STF Forum
27, พฤศจิกายน 2020, 01:32:06 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

  หน้าแรก ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Shop เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
  แสดงกระทู้
หน้า: [1] 2 3 ... 8
1  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: [Fic]Gracier mon crevasse : Chapter 6 เมื่อ: 23, กรกฎาคม 2018, 10:44:23 AM
โอย หายไปนาน กลับมาเขียนต่อแล้วนะคะ ตอนนี้จุใจแน่นอน เพราะยามพอสมควร

*************************************************************
ตอนที่ 6 ราชินีปีศาจ

อาจจะเพราะสายสัมพันธ์แห่งโลหิตที่เชื่อมโยงทั้งสองเข้าไว้ด้วยกันก็เป็นได้ ที่ทำให้คามิวสามารถรับรู้ได้ว่าหญิงสาวมุ่งหน้าไปทางไหน แม้จะไม่ได้สัมผัสได้ด้วยคอสโม่ แต่บางอย่างก็บอกเขาว่าเธออยู่ที่ไหน ทิศทางที่เธอมุ่งไป ตอนนี้ชายหนุ่มมัวแต่กังวล จนไม่รู้ว่าตัวเองมุ่งหน้าไปทางไหน และไม่รู้ว่าตัวเองวิ่งมานานแค่ไหนแล้ว แต่จู่ๆเขาก็รู้สึกเสียวสันหลังวูบขึ้นมา ดั่งพรายกระซิบ เขารู้ได้ทันทีว่ากราเซียกำลังเจออันตรายบางอย่าง

แต่ตั้งแต่ที่รู้จักกันมาและเดินทางมาด้วยกัน เธอไม่น่าจะโดนจัดการได้ง่ายๆ แต่อะไรกันล่ะที่จะสามารถเล่นงานเธอได้ อะไรที่ทำร้ายเธอได้...

รู้ตัวอีกทีชายหนุ่มก็กลับมาที่เส้นทางเดิมที่พวกเขาผ่านมา ท่ามกลางทุ่งหญ้าและหุบเขาที่ล้อมรอบอยู่ อากาศเริ่มกลับมาเย็นลงอีกครั้ง ในที่ๆกว้างใหญ่เช่นนี้ เขายังมองไม่เห็นเธอ แต่สัมผัสได้ว่าเธออยู่ไม่ไกลจากนี้นัก
ทันใดนั้นเอง เสียงคำรามที่แสนคุ้นเคยก็ดังมาจากที่ราบริมแม่น้ำ เสียงคำรามที่ไม่เหมือนกับสิ่งมีชีวิตใดที่เขาเคยพบมา และเขายังได้ยินเสียงผู้คนจำนวนหนึ่งอีกด้วย คามิวไม่รอช้า เขารีบตรงไปตามที่มาของเสียงทันที

สิ่งที่เขาพบคือราชสีห์เผือกที่กางปีกราวกับพยายามจะทำให้ร่างที่ใหญ่มหึมาอยู่แล้วยิ่งใหญ่ขึ้นกว่าเดิม หางแมงป่องท่อนมหึมาฟาดอย่างแรงจนน้ำในแม่น้ำแตกกระเซ็น เธอถูกล้อมเอาไว้ด้วยคนกลุ่มหนึ่งที่อาวุธครบมือ คามิวแปลกใจที่ตามปกติแล้ว เรี่ยวแรงของกราเซียนั้นไม่แพ้โกลด์เซนต์เลย แต่ทำไมเธอถึงกลับถูกคนเหล่านั้นต้อนจนค่อยๆก้าวถอยหลังมาเรื่อยๆ แต่แล้ว คามิวก็สังเกตุเห็นตัวอักษรและยันต์จำนวนหนึ่งที่ติดและสลักอยู่ตามอาวุธเหล่านั้น ทันใดนั้นเอง เชือกจำนวนมากถูกโยนคล้องคอของสัตว์ร้าย ทันทีที่มันสัมผัสถูกผิว เส้นเชือกก็ส่องแสงสีแดงและเร่าเผาไหม้ผิวหนังของหล่อนจนส่งควันขโมงพร้องกับเสียงฉ่าราวกับถูกแผ่นเหล็กร้อนแนบ ราชสีห์สาวกรีดร้องดังลั่นพร้อมๆกับที่คามิวถึงกับสะดุ้งเฮือก
ชายหนุ่มตรงเข้าไปใช้หมัดความเร็วแสงตัดเส้นเชือกเหล่านั้นออก และตรงเข้าขวางพวกเขา ท่ามกลางความตกใจของนักล่า ส่วนราชสีห์สาวถอยหลังและย่อตัวลงเหมือนกับหมดเรี่ยวแรง

“รู้ตัวมั้ยว่าทำอะไรลงไป!”คนที่ดูท่าทางจะเป็นหัวหน้ากลุ่มนักล่าตะโกนใส่คามิว

“รู้สิ พวกคุณต่างหาก รู้มั้ยว่าทำอะไรอยู่”คนถูกถามยิงคำถามกลับทันที เพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนเหล่านี้ถึงตามล่ากราเซีย

“แกไปช่วยนังปีศาจนั่นมันทำไม! พวกข้ามาตามล่ามัน เพราะมันหนีออกมาจากหุบเขาอาดูรนั่นแหละ!”

“ปีศาจงั้นหรอ?”คามิวได้ฟังแล้วถึงกับคิ้วกระตุก

“ใช่! แค่เห็นยังไม่รู้อีกหรอ? นังนั่นน่ะ มันเป็นปีศาจร้ายในหุบเขาอาดูรที่ทำลายเมืองทั้งเมืองมาแล้วในอดีต พวกเรามีหน้าที่เฝ้าดู คอยกันไม่ให้มันหนีออกมาสร้างความเดือดร้อนกับใครอีก”

“ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยได้ไหม?”เซนต์หนุ่มพยายามปรามกลุ่มคนที่บ้าคลั่งนี้ให้ใจเย็นลง เขาเองก็อยากจะรู้เหมือนกัน ว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะตำนานเรื่องชาวไคมีเรียนที่เขาได้ยินมามันช่างน้อยนิดนัก

“นี่ไม่รู้อะไรเลยจริงๆสินะ...ก็ได้...หลายร้อยปีก่อน ในหุบเขานี้เคยมีเมืองเก่าแก่อยู่เมืองหนึ่ง มีราชาปกครองอยู่ แต่ราชินีของเมืองนั้นเป็นปีศาจจำแลงมา มันหลอกลวง ทำพันธะสัญญากลืนกินชีวิตของราชาเพื่อให้คงความงดงามและความสาวอยู่เสมอ และยังทำลายเมืองแห่งนั้นราบเป็นหน้ากลองด้วย! กว่าบรรพบุรุษของเราจะจับมันขังไว้ในหุบเขาอาดูรได้ก็สูญเสียกันไปมากมาย ตอนนี้มันหนีออกมาได้ เราจะปล่อยให้มีเมืองไหนต้องล่มสลายเพราะมันอีกไม่ได้!”

คามิวเลิกคิ้วก่อนหันไปมองราชสีห์ร่างยักษ์ ที่กลับคืนเป็นหญิงสาวที่เค้าคุ้นตาตามเดิม แต่ครั้งนี้เธอกลับหลบตาเขา

“เอาล่ะ...นายจะเป็นใครก็ช่าง แต่ช่วยหลบไป...”

ยังไม่ทันจบประโยค แทนที่คามิวจะหลบไป เขากลับเดินเข้ามาเผชิญหน้ากับหัวหน้านักล่าผู้นั้นที่มีสีหน้าประหลาดใจระคนไม่พอใจ ก่อนที่คามิวจะถกคอเสื้อของตัวเองลง เผยให้เห็นสัญลักษณ์ที่ทำให้คนเลห่านั้นตกตะลึง

“ชั้นเป็นคู่พันธะคนปัจจุบันของเธอ และตั้งแต่อยู่กันมาเธอก็เชื่อฟังทุกอย่างที่ชั้นบอกและไม่เคยขัดคำสั่งอะไร และชั้นเชื่อว่าเธอไม่ไปทำให้ใครเดือดร้อนแน่นอน”

คำตอบของเขาทำให้กลุ่มนักล่าถึงกับชะงักงันไปชั่วขณะ และมีท่าทีไม่ยอมถอยง่ายๆ

“ถ้าพวกคุณรู้จักกับตำนานโบราณอย่างเผ่าไคมีเรียน คงเคยได้ยินเรื่องของ”นักรบแห่งเทพีอาเธน่า”กันบ้างใช่มั้ย?”คามิวพูดพร้อมกับค่อยๆก้าวตรงไปยังกลุ่มนักล่าอย่างช้าๆ พลันอากาศรอบๆก็เย็นยะเยือกขึ้นมาราวกับฤดูหน้ามาเยือน พวกเขาพากันถอยกรูดหลังจากสัมผัสได้ถึงแรงกดดันมหาศาลจากร่างตรงหน้า แม้พวกเขาจะมีเครื่องมือที่ใช้ได้ผลกับเผ่าไคมีเรียน แต่ต่อหน้าเซนต์อย่างคามิวแล้ว มันก็ไม่ต่างกับไม้จิ้มฟัน

“ชิ...แล้วแกจะเสียใจที่เอานังนั่นไว้ข้างตัว...สักวันหายนะจะมาหาแกแน่นอน”หัวหน้ากลุ่มนักล่าแค่นเสียงใส่อย่างหัวเสียก่อนจะพากันถอยจากไป คามิวถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาก็ไม่อยากจะสู้กับคนธรรมดาเท่าไหร่ แต่จะปล่อยให้คนเหล่านั้นทำอะไรกราเซียมากไปกว่านี้ก็ไม่ได้ด้วย

“ไม่เป็นไรนะ?”เซนต์หนุ่มหันมาหาหญิงสาวที่ยังนั่งอยู่บนพื้นด้วยท่าทางหมดเรี่ยวแรง แต่พอเขายื่นมือเข้าไปหา เธอกลับถอยห่างและไม่ยอมมองหน้าเขา

“กราเซีย...ไม่เป็นไรนะ?”เขาถามอีกครั้ง ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลขึ้นมาอีกนิด หญิงสาวยังไม่มองหน้า และยังไม่ตอบเขา แต่เธอพยักหน้าให้น้อยๆ

ชายหนุ่มเห้นร่องรอยของเชือกที่ไหม้และบาดลงในผิวของเธอทั้งรอบคอและข้อมือ

“ลุกไหวมั้ย?” เธอยังไม่ตอบอะไร แต่พยายามยัตัวลุกขึ้น แม้เขาจะส่งมือให้แต่เธอก็ยังยืนกรานจะยืนให้ได้ด้วยตัวเอง แต่เห็นขาสั่นๆแบบนั้นก็รู้แล้วว่าไม่ไหวหรอก พอเธอทำท่าจะล้ม ชายหนุ่มก็ตรงเข้าไปประคองเธอทันที
เธอไม่ได้มีท่าทีต่อต้าน แต่ดูลังเลและสับสนมากกว่า เขาจึงเลือกที่จะไม่ถามอะไรมากไปกว่านี้



หลังจากกลับมาที่ถึงที่พักก็ใกล้เช้าแล้ว คามิวขอดูร่องรอยที่คอและข้อมือของเธอ หญิงสาวก็ยอมให้เขาแตะต้องร่างกายแต่โดยดี และมีท่าทีสงบเสงี่ยมลงอีกพอควรเลย จริงๆจะพันผ้าพันแผลไว้ก็ได้ แต่ตำแหน่งของมันค่อนข้างน่าสงสัย คามิวเลยถกคอเสื้อลงอีกครั้ง

“ถ้าได้เลือดของชั้นแล้ว จะดีขึ้นมั้ย?”

เธอมองท่าทางของชายหนุ่มก่อนพยักหน้าน้อยๆ แต่แทนที่จะดื่มเลือดจากลำคอของเขาเหมือนที่เคยทำ เธอกลับประคองมือเขาขึ้นมาแล้วขบเบาๆที่ข้อมือของเขาแทน ชายหนุ่มปล่อยให้เธอละเลียดเลือดของตนจากบาดแผล พลางมองรอยแผลของเธอค่อยๆหายไป

พอรอยเชือกบนผิวของหล่อนหายสนิทแล้ว เธอก็หยิบผ้าขนหนูมากดห้ามเลือดให้ที่ข้อมือของชายหนุ่ม ก่อนที่เธอจะพูดขึ้นทำลายความเงียบ

“ไม่คิดจะถามอะไรชั้นเลยหรอ...”

คนถูกถามถอนหายใจน้อยๆ

“ก็ดูท่าทางเธอไม่อยากจะเล่า...”ชายหนุ่มจัดการกับแผลที่ข้อมือตัวเองต่อ

“แล้ว...เชื่อที่พวกนั้นพูดมั้ย?”สายตาของเธอดูหวั่นไหวมากขึ้น ราวกับเด็กที่ทำอะไรผิดแล้วกลัวว่าจะถูกผู้ใหญ่คาดคั้นเอายังไงยังงั้น ชายหนุ่มเห็นก็อดรู้สึกอ่อนใจไม่ได้ ยกมือขึ้นลูบเรือนผมสีอ่อนของเธอเบาๆ

“ชั้นก็ไม่อยากจะฟังความข้างเดียว...อีกอย่าง คนพวกนั้นไม่ได้รู้จักตัวของเธอเลย มีแต่ฟังเรื่องของเธอมาจากคนเก่าคนแก่อีกที ที่น่าจะใส่สีตีไข่ลงไปอีกเยอะ...เลยอยากให้เธอเล่าเรื่องของเธอบ้าง...แต่ถ้ายังไม่สะดวกใจก็ไม่เป็นไร” เขาถอดเสื้อตัวนอกออกพาดไว้ที่เก้าอี้แล้วทิ้งตัวลงนอน “ยังไงก็ใกล้เช้าแล้ว มีเวลานอนได้อีกสักหน่อย เรายังต้องเดินทางกันอีก พักผ่อนซะนะ”

หญิงสาวไม่ตอบอะไร แต่เขารู้สึกได้ถึงเตียงที่ยวบลงเล็กน้อยเมื่อหญิงสาวทิ้งตัวลงข้างๆเขา แต่ที่น่าแปลกคือ ทั้งๆที่ปกติพวกเขาจะนอนหันหลังให้กันและเว้นระยะห่างพอสมควร แต่ครั้งนี้เธอกลับขยับตัวเข้ามาใกล้ และเขารู้สึกได้ ว่าเธอเอาหน้าผากของเธอแนบไว้กับแผ่นหลังของเธอเบาๆ

“คืนนี้...อยู่แบบนี้ได้ไหม...”เธอกล่าวด้วยเสียงเบาๆเหมือนไม่ค่อยกล้าพูดเท่าไหร่

“อือฮึ”ชายหนุ่มตอบพลางอมยิ้มที่เห็นหล่อนว่าง่ายขึ้นพอสมควร แบบนี้คงลดปัญหาในภายหน้าไปได้บ้างแล้วล่ะ

ก่อนที่เขาจะหลับตาลง แต่ไม่ได้คิดว่าฝันที่เขาตะได้เห็นในคืนนั้นจะเป็นคำตอบที่เธอเลือกที่จะแสดงให้เขาดูเลยต่างหาก



ในความฝันที่เลือนลาง ภาพเมืองขนาดใหญ่ที่อยู่ไม่ห่างจากหุบเขาที่แสนคุ้นตา รอบๆเมืองนั้นมีกองทัพของเมืองข้างเคียงกำลังเข้ารบโหมประจัญ เขาเห็นราชากำลังทำสีหน้าตึงเครียดอยู่ในห้องบรรทม เขาได้กุมมือหญิงสาวคนหนึ่งไว้และอ้อนวอนเธอ หญิงสาวที่มีเรือนผมสีเงิน และใบหน้าที่เขาคุ้นเคยยิ่งนัก หากแต่สิ่งที่ต่างไปคือรอยยิ้ม รอยยิ้มทีงดงามราวกับเทพธิดา ยิ้มที่เขาไม่เคยเห็นจากใบหน้าของกราเซียมาก่อน เธอก้มลงสวมกอดเขา และดื่มเลือดของเขา ก่อนที่หญิงสาวจะกลายร่างเป็นราชสีห์เผือกขนาดมหึมา บินเข้าทำลายกองทัพข้าศึกอย่างเกรี้ยวกราด

ในเวลาไม่ทันข้ามวัน ทัพข้าศึกก็ถอยร่นไป มีแต่หญิงสาวที่ร่างกายโชกเลือด และมีบาดแผลทั่วทั้งตัว เดินกลับเข้ามาในเมืองเท่านั้น แต่แทนที่จะมีเสียงโห่ร้องยินดี ต่อชัยชนะที่เธอนำมาให้ กลับมีแต่คนหวาดกลัว
เธอพยายามแสดงรอยยิ้มให้กับราชา ชายอันเป็นที่รัก เขาสวมกอดร่างที่เต็มไปด้วยบาดแผลของเธอ แต่ด้วยสีหน้าเหมือนจำยอม

เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมันลุกลามใหญ่โต นอกจากจะมอบหน้าที่ปกป้องบ้านเมืองจากข้าศึกทั้งหมดให้กับหญิงสาวแล้ว ราชายังสั่งให้เธอเป็นฝ่ายรุกรานเมืองอื่นในการทำสงครามตีอาณาจักรอีกด้วย
เขาไม่เคยเห็นเธอบ่นหรือโอดครวญเลยแม้แต่ครั้งเดียว สิ่งที่เธอทำคือยิ้มให้กับชายอันเป็นที่รัก และหวังว่าเขาจะรักเธอตอบ จู่ๆคามิวก็รู้สึกเจ็บแปล้บในทรวงอกขึ้นมา และนัยตาร้อนผ่าวยามที่เขาเห็นว่าระหว่างที่หญิงสาวออกไปต่อสู้กับข้าศึก ราชากลับเสวยสุขกับสตรีอีกจำนวนไม่น้อย

และนับวันผู้คนยิ่งหวาดกลัว”ราชินี” ของตนมากยิ่งขึ้น

ราชินี”ปีศาจ” ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจปกป้องบ้านเมือง ประชาชน และทำทุกอย่างตามที่ชายที่เธอรักร้องขอ เพียงแค่แลกกับอายุขัยครึ่งหนึ่งของเขา

และแล้ว คามิวก็ได้เห็นช่วงเวลาที่ใกล้จะเป็นวาระสุดท้ายของราชา เขาเริ่มป่วย และร่างกายของเขาเริ่มทรุดโทรม จนคามิวอดคิดไม่ได้ว่า เวลาของตนเอง ก้จะเป็นแบบนี้ด้วยหรือเปล่า
แต่ในห้องบรรทมของราชาที่กำลังประชวล เหล่าขุนนางและคนสนิทของราชาต่างรายล้อมที่เตียง และสิ่งที่เขารับรู้ได้ทันทีคือ ราชาและคนเหล่านั้น หาทางกำจัดราชินีของตนเอง เพื่อที่จะทวง”อายุขัย” ที่โดนเธอนำไปกลับมา

และแล้ว การตามล่าก็มาถึง อาวุธและอุปกรณ์ที่แสนคุ้นตา เหมือนกับอาวุธที่กลุ่มนักล่าเหล่านั้นใช้ ต่างอยู่ในมือของคนกลุ่มใหญ่ที่เข้าล้อมห้องบรรทมของราชินีที่ไม่รู้อะไรทั้งสิ้น เธอถูกรุมทำร้าย แต่เธอกลับไม่ตอบโต้ เธอพยายามวิ่งหนีไปหาราชาอันเป็นที่รักของเธอ แต่เขากลับปิดประตูใส่เธออย่างไร้เยื่อใย และคำที่คามิวได้ยินเต็มสองรูหูก็คือ...

“อย่ามาแตะตัวข้านะ นังแม่มด เอาชีวิตของข้าคืนมา”

สิ้นคำ น้ำตาก็ไหลพรั่งพรูออกมาจากนัยน์ตาสีอำพันของหล่อน ก่อนที่เสียงกรีดร้องอันน่าเวทนาจะดังขึ้นจนก้องไปทั้งปราสาท หล่อนคืนร่างเป็นสัตว์ร้ายและเข้าต่อสู้กับคนเหล่านั้น และในตอนนั้นเอง ที่คามิวเห็นชายคนหนึ่งพุ่งหอกใส่เธอ มันปักเข้ากลางอกของหล่อน สัตว์ร้ายคำรามลั่น พร้อมๆกับความเจ็บปวดที่แล่นริ้วขึ้นมา คามิวเองก็สัมผัสได้

และตอนนั้นเองที่ชายหนุ่มสะดุ้งตื่น เขารู้ตัวเลยว่าแม้อากาศที่นี่จะเย็น แต่มือและหน้าปากของเขาชื้นไปด้วยเหงื่อ คามิวหันไปที่ด้านหลังของเขา หญิงสาวยังนอนหลับอยู่ แต่มือของเธอกุมชายเสื้อของเขาเอาไว้ และเขาทันได้เห็นหยดน้ำใสๆที่หางตาของเธอ

เซนต์หนุ่มมองใบหน้าของเธอและหวนคิดถึงรอยยิ้มอ่อนหวานของหญิงสาวในความฝัน เขาใช้ปลายนิ้วเช็ดคราบน้ำตา และปัดปอยผมที่ปรกใบหน้าของเธอออกอย่างนุ่มนวล

เธอไม่จำเป็นต้องพูดอะไรอีก เพราะเขาได้เห็นมันจนหมดสิ้นทุกอย่างแล้ว

สาเหตุที่หล่อนชิงชังรังเกียจมนุษย์ ก็เพราะหล่อนเคยรักมนุษย์มาก

ที่เธอไม่ยอมเปิดใจให้เขา เพราะจิตใจของเธอโดนทำร้ายมาก่อนอย่างรุนแรง

และที่เธอไม่ยอมเล่าอะไรให้เขาฟัง เพราะเธอก็คงไม่อยากจะนึกถึงมันด้วยเช่นกัน

อันที่จริงแล้ว จุดยืนของเขาและเธอไม่ได้ต่างกันเลย ทั้งเขาและกราเซียต่างก็ใช้พลังที่ตนเองมี ต่อสู้เพื่อปกป้องสิ่งที่ตนรัก ยอมแลกชีวิต สละเลือดเนื้อ เพื่อปกป้องสิ่งสำคัญของตน คามิวนั้นเป็นโกลด์เซนต์ ต่อให้มีพลังมหาศาลเกินมนุษย์เพียงใด ก็ยังได้รับการยอมรับในกลุ่มเซนต์ แต่กราเซียไม่มีใครเลย เธออยู่ท่ามกลางมนุษย์ที่หวาดกลัวและรังเกียจเธอ แต่เธอก็ยังปกป้องพวกเขาอย่างสุดความสามารถ


มันช่างไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย
2  Administration Forum / Meetings Members / Re: www.saintseiyathaifanclub.com ครบรอบ 12 ปี เเล้ว อวยพรกันครับ^ ^ เมื่อ: 23, กรกฎาคม 2018, 06:28:38 AM
อื้อหือ ไม่น่าเชื่อว่าจะครบ 12 ปีแล้ว
แสดงความยินดีด้วยนะคะ แล้วก็ขอส่งพลังคอสโม่ไปให้พี่ก้องและทีมงาน บอร์ดนี้จะได้อยู่ต่อไป!
3  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: แนะนำตัว เมื่อ: 23, กรกฎาคม 2018, 06:18:55 AM
สวัสดีจ้า นามินะคะ เราก็ชอบเขียนฟิกกับวาดรูปเหมือนกัน//นี่ก็ดูเซนต์เซย่ามาตัง้แต่อายุ 1X จนตอนนี้ 2X แย้ว ฟฟฟ ยังไงก็ฝากตัวด้วยน้าา
4  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: Double Trouble,Double Lovely ปั่นป่วนหัวใจยกกำลังสอง!(Gemini X ออริ) ตอนที่1 เมื่อ: 23, กรกฎาคม 2018, 06:14:37 AM
โอ๊ะๆ ดีเลย เราก็ชอบนะคะ โกลด์เซนต์กับสาวๆ(ส่วนตัวอ่านได้ทั้งวายทั้งนอร์มอล) //จริงๆเราก็แต่งแนวนี้อยู่เรื่องนึงเหมือนกัน
แต่เห้นด้วยเลยยย อาจารย์ทำร้ายหนุ่มๆมากอะะ ทำร้ายแฟนๆด้วย ฮือออออออ // ชูป้ายไฟแม่ยกโกลด์เซนต์
ทำไมอ่านละวงวารสองแฝด ฟฟฟฟฟฟฟฟฟ

จะรอติดตามชมน้าา
5  Saint Seiya World Section / Anime & Manga Saint Seiya / Re: โปรเจ็คใหม่ Saint Seiya ฉบับรีเมคมาแล้ววว!!! เมื่อ: 23, กรกฎาคม 2018, 06:11:30 AM
คุณพระ เอาจริงดิ 12 ตอนจบกับเนื้อหาปานนั้น// แต่ก็คิดว่าน่าจะเข้มข้นดีนะคะ อาจจะมาคล้ายๆหนังโรง//นั่นจบศึกสิบสองปราสาทในเวลาชั่วโมงกว่าๆ ฟฟฟ
6  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: Saint's Legend : The Golden Rebillion Chapter 6 เมื่อ: 23, กรกฎาคม 2018, 06:05:30 AM
ไม่ได้มาเขียนต่อเป็นปีเลย ฮรอล // แต่เห็นยังมีคนตามอยู่ ก็เลยกลับมาเขียนต่อหน่อยน่ะค่ะ
ก็ขอบคุณจริงๆนะคะที่ยังติดตามและเป้นกำลังใจให้อยู๋ตลอด

**************************************

ทันทีที่ชื่อของเด็กหนุ่มทั้งสองถูกประกาศขึ้นเสียงจากเหล่าเด็กฝึกหัดและเซนต์ที่อยู่รอบลานประลองก็ดังเซ็งแซ่ เพราะรอบนี้แทบจะเป็นคู่ที่ทุกคนรนรอคอย เพราะต่างฝ่ายต่างก็เป็นศิษย์ที่ได้รับการฝึกฝนโดยตรงจากโกลด์เซนต์ เซนต์ที่แข็งแกร่งที่สุดในแซงชัวรี่ทั้งคู่ ซ้ำวิชาของทั้งสองก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง
 
“คามิว เจ้าคิดว่าเฮียวงะจะชนะมั้ย?” มิโร่มองเด็กหนุ่มผมทองอย่างกังวล เจ้านั่นเป็นพวกที่มีสัญชาติญาณการเรียนรู้เป็นเลิศ และยังหัวไว แต่คนถูกถามกลับมีสีหน้าเรียบเฉย ดวงตาสีน้ำเงินยังคงจ้องไปยังศิษย์ของตนไม่วางตา

“ข้าคิดว่าไม่หรอก...”

“นี่เจ้าไม่คิดจะเชียร์ศิษย์ตัวเองหรือไง?”มิโร่มองคำตอบแสนเย็นชาของอีกฝ่ายด้วยสีหน้าแหยๆ “ข้าว่าเจ้าไม่ใช่พวกอวยศิษย์ แต่ช่วยมีความหวังกับศิษย์เจ้าหน่อยสิ อย่างน้อยเจ้านั่นก็ไม่เคยแพ้ในการประลองมาก่อนเลยนะ”

“ก็เพราะไม่เคยแพ้นั่นแหละ...การพ่ายแพ้ครั้งนี้จะเป็นบทเรียนที่สำคัญให้กับเด็กคนนั้น”

หลังจากเปลี่ยนสถานะจากผู้ปกครองเป็นศิษย์อาจารย์กัน คามิวก็เย็นชากับเฮียวงะขึ้นพอสมควร แต่ก็พอเข้าใจเพราะนิสัยขี้เล่นไม่ตรงเวลาของเจ้าเด็กนั่น ดูท่าถ้ามันแพ้มา เขาคงต้องเป็นคนโอ๋มันแทนอาจารย์เสียกระมัง
แต่จากสายตาของคนเป็นโกลด์เซน์เช่นกันอย่างมิโร่แล้ว ดูยังไงเฮียวงะก็ไม่มีทางชนะแน่ๆ ก็ของมันเห็นกันชัดๆอยู่แล้ว คอสโม่ของไอโอเรียที่หนักแน่น ไม่หวั่นไหวนั้น แม้จะไม่ได้ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างท่วมท้น แต่มันกลับถูกบีบอัดจนแน่นราวกับจะระเบิดออกมา และเขาเห็นความหวาดกลัวในสายตาของศิษย์ของสหายคนสนิท

ราวกับว่าไอโอเรียเป็นร่างจำแลงของราชสีแห่งเทวตำนานก็ไม่ปาน สายตาดัดันคมปลาบราวกับคมดาบนั้น คงได้มาจากชูร่าเป็นแน่
แม้ว่าทั้งสองจะขึ้นมายืนอยู่บนลานประลองได้สักพักแล้วต่กลับไม่มีใครออกหมัด ราวกับทั้งคู่กำลังดูเชิงกันอยู่ แต่กลับไม่มีใครส่งเสียงโห่ร้อง เพราะแรงกดดันจากคอสโม่ของทั้งสองที่บีบอัดทุกหัวใจของผู้คนที่อยู่รอบๆยกเว้นเหล่าโกลด์เซนต์
เซย่ามองไอโอเรียด้วยดวงตาเบิกกว้าง นี่คือน้องชายของไอโอรอส ทั้งๆที่อายุเท่าเขา แต่กลับมีคอสโม่ที่คมกริบและเด็ดขาดนั้น เขาไม่อยากนึกภาพตัวเองขึ้นไปยืนเผชิญหน้ากับไอโอเรียแบบเฮียวงะเลย
นัยน์ตาสีฟ้าของเด็กหนุ่มลูกครึ่งไซบีเรียนพยายามจับจ้องทุกท่วงท่าของคู๋ต่อสู้ ที่ตั้งแต่ขึ้นเวทีมายังไม่ทำอะไรนอกจากแผ่คอสโม่กดดันเขา แต่เขาก็เป็นศิษย์ของโกลด์เซนต์เช่นกัน เขาจะต้องชนะ เขาจะทำให้ชื่อของอาจารย์คามิวมัวหมองไม่ได้เด็ดขาด

เฮียวงะระงับความกลัวของตัวเอง ก่อนจะสูดหายใจเข้าลึกๆ และเริ่มแผ่คอสโม่อันเย็นยะเยือกออกมาบ้าง ไอเย็นของเขาปะทะเข้ากับความร้อนระอุจากอีกฝ่ายจนเกิดสภาพอากาศแปรปรวนขึ้นมา เด็กหนุ่มพุ่งเข้าไปส่งหมัดลองเชิงอีกฝ่าย ทั้งสองออกหมัดรุกรับกันด้วยความรวดเร็วไม่ด้อยไปกว่าใคร แรงจากการออกหมัดนั้นรุนแรงจนแม้กระทั่งคลื่นกระแทกของมันก็ทำให้ลานประลองและเสาหินรอบๆถูกทำลายไปไม่น้อย เสียงหมัดปะทะหมัดดังสนั่นจนแทบจะรู้สึกว่าพื้นรอบๆสะเทือนตามไปด้วย ในแง่ของเชิงหมัดทั้งคู่สูสีกันจนยากจะตัดสิน เสี้ยววินาทีต่อเสี้ยววินาที ไม่มีใครคนใดเลยที่ส่งเสียงออกมาเพราะต่างอ้าปากค้างกับความรวดเร็วและรุนแรงของทั้งคู่
หลังจากแลกกันไปหลายกระบวนท่า ทั้งสองต่างก็ถอยออกมาตั้งหลัก คราวนี้แหละ ถึงแม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถใช้ท่านี้ได้สมบูรณ์ แต่เขาไม่มีทางออมมือให้กับคู่ต่อสู้ตรงหน้าได้ เฮียวงะประสานมือและยกขึ้นเหนือศรีษะ อากาศรอบๆตัวที่เคยร้อนระอุจากการปะทะเมื่อครู่เย็นตัวลงอย่างรวดเร็วราวกับฤดูหนาวของไซบีเรียกำลังโอบล้อมรอบสนามประลองแห่งนี้

“ท่านั้นมัน..”

“ท่าไม้ตายของอควาเรียสนี่!”

“เจ้าเด็กนั่น!?”

“ถอยเร็ว!”

ผู้คนรอบๆลานประลองเริ่มส่งเสียงด้วยความตกใจ เพราะท่าของเฮียวงะนั้น คือท่าไม้ตายสูงสุดของอควาเรียสเซนท์ ที่สามารถแช่แข็งทุกอย่างได้อย่างสมบูรณ์ในพริบตา
ส่วนไอโอเรียก็จรดปลายนิ้วและเงื้อสันมือขึ้น สร้างความแตกตื่นเป็นรอบที่สองให้กับคนดูที่อยู่รอบๆ

“เฮ้ย! นั่นมันเอกส์คาลิเบอร์ของชูร่า!?”

“รีบหลบเร็วเข้า!”

คนดูที่อยู่ด้านหลังของเฮียวงะต่างรู้ดี ว่าเพลงดาบที่สะบั้นขาดได้ทุกอย่างของแคปริคอร์นเซนต์นั้นรุนแรงและมีรัศมีกว้างแค่ไหน นี่ยังเป็นการประลองรอบแรกๆเท่านั้นแต่ทุกคนก็จินตนาการความเสียหายอย่างใหญ่หลวงที่จะเกิดจากเด็กสองคนนี้ได้ไม่ยากนัก คนดูต่างพากันถอยกรูดออกจากสนามประลอง มีก็แต่เพียง 3 โกลด์เซนต์ ที่ยังยืนอยู่ที่เดิมโดยไม่หวั่นไหวต่อกระแสคอสโม่ที่รุนแรงของเด็กทั้งสอง
อากาศเริ่มเย็นลงจนเกิดละอองหิมะท่ามกลางประเทศที่ร้อนระอุอย่างประเทศกรีก
เมื่อคอสโม่ของทั้งสองถูกเผาไหม้ขึ้นจนเกือบจะถึงจุดสูงสุด เฮียวงะก็เหวี่ยงแขน ส่งไอเย็นที่แช่แข็งไอน้ำในอากาศจนเกิดเป็นผลึกน้ำแข็ง สะท้อนแสงสว่างเป็นลำพุ่งตรงไปยังไอโอเรีย

“ออโรร่า เอกส์คิวชั่น!!!”

พลังไอเย็นจากหมัดเยือกแข็งกระจายไปทั่วทุกทิศราวกับพายุหิมะที่บ้าคลั่ง แต่ไอโอเรียกลับตั้งท่าเหมือนจะเก็บดาบ ในพริบตานั้นเอง เสียงระเบิดกัมปนาทก็ดังไปทั่วทั้งบริเวณ พร้อมๆกับร่างของเฮียวงะที่ล้มลงกับพื้นและควันสีเทาทีลอยขึ้นจากร่าง ขณะที่ไอโอเรียยังยืนอยู่ที่เดิม
ในสายตาของเหล่าคนดูที่ตกตะลึงอยู่นั้น คงไม่อาจมองได้ทันว่ามันเกิดอะไรขึ้น มีเพียงโกลด์เซนต์ทั้ง 3 เท่านั้นที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
ชั่วพริบตาที่ไอเย็นของเฮียวงะถูกส่งออกไป ประกายสายฟ้าจำนวนมากพุ่งกระจายออกมาจากร่างของไอโอเรีย พร้อมๆกับหมัดที่ตวัดออกไป เสียงระเบิดนั้นมาจาก”สายฟ้า” ความแรงสูงที่ระเบิดออกมาจากแรงหมัดของไอโอเรีย และวิ่งไปตาม”เกล็ดน้ำแข็ง” ของเฮียวงะที่เป็นตัวนำไฟฟ้าชั้นดี และพุ่งตรงไปยังเฮียวงะทันที ความร้อนจากกระแสไฟฟ้าและความเย็นสุดขั่วปะทะกันจนเกิดการระเบิดอย่างแรง

“เฮียวงะ...”มิโร่มองเด็กหนุ่มที่ล้มอยู่บนพื้น ก่อนจะสลับไปมองไอโอเรียที่ยังยืนอยู่เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่จู่ๆเด็กหนุ่มราศีสิงห์ก็สะดุ้ง ก่อนเอามือซ้ายไปกุมแขนข้างขวาของตนเอง

“เจ้าทำได้ดีแล้ว เฮียวงะ...”คามิวพูดเสียงเรียบ ถึงแม้จะไม่สามารถคว้าชัยชนะมาได้ แต่แขนขวาของไอโอเรียก็ถูกแช่แข็ง จนเด็กหนุ่มอาจรักษาสีหน้าขึงขังของตนเองเอาไว้ได้ ความเจ็บปวดฉายชัดอยู่บนใบหน้า แต่ชัยชนะก็ยังตกเป็นของเขา
หลังการต่อสู้รู้ผล คามิวรีบวิ่งลงไปยังลานประลองที่แหลกเละไม่มีชิ้นดี ถึงสีหน้าจะเรียบเฉย แต่มิโร่รู้ดีว่าในใจนั้นร้อนรนมากแค่ไหน เพราะแม้จะเรียกกันเป็นศิษย์อาจารย์แล้ว แต่ความสัมพันธ์เดิมที่เฮียวงะเป็นเหมือนลูกชายของคามิว ก็ยังไม่เคยเปลี่ยน

“เฮียวงะ...”คามิวรีบตรงเข้าไปยังร่างเด็กหนุ่มที่นอนไร้สติอยู่บนพื้น เขาจับร่างนั้นนอนหงาย แล้วแนบหูลงบนอกของเด็กหนุ่มและพบว่าเสียงที่ควรจะได้ยินนั้นหายไป เขารีบใช้มือทั้งสองกดลงบนทรวงอกของเด็กหนุ่ม เพื่อให้หัวใจของเขากลับมาเต้นอีกครั้ง เขาเรียกชื่อเด็กหนุ่มด้วยสีหน้าร้อนรน ไอโอเรียที่กุมมือขวาที่ถูกแช่แข็งไว้ของตนเดินเข้ามานั่งข้างๆ เขาวางมือลงบนอกของคู่ต่อสู้ที่ไร้สติ ก่อนร่างของเฮียวจะกระตุกเฮือกใหญ่ สายฟ้าของเด็กหนุ่มกระตุ้นหัวใจที่หยุดไปแล้วให้กลับมาเต้นอีกครั้ง ก่อนเลือดฝาดจะกลับมาแต่งแต้มใบหน้าของศิษย์แห่งอควาเรียส และลมหายใจก็กลับมาอีกครั้ง ไอโอเรียมองหน้าคามิว ก้มศีรษะเล็กน้อยก่อนจะลุกขึ้นยืนพร้อมๆกับชูร่าที่เดินลงมาสมทบ

“ไดน์สเลป...ท่าไม้ตายที่ไอโอเรียคิดค้นขึ้นมาด้วยการผสมผสานท่า ไลท์นิ่งโบลต์ของไอโอรอส และเอกส์คาลิเบอร์ของข้า...ดาบที่เมื่อชักออกจากฝักเมื่อไหร่ จะต้องได้ปลิดชีวิตของคู่ต่อสู้”

ไม่น่าเชื่อว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกับเฮียวงะจะสามารถคิดค้นท่าไม้ตายของตนเอง จากการผสมผสานท่าไม้ตายของโกลด์เซนต์สองคนเข้าด้วยกัน และยังเป็นท่าที่ร้ายกาจมากด้วย

“คามิว...ศิษย์เจ้าต่อสู้ได้ดี แต่ยังห่างชั้นจากการเป็นโกลด์เซนต์นัก...เจ้าเองก็ยังใจอ่อนเกินไป”ชูร่ามองท่าทีร้อนรนของคามิวปราดเดียวเขาก็มองออก

“แปลว่าเซนต์ที่ดี ต้องไม่มีหัวใจรึยังไง?”คนถูกทักตอบสวนกลับด้วยโทสะ

“ข้าต้องขอตัวก่อน ข้าไม่สามารถเสียเวลามาเถียงเรื่องนี้กับเจ้าได้ เพราะข้าคงให้ไอโอเรียเสียแขนขวาของเขาเพราะวิชาของศิษย์เจ้าไม่ได้เหมือนกัน”คนถูกถามกลับหันหลังเดินกลับไปดื้อๆ พร้อมกับเด็กหนุ่มที่มองมาทางอควาเรียสเซนต์สักครู่ก่อนจะรีบเดินตามไป


ทิ้งไว้แต่ความเงียบงันของทั้งคนดู และผู้พ่ายแพ้

7  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: Saint's Legend : The Golden Rebillion Chapter 5 เมื่อ: 16, พฤศจิกายน 2012, 01:21:50 PM
7 ปี ต่อมา
 
 
     เรื่องของไอโอรอสเงียบหายไป หลังจากรายงานล่าสุดเมื่อหลายปีก่อนแจ้งว่า ไอโอรอสได้ต่อสู้กับไชน่าที่เกาะคาน่อนจนเสียชีวิต แม้จะไม่พบศพ แต่บนเกาะพบร่องรอยการต่อสู้มากมาย และยิ่งคู่่ต่อสู้เป็นเซนต์หญิงที่ผูกใจเจ็บจากการถูกชายหนุ่มเห็นหน้าก็มีน้ำหนักมากพอที่จะยืนยันได้ว่าเธอเป็นคนโจมตีไอโอรอส ทำให้เธอได้ชื่อว่าเป็นซิลเวอร์เซนต์ที่กล้าหาญชาญชัยทีจะประมือกับโกลด์เซนต์กบฏอย่างไอโอรอส แต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้ว ภายใต้หน้ากากที่เรียบเฉยและน้ำเสียงดุดันน่ากลัวนั้น สีหน้าของเธอเป็นอย่างไร มีเพียงเซย่า ลูกศิษย์คนเดียวของเธอเท่านั้นที่รู้ความจริงว่าไชน่าทำไปเพื่อปกปิดร่องรอยของไอโอรอส และวันนี้ที่พวกเขาเดินทางมาที่ซงค์ชัวรี่ เพื่อที่จะให้เซย่าได้รับการยอมรับเป็นเซนต์ที่แท้จริง หลังจากที่ผ่านการฝึกฝนที่โหดสุดหินกว่า 7 ปี และเซย่าก็ตื่นเต้นที่จะได้พบกับมารีน พี่สาวของเขาที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้
 
    แต่เด็กหนุ่มก็รู้ดีว่าเขาคงอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน เพราะข้อมูลจากสายสืบนิรนามที่คอยลอบส่งข่าวจากในแซงค์ชัวรี่ ทราบว่าตอนนี้ไอโอรอสลี้ภัยอยู่ที่ประเทศจีนกับท่านผู้เฒ่าแห่งไลบร้า ผู้ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทของอดีตเคียวโกคนเก่า และคาดว่าอีกไม่นาน ข่าวนั้นก็อาจจะล่วงรู้มาถึงหูของพวกที่แซงค์ชัวรี่ แต่อย่างไรเสีย วีรกรรมของไชน่าก็ช่วยให้พวกเขามาที่นี่ได้ง่ายขึ้นโข ซ้ำยังได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีด้วย ต้องขอบคุณการเสียสละของไอโอรอส
 
 
     สองอาจารย์และศิษย์เข้าพักผ่อนในบ้านพักชั่วคราวซึ่งเป็นกระท่อมไม้ขนาดไม่ใหญ่มาก มีห้องๆเดียวซึ่งมีครบทั้งตู้ เตียง และเครื่องครัวอีกเล็กน้อย แต่สำหรับเซย่าเขานับว่ามันแสนจะสะดวกสบาย หลังจากหลายปีที่ตรากตรำฝึกฝนอยู่ในกระท่อมเก่าๆบนเกาะคาน่อนกับไชน่า
 
 
     จากข้อมูลของไอโอรอสเรืื่องตัวตนที่แท้จริงของเคียวโก ซึ่งว่ากันว่า เคียวโกคนเก่าสียชีวิตกระทันหัน แต่เพราะว่า ผู้ที่ได้รับคัดเลือกทั้งสอง ทั้งเซนต์เจมีนี่ก็หายสาปสูญ ส่วนเซนต์ซาจิทาเรียสก็เป็นกบฎ ผู้รักษากาเคียวโกจึงขึ้นมาปกครองแทน แต่จริงๆแล้วเซนต์เจมีนี่ไม่ได้หายไปไหน หากแต่เขาคนนั้นนั่นแหละที่สวมหน้ากากของเคียวโกอยู่ในปัจจุบันนี้ เพราะไอโอรอสคือผู้ที่เห็นใบหน้าภายใต้หน้ากากของเตียวโกในคืนนั้น คืนที่อาเธน่าถูกลอบสังหาร แต่เท่าที่ได้ยินมาจากผู้คนในแซงค์ชัรี่จับความได้ว่าอาเธน่านั้นยังคงอยู่ ณ วิหารชั้นในสุด ที่ห้มการเข้าพบ ทั้งๆที่อาเธน่าตัวจริงนั้น อยู่กับไอโอรอส
 
 
 
 
     อย่างไรก็ตาม ไอโอรอสก็ยังไม่สามารถหาทางพิสูจน์ความจริงได้ในตอนนี้ สิ่งที่ทำได้คือหลีกเลี่ยงการสูญเสียหรือการต่อสู้ที่รุนแรง ตอนนี้จึงยังคงเคลื่อนไหวอยู่เงียบๆ
 
     จุดประสงค์ของการเดินทางมายังแซงค์ชัวรี่ในครั้งนี้คือการพิสูจน์ความเป็นเซนต์ของตัวเองและรับชุดคลอธ และมาเพื่อลอบดูสถานการณ์ภายในอย่างเงียบๆ
 
 
 
     เซย่าจึงขอไชน่าออกไปเดินเล่นเพื่อที่จะไปดูลาดเลาของคู่ต่อสู้ที่เขาจะต้องเจอในการต่อสู้อีกไม่กี่วันข้างหน้า แต่ตามลานฝึกไม่มีใครอยู่เลยแม้แต่คนเดียว หากแต่มีเสียงการต่อสู้ โห่ร้องตะโกนดังมาจากอีกฟากหนึ่งของลากว้าง เซย่าวิ่งเหยาะๆตามเสียงนั้นไป พอชะโงกหน้าลงไปข้างล่าง ก็พบกับโคลอสเซียมขนาดใหญ่ ผู้คนมากมายอัดแอกันอยู่บนที่นั่งเหมือนกับโคลอสเซียมของเหล่านักรบในสัยจักรวรรดิโรมันก็ไม่ปาน
 
 
 
    เสียงเชียร์และการโห่ร้องกำลังส่งเสียงให้กับสองร่างที่อยู่ตรงกลางสนามประลอง เสียงหมัดที่ดังสนั่น พื้นและเสารอบๆแตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย การต่อสู้ของเซนต์มักจะอลังการวินาศสันตะโรเช่นนี้เสมอ แต่ถึงแม้จะเป็นเรื่องปกติ เซย่าก็ยังรู้สึกตกตะลึงกับการต่อสู้เบื้องหน้า เขารีบวิ่งงลงไปดู ร่างใหญ่เป็นยักษ์ปักหลั่นกำลังหวดหมัดไปมาอย่างเปะปะด้วยอาการเหนื่อยอ่อน เซย่าเบียดเสียดกับผู้คนเข้าไปดู
 
 
 
    อีกฝ่ายที่หลบหลีกพลิ้วไหว อ่อนช้อย และไม่มีที่ติราวกับกำลังเล่นอยู่กับคู่ต่อสู้ยังไงก็ไม่ปาน แต่สิ่งที่โดดเด่นเกินกว่าท่วงท่านั้นคือเรือนผมสีทองเหมือนกับพวกชาวเมืองเหนือ ทั้งผิวขาวและตาสีฟ้า รูปร่างไม่ใหญ่สูงเพรียวชะลูดในวัยใกล้เคียงกันกับเซย่า กำลังทำท่าทีเล่นทีจริงอยู่กับคู่ต่อสู้ จนเสียงๆหนึ่งดังขึ้น
 
 
    "เลิกเล่นได้แล้วเฮียวงะ..."นั้นเป็นเสียงอันราบเรียบแต่ทว่าทรงพลัง เป็นน้ำเสียงที่มีอำนาจไม่ตกตางไปจากไอโอรอส จนเซย่าต้องเหลียวไปมอง ก็พบกับร่างในชุดเกราะสีทองสูงสง่างามสองร่าง ร่างหนึ่งยืนพิงเสาหินด้วยท่าทางสบายๆ เขาใช้มือปัดปอยผมสีม่วงหยักศกจนพ้นทาง มืออีกข้างก็เช็ดลูกแอปเปิ้ลสีแดงสดกับผ้าคลุม ส่วนอีกร่างยืนกอดอกด้วยท่าทางสุขุมนุ่มลึก พร้อมกับมองเด็กหนุ่มกลางสนามประลอง
 
 
    "ครับๆ อาจารย์คามิว"เด็กหนุ่มพยักหน้ารับ พร้อมกับเปลี่ยนท่ายืนทันที คู่ต่อสู้ร่างยักษ์หอบตัวโยน พลันอากาศโดยรอบสนามประลองก็เย็นตัวลงทันทีจนขนที่หลังคอของเซย่าลุกเกรียวกราว
 
    "มาแล้วๆ ท่าไม้ตายของอควาเรียส"
    "ต้องมาเจอกับศิษย์โดยตรงของโกลด์เซนต์อย่างเจ้าเด็กนั่น ซวยจริงๆให้ตายเหอะ"
    ทหารและเซนต์ที่อยู่รอบๆเริ่มพูดคุยกัน
 
 
 
    อ๋อ เมื่อกี้นี้คือโกลด์เซนต์แห่งราศีกุมภ์สินะ...
 
 
    เซย่ามองการต่อสู้ตรงหน้าไม่วางตา พลันแสงสว่างสีขาวสะอาดก็ก่อตัวขึ้นที่หมัดของเฮียวงะ อากาศโดยรอบที่อบอุ่นตามแบบของเมดิเตเรเนียนเย็นตัวลงทันทีจนคล้ายกับจะทำให้บริเวณนั้นเข้าสู่หน้าหนาว
 
 
     "ไดม่อน ดัสต์!!!"
 
 
     พริบตาที่แสงสีขาวสว่างวาบราวกับลมหนาวพัดกระจายออกมาจากกลางสนามจนเซย่าต้องยกมือป้องดวงตา พลันร่างสูงเกือบ 2 เมตรก็แข็งทื่อ แล้วก็หงายหลังล้มลงไปทันที ชื่อของเฮียวงะถูกประกาศให้เป็นผู้ชนะในทันที ส่วนร่างของผู้แพ้ก็ถูกหามออกไป
 
 
    เจ้าของช่ื่อกระโดดขึ้นจากลานประลองแล้วกระโดดข้ามขั้นบันไดขึ้นไปหาร่างในเกราะทองทั้งสองที่ยืนอู่ด้านบน เขาเห็นเด็กหนุ่มแทกมือกับชายผมม่วง ส่วนชายผมสีน้ำทะเลที่ดูเหมือนจะเป็นอาจารย์ของเขาก็ยิ้มๆให้กับความสำเร็จสองศิษย์ แต่ในขณะที่เซย่าลอบยิ้มกับชัยชนะของเด็กหนุ่มคนนั้น เขาก็สังเกตุว่าชายผมม่วงคนนั้นมองมาทางเขา เป็นไปไม่ได้หรอกมั้งที่โกลด์เซนต์จะมาสนใจเด็กฝึกหัดแบบเขา ซักพัก คนผมม่วงก็หันไปคุยกับสหาย แล้วก็เดินตรงมาทางเขาทันที
 
     เซย่าทำอะไรไม่ถูก จนกระทั่งร่างในเกราะทองเดินมายืนอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว
 
 
 
     "หน้าคุ้นๆนะไอ้หนู...นายมากับไชน่าใช่มั้ย?"
 
     "เห?"เซย่าทำหน้าเหวอหวา
 
     "อ๊ะ!? จริงด้วยมิโร่ ชั้นจำได้นะ เมื่อวานเห็นตอนพวกเขาเข้ามา นายคืือเซย่า ลูกศิษย์ของ โอฟิโอคุส ไชน่า ใช่มั้ย?"เด็กหนุ่มผมทองคนเมื่อกี้วิ่งตามมา เซย่ายิ่งรู้สึกงงเข้าไปใหญ่ นี่เขากับคุณไชน่าเป็นที่รู้จักขนาดนั้นเลยหรอ?
 
 
 
      "นาย รู้จักชั้นกับคุณไชน่าด้วยหรอ?" เฮียวงะได้ยินดังนั้นก็ฉีกยิ้มกว้าง
 
      "แหงสิ ก็อาจารย์ของนายเป็นเซนต์หญิงที่เก่งที่สุดเลยนะ ว่ากันว่าสู้กับไอโอรอสได้อย่างสูสีด้วย"เฮียวงะพูดด้วยความตื่นเต้นจนคนถูกชมต้องยกมือเกาหัวแก้เขิน แต่พอคามิวส่งสายตาเย็นๆมาให้เฮียวงะ เจ้าหนุ่มก็เงียบทันที ซึ่งเขาก็ไม่แปลกใจนักหรอก เรื่องของไอโอรอสไม่ใช่เรื่องที่น่าหยิบยกมาเป็นบทสนทนาซักเท่าไหร่
 
 
 
 
        "งั้นหรอ เธอเองก็มาเพื่อรับชุดคลอธเหมือนกันสินะ?"ชายหนุ่มผมสีน้ำทะเลหันมาถามบ้าง   
 
        "อะ ครับ.....เอ่อ"
 
        "คามิว...อควาเรียส คามิว ส่วนนี่ สกอร์เปี้ยน มิโร่...แล้วก็ศิษย์ของชั้น เฮียวงะ"คามิวพูดพลางผายมือไปทางชายหนุ่มผมสีม่วงท่าทางเป็นมิตร กับเด็กหนุ่มข้างกาย
 
 
       "โถ่ อาจารย์ ซิกนัส เฮียวงะสิครับ ซิกนัส"ว่าที่เซนต์คนใหม่กระตุกชายผ้าคลุมพลางยิ้มเผล่
 
       "เอาไว้รับคลอธก่อนค่อยว่ากัน"เขาพูดพลางลูบเรือนผมสีทองด้วยสีหน้าที่เรียบเฉย แต่ทว่ามีความเอ็นดูแฝงอยู่
 
 
 
       "ว่าแต่ นายมาดูการต่อสู้หรอ?"เฮียวงะถามขึ้นมาบ้าง
 
       "อื้อ...มาดูคู่ต่อสู้ไว้ก่อนน่ะ"
 
       "แล้ว นายจะสู้วันไหนละ?"
 
       "ก็ อีกประมาณวันสองวันน่ะ"
 
       "งั้นก็โชคดีแล้วละที่นายไม่ได้ต่อจากคู่ของชั้นน่ะ..."
 
       "เห? ทำไมละ?"เซย่าเอียงคออย่างสงสัย
 
 
 
       "เฮ้ย คามิว เฮียวงะ มาพอดีเลย เซย่า นายดูเดี๋ยวก็รู้เองแหละ"มิโร่พูดพลางชี้นิ้วไปที่กลางลานประลอง เด็กหนุ่มคนหนึ่ง ที่ดูจะมีอายุมากกว่าเซย่ากับเฮียวงะนิดหน่อย ก้าวลงมาด้วยท่าทางองอาจดุจพญาราชสีห์ เขามีเรือนผมสั้นสีน้ำตาลอ่อนและดวงตาสีเขียวสดเหมือนหินหยก หากแต่สิ่งที่ทำให้เซย่าไม่อาจละสายตาไปจากเด็กหนุ่มคนนั้นได้ คือใบหน้าละม้ายคล้ายคลึง ไม่สิ ต้องบอกว่าถอดแบบมาจากไอโอรอสราวกับพิมพ์เดียวกัน
 
 
 
       "วันนี้ที่ทุกคนเลิกฝึกก็เพราะจะมาดูเจ้านั่นนะแหละ"มิโร่พูดพลางท้าวแขนกับขอบอัฐจรรน์
 
       "ใช่ คู่ชั้นก็เหมือนการเรียกน้ำย่อยเท่านั้นเอง"เฮียวงะกอดทกปากเผล่หน่อยๆ
 
        "คนๆนั้นคือ?"เซย่าถาม
 
        "ไอโอเรีย...น้องชายของไอโอรอส...ศิษย์ของโกลด์เซนต์ แคปริคอร์น ชูร่า"คามิวกล่าวเรียบๆ สายตาของเขาทอดมองเลยขึ้นไปด้านบนของอีกฝั่งหนึ่ง มีร่างในเกราะทองอีกร่างหนึ่งยืนอยู่ เขาเป็นชายรูปร่างสูงเพรียว โครงหน้าคมสันกับผิวสีน้ำผึ้ง เรือนผมสีดำสั้นชี้ตั้ง กับนัยตาคมกริบราวกับคมดาบ ทำเอเซย่าถึงกับขนลุกซู่ นี่เขาว่าคุณไชน่าน่ากลัวแล้ว คนที่ชื่อชูร่าคนนั้นน่ากลัวกว่าอีก ภาพลักษณ์ดูดุดันเหมือนปีศาจสมกับชื่อของเขา
 
 
 
 
       "ถึงเฮียวงะกับไอโอเรียจะเป็นศิษย์ของโกลด์เซนต์เหมือนกันแต่ว่าฝีมือมันคนละชั้นเลยละ..."มิโร่พูดเหมือนจะแหย่เฮียวงะกลายๆ แต่เด็กหนุ่มผมทองกลับไม่โต้ตอบอะไร
 
       "อื้อ ชั้นเคยสู้กับไอโอเรียครั้งหนึ่ง...เจ้านั่นมันเป็นปีศาจชัดๆ..."เฮียวงะกลืนน้ำลายลงคอ พลางมองร่างที่ลงไปยืนอยู่กลางสนามประลองด้วยท่าทางรัดกุม
 
 
 
       นี่คือไอโอเรียคนนั้นหรือ? น้องชายของไอโออสอย่างงั้นหรือ?
 
       คิดดังนั้น เซย่าก็ไม่อาจละสายตาจากสนามประลอองได้ แม้เขาจะออกจากบ้านพักมานานจนเกรงว่าคุณไชน่าจะห่วง แต่เขาไม่อาจทำใจเป็นไม่สน แล้วกลับไปเฉยๆได้
 
 
 
 
       คู่ต่อสู้ของไอโอเรียก็ดูจะร้ายกาจไม่แพ้กัน ได้ยินจากคนรอบข้างว่าชุดคลอธที่ทั้งสองมีความสามารถก้าวข้ามเด็กฝึกหัดทั่วไป ซึ่งคู่ต่อสู้ของไอโอเรียเองก็มีรัศมีคอสโม่ที่ดุดันไม่แพ้กัน
 
 
       บรรยากาศภายในสนามประลองที่ยังเย็นๆอยู่กลับร้อนระอุขึ้นมาในทันทีที่คอสโม่มหาศาลของทั้งคู่ปะทะกัน แม้จะยังไม่ออกหมัด แต่ก็รู้สึกได้ถึงความกราดเกรี้ยวที่ปะทะกันอยู่รอบๆ พลันเสาหินที่ยังเหลือรอดจากศึกก่อนๆก็แตกกระจุยทันที พลันแสงสว่างก็สาดวาบขึ้น พื้นหินรอบๆก็แตกกระจุยเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย แต่ฝ่ายที่ถอยออกมาตั้งหลักคือคู่ต่สู้ของไอโอเรีย ฝ่ายเด็กหุ่มยังคงยืนอยู่เฉยๆ
 
 
       "ขอโทษนะที่ชั้นคงเล่นด้วยไม่ได้...."ไอโอเรียกล่าวยิ้มๆ มือข้างขวาถูกยกขึ้นช้าๆ อีกฝ่ายรีบยกแขนตั้งการ์ดทันที แต่เสี้ยววินาทีที่เซย่ามองไม่ทันว่าเกิดอะไรขึ้น ร่างของเขาก็ถูกซัดกระเด็นจมหายเข้าไปในรูที่ผนังสนามประลอง ไอโอเรียยังคงยืนอยู่ท่าเดิมท่ามกลางกลุ่มควันที่ลอยขึ้นมารอบๆตัว การต่อสู้ถูกตัดสินในเสี้ยวพริบตา
 
 
       "เหลือเชื่อ!? หมัดความเร็วแสงงั้นเรอะ!!! "มิโร่ถึงกับอุทานออกมา คามิวก็นิ่งเงียบ
 
       "หมัดความเร็วแสง?"เซย่าทวนคำ มันฟังดูยิ่งใหญ่อลังการจนเขาจินตนาการไม่ถูก
 
       "นายเป็นเซนต์น่าจะรู้นะว่า ระดับเด็กฝึกหัดอย่างเราๆ จะปล่อยได้ 100-200 หมัดต่อวินาที เป็นมารตฐานของเซนต์ทั่วไป อย่างระดับซิลเวอร์เซนต์ทั่วไปอาจจะได้เป็นพันหมัด แต่ว่าไอโอเรีย..."เฮียวงะอธิบายให้เซย่าฟัง แต่ขาก็ยังไม่ละสายตาจากผู้ชนะในลานประลอง
 
       "ไอโอเรียสามารถเข้าถึงหมัดความเร็วแสง ที่อัตราการปล่อยหมัดที่หนึ่งร้อยล้านหมัดต่อวินาที ซึ่งเป็นคุณสมบัติของโกลด์เซนต์..."คามิวพูดด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อ พร้อมกับเหลือบตาไปมองชูร่าที่ยังยืนกอดอกอยูุ่ท่าเดิม
 
 
       หลังจากเหตุการณ์ของไอโอรอส...พวกนั้นทำอะไรกัน ไอโอเรียก้าวกระโดดได้ไกลและรวดเร็วถึงขนาดนี้
 
 
 
 
       "แต่หมัดของนายมันเย็นๆนะเฮียวงะ แถมชั้นยังไม่เห็นนายปล่อยหมัดเลย"เซย่าทัก
 
       "วิชาของชั้นกับอาจารย์คามิวน่ะไม่เหมือนกับเซนต์ทั่วไป เราไม่ได้เน้นการปล่อยหมัดที่รวดเร็ว แต่ว่าคุณสมบัติพิเศษของพวกเรา เซนต์น้ำแข็ง คือการทำให้เคลื่อนไหวของอะตอมช้าลงเพื่อลดอุณถูมิ ซึ่งต่างจากการเร่งควาเร็วเพื่อระเบิดอะตอมอย่างที่พวกนายทำกัน"เฮียวงะอธิบายพร้อมกับสร้างพลังไอเย็นขึ้นมาบนฝ่ามือ อากาศรอบๆจับตัวเป็นน้ำแข็ง
 
 
      เซย่าทำตาโตเพราะเขาไม่เคยเห็นเทคนิคการใช้คอสโม่แปลกๆแบบนี้มาก่อน สมกับเป็นแซงค์ชัวรี่ ที่ๆรวมเหล่าเซนต์จากทุกมุมโลก
 
 
 
 
       หลังจากการต่อสู้ของไอโอเรียจบลงก็เข้าสู่ช่วงพักของนักสู้ เพราะรอบต่อไป ก็เป็นศึกที่ทุกคนรอคอย เป็นศึกของสองศิษย์โกลด์เซนต์ อย่างเฮียวงะกับไอโอเรีย ถึงแม้เฮียวงะจะไม่ได้คิดอะไรมาก แต่ทุกคนต่างก็ลงความเห็นว่าอย่างน้อยน่าจะให้เฮียวงะได้มีสิทธิ์การร่วมชิงโกลด์คลอธด้วยอีกคน เพราะต่างฝ่ายต่างก็ได้รับการอบรมจากเซนต์ระดับสูงสุดทั้งคู่
 
 
      ซึ่งจริงๆตัวเด็กหนุ่มลูกครึ่งญี่ปุ่นไซบีเรียคนนี้ไม่ได้หวังว่าตัวเองจะเป็นโกลด์เซนต์หรอก เขาขอแค่ว่าได้เป็นเซนต์ และสู้เคียงข้างอาจารย์ของตัวเองเท่านั้นก็พอ
 
 
 
 
      ขณะเดียวกัน ในห้องพักนักสู้อีกฝั่งหนึ่งของสนาม
 
 
       "ที่เจ้าใช้ไปเมื่อกี้นั่นมันท่าอะไรน่ะ?"ชูร่าพูดพลางหยิบน้ำดื่มมาส่งให้ไอโอเรียที่นั่งพักอย่างสบายๆ พร้อมพูดถึงท่าไม้ตายหมัดความเร็วแสง ที่ดูจะแตกต่างจากไลท์นิ่งพลาสม่าที่เด็กหนุ่มใช้ประจำ
 
       "ก็..."เด็กหนุ่มยกน้วขึ้นเกาแก้มตัวเอง แต่ก็ต้องยอมตอบ เมื่อเจอเข้ากับสายตาคาดคั้นคมกริบนั่น
 
       "พอดีว่า ข้าลองเอาเอกส์คาลิเบอร์ของชูร่ามาผสมกับไลท์นิ่งพลาสม่าน่ะ...ยังไม่เคยได้ลองใช้จริงก็เลย..."
 
       ชูร่านิ่งไปเล็กน้อย ก่อนจะหัวเราะกับคำตอบที่น่าพอใจนั้น
 
 
       "ฮะๆๆ สมเป็นเจ้าจริงๆให้ตายเถอะ ไอโอเรีย...แบบนี้ค่อยชื่นใจหน่อย ไม่เสียแรงที่ข้าฝึกฝนให้เจ้าจริงๆ"ร่างสูงในเกราะทองกล่าวยิ้มๆแล้วขยี้เส้นผมสีน้ำตาลนั้นอย่างเอ็นดู
 
       เด็กหนุ่มฉีกยิ้มกว้าง เขาไม่รู้่ว่าในสายตาคนรอบข้างนั้นเป็นอย่างไร คนอื่นมักจะมองว่าชูร่าเป็นคนเด็ดขาด เป็นคนเย็นชา ระเบียบจัดและเข้มงวด แต่คนี่อยู่กับชูราเกือบตลอดเวลาอย่างเขารู้ว่าจริงๆแคปริคอร์นเซนต์คนนี้ แท้จริงเป็นคนอย่างไร
 
 
       ถึงแม้ความเข้มงวดกับเด็ดขาดนั้นเป็นของจริง การฝึกฝนของเขาที่ได้รับจากชูร่านั้นนับว่าหนักหนาสาหัสมาก หากแต่ไอโอเรียรู้ดีว่าชูร่าเองก็พยายามเต็มที่เพื่อให้ฝันของเขาเป็นจริง เพราะตาปกติชูร่าไม่เคยรับใครเป็นศิษย์ และไม่เคยทำอะไรเพื่อใครเท่ากับที่ทำเพื่อเขาเลย
 
 
       "รอบหน้า ระวังตัวนะไอโอเรีย ถึงเจ้าเฮียวงะนั่นจะดูเล่นๆ แต่คงมีไพ่ตายอะไรอยู่แน่นอน"คาวนี้ชูร่าเปลี่ยนหัวข้อสนทนามาเป็นการวิเคราะห์ฝ่ายตรงข้าม
 
       "ไม่ต้องห่วงหรอก...ข้าไม่เคยออมมืออยู่แล้ว เวลาสิงโตล่าเหยื่อไม่ว่าเหยื่อนั้นจะเป็นกวางหรือกระต่าย มันก็จะทุ่มเทอย่างสุดความสามารถ ข้าก็เช่นกัน"เด็กหนุ่มกำหมัดแน่น จนอีกฝ่ายมองอย่างเอ็นดู
 
       "ดีแล้ว...แต่จงจำไว้ ไอโอเรีย บางครั้งดาบก็สมควรที่จะอยู่ในฝัก..."เขาทิ้งท้ายพร้อมลูบหัวไอโอเรียเบาๆ ไม่นานก็มีคนมาเรียกเขาให้เตรีมตัวที่จะลงสนาม
 
 
 
 
 
       "เฮียวงะ...จำไว้ให้ดี ห้ามเล่นเหมือนรอบที่แล้วนะ"คามิวกล่าวกับศิษย์รักที่ยืดเส้นยืดสายไปพลางเดินลงสนามไปพลาง
 
       "ครับๆ อาจารย์ กับเจ้านั่นข้าเล่นไม่ออกหรอก"เขาเบ้หน้านิดหน่อย แต่เขาเองก็เป็นศิษย์โกลด์เซนต์เหมือนกัน ใช่่ว่าจะไม่มีโอกาสชนะเสียหน่อย อีกอย่าง อาจารย์กับมิโร่ก็ช่วยกันวิเคราะห์ความสามารถของไอโอเรียจนทะลุปรุโปร่ง...สำหรับทุกอย่างที่เคยเห็นนะ
 
 
 
       เฮียวงะก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีไม้ตายอะไรซ่อนไว้ แต่ทางเขาเองก็มีไม้เด็ดเก็บไว้เช่นกัน
 
 
 
       ศึกระหว่างสองอัจฉริยะกำลังจะเริ่มขึ้น
8  Administration Forum / Fan Fic & Fan Art / [Nami's Art Room] Love you to much [Sysi X Cid] เมื่อ: 13, พฤศจิกายน 2012, 11:26:32 PM
อาาา พอดีช่วงนี้ข้าพเจ้ากำลังบ้าคลั่งคู่ ชิจิฟอส เอลซิด // อะไรจะรักกันปานจะกลืนทั้งออริจินอลทั้งอนิเมเลยฟระ


ก็แบบว่า เอลซิดเนี่ย ในอนิเม แบบไม่วายนะ....ทั้งเคารพ เชิดชู เชื่อฟัง ปกป้อง ชิจิฟอสแบบไม่มีข้อโต้แย้งใดๆทั้งสิ้น จะไม่จิ้นก็แปลกแล้วละค๊าาาาา




เราก็เลย ขอวาดซะหน่อยละกัน

//พอดีไม่ได้ตัดเส้น มาแต่ดินสออะนะ ; v ;

รูปนี้อารมย์แบบ ทั้งรักทั้งเชิดชู จะจูบที่ยังจูบมือเลย//แดดิ้น

จริงๆตอนนี้เขียนฟิกฟอสซิดอยู่ ไว้ว่างๆจะเอามาอัพนะคร๊าาา//ปลุกปั่นกระแสม้าแพะที่แสนจะจืดจาง



9  Administration Forum / Fan Fic & Fan Art / Re: [Art Room ของรถคันน้อย] My original Gold Saint part 2 (14-11-2011) เมื่อ: 13, พฤศจิกายน 2012, 11:18:27 PM
เมื่อไหร่จะเอาซิดซังผมคาร์เดียมาลงอะจ๊าาา XD รอดูนะเนี่ย 5555
10  Saint Seiya World Section / Anime & Manga Saint Seiya / Re: ถ้าสมมุติ ทำ saint seiya ภาคTV เป็นเเบบคิดว่ายังไงกัน เมื่อ: 08, พฤศจิกายน 2012, 04:20:29 PM
ถ้ามีก็ดีสิ Q Q ดีมากเลยด้วย

แบบว่า บางทีถ้าอยากดูเซย่าอนิเมงามๆ คงต้องไปเล่นปาจิงโกะแทนแล้วอะ 555

แต่ชอบนะ เส้นมันยังเซย่ามากๆ แต่พวก สี แสงเงา โมชั่น สวยขึ้นจมเลย
11  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: [Fan Art] Dragon Ryuhou เมื่อ: 21, ตุลาคม 2012, 06:39:18 PM
โอ้ น้องหริวน้อย XD

ชอบพ่อลูกคู่นี้จรืิงๆน้าาา

อยากเห็นฟีลน่ารักๆของสองคนนี้จัง
12  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: เข้ามาชม FanArt Saint Seiya Color Drawing ฝีมือคนไทย!! เมื่อ: 12, ตุลาคม 2012, 07:54:11 AM
อา บอร์ด Fan-Art เริ่มกลับมาคึกคักแล้ว XD

ด้วยความยินดีค่า ว่างๆก็ไปเยี่ยมกระทู้เราหรือคนอื่นๆบ้างน้าา

//ช่วงก่อนหน้านี้บอร์ด Fan-Art เงียบมาก เรานั่งอัพอยู่คนเดียวเลยมั้ง 5555
13  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: เข้ามาชม Saint Seiya Drawing ฝีมือคนไทย!! เมื่อ: 12, ตุลาคม 2012, 12:58:51 AM
แหม บอร์ดก็ชื่อ Saint Seiya Thai fan club จะให้เป็นคนชาติอื่นได้ไงละเนอะ XD

ลายเส้นน่ารักดีค่า ชอบตรงพื้นหลังที่ดูเป็นสไตล์กระดาษๆดี

แต่ไม่น่าตั้งชื่อว่า Drawing นะคะ เพราะเราพาลนึกถึงพวก วาดเสมือน ที่สานแสงเงาจัดๆ ใช้ EE ฝนกัน ไรงี้ อันนี้น่าจเรียกว่า Fan Art มากกว่า
14  Saint Seiya World Section / STF Member Poll & Statistic / Re: แพนโดร่า VS อเธน่า ใครจะชนะ? เมื่อ: 07, ตุลาคม 2012, 12:36:47 AM
ไม่ยากครับ เพราะอาจารย์คุรุมาดะ เป็นสายด้นสดครับ ไม่ได้วางแผนล่วงหน้าเท่าไหร่ สดกันตอนต่อตอน ข้อมูลและไทม์ไลน์ เลยปะติดปะต่อกันแบบมั่วมากๆ บางทีนักอ่านก็ต้องหาช่องว่างแล้วอุดมันเอาเองนะ 555
15  Saint Seiya World Section / Fan-fics, Fan-arts / Re: Saint's Legend : The Golden Rebillion Chapter 4 เมื่อ: 06, ตุลาคม 2012, 11:11:12 PM
ตอนที่ 4 : Under the mask , Love or Death

   การเดินทางของหนึ่งโกลด์เซนต์และเด็กน้อยอีก 2 คนเริ่มต้นขึ้น เนื่องจากตั้งแต่จำความได้ เขาก็ฝึกวิชาอยู่แต่ในแซงค์ชัวรี่ทำให้รู้จักโลกภายนอกน้อยมาก แต่เขาก็อาศัยการนำทางของดวงดาว และความทรงจำจากคอสโม่อันแสนคุ้นเคยของคนๆนั้น โดยที่หลีกเลี่ยงการใช้คอสโม่ของตัวเอง และเก็บมันเอาไว้ให้ลึกที่สุด ไม่ว่าจะเป็นวิถีชีวิตประจำวันใดๆ ก็พยายามใช้แรงอย่างคนปกติเพื่อไม่ให้ผิดสังเกตมากที่สุด

   ถึงแม้จะลำบาก แต่เซย่าน้อยก็ไม่ปริปากบ่นเลยสักคำ อีกทั้งรอยยิ้มสดใสของทารกน้อยผู้เป็นร่างทรงอันแสนสำคัญ ก็เป็นกำลังใจอันล้ำค่าที่ทำให้ฝีก้าวของไอโอรอสยังคงย่ำไปข้างหน้าอย่างไม่ย่อท้อ

   ผ่านวันผ่านคืน ทุกสภาพอากาศและสภาพแวดล้อม ทั้ง 3 เดินทางมุ่งหน้าไปจนถึงชายฝั่งทะเลของกรีซ

   แต่การจะข้ามทะเลไปยังเกาะนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ทั้ง 3 คน ไม่มีเงินติดตัวเลยแม้แต่น้อย ทำให้ไอโอรอสตัดสินใจทำงานอยู่ที่โรงแรมขนาดเล็กแห่งหนึ่ง โดยแลกกับเงิน อาหาร และที่พักสำหรับเด็กๆ ในสายตาของคนอื่นๆ คงจะเห็นเป็นคุณพ่อลูกสองที่เดินทางรอนแรมมาจากไหนก็ไม่รู้ แต่เรี่ยวแรงที่ถึงแม้จะไม่พึ่งคอสโม่ก็มหาศาลผิดมนุษย์มนาของไอโอรอส ทำให้ค่าตัวในการทำงานสารพัดอย่างของเขาสูงกว่าคนทั่วไปมาก ทำให้หลายๆคนในพื้นที่เริ่มว่าจ้างเขาให้ทำงานต่างๆมากขึ้น แต่พอมีเงินพอสำหรับค่าเรือ เซนต์หนุ่มก็รีบขอตัวทันที เพราะหากตัวตนของเขาเป็นที่รู้จักไปมากกว่านี้ คงไม่พ้นหูของพวกแซงค์ชัวรี่แน่ๆ อย่างน้อยก็จนกว่าจะส่งเซย่าถึงมือสหายของเขาอย่างปลอดภัย

   วันนี้คลื่นลมไม่แรงมากนัก คนในหมู่บ้านต่างก็รู้ว่าไอโอรสเป็นคนดี และให้ความช่วยเหลือชาวบ้าน จึงอาสาจัดเรือออกไปส่งให้อย่างไม่ชักช้า อีกทั้งยังลดค่าเรือลงถึงครึ่งนึง และบอกว่า สำหรับอาเธน่าและเซย่านั้นให้ฟรีไป

   แต่สิ่งที่ยังสร้างความสงสัยแก่คนเรือคือ จุดมุ่งหมายที่ไอโอรอสกำลังจะเดินทางไป…คือเกาะคาน่อน

   เกาะที่มีภูเขาไฟที่ยังไม่ดับดี อีกทั้งยังมีสภาพอากาศที่ย่ำแย่ และร้อนมาก อีกทั้งยังมีคนอาศัยอยู่น้อยนิด

   แต่เพื่อไม่ให้ชาวเรือข้องใจจนเป็นที่ผิดสังเกต ไอโอรอสจึงจำเป็นต้องตอบไป

   “พาเด็กๆมาหาญาติน่ะ…”เขาตอบยิ้มๆ
   “หือ? ญาติหรอ? แปลกดีนะ ที่มาตั้งรกรากอยู่ที่เกาะแห่งนี้เนี่ย”คุณลุงที่นำเรือออกทะเลให้ทำหน้าคิดเล็กน้อย แต่ก็ไม่อยากก้าวก่ายเรื่องส่วนตัวของคนอื่นมากนัก จึงเพียงแค่พาทั้ง 3 มาส่งอย่างปลอดภัย ก่อนจะถามว่า ต้องการให้รอกลับด้วยไหม แต่ไอโอรอสบอกปฏิเษธไป และกล่าวคำขอบคุณสำหรับน้ำใจ

   เซย่าที่นั่งเงียบตลอดการเดินทางมองไปรอบๆบรรยากาศของเกาะที่ทุรกันดาร และดูน่ากลัวยังไงชอบกล หมู่บ้านของที่นี่ก็เล็กมาก และดูเงียบเหงา อีกทั้งยอดภูเขาไฟที่สูงน่ากลัวนั่นก็เช่นกัน มือเล็กๆจึงกำชายผ้าคลุมของไอโอรอสที่เขาใช้ปกปิดหน้าตาตัวเองไว้จนแน่น

   “เป็นอะไรหรือเซย่า?”
   เจ้าเด็กน้อยช้อนตามองเซนต์หนุ่มอย่างหวาดๆ แต่ไอโอรอสก็ยิ้มกลับพร้อมกับลูบหัวปลอบขวัญ

   “ไม่เป็นไร ข้าอยู่ทั้งคน อย่ากลัวไปเลย อีกอย่าง คนที่อยู่ที่นี่คือสหายของข้าเอง และข้ามั่นใจว่าเขาจะฝึกฝนเจ้าให้เป็นเซนต์ได้ดีไม่แพ้ข้าเลย”
   และนั่นยิ่งทำให้เซย่าจินตนาการสารพัดว่าเขาอาจจะต้องตายก่อนได้เป็นเซนต์ก็ว่าได้ ดูจากสถาณที่ฝึกสุดโหดหินนี่แล้ว แต่ในเมื่อมันเป็นการฝึกแบบเดียวกับทีพี่มารีนต้องเจอ เด็กหนุ่มก็พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกอย่าง

   ทั้ง 3 เดินทางขึ้นบนทางลาดชันสุดอันตราย ที่ทอดยาวขึ้นไปบนปากปล่องภูเขาไฟ เกือบชั่วโมงของการปีนเขาทำให้เซย่าเริ่มเหนื่อย แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ยอมแพ้ ถึงจะเหนื่อย แต่ไอโอรอสทั้งต้องแบกกล่องคลอธ และต้องอุ้มอาเธน่า ยังไม่บ่นแม้แต่คำเดียว เขาที่ทั้งตัวไม่ได้ถืออะไรเลยจะบ่นได้ยังไงกัน

   แต่ขณะที่กำลังปีนขึ้นไปนั้นเอง มือใหญ่ๆของไอโอรอสก็คว้าตัวเซย่าเข้าแนบอก พลันสายฟ้าสีม่วงเข้มก็ฟาดลงมาจากเชิงผาด้านบน ก่อนร่างลึกลับในผ้าคลุมจะปรากฏตัวขึ้น

   ศัตรูเรอะ!?

   เซย่าเห็นเป็นแบบนั้น แต่สำหรับไอโอรอส เขาวางเด็กหนุ่มลงแล้วยิ้มทักทายให้กับร่างลึกลับนั่น

   “เป็นไง ไม่เจอกันตั้งนาน หมัดเจ้ายังเป็นการทักทายที่รุนแรงเหมือนเดิมนะ”เขาโบกมือให้อย่างเป็นมิตร

   เนี่ยอะนะ สหายของไอโอรอส!?

   ร่างในผ้าคลุมกระโดดฟุบเดียว จากหน้าผาที่สูงขึ้นไปหลายเมตรก็ลงมายืนอยู่ตรงหน้าไอโอรอส พลันเรียวนิ้วยาวที่มีเล็บเรียวแหลมคมก็จ่อคอของไอโอรอส

   “เรื่องของเจ้ามาถึงนี่เหมือนสายฟ้าแลบเลยละ…อธิบายมาซะ ไม่งั้น…”เสียงนั้นเป็นเสียงของผู้หญิง แต่ฟังดูดุดันและแข็งกร้าวน่าดู หญิงสาวลึกลับจ่อกรงเล็บใกล้เข้ามาอีก

   ไอโอรอสยกมือยอมแพ้ ก่อนจะอธิบายเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง
ในสายตาของเซย่ามันยากที่จะเชื่อว่าสองคนนี้เป็นเพื่อนกัน และดูท่าหญิงคนนั้น ไม่น่าจะเชื่อคำพูดของไอโอรอส ด้วยเหตุผลที่ว่าเป็นแค่เพื่อนกันหรอก

แต่ทันทีที่เขาเล่าจบ หล่อนก็เก็บกรงเล็บสุดน่ากลัวกลับเข้าไปในผ้าคลุม ก่อนเดินนำพวกเขาไปที่กระท่อมไม้เก่าๆหลังหนึ่งที่อยู่สูงขึ้นไปอีก

“พูดที่นี่ปลอดภัยกว่า…”

เธอเชิญทั้ง 3 เข้ามาในบ้าน ก่อนจะปลดผ้าคลุมออก เผยให้เห็นเรือนผมสีมรกตหยักศกยาวสลวย กับหน้ากากสีเงินที่หล่อเป็นใบหน้าของหญิงสาวที่งดงามหากแต่เรียบเฉยราวกับรูปปั้นน้ำแข็ง
“แล้ว มาที่นี่ มีอะไรรึ?”หล่อนทิ้งตัวลงนั่งที่อีกฝั่งของโต๊ะ แขกผู้มาเยือนวางของลงที่มุมห้องอย่างเป็นระเบียบ แล้วพาเซย่ามานั่งข้างๆ

“ไชน่า ชั้นมีเรื่องจะขอร้องเธอ…เธอคงไม่รังเกียจใช่ไหม ถ้าจะรับเด็กสักคนเป็นศิษย์…”
เธอยังไม่ตอบอะไร ไอโอรอสจึงเล่าต่อ
“ก็อย่างที่บอกไปว่าตอนนี้ที่แซงค์ชัวรี่กำลังเกิดเรื่องใหญ่ ชั้นคงฝึกให้เขาไม่ได้ จึงอยากมาขอร้องเธอ…”
“เล่าต่อสิ…”
“เด็กคนนี้ชื่อเซย่า เป็นน้องชายของมารีนที่ฝึกอยู่ที่แซงค์ชัวรี่…”
“อาฮะ…พอนายโดนหาว่าเป็นคนทรยศ เลยต้องมาฝากชั้น เพราะกลัวเด็กนี่กับยัยหนูมารีนจะโดนหางเลขละสิ?”เธอตอบเหมือนกับรู้ใจชายหนุ่ม ไอโอรอสได้แต่เพียงพยักหน้า

“งั้นก็ได้ อยู่ที่นี่ชั้นก็ฝึกวิชาอยู่คนเดียว มาสิไอ้หนู…”เธอเดินมาหาเซย่าด้วยท่าทางทะมัดทะแมง

คืนนั้นหญิงสาวจัดเตรียมห้องไว้ให้เซย่า กับพวกไอโอรอสได้ใช้พักผ่อนก่อนเดินทาง และเซย่าก็รู้ดีว่าหลังจากนี้ คือการแยกทางกับเซนต์หนุ่มของเขา เพื่อการเป็นเซนต์ และไอโอรอสก็รู้อยู่ว่าหลายๆอย่างยังคาใจเด็กหนุ่ม เขาจึงกล่อมอาเธน่าจนหลับก่อน แล้วจึงเข้ามาพูดคุยเป็นการส่วนตัว

“นี่ไอโอรอส….ทำไมเซนต์หญิงต้องใส่หน้ากากด้วยละ?”เซย่าถามอย่างสงสัย
“มันเป็นกฏน่ะ เพราะการที่ผู้หญิงจะมาเป็นเซนต์ จะต้องละทิ้งชีวิตที่สุขสบาย และสวมหน้ากากเอาไว้ ถ้าหากใครเห็นหน้า จะต้องรักคนๆนั้น หรือไม่ก็ ฆ่าเขา….”ไอโอรอสแกล้งทำสีหน้าขู่เซย่าตอนที่พูดถึงเรื่องฆ่าคนที่เห็นใบหน้าภายใต้หน้ากากนั้น
“อึ๋ย งี้ผมจะเห็นหน้าพี่มารีนได้มั้ยเนี่ย”
“ฮะๆๆ ได้สิ…เพราะพวกเธอเป็นพี่น้องกันยังไงละ”เขาพูดยิ้มๆ แล้วดับตะเกียงน้ำมันหัวเตียง เพื่อให้เด็กหนุ่มได้นอนแต่หัวค่ำ ก่อนที่จะเจอกับการฝึกอันแสนสาหัสที่รอเขาอยู่

กลางดึก หญิงสาวเดินเข้ามาเพื่อเอาผ้าห่มมาให้ไอโอรอส แต่กลับพบแต่เพียงห้องที่ว่างปล่าว ไม่มีแม้แต่การเปลี่ยนแปลงใดๆ หล่อนจึงรีบตามเขาไปที่หน้าผาริมทะเล และก็ได้พบกับเขาที่นั่นจริงๆ

“ขอโทษนะ ที่ตอบรับน้ำใจของเธอไม่ได้น่ะ…”เขากล่าวพร้อมรอยยิ้มน้อยๆ ที่แฝงไปด้วยความเศร้า
ร่างบอบบางแต่ทว่าองอาจเยี่ยงชายชาตรีของเธอเยื้องย่างมาหาชายหนุ่มอย่างช้าๆ มือเรียวยกขึ้นปลดหน้ากากออก เผยให้เห็นดวงหน้าคมและดวงตาสีมรกตสุกสกาว มันแฝงไว้ด้วยความอาลัยลึกล้ำ แต่ก็มีความแข็งกร้าวแฝงอยู่

ซาจิทาเรียสเซนต์มองเธอพร้อมรอยยิ้มอ่อนโยน หญิงสาวยกกรงเล็บเรียวแหลมของตนขึ้นเหนือศรีษะ ปรากฏเป็นพลังไฟฟ้าสีม่วงส่องสว่างแปลบปลาบ ชายหนุ่มไม่มีทีท่าว่าจะขยับ แม้ว่าคอสโม่หล่อนจะโชติช่วงรุนแรงมากขึ้นแผ่รังศีคุกคามมามากมายเพียงใด แต่กลับแฝงไว้ซึ่งความรักและอาวรณ์ที่มีต่อเขาอย่างท่วมท้น

“ไอโอรอส…ในเมื่อเห็นหน้าของชั้นแล้ว ก็จงตายซะเถอะ…”เธอกล่าวด้วยเสียงเรียบเฉย

ชายหนุ่มก้าวเท้าเข้ามาหาหล่อนช้าๆ มือยกขึ้นไล้ไปตามโครงหน้าคมกล้าของหญิงสาวสุดแกร่ง ผู้ที่ครั้งหนึ่ง เคยต่อสู้ช่วงชิงชุดโกลด์คลอธกับเขาได้อย่างสูสี หญิงสาวผู้เคยเผยโฉมหน้าของเธอให้เขาเห็นเมื่อกาลก่อน

“ไม่ต้องห่วง…ข้าจะกลับมาเพื่อมองใบหน้านี้ของเจ้าเป็นครั้งที่ 3 แน่นอน…ไชน่า”
หญิงสาวหลับตาลง ถึงจะพยายามสกัดกั้นความรู้สึกไว้ข้างในลึกๆ แต่น้ำตาหยดน้อยก็ไหลลงมาตามทางจากหางตาข้างซ้าย เธอสูดหายใจเฮือกหนึ่ง ก่อนจะปล่อยพลังทั้งหมด ฟาดท่าไม้ตายที่รุนแรงที่สุด ของ ซิลเวอร์เซนต์ กลุ่มดาวคนแบกงู โอร์ฟิอุส ไชน่า “ธันเดอร์ คลอว์” ถล่มหน้าผาขนาดมหึมาจนแตกกระจุยไม่มีชิ้นดี ไม่เหลือร่องรอยของชายหนุ่มให้เห็นแม้แต่เงา
กลุ่มควันที่เกิดจากการถล่มของหน้าผาค่อยๆจางลง เซย่าวิ่งออกมาด้วยความตกใจ ก็เห็นแต่เพียงร่างของผู้เป็นอาจารย์ ยืนนิ่งอยู่ที่ๆเคยเห็นชะแง่นผาสูงชันที่บัดนี้ถล่มหายไปไม่เหลือแม้แต่ซาก ท่ามกลางกลุ่มควันที่ลอยคละคลุ้ง ประกายสีทองที่ส่องสว่างอยู่รำไรท่ามกลางความมืด หน้ากากสีเงินที่เคยอยู่ในมือถูกยกขึ้นมาสวมกลับไว้ที่ใบหน้า หยาดน้ำน้อยๆไหลหยดลงจากปลายคางของหล่อน แม้ใบหน้าที่ถูกหล่อด้วยโลหะของหน้ากากเงินจะเรียบเฉย แต่ภายในนั้นเจ็บปวดยิ่งนัก

ซาจิทาเรียสไอโอรอส บุรุษสุดแกร่ง ที่มิยอมปล่อยหมัดใส่สตรีอย่างเธอ แม้จะอยู่ในการประลองเพื่อชิงโกลด์คลอธ ศึกแห่งศักดิ์ศรีของเหล่าเซนต์ และเป็นศึกที่เธอได้รับความเป็นหญิงที่เคยละทิ้งไปกลับคืนมา ยามที่ทั้งสองแลกหมัดใส่กันและกัน ไอโอรอสผู้มิยอมทำร้ายสตรีเพศ และ ไชน่า ผู้ยอมทิ้งความเป็นหญิงเพื่อเป้าหมายเดียวกับชายหนุ่ม

ถึงแม้จะรู้สึกเหมือนโดนดูแคลน แต่กลับได้รับความรู้สึกอบอุ่นและอ่อนโยนจากคอสโม่ทองคำของชายหนุ่มยิ่งนัก ไชน่าจึงต้องแพ้ให้กับใจอันไม่หวั่นไหวของชายผู้นั้น และนั่นทำให้ โอร์ฟีอุส ไชน่าผู้นี้ เชื่อจนสุดใจ ว่าไอโอรอสไม่มีวันทรยศ


เธอเลือกที่จะไม่ฆ่าเขา ผู้ที่เคยเห็นใบหน้าของเธอแล้วครั้งหนึ่ง…

และครั้งนี้เธอก็จะไม่ฆ่าเขาเช่นกัน…

“ครั้งหน้า…ถ้าได้เห็นหน้าภายใต้หน้ากากนี้เป็นครั้งที่สาม…ข้าจะรักเจ้า ไอโอรอส…”

ขอให้เจ้าและอาเธน่าปลอดภัย…


หน้า: [1] 2 3 ... 8
Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
Top 10 Best Sellers in Clothing for 2017 Top 10 Best Sellers in Clothing Best Sellers in Clothing
Top 10 Best Sellers in Books reviewer 2017 Top 10 Best Sellers in Books Best Sellers in Books
Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Reviewer 2017 Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Best Sellers In Grocery