STF Forum
27, พฤศจิกายน 2020, 03:40:20 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

  หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Shop เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 22
1  Administration Forum / Fan Fic & Fan Art / Re: FicArt [Shaka x Mu ] ของขวัญวันเกิดของชากะ (เพิ่งเคยวาดครั้งแรก >///<) เมื่อ: 10, พฤษภาคม 2011, 07:44:54 PM
กรี้ดดดดดดดดดดดดด!!น่รักสุดๆเลยค่าา ว่าแต่ทำไหมต้องเป็นตุ๊กตา....OTL~

วาดมาอีกเยอะนะคะ ^^ จะติดตามผลงาน(อย่างเงียบๆ)ค่าา ^^
2  Administration Forum / Fan Fic & Fan Art / Re: [Shot-Fic Room] ฝน ร่ม และโลกใบเล็กๆ [2] เมื่อ: 30, เมษายน 2011, 06:41:34 PM
Story: ฝน ร่ม และโลกใบเล็กๆ [2]
Paring : - -
Rate : PG
Writer:xclover4x

……………………………………………………………………………………………………………..



เรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไรกัน



...ฝนตก...



เหตุใดเรื่องราวจึงต้องเกิด



...หยดน้ำที่เย็นเฉียบ...



ทำไมถึงไม่เคยจับตัวคนร้านนั้นได้



...เสียงที่ดังทามกลางฟ้าที่มืดมัว...



และเมื่อไรเรื่องเล่าพวกนี้จึงจะจางหาย



...จงตกลงมา จงกว่าเจ้าจะพอใจซะเถอะ...



....



....ฝน....



ท้องฟ้าได้มืดสนิทแล้ว แต่งานของคณะกรรมการนักเรียนยังคงไม่จบ ชายหนุ่มยังคงนั่งหลังขดหลังแข็งอ่านเอกสารสำคัญต่างๆอย่างถี่ถ้วน ยิ่งช่วงนี้เป็นช่วงที่ชมรมต่างๆยื่นเรื่องของบประมาณในการทำกิจกรรมภายในชมรมแล้วด้วย เขาก็ยิ่งต้องรอบครอบมากกว่าเดิม การที่จะแบ่งงบให้แต่ละชมรมเท่าไรนั้น มันเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนอย่างมาก หากแบ่งด้วยอารมณ์จะทำให้ชมรมต่างๆไม่พอใจและเห็นคณะกรรมการเป็นพวกเลือกที่รักมักที่ชังอีก


“ซาง่าคิ้วแกชนกันละนะ”


ไอโอรอสนั่งจ้องเพื่อนรักของตนมาตลอดถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายกับปฏิกิริยาของคนตรงหน้า ที่ทำแต่หน้านิ่วคิ้วขมวดอ่านเอกสารที่วางกองอยู่ตรงหน้า เขาไม่เข้าใจเพื่อนคนนี้เลยจริงๆเอกสารแค่นี้ทำไมซาง่าถึงต้องทำหน้าเครียดซะขนาดนั้น


“จริงสิ..ช่วงนี้พวกเด็กปี1ลือกันให้แซดเรื่องผีหน้าประตูอ่ะ”


“ผีหน้าประตู?ไม่เห็นเคยได้ยิน”


ซาง่าละสายตาจากเอกสารในมือ มองหน้าเพื่อนซี้ที่กำลังยกขวดชาขึ้นดื่ม เขาแอบสนใจกับเรื่องเล่าที่ไม่เคยได้ยินนั้นเล็กน้อย


ใช่ว่าคนอย่างเขาไม่คิดจะสนใจเรื่องแบบนี้ ทั้งเรื่องภารโรงไร้หัว เสียงกรีดร้องในห้องวิทย์ หรือหัวปริศนาที่กลิ้งไปมาตรงทางเดิน เรื่องเล่าพวกนี้ต่างก็เป็นสิ่งลี้ลับภายในโรงเรียนที่ชวนให้นักเรียนชายหลายๆคนต่างก็อยากเข้ามาเพื่อพิสูจน์ คนที่เป็นถึงหัวหน้าคณะกรรมการนักเรียนเช่นเขาถ้าไม่รู้เรื่องราวต่างๆที่เกิดขึ้นภายในโรงเรียนชายแซงทัวรี่มีหวังได้ถูกคนอื่นๆตำหนิเป็นแน่


“เหมือนจะเล่ากันว่า...ครั้งหนึ่งเคยมีนักเรียนชายคนหนึ่งที่เป็นสมาชิกของชมรมฟันดาบและกำลังแอบหลงรักรุ่นพี่ที่เป็นคณะกรรมการนักเรียนอยู่ แล้ววันหนึ่งเขาคิดที่จะบอกความในใจกับรุ่นพี่คนนั้น เขายืนรอรุ่นพี่อยู่หน้าตึก7ตั้งแต่เลิกเรียน รอแล้วรอเล่า จากเย็นเป็นหัวค่ำ จากหัวค่ำเป็นดึก เขาก็ยืนรอรุ่นพี่อยู่ตรงนั้น ระหว่างที่รอ ฝนห่าใหญ่เหมือนวันนี้ก็สาดลงมา ถึงแม้ฝนจะตกลงมาเขาก็ไม่คิดย่อท้อยืนรอรุ่นพี่คนนั้นต่อไป แล้วในระหว่างรอนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังไล่มาจากด้านหลัง และยังมีเสียงอะไรหนักๆหล่นตุบลงพื้น พอหันกลับไปมองกับเห็นเพียงแสงสีเงินวิ่งผ่านไปอย่างรวดเร็ว และเห็นร่างของตนที่ยืนนิ่งอยู่ที่หน้าตึก7ห่างออกไปเรื่อยๆ พอรุ่งขึ้นพี่ชายของเขาก็แจ้งตำรวจว่าน้องชายของตนหายไป ตำรวจที่มาสอบถามเพื่อน กับบอกว่าน้องชายที่หายตัวไปของเขานั้นยังซ้อมอยู่ที่โรงเรียนก่อนที่จะแยกกันมา และในเช้าวันเดียวทางโรงเรียนก็ได้โทรไปหาตำรวจว่าได้พบกองเลือดกองหนึ่งและรอยเท้าที่เดินวนอยู่รอบๆบริเวณนั้นอย่างกับว่ามันกำลังหาอะไรบ่างอย่าง แล้วหลังจากนั้นวันไหนที่ฝนตกใครก็ตามที่คิดจะออกทางประตูหน้าของตึก7ก็จะพบเด็กผู้ชายไร้หัวที่มีดาบไม้ไผ่สะพายอยู่ที่บ่า ยื่นอยู่หน้าประตูพร้อมซองจดหมายสีขาว เมื่อคิดจะเดินผ่านเด็กผู้ชายคนนั้นเขาจะยื่นจดหมายในมือนั้นให้และหากเผลอรับไว้ละก็....บอกลาโลกนี้ได้เลยละ”


ซาง่าถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วเขาก็ก้มหน้าทำงานต่อ ไม่สนใจต่อสายตาอีกคู่หนึ่งที่กำลังจ้องหน้าเขาอยู่


“เดี๋ยวคงมีพวกอยากลองของมาลองกันอีกแน่”


“ชิ!!ทำไมท่าทางแกดูไม่กลัวเลยแฮะ”


ซาง่าเงยหน้าขึ้นสบตาไอโอรอส เขามองเจ้าเพื่อนตัวแสบด้วยสายตาที่เย้ยหยันพร้อมกับแสยะยิ้มมุมปาก ทำเอาไอโอรอสถึงกับขนลุกเมื่อได้สบตาเพื่อนของตน
 

...ประกายแสงเจิดจ้า...
...เสียงดังสนั่น...


...แล้ว...


“โหย..เล่นซะไฟดับเลยแฮะ งี้จะทำงานต่อยังไงเนี่ย”


ไอโอรอสหรี่ตามองไปรอบๆห้องที่มืดสนิท เขาพยายามทำสายตาให้ชิดกับความมืดที่จู้ๆก็เกิดขึ้นโดยไว


ห้องสีขาวที่มืดสนิท เสียงสายฝนที่สาดซัดได้ยินอย่างชัดเจน ประกายแสงที่สว่างเป็นรอบๆ และความหนาวเหน็บที่ค่อยๆเข้าปกคลุม ชายหนุ่มทั้งสองต่างนั่งเงียบ ท่ามกลางความมืดเช่นนี้พวกเขาคงทำอะไรไม่ได้มากนัก เพราะสายตาของมนุษย์นั้นไม่ว่าจะผ่านมากี่ปี กี่สมัย ต่างก็ไม่เคยชินกับมัน...


ไอโอรอสกวาดสายตามองไปรอบๆห้อง ตอนนี้สายตาของเขาก็ค่อยๆชินความความมืดนี้ขึ้นมาเล็กน้อย แม้จะไม่เห็นอะไรมากนัก แต่เขาก็เดาได้ว่าของสิ่งใดวางอยู่ที่ไหนเพราะความเคยชิน


ความหนาวเหน็บเข้ามาปกคลุมโดยสิ้นเชิง เสียงสายฝนยังคงไม่มีทางทีจะแผ่วลง แต่แสงบนฝากฟ้ากับไม่มีทีท่าจะปรากฏขึ้นมาอีก


และนัยน์ตาต้องเบิกกว้างอย่างตกใจ เมื่อสายตาของชายหนุ่มเหลือบเห็นมัน...



...




...




...แสงสีส้ม...




...




“ซาง่า..นี่แกพกเทียนมาโรงเรียนด้วยหรอ?”


ไอโอรอสเอ่ยถามเพื่อนของตนขณะที่กำลังพยายามตั้งเทียนเล่มใหญ่ลงบนโต๊ะ เขาทำหน้าเอือมระอากับเจ้าเพื่อนคนนี้จริงๆ ชอบพกของแปลกๆมาโรงเรียนบ่างละ ชอบตั้งกฎบ้าๆบ่างละ แถมยังตั้งกิจกรรมแปลกให้พวกนักเรียนเล่นอีก


..‘มิน่า.ทำไมน้องมันถึงขอย้ายโรงเรียนตอนกลางเทอม’..


“มันก็ต้องมีวันแบบนั้นบ่างล่ะน่า”


..‘วันแบบนั้น..มันวันแบบไหนของมันว่ะ?’..


ไอโอรอสถอนหายใจอีกครั้ง สองมือดันตัวลุกขึ้น เอื้อมมือหยิบกระเป๋าเป้สีดำที่เขาใช้ประจำขึ้นบ่า แล้วมองไปทางเพื่อนซี้ของตนอีกรอบ ก่อนจะชี้นิ้วไปยังเจ้าร่มคันเล็กสีน้ำเงิน


“ชั้นกลับก่อนละ แล้วก็ขอยืมนั้นด้วยละกัน”


“อืม..พรุ่งนี้รีบมาด้วยละ”


“จ้าๆพ่อประธานนักเรียน”


เสียงประตูถูกปิดลงเมื่อเพื่อนรักของตนเดินออกจากห้อง ภายในห้องตกอยู่ในความเงียบอีกครั้ง แต่หาได้อยู่ตกในความมืดโดยสิ้นเชิงไม่ เพราะยังมีแสงไฟเล็กๆสีส้มจากเทียนเล่มใหญ่ที่ตั้งอยู่ภายในห้อง ซาง่ายังคงก้มหน้าสะสางงานของตนต่อ แม้ไฟฟ้าภายในโรงเรียนและบริเวณรอบๆจะดับลง แต่ก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับเขา ตราบใดที่ยังมีแสงจากดวงไปดวงน้อยนี้ เขาก็ยังสามารถทำงานต่อได้อย่างไม่เป็นอุปสรรค


สายตาไล่มองตัวหนังสือทีละบรรทัดอย่างรอบคอบไม่ให้ตกหล่นแม้แต่พยางค์เดียว เสียงลมและสายฝนยังคงดังไม่ขาดสาย นาฬิกาเดินหน้าอย่างไม่มีวันเหน็ดเหนื่อย แรงสั่นเบาๆจากมือถือเครื่องสีดำหรูที่วางอยู่บนโต๊ะสั่นเรียกผู้เป็นนาย ซาง่าเอื้อมมือไปหยิบมันขึ้นมาดู นิ้วเรียวกดไล่ไปที่ข้อความถาดเข้า ก่อนที่จะเปิดข้อความนั้นอ่าน


ข้อความ ที่ไม่มีแม้แต่เบอร์หรือชื่อของคนส่ง





...





...‘กำลังจะหาของ เปิดประตูให้ที’...





ซาง่าว่างมือถือลงที่เดิม ในใจเขาคิดว่านี้ คงเป็นการเล่นตลกของใครบ่างคนที่อยากจะแกล้งเขาเป็นแน่ เช่น เจ้าเพื่อนตัวแสบ หรือ น้องชายเพียงคนเดียวของเขา


ในขณะที่สายตาละจากมือถือไม่ถึงเสี้ยววินาที ความหนาวเหน็บพัดผ่านหลังของเขาไปอย่างรวดเร็ว ราวกับว่ามีอะไรสักอย่างเดินผ่านหลังเขาไป เขาหันหลังกลับไปมองในทันที สิ่งที่ตาทั้งสองของเขาเห็นมีเพียงแต่เงาของตัวเขาเท่านั้น เจ้าตัวถอนหายใจอย่างโล่งอก ความรู้สึกเมื่อกี้ ‘คงคิดมากไปเอง’


ซาง่าหันหลับไปทำงานต่อ หางตาเหลือบมองเห็นอะไรบ่างอย่างนอกหน้าต่าง



...แสงสีส้มที่ลอยไปมา...



ร่างกายลุกขึ้นยืนจากเก้าอี้ที่ ตาทั้งสองไม่อาจละสายตาจากเจ้าแสงนั้นได้ มือควานหามือถือที่ว่างอยู่



...และเจ้าแสงสีส้มก็หายไป...



“ไม่จริง!!”





...คำหลอกลวง ที่เป็นจริง...




...




...และนั้น ก็คือเรื่องจริง...



สองขาก้าวลงบันไดอย่างช้าๆ ในความมืดเช่นนี้การที่เดินจากห้องคณะกรรมการนักเรียนมาจนถึงบันไดหน้าตึกโดยไม่ชนสิ่งใดนั้นคงเป็นเรื่องยาก หากไม่ใช่นักเรียนของที่นี้เช่นไอโอรอสแล้วละก็ คงต้องเดินวนในความมืดนานเลยทีเดียว หรือไม่ อาจจะไม่ได้.......


ไอโอรอสใช้มือถือส่องทาง แล้วเดินลงไปทีละก้าว ทีละก้าว จนถึงบันไดขั้นสุดท้าย เขาเงยหน้าขึ้นมองประตูหน้าตึกที่ในที่สุดเขาก็เดินมาถึง



...เงาสีดำ...



ร่มคันเล็กรวงหล่นจากมือสู่พื้นดังสนั่น เงาสีดำนั้นหันกลับมามอง และหันหลับไป



...ดาบไม้ไผ่...



...และกระดาษสีขาว...




นัยน์ตาเบิกกว้าง ก่อนที่จะหายไป......





...เป็นเพราะเจ้าใช่ไหม?...




...




..





...ฝน...





...





>>> TBC >>>



เน้นอีกครั้ง เรื่องนี้ใส่จริงๆนะคะ ขอโทษจริงๆนะคะที่มาต่อช้า หวังว่าคงยังไม่ลืมกันเนอะ ^^ นี้ก็สุดความสามารถละคะ T^T แบบว่ามันตันๆยังไงไม่รู้ ถ้าเป็นไปได้จะพยายามแต่งซีรี่ส์ ฝน ให้จบก่อนเปิดเทอมนะคะ เพราะอยากต่ออีก(หลาย)งานที่แต่งค้างไว้(เมื่อชาติที่แล้ว)  ยังไงก็ขอโทษอีกรอบนะคะ แล้วเจอกันตอนหน้าค่า..


ปล.ขอบคุณสำหรับคอมเม้นไว้ล่วงหน้านะคะ
ปล2.เดี่ยวตอบคำเม้นตอนหน้าละกันนะคะ ขอโทษด้วยจริงๆค่า ^^


3  Administration Forum / Meetings Members / เตาปฏิกรณ์คุงเค้าก็แค่ปวดท้อง ^^ เมื่อ: 17, มีนาคม 2011, 06:14:56 PM
ไปเจอมาในยูทูปคะ ^^




4  Administration Forum / Fan Fic & Fan Art / Re: [Shot-Fic Room] ฝน ร่ม และโลกใบเล็กๆ [1] เมื่อ: 09, มีนาคม 2011, 07:00:51 PM
Story: ฝน ร่ม และโลกใบเล็กๆ [1]
Paring : - -
Rate : PG
Writer:xclover4x

……………………………………………………………………………………………………………..


เสียงของเจ้านาฬิกาปลุกเรือนเล็กดังขึ้น ชูร่าเหลือบมองมันก่อนจะเอื้อมมือไปปิดเสียงของมันที่ยังคงส่งเสียงดังไม่หยุด เขาบิดขี้เกียจสองสามทีก่อนจะลุกขึ้นไปทำกิจวัตรประจำวันอย่างเช่นทุกวัน


สองขาก้าวลงจากเตียงด้วยอาการที่ยังงัวเงีย ขยี้ตาเล็กน้อย สะบัดหัวหน่อยๆให้อาการง่วงนี้จางหาย


เหตุใดเขาถึงต้องตื่นเช้าในวันอาทิตย์ที่สุดแสนขี้เกียจเช่นนี้กันนะ ถ้าไม่ใช่เพราะต้องไปซ้อมที่ชมรมเพื่อไปแข่งในการแข่งขันระดับจังหวัดที่กำลังจะจัดขึ้นเร็วๆนี้ ทั้งๆที่เขาเพิ่งอยู่แค่ปี 1 แท้ๆ แต่ด้วยฝีมือทางการฟันดาบหาใช่ฝีมือของเด็กปี 1 ถ้าให้พูดละก็คงมีฝีมือพอๆกับนักกีฬาโอลินปิกได้ล่ะมั้ง


“ถ้าไม่รีบไป เดี๋ยวได้สายกันพอดี”


พูดกับตัวเองเบาๆก่อนจะเดินตรงไปยังห้องน้ำ น้ำเย็นๆจากก๊อกน้ำปะทะโดนใบหน้าสองสามที ชูร่าเงยหน้าขึ้นมองตัวเองในกระจก นิ้วเรียวจับผมหน้าที่เปียกน้ำเล่นไปมา



..ถ้าลองตัดผมหน้าม้า..
..เจ้านั้น..
..จะหันมาสนใจไหมนะ..



ชูร่าสะบัดหัวไปมากับความคิดแปลกๆที่ผุดขึ้นมาในหัว ก่อนจะก้มหน้าก้มตากลับไปล้างหน้าของตนต่อ เหตุใดเขาถึงมีความคิดแปลกๆผุดขึ้นมากันนะ ถ้าไม่ใช่เพราะการยุยงของเจ้าเพื่อนหัวชี้ตัวแสบที่ให้ลองเปลี่ยนแปลงตัวเองดู เพื่อว่าเจ้านั้นจะหันมามองตนบ้าง..


‘นี่ลองใส่สีชมพูดูดีไหม?’

‘ไม่มีวัน’

‘งั้น.ลองติดกิ๊บรูปดอกไม้ดูดีไหม?’

‘ไม่เอาเด็ดขาด!!!!!!’

‘เฮ้อออ!!ถ้านายไม่ลองเปลี่ยนแปลงตัวเองดู แล้วเจ้านั้นจะหันมาสนใจเหรอ?’

‘..มะ..ไม่รู้..’

‘ลองเชื่อชั้นดิชูร่า..ถ้าวันนั้นนายทำตามที่ชั้นบอกนะ วันนั้นนายต้องน่ารักเป็นบ้าเลย! เดธมาสค์คนนี้แนะนำเองเชียวนา!’

‘อืม!ขอบใจ แต่ไม่ละ’


แค่นึกภาพตามที่เพื่อนตัวแสบบอกก็แทบขนลุก ยังไงเขาก็คงไม่เหมาะกับของแบบนั้นแน่ ที่เขาอยากให้เจ้านั้นหันมามองไม่ใช่ภายนอกเช่นนั้น แต่เขาอยากให้รุ่นพี่คนนั้นหันมามองเพราะฝีมือมากกว่า เขารู้ดีว่าถึงยังไงฝีมือดาบระดับเขาก็คงไม่มีทางเทียบเคียงรุ่นพี่ที่ได้ชื่อว่า อัจฉริยะ แห่งโรงเรียนชายล้วนแซงทัวรี่ได้


รุ่นพี่ที่เก่งไปซะหมดไม่ว่าจะเป็นการเรียน กีฬา หรือแม้กระทั้งงานเย็บปักถักร้อย เขาก็สามารถทำได้อย่างกับว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆ พื้นฐานนิสัยที่เป็นคนอัธยาศัยดีแทนที่จะมีคนอิจฉา เลยกลับกลายเป็นว่าชื่นชมและยกย่องในความสามารถ รวมทั้งตัวชูร่าเองที่ชื่นชมมากกว่าใคร


..อยากที่จะเก่งเช่นเขาคนนั้น..

..ไม่สิ..

..อยากที่จะเอาชนะมากกว่า..



..แล้วตั้งแต่เมื่อไรกันนะ..



..คำว่า..อยากชนะ..

..กลายเป็น..

..คำว่า..ชอบ..


มือเล็กเอื้อมไปหยิบดาบไม้ไผ่ที่วางอยู่ข้างตู้เสื้อผ้า สองตากวาดมองในภายห้องเพื่อให้แน่ใจว่าตนไม่ลืมสิ่งใดแล้ว ก่อนที่จะปิดประตูห้องแล้วเดินลงมาข้างล่าง ชูร่าแวะไปทักทายพี่ชายที่ยังคงง้วนอยู่กับการปั่นต้นฉบับให้ทันเส้นตายในห้องทำงานชั้นล่าง เขาวางกาแฟร้อนๆที่ชงไว้ข้างโต๊ะทำงาน ก่อนจะพูดด้วยเสียงเบาๆว่า ‘ผมไปแล้วนะครับ’ เพราะกลัวจะทำให้สมาธิของพี่ชายเสีย ผู้พี่พยักหน้ารับเบาๆเป็นเชิงรับรู้ ก่อนจะหยิบกาแฟร้อนขึ้นดื่ม


ชูร่าถอนหายใจเบาๆอย่างเอือมระอา เขารู้ดีว่าพี่ของตนเป็นคนเอาจริงเอาจังกับงานมาก แต่เขาก็อดห่วงไม่ได้ เล่นไม่หลับไม่นอนมา 2 คืนแบบนี้ แถมอาหารที่วางไว้ให้แถบจะไม่แตะ ถ้าอยู่ๆเป็นอะไรไประหว่างที่เขาไม่อยู่ใครจะเป็นคนมาช่วยดูแลละ เพราะยังงี้เขาถึงไม่อยากออกไปเที่ยวไหนไกลๆกับเพื่อนมากนัก


ชูร่าเดินออกมาจากห้องทำงาน สองขาก้าวตรงไปทางประตูบ้าน เขาหยิบร้องเท้าผ้าใบคู่เก่งออกจากตู้เก็บร้องเท้าก่อนจะก้มตัวลงสวมมัน ระหว่างที่เงยหน้าลุกขึ้นยืน สายตาของเขาก็ไปสะดุดอยู่กับร่มสีดำคันเล็กที่ว่าอยู่บนตู้เก็บร้องเท้า เขาจ้องมองมันสักพักก่อนจะละสายตาแล้วเดินจากมา


...อากาศดีแบบนี้ ฝนคงไม่ตกหรอกน่า...


และนั้นเป็นสิ่งที่เขาคิดผิด


...ใช่...

...ทำไมไม่หยิบมันมานะ...


ถ้าหากหยิบมันมาคงไม่ต้องติดแหงกอยู่ที่โรงเรียนเป็นชั่วโมงแบบนี้หรอก ท้องฟ้าเริ่มมืดลงเรื่อยๆ แสงสีส้มอ่อนของดวงอาทิตย์ถูกปดบังด้วยเมฆฝนสีดำทะมึน สายลมโปกพัดผ่านช่วงตึกจนเกินเสียงดังทามกลางความเงียบ ลมที่โหมกระหน่ำเข้าปะทะกับบานหน้าต่างจนเกิดเสียงดังกึกๆคล้ายเสียงของคนเดิน  สายฝนที่บ้าคลั่งก็ยังคงตกหนักไม่ขาดสายและยังไม่มีทีท่าว่าจะสงบลงเลยแม้แต่น้อย


หากจะให้ฝ่าฝนไปพร้อมเพื่อนตั้งแต่ตอนนั้นมันก็ได้อยู่ หากไม่ติดที่ว่าในกระเป๋าใบเล็กนี้มีเอกสารสำคัญของชมรมที่ต้องรักษาเท่าชีวิต เพราะในเอกสารนั้นมีใบเสร็จยอดค่าใช้จ่ายของเดือนนี้อยู่ด้วย ถ้าเกิดทำหายหรือทำเปียกละก็คงได้วุ่นไปทั้งชมรมแน่


ชูร่าควักโทรศัพท์มือถือสีดำออกมาดูเวลา นี่มันก็เกือบจะทุ่มแล้วแต่ฝนก็ยังคงไม่หยุดตก มีแต่จะทวีความรุนแรงมากขึ้น โรงเรียนในยามนี้คงเหลือเพียงเขาเท่านั้นล่ะมั้ง ไม่สิอาจจะมีพวกคณะกรรมการที่ยังทำงานอยู่ที่ห้องสภานักเรียน แล้วก็ยังคงมีภารโรงอยู่แน่


“บ้าจริง..ไม่น่าคิดถึงเรื่องที่เจ้าเพื่อนบ้านั้นเล่าให้ฟังเลย”


...เรื่องของภารโรงไร้หัว...


..ประกายแสงจ้า..
...เสียงดังสนั่น...
..และความมืดก็มาเยือน..


“เดี๋ยวอย่ามาไฟดับตอนนี้สิ”


ถึงแม้จะพูดออกมาเยี่ยงไร โรงเรียนแห่งนี้ก็ต้องตกอยู่ในความมืดอยู่ดี ชูร่ากวาดสายตามองไปรอบๆ ไม่ใช่แค่ในโรงเรียนเท่านั้น บริเวณบ้านเรือนโดยรอบก็ตกอยู่ในความมืดเช่นกัน คงเป็นเพราะฟ้าฝ่าเมื่อกี้จึงทำให้บริเวณนี้ไฟดับไปทั้งแถบ


“ไม่น่านั่งฟังมันเล่าจริงๆนั้นละ”



...มันก็แค่ เรื่องเล่าที่มีอยู่ตามโรงเรียน...
...ใช่ มันก็เป็นเรื่องเล่าที่เล่าต่อๆกันมา...



...แล้วใครเป็นคนเริ่มเล่ากันละ?...



‘นี่อโฟรดิตี้ แกเคยได้ยินเรื่องภารโรงไร้หัวป่ะ?’

‘ใช้ที่เป็นเรื่องเล่าในวันฝนตกนั้นป่ะ?’

‘หืม? เรื่องเล่าอะไรกัน’

‘เฮ้ยๆ..ชูร่าขนาดตี้มันยังรู้ แกนี้ทึ่มจริงๆว่ะ’

‘แกว่าไงนะ’

‘คืองี้ เดี่ยวชั้นเล่าให้ฟัง เรื่องนี้ชั้นฟังมาจากลูกพี่ต่ออีกทีนะ ลูกพี่บอกไว้ว่า....เมื่อตอนสร้างตึก7 ในคืนที่ฝนฟ้าโหมกระหน่ำ ภารโรงที่กำลังเดินปิดตึกอยู่นั้น ก็โดนแผ่นกระสีที่ถูกพัดมาจากไหนไม่รู้ตัดคอขาดนะสิ เขาเล่าว่า สภาพศพตอนนั้นสยดสยองมากเลยละ เหลือเพียงแต่ตัว ส่วนหัวหายไปไหนไม่มีใครรู้ มาเจออีกทีก็โดนหมาจรจัดแทะจนเละไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลยละ..’

‘ชูร่าไหวรึเปล่านั้น’

‘แกกลัวหรอ? อ่อนว่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า’

‘ใครกลัวว่ะ เดธมาสค์’

‘อ่อให้มันจริง..งั้นชั้นเล่าต่อนะเว้ย..เขาบอกว่าที่เจอหัวนะ เพราะว่าเช้าวันนั้นเจอเด็กถูกตัดคอตายในสภาพเดียวกันกับภารโรงอยู่นะสิ และหัวของเด็กคนนี้ก็หายไป หาเท่าไรๆก็ไม่เจอ แต่ที่เจอนะ หัวของภารโรงที่ตายตอนแรกนะ คาดกันว่าภารโรงที่ตายเป็นคนตัดหัวนักเรียนคนนั้นเพื่อมาต่อเป็นหัวของตัวเอง แล้วก็เกิดคดีแบบนี้ขึ้นอีก เหมือนกับว่าคนที่โดนตัดหัวกำลังหาหัวของเหยื่อรายต่อไป และเหยื่อก็หาเหยื่อรายต่อๆไปอ่ะ’


‘เอ๋..เดี่ยวนะ แต่ชั้นเคยได้ยินมาอีกแบบนะ .. ตอนที่กำลังจะสร้างตึก7 มีอาจารย์วิทย์คนหนึ่งที่เป็นอาจารย์ที่เก่งมาก จนอาจารย์หลายๆคนต่างก็ยอมรับ และที่สำคัญอาจารย์คนนั้นหน้าตาดีมากเลยนะสิ แต่อยู่มาวันหนึ่งอาจารย์คนนั้นก็โดนเพื่อนอาจารย์ที่อิจฉาความสามารถสาดน้ำกรดเข้าหน้าจนเละเลยละ อาจารย์คนนั้นพูดบ่อยๆระหว่างพักรักษาตัวว่า .. หน้า..หน้าของชั้น.. แล้วเขาก็หายไปจากโรงพยาบาล แล้วพอจากนั้นไม่นาน ในคืนที่ฝนตก ระหว่างที่ภารโรงกำลังเดินตรวจตราตึกอยู่ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าที่ดังมาจากด้านหลัง พร้อมกับได้ยินเสียงโลหะหล่นหนึ่งที พอภารโรงคนนั้นหันหลังกลับไปมอง ก็เห็นร่างของผู้ชายสวมเสื้อสีขาว ใบหน้าที่สยดสยอง กลิ่นที่เหม็นเน่าอย่างรุนแรง และ คำพูดสุดท้ายที่ได้ยินคือ ..หน้าของชั้น.. พอถึงตอนเช้าก็มีคนมาพบศพของภารโรงคนนั้น แต่หัวของภารโรงคนนั้นกลับหายไป หาเท่าไรเท่าไรก็ไม่พบ มาเจออีกทีก็ตอนเกิดคดีเหมือนกับภารโรงอ่ะ แล้วไม่นานตำรวจก็รวบตัวคนร้ายที่ฆ่าภารโรงคนนั้นได้ แล้วคนร้านคนนั้นก็คืออาจารย์ที่โดนน้ำกรดคนนั้นนั้นแหละ อาจารย์คนนั้นให้การณ์ว่าเหตุที่ตนตัดหัวภารโรงคนนั้นไปเพราะจะเอาใบหน้าของภารโรงคนนั้นไปเป็นหน้าของตัวเอง แล้วเขาก็ยังบอกอีกว่าเขาฆ่าแค่ภารโรงึนนั้นคนเดียวไม่ได้ฆ่านักเรียนที่ตายด้วย แล้วใครกันละที่เป็นคนฆ่านักเรียนคนนั้น? แต่มีคนอื่นๆเล่ากันว่าวิญญาณของภารโรงคนนั้นแค้นที่อยู่ๆก็โดนตัดหัวไป เลยไปตัดหัวของคนอื่นเพื่อเอามาเป็นของตน แล้วพอวันไหนที่ฝนตก เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง และเสียงโลหะหล่นกระทบพื้น1ครั้ง แสดงว่าภารโรงคนนั้นที่โดนแย่งหัวไปกำลังหาหัวอันใหม่มาเปลี่ยนนะสิ’


‘ก็แค่เรื่องเล่า!!! ชั้นไปห้องน้ำละ’

‘หิหิหิ!กลัวหรอชูร่าจัง ระวังไว้ดีๆเถอะแกยิ่งต้องอยู่ซ้อมจนเย็น’

‘ไร้สาระ’



...ใช่ไร้สาระ...
...เพราะจะยังไง เรื่องเล่ามักจะมีเค้าโครงความจริงเสมอ...


...ไม่เช่นนั้น...
...เรื่องเล่านั้นคงจะหายไป เพราะเมื่อเรื่องเล่านั้น...


...ไม่เป็นจริง...


...แต่เมื่อเรื่องเล่านั้น ไม่ได้จางหายละ?...



เสียงโลหะกระทบกันดังสนั่น ชูร่าสะดุ้งตัวโยง ตาเบิกกว้างด้วยความตกใจ หัวนึกถึงเรื่องเล่าที่สองเพื่อนซี้เคยเล่าให้ฟัง



...เหยื่อที่กำลังหาเหยื่อคนต่อไป...
..ภารโรงไร้หัวที่กำลังหาหัวเปลี่ยน...


เสียงฝีเท้าที่กำลังเดินไร้มาจากด้านหลัง พอเขาหันกลับไปมอง เสื่อนักเรียนสีขาวที่แสนคุ้นตา ใบหน้าที่ซ่อนอยู่ในความมืด และแสงสะท้อนของโลหะ



..ไม่ว่าเรื่องเล่าไหน..


ชูร่ารีบเบือนหน้ากลับ เขาพยายามขยับขาทั้งสอง แต่ทำไหมร่างกายมันไม่ยอมขยับตาม อย่างกับว่ามันกำลังถูกตรึงโดยอะไรบางอย่าง



...ก็ล้วนถูกเล่าต่อๆมา...



...


..



...ไม่จบสิ้น...






>>> TBC >>>


ไม่ได้แต่งซะนานเหมือนมันไม่ลื่นๆเหมือนแต่ก่อนอ่ะคะ หากภาษาที่ใช้แปลกๆก็ขออภัยด้วยนะคะ ^^ เรื่องนี้สาบานได้ว่า ใส่ คะ ตอนแรกกะแต่งเป็นตอนเดียว แต่ขอแบ่งลงดีกว่าเพราะเหมือนว่ามันจะยาว 555 (หยุดยาวนะ) แต่จะพยายามอัพให้เร็วที่สุดนะ
   
เรื่องนี้จริงๆไม่ได้จงใจจะแต่งหรอกคะ แค่อยากวอมก่อนลงสนามจริง(ฟิกอีก2เรื่องที่ค้างไว้ T^T)

ปล.ขอบคุณทุกคอมเม้นไว้ก่อนเลยนะคะ
ปล2.เนื่องจากฟิกฮาโลวีนมันเลยฮาโลวีน (ปีที่แล้ว) ละ เดี๋ยวพอถึงฮาโลวีน (ปีนี้) จะอัพต่อแน่คะ 555 (ดองกันข้ามปี)

5  Administration Forum / Fan Fic & Fan Art / Re: [Chapter 7]ปลาไหลป้ายแด๊งงงงงแดง (8-3-2011) เมื่อ: 09, มีนาคม 2011, 06:57:15 PM
นั่งอ่าน7ตอนรวดแทบลงแดงตาย ปวดท้องเลยอ้าา น้องมารับผิดชอบพี่เลยมา -3-

ยังไงชู่จังของแม่ก็น่ารัก ^^
6  Administration Forum / Fan Fic & Fan Art / Re: Short fic: Double Pisces จบ (8 Mar 11) เมื่อ: 09, มีนาคม 2011, 06:51:14 PM
อ้า~~!!! เพื่อเพื่อนแน่นะคะ ไม่มีอะไรแอบแฝงจริงๆนะ จริงๆๆๆๆ นะ 55  ตี้แก้ปราบพยศคนเก่งจริงๆ นับถือเลย

เรื่องนี้พี่มูนจบไม่ค้างแฮะ 55

แต่จิ้นต่อได้

แล้วจากนั้นน้องปูก็เดินผ่านมา แล้วๆๆๆๆก็ ^%%#%%* จากนั้นก็ *^^$%$*) แล้วเพลงก็ขึ้น อ้าาา เทอคือคน ^$#%$* ใช่ไหมละคะ 555

ปล.เหมือนจะทำให้เสื่อมซะละ
7  Administration Forum / Fan Fic & Fan Art / Re: Sin: บาป (21 feb 11) เมื่อ: 22, กุมภาพันธ์ 2011, 06:28:28 PM
อ้ากกก //กรี้ดร้องอย่างโหยหวน

บลัดดี้โรส!!! แกเท่ห์มากอ้าาาาาาาาาา!! ตี้แบบนี้สิแมน ^^

พี่คะ..จบค้างมากค่าา ตี้มันจะพาช่าไปไหนอ่ะ พาไปเร่ขายพวกมาลัยหรอ? หรือๆๆ ไปขายหนังสือพิมพ์ //กระโดดหลบร้องเท้า

ปล.ตี้ชั้นว่าแกน่าไปตัดแว่นสะนะ OTL

8  Administration Forum / Y-Saint Society / Re: อัพรูปคอสงาน TGS: 09/01/2011 ค่ะ เมื่อ: 10, มกราคม 2011, 08:37:59 PM
รุมง่า งานสนุกมากค่าา แม่วันเสาร์จะโหดไปหน่อยก็เถอะ T^T แต่วันอาทิตย์นี่ฮ่าได้ใจ ฮ่าจดปวดท้องเลยอ่ะคะ พี่ๆน้องๆ ก็เฮฮ่ามากเลย >//<

ขอบคุณนะคะสำหรับรูปค่า

ไว้คราวหน้ามาคอสกันอีกนะคะ ^^ คราวนี้ละ จะไประเบิดเกราะกลางเวทีแล้ว 555
9  Administration Forum / Y-Saint Society / Re: Happy Birthday to P linvathan เมื่อ: 11, ธันวาคม 2010, 10:33:28 AM
HBD!!! ค่าพี่วาน

ขอให้มีความสุข สุขภาพแข็งแรงนะค่าา ทำสิ่งใดก็ขอให้ประสบผลสำเร็จ ยิ่งตอนนี้ขอให้สำเร็จด่วนๆเลยเนอะ 55

แฮะแฮะ!!ขอขวัญขอแปะไว้ก่อนนะคะ ^^
10  Administration Forum / Club STF / Re: แจ้งข่าวสารความเคลื่อนไหวต่างๆ เกี่ยวกับการ์ตูน เมื่อ: 05, ธันวาคม 2010, 07:52:02 PM
เดือนนี้เจอstarry sky แฮะ เรื่องนี้เกมหนุนอนิเมชัวร์ - -
11  Administration Forum / Meetings Members / Re: นักร้องดังรายต่อไป อาจจะไม่ใช่คน เมื่อ: 14, พฤศจิกายน 2010, 08:27:50 PM
vocaloid กำลังจะครองโลกรึเนี้ย!!

ยกมือหงอยๆยอมรับว่าเป็นแฟน(คลับ) vocaloid เช่นกันคะ ยิ่งตอนนี้กำลังจะออกตัวใหม่อยู่ยิ่งบ้าเค้าไปใหญ่(ฮ่า) ปู่เสื่อนอนรอฟังเสียงpikoชนิดติดขอบเวทีเลยละคะ(แต่จริงแอบสนใจมาสค็อตมากว่าเสียงนะ - -)

vocaloid ส่วนใหญ่ก็ก็มาเสียงคนจริงๆนั้นละคะ อย่างpikoที่จะออกมาก็เช่นกัน นี้เป็นเสียงต้นแบบคะ(คนหัวดำนะคะ)

 กรุณาคลิกที่นี่ เพื่อแสดงข้อมูลที่ซ่อนอยู่

แต่ยังไงคนจริงกับโปรแกรมก็มีจุดต่างกันตรงเสียงลมหายใจเนอะ (แต่ไหงบ่างเพลงมันมีเสียงลมหายใจด้วยอ่ะ)
12  Administration Forum / Y-Saint Society / Re: Happy birthday to P'Mummy !!!!! XD เมื่อ: 08, พฤศจิกายน 2010, 09:07:08 AM
HBD!!ค่าพี่มิ้น แล้วเจ้าด้วยนะเจ้ามี่

ขอให้พี่มิ้นมีความสุขมากๆนะคะ เงินทองไหลมาเทมา^^

ปล.เจ้ามี่ขอให้แกเกรียนน้อยลง(ฮ่า)
13  Administration Forum / Fan Fic & Fan Art / Re: [Shot-Fic Room] Escape [part A] เมื่อ: 31, ตุลาคม 2010, 07:06:21 PM
Story : Escape

Paring : --

Rate : --

Note : ฟิกฮาโลวีนค่าหลังจากหายไปนาน ถ้าภาษาไม่เข้าทีก็ขออภัยมา ณ ที่นี้นะคะ ^^

Part : A

 

 

………………………………………………………………………………………………………………

 

 

 

“นี่พี่ฮะ...เราจะไปไหนหรอ”

 

 

เสียงเล็กๆของเด็กน้อยเอ่ยถามอย่างสงสัยเมื่อผู้เป็นพี่ไม่มีทางทีจะยอม บอกว่าจะพาตนไปแห่งใดขาน้อยๆก้าวตามผู้เป็นพี่อย่างเอาเป็นเอาตาย ระยะทางที่ก้าวมามันช่างไกลยิ่งนักสำหรับเด็กตัวเล็กๆแค่นี้ เนตรฟ้าใส่เหลือบมองทิวทัศน์ที่อยู่เบื้องหน้า เส้นทางที่ไม่เคยมา ต้นไม้ที่ไม่เคยเห็น ความมืดที่เริ่มเข้าปกคลุม และความเงียบจนหน้ากลัว

 

 

พวกผู้ใหญ่เคยบอกไว้ ป่าหลังแซงทัวรี่ สถานที่ที่ห้ามเข้าไปในยามวิกาล แต่บัดนี้มันคือสถานที่เดียวที่สามารถใช่หลบซ้อนตัวจาก ..... ผู้หา ....

 

 

“พะ..พี่ฮะ”

 

 

เสียงเล็กๆสั่นไหว นัยน์ตาเริ่มฉากแววหวั่นวิตก ไอโอรอสเหลือบมองไอโอเรีย สองขายังก้าวเดินไม่หยุด ไอโอรอสถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ แล้วยิ้มบางๆให้กับผู้เป็นน้องชาย มือหนาที่กุมมือเล็กนั้นชุ่มไม่ด้วยเหงื่อ เขารู้ดีว่าเขาเดินมาไกลขนาดไหนแต่จะให้หยุดพักก็คงไม่ได้ เมื่อผู้หากำลังใกล้เข้ามาอย่างไม่มีหยุด

 

 

... ใกล้จนเขารู้สึกได้ ...

 

 

ว่ากันว่า ปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติหรือพวกโฟโตไกสต์ (ปรากฏการณ์ที่วิญญาณขยับสิ่งของหรือส่งเสียง) ครึ่งหนึ่งเป็นฝีมือจากพวกมนุษย์ และอีกครึ่งหนึ่งเป็นฝีมือจาก..พวกนั้น..

 

 

“ไอโอเรียเด็กดี..พี่รู้ว่าน้องเหนื่อยแต่ช่วยอดทนอีกนิดเถอะนะ”

 

 

คำพูดที่อ่อนโยนของผู้เป็นพี่ทำให้ไอโอเรียสบายใจขึ้นเล็กหน่อย ไอโอรอสเบื้องหน้ากลับแววตาของชายหนุ่มกลับไปฉายแววเคร่งเครียดยิ่งกว่าเดิม เม็ดเหงื่อเม็ดเล็กผุดขึ้นบนหน้าอันหล่อเหล่า เสียงชิเบาๆดังขึ้นในลำคอ ใช่ว่าเขาอยากที่จะตกอยู่ในสภาพผู้ซ่อนเช่นนี้ ถ้าเขาไม่เข้าไปยุ่งกับเจ้านั้นตั้งแต่แรกก็คงจะดี

 

 

‘แค่ผ่านคืนนี้ไปได้...ทุกอย่างมันก็จบ’

 

 

ป่าหลังแซงทัวรี่แห่งนี้ ตอนนี้เขาเข้าใจดีแล้วว่าทำไมพวกผู้ใหญ่ถึงต้องห้ามเข้าไปยามวิกาล เส้นทางที่คดเคียวชวนหลง บรรดาต้นไม้ที่มองไปทางไหนก็เหมือนกันหมด ความมืดที่เข้าปกคลุมเร็วผิดปกติ อากาศที่เย็นลงจนหน้าใจหาย และที่หน้าแปลก เหตุใดป่าแห่งนี้ถึงได้เงียบนัก ไม่ว่าจะเป็นยามกลางวันหรือแม้แต่กลางคืนก็ไม่เคยมีผู้ใดพบเห็นสิ่งมีชีวิต ในป่าแห่งนี้เลยสักครั้ง

 

 

 

... อย่างกับว่าป่าแห่งนี้ ต้องคำสาป ...

 

 

 

เสียงแหวกหญ้าดังใกล้เข้ามาแทบจะประชิด ด้วยความเงียบของผืนป่าพวกเขาถึงได้ยินเสียงนั้นได้อย่างเด่นชัด ไอโอรอสพยายามสงบจิตสงบใจรวบรวมสติให้ได้มากที่สุด ไม่อยากทำให้น้องชายกลัวไปมากกว่านี้ ตอนนี้เจ้าตัวเล็กนี่ก็ยังคงสั่นไม่หยุดตั้งแต่เขาลากเข้ามาในป่า

 

 

“ไอโอเรีย ไม่ว่าน้องจะได้ยินอะไรก็ห้ามหันหลังกลับไปนะ”

 

 

เนตรสีเทาฟ้าสอดส่องหาเส้นทางที่สามารถหนีได้ การวิ่งทามกลางความมืดโดยปราศจากอุปกรณ์ส่องสว่างเช่นนี้มันไม่ใช่เรื่อง ง่ายเลย ถ้าไม่มีแสงจากเหล่าดวงดาราบนท้องนภากว้างเห็นทีพวกเขาจะต้องหยุดอยู่แค่ นั้น แล้วผู้หาก็จะพบตัว...

 

 

 

... แล้วเกมจะยุติงั้นหรือ ...

                                                                         

 

 

การเล่นซ่อนหา ก็ต้องมีทั้งผู้ซ่อน ที่ต้องซ่อนให้พ้นคนหา และก็ต้องมีคนหา ที่ต้องหาผู้ซ่อนให้พบแต่ถ้าผู้ซ่อนหรือคนหาหาใช่คนไม่

 

 

 

…..เกมนี้มันจะจบลงเช่นไร …..

 

 

..

.

 

 

...ผู้ซ่อนที่ถูกพบจะต้องหายไปงั้นหรือ …

... หรือคนหาที่หาไม่พบจะต้องเสียของบ่างอย่างไป ...

 

 

 

“เอ๋!!”

 

 

ไอโอรอสหรี่ตามองภาพตรงหน้า เงาปริศนาที่ห่างออกไปไม่ไกลนักทำทางเหมือนควักมือเรียกพวกเขาอยู่แม้จะมี แสงจากดวงดารา แต่มันก็ไม่เพียงพอที่จะส่องสว่างให้เขาสามารถมองเห็นเจ้าของเงานั้นเขารู้ เพียงแต่ว่านั้นคือเงาของมนุษย์

 

 

 

 

... แต่นั้น จะใช่เงาของมนุษย์งั้นหรอ ...

 

 

 

 

.............................................**TBC  Part B**..............................................


 

อย่างแรกก็ต้องขออภัยก่อนนะคะ เนื่องจากฟิกนี้มันเผามากกกกกก!!! แถมของลงก่อนครึ่งหนึ่งด้วยเพราะส่วนที่เหลือยังแต่ไม่เสร็จ(ก็มันตันอ่ะ) ยังไงก็ขออภัยมาอีกครั้งนะคะ ส่วน part B จะพยายามมาลงให้เร็วที่สุดคะ ^^

 

ปล.ขอบคุณพี่วานสำหรับชื่อเรื่องด้วยนะคะ
ปล2.ขอบคุณพี่มิ้น พี่มุก พี่มูน ที่ช่วยแนะนำเนื้อเรื่องคะ
14  Administration Forum / Fan Fic & Fan Art / Re: [Fic] Born to be...!! [Saga x Kanon] บทที่ 1 น.1 เมื่อ: 28, ตุลาคม 2010, 02:11:41 PM
ขอสารภาพด้วยใจว่าเพิ่งได้อ่านคะ

น่อนเอ๋ย!!

แกมอมเหล้าลูกฉานนนนนน!!!! เจอแค่นี้ยังน้อยไปๆๆๆ(ฮ่าๆๆ .//รังสีหวงลูกเข้าครอบงำ)

ขอให้แกเสร็จเจ้าง่าทั้งสองด้าน?

จะรอตามนะคะ สู้ๆ ^^

ปล.นึกภาพมันยัวพี่ไม่ออกแฮะ แต่ถ้ามันยัววอนทรีนี้พอนึกออก - -
15  Administration Forum / Fan Fic & Fan Art / Re: [Art Room ของรถคันน้อย] โด : ดอกไม้ให้คุณ (26-10-2010) เมื่อ: 27, ตุลาคม 2010, 09:29:22 AM
ดวกบัว!! 55555+ ถ้ามีธูป+เทียนนี้ครบเซ็ตเลยนะเนี้ย!!

//ปูเสื่อรอตอนต่อ
หน้า: [1] 2 3 ... 22
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
Top 10 Best Sellers in Clothing for 2017 Top 10 Best Sellers in Clothing Best Sellers in Clothing
Top 10 Best Sellers in Books reviewer 2017 Top 10 Best Sellers in Books Best Sellers in Books
Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Reviewer 2017 Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Best Sellers In Grocery