดำสดใส ที่แสนเจิดจ้าคู่นั้นทำให้ผมรู้สึกถึงความอุ่นใจ

     ใบหน้างามงามของยัยเทพีดวงจันทร์ที่มองผมด้วยสายตาเป็นประกายบัดนี้ได้หันกลับไปหายัยซาโอริอีกครั้ง ด้วยการเบี่ยงหน้าเพียงนิด  แต่รอยยิ้มบนใบหน้าของเธอเปลี่ยนไปเป็นรอยยิ้มที่แสนหวานผิดแผกไปจากที่มองผมอย่างเห็นได้ชัด

“อาเทน่า..เจ้าเองเป็นน้องของข้าเทพีแห่งสติปัญญาและสงครามธิดาแห่งซูสมหาเทพแห่งจักรวาล  เจ้าเองก็น่าจะตระหนักได้ถึงความเป็นอาเทน่าในตัวเจ้าได้แล้ว  ร่างมนุษย์มิอาจซ่อนเร้นพลังของเทพเจ้าที่แสนยิ่งใหญ่ได้..เพราะเจ้าคืออาเทน่า เซนของเจ้าจึงได้รับชัยชนะมาโดยตลอด นั่นคือข้อพิสูจน์ว่าเจ้าคืออาเทน่าที่แท้จริง”

     เมื่อเธอกล่าวจบประโยค  บรรยากาศในบริเวณรอบรอบตัวของพวกเราก็นิ่งเงียบ  ซึ่งจะว่าไปแล้วเหตุผลที่เธอยกขึ้นมากล่าวอ้างก็พอจะมีน้ำหนักอยู่บ้าง..หากว่ายัยซาโอริมิใช่อาเทน่าที่แท้จริง ชัยชนะของพวกเราที่เหมือนราวกับปาฎิหาริย์ในการเอาชนะ โกล์เซนที่มีทั้งพลังและฝีมือเก่งกาจกว่ามากนัก เอาชนะเทพเจ้าที่มนุษย์ธรรมดาไม่อาจจะคาดถึงได้ด้วยซ้ำ ซึ่งหากไม่มีพลังของเทพเจ้าหนุนหลังพวกเราแล้วชัยชนะที่แสนยิ่งใหญ่เหล่านั้นก็คงไม่อาจจะเกิดขึ้นได้เป็นแน่แท้..แม้ว่ายัยซาโอริร่างอวตารของอาเทน่าในยุคนี้จะดูงี่เง่าเอาแต่ใจไปบ้างก็เถอะ

“อาเทน่า ไม่มีสิ่งใดจะมายิ่งใหญ่ไปกว่าความสัมพันธ์ระหว่างพี่น้องอีกแล้ว เซนของเจ้าในชาตินี้ เมื่อเจ้ากลับมาเกิดใหม่อีกครั้งพวกเขาก็จะไม่คงอยู่..แต่อาจจะยกเว้นเซนบางพวกที่หนังเหนียวอยู่ได้ยืนยาวหลายร้อยปี..สิ่งที่ข้ากล่าวมาคือสัจจะของโลก”  รอยยิ้มของเธอที่เผยยิ้มกว้างให้กับยัยซาโอริเมื่อเธอกล่าวจบประโยค แต่ผมกลับไม่รู้สึกถึงความเป็นมิตรเลย รอยยิ้มที่แสนหวานของเธอต้องมีวัตถุประสงค์ไม่สู้ดีซ่อนเร้นเอาไว้เป็นแน่แท้

     ความรู้สึกของผมในตอนนี้ไม่ค่อยสบอารมณ์ด้วยความเครียดภายในจิตใจที่ก่อตัวขึ้นมา

“ฉันนะเหรอ”

“อาเทน่า...ที่กลับชาติมาเกิด”  ยัยซาโอริที่นิ่งเงียบไปนานบัดนี้เธอได้เอ่ยคำพูดที่แฝงความเคลือบแคลงในน้ำเสียง 

“เจ้าคืออาเทน่า”  ยัยเทพีแห่งดวงจันทร์สำทับอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นแต่แฝงไปด้วยพลัง

     ที่ผ่านมา แม้ว่ายัยซาโอริจะบอกว่าตนเองคืออาเทน่า แต่เธอก็ไม่เคยตระหนักถึงพลังของอาเทน่าอย่างแท้จริง  ความลังเลภายในจิตใจของเธอนั้นคงมาจากความรู้สึกของเด็กผู้หญิงธรรมดาคนนึงที่อาจยังสงสัยถึงการมีอยู่ของเหล่าเทพเจ้า ปีศาจ ด้วยเหตุนี้เองเธอถึงรวบรวมเซนอย่างพวกเราเพื่อออกตามหาเหล่าเทพเจ้าในตำนานเพื่อพิสูจน์ถึงการมีอยู่..คงเพราะความรู้สึกที่สงสัยนี้เองจึงทำให้เธอยังไม่ยอมรับถึงการเป็นอาเทน่าในชาตินี้  แต่การได้พบกับเทพีอาร์เทมิส พี่สาวของเธอ  อาจจะทำให้ความลังเลภายในจิตใจของยัยซาโอรินั้นหายไปและตระหนักได้ว่าตนคืออาเทน่า

     แต่ก่อนที่อะไรจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ มือของผมจับแขนข้างนึงของยัยซาโอริไว้เพื่อให้เธอรู้สึกตัว

“เฮ้..ซาโอริ”  ผมเรียกชื่อเธอด้วยเสียงที่ดังพอสมควร  ตัวของผมหันไปยืนบังหน้าเธอไว้เพื่อไม่ให้สบสายตากับยัยเทพีแห่งดวงจันทร์

“อือ..เซย่า”  ยัยซาโอริเงยหน้าขึ้นมามองผมด้วยใบหน้าที่ยังงงงวย

“ซาโอริ..เธอนะ เป็นอาเทน่า”

“แล้วไง..นายจะพูดอะไร”  ดวงตากลมโตบนใบหน้าเล็กของเธอหรี่ลงด้วยความสงสัย

“แต่เธอคืออาเทน่า ของเซนและของชาวโลก”  เสียงของผมเข้มขึ้น

“...”..ผมทิ้งเวลาไว้สักครู่เมื่อสายตาของผมและยัยซาโอริสบตากันเป็นประกายปิ๊งปิ๊งระยิบระยับ

“ไม่ใช่อาเทน่าของ เทพีดวงจันทร์ พี่สาวของเธอ หรือของเทพเจ้าองค์ใดเลย…เธอคืออาเทน่าของพวกเรา”  ผมพูดช้าช้าแต่หนักแน่นทุกคำพูด

“เซย่า..นาย”  เสียงยัยซาโอริ เหมือนดังเสียงครางในลำคอ  เมื่อปากบางสีชมพูของเธอเผยอขึ้นมา ลมหายใจอุ่นอุ่นของยัยซาโอริสัมผัสแผ่วเบาที่อกของผม  เส้นผมยาวสีม่วงของยัยซาโฮริพลิ้วไหวดังคลื่นเมื่อสายลมในตอนนี้เริ่มพัดแรงขึ้น

     เพราะอะไรกันนะที่ทำให้ผมพูดออกไปแบบนั้น ไม่ใช่ยัยซาโอริที่อึ้งไปกับคำพูดของผม  แม้แต่ฉันเองก็เช่นกัน จากความรู้สึกลึกลึกในจิตใจหรือยังไงกัน  ว่าเธอคืออาเทน่าแม้ว่าจะมิใช่อาเทน่าในแบบที่ผมคาดหวังไว้ก็ตาม  เป็นอาเทน่าที่ลดเสป็กลงมาก็ตามเถอะ 

“อะ ฮึ่ม”  เสียงกระแอมของยัยเทพีแห่งดวงจันทร์ที่ดังขึ้นมาทำลายบรรยากาศ

     พร้อมกับสายลมที่พัดแรงขึ้นมาอีกทั่วบริเวณลานประลองอย่างไม่รู้สาเหตุในตอนนี้  แสงสว่างสีทองที่แผ่ขยายกว้างออกมารอบตัวของเทพีอาร์เทมิสที่ค่อยค่อยขยายวงกว้างออกมาจนเกือบจะถึงที่ผมกับยัยซาโอริยืนอยู่..

“อ๋า..เซย่า นายระวังนะ”  เสียงร้องแหลมสูงของยัยซาโอริที่เตือนผม  เมื่อเธอเห็นว่าแสงสีทองนั้นกำลังใกล้มาถึงบริเวณเท้าของผมส่วนตัวเธอนะถอยห่างออกไปได้สองสามก้าว

“สืบ..สืบ”  ผมก้าวเท้าตามเธอไป

     เราสองคนหยุดยืนอยู่ในบริเวณที่พ้นจากแสงสีทองนั้นแล้ว  ร่างของเทพีอาร์เทมิสในตอนนี้ได้ปรากฎออร่าสีทองเรืองรองสว่างเจิดจ้ารอบกายของนาง  ออร่าสีทองข้างกายนางนั้นค่อยค่อยเปลี่ยนรูปร่างเป็นร่างมนุษย์สามคนและรายละเอียดที่ปรากฏชัดขึ้น

     ผมและยัยซาโอริยืนมองเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยกัน  สายตาของผมคงแทบไม่กระพริบเลยด้วยมั้ง ก็ไอ้เจ้าสามคนที่ปรากฏร่างขึ้นมาในตอนนี้ สวมใส่เกราะที่สวยงามแปลกตาไปจากที่เคยเห็น  และด้วยท่าทางกับใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจยังกับนักร้องบอยแบนด์รุ่นเก่า เจ้าสามคนนี้คงเป็นยอดฝีมือที่ยัยเทพีแห่งดวงจันทร์ปั้นขึ้นมากับมือเพื่อเอาไว้เสริมบารมีว่าฉันเองก็มีทีมงานเหมือนกันนะไม่ได้มาแค่หัวเดียวโดดโดด

“ท่านอาร์เทมิส..ด้วยเกียรติและศักดิ์ศรีของท่านที่สูงส่ง...ขอให้จงบัญชาเพื่อว่าพวกข้าจะได้น้อมรับและทำให้ความประสงค์ของท่านเป็นจริง”     

     ไม่ใช่แค่ท่าทางแม้แต่สำนวนก็ด้วยรึนี่ ว่าแต่พวกนายไปฝึกฝนวิธีพูดจาแบบนี้มาจากไหนกัน..นี่มันยุคสองพันสิบสองแล้วนะ  ไม่ใช่เมื่อยี่สิบปีที่แล้ว ที่จะต้องเชือดเฉือนกันด้วยคำพูดแบบสำนวนโบราณและต่อสู้ด้วยร่างกายที่มีมัดกล้ามล่ำบึ้ก กับท่าไม้ตายที่มีกันอยู่แค่ท่าสองท่าให้มาอำกันเล่นเล่นว่า

“ท่าไม้ตายเดิมนะใช้กับข้าเป็นครั้งที่สองไม่ได้หรอกนะ”

“เอ๋”  เจ้าหมอนี่ไปจำสำนวนแบบนี้มาจากไหนกัน  สาบานได้ว่าผมไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยตั้งแต่เป็นเซนมา  แล้วทำไมต้องมาบอกผมด้วยละ

“ใช่แล้วเพราะพวกเรานะคือนักรบแห่งสวรรค์ที่ทั้งสูงส่งด้วยฝีมือ สติปัญญา ความกล้าหาญ  ไม่มีมนุษย์หรือเซนผู้ใดจะมาต่อกรกับพวกเราได้  เจ้ากับพวกเรานะเปรียบดังพญาราชสีห์กับหนอนแมลง”

“....”

“อีกทั้งรูปร่าง หน้าตาของพวกเราดั่งถูกเสกสรรค์ปั้นแต่งมาจากเฮฟเฟตัสสุดยอดช่างเอกแห่งยอดเขาโอลิมปัส  พวกเราจึงเป็นผู้คู่ควรสวมใส่เกราะแห่งสวรรค์ที่แข็งแกร่งหาสิ่งใดเปรียบได้ในจักรวาล”

.....ผมยืนอึ้ง...อึ้งไปกับคำพูดของเจ้าพวกนักรบสวรรค์ทั้งสาม  โกล์เซนว่าคุยทับกันเก่งยังแพ้เจ้าพวกนี้กระจุยเลย..

“อาเทน่า หากเจ้าไม่ยอมไปกับข้าแต่โดยดี...ข้าคงต้องใช้กำลังด้วยการ…”  หลังจากเจ้าสามคนนั้นโชว์ตัวกันเรียบร้อยแล้ว เทพีอาร์เทมิส  ก็เริ่มเอ่ยวาจาที่แสนจะร้ายกาจขึ้นมาเพื่อเป็นการโหมโรงให้รู้ว่าฉากการต่อสู้อันแสนยิ่งใหญ่ กำลังจะเกิดขึ้น

“หมายความว่ายังไง..รึว่า”  ยัยซาโอริทำหน้าเครียด  ว่าแต่เธอเครียดเป็นกับเขาด้วยเหรอ  สองคิ้วของยัยซาโอริเข้าหากันเล็กน้อย

“ข้าจะสังหาร เซนของเจ้าทีละคน..โดยเริ่มจากเจ้าหมอนี่ก่อนเลย”..เสียงเย็นเย็นแต่เด็ดขาดของนางนั้น  ไม่ทำให้ผมรู้สึกกลัวเลยด้วยซ้ำ  แต่ที่พูดว่าจะสังหารผมนะ...

     เฮ้  แล้วทำมั้ยต้องเป็นฉัน เป็นคนแรกด้วยละ  ถึงฉันจะมากับยัยนี่ ในตอนนี้ แต่ก็ด้วยเพราะเหตุแอกซิเด้นบางประการหรอกนะ  จริงจริงแล้วฉันไม่ได้อยากจะไปไหนมาไหนกับยัยนี่เลย  แน่ละว่าในตอนนี้ผมยืนตัวเปล่าไม่มีคลอธติดกายเลยซักชิ้นและในเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานแบบนี้  ผมควรทำยังไงดี  ผมหันหน้าไปมองยัยซาโอริด้วยใบหน้าที่จริงจัง

“เซย่า..ฉันซึ้งใจจริงจริงที่นายจะปกป้องฉันจากเทพีอาร์เทมิสและเหล่าบริวารของนาง”  เสียงออดอ้อนของยัยซาโอริ  แต่ฉันยังไม่ทันพูดอะไรเลยนะ

“เทพีอาร์เทมิส ถ้าคิดจะพาตัวฉันไปละก็ เอาชนะสุดยอดเซนของฉันให้ได้ก่อนเถอะ  ว่าแต่ที่พูดว่าจะสังหารเซนของฉันนะจะทำได้เหรอ”  สองมือเล็กเล็กแต่เต็มไปด้วยพละกำลังของยัยซาโอริดันผมให้ก้าวเดินออกไปข้างหน้าโดยมีเธอโผล่ใบหน้าเล็กออกมาจากข้างหลังพูดเสียงจ้อยจ้อย แบบไม่ถามความเห็นของผมซักคำ

     เจ้าบริวารทั้งสามของเทพีอาร์เทมิสที่ยืนมองผมด้วยท่าทางหื่นกระหาย  ถึงผมจะเคยเอาชนะโกล์เซนมาได้แต่ก็เพราะว่าตอนนั้น โกล์เซนไม่ได้สู้กับผมอย่างเต็มที่ เอาชนะก๊อดวอริเออร์มาได้ก็เพราะพวกนั้นมัวแต่คิดย้อนอดีตไปถึงความหลังฝังใจอันแสนเศร้าทำให้ผมมีเวลาฟื้นตัวขึ้นมาได้ เอาชนะมารีนเนอร์ก็เพราะเจ้านั่นนะอ่อน เอาชนะเสป็คเตอร์ ลืมไปว่าผมยังไม่ได้สู้กับเสป็คเตอร์แบบจริงจังเลยซักตน  ส่วนเทพเจ้าที่ชนะมาได้ก็ปาฏิหาริย์อย่างเดียว  เจ้าสามคนนี่แค่คนเดียวจะรับมือได้หรือเปล่ายังไม่รู้เลย แต่ในตอนนี้ในฐานะเซนแห่งอาเทน่าที่กำลังดันหลังผม  ผมคงต้องแสดงท่าทีอันหึกเฮิมให้ฝ่ายศัตรูกลัวบ้างล่ะ

“หึ หึ หึ”  ผมก้มและหัวเราะเบาเบาก่อนที่เงยหน้าขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความมั่นใจแบบสุดสุด

“ถึงพวกนายสามคนจะเป็นนักรบสวรรค์  แต่ฉันนะผ่านการต่อสู้มาอย่างโชกโชน”  ตอนนี้คงเรียกได้ว่าตกกระไดพลอยโจน   ผมซึ่งไม่เคยคิดอยากจะมาเป็นเซนที่ต้องต่อสู้กับพวกเหนือมนุษย์พวกนี้เลย แต่ก็คงต้องสู้อย่างหลีกเหลี่ยงไม่ได้

“ท่าทางแบบนั้นมันอะไรกัน   เจ้าหมอนี่ไม่กลัวพวกเราเลยรึ” 

“เข้ามาทั้งสามคนเลยฉันจะแสดงฝีมือของเซนแห่งอาเทน่าให้ดู”  คอสโมของผมเปล่งประกายเรืองรองขึ้นมารอบตัว  ยัยซาโอริก้าวถอยห่างไป

“เซย่าฉันรู้ว่านายต้องทำได้..ฉันเอาใจช่วยอยู่ตรงนี้นะ”  เสียงตะโกนของยัยซาโอริที่เจื้อยแจ้วสดใส เธอหลบออกไปห่างพอสมควร  มือข้างนึงของยัยซาโอริกำมือแล้วชูขึ้นวนไปมาเป็นการให้กำลังใจ เหมือนจะบอกผมว่าเอาชนะให้ได้ห้ามแพ้อย่างเด็ดขาด

5  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: ซาโอริ เรียกเธอว่าอาเทน่า เมื่อ: 29, พฤศจิกายน 2011, 08:58:15 AM
“นายนะไม่ชอบหรือไง”

ชอบอะไรฮึ  ผมก้มมองผมสีม่วงของยัยซาโอริที่ตอนนี้กำลังซบที่อกผมอย่างสงสัย เสียงของยัยซาโอริแฝงความน่าฉงน 

 “ก็ถ้าเป็นผู้ชายธรรมดาทั่วไปอะน่ะ  ถ้ามีหญิงสาวมาซบหน้าที่อกแบบนี้ก็ต้องดีใจกันทั้งนั่นแหละ”

     ยัยซาโอริพูดด้วยเสียงที่ดังพอให้ผมได้ยิน  จริงซินะถ้าเป็นชายหนุ่มทั่วไปก็ต้องดีใจจนเนื้อเต้น แต่ทำมั้ย ผมกลับไม่รู้สึกแบบนั้นเลย  หรืออาจจะเป็นเพราะว่าหญิงสาวที่ซบอกผมในตอนนี้คือยัยซาโอริ ใช่ซินะถ้าเป็นมิโฮะผมก็คงมีความรู้สึกที่ไม่แตกต่างจากชายหนุ่มทั่วไป

“...”แต่ผมก็ไม่ได้พูดอะไรออกไปเช่นเดียวกับยัยซาโอริที่ตอนนี้นิ่งเงียบไปอย่างผิดสังเกตุ

     ในตอนนี้บรรยากาศในห้องเงียบกริบ  แสงสีส้มของอาทิตย์ยามเย็นที่กำลังจะลับขอบฟ้าสาดแสงเข้ามาภายในห้องผ่านกระจกใสสีชาบานใหญ่ที่เปิดผ้าม่านไว้ เงาของกรอบหน้าต่างพาดผ่านไปที่พื้นห้องเป็นรูปทรงสัญลักษณ์แห่งชัยชนะ เงาของมันทอดยาวมาถึงกลางห้องบนพื้นพรหมสีทองที่ยัยซาโอริสั่งให้เปลี่ยนหลังจากตื่นขึ้นมาจากความฝันของเธอ  ผมเองก็ไม่รู้หรอกว่าเพราะอะไร จะว่าไปพรหมสีฟ้าผืนเก่าก็สวยดีอยู่แล้ว

“เอิ่ม”  ผมเอ่ยเสียงขึ้นมาในลำคอเพื่อทำลายความเงียบในห้อง

“อะ  ฮึ”  เสียงของยัยซาโอริที่ขานรับแทบจะในทันที

“เซย่า”  เธอเรียกชื่อผมด้วยเสียงที่เบา แต่ใบหน้าของเธอยังซุกที่อกของผม

“ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นอะน่ะ”

“อะไรรึ”  ผมเอ่ยถามอย่างใคร่รู้  คำพูดของยัยซาโอริแม้จะพูดด้วยน้ำเสียงธรรมดาแต่ แต่ช่างน่าสงสัยยิ่งนัก

ในตอนนี้ยัยซาโอริเงยหน้าขึ้นมาจากอกของผมอีกครั้ง  ดวงตาของเธอกลมโต แววตาใสแจ๋ว ริมฝีปากบางสีชมพูของเธอเผยอขึ้นลง

“นายนะ”

“อือ”

“นายจะอยู่เคียงข้างฉัน”

“เคียงข้างเธอ”

ใบหน้าเล็กเล็กของยัยซาโอริผงกขึ้นลงหนึ่งครั้ง 

“ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น  ทุกอย่างเลยนะ ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์อะไร ร้ายแรงขนาดทำลายโลกหรือกาแล็กซี่เลยก็ตาม นายจะไม่ทิ้งฉันให้เดียวดาย เหมือนกับที่คุณปู่...” เสียงของเธอแผ่วเบาและหายไปในตอนท้าย

     ผมเริ่มเข้าใจแล้วละ  ผมยิ้มให้กับยัยซาโอริด้วยรอยยิ้มที่เปิดกว้าง ถึงแม้ยัยซาโอริจะเป็นร่างอวตารของเทพีอาเทน่าในยุคนี้แต่เธอก็ยังคงเป็นเด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่ง  หลังจากที่ตาเฒ่ามัตซึมาซะเสียชีวิตไป เธอคงอยู่อย่างเหงาเหงามาคนเดียวตั้งแต่เด็ก แม้จะห้อมล้อมด้วยแม่บ้าน คนรับใช้มากมายในคฤหาสถ์หรูแต่ก็คงไม่สามารถทดแทนความรู้สึกที่เธอโหยหาได้ 

“ซาโอริ”

“อื..”

สองมือของผมสัมผัสเบาเบาที่ไหล่เล็กเล็ก ขาวขาวของเธอ
“ฉันนะเป็นเซนของเธอ  ฉันมีหน้าที่คุ้มครอง...ไม่ต้องห่วงหรอกนะ ฉันจะคุ้มครองเธอตลอดไป”

     รอยยิ้มของยัยซาโอริที่เปิดกว้าง  ขึ้นมาอีกครั้ง..ด้วยใบหน้าที่สดใสเปี่ยมไปด้วยพลังของเธอที่ทำให้พวกผมมีกำลังใจเพิ่มขึ้นมาทุกครั้งเมื่อกำลังจะเพลี่ยงพล้ำให้กับศัตรู 

     และนั้นก็คือเหตุการณ์ที่ผมพอจะจำความได้  กับเรื่องราวที่เกิดขึ้นในห้องประชุมของพวกเรา ห้องประชุมในคฤหาสน์คิโดะในช่วงเวลาใกล้จะพลบค่ำที่มีผมกับยัยซาโอริยืนชิดใกล้กันสองต่อสอง  แล้วหลังจากนั้นนะหรือ หลังจากที่ผมกับยัยซาโอริสบตากัน จนผมสังเกตเห็นเงาตัวเองในแววตาสีดำกลมโตของเธอได้อย่างชัดเจน

     หลังจากนั้นผมก็มารู้สึกตัวอีกที ณ.ที่แห่งนี้  สนามประลองหินอ่อนที่มีอัฒจันหินเรียงเป็นขั้นบันได สถานที่ซึ่งเป็นลานประลองเพื่อชิงคลอธเปกาซัส  ใช่แล้วละที่แห่งนี้ที่จู่จู่ผมก็มารู้สึกตัวฟื้นขึ้นมาก็คือ  ลานประลองในแซงทรัวรี่อย่างนี้นี่เอง

    สองมือของผมยันกายขึ้นมามากึ่งนอนกึ่งนั่งบนลานกว้างภายใต้ท้องฟ้าในยามค่ำคืนที่มีแสงดาวส่องแสงระยิบระยับ  อืม...เป็นเพราะอะไรนะทำให้ฉันมาอยู่ที่นี้ได้ ความคิดในหัวเริ่มสับสนกับสิ่งที่เกิดขึ้น และพยายามค้นหาคำตอบจากเรื่องราวทั้งหมด...

   รึ หรือว่า เป็นเพราะพลังของยัยซาโอริ  หรือว่าผมกำลังอยู่ในความฝันของยัยซาโอริอีกแล้ว  ถ้าเป็นเช่นนั้น ฉันก็ต้องตามหาตัวเธออีกอย่างงั้นรึ 

    ในขณะที่ผมกำลังนั่งครุ่นคิดถึงเหตุการณ์ในครั้งก่อนที่เคยเกิดขึ้นมาด้วยฝีมือของยัยซาโอริอยู่นั้น  ก็มีมือของใครบางคนมาสัมผัสที่ไหล่ของผม

“ใครนะ”  ผมเอ่ยถาม เมื่อรู้สึกตัว พร้อมกับหันกลับไปมองแทบจะในทันที

“เป็นอะไร  ฉันเอง”  ยัยซาโอริที่ในตอนนี้ยืนก้มมองผมอย่างสงสัย  แล้วเธอโผล่มาจากไหนมิทราบ ฉันไม่ทันจะรู้สึกตัวเลยนะ

“เซย่า  พวกเรามาที่แห่งนี้ได้ยังไงกันนะ  ฉันว่าพวกเราน่าจะอยู่ที่ห้องประชุมในคฤหาสน์ฉันอยู่น้า”  ยัยซาโอริพูดด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกถึงความสงสัย ฉันเองก็คิดแบบเธอนั่นแหละ

ยัยซาโอริพูดไป มองสำรวจรอบรอบบริเวณไป  โดยที่ผมยังนั่งงงอยู่

“เซย่าฉันว่าคงเกิดอะไรแปลกแปลกขึ้นกับเราสองคนแล้วละ  มันไม่น่าจะเป็นไปได้ว่าพวกเราจะอยู่อีกที่หนึ่งแล้วมาอยู่อีกที่หนึ่งโดยที่เราจะไม่รู้สึกตัว  ฉันยังจำได้นะว่าฉันกับนายนะยืนคุยอยู่ในห้องประชุมของพวกเรา แล้วพอนายก้มหน้ามามองฉันนะน่ะ...อืม..หลังจากนั้นฉันก็..ฉันก็มารู้สึกตัวอีกทีก็อยู่ที่แห่งนี้แล้ว...เอ๋  ถ้าจำไม่ผิดที่นี้คือลานประลองในแซงทรัวรี่ซินะ  ไม่ผิดแน่แน่..ใช่มั้ย เซย่า”  ยัยซาโอริหันหน้ากลับมาถามผมอีกครั้งซึ่งผมก็ได้แต่พยักหน้าเห็นด้วย  ใครจะลืมลานประลองที่ฉันเคยเกือบเอาชีวิตมาทิ้งด้วยการต่อสู้ชิงคลอธเปกาซัสกับเจ้าคาชิออทได้ละ

    จะว่าไปเหตุการณ์ที่เกิดกับผมและยัยซาโอริในตอนนี้ก็คือสิ่งที่ผิดธรรมชาติอย่างแน่แท้  หากจะเป็นเพราะเราสองคนเผลอหลับไปแล้วเดินละเมอ  ก็คงไม่เดินมาไกลถึงที่แซงทรัวรี่ได้  แต่ยัยซาโอริเป็นอาเทน่า  อาจจะด้วยพลังของเธอก็เป็นไปได้ที่ทำให้เราสองคนมายังที่แห่งนี้  แต่หากจะเป็นเช่นนั้น ก็ด้วยเหตุผลอะไรละ  ใช่ซิมันไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่ฉันกับเธอต้องกลับมายังที่แห่งนี้  แต่ยัยซาโอริเองก็ไม่ค่อยจะมีเหตุผลอะไรอยู่แล้วนี่ ที่ผ่านมาเธอเองก็ทำตามอย่างที่ตัวเองต้องการมาตลอดโดยไม่เคยเอ่ยถามถึงความเห็นใคร ถึงแม้เธอจะเอ่ยถามบ้างก็เถอะนะแต่นั้นก็เพียงแค่ให้พวกเราได้มีโอกาสเอ่ยคำพูดออกมาบ้างก็เท่านั้นแหละ  เพราะที่ผ่านมาเธอก็จะพูด พูดแล้วก็พูด หลังจากนั้นก็จะออกคำสั่งให้พวกเราทำตาม ด้วยการข่มขืนจิตใจฉันและคนอื่นอื่นให้สนองต่อความต้องการอันแปลกประหลาดของเธอที่ไม่อาจจะคาดเดาได้เลย  ซึ่งที่ผ่านมานั้นเหตุการณ์แปลกประหลาดผิดธรรมชาติทั้งหมดก็มีสาเหตุมาจากตัวเธอทั้งสิ้น  ไม่ว่าจะเป็นการต่อสู้กับเหล่าโกล์เซนที่มีพลังเหนือมนุษย์ถึงขนาดใกล้เคียงเทพเจ้า  สู้กับเหล่าก๊อดวอริเออร์ ณ ดินแดนน้ำแข็งของแผ่นดินแอสการ์ด  ต่อสู้กับเทพโปเซดอนในอาณาจักรใต้พื้นมหาสมุทร  หลงเข้าไปอยู่ในอาณาจักรของเธอต้องต่อสู้กับเทพฮาเดสและออกมาจากโลกของเธอได้แบบเส้นยาแดงผ่าแปด  จะว่าไปตั้งแต่ผมเป็นเซนและได้พบกับยัยซาโอริอีกครั้ง ผมก็แทบไม่มีเวลาพักหายใจกับเหตุการณ์เหนือธรรมชาติที่ประเดประดังถาโถมเข้ามาแบบไม่ให้ทันได้ตั้งตัวเลย  ...ถึงเธอจะเป็นอาเทน่าที่กลับชาติมาเกิดเพื่อช่วยเหลือชาวโลกให้รอดพ้นจากภัยของเหล่าปีศาจและเทพเจ้าที่คิดจะยึดครองโลกก็เถอะ  แต่แบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ

     ผมซึ่งตอนนี้ลุกขึ้นมายืนอยู่ข้างยัยซาโอริแล้ว แต่ในหัวของผมยังคิดถึงเรื่องที่ผ่านมาด้วยการบ่นภายในใจ พร่ำเพ้อไปเรื่อยเรื่อย  แม้ในตอนนี้จะสังหรณ์ถึงสิ่งผิดปกติที่น่าจะเกิดขึ้นในเวลาที่ใกล้จะถึงแต่คงเป็นว่าที่ผ่านได้เจอกับเหตุการณ์อันน่าประหลาดมามากมายนับไม่ถ้วน ดังนั้นหากอะไรจะเกิดก็ให้มันเกิดเถอะนะ...ผมไม่แคร์แล้วละ

“นิ..เซย่า”  ยัยซาโอริเรียก เธอเรียกผมด้วยเสียงดังพอได้ยินแข่งกับเสียงลมที่พัดในยามกลางคืน

“อะไรเหรอ” 

“นายว่าวันนี้พระจันทร์มันดูแปลกแปลกไปมั้ย”

“ไม่นิ  ก็ยังกลมกลมเหมือนเดิม”  ผมเงยหน้าขึ้นมองดวงจันทร์ตามยัยซาโอริ พระจันทร์ที่ผมเห็นในวันนี้ก็ยังเป็นทรงกลมสีเหลืองนวลนวลเช่นเดิม  ฉันว่าเป็นเธอนี่แหละที่ไม่ว่าจะมองอะไรก็แปลกไปซะทุกอย่าง หัดทำตัวสบายปล่อยว่าง  ยิ้มแย้มแจ่มใสแบบมิโฮะบ้างซิ

“แต่ฉันว่า...เอ๋”

“อ๋า..”  เสียงอุทานของผม

      เพราะอะไรนะหรือครับ  ก็เพราะว่าในบัดนี้มีแสงสว่างอะไรกันที่สว่างวาบขึ้นมาบนท้องฟ้าเหนือตัวพวกเราสองคนในยามค่ำคืนที่บดบังแสงดาวให้หายไป  แม้จะรู้สึกเย็นแต่ผมกับสัมผัสได้ถึงความกดดันอย่างบอกไม่ถูก...ความรู้สึกแบบนี้มันเหมือนกับตอนที่ผมได้พบกับโปเซดอน ฮาเดส..เป็นคอสโมที่มีพลังมหาศาลมากมายเกินกว่าจะคาดถึงได้   ละ แล้วอะไรกันนั้น ทำมั้ย ดวงจันทร์มันถึงขยายใหญ่ขึ้น ใหญ่ขึ้น ยังกับว่ามันจะเคลื่อนเข้ามาหาผมกับยัยซาโอริ 

     มือของยัยซาโอริเอื้อมมาจับมือผมโดยที่เธอไม่รู้สึกตัว  ตอนนี้เราสองคนยืนเคียงข้างกันมองดูดวงจันทร์ที่ใหญ่ขึ้นและส่องสว่างเรืองรองครอบคลุมไปทั่วบริเวณที่พวกเราสองคนยืนอยู่  และแน่นอนว่าผมไม่กระพริบตาเลยซักนิดเหมือนกับถูกสะกดด้วยมนต์แห่งจันทราให้ยืนนิ่ง  ไม่แม้แต่จะเหลียวไปมองยัยซาโอริด้วยซ้ำ 

“เซย่า...นั้นเธอ”

“อะไร..เธอไหน”  เสียงใสใสของยัยซาโอริทำให้ผมได้สติ  ผมหันหันหน้ากลับไปหาเธอ

     ผมยืนมองยัยซาโอริที่เงยหน้ามองภาพเบื้องหน้าด้วยดวงตากลมโตใสแป๋ว  แสงสว่างที่ส่องสว่างมาจากทางด้านหลังผมตอนนี้  ได้ปรากฏร่างของหญิงสาวนางหนึ่งในชุดราตรียาวแหวกอกที่ลอยอยู่กลางอากาศ   เธอมองผมและยัยซาโอริด้วยสายตาเย็นฉาจากดวงตากลมโตยาวรี  ใบหน้ารีขาวใสนั้นเผยรอยยิ้มจากริมฝีปากบางสีม่วงเข้ม  ผมยาวหยักลอนใหญ่สีม่วงเข้มเช่นริมฝีปากบางแผ่สยาย  มีพระจันทร์สีเหลืองนวลดวงใหญ่อยู่ด้านหลังเธอ

ผมมองเห็นเธอได้จากเงาสะท้อนในแววตากลมโตของยัยซาโอริ 

    และเมื่อผมหันหลังกลับไป  ร่างของเธอก็ลอยลงมายืนบนผืนแล้ว  พร้อมกับคฑาในมือที่ปรากฏขึ้นมาดังอัศจรรย์  ในใจของผมนั้นแม้จะตกใจอยู่บ้างแต่ผมก็ได้พบกับเหตุการณ์แบบนี้มานับครั้งไม่ถ้วน  จะเป็นเทพเจ้าหรือเทพีอะไรอีกละคราวนี้

“โอ้โห...ของจริงหรือเนี่ย”  ยัยซาโอริพูดด้วยน้ำเสียงตื้นเต้น ดวงตาเธอกลมโต ปากอ้ากว้าง  ความประหลาดใจที่เปี่ยมไปด้วยความสุขฉาบอยู่บนใบหน้าใสใสของเธอ

     เธอคนนั้นพิจารณาดูผมตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วหันไปยิ้มให้กับยัยซาโอริด้วยรอยยิ้มแสนหวานปานกล้วยไม้ในยามเช้า 

“อาเทน่า ”  เสียงของเธอใสดั่งแก้วกังวานแต่เปี่ยมไปด้วยพลัง

    แต่คำพูดที่ชวนสงสัยของเธอคนนี้ที่เรียกชื่อยัยซาโอรินั้นทำให้ผมรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก  ทำมั้ยกันแล้วที่ผมกับยัยซาโอริมายังที่แห่งนี้ได้ก็คงเป็นเพราะเธอซินะที่ใช้พลังดึงพวกเรามา  ผมมองเธอด้วยใบหน้าที่สงสัย ความรู้สึกนั้นคงแสดงออกมาทางใบหน้าได้อย่างชัดเจน

“เซย่า   มันอะไรกันนี่..เธอพูดว่าอาเทน่าด้วยงะ  หมายถึงฉันซินะ”  สองมือเล็กเล็กของยัยซาโอริเขย่าแขนผมไปมา  แต่ผมในตอนนี้ได้แต่ยืนนิ่ง  จะให้ผมเอ่ยคำพูดว่าอะไรดีละ  เมื่อสาวงามที่อยู่ตรงหน้าเราทั้งสอง ณบัดนี้คงมิใช่ธรรมดาเป็นแน่แท้

“เธอนะเป็นใครกัน..”  เป็นยัยซาโอริที่เป็นเป็นชิงถามก่อน

“อาเทน่า...ข้าก็คือพี่สาวเจ้า  เทพีอาร์เทมิส เทพีแห่งดวงจันทร์”

“หา...”  “เอ๋…”   เราทั้งคู่อุทานออกมาแทบจะพร้อมพร้อมกัน

    ใบหน้าของผมกับยัยซาโอริแสดงออกถึงความตกใจเมื่อได้ยินประโยคที่เธอพูดออกมา  เทพีแห่งดวงจันทร์พี่สาวของยัยซาโอริ อาร์เทมิส คำพูดพวกนี้ดังก้องไปมาอยู่ในโสตประสาทของผม  สิ่งที่สังหรณ์ใจไว้กลายเป็นจริง  เทพีองค์นี้ที่มาปรากฏกายอยู่ต่อหน้าเราทั้งคู่คงไม่ใช่แค่อยากมาทักทายยัยซาโอริเหมือนดังพี่น้องที่ไม่ได้พบหน้ากันนานแล้วคิดถึงกัน  จากนั้นก็คงจะถามสารทุกข์สุขดิบแล้วจึงร่ำลากันแค่นั้นหรอกนะ..ซึ่งผมอยากจะให้เป็นเช่นนั้นจริงจริง
6  Administration Forum / Meetings Members / ร้าน hobby ที่เซ็นทรัลพระรามสองหายไปไหนครับ เมื่อ: 07, กันยายน 2011, 12:03:45 PM
  ร้านเค้าย้ายไปไหนครับใครพอรู้บ้าง
7  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: จาบุ ม้ามีเขาที่หวังเด็ดดอกฟ้า (ต่อ)(จบ) เมื่อ: 03, มิถุนายน 2011, 07:00:01 AM
   ฝากคุณก้องลบกระทู้ด้วยครับ  ขอบคุณครับ
8  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: ชีวิตของเซย่า เมื่อ: 03, มิถุนายน 2011, 06:59:28 AM
   ฝากคุณก้องลบกระทู้ด้วยครับ  ขอบคุณครับ
9  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: หนูหวาน เด็กหญิงตัวน้อยที่จะเติบใหญ่เป็นเซนในอนาคต เมื่อ: 03, มิถุนายน 2011, 06:58:42 AM
     ฝากคุณก้องลบกระทู้ด้วยครับ  ขอบคุณครับ
10  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: หนูหวาน เด็กผู้หญิงตัวเล็กที่จะเติบใหญ่เป็นเซนฯในอนาคต ภาคเติมเต็มส่วนที่ขาด เมื่อ: 03, มิถุนายน 2011, 06:57:59 AM
   ฝากคุณก้องลบกระทู้ด้วยครับ  ขอบคุณครับ
11  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: นักรบสาวหัวใจมังกร เมื่อ: 03, มิถุนายน 2011, 06:57:25 AM
    ฝากคุณก้องลบกระทู้ด้วยครับ  ขอบคุณครับ
12  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: นักรบสาวหัวใจมังกร ภาค ศึกเทพโครโนส สงครามแห่งกาแล็กซี่ทางช้างเผือก เมื่อ: 03, มิถุนายน 2011, 06:56:53 AM
  ฝากคุณก้องลบกระทู้ด้วยครับ  ขอบคุณครับ
13  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: ข้าคือ เจมินี่ ซากะ ผู้ยิ่งใหญ่ (ต่อ) เมื่อ: 03, มิถุนายน 2011, 06:56:09 AM
    ฝากคุณก้องลบกระทู้ด้วยครับ  ขอบคุณครับ
14  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: ตำนานสงครามศักดิ์สิทธิ์ เมื่อ: 03, มิถุนายน 2011, 06:54:48 AM
   ฝากคุณก้องลบกระทู้ด้วยครับ  ขอบคุณครับ
15  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: ตำนานสงครามศักดิ์สิทธิ์ ตอนที่13+ เมื่อ: 03, มิถุนายน 2011, 06:53:40 AM
  ฝากคุณก้องลบกระทู้ด้วยครับ  ขอบคุณครับ
หน้า: [1] 2 3 ... 31
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
Top 10 Best Sellers in Clothing for 2017 Top 10 Best Sellers in Clothing Best Sellers in Clothing
Top 10 Best Sellers in Books reviewer 2017 Top 10 Best Sellers in Books Best Sellers in Books
Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Reviewer 2017 Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Best Sellers In Grocery