STF Forum
สวัสดี 22, ธันวาคม 2014, 06:57:22 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน ซูล่าแบงค์กิ้ง เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 38   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ROCK YOUR WORLD!  (อ่าน 159987 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 3 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
crazy_diamond
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Gold Saint
*

Photobucket 1332
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
วันนี้ เวลา 05:53:47 PM

Aries

กระทู้: 1079
หมายเลขสมาชิก: 3218

วันที่สมัครสมาชิก: ม.ค., 2009


กระทู้: 1079
623.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ crazy_diamond
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 26 : Exp 68%
HP: 2.1%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.5.7 Firefox 3.5.7


ดูรายละเอียด
| |
« ตอบ #45 เมื่อ: 27, มกราคม 2010, 10:18:40 PM »

สกอร์เปี้ยน เป็นอีกวงที่ดังในประเทศไทยมากๆครับ แต่กระนั้นก็มีชะตากรรมไม่ต่างกับซานตาน่าคือเพลงที่ฮิตสำหรับคนไทยเราไปกองๆอยู่ในยุคเก่าๆหมด ยุคหลังถ้าไม่รักกันจริงแทบจะไม่เคยได้ยินกันเลย ไม่ใช่ว่างานไม่ดีนะครับ เค้ายังทำงานในรูปแบบที่เราชอบๆกันนั่นแหละ แต่ว่าคนไทยไม่นิยมกันแล้วนั่นเอง

รูดอล์ฟ เชงเกอร์หัวหอกของวงในยุคก่อตั้งนั้นได้พาน้องชายคือไมเคิลมาเป็น Lead guitar ด้วยในอัลบั้มแรก ก่อนจะออกไปร่วมวงร็อคระดับตำนานอีกวงอย่าง UFO เจ้าของเพลงฮิตที่คนหัดกีตาร์ต้องเอาไปเป็นแบบฝึกหัดอย่าง Rock bottom นั่นแล ต่อมาก็คือวง MSG ที่มีเพลงฮิตอย่าง Lipstick trace

แต่ถึงกระนั้น "แมงป่องผยองเดช" ก้ล้มลุกคลุกคลานมาพอสมควร ต้องรอจนถึงอัลบั้มที่ 7 อย่าง Love drive พวกเขาถึงประสบความสำเร็จด้วยเพลงที่ชื่อคุ้นหูอย่าง Always Somewhere และเพลงที่คงหากินได้ตลอดกาลอย่าง Holiday ซึ่งจากผลงานชุดนี้ก็จะเป็นยุคที่พวกเค้าครองโลกเป็นวงร็อคอันดับต้นๆที่ค่าตัวแพงหูฉี่ และเพลงฮิตตามมามากมาย อย่าง Lady Starlight, The Zoo, When the Smoke Is Going Down, Rock You Like a Hurricane, Still Loving You, Believe In Love, Wind of Change, Send Me an Angel ก่อนที่จะค่อยๆเสื่อมความนิยมลงหลังยุค 1990

เพลงของสกอร์เปี้ยนที่ดังที่สุดก็คงไม่พ้น Wind of Change ที่ทำเพื่อเฉลิมฉลองการทำลายกำแพงเบอร์ลินนั่นเอง

แม้จะแถลงการแยกวง แต่ผมคิดว่าเป็นแค่ชั่วคราวเท่านั้น เนื่องจากอาจจะเริ่มอิ่มตัวและตีบตันทางความคิดและงานยุคหลังเริ่มไม่ประสบความสำเร็จทางการตลาด เพราะความเห็นส่วนตัวผมคิดว่าแฟชั่นและรสนิยมทางการเสพดนตรีเปลี่ยนไปมาก ทำให้ดนตรีแบบคลาสสิกร็อคดูเชยไปเสียแล้ว แต่อีกสักห้าหรือสิบปีคงมีการรียูเนียนแน่ๆครับ เพราะเลือดศิลปินมันหยุดนานๆไม่ได้และรียูเนียนทีก็รับทรัพย์กันตัวอ้วนเลยล่ะครับ ฮิๆ

thxby260719Black Sunday, ajkea25, crayozz, Yotsawin
บันทึกการเข้า

Yotsawin
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Gold Saint
*

Photobucket 1848
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
14, กุมภาพันธ์ 2014, 12:27:00 PM

Aquarius

กระทู้: 1772
หมายเลขสมาชิก: 4970

วันที่สมัครสมาชิก: มิ.ย., 2009


กระทู้: 1772
404.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Yotsawin
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 34 : Exp 22%
HP: 0.3%

[URL=http://img159.imageshack.us/i/xinsrc100901290

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.0.17 Firefox 3.0.17

j.om4@hotmail.com Yotsawin
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
| |
« ตอบ #46 เมื่อ: 28, มกราคม 2010, 10:42:42 PM »

ถึงเวลาที่ รู้จัก "อิ่มตัว" ซักที

   ชอบ  คลอส ไมน์กับ รูดอลฟ์ เชนเกอร์



     คลอส ไมน์


      รูดอลฟ์ เชนเกอร์

         ส่วนอีกคนนี่เป็นพี่หรือน้องของรูดอลฟ์ หรือเปล่า เพราะนามสกุล "เชนเกอร์" เหมือนกัน ผมก็ชอบนะครับ
  "ไมเคิล เชนเกอร์


             
              คนผมบลอนด์ ขวามือนะครับ ชอบน้าเขาโซโลเพลง "Rock bottom" ของ UFO มากๆๆๆครับ 

thxby260908Black Sunday, crazy_diamond, ajkea25
บันทึกการเข้า
crazy_diamond
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Gold Saint
*

Photobucket 1332
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
วันนี้ เวลา 05:53:47 PM

Aries

กระทู้: 1079
หมายเลขสมาชิก: 3218

วันที่สมัครสมาชิก: ม.ค., 2009


กระทู้: 1079
623.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ crazy_diamond
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 26 : Exp 68%
HP: 2.1%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.5.7 Firefox 3.5.7


ดูรายละเอียด
| |
« ตอบ #47 เมื่อ: 28, มกราคม 2010, 11:54:22 PM »


         ส่วนอีกคนนี่เป็นพี่หรือน้องของรูดอลฟ์ หรือเปล่า เพราะนามสกุล "เชนเกอร์" เหมือนกัน ผมก็ชอบนะครับ
  "ไมเคิล เชนเกอร์

             
              คนผมบลอนด์ ขวามือนะครับ ชอบน้าเขาโซโลเพลง "Rock bottom" ของ UFO มากๆๆๆครับ 

เป็นน้องชายรูดอลฟ์จริงๆแหละครับ เพิ่งมาเล่นในไทยเมื่อสองปีก่อน แต่ได้ข่าวว่าไข้ขึ้นหนัก แต่ก็ยังฝืนออกมาเล่น จึงเล่นได้ไม่เต็มที่ เล่นเอาแฟนๆที่ไม่ทราบข่าวนึกว่าเขาเล่นไม่เต็มที่ หรือหมดไฟแล้ว เป็นพวกหิวเงินมาทัวร์โกยเงินเอาตอนแก่ เล่นเอาทางวงต้องรีบออกมาแก้ต่างแทบไม่ทัน

thxby260922Yotsawin, Black Sunday
บันทึกการเข้า

Black Sunday
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Gold Saint
*

Photobucket 3027
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
วันนี้ เวลา 03:02:21 PM

กระทู้: 1278
หมายเลขสมาชิก: 39

วันที่สมัครสมาชิก: ต.ค., 2006


กระทู้: 1278
1546.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Black Sunday
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 29 : Exp 4%
HP: 3.6%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 3.0.195.38 Chrome 3.0.195.38

boo_bee_23@otmail.com
ดูรายละเอียด
ดูรายการสินค้า        
| |
« ตอบ #48 เมื่อ: 29, มกราคม 2010, 01:11:45 PM »

Will.i.am, Slash Remix the Who’s “My Generation” For Super Bowl



There will be a little extra Who at Super Bowl XLIV on February 7th: in addition to rocking the halftime show, the band’s “My Generation” will debut as a remix. Will.i.am has recruited Slash to help rework the classic track. Following the big game, the song will go on sale on iTunes, with all proceeds benefiting Haiti earthquake relief funds.

“I altered the lyric to fit my generation now,” Will.i.am told Billboard, adding that Slash plays on the track. “It was awesome. I loved that song way before this even came up, and talking to Pete Townshend on the phone is like, ‘What?! I’m talking to Pete Townshend on the phone?!’ Those guys are just awesome.” It’s unclear whether the band will premiere the song during their halftime performance, or whether it will play during a break in the action or an ad.
 

thxby260998Yotsawin
บันทึกการเข้า



  ROCK YOUR WORLD! โดย Black Sunday

I've always had to do thing my way! I've taken myself to the edges of life my way!
วันพุธ
จำนวนผู้ประกอบการ: (+1)
Gold Saint
*

Photobucket 2622
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
08, กันยายน 2014, 02:24:03 PM

Sagittarius

กระทู้: 3938
หมายเลขสมาชิก: 6

วันที่สมัครสมาชิก: ต.ค., 2006


กระทู้: 3938
17.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ วันพุธ
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 51 : Exp 8%
HP: 0.1%

Believe [ME] Save My Life !!

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0

yod116@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
| |
« ตอบ #49 เมื่อ: 29, มกราคม 2010, 07:35:15 PM »

เหอๆ พอดีเพิ่งเข้ามาอ่านกระทู้นี้อ่ะซัน ตอนนี้ผมไม่ค่อยร็อคแล้วอ่ะดิ

สมัยวัยรุ่น ตอนเล่นดนตรีใหม่ๆ ร็อคเท่านั้นเลยล่ะ แต่เดี๋ยวนี้เริ่มอายุมากขึ้น

เลยเริ่มเล่นแนวอื่นๆ เยอะอ่ะ ไม่ใช่ร็อคอย่างเดียว หันไปหา โซล,ฟังค์,ป๊อปแจ๊ซ ด้วยแล้ว

ร็อคก็เล่นอยู่บ้างนะ รวมๆ ก็เล่นแทบทุกแนวแล้วตอนนี้อ่ะ หันไปเล่นเพลงแนวเบาๆ ลงด้วย

วงต่างประเทศสมัยก่อนที่ฟังนี่นึกออกเยอะเลย สมัย ม.ปลาย เป็นสาวก Nirvana มาฟัง Foo Fighter

ของตาเดฟ มันก็ไม่ใช่แบบสมัย Nirvana อ่ะ แล้ววงอื่นๆ ก็ Mr.Big, Gun'n Roses, Bon Jovi, Santana,

Oasis, Greenday, Dream Theatre แต่เป็นช่วงยุค 1990-2000 อ่ะ สมัยนี้ไม่ค่อยได้ติดตามเท่าไหร่แล้ว

นึกถึงเมื่อก่อนจัง เดี๋ยวนี้เล่นดนตรีก็ไม่ได้เอาเพลงฝรั่งมาเล่นเลยอ่ะ ไว้ต้องขุดมาเล่นซะแล้ว โดยเฉพาะเพลง

"Green-tinted Sixties Mind" กับเพลง "Sweet Child O'Mine" 2 เพลงนี้ยังตรึงใจอยู่เลย

thxby261045ajkea25, crazy_diamond, Black Sunday, Yotsawin
บันทึกการเข้า

Bangkok Glass FC  บางกอกกล๊าส เอฟซี

crazy_diamond
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Gold Saint
*

Photobucket 1332
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
วันนี้ เวลา 05:53:47 PM

Aries

กระทู้: 1079
หมายเลขสมาชิก: 3218

วันที่สมัครสมาชิก: ม.ค., 2009


กระทู้: 1079
623.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ crazy_diamond
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 26 : Exp 68%
HP: 2.1%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.5.7 Firefox 3.5.7


ดูรายละเอียด
| |
« ตอบ #50 เมื่อ: 29, มกราคม 2010, 09:57:24 PM »

เหอๆ พอดีเพิ่งเข้ามาอ่านกระทู้นี้อ่ะซัน ตอนนี้ผมไม่ค่อยร็อคแล้วอ่ะดิ

สมัยวัยรุ่น ตอนเล่นดนตรีใหม่ๆ ร็อคเท่านั้นเลยล่ะ แต่เดี๋ยวนี้เริ่มอายุมากขึ้น

เลยเริ่มเล่นแนวอื่นๆ เยอะอ่ะ ไม่ใช่ร็อคอย่างเดียว หันไปหา โซล,ฟังค์,ป๊อปแจ๊ซ ด้วยแล้ว

ร็อคก็เล่นอยู่บ้างนะ รวมๆ ก็เล่นแทบทุกแนวแล้วตอนนี้อ่ะ หันไปเล่นเพลงแนวเบาๆ ลงด้วย

วงต่างประเทศสมัยก่อนที่ฟังนี่นึกออกเยอะเลย สมัย ม.ปลาย เป็นสาวก Nirvana มาฟัง Foo Fighter

ของตาเดฟ มันก็ไม่ใช่แบบสมัย Nirvana อ่ะ แล้ววงอื่นๆ ก็ Mr.Big, Gun'n Roses, Bon Jovi, Santana,

Oasis, Greenday, Dream Theatre แต่เป็นช่วงยุค 1990-2000 อ่ะ สมัยนี้ไม่ค่อยได้ติดตามเท่าไหร่แล้ว

นึกถึงเมื่อก่อนจัง เดี๋ยวนี้เล่นดนตรีก็ไม่ได้เอาเพลงฝรั่งมาเล่นเลยอ่ะ ไว้ต้องขุดมาเล่นซะแล้ว โดยเฉพาะเพลง

"Green-tinted Sixties Mind" กับเพลง "Sweet Child O'Mine" 2 เพลงนี้ยังตรึงใจอยู่เลย


คุยแจ๊ซหรือบูลส์ก็ได้นะครับ ผมก็ชอบฟังอยู่เหมือนกัน จะมาแจมเป็นระยะๆ แต่จะวนๆอยู่ในศิลปินก่อนยุค 2000 เท่านั้นเอง

thxby261084Black Sunday, วันพุธ, Yotsawin
บันทึกการเข้า

crazy_diamond
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Gold Saint
*

Photobucket 1332
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
วันนี้ เวลา 05:53:47 PM

Aries

กระทู้: 1079
หมายเลขสมาชิก: 3218

วันที่สมัครสมาชิก: ม.ค., 2009


กระทู้: 1079
623.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ crazy_diamond
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 26 : Exp 68%
HP: 2.1%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.5.7 Firefox 3.5.7


ดูรายละเอียด
| |
« ตอบ #51 เมื่อ: 29, มกราคม 2010, 10:54:07 PM »

มาลุยกันต่อกับวงร็อคหัวหอกของวงการ "แธรช เมทัล"
"เมทัลลิก้า"



ก่อตั้งวงเมื่อปี 1981 ในเมืองลอสแอนเจลิส มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สมาชิกรุ่นก่อตั้งของวงประกอบด้วย เจมส์ เฮทฟิลด์ (ร้องนำ, ริทึ่มกีตาร์), รอน แม็คกอฟนีย์ (เบส), ลาร์ อุลลิช (กลอง) , เดฟ มัสเทน (ลีดกีตาร์) ตามลำดับในรูป


ต่อมารอน แม็คกอฟนีย์ ถูกไล่ออกจากวง ทางวงได้ คลิฟฟ์ เบอร์ตันมาแทนที่

คลิฟฟ์ เบอร์ตัน มือเบสเทพประทาน

และต่อมาเดฟ มัสเทน ก็ถูกไล่ออกจากวงเช่นกัน ทางวงได้ตัว เคิร์ก แฮมเม็ตต์ จากวง เอ็กโซดัส มาแทนที่ในตำแหน่งลีดกีตาร์ ซึ่งเดฟก็ออกไปตั้งวงที่เป็นคู่กัดกับเมทัลลิก้าตลอดกาลอย่าง "เมก้าเดธ"



เคิร์ก แฮมเม็ตต์ มือกีตาร์เชื้อสายฟิลิปปินส์ ผู้เติมเต็มสัดส่วนของความเป็นแธรช เมทัล

หลังจากนี้เมทัลลิก้าก็เป็นเหมือนเสือติดปีก เพราะวงดนตรีที่ไลน์อัพลงตัว และแต่งเพลงชั้นดีไว้มากมายจนขึ้นจุดสูงสุดในอัลบั้ม Master of Puppets แต่แล้วต่อมาในปี 1986 คลิฟฟ์ เบอร์ตัน ได้เสียชีวิตลงเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต

เจสัน นิวสเตด จากวงโฟลตซัม แอนด์ เจทซัม ได้เข้ามาแทนที่ในตำแหน่งมือเบสของวง

ในช่วงนี้ทางวงก็ยังประคับประคองเอาตัวรอดไปได้ และยังสร้างผลงานขึ้นหิ้งอย่าง Black album
แต่แล้วยุคตกต่ำก็มาถึง เมื่อทางวงเริ่มทำเพลงเอาใจตลาดขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่ชุด Load, Reload ทำให้ความนิยมในแฟนเก่าๆลดลง และแฟนกลุ่มใหม่ก็ไม่ได้ชื่นชอบในสไตล์นี้นัก และต่อมาเจสัน นิวสเตด ได้ลาออกจากวงในปี 2001 และถูกแทนที่โดยโรเบิร์ต ทรูฮีโย อดีตมือเบสของออซซี ออสบอร์น


เมื่อราชันย์ต้องการทวงบัลลังค์ เมทัลลิก้าก็เลือกที่จะแตกต่าง โดยอัลบั้มที่ประสบความ "ไม่สำเร็จ" ที่สุดอย่าง St. Anger อัลบั้มแธรช เมทัลที่ไม่มีโซโล่แม้แต่เม็ดเดียว ได้ถูกเข็นออกมาในปี 2003 แป๊กสนิท (ผมเห็นซีดีชุดนี้ลดราคาวางอยู่ตามกะบะในราคา 99 บาทเท่านั้น) เล่นเอาทางวงต้องคิดหนักทีเดียวว่าจะออกงานลำดับต่อไปอย่างไร จนสุดท้ายวงยักษ์หลับวงนี้ก็ออกอาละวาดอีกครั้งเมื่อปีที่แล้วด้วยอัลบั้ม Death Magnetic ในรูปแบบการเล่นแบบยุคที่พวกเค้ารุ่งเรือง ซึ่งแฟนๆก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีจนต้องออกทัวร์บ้าคลั่งกว่า สามร้อยกว่ารอบทั่วโลก จนตอนนี้ยังทัวร์กันไม่จบเลยมั้ง

ปล. ส่วนตัวผมชอบอัลบั้มชุด Master of Puppet, Black album มากๆครับ และผมก็อุดหนุนงานของพวกเค้าแค่สองชุดนี้เท่านั้น





thxby261093Black Sunday, ajkea25, วันพุธ, Yotsawin
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 30, มกราคม 2010, 12:43:51 AM โดย crazy_diamond » บันทึกการเข้า

Yotsawin
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Gold Saint
*

Photobucket 1848
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
14, กุมภาพันธ์ 2014, 12:27:00 PM

Aquarius

กระทู้: 1772
หมายเลขสมาชิก: 4970

วันที่สมัครสมาชิก: มิ.ย., 2009


กระทู้: 1772
404.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Yotsawin
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 34 : Exp 22%
HP: 0.3%

[URL=http://img159.imageshack.us/i/xinsrc100901290

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.0.17 Firefox 3.0.17

j.om4@hotmail.com Yotsawin
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
| |
« ตอบ #52 เมื่อ: 31, มกราคม 2010, 11:23:29 AM »

มาลุยกันต่อกับวงร็อคหัวหอกของวงการ "แธรช เมทัล"
"เมทัลลิก้า"



ก่อตั้งวงเมื่อปี 1981 ในเมืองลอสแอนเจลิส มลรัฐแคลิฟอร์เนีย สมาชิกรุ่นก่อตั้งของวงประกอบด้วย เจมส์ เฮทฟิลด์ (ร้องนำ, ริทึ่มกีตาร์), รอน แม็คกอฟนีย์ (เบส), ลาร์ อุลลิช (กลอง) , เดฟ มัสเทน (ลีดกีตาร์) ตามลำดับในรูป


ต่อมารอน แม็คกอฟนีย์ ถูกไล่ออกจากวง ทางวงได้ คลิฟฟ์ เบอร์ตันมาแทนที่

คลิฟฟ์ เบอร์ตัน มือเบสเทพประทาน

และต่อมาเดฟ มัสเทน ก็ถูกไล่ออกจากวงเช่นกัน ทางวงได้ตัว เคิร์ก แฮมเม็ตต์ จากวง เอ็กโซดัส มาแทนที่ในตำแหน่งลีดกีตาร์ ซึ่งเดฟก็ออกไปตั้งวงที่เป็นคู่กัดกับเมทัลลิก้าตลอดกาลอย่าง "เมก้าเดธ"



เคิร์ก แฮมเม็ตต์ มือกีตาร์เชื้อสายฟิลิปปินส์ ผู้เติมเต็มสัดส่วนของความเป็นแธรช เมทัล

หลังจากนี้เมทัลลิก้าก็เป็นเหมือนเสือติดปีก เพราะวงดนตรีที่ไลน์อัพลงตัว และแต่งเพลงชั้นดีไว้มากมายจนขึ้นจุดสูงสุดในอัลบั้ม Master of Puppets แต่แล้วต่อมาในปี 1986 คลิฟฟ์ เบอร์ตัน ได้เสียชีวิตลงเนื่องจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต

เจสัน นิวสเตด จากวงโฟลตซัม แอนด์ เจทซัม ได้เข้ามาแทนที่ในตำแหน่งมือเบสของวง

ในช่วงนี้ทางวงก็ยังประคับประคองเอาตัวรอดไปได้ และยังสร้างผลงานขึ้นหิ้งอย่าง Black album
แต่แล้วยุคตกต่ำก็มาถึง เมื่อทางวงเริ่มทำเพลงเอาใจตลาดขึ้นเรื่อยๆตั้งแต่ชุด Load, Reload ทำให้ความนิยมในแฟนเก่าๆลดลง และแฟนกลุ่มใหม่ก็ไม่ได้ชื่นชอบในสไตล์นี้นัก และต่อมาเจสัน นิวสเตด ได้ลาออกจากวงในปี 2001 และถูกแทนที่โดยโรเบิร์ต ทรูฮีโย อดีตมือเบสของออซซี ออสบอร์น


เมื่อราชันย์ต้องการทวงบัลลังค์ เมทัลลิก้าก็เลือกที่จะแตกต่าง โดยอัลบั้มที่ประสบความ "ไม่สำเร็จ" ที่สุดอย่าง St. Anger อัลบั้มแธรช เมทัลที่ไม่มีโซโล่แม้แต่เม็ดเดียว ได้ถูกเข็นออกมาในปี 2003 แป๊กสนิท (ผมเห็นซีดีชุดนี้ลดราคาวางอยู่ตามกะบะในราคา 99 บาทเท่านั้น) เล่นเอาทางวงต้องคิดหนักทีเดียวว่าจะออกงานลำดับต่อไปอย่างไร จนสุดท้ายวงยักษ์หลับวงนี้ก็ออกอาละวาดอีกครั้งเมื่อปีที่แล้วด้วยอัลบั้ม Death Magnetic ในรูปแบบการเล่นแบบยุคที่พวกเค้ารุ่งเรือง ซึ่งแฟนๆก็ให้การต้อนรับเป็นอย่างดีจนต้องออกทัวร์บ้าคลั่งกว่า สามร้อยกว่ารอบทั่วโลก จนตอนนี้ยังทัวร์กันไม่จบเลยมั้ง

ปล. ส่วนตัวผมชอบอัลบั้มชุด Master of Puppet, Black album มากๆครับ และผมก็อุดหนุนงานของพวกเค้าแค่สองชุดนี้เท่านั้น





            จริงครับ เพราะผมชอบเพลง Sad but true,of wolf and man ,etc. โดยเฉพาะอัลบั้มนี้แหละครับ


      เกือบ 10 ปีแล้วครับสมัยยังเป็นเทปคาสเซตอยู่ เพิ่งเจอตรงตู้เก็บของใต้กระได ฟังแล้วยืด เลยซื้อซีดีมาแทน ยัง"มัน"เหมือนเดิมครับ
     เปรียบกับชุด st.anger ยังธรรมดาครับ 

thxby261352Black Sunday, crazy_diamond
บันทึกการเข้า
Black Sunday
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Gold Saint
*

Photobucket 3027
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
วันนี้ เวลา 03:02:21 PM

กระทู้: 1278
หมายเลขสมาชิก: 39

วันที่สมัครสมาชิก: ต.ค., 2006


กระทู้: 1278
1546.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Black Sunday
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 29 : Exp 4%
HP: 3.6%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 3.0.195.38 Chrome 3.0.195.38

boo_bee_23@otmail.com
ดูรายละเอียด
ดูรายการสินค้า        
| |
« ตอบ #53 เมื่อ: 31, มกราคม 2010, 11:51:08 AM »

Meltallica ยังคงต้องรอโอกาสที่จะแสดงสดให้ผมดูต่อไป 555 ..................    สมัยมาเมืองไทยไม่ได้ไปดู T T 

thxby261355Yotsawin, crazy_diamond
บันทึกการเข้า



  ROCK YOUR WORLD! โดย Black Sunday

I've always had to do thing my way! I've taken myself to the edges of life my way!
crazy_diamond
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Gold Saint
*

Photobucket 1332
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
วันนี้ เวลา 05:53:47 PM

Aries

กระทู้: 1079
หมายเลขสมาชิก: 3218

วันที่สมัครสมาชิก: ม.ค., 2009


กระทู้: 1079
623.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ crazy_diamond
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 26 : Exp 68%
HP: 2.1%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.5.7 Firefox 3.5.7


ดูรายละเอียด
| |
« ตอบ #54 เมื่อ: 31, มกราคม 2010, 03:13:57 PM »

เมทัลลิก้านี่เป็นวงค่าตัวแพงอันดับต้นๆเลย เพราะดังมานานแถมแฟนเยอะและยังไม่พอมีกำลังซื้อสูงเพราะตอนนี้ก็คงอายุอานามอยู่ในวัยทำงานกันหมดแล้ว จะมาเมืองไทยนี่ ผู้จัดต้องตั้งราคาบัตรมหาโหดเหมือนตอน The Eagles มาแน่ๆครับ บัตรหน้าสุดราคา 6000 ถูกสุด 2000 บาท ตอนนั้นผมเพิ่งเรียนจบ ดุ่ยๆมาหางานทำในกรุงเทพได้ไม่กี่อาทิตย์ ข้่าวจะกินยังไม่มี แม้จะเป็นวงที่ชอบมากอันดับสองรองจากดรีม เธียเตอร์ แต่เมื่อคำนึงถึงหลักความเป็นจริง "พวกงานอดิเรกที่ชอบ แม้รักที่จะตามเก็บงาน ดูคอนเสิร์ต แต่ต้องไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน" ก็เลยต้องปล่อยเค้าไปครับ

ถ้าเกิดอิเกิ้ลส์มาอีกที แต่ราคานี้ก็ยังต้องคิดดูสักนิด



 กรุณาคลิกที่นี่ เพื่อแสดงข้อมูลที่ซ่อนอยู่ ก่อนหยิบตังค์ไปจ่ายตั๋วแถวหน้าสุดครับ เอิ๊กๆ

thxby261384Black Sunday, Yotsawin, วันพุธ
บันทึกการเข้า

Black Sunday
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Gold Saint
*

Photobucket 3027
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
วันนี้ เวลา 03:02:21 PM

กระทู้: 1278
หมายเลขสมาชิก: 39

วันที่สมัครสมาชิก: ต.ค., 2006


กระทู้: 1278
1546.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Black Sunday
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 29 : Exp 4%
HP: 3.6%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 3.0.195.38 Chrome 3.0.195.38

boo_bee_23@otmail.com
ดูรายละเอียด
ดูรายการสินค้า        
| |
« ตอบ #55 เมื่อ: 31, มกราคม 2010, 04:40:14 PM »

เมทัลลิก้านี่เป็นวงค่าตัวแพงอันดับต้นๆเลย เพราะดังมานานแถมแฟนเยอะและยังไม่พอมีกำลังซื้อสูงเพราะตอนนี้ก็คงอายุอานามอยู่ในวัยทำงานกันหมดแล้ว จะมาเมืองไทยนี่ ผู้จัดต้องตั้งราคาบัตรมหาโหดเหมือนตอน The Eagles มาแน่ๆครับ บัตรหน้าสุดราคา 6000 ถูกสุด 2000 บาท ตอนนั้นผมเพิ่งเรียนจบ ดุ่ยๆมาหางานทำในกรุงเทพได้ไม่กี่อาทิตย์ ข้่าวจะกินยังไม่มี แม้จะเป็นวงที่ชอบมากอันดับสองรองจากดรีม เธียเตอร์ แต่เมื่อคำนึงถึงหลักความเป็นจริง "พวกงานอดิเรกที่ชอบ แม้รักที่จะตามเก็บงาน ดูคอนเสิร์ต แต่ต้องไม่ทำให้ตัวเองเดือดร้อน" ก็เลยต้องปล่อยเค้าไปครับ

ถ้าเกิดอิเกิ้ลส์มาอีกที แต่ราคานี้ก็ยังต้องคิดดูสักนิด



 กรุณาคลิกที่นี่ เพื่อแสดงข้อมูลที่ซ่อนอยู่ ก่อนหยิบตังค์ไปจ่ายตั๋วแถวหน้าสุดครับ เอิ๊กๆ

เดี๋ยววันที่ 18 กุมภา ผมจะไปดู ACDC ถ้ามีโอกาสจะเก็บรูปมาฝาก ^^

thxby261396crazy_diamond, Yotsawin
บันทึกการเข้า



  ROCK YOUR WORLD! โดย Black Sunday

I've always had to do thing my way! I've taken myself to the edges of life my way!
Black Sunday
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Gold Saint
*

Photobucket 3027
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
วันนี้ เวลา 03:02:21 PM

กระทู้: 1278
หมายเลขสมาชิก: 39

วันที่สมัครสมาชิก: ต.ค., 2006


กระทู้: 1278
1546.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Black Sunday
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 29 : Exp 4%
HP: 3.6%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 3.0.195.38 Chrome 3.0.195.38

boo_bee_23@otmail.com
ดูรายละเอียด
ดูรายการสินค้า        
| |
« ตอบ #56 เมื่อ: 31, มกราคม 2010, 05:52:33 PM »

เสาร์นี้  



เมษานี้ 



พฤษภานี้ 



แว่วๆว่าจะมาเดือนพฤษภานี้เหมือนกัน John Mayer คนนี้ 


thxby261417crazy_diamond, ajkea25, Yotsawin, วันพุธ
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 31, มกราคม 2010, 05:58:07 PM โดย Black Sunday » บันทึกการเข้า



  ROCK YOUR WORLD! โดย Black Sunday

I've always had to do thing my way! I've taken myself to the edges of life my way!
crazy_diamond
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Gold Saint
*

Photobucket 1332
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
วันนี้ เวลา 05:53:47 PM

Aries

กระทู้: 1079
หมายเลขสมาชิก: 3218

วันที่สมัครสมาชิก: ม.ค., 2009


กระทู้: 1079
623.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ crazy_diamond
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 26 : Exp 68%
HP: 2.1%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.5.7 Firefox 3.5.7


ดูรายละเอียด
| |
« ตอบ #57 เมื่อ: 04, กุมภาพันธ์ 2010, 09:45:50 PM »

ขอโม้เกี่ยวกับอัลบั้มที่ทรงอิทธิพลกับชีวิต, ผูกพัน และหลงรักที่สุดในโลกใบนี้ของผมสักหน่อยครับ

          เชื่อว่าแต่ละคนก็เคยลองผิดลองถูกในการฟังเพลงมาหลายรูปแบบ และมีศิลปินที่ชื่นชอบกับอัลบั้มที่ดีๆมากมายอยู่ในใจ แต่ก่อนที่จะพบเจอสิ่งที่ดีๆเหล่านั้น จะต้องมีศิลปินและเพลงที่ทรงอิทธิพลกับชีวิต, ผูกพัน และหลงรัก ฟังเมื่อไรก็เหมือนกับได้ย้อนกับไปเวลาดีๆตอนนั้นเสมอๆ หลายคนอาจจะเคยหัวเราะ ร้องไห้มาแล้วด้วยซ้ำเวลาที่นั่งฟังเพลงที่ตัวเองเคยผูกพันอยู่คนเดียว
          สำหรับตัวผมแล้วอัลบั้มเหล่านี้ไม่ใช่อัลบั้มที่ผมชอบที่สุดและดีที่สุดในสายตาผม (ซึ่งมีมากกว่าสิบอัลบั้มแน่นอน) แต่เสมือนเป็นประตูเบิกทางและมีอิทธิพลในการฟังเพลงของผมและได้ค้นพบศิลปินและอัลบั้มดีๆที่ชอบในเวลาต่อมา จึงขอเลือกมาแค่ 8 อัลบั้มเท่านั้นครับ เพราะนอกจากนี้มันจะไม่ผูกพัน แต่จะเป็นอัลบั้มที่ดีที่ชอบซึ่งต้องใช้เวลาพอสมควรทีเดียวกว่าเราจะผูกพันกับมันได้...

1. แรกเริ่ม "ป๊อปครองเมือง" กับ เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ - บูมเมอแรง (พ.ศ. ๒๕๓๓) ความผูกพัน ๒๐ ปี


เกิดมาเป็นเด็กไทย ไม่เคยฟังเพลงพี่เบิร์ดนั้นถือว่าขาดบางสิ่งบางอย่างไปในชีวิต จริงๆแล้วพี่เบิร์ดเริ่มดังและมีชื่อเสียงมาตั้งแต่ชุดแรก "สายลมสองเรา" และมีเพลงฮิตเป็นสิบๆเพลงมาก่อนหน้านี้แล้ว เป็นแต่มันบังเอิญว่าผมเองดันเริ่มฟังและพูดภาษาคนรู้เรื่องจริงๆเอาช่วง ชุด "บูมเมอแรง" และเริ่มร้องตามได้แบบเป็นจริงๆเป็นจัง อัลบั้มนี้เป็นเพลงป๊อปฟังง่ายๆซึ่งแทบจะเรียกได้ว่าดังยกชุดด้วยเพลงอย่าง "บูมเมอแรง", "คู่กัด", "หมอกหรือควัน" เพลงของพี่เบิร์ดและอัลบั้มนี้ถือเป็นการปูทางให้ผมเริ่มฟังเพลงป๊อปอย่างตั้งใจและเริ่มสนใจที่จะฟังเพลงเป็นจริงเป็นจัง ทั้งในแง่ของตัวเพลง จังหวะ ท่าทางประกอบเพลง ทำความเข้าใจเนื้อหาในเพลงมากกว่าที่จะฟังผ่านๆเฉยๆอย่างที่ผ่านมา รวมทั้งเริ่มสนใจตัวศิลปิน (แปลได้ว่าเริ่มบ้าดาราแล้วนั่นเอง) ซึ่งหลังจากนั้นก็ติดตามผลงานพี่เบิร์ดมาทุกชุด ซึ่งระหว่างนั้นผมก็เริ่มชื่นชอบศิลปินป๊อปยุคนั้นก็ได้แก่ มาลีวัลย์ เจมีน่า, ปั่น, และยุคอาร์เอสครองเมืองในเวลาต่อมาอย่าง เจมส์ เรืองศักดิ์, ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง, แร๊พเตอร์

ทุกวันนี้แม้จะหันเหไปฟังแนวอื่นเสียมาก แต่ก็ไม่เคยอายใครที่จะบอกว่าเป็นแฟนเพลงพี่เบิร์ดครับ (ร้องได้แทบทุกเพลงจนทุกวันนี้ เชื่อไหม?)

 

2. ฝรั่งรุกล้ำในหัวใจ กับ ไมเคิล แจ๊คสัน - Dangerous (พ.ศ. ๒๕๓๖) ความผูกพัน ๑๖ ปี


โชคดีเหลือเกินที่หลังจากเริ่มฟังเพลงได้ไม่นาน บังเอิญมีศิลปินระดับโลกอย่าง "ไมเคิล แจ็คสัน" มาเปิดคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยที่ชื่อว่า "Dangerous world tour" พอดิบพอดี ซึ่งตอนนั้นจำได้ว่าคนไทยเห่อไมเคิลมาก ขึ้นหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกวัน มีข่าวและโฆษณาทางโทรทัศน์ตลอดเวลา ทำให้ผมซึมซับเพลงและท่าเต้นของไมเคิลได้โดยไม่ยากนัก จริงอยู่ที่ผลงานสุดยอดของไมเคิลคือ "Thriller" แต่ตอนนั้นผมยังเพิ่งเกิดจึงไม่ได้ซึมซับความยิ่งใหญ่ของเขาในยุคนั้น ความทรงจำเกี่ยวกับเพลงและท่าเต้นอันสุดมหัศจรรย์ของไมเคิลจึงเกิดในอัลบั้มนี้มากกว่า จำได้ว่าตอนนั้นเคยเอาสก๊อตเทปมาพันตามนิ้ว ใส่หมวก และหัดเต้นท่ามูนวอคล์กันทั้งชั้นเรียน เพลงดังสุดๆในช่วงนั้นอย่าง "Black or White" และ "Heal the world" ดังจนเด็กยุคนั้นร้องตามกันได้ทั่วบ้านทั่วเมือง แม้หลังจากทัวร์นั้นกระแสของไมเคิลจะซาลงไปตามกาลเวลาแต่เพลงของเขาทำให้ผมเริ่มหัดฟังเพลงป๊อป และ อาร์แอนด์บีจากศิลปินต่างประเทศ จนต่อมาได้รู้จักงานเพลงดีๆ อย่าง วิทนีย์ ฮุสตัน, บอยส์ ทู เมนส์, มารายห์ แคร์รี่, พวกบอยแบนด์ทั้งหลายแหล่ และศิลปินคุณภาพหลายๆคนในเวลาต่อมา

ส่วนที่ผมเปรยไว้ตอนขึ้นต้นว่าโชคดีที่ไมเคิลมาไทยให้ผมได้รู้จักตั้งแต่ตอนนั้น เพราะว่าหลังจากนั้นความนิยมในตัวเขาก็ลดลงอย่างรวดเร็วหลังจากอัลบั้ม "History" ถ้าเกิดไม่มาเมืองไทยตอนที่พีคสุดๆนั้น ผมอาจจะไม่ได้ให้ความสนใจเขามากขนาดนี้ก็เป็นได้ จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเด็กรุ่นหลังๆถึงเฉยๆกับไมเคิล เป็นเพราะว่าเขาหลุดจากกระแสหลักที่คนรุ่นหลังสนใจแล้วนั่นเอง

 

3. ลูกกวาดตกกระป๋อง กับ บอยด์ โกสิยพงษ์ - Rhythm & Boyd (พ.ศ. ๒๕๓๘) ความผูกพัน ๑๒ ปี


หลังจากอยู่ใต้ร่มเงาของกระแสเพลงหลักจากแกรมมี่และอาร์เอสมานาน วันหนึ่งผมได้มีโอกาสฟังเพลงอย่าง "เจ้าหญิง", "รักคุณเข้าแล้ว", "ลมหายใจ" จากอัลบั้ม Rhythm & Boyd ในรถของเพื่อนตอนชวนกันหนีโรงเรียน มันเป็นความรู้สึกที่ทึ่งมากว่าเดี๋ยวนี้ (ตอนนั้น) คนไทยทำไมทำเพลงได้ดีขนาดนี้ ไม่ว่าจะเป็นในแง่ของดนตรี การเขียนเนื้อร้อง และวิธีการร้องที่แปลกใหม่และแสนจะแตกต่างจากเพลงป๊อปจากสองค่ายใหญ่ที่เคยฟังมานาน พร้อมกับช่วงนั้นมีกระแสการแอนตี้เพลงป๊อป จนมีวลีติดปากกันว่า "I don't like POP music" (ซึ่งน่าจะมีต้นกำเนิดมาจาก เดี่ยว ไมโครโฟน ของโน๊ต อุดม) ผมจึงหยุดการติดตามเพลงป๊อปไทยและหันมาฟังผลผลิตจากค่ายนี้อย่างเป็นล่ำเป็นสัน ไม่ว่าจะเป็นชุดต่อมาอย่าง "Simplefied" และงานอื่นๆในเครื่อเบเกอรี่ อย่าง "Pause", โยคี เพลย์บอย ด้วยความแตกต่างทางแนวดนตรีจากกระแสหลักที่มีแนวอื่นๆปนเข้ามาอย่าง ฮิพฮอฟ, ฟังก์, ดิสโก้, เร๊กเก๊, สกา และมีรายละเอียดของดนตรีมากกว่าเพลงป๊อปทั่วไป ไม่ว่าจะเป็นการใช้เครื่องเป่า เครื่องสาย เสียงสังเคราะห์ต่างๆ ซึ่งผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้แหละที่เป็นแนวคิดของซาวน์ดนตรีที่ฮิตกันในเวลาต่อมา ซึ่งขอให้คำจำกัดความเองว่า "ซาวน์แบบประกวดวงดนตรีมหาลัย"  ซึ่งจะกล่าวต่อไปภายหลัง

 

4. สถาปนา "ร็อค แอนด์ โรล" กับ โลโซ - Losociety (พ.ศ. ๒๕๓๙) ความผูกพัน ๑๒ ปี


ช่วงที่ผมอยู่ม. ต้นนั้น สื่อวิทยุยังเป็นสื่อที่แข็งแรงมาก ข่าวสารต่างๆจะผ่านทางผู้รับได้รวดเร็ว เพราะยุคนั้นคนยังฟังวิทยุกันมาก วันหนึ่งขณะที่ผมนั่งฟังวิทยุอยู่เพลินๆนั้น ดีเจก็ได้เปิดเพลงที่เปลี่ยนเพลงวิธีการฟังเพลงผมอีกครั้ง เพลงนั้นคือเพลง "ไม่ต้องห่วงฉัน" ของวงร็อคชื่อแปลกๆอย่าง "โลโซ" ด้วยกีตาร์โปร่งกับเสียงร้องและการเอื้อนที่เป็นเอกลักษณ์ทำให้เพลงนี้ติดหูตั้งแต่ครั้งแรกที่ฟัง ทันทีที่ฟังจบผมถึงกับต้องรีบตามหาเจ้าของเพลงที่ว่าโดยเร็ว แต่กระนั้นก็เหมือนจะไม่มีใครรู้จักเพลงนี้เลย เพียงแต่พอจะจำได้รางๆว่าศิลปินชื่อ "โซๆ โลๆ" อะไรแบบนี้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องแปลกครับ เพราะตอนที่โลโซปล่อยอัลบั้มและซิงเกิ้ลนี้ออกมามันไม่มีการโปรโมตทางสื่อโทรทัศน์และสิ่งพิมพ์ทั่วไปเลย จนกระทั่งมันได้รับความสนใจมีคนพูดถึงในวงกว้างมากขึ้นเรื่อยๆ ทางต้นสังกัดจึงเริ่มปล่อยมิวสิควิดีโอ และมีคอนเสิร์ตทางโทรทัศน์เพื่อสนับสนุนอัลบั้มและก็ได้การตอบรับอย่างดีมากในยุคนั้น และขายดิบขายดีจนต้อง "เพิ่มเพลง เปลี่ยนปกใหม่ เพื่อขอบคุณแฟนเพลง" โดยสมัยนั้นถือเป็นธรรมเนียมปฏิบัติหากมียอดจำหน่ายครบ 1 ล้านตลับ และเนื่องจากยุคนั้นยังไม่มีเทปผี ซีดีเถื่อน และอินเตอร์เน็ตก็ไม่ได้แพร่หลายให้โหลดหรือบิท อย่างทุกวันนี้ ถ้าอยากฟังคุณต้องหาอัดเอาตามคลื่นวิทยุ, ยืมเพื่อน หรือ "ซื้อเอง" ซึ่งผมเลือกที่จะซื้ออัลบั้มชุดนี้มาฟัง ทำให้ผมต้องทนฟังเพลงร็อคจะๆเป็นครั้งแรก (ไม่ฟังก็จะเสียดายตังค์ อุตสาห์ซื้อมาทั้งที) จากอัลบั้มนี้นอกจากจะทำให้เริ่มชอบเพลงร็อค ยังเป็นแรงบันดาลใจให้หัดเล่นกีตาร์และเริ่มตั้งวงดนตรีกับเพื่อนที่โรงเรียนอีกด้วยพร้อมกับต่อยอดไปฟังวงร็อคอื่นๆอย่าง หิน เหล็ก ไฟ, ดิ โอฬาร โปรเจค, คาราบาว จนไปถึงยุคอัลเทเนทีฟ อย่าง Nirvana, Red Hot Chilli Pepers และของไทยอย่าง แบล็คเฮด (วงที่ผมชอบมากที่สุดในตอนนั้น), โมเดิร์น ด๊อกและวงร็อคหัวก้าวหน้าสุดๆในยุคนั้นอย่าง ซิลลี่ ฟูลส์

ผูกพันกับอัลบั้มนี้แค่ไหน เอาเป็นว่าวันสุดท้ายของชีวิตการเรียนมัธยมนั้น ไม่มีเพลงไหนจะเพราะไปกว่า "เราและนาย" อีกแล้ว
 


5. เสียเอกราช ฝรั่งครองใจ กับ ดิ อิเกิ้ล - Hell Freezes Over (พ.ศ. ๒๕๓๗) ความผูกพัน ๑๒ ปี


หลังจากวงร็อคระดับตำนานวงนี้กลับมารวมตัวกันอีกครั้งหลังแยกย้ายไปสิบกว่าปี พวกเขาได้ทำการบันทึกคอนเสิร์ตในการรวมตัวครั้งนี้ไว้ตั้งแต่ปี 2537 แต่กว่าผมจะได้ฟังและชมคอนเสิร์ตนี้ก็ราวๆปี 2540 จากการที่โทรทัศน์ช่องหนึ่งเอาภาพคอนเสิร์ตของพวกเขามาฉาย เพลงเปิดตัวอย่าง "Hotel California" ในแบบอคูสติก ติดตาตรึงใจผมมานับตั้งแต่นั้น จนต้องไปซื้อเทปบันทึกการแสดงสดชุดนี้มาไว้ในครอบครอง เท่านั้นยังไม่พอ ยังกัดฟันเก็บเงินซื้อวิดีโอในงานเดียวกันนี้มาเก็บไว้ด้วย ด้วยความคลั่งไคล้ในอัลบั้มนี้นอกจากจะฟังเทปชุดนี้จนยานไปแล้วเอาไปแช่ตู้เย็นไม่ต่ำกว่าสามรอบ ยังขวนขวายเอาวีดีโอม้วนนี้ไปดูบ้านเพื่อน เพราะที่บ้านไม่มีเครื่องเล่นวีดีโอ จากนั้นยังทำให้คนที่ภาษาอังกฤษห่วยแตกอย่างผม ไปไล่ถ่ายเอกสารหนังสือเนื้อเพลงแล้วไล่แปลเพลงเนื้อเพลงที่อยู่ในอัลบั้มนี้แบบงูๆปลาๆ เพราะอยากรู้เนื้อหาของเพลง ที่สำคัญความประทับใจในเสียงร้องและความเท่ของมือเบสของวงที่ชื่อ "Timothy B. Schmit" ในเพลงบัลลาดซึ้งอย่าง "I can't tell you why" และ "Love will keep us alives" ทำให้ผมหัดไปเล่นเบสแบบมั่วๆอยู่นานเลยทีเดียว เมื่อภาษาอังกฤษพอจะติดหูบ้าง จึงเริ่มกระแดะหาเพลงคลาสสิคร็อคของฝรั่งอย่าง Scorpion, Deep Purple, Metallica, UFO, Gun N' Roses, Bon Jovi และ Santana มาฟังอย่างเป็นล่ำเป็นสัน

ซึ่งเป็นธรรมดาสำหรับคนที่เริ่มชอบเพลงเฮฟวี่ เมทัลใหม่ๆจะหลงไหลการร้องเพลงแบบเสียงสูงๆ กีตาร์โซโล่แบบเร็วๆ และการตีกลองกระเดื่องคู่ เพราะฉะนั้นในช่วงนี้จึงเกิด "อีโก้" ขึ้นภายในตัวขึ้นมาโดยอัตโนมัติว่า "เพลงที่ดีคือเพลงที่เสียงร้องสูงๆ ดนตรีต้องหนักๆ กีตาร์ต้องเล่นให้ไวที่สุด กลองต้องสองกระเดื่อง" ซึ่งเป็นความคิดที่บ้องตื้นมากๆ

 

6. ดนตรีวิวัฒน์ กับ ดรีม เธียเตอร์ - Images & Words (พ.ศ. ๒๕๓๕) ความผูกพัน ๙ ปี


หลังจากคลั่งไคล้เพลงเฮฟวี่ เมทัลและกีตาร์ฮีโร่มาพักใหญ่ จึงเกิดความเบื่อหน่าย เลยหันมาฟังคลาสิคร็อคแบบพอเพียง ประกอบกับช่วงนั้นเองเป็นช่วงที่เรียนมหาลัยพอดี ซึ่งจะมีงานประกวดวงดนตรีมหาลัยบ่อยๆ ผมก็เป็นคนนึงที่ชอบไปดูเค้าประกวดวงดนตรีกัน ซึ่งในยุคนั้นวงที่ประกวดนิยมเล่นเพลงแบบ ป๊อปผสมแจ๊ส (ถ้านึกไม่ออกให้นึกถึงเพลงแบบวง ETC, HUM, Vacation, Armchair) ที่เล่นเครื่องดนตรีกันหลายๆชิ้น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเป่า, เครื่องสาย, คีย์บอร์ด และเพลงแนวแบบนี้มันฮิตมากในการประกวด จนผมตั้งนิยามให้มันว่า "ซาวน์แบบประกวดวงดนตรีมหาลัย" (ก่อนมาทราบทีหลังว่าเป็นที่นิยม เพราะแนวนี้สาวๆกรี๊ดครับ โธ่เอ้ย...เราก็นึกว่าอุดมการณ์)

สิ่งที่ผมได้เก็บเกี่ยวจากการดูการประกวดวงดนตรีก็คือ เครื่องดนตรีที่น่าสนใจมันมีมากกว่ากีตาร์ และการเล่นในแนว "ซาวน์แบบประกวดวงดนตรีมหาลัย" นั้นมันแสดงให้เห็นว่าไม่ว่าเครื่องดนตรีชนิดใด คุณก็สามารถโซโล่และโดดเด่นบนเวทีได้ และเครื่องดนตรีที่เข้าใจว่าเป็นพระรองมาตลอดอย่าง "เบส" ,"คีย์บอร์ด" และ "เครื่องเป่า" นั้น มีเสน่ห์มากกว่ากีตาร์เสียอีกหากคุณเล่น "เก่ง" จริงๆ  ทำให้ผมรู้สึกว่านักดนตรีไทยก็เก่งไม่แพ้ใคร ช่วงนี้ผมก็เลยกลับมาสนใจวงการเพลงไทยอีกครั้ง แต่ก็จะเป็นพวกวงนอกกระแสและพวกที่เล่น "ซาวน์แบบประกวดวงดนตรีมหาลัย" ซะส่วนใหญ่ และเริ่มสนใจฟังเสียเครื่องดนตรีอื่นนอกจากเสียงกีตาร์

แล้วมันเกี่ยวอะไรกับ Dream Theater ชุด Images & Words น่ะเหรอ ก็ระหว่างที่ซึมซับและเริ่มทำความรู้จักเครื่องดนตรีแต่ละชิ้นรวมทั้งเสน่ห์ของมันการประกวดดนตรีมหาลัย มีอยู่วันนึงผมได้รับคำเทียบเชิญจากเพื่อนให้ไปดู "เดอะซัน" ที่มาทัวร์คอนเสิร์ตที่เชียงใหม่ในช่วงปี 2543  ซึงไปรอตั้งแต่บ่ายสองแต่กว่าวงจะขึ้นก็ล่อไปหกโมง ระหว่างที่รอก็จะมีวงเปิดมาเล่นไปเรื่อยๆ จนผมมาสะดุดกับวงนึงที่เล่นเพลง "Metropolis Part 1" ของดรีม เธียเตอร์ ซึ่งยอมรับเลยว่าเกิดมาเพิ่งเคยฟังเพลงที่เล่นได้ซับซ้อนขนาดนี้ เครื่องดนตรีทุกชิ้นไม่มีใครยอมใคร ไหนระหว่างเพลงจะมีการเล่นแบบเร็ว ช้า ผ่อนหนักผ่อนเบาสลับไปมาตลอดเวลา ระหว่างดูถึงกับสบถออกมาประมาณว่า "มันเล่นได้ไงวะ มั่วรึเปล่าเนี่ย" จนคนข้างๆเห็นใจในความไร้เดียงสาเลยแนะนำว่า มันเป็นเพลงของวงดรีม เธียเตอร์ แถมอวยให้อีกว่าเล่นเหมือนในซีดีเปะๆเลย เพราะติดใจจากเหตุการณ์วันนั้นทำให้ผมต้องไปหาผลงานของวงนี้มาฟังอย่างเป็นจริงเป็นจัง ซึ่งเอาเข้าจริงมันหายากมากๆ ด้วยความที่อยู่ต่างจังหวัดและไม่ประสีประสาเรื่องการหาซื้อแผ่นเท่าทุกวันนี้ จึงต้องพึ่งพาเทปผี ดีวีดีเถื่อนกับ MP3 ดรีม เธียเตอร์จึงเป็นวงดนตรีวงแรกที่ทำให้ผมต้องทำผิดกฎหมายลิขสิทธิ์นะนี่

ความประทับใจในอัลบั้มนี้ก็คงจะเหมือนหลายๆคนที่ชอบดรีม เธียเตอร์ คือ ดนตรีซับซ้อนแต่สวยงาม เครื่องดนตรีโดดเด่นทุกชิ้น ที่สำคัญเพลงยังติดหูง่ายไม่ต้องปีนบันไดฟัง ที่สำคัญเพราะชอบวงนี้มากๆทำให้ผมสนใจในอิทธิพลและแรงบันดาลใจในการทำเพลงของวง ในจุดนี้เองทำให้ผมได้มารู้จักเพลงอีกแนวหนึ่งที่เรียกว่า "Progressive rock" จึงได้มีโอกาสรู้จักวงดนตรีที่ต้องบอกว่าไปอยู่ไหนมาถึงเพิ่งเคยฟังอย่าง "Pink floyd", "Yes", "King Crimson", "ELP" และ "Rush" ซึ่งถือเป็นแนวเพลงที่ดรีม เธียเตอร์ยึดเป็นแนวทางมาตลอด และต่อยอดจากฮีโร่ตลอดกาลของพวกเขาอย่าง "Led Zeppelin", "The Beatles" ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญอีกครั้งในการฟังเพลงเพราะมีแต่วงขึ้นหิ้งทั้งนั้น จนตัวเองก็แปลกใจว่าชอบฟังเพลงแต่ตกหล่นวงแบบนี้ไปได้อย่างไรกัน

การรู้จักกับดรีม เธียเตอร์ของผมนั้นจัดว่าถูกที่ถูกเวลาครับ เพราะถ้าผมยังบ้ากีตาร์ฮีโร่เหมือนเพื่อนร่วมรุ่น คงไม่ประทับใจดรีม เธียเตอร์ที่เล่นกันเป็นทีมมากกว่าจะเน้นไปที่กีตาร์แน่ๆ

 

7. โลกเป็นสีฟ้า หลงรักสำเนียงบูลส์ กับ ครีม - Royal Albert Hall London May 2-3-5-6 2005 (พ.ศ. ๒๕๔๘) ความผูกพัน ๔ ปี


จริงๆเพลงบูลส์นั้นผมเคยฟังมานานแล้วตั้งแต่เริ่มสนใจเพลงฝรั่ง แต่เป็นเพราะมันยังไม่ถึงเวลาของผมหรือก็ไม่ทราบได้ เพราะผมไม่เคยรู้สึกชอบมันเลย จนระหว่างเรียนมหาลัยก็มีเสียงลือเสียงเล่าอ้างว่าที่เชียงใหม่มีร้านที่เล่นบูลส์สดได้เด็ดสะระตี่เสียเหลือเกิน ก็เลยต้องย่องไปดูเสียหน่อย

แต่เอาเข้าจริงๆกว่าผมจะเก็ทที่ทางร้านเล่นก็ปาไปสองสามครั้ง แต่มันก็ทำให้ช่วงนั้นผมเริ่มสนใจแนวบูลส์ขึ้นมาเรื่อยๆ ส่วนทางร้านเองชอบเล่นเพลง "Crossroad", "Sunshine of your love" และ "White room" จนผมจำได้ เมื่อต้องการจะหางานบูลส์สักชุดมาฟัง มันก็ไม่ต้องคิดมากก็แค่หาอัลบั้มที่มีเพลง 3 เพลงนี้ในอัลบั้ม แล้วก็โชคดีอีกครั้งที่อัลบั้มนี้มันเป็นบูลส์ที่รสหวานรับประทานง่าย เนื่องจากเป็นงานที่สมาชิกแต่ละคนเริ่มชราภาพกันหมดแล้ว (ฮา) เพราะฉะนั้นการอิมโพรไวส์แบบสุดลิ่มทิ่มรูหูจึงค่อยมีในชุดนี้ จึงทำให้คนที่เริ่มสนใจชอบและพอจะทำความเข้าใจคำว่าบูลส์ได้ไม่ยากนัก เพียงเวลาไม่นานผมก็เริ่มซึมซับสำเนียงบูลส์มากขึ้นเรื่อยๆแล้วขวนขวายไปหางานของศิลปินอื่นๆไม่ว่าจะเป็น Eric Clapton, Stevie Ray Vaughan, Gary Moore รวมไปถึง Jimi Hendrix และแม้กระทั่งรุ่นใหม่อย่าง John Mayers ในเวลาต่อมา

ด้วยอาณิสงค์ของความชื่นชอบสำเนียงบูลส์ ทำให้ผมสามารถนั่งฟังเพลงที่ร้านโปรดที่แจมดนตรีบูลส์กันได้เป็นชั่วโมง แต่เพื่อนที่ไม่ชอบการแจมตอนนี้มันไม่เอาด้วยแล้วครับ

 

8. ลองของและแสวงหา กับ แพท เมทินี - Speaking of now (พ.ศ. ๒๕๔๕) ความผูกพัน ๓ ปี


หลังจากฟังโปรเกรสซีฟร็อคกับบูลส์มาพักใหญ่ๆ ก็นึกว่าตัวเองเจ๋งเข้าขั้น ก็เลยอยากจะลองหาเพลงแนวอื่นๆมาฟังบ้าง ก็เลยอาศัยอินเทอร์เนต ควานหางานเพลงในแนวอื่นๆที่ต่างออกไป ซึ่งเป้าหมายในครั้งนี้ก็คือ "แจ๊ซ" ไม่รู้ว่าเป็นความซวยหรือบุญพาวาสนาส่ง ช่วงนั้น "แพท เมทินี" กำลังจะมาเปิดคอนเสิร์ตในเมืองไทยช่วงปี 2549 ตอนที่เสิร์ชในเวปผลออกมาจึงมีข่าวของ "แพท" เต็มไปหมด ผมจึงเข้าใจไปเองว่า "แพท" คือศิลปินแจ๊สที่เป็นที่นิยม จึงตัดสินใจไปหางานของเขาที่ร้านขายซีดี แล้วก็พบ "Speaking of Now live" เพียงแผ่นเดียวอยู่บนแผง ก็เลยจัดการสอยมาเพื่อลิ้มลองดนตรีแจ๊ซ

เพียงแค่จบแทร็คแรกอย่าง "Last train home" ได้ไม่กี่สิบวินาทีผมก็ต้องรีบลุกไปปิดเครื่องเล่นโดยด่วนเพราะแทร็คต่อไปอย่าง "Go get it" นั่นเกินที่ผมจะรับได้จริงๆ และผมก็โยนงานของเขาทิ้งไว้ในส่วนลึกสุดของชั้นเก็บซีดีของผม

จริงๆการเริ่มฟังแจ๊ซนั้นๆ ผู้เริ่มต้นควรจะไปเริ่มมาจากทางป๊อปแจ๊ซหรืองานแจ๊ซที่ฟังง่ายๆมาก่อนเพื่อทำการปรับให้เข้ากับตัวตนของแจ๊ซเสียก่อน น่าจะเป็นการดีกว่าเจอแจ๊ซแบบ "ปล่อยของ" หมดแบบนี้ แต่สำหรับคนที่หลุดเข้ามาอยู่ในช่วงลองของและแสวงหาสิ่งใหม่ๆอย่างผม มันกลับเป็นความท้าทายที่อยากจะลองดูอีกสักตั้งกับเพลงที่ใครๆบอกกันว่าฟังยากเย็นเหลือเกิน หลังจากทำใจได้แล้วจึงกลับไปเอางานชุดนี้มาฟังอีกครั้ง อีกครั้ง และอีกหลายๆครั้ง จนกลายเป็นหนึ่งในงานที่ชอบมากๆของแพทไปแล้ว

ไม่นานนักผมก็ได้ทราบว่างานแบบนี้เรียกขานกันว่า "ฟิวชั่น แจ๊ซ" ซึ่งผมก็ได้ต่อยอดจากงานชุดนี้ไปฟังงานของแพทอีกหลายชุด รวมทั้งต่อยอดไปฟังวงระดับตำนานอย่าง "Weather Report", "Return to Forever" และศิลปินแจ๊สอื่นๆอย่าง "Miles Davis", "John Mclaughlin", "Al Dimeola" ในเวลาต่อมา

 

         การเดินทางยังไม่สิ้นสุด ตัวผมเองก็ยังลองของและแสวงหาเพลงใหม่ๆมาฟังอยู่เรื่อยๆ แต่ถ้าไม่มีศิลปินและอัลบั้มดังที่กล่าวมา ทุกวันนี้ก็ไม่รู้ว่าทิศทางในการฟังเพลงของผมจะออกมาในรูปแบบใด ดังนั้นอัลบั้มและศิลปินเหล่านี้คือสิ่งที่ที่ทรงอิทธิพลกับชีวิต, ผูกพัน และหลงรักที่สุดในโลกใบนี้ของผม


thxby262233ajkea25, Black Sunday, วันพุธ, Yotsawin
บันทึกการเข้า

วันพุธ
จำนวนผู้ประกอบการ: (+1)
Gold Saint
*

Photobucket 2622
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
08, กันยายน 2014, 02:24:03 PM

Sagittarius

กระทู้: 3938
หมายเลขสมาชิก: 6

วันที่สมัครสมาชิก: ต.ค., 2006


กระทู้: 3938
17.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ วันพุธ
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 51 : Exp 8%
HP: 0.1%

Believe [ME] Save My Life !!

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.5.7 Firefox 3.5.7

yod116@hotmail.com
ดูรายละเอียด เว็บไซต์ อีเมล์
| |
« ตอบ #58 เมื่อ: 05, กุมภาพันธ์ 2010, 05:47:36 PM »

เหอๆๆ อัลบั้มที่มีอิทธิพลของคุณ crazy_diamond ก็มีคล้ายๆกับผมเลยแฮะ

แต่ผมเองจะเน้นหนักไปที่เพลงไทยครับ เพลงสากลมีมาบ้างเล็กน้อย (ที่ไม่ร็อคก็เยอะ)

ไว้จะมาเขียนเล่าเรื่องราวบ้างครับ บางเพลงบางอัลบั้ม อาจไม่ถือว่าดี แต่มันมีอิทธิพลสำหรับผม

นอกเหนือจากการฟังเพลงในมุมมองปกติแล้ว มันมีมุมในแง่การเล่นดนตรีด้วยครับ

บางเพลงเป็นการเปิดทัศนคติใหม่ๆ ในการเล่นดนตรีของผมเลยแหละ ไว้จะมาแชร์ให้ฟังครับ
 

thxby262385crazy_diamond, Black Sunday, Yotsawin
บันทึกการเข้า

Bangkok Glass FC  บางกอกกล๊าส เอฟซี

crazy_diamond
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Gold Saint
*

Photobucket 1332
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
วันนี้ เวลา 05:53:47 PM

Aries

กระทู้: 1079
หมายเลขสมาชิก: 3218

วันที่สมัครสมาชิก: ม.ค., 2009


กระทู้: 1079
623.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ crazy_diamond
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 26 : Exp 68%
HP: 2.1%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 6.0 MS Internet Explorer 6.0


ดูรายละเอียด
| |
« ตอบ #59 เมื่อ: 05, กุมภาพันธ์ 2010, 07:52:43 PM »

มาถึงวงดนตรีที่ผมรักที่สุดเป็นอันดับที่สอง

The Eagles พญาอินทรีแห่งเสียงดนตรี

จากนักดนตรีรับจ้างสู่วงดนตรีอันเป็นตำนาน แบ่งเป็น 3 ยุคใหญ่ๆ (ตามความเห็นของผม) คือยุคแรกที่มีกลิ่นอายของซาวน์แบบพื้นบ้านอเมริกันปนสำเนียงร็อคพร้อมการร้องประสานเสียงที่เป็นเอกลักษณ์ ที่เสียงแบนโจและริฟท์กีตาร์ทำให้นึกถึงหนังคาวบอยขึ้นมาตะหงิดๆ (บางคนเหมาพวกเขารวมกับเพลงคันทรี่) เพียงแค่ชุดแรก เพลงฮิตที่คุ้นหูพวกเราตั้งแต่ยังเด็กก็เต็มไปหมดแล้วล่ะครับ ไม่ว่า Take it easy, Witchy woman, Peaceful easy feeling
เพลงช้าซึ้งๆอย่าง Most of us are sad ก็ดูเหมือนจะเป็นลายเซ็นของวงนับตั้งแต่นั้นมา เพลงช้าอารมณ์แบบนี้มีแทบทุกชุด

อิเกิ้ลยุคแรกเริ่มมี 4 คน

ดอน เฮนเลย์, เบอร์นี่ ลีดอน, แรนดี้ ไมส์เนอร์ และ เกลน เฟรย์


มาถึงยุคสองที่พวกเขาเริ่มปรับซาวน์ให้เป็นฮาร์ดร็อคขึ้นทีละนิดด้วยการรับมือกีตาร์หน้าดุอย่าง ดอน เฟลเดอร์มาสร้างสีสัน จนแนวเพลงเริ่มหลุดจุดประสงค์ที่วางไว้แต่แรก หนึ่งในสมาชิกคือ เบอร์นี่ ลีดอน จึงก้าวออกไปในช่วงเวลาที่ตนคิดว่าเหมาะสมก่อนที่ พญาอินทรีจะรับซาวน์ฮาร์ดร็อคมาประดับกายาอย่างเต็มตัว เสียงแบนโจขาดหาย สำเนียงพื้นบ้านค่อยๆเบาลง แนวดนตรีเอนเอียงจากหนุ่มคาวบอยนุ่งยีนส์ มาเป็นสวมเสื้อหนังใส่แว่นตาดำเดินเฉิดฉายอยู่ในเมือง เมื่อได้ โจ วอสล์ ทั้งริทึ่มหนักหน่วงขึ้น ซาวน์กีตาร์มหาประลัย จนสรรสร้างเพลงที่คนเล่นกีตาร์เค้าว่าคลาสสิกเหลือเกินอย่าง "Hotel California" แต่สุดท้ายแม้จะได้ทั้งเงินทั้งกล่องจากงานชุดนี้ มือเบสเสียงเศร้าอย่างแรนดี้ ไมส์เนอร์ก็ขอลาจรกลับแนวทางของวง ทิโมธี บี. สมิธ มือเบสเสียงอ้อนจาก "Poco" เข้ามาแทนที่ออกทัวร์สนับสนุนและเป็นสมาชิกถาวรในอัลบั้มถัดมา แต่ในที่สุดวงก็ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้แม้อัลบั้ม "The Long Run" จะมีเพลงดีๆอยู่มากมายก็ตาม

ดิ อิเกิ้ลส์ ยุคสอง ยุคทองที่พวกเขาครองโลกด้วยเสียงเพลงดังระดับขึ้นหิ้งมากมาย

โจ วอลช์, ดอน เฟลเดอร์, ดอน เฮนเลย์, ทิโทธี บี สมิธ และ เกลน เฟรย์

อย่างไรก็ตาม ทางวงก็มีการรียูเนี่ยนอีกครั้งใน Hell Frezess Over อัลบั้มใหม่และทัวร์ถูกคาดหวังจากแฟนๆ แต่แฟนๆก็ต้องรอเก้อไปเกือบสิบปีกว่าทางวงจะออกทัวร์ Farewell 1 พร้อมข่าวร้ายซึ่งผมนับเป็นยุคที่สาม ดอน เฟลเดอร์ ถูกอัปเปหิออกจากวง จบตำนานกีตาร์คู่ของ Hotel California ซึ่งในทัวร์นี้พวกเค้าก็ได้มาทัวร์ที่สยามประเทศของเราด้วยค่าตัวและค่าบัตรที่แพงหูฉี่ และเมื่อจบทัวร์ก็ได้ออกอัลบั้มใหม่ ซึ่งเป็นอัลบั้มคู่ให้แฟนๆได้หายคิดถึงใน The long road out of eden ในรอบยี่สิบกว่าปี

อิเกิ้ลยุคสุดท้าย ยังดูหนุ่มเฟี้ยวกันอยู่เลย



มีคำกล่าวเยินยอ ดิ อีเกิ้ล ไว้ว่า "นึกถึงดนตรี นึกถึง ดิ อิเกิ้ลส"
สำหรับผมแล้วคงจะไม่เกินเลยความจริง เพราะวงนี้เป็นเสมือนผู้เบิกทางสำหรับการฟังเพลงต่างประเทศที่เป็นแบบวงดนตรีของผมเลยทีเดียว

The Eagles ตลอดกาล และ ตลอดไป

thxby262406วันพุธ, Black Sunday, Yotsawin
บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 3 [4] 5 6 ... 38   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.20 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!