STF Forum
22, เมษายน 2021, 05:37:20 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Shop เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: [FanFic]Once again... อัพตอนที่ 11 ขอโอกาสอีกสักครั้ง...  (อ่าน 20227 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.17 Firefox 3.6.17

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« เมื่อ: 04, พฤษภาคม 2011, 06:38:17 PM »

ดีค่ะ

เอาฟิคใหม่มาลงแต่อย่าเพิ่งตบเราข้อหาดองฟิคอัสเดฟนะคะ ฟิคเรื่องนี้เป็นฟิคสั้นไม่เกิน10ตอนก็น่าจะจบ ฟิคเรื่องนี้เกิดขึ้นได้เพราะแรงยุจากพี่Saintcoseventล้วนๆ ทั้งไซโคทั้งล่อลวงจนเรายอมปล่อยคู่นี้ออกมาค่ะ!

Once Again…

Paring : KagahoxShunxIkki
Rate : PG-13
Note : โปรดอย่าถามว่าเพราะอะไรทำไมและยังไงเพราะไรเตอร์โดนยุมา!

ตอนที่ 1

...คุณเชื่อในโชคชะตาบ้างไหม.....
...บางครั้งอาจมีคนถามคุณแบบนี้แล้วคุณล่ะตอบกลับไปว่าอย่างไร....
...โดยเฉพาะในเรื่องของการพบพานที่ไม่น่าเกิดขึ้นได้....

   ยามเช้าที่สว่างสดใสเซนต์แอนโดรเมด้านามชุนเงยหน้ามองมันจากหน้าต่างบ้านหลังหนึ่งในเมืองแล้วยิ้มออกมา หลังจบศึกแล้วทุกคนต่างก็แยกย้ายกันไปใช้ชีวิตของแต่ละคนอย่างมีอิสระเสรี บางคนเลือกที่จะอยู่แซงค์ทัวรี่ต่อไป บางคนกลับบ้านเกิดหรือบางคนก็ออกเดินทางไปดังเช่นพี่ชายของเขา

   ไม่ว่าจะร่วมศึกกันมาหลายศึกแล้วแต่ฟินิกส์อิคคิก็ยังคงเป็นบุรุษผู้รักสันโดษอยู่เช่นเดิม  ชายผู้ที่ออกเดินทางไปทั้งที่บาดแผลยังไม่หายดีและไม่แม้แต่จะกล่าวคำอำลากับน้องชายแท้ๆของตนเอง

   แน่นอนว่าชุนอดที่จะเศร้าไม่ได้แต่ก็ไม่ได้เศร้านานมากนักเพราะเขารู้ดีว่าพี่ชายของเขาไม่มีวันทิ้งเขาไปไหนไกลโดยเด็ดขาด ดังนั้นเขาจึงกลับมายังบ้านเกิดของพวกเขาและเฝ้ารอพี่ชายซึ่งนานๆก็จะกลับมาสักครั้งหนึ่ง

   มันเป็นช่วงเวลาแสนพิเศาที่สองพี่น้องจะได้อยู่ด้วยกัน แม้จะเป็นเพียงการอยู่ด้วยกันอย่างเงียบๆหรือการพูดของชุนอยู่ฝ่ายเดียวแต่อิคคิก็ยังรับฟังและยิ้มออกมาในบางครั้ง

   “วันนี้พี่อิคคิจะกลับมาแล้วสินะ”เด็กหนุ่มเอ่ยอย่างอารมณ์ดีเพราะเมื่อวานมีการติดต่อจากพี่ว่าวันนี้จะกลับมา ชุนจึงตั้งหน้าตั้งตารออย่างมากเพราะคราวนี้อิคคิออกเดินทางไปถึง 2 เดือนโดยไม่มีการติดต่อใดๆกลับมามันทำให้เขารู้สึกดีใจอย่างมาก หลังกินข้าวเช้าเสร็จชุนจึงรีบคว้ากระเป๋าเงินแล้วตรงไปยังตลาดทันทีด้วยหัวใจเบิกบาน

   “ต้องเตรียมของที่พี่อิคคิชอบเยอะๆเลย”ระหว่างที่เลือกวัตถุดิบทำอาหารเด็กหนุ่มก็คิดเมนูไปด้วยและจนกระทั่งตะกร้าใส่อาหารสดเต็มแล้วชุนจึงเลิกซื้อและเตรียมตัวจะเดินกลับ แต่แล้วระหว่างที่เดินกลับดวงตาคู่งามกลับพบกับร้านหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ระหว่างทางกลับ

   “นี่ร้านอะไรกันน่ะทำไมตอนแรกเราถึงไม่เห็นกัน”ในใจเต็มไปด้วยความสงสัยแต่เด็กหนุ่มก็ยังเลือกที่จะเดินเข้าไปและเพียงแค่ผลักประตูเปิดออกเขาก็รู้ทันทีว่านี่คือร้านอะไร

   “ร้านขายของเก่างั้นเหรอ แถวนี้มีรานแบบนี้ด้วยงั้นเหรอ”ทั้งที่เป็นแถวบ้านที่คุ้นชินและเป็นเส้นทางที่ผ่านไปมาเสมอแต่เด็กหนุ่มกลับจดจำร้านนี้ไมได้เลยแม้แต่นิดเดียว ในร้านเต็มไปด้วยสิ่งของมากมายจากหลายยุคสมัย มีตั้งแต่ถ้วยชามใบเล็กๆไปจนถึงตู้ไม้สลักหลังใหญ่

   “มีใครอยู่มั้ยครับ”ชุนร้องเรียกแต่ไม่มีเสียงใดตอบกลับมาซึ่งนั่นยิ่งทำให้เด็กหนุ่มรู้สึกแปลกใจและเดินเข้าไปข้างในพร้อมกับเพิ่มความระมัดระวังมากกว่าเดิม

   ขณะที่เดินไปชุนยังคงส่งเสียงเรียกเป็นระยะและยังคงไร้เสียงตอบกลับมาเช่นเดิม มันเป็นเรื่องน่าแปลกสำหรับมนุษย์ทั้งที่ดูไม่น่าไว้ใจแต่ก็ยังอยากที่จะเดินเข้าไปดูด้วยความอยากรู้อยากเห็นและชุนเองก้เป็นเช่นนั้น นอกจากนั้นชุนก็มั่นใจในฝีมือของตัวเองจึงไม่มีอะไรที่จะต้องกลัว

   “ความรู้สึกนี้มัน...”ความรู้สึกที่ทั้งรู้จักและเหมือนกับไม่รู้จัก กลิ่นอายของพลังขุมหนึ่งที่ปะปนมาพร้อมกับกลิ่นของสีน้ำมัน มันไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าหากร้านขายของเก่าจะมีภาพสีน้ำมันในสมัยต่างๆมาขายบ้าง แต่มันกลับเป็นกลิ่นที่คุ้นเคยกับเขาเหลือเกินทั้งที่เขาก็ไม่เคยวาดรูปสีน้ำมันแท้ๆ

   สองเท้านำพาเจ้าของร่างเดินเข้าไปเรื่อยๆราวกับต้องมนต์สะกดและแล้วมันก็มาหยุดอยู่หน้ารูปหนึ่งซึ่งมีผ้าสีขาวปกคลุมอยู่ อย่างช้าๆมือข้างที่ว่างอยู่ค่อยๆยกขึ้นดึงผ้าออกอย่างช้าๆ พลันนั้นภาพที่ปรากฏออกมาเบื้องหลังผืนผ้าสีขาวก็ทำให้ดวงตาคู่งามเบิกกว้างขึ้น

   ภาพนั้นเป็นภาพเหมือนของชายคนหนึ่งที่ถูกวาดออกมาอย่างสวยงาม ผู้ซึ่งทั่วร่างราวกับถูกปกคลุมไปด้วยสีดำของรัตติกาลไม่ว่าจะเป็นดวงตาคมที่ดุดัน เส้นผมหรือกระทั่งสิ่งทีเรียกว่าชุดเซอร์พริสกับเปลวเพลิงทมิฬ ที่สำคัญที่สุดก็คือใบหน้าของคนผู้นั้นที่เหมือนกับพี่ชายของเขาราวกับพิมพ์เดียวกัน!

   “นี่มันอะไรกัน...”ความสงสัยและสับสนก่อเกิดขึ้นในหัวใจ พี่ของเขาคือเซนต์ฟินิกส์แห่งอาธีน่าแต่ว่าคนในภาพนี้กลับสวมเซอร์พริสอยู่ ชุนไม่อาจจะทำความเข้าใจในสิ่งที่เกิดขึ้นได้เลยแม้แต่นิดเดียวเพราะไม่ว่าจะมองอย่างไรชายในภาพนั้นก็ช่างเหมือนพี่ชายของเขาเหลือเกิน

   แต่ความตื่นตระหนกและสับสนของเซนต์แอนโดรเมด้าก็ได้ยุติลงเพียงเพราะเสียงของชายคนหนึ่งดังมาจากข้างหลัง

   “นั่นคือภาพโบราณอายุ200กว่าปีที่ถูกค้นพบที่ประเทศกรีซครับ”ชุนหันหลังกลับไปแทบจะทันทีและพบกับชายคนหนึ่งยืนอยู่ด้วยรอยยิ้มที่เรียกได้ว่าเจ้าเล่ห์ ชายผู้มีใบหน้าคล้ายคลึงกับใครบางคนที่เขาเองก็นึกไม่ออก ชายคนนั้นก้าวเท้าเข้ามาอย่างช้าๆก่อนจะพูดต่อ

   “ชายในภาพคือบุคคลที่มีตัวตนอยู่จริงในอดีตกาลเมื่อ200กว่าปีที่แล้ว ชายผู้สวมชุดเกราะสีดำผู้มาพร้อมกับเพลิงทมิฬที่สามารถแผดเผาได้ทุกสิ่ง นามของเขาคือเบนู คางาโฮะ”ชายปริศนาเอ่ยราบเรียบคล้ายกำลังโฆษณาสินค้าโดยไม่ได้สนใจดวงตาที่เบิกกว้างของชุนเลย

   เด็กหนุ่มเผลอลอบถอนหายใจเมื่อรู้แน่ชัดแล้วว่าบุคคลในภาพไม่มีทางเป็นพี่ชายของเขาอย่างแน่นอน แต่ในความโล่งใจนั้นกลับมีความรู้สึกหนึ่งที่เขาเองก็ไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรและบางทีเขาคงได้คำตอบถ้าหากได้ฟังชายคนนี้พูดจนจบ

   “ชายคนนี้ได้เสียชีวิตลงเพื่อปกป้องผู้ที่สำคัญที่สุดของตนเองทว่าแม้ในวินาทีสุดท้ายของชีวิตเขาก็ยังสาบานที่จะปกป้องคนสำคัญของตนเองและเพื่อเป็นการระลึกถึงความรู้สึกของเขาคนนี้คนสำคัญของเขาจึงได้วาดภาพนี้ขึ้นมา”หลังมือของชายคนนั้นไล้ลงไปยังภาพเปลวเพลิงสีทมิฬราวกับเล่านิทานภาพแต่สุดท้ายมือข้างนั้นก็มาหยุดอยู่ตรงตัวข้อความสีทองตัวเล็กที่มุมหนึ่งของภาพ

   ข้อความที่คาดว่าจะเป็นลายเซนต์เจ้าขอภาพนี้ถูกเขียนลงบนจุดที่ไม่สะดุดตาเพื่อไม่ให้เป็นการทำลายภาพอันสวยงาม เมื่อชุนได้ก้มลงมองดีๆแล้วจึงสามารถสะกดออกมาเป็นคำได้

   “แด่คางาโฮะ บุรุษผู้ปกป้องข้าไว้ด้วยชีวิตของตนเองข้าจะไม่ขอให้เจ้าสมปรารถนาแต่ขอเพียงให้ชาติต่อไปเจ้าจะมีความสุข...”เสียงของชุนที่เอ่ยออกมาฟังดูเลื่อนลอยราวกับไร้ซึ่งสติ ดุจได้ยินเสียงเจ้าของภาพเอ่ยขึ้นกับภาพใบนี้ทั้งที่ไม่ควรจะได้ยิน

   “จากอาโรน...”เสียงที่ตนเองเอ่ยและได้ยินเจือปนทั้งความอ่อนโยน ขื่นขม ระทมทุกข์และเป็นสุขในคราวเดียวกัน น้ำเสียงที่สั่นพร่าราวกับจะร้องไห้แต่ไม่อาจรู้ได้ว่าด้วยความดีใจหรือเสียใจกันแน่

   “ถ้าหากท่านชอบภาพนี้ข้าก็ยินดีจะยกให้ท่าน”เป็นอีกครั้งที่เสียงของชายปริศนาทำให้เขาคืนสติ เด็กหนุ่มหันไปมองชายวัยกลางคนซึ่งกำลังยิ้มอยู่ ช่างเป็นรอยยิ้มที่เหมือนกับกำลังรอเรื่องสนุกไม่มีผิด

   “คุณไม่ได้ขายมันงั้นหรือ”ที่นี่เป็นร้านขายของเก่าแล้วทำไมถึงต้องยกภาพให้กับคนที่ควรจะเป็นลูกค้าด้วยเด็กหนุ่มไม่เข้าใจเลยและยังไม่ไว้ใจอีกด้วย เขาเป็นเซนต์แห่งอาธีน่าแต่ชายสเป็คเตอร์คนนั้นเป็นศัตรูคู่แค้นกันแล้วจะให้เขานำภาพนี้กลับไปได้อย่างไร

   “ข้าก็เพียงแค่สงสารภาพนี้ยิ่งนักเพราะว่ามันตามหาเจ้าของมันมานานแล้วและบางทีเจ้าของมันก็อาจจะเป็นท่านมิใช่หรือ อดีตร่างทรงฮาเดส...”สิ้นคำนั้นชุนก็ต้องตกใจเป็นครั้งที่สองเมื่อสิ่งที่ชายคนนั้นพูดออกมาถ้าหากไม่ใช่ผู้เกี่ยวข้องจริงๆไม่มีวันรู้เด็ดขาด

   “คุณเป็นใครกันแน่!”เสียงหวานที่ตะโกนถามเต็มไปด้วยความระมัดระวังตัวสุดชีวิตโดยเฉพาะในยามที่เขาไม่มีชุดคล็อธติดกายเฉกเช่นนี้

   “ข้าหรือ...ก็แค่ผู้ชมที่กำลังรอความสนุกเท่านั้นแหละ”พริบตานั้นทุกสิ่งก็ถูกปกคลุมด้วยความมืด ในวินาทีที่ดวงตากำลังจะถูกบดบังด้วยความมืดเด็กหนุ่มได้มองเห็นบางสิ่งที่คล้ายกับปีกสีดำปรากฏขึ้นเบื้องหลังของชายคนนั้นและในยามที่รอบข้างกลับมากระจ่างชัดเช่นเดิมรอบข้างของเขาก็หายไปจนหมดสิ้นเหลือเพียงพื้นที่รกร้างว่างเปล่ากับภาพของชายนามคางาโฮะที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า

   “นี่มัน...เกิดอะไรขึ้นกันแน่...”

   เมื่อดวงอาทิตย์ลับขอบฟ้าประตูบ้านหลังหนึ่งก็ถูกเปิดออกโดยชายหนุ่มที่ออกเดินทางไปนานกว่า 2 เดือน ร่างสูงถอดรองเท้าและเดินเข้าบ้านอย่างเงียบๆโดยไม่ได้กล่าวแม้แต่คำทักทายเพราะนั่นก็เป็นเรื่องปกติของชายหนุ่มอยู่แล้วแต่ทว่าสิ่งที่ผิดปกติก็คือร่างบอบบางของน้องชายที่น่าจะเดินเข้ามาต้อนรับเขาพร้อมกับเอ่ยทักทายตั้งแต่วินาทีแรกที่เสียงเปิดประตูดังขึ้นแล้ว

   “ชุน”อิคคิลองเอ่ยเสียงเรียกแต่ก็ยังไม่มีเสียงใดตอบกลับมาทำให้ชายหนุ่มต้องขมวดคิ้วกับความผิดปกติ มือแกร่งกระชับสายคล้องบนบ่าแน่นขึ้นก่อนจะเดินเข้ามาในส่วนของบ้านอย่างเงียบกริบ ใจหนึ่งก็ระวังรอบข้างส่วนอีกใจก็นึกห่วงน้องชายของตนเอง

   แต่แล้วความกังวลก็คลายลงเมื่อพบว่าน้องชายของตนเองนั่งอยู่บนโซฟาในห้องรับแขกโดยปราศจากอันตรายใดๆซึ่งมันทำให้อิคคิแอบถอนใจดว้ยความโล่งอกไม่ได้

   “ชุน”ชายหนุ่มเรียกอีกครั้งด้วยเสียงที่ไม่ได้เรียกว่าดังเลยแต่ร่างบางกลับสะดุ้งเฮือกราวถูกตะคอกก่อนจะทำท่าเหมือนรู้ตัวว่าถูกเรียกแล้วหันกลับมา

   “พี่อิคคิ...”สิ่งที่อิคคิเห็นในสายตาของชุนตอนนั้นคือความตกใจระคนงุนงงก่อนจะกลายเป็นความยินดี

   “ยินดีต้อนรับกลับมาครับ”ชุนเอ่ยต้อนรับด้วยรอยยิ้มเหมือนกับทุกครั้งที่พี่ชายกลับบ้าน รอยยิ้มของชุนที่ยังเหมือนเดิมไม่แปรเปลี่ยนทำให้อิคคินึกวางใจขึ้นมามากเลยทีเดียว

   “อืม”อิคคิตอบกลับไปแค่นั้นก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาข้างน้องชายก่อนจะพบกับของบางอย่างที่ถูกห่อด้วยผ้าสีขาว

   “ชุน นี่มันอะไรน่ะ”เอ่ยถามอย่างนึกสงสัย ดูจากรูปร่างแล้วมันน่าจะเป็นกล่องหรือไม่ก็พวกรูปวาดแต่เท่าที่จำได้น้องชายของเขาก็ไม่ใช่คนที่สนใจศิลปะภาพเขียนมากเท่าไรนัก

   “คือ...มีคนให้มาน่ะครับ พี่อิคคิรีบไปอาบน้ำดีกว่าครับเดี๋ยวผมจะทำอาหารให้ทาน”เด็กหนุ่มเอ่ยรัวเร็วจนมากเกินเหมือนจะปกปิดความลับแต่อิคคิก็ไม่ใช่คนเซ้าซี้จึงไม่คิดจะคาดคั้นทั้งยังวางของลงแล้วเดินไปอาบน้ำตามที่ชุนบอก

   มื้อเย็นของทั้งคู่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและมีความสุขตามแบบสองพี่น้องคู่นี้ ฝ่ายน้องที่เลือกจะเป็นคนถามและเล่าเรื่องของตนส่วนฝ่ายพี่ก็เลือกที่จะฟังและตอบมากกว่าที่จะเป็นคนเริ่มเล่า

   ท่าทางภายนอกมันอาจดูเป็นมื้ออาหารที่แสนเย็นชาโดยเฉพาะพี่ชายที่ตอบกลับไปแบบแทบจะนับคำได้แต่ใครจะรู้บ้างว่าทุกกิริยาท่าทางของน้องชายนั้นอยู่ในสายตาของผู้เป็นพี่ตลอดเวลา โดยเฉพาะใบหน้ายามยิ้มแย้มนั้นที่อิคคิจะไม่มีวันคลาดสายตาไปเป็นอันขาด

   สุดท้ายหลังมื้ออาหารชุนก็ยกจานไปล้าง ตอนแรกอิคคิจะเป็นฝ่ายจัดการให้แต่ชุนก็ให้เหตุผลว่าเขาเพิ่งเดินทางกลับมาน่าจะเหนื่อยให้ไปนั่งพักที่ห้องรับแขกหรือจะไปนอนเลยก็ได้ เขารู้ว่าชุนภายนอกดูเป็นคนว่าง่ายแต่จริงๆแล้วหัวดื้อพอสมควรชายหนุ่มจึงตัดสินใจขึ้นไปนอนโดยลืมเรื่องของสิ่งที่วางอยู่บนโต๊ะในห้องรับแขกไปเสียสนิท

   “เฮ้อ...เสร็จซักที”มือสองข้างยืดไปประสานกันคลายความเมื่อยขบจากทั้งวัน จานชามถูกล้างและคว่ำไว้เรียบร้อยเหลือก็เพียงจัดเก็บของในบ้านทุกอย่างให้เรียบร้อย แต่เพียงแค่คิดถึงสิ่งที่ถูกวางอยู่ในห้องรับแขกเด็กหนุ่มก็รู้สึกสับสนเพราะไม่รู้จะทำอย่างไรกับมันดี

   ในคราวแรกที่รู้สึกตัวเขาคิดจะรีบกลับบ้านทันทีแต่แล้วไม่รู้ว่าสิ่งใดดลใจให้เขาหยิบผ้ามาคลุมภาพสีน้ำมันที่ถูกวางทิ้งไว้แล้วนำมันกลับมาที่บ้านและโดยไม่รู้ตัวเขาเผลอจดจ้องสิ่งนั้นเนิ่นนานตั้งแต่วินาทีแรกที่มันถูกวางลงบนโต๊ะ เขาไม่เข้าใจเลยว่าทำไมตนเองถึงจ้องมันอยู่เช่นนั้นทั้งที่เอาผ้าคลุมไว้จนไม่เห็นตัวภาพแล้วแท้ๆ

   “คนๆนั้นเป็นใครกันแน่”หวนนึกถึงชายวัยกลางคนผู้ที่มอบภาพนี้ให้กับเขา ชายผู้มาพร้อมกับปีกสีดำและรอยยิ้มมากเล่ห์

   แต่คิดเท่าไรเด็กหนุ่มก็คิดไม่ออกจึงเลิกที่จะคิดมันและตัดสินใจนำภาพนั้นไปเก็บไว้ในห้อวนอนของตัวเองก่อน ระหว่างที่ถืออยู่ไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น เขายังคงมีสติดีและไม่ได้ยินเสียงแปลกๆมันทำให้ชุนโล่งใจ เมื่อเข้ามาในห้องนอนชุนจึงรวบรวมความกล้าดึงผ้าที่ห่อภาพไว้ออก

   ภาพของชายหนุ่มผู้มีใบหน้าดุดันปรากฏขึ้นอีกครั้ง สองมือจับไว้ที่ขอบภาพเพราะอยากจะดูภาพนั้นให้ชัดๆและยิ่งดูชุนก็ยิ่งรู้สึกว่าเกือบทุกอย่างของชายในภาพนั้นช่างเหมือนกับพี่ชายของเขาจริงๆ

   “ทำไมถึงได้เหมือนกับพี่อิคคิแบบนี้นะ”ไม่ว่าจะใบหน้า แววตาหรือท่าทางล้วนแต่เหมือนกันจนราวกับเป็นคนๆเดียวกันจนทำให้รู้สึกเหมือนกับผูกพันหรือว่านี่จะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขานำภาพนี้กลับมากันนะ

   ดวงตาคู่สวยมองไล่ไปทั่วภาพและมาหยุดที่ข้อความสีทองบนภาพอีกครั้งหนึ่ง ปลายนิ้วลูบไล้ลงไปบนข้อความบนภาพที่ยังคงแจ่มชัดเช่นเดียวกับตัวภาพที่สีดำนั้นไมได้จางลงเลยราวกับว่ามีชีวิตอยู่

   “เดี๋ยวสิ...ภาพวาดอย่างงั้นเหรอ”พลันนั้นเด็กหนุ่มกลับนึกได้ถึงเรื่องบางอย่างที่เคยได้รับการถ่ายทอดมาจากโกลด์เซนต์ไลบร้า โดโก

   “สงครามศักดิ์สิทธิ์เมื่อ200ปีก่อน...ถ้าจำไม่ผิดท่านผู้เฒ่าได้กล่าวถึงเรื่องของภาพวาดด้วยนี่นา”เด็กหนุ่มหลับตาแล้วหวนระลึกถึงช่วงที่พักรักษาตัวอยู่ในเซงค์ทัวรี่หลังจบศึกขึ้นมา ในวันนั้นท่านผู้เฒ่าได้เล่าเรื่องเกี่ยวกับสงครามศักดิ์สิทธิ์เมื่อครั้งที่แล้วให้ฟัง

   เมื่อ200กว่าขวบปีก่อน เมื่อครั้งที่ข้ายังเยาว์วัยนักข้ามีน้องชายอยู่คนหนึ่ง ไม่ใช่น้องชายแท้ๆหรอกแต่ก็เป็นน้องชายคนสำคัญของข้า เขาคือเพกาซัส เท็นมะชายผู้เป็นเพื่อนกับร่างทรงของจ้าวนรกฮาเดสผู้มอบภาพวาดผืนสุดท้ายให้กับโลกใบนี้โดยใช้ท้องฟ้าแทนผืนผ้าใบและใช้เลือดกับดวงวิญญาณประหนึ่งสีวาดภาพ  ภาพนั้นมีชื่อว่าLost Canvas…

   “ชื่อของร่างทรงฮาเดสคนก่อนก็คือ อาโรน!”ตอนนี้ชุนรู้สึกเย็นวาบไปทั่วร่างกาย มือทั้งคู่เผลอสั่นขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัวเพราะมันหมายความว่าภาพที่เขาถืออยู่คือภาพที่ฮาเดสเป็นคนวาดมิใช่หรือ!

   ชุนจ้องภาพของชายในภาพอีกครั้งอย่างไม่เชื่อสายตาตนเองและหากลองเพ่งสมาธิดีๆแล้วเขาก็เริ่มรู้สึกถึงขุมพลังบางอย่างที่แฝงอยู่ในสีเหล่านั้นและมันคือพลังที่เขารู้จักดีที่สุด

คอสโมของฮาเดส!

   “นี่คือภาพวาดของฮาเดสงั้นเหรอ”ความรู้สึกหวาดหวั่นเริ่มก่อเกิดขึ้น เด็กหนุ่มพยายามที่จะนึกถึงคำพูดของท่านผู้เฒ่าที่เล่าเรื่องราวนั้นต่อทั้งที่ร่างกายกำลังสั่น

   น้อยคนนักที่จะเข้าใจว่าเท็นมะต้องสู้ด้วยความรู้สึกแบบใดกันในยามที่เพื่อนรักของตนเองต้องกลายเป็นผู้ทำลายล้างโลกนี้และน้อยคนยิ่งกว่าที่จะมีคนเข้าใจความรู้สึกของผู้ที่จ้องทำลายล้างโลกใบนี้ ที่ข้ารู้ก็มีเพียงคนเดียว

   สเป็คเตอร์หนุ่มผู้สวมใส่เซอร์พริสเบนูและมาพร้อมกับเพลิงกาฬสีทมิฬ...ชายผู้ซึ่งได้ให้สัตย์ปฏิญาณว่าจะปกป้องจ้าวนรกนามของเขาก็คือ....


   “นามของเขาก็คือ....”ริมฝีปากเอ่ยออกมาอย่างควบคุมไม่ได้ ได้ยินอีกครั้งกับเสียงของชายหนุ่มคนหนึ่งที่ไม่ควรจะรู้จักแต่กลับคุ้นเคยราวกับเป็นเสียงของตัวเอง เสียงที่เอ่ยเรียกนามของบุคคลในภาพ

   “คางาโฮะ....”และในวินาทีนั้นคอสโมจำนวนมหาศาลก็พุ่งพล่านออกมาจากภาพวาด มันคือคอสโมสีดำสนิท....

   “ไม่นะ!”ร่างบางเผลอร้องออกมาเมื่อคอสโมที่ราวกับเพลิงสีทมิฬนั้นพุ่งเข้ามาหาตนและล้อมรอบกายของตนเองเอาไว้อย่างไม่อาจหนีพ้น

   “ไม่ อย่าเข้ามา!”อาจจะฟังดูน่าสมเพชที่แสดงความหวาดกลัวออกมาแต่สำหรับผู้ที่เคยถูกฮาเดสสิงแล้ว คอสโมของฮาเดสถือเป็นสิ่งที่น่าพรั่นพรึงเป็นที่สุด แต่ท่ามกลางคอสโมสีดำนั้นชุนกลับได้ยินเสียงของใครคนหนึ่ง

   ....น....ท่าน.....

   “นี่มันเสียงใครกัน...”เสียงที่คล้ายกับเสียงของพี่อิคคิแต่ว่า....

   ท่านอาโรน.....

   “ไม่ใช่ ผมคือชุน ผมไม่ใช่อาโรน”ร้องปฏิเสธพลางหลับตาแน่นและในวินาทีนั้นก็เกิดเสียงดังขึ้น

   ปัง!

   “ชุน!”มันคือเสียงประตูห้องที่เปิดออกอย่างรุนแรงด้วยฝีมือของอิคคิที่รีบวิ่งมาหาเพราะรู้สึกได้ถึงพลังคอสโมอันดำมืดนี้แต่นั่นก็เป็นความคิดที่ผิดเพราะพริบตาที่อิคคิส่งเสียงเรียกชุนคอสโมเหล่านั้นก็ได้เปลี่ยนเป้าหมายมาเป็นตัวเขาแทน

   “อ้าก!!!!!!!!!!!!!!!”

   “พี่อิคคิ!”เด็กหนุ่มลุกขึ้นและรีบวิ่งเข้าไปหาพี่ชายของตนเองในทันที อิคคิร้องด้วยความเจ็บปวดสองมือกุมหัวที่เหมือนกับจะแตกเป็นเสี่ยงและพร้อมกับคอสโมสีดำที่กำลังแทรกซึมเข้าไปในร่าง ชุนไม่อาจทำอะไรได้เลยกระทั่งจะเข้าใกล้ก็ยังทำไม่ได้เพราะคอสโมสีดำพวกนั้นคอยขัดขวาง

   “พี่อิคคิ!”ชุนร้องเรียกอีกครั้งด้วยน้ำเสียงอันปวดร้าวแต่ทุกอย่างก็ยังดำเนินต่อไปจนกระทั่งคอสโมสีดำเข้าไปในร่างของอิคคิจนหมดสิ้น

   เสียงร้องของอิคคิหยุดลง สองมือทิ้งลงข้างตัว ไม่มีกระทั่งเสียงหอบมีเพียงเสียงของลมหายใจที่ผ่อนออกมายาวๆก่อนที่ดวงตาสีดำสนิทจะมองกลับมายังเด็กหนุ่ม แต่แววตานั้นกลับไม่ดูเหมือนพี่ชายของเขาเลยแม้แต่นิดเดียว

   “พี่อิคคิ....”เป็นครั้งแรกที่ชุนเรียกชื่อของพี่ชายได้ยากลำบากเหลือเกินเมื่อต้องเผชิญหน้ากับดวงตาสีดำที่ดุดันและแข็งกร้าวยิ่งกว่าสิ่งใด ทั้งสองสบตากันเนิ่นนานจนกระทั่งมีคนหนึ่งเอ่ยทำลายความเงียบ

   “ข้าไม่ได้มีนามเช่นนั้น”เสียงที่ยังคงเป็นเสียงของอิคคิแต่ถ้าหากชุนไม่ได้ฟังผิดไปเขากลับรู้สึกเหมือนได้ยินเสียงอีกเสียงหนึ่งที่คล้ายคลึงกับเสียงของอิคคิแทรกเข้ามา

   “ข้าคือสเป็คเตอร์แห่งดาวพยศนภาเบนู คางาโฮะ”

##########################
TBC.

และก็จบตอนไปอย่างน่าตบ.....
ขอสัญญาว่าจะไม่ดองค่ะเพราะอยากเขียนเรื่องนี้ให้จบเหมือนกัน เรารักคางาโฮะมากๆค่ะแล้วก็ชอบคู่พี่น้องคู่นี้ด้วยเลยอยากเขียนให้จบจริงๆแล้วจะไปปั่นอัสเดฟต่อ
ส่วนใครที่ทำตัวเป็นกามเทพสีดำนั่นเราว่าคนอื่นๆคงรู้กันหมดแล้ว....มั้ง
ปล.หนูลงให้แล้วนะพี่เพนกวินรีบเอารูปมาบรรณาการเลย 555

thxby348064Aiacos, Saintcosevent, nunun081
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 05, พฤศจิกายน 2013, 10:27:06 PM โดย meiar » บันทึกการเข้า
Saintcosevent
Power User
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
*

Photobucket 1556
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
04, กุมภาพันธ์ 2018, 02:20:52 PM

Capricorn

กระทู้: 321
หมายเลขสมาชิก: 2999

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2008


กระทู้: 321
152.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Saintcosevent
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 14 : Exp 50%
HP: 0%

คนธรรพ์แห่งอาเทน่า

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1


ดูรายละเอียด
| |
« ตอบ #1 เมื่อ: 04, พฤษภาคม 2011, 10:05:34 PM »

น้องชุนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน

แย่งกันเลย! พี่อิคคิ พี่คางาโฮะ! แย่งน้องชุนกันเลย!!
5555555555

บันทึกการเข้า
Luxsana
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 87
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
27, พฤษภาคม 2013, 11:29:35 PM

Gemini

กระทู้: 138
หมายเลขสมาชิก: 1802

วันที่สมัครสมาชิก: ก.ค., 2008


กระทู้: 138
65.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Luxsana
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 9 : Exp 48%
HP: 0%

จงรักผู้อื่นเหมือนรักตนเอง

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
| |
« ตอบ #2 เมื่อ: 05, พฤษภาคม 2011, 01:04:31 AM »

ในที่สุดก็มีฟิคน้องชุนคนโปรดมาให้เสฟซะที หาอ่านไม่ค่อยได้ แต่งได้ดีมากค่ะ อยากอ่านต่อเร็วๆ อย่าดองนานเหมือนฟิคอัสเดฟนะค่ะ

บันทึกการเข้า
mummy
Power User
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
*

Photobucket 701
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
13, กันยายน 2013, 11:15:37 PM

Scorpio

กระทู้: 865
หมายเลขสมาชิก: 2212

วันที่สมัครสมาชิก: ส.ค., 2008


กระทู้: 865
177.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ mummy
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 23 : Exp 87%
HP: 0%

แม่ยกป่องไห

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 11.0.696.60 Chrome 11.0.696.60


ดูรายละเอียด
ดูรายการสินค้า      
| |
« ตอบ #3 เมื่อ: 05, พฤษภาคม 2011, 01:23:11 AM »

... ลุยโล้ด คางาโฮะ!!! ชั้นเชียร์นายยยยยยยยยยยยยยยยย >[]<! (เย้ยยยย)
คางาโฮะมาอย่างหล่อและเท่มากเลยอะ >///<! ช๊อบบบบบบ  ได้ใจแม่ยก!
แต่ยังไงก็อย่าลืมฟิคอัสเดฟน้า เมอาทิ้งนานจนชักจะลืมแล้วเนี่ย T 3T

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.17 Firefox 3.6.17

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #4 เมื่อ: 08, พฤษภาคม 2011, 11:06:48 PM »

ตอนที่ 2

....หากบอกว่าการพบพานก็ไม่ต่างกับโชคชะตา...
...แล้วคุณเรียกการพบกันของเราสองคนว่าอะไร...

   ในหลายปีที่ผ่านมานี้ชุนได้พบกับสิ่งที่เรียกได้ว่าน่าเหลือเชื่อมาหลายต่อหลายครั้งแต่เด็กหนุ่มก็ไม่เคยคิดเลยว่าจะมีเรื่องน่าเหลือเชื่อเช่นนี้เกิดขึ้นกับตัวเขาและพี่ชายของเขา

   “คุณคือ....”แม้อีกฝ่ายจะเอ่ยนามออกมาแล้วแต่เด็กหนุ่มก็ยังสับสน หากเพราะผู้ที่พูดออกมาคือพี่ชายแท้ๆของเขาแต่ชุนก็รู้สึกได้ว่าสิ่งที่อยู่ภายในร่างพี่ชายเขาเป็นคนอื่นอย่างแน่นอน

   อิคคิหรือในตอนนี้ที่เรียกตัวเองว่าคางาโฮะไม่ได้ตอบราวกับไม่ได้นึกสนใจแม้แต่นิดเดียว หลังละสายตาจากชุนแล้วชายหนุ่มก็เอาแต่มองรอบห้องเหมือนกำลังสำรวจ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันกับสภาพรอบข้างที่ไม่คุ้นตาแม้แต่นิดเดียว

   ร่างสูงเดินไปยังหน้าต่างแล้วมองออกไปข้างนอก สิ่งที่เห็นก็คือสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีแสงสว่างส่องออกมามากมายจนทำให้มองดวงดาวบนท้องฟ้าไม่เห็นแม้แต่นิดเดียว เสียงของเครื่องยนต์ที่กระทบเข้ามาในโสตประสาทยิ่งทำให้คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากันเหมือนกับจะรำคาญ

   “เจ้าหนูบอกข้ามาหลังจากสงครามศักดิ์สิทธิ์มันผ่านมานานแค่ไหนแล้ว”คำสรรพนามที่ไม่คุ้นเคยถูกเรียกออกมาทำให้ชุนตั้งตัวได้ช้ากว่าปกติเท่าตัว เด็กหนุ่มตั้งสติเล็กน้อยและเริ่มทำความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้แล้ว

   “ถ้าหากในยุคของผมก็คงไม่นานเท่าไหร่แต่ถ้าหากนับในยุคของคุณก็ประมาณ200กว่าปีแล้วล่ะครับ”มันเป็นคำตอบที่น่าตกใจสำหรับคนที่เพิ่งรู้ตัวว่าได้ข้ามผ่านกาลเวลามานานแสนนานแต่คางาโฮะก็ไม่ได้ตะโกนออกมาด้วยความตกใจ ชายหนุ่มเพียงแค่กอดอกแล้วนิ่งคิดเงียบๆอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงหันมาสนใจเด็กหนุ่มอีกครั้ง

   สายตาของคางาโฮะไล่มองชุนตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วหน้าก็ยิ่งบูดบึ้งกว่าเดิมเมื่อสัมผัสได้ถึงคอสโมที่ไมได้ดำมืดเช่นเดียวกับตน

   “เจ้าเป็นเซนต์แห่งอาธีน่าสินะ”ในน้ำเสียงไมได้แสดงถึงความดูถูกแต่คล้ายไม่สบอารมณ์และชุนก็เลือกจะนิ่งเงียบ คางาโฮะยังคงมองร่างเบื้องหน้าและสำรวจระดับพลังของเด็กหนุ่มแต่แล้วชายหนุ่มก็ต้องตกใจเมื่อค้นพบสิ่งหนึ่งที่หลงเหลืออยู่เพียงน้อยนิดในตัวของชุน

   “มีพลังของท่านฮาเดสอยู่ในตัวเจ้า”เป็นเพียงคำพูดราบเรียบที่ทำให้ชุนต้องเป็นฝ่ายหรี่ตาลงเล็กน้อยและตอบกลับตามความเป็นจริง

   “ครับ ผมคือร่างทรงของฮาเดสในชาตินี้”มันเป็นครั้งแรกตั้งแต่ที่จิตของคางาโฮะปรากฏขึ้นบนร่างของอิคคิได้แสดงสีหน้าตกใจออกมาให้ได้เห็น สีหน้าของคางาโฮะในตอนนั้นชุนไม่อาจทำความเข้าใจได้เลยสีหน้าของคางาโฮะดูเหมือนตกใจ เศร้าใจ เสียใจและเหมือนสิ้นหวังในเวลาเดียวกัน

   ตอนแรกชุนคิดว่าสเป็คเตอร์หนุ่มคนนี้จะรีบคุกเข่าให้เขาในฐานะร่างทรงฮาเดสเสียอีกแต่ก็เปล่า ชายหนุ่มกลับเดินเข้ามาหาชุนแล้วใช้มือเชยคางชุนขึ้นมา นัยน์ตาสีดำนิ่งมองนานแสนนานทำให้ชุนเกร็งไปทั้งตัวจนแทบลืมหายใจและไม่รู้ว่าพอใจแล้วหรือเลิกคาดหวังกันแน่คางาโฮะจึงได้ลดมือลง

   “เจ้าไม่ใช่ท่านอาโรน”น้ำเสียงยังคงราบเรียบแต่ชุนกลับรู้สึกว่ามันดูเศร้าๆ เด็กหนุ่มลอบมองใบหน้าแล้วก็พบกับดวงตาที่หม่นหมองแต่กเป็นเพียงชั่ววินาทีเดียวเท่านั้นมันก็กลับมาดูดุดันเช่นเดิม

   “เล่าเรื่องสงครามศักดิ์สิทธิ์ในคราวนี้มาให้หมด”คำพูดที่ไม่ต่างกับคำสั่งทำให้ชุนนึกโมโหขึ้นมาแม้ปกติเขาจะเป็นคนใจเย็นแต่อยู่ๆก็มาเจอวิญญาณสิงร่างพี่ชายตัวเองแล้วมาสั่งแบบนี้ก็อดที่จะโมโหไม่ได้

   “ผมไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเล่าเรื่องให้กับคนที่ตายไปแล้ว นี่ไม่ใช่ยุคสมัยของคุณและนี่ก็ไม่ใช่ร่างของคุณ คุณไม่มีสิทธิ์มาสั่งผม”สิ้นคำคางาโฮะก็ถลึงตามองชุนอย่างหงุดหงิดแต่ชุนก็ไม่กลัวทั้งยังจ้องตากลับอย่างไม่ยอมแพ้

   “ข้าอาจตายไปแล้วก็จริงแต่ร่างนี้เป็นของข้า”และเพราะคำพูดนี้ก็ยิ่งทำให้ชุนโมโหหนักขึ้นไปอีก

   “ไม่ใช่! นี่คือร่างกายของพี่ชายของผม มันเป็นร่างของพี่อิคคิ! ถ้าออกมาจากรูปก็ช่วยกลับเข้าไปในนั้นด้วย!”ร่างบางตวาดอย่างนึกเหลืออดพร้อมชี้ไปยังรูปภาพที่ถูกทิ้งอยู่บนเตียง

   ชายหนุ่มเดินไปที่เตียงหยิบรูปขึ้นมาดูและยกมือขึ้นวางทาบลงบนข้อความสีทอง คิ้วที่ขมวดอยู่คลายออก ลูบไล้ไปมาบนตัวอักษรนั้นราวกับกำลังให้ความสำคัญกับสิ่งล้ำค่า

   “ท่าทางเจ้าจะเข้าใจผิด ข้าไม่ได้ออกมาจากรูปภาพ ภาพนี้ต่างหากที่มีพลังกระตุ้นให้วิญญาณของข้าจดจำเรื่องราวในอดีตชาติได้”

   “คุณหมายความว่ายังไง”คำอธิบายที่ชุนจับต้นชนปลายไม่ถูก อารมณ์โกรธถูกแทนที่ด้วยความสงสัยทันที

   “หมายความว่าข้าคือความทรงจำชาติที่แล้วของพี่ชายเจ้ายังไงล่ะ”ราวกับมีสายฟ้าฟาดผ่าลงมากลางใจ เมื่อชุนได้พบว่าพี่ชายของตนเองเคยเป็นสเป็คเตอร์มาก่อน แม้จะเป็นเรื่องเมื่อชาติที่แล้วแต่ตอนนี้พี่ของเขาเป็นเซนต์แห่งอาธีน่านะ! สเป็คเตอร์คือผู้รับใช้ราชายมโลกฮาเดสแล้วจะมาเกิดเป็นเซนต์แห่งอาธีน่าได้ยังไงกัน!

   “นี่มัน...เรื่องบ้าชัดๆ”วันนี้มันวันอะไรกันทำไมถึงได้มีแต่เรื่องแปลกประหลาดมากมายขนาดนี้ มันเป็นสิ่งที่ชุนยากจะเชื่อแม้ว่าความจริงจะปรากฏอยู่ตรงหน้าก็ตาม

   “เจ้าเองก็ยังเป็นเซนต์แห่งอาธีน่าทั้งที่เป็นร่างทรงจ้าวนรกได้เลย”คางาโฮะพูดเสียงเรียบ เขาไม่ได้คิดแดกดันหรือพูดประชดเพียงแค่พูดถึงความเป็นจริงเท่านั้น

   “และมันไม่สำคัญเลยว่าข้าจะเป็นใครความปรารถนาของข้าเพียงแค่ต้องการปกป้องท่านอาโรนเท่านั้น”มันเป็นอีกหนึ่งความจริงสำหรับตัวเขา คางาโฮะมองชุนอีกครั้งก่อนจะหลับตาลงคล้ายกับจะนึกถึงใบหน้าของใครอีกคนหนึ่งขึ้นมาแทนและท่าทางนั้นก็อยู่ในสายตาของชุนตลอด

   “....ผมจะเล่าเรื่องสงครามศักดิ์สิทธิ์คราวนี้ให้ฟังก็ได้”ไม่รู้เหมือนกันว่าความโกรธมันหายไปไหนหมดหรือจะเป็นเพราะใบหน้าเศร้าๆนั้นกันแน่ที่ทำให้เขาลืมเลือนซึ่งความโกรธ

   “แต่หลังจากเล่าเสร็จคุณต้องคืนร่างให้พี่อิคคิด้วย”ชุนยื่นข้อเสนอและคางาโฮะก็พยักหน้ารับง่ายๆ ดังนั้นชุนจึงเริ่มเล่าเรื่องของสงครามศักดิ์สิทธิ์จนหมด ระหว่างที่ฟังคางาโฮะมักจะขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อได้ยินชื่อของโกลด์เซนต์ไลบร้า โดโกขึ้นมาแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรและรับฟังจนจบ

   “เรื่องทั้งหมดก็มีเท่านี้แหละครับ”เมื่อเรื่องทุกอย่างถูกเล่าจนจบแววตาของคางาโฮะก็ยังคงนิ่งเฉยไม่แปรเปลี่ยนจนชุนนึกสงสัยว่าชายคนนี้เป็นสเป็คเตอร์จริงเหรอทำไมถึงได้ไม่มีท่าทางโกรธแค้นกับเรื่องที่ฮาเดสโดนพวกเขาจัดการเลย

   “คุณไม่สนใจเรื่องของฮาเดสเลยเหรอครับ”การที่ชุนถามคำถามนี้กับสเป็คเตอร์ถือว่ากล้ามาก เพราะสเป็คเตอร์เองก็ไม่ต่างจากเซนต์แห่งอาธีน่าคือความจงรักภักดี แต่คงเพราะเป็นชายคนนี้ชุนถึงกล้าถามออกไป

   “องค์ฮาเดสจะเป็นเช่นไรไม่เกี่ยวกับข้า”คำตอบที่ไม่น่าจะออกมาจากปากของสเป็คเตอร์เลย ใครได้ฟังก็ต้องคิดว่ามันเป็นคำโกหกอย่างแน่นอนแต่ชุนกลับมั่นใจว่ามันคือความจริง

   “สิ่งเดียวที่สำคัญที่สุดสำหรับข้าคือท่านอาโรนเท่านั้น”เด็กหนุ่มกลับเป็นฝ่ายขมวดคิ้วแทนอย่างไม่เข้าใจ อาโรนที่ว่าคือร่างทรงของฮาเดสซึ่งก็น่าจะหมายถึงตัวของฮาเดสเองแล้วทำไมคางาโฮะถึงต้องแบ่งแยกแบบนี้ด้วย

   ทว่ายังไม่ทันที่ชุนจะได้ถามคางาโฮะก็หันหลังไปหยิบรูปตนเองบนเตียงส่งมาให้กับชุน เด็กหนุ่มยื่นมือไปรับด้วยความไม่เข้าใจ ถึงชุนจะยื่นมือไปจับไว้แล้วแต่คางาโฮะกลับไม่ยอมปล่อยมือ เขากำลังจ้องมองที่ภาพ..ไม่สิ กำลังจ้องมองที่ข้อความสีทองนั้นอีกแล้วคางาโฮะจ้องมองมันอยู่นานจนเหมือนเขากลัวว่าหากละสายตาแล้วละก็ตัวอักษรเหล่านั้นจะเลือนหายไป

   สิ่งที่มีค่ามันควรจะเป็นภาพไม่ใช่หรือ เกิดคำถามนี้ขึ้นในใจชุนแต่สิ่งที่เขาเห็นคือคางาโฮะไม่ได้แม้แต่จะใส่ใจภาพเลยแม้แต่นิดเดียวแต่กลับให้ความสำคัญกับตัวอักษรเพียงไม่กี่ประโยคนั้นและไม่รู้ว่าคางาโฮะยอมตัดใจแล้วหรือไงจึงยอมปล่อยมือจากภาพแล้วกล่าวเสียงเรียบ

   “รีบเอาภาพไปซ่อนซะ เจ้าคงไม่อยากให้พี่ของเจ้าเห็นใช่ไหม”ชุนเผลอรับคำแล้วรีบเอาภาพไปซ่อนอย่างรวดเร็วเป็นเวลาเดียวกับที่คางาโฮะเดินไปยังประตูหมายจะเดินออกจากห้อง

   “เดี๋ยว...”ชุนไม่ได้คิดจะรั้งเอาไว้แต่กำลังจะทวงสัญญาแต่อีกฝ่ายก็ดูจะจำสัญญานั้นได้จึงหันกลับมาตอบ

   “ข้าจะรักษาสัญญา พรุ่งนี้เจ้าก็จะได้พี่ชายคนเดิมกลับคืนมา”แล้วประตูก็ปิดลงพร้อมกับร่างของชายหนุ่มที่เดินจากไปทิ้งให้เด็กหนุ่มยืนอยุ่เพียงลำพัง

   คืนนั้นแม้ว่าจะล่วงเข้าไปในยามดึกมากแค่ไหนแต่เด็กหนุ่มกลับไม่อาจเข้าสู่นิทราได้เลยจวบจนกระทั่งใกล้รุ่งสางเด็กหนุ่มจึงสามารถหลับใหลลงได้...

   หากว่าเช้าเมื่อวานคือเช้าอันสดใสเช้าวันนี้สำหรับชุนก็คงเป็นเช้าที่น่าเป็นห่วงที่สุด เพราะเพียงแค่แสงแรกของดวงอาทิตย์สาดส่องเด็กหนุ่มที่แม้จะพิ่งหลับไปได้ไม่นานก็ลืมตาตื่นและรีบไปยังห้องนอนของพี่ชายที่อยู่ข้างกันทันที

   แอ๊ด....

   ประตูห้องนอนของผู้เป็นพี่ถูกเปิดออกอย่างช้าๆ ร่างบางค่อยๆเดินเข้ามา ก้าวย่างแต่ละก้าวเงียบกริบไร้เสียง ชุนก้าวเข้าไปใกล้ร่างที่นอนอยู่บนเตียงเรื่อยๆและเริ่มไล่สายตาสำรวจ

   ผู้ที่นอนอยู่คืออิคคิ ร่างสูงนอนอยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนาบนเตียง เสียงลมหายใจเข้าออกก็ฟังดูสม่ำเสมอเหมือนกำลังหลบสบายจนชุนไม่แน่ใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนคือความฝันรึเปล่า

   “พี่อิคคิ...”ทั้งที่ตั้งใจจะปลุกให้ตื่นแต่ชุนก็ไม่กล้าเรียกสักเท่าไรก็เพราะเกรงว่าหากร่างนี้ลืมตาตื่นแล้วยังคงเป็นคางาโฮะแล้วเขาจะทำอย่างไรดีซึ่งมันทำให้ชุนต้องรวบรวมความกล้าพอสมควรในการปลุกให้ร่างตรงหน้าลืมตาตื่นขึ้นมา

   “พี่อิคคิ”เสียงเรียกที่สองดังกว่าครั้งแรกมากนัก ชุนยื่นมือไปหมายจะปลุกแต่แล้วข้อมือบางกลับโดนจับไว้และภาพตรงหน้าก็ขยับวูบรู้ตัวอีกทีกลับเป็นตัวเขาเองที่นอนลงบนเตียงและมีร่างหนึ่งคร่อมอยู่พร้อมด้วยมือที่วางอยู่บนลำคอของเขา

   ชายหนุ่มที่คร่อมอยู่บนตัวเขาเผยสีหน้าเหมือนกำลังตกใจก่อนจะค่อยๆคลายมือออกจากลำคอของเด็กหนุ่มแล้วเอ่ยด้วยคำที่ทำให้ชุนรู้สึกวางใจ

   “นายเองเหรอชุน ขอโทษที”บางทีนี่อาจเป็นครั้งแรกที่ชุนรู้สึกดีใจมากเวลาที่อิคคิเรียกชื่อของเขา เพราะมันทำให้เขาแน่ใจว่าเขาได้พี่ชายคนเดิมกลับคืนมาแล้ว

   “อรุณสวัสดิ์ครับ”ชุนกล่าวทักทายด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเหมือนไม่นึกโกรธที่เมื่อสักครู่เกือบถูกบีบคอเลยแม้แต่นิดเดียว อิคคิขยับตัวถอยออกให้ชุนลุกขึ้นมานั่งได้สะดวก ตอนแรกอิคคิคิดจะถามว่าทำไมชุนถึงเข้ามาหาเขาแต่พอพบกับรอยคล้ำใต้ดวงตาคู่งามนั้นอิคคิก็เปลี่ยนคำถามทันที

   “เมื่อคืนมัวแต่ทำอะไรทำไมไม่นอน ใต้ตาคล้ำหมดแล้ว”ไม่ว่าเปล่ายังยกมือขึ้นจับที่แก้มแล้วใช้นิ้วเกลี่ยไปที่ผิวหนังใต้ดวงตาอย่างอ่อนโยนแม้ว่าดวงตาจะส่งสัญญาณบอกว่ากำลังดุอยู่ก็ตาม ชุนหัวเราะเบาๆที่โดนดุแบบคนไม่สำนึกผิดแล้วตอบด้วยใบหน้าที่ยังคงประดับด้วยรอยยิ้ม

   “ผมนอนไม่ค่อยหลับน่ะครับ”คำตอบที่กำกวมแต่อิคคิก็ยังคงเป็นอิคคิที่ไม่สนใจเรื่องเล็กๆน้อยๆ ดวงตาคู่คมหันไปมองนาฬิกาที่บอกว่าตอนนี้เพิ่งจะตี1เท่านั้นแล้วก็หันมาสั่งน้องตัวเอง

   “ถ้างั้นก็นอนต่อได้แล้ว”

   “ครับ”ชุนทำท่าลุกแต่ภาพตรงหน้าก็ไหววูบอีกรอบและทัศนวิสัยก็เปลี่ยนมาเป็นแผ่นอกของพี่ชายที่อยู่แทบจะชิดหน้าของเขา

   “พี่อิคคิ!”ชุนร้องเรียกด้วยความตกใจแต่อิคคิกลับทำท่าเหมือนไม่สนใจแล้วใช้มือรวบเอวบางพลางขยับให้นอนอยู่ในท่าทีสบายที่สุดแล้วสั่งอีกรอบ

   “นอนที่นี่แหละ”สั้นง่ายได้ใจความและห้ามปฏิเสธนี่แหละคือฟินิกส์ อิคคิ

   ชุนอยากจะค้านและลุกออกจากอ้อมอกนี้ แม้จะเคยนอนกอดกันมาก่อนแต่นั่นมันเรื่องสมัยเด็กก่อนที่จะเป็นเซนต์แห่งอาธีน่าด้วยซ้ำมาในตอนนี้ทั้งเขากับอิคคิก็โตแล้วมันจึงอดไม่ได้ที่ชุนจะนึกเขิน

   อิคคิมองใบหน้าที่แดงซ่านของน้องชายแล้วหัวเราะเบาๆอย่างนึกขบขันพลางกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นอีก จมูกของอิคคิฝังลงบนเส้นผมสีเขียวอ่อนนุ่มของน้องชายได้กลิ่นหอมอ่อนๆลอยออกมา

   ผมของชุนยังหอมเหมือนเดิม....

   ฝ่ายพี่ชายนอนกอดน้องชายอย่างสบายอารมณ์แต่คุณน้องนี่สิหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะไปแล้วเพราะเขากับพี่ไมได้ใกล้ชิดกันแบบนี้มานานมากแล้วถึงเขาจะเคยนอนกอดเฮียวกะแต่มันก็เพราะเหตุฉุกเฉินแถมต่างฝ่ายก็ไม่คิดอะไรแต่นี่ทำไมเขาถึงต้องเขินกับการถูกพี่ชายตัวเองกอดด้วยล่ะ

   และแล้วแม้ชุนจะได้ลงมานอนอีกรอบแต่ชุนก็ยังคงนอนแทบไม่หลับตามเดิมอันเนื่องมาจากอ้อมกอดอันอบอุ่นของพี่ชายที่ทำให้เด็กหนุ่มต้องนอนใจเต้นไปตลอดจนถึงเวลาอาหารเช้า...

   เมื่อไม่ได้พักผ่อนร่างกายก็ย่อมเกิดอาการประท้วงขึ้นมา เวลา 8โมงเช้า ณ ห้องอาหารประจำบ้านแม้จะเรียกว่าช่วงสายแล้วแต่ชุนก็รู้สึกว่าหนังตาตัวเองยังหนักอยู่เลยแต่ชุนก็ไม่กล้านอนพักเพราะยังไม่ไว้ใจว่าพี่ชายของเขาอาจเปลี่ยนไปเป็นคนอื่นอีก

   ตลอดทั้งวันชุนต้องคอยจับดูอิคคิอยู่ห่างๆเพราะด้วยรู้ว่าพี่เขาคงไม่ชอบให้มีใครตามติดตลอดทั้งวัน แต่มีหรือที่อิคคิจะไม่รู้ว่าน้องชายกำลังจับตาดูตัวเอง อิคคิรู้แต่ก็ไม่ได้พูดออกไปด้วยรู้ว่าชุนไม่ทำอะไรไร้เหตุผลและมันยังอยู่ในระดับที่ทนได้ ดังนั้นเรื่องจึงกลายเป็นว่าต่างฝ่ายต่างลอบจับตากันและกันไปเสียได้

   “พี่อิคคิครับผมเอาน้ำมาให้”นี่ก็เป็นอีกวิธีในการจับตาดูอิคคิแบบเนียนๆที่ชุนคิดออก เด็กหนุ่มถือน้ำมาพร้อมด้วยเอาผ้าขนหนูพาดแขนเดินเข้ามาหาอิคคิในยามบ่ายที่กำลังออกกำลังอยู่ที่สวนหลังบ้าน

   “ขอบใจ”มือแกร่งยื่นไปหยิบน้ำมายกดื่มรวดเดียวหมด แม้การดื่มน้ำเย็นอย่างรวดเร็วในตอนที่กำลังเหนื่อยจะไม่ดีต่อร่างกายแต่อิคคิก็ไม่ใช่คนสนใจเรื่องเล็กน้อยแบบนี้ หลังดื่มน้ำเสร็จแก้วเปล่าก็ถูกยื่นคืนให้กับชุนเปลี่ยนเป็นผ้าขนหนูแทน

   หลังรับแก้วเปล่าคืนร่างบางก็เดินไปนั่งที่เก้าอี้ไม้หลังบ้านแล้ววางแก้วลงบนโต๊ะเล็กๆที่อยู่ข้างกัน หลังบ้านในตอนเช้าจะมีแดดส่องเหมาะแกการตากผ้า แต่เมื่อเข้าสู่ช่วงบ่ายพระอาทิตย์ก็จะเปลี่ยนทิศกลายเป็นมุมอับแสงแต่เพราะมีต้นไม้ที่ปลูกไว้จึงทำให้รู้สึกร่มรื่นมีสายลมเย็นๆพัดผ่านเหมาะแก่การนอนเล่นเป็นอย่างยิ่ง

   “ไม่ต้องรอพี่หรอกมีอะไรจะทำก็ไปทำเถอะ”ชายหนุ่มว่าพลางนั่งลงข้างกัน ชุนยิ้มแล้วตอบเสียงใส

   “ตอนนี้ไม่มีอะไรให้ทำหรอกครับ”นอกจากตามจับตาดูพี่.....ชุนต่อประโยคนี้จนจบในใจ แต่ไม่ทราบว่าอิคคิมีสัญชาตญาณดีราวกับคู่แฝดเจมินี่หรืออย่างไรถึงได้ทราบประโยคในใจของชุนได้

   อิคคิขมวดคิ้วแต่ก็เหมือนเดิมคือไม่คิดจะพูด ชายหนุ่มเอนหลังลงกับเก้าอี้แล้วหลับตาลงเพื่อพักสายตา ทุกอย่างจึงเข้าสู่ความเงียบ ชุนได้ยินเสียงผ่อนลมหายใจยาวๆออกมาจึงรู้ว่าพี่ของเขาหลับไปแล้ว ดวงตาคู่งามมองไล่ใบหน้าของพี่ชายไปจนถึงต้นคอและแผ่นอกแกร่งที่เด่นชัดขึ้นมาเพราะเหงื่อที่เปียกอยู่บนเสื้อผ้าทำให้ชุนหน้าร้อนวูบ

   เด็กหนุ่มอดคิดไมได้ว่าอิคคิหุ่นดีมาก ใบหน้าก็หล่อเหลาดวงตาคมดุดัน เรียกได้ว่ามีเสน่ห์แบบชายหนุ่มอย่างเต็มเปี่ยม แต่พอดูตัวเองแล้วหลายครั้งก็อดที่จะน้อยใจไม่ได้ เขาที่เป็นน้องชายแม้ตัวจะไม่เล็กหรือเตี้ยแต่ก็บอบบางทั้งยังใบหน้าหวานจนเหมือนผู้หญิงแบบนี้อีก

   มือเรียวบางยื่นไปวางทาบบนใบหน้าของพี่ชายเบาๆ ช่างน่าแปลกใจทั้งที่เมื่อเช้าเพียงแค่เขาเข้าไปใกล้อิคคิก็ตื่นทันทีไม่เหมือนกับตอนนี้ที่แม้มือของเขาจะวางทาบลงบนใบหน้าแล้วพี่ชายก็ยังคงหลับเหมือนเดิมแสดงได้ถึงความไว้วางใจในตัวเขา

   “พี่...อิคคิ...”ไม่รู้ว่าเพราะอากาศดีเกินไปหรือว่าเพราะว่าไม่ได้นอนเต็มอิ่มกันแน่สติของเด็กหนุ่มจึงค่อยๆเลือนหายไปทีละนิด ร่างบอบบางเอนเอียงไปทางชายหนุ่มผู้พี่และทำให้ศีรษะพิงลงบนไหล่พอดี

   สายลมพัดผ่านเบาๆราวกับกำลังร้องเพลงขับกล่อมให้เข้าสู่นิทราอย่างเงียบๆ เป็นเวลาเพียงชั่วครู่หนึ่งที่ทั้งสองต่างก็ตกลงสู่ห้วงนิทราจวบจนกระทั่งร่างสูงได้ลืมตาตื่นขึ้นช้าๆ สิ่งแรกที่รู้สึกคือน้ำหนักที่เอนพิงตัวของเขาเอาไว้และพอมองไปก็พบกับกลุ่มผมสีเขียวยาวนุ่มนิ่ม

   ชายหนุ่มลังเลนิดหน่อยว่าจะปลุกให้เด็กหนุ่มตื่นดีหรือไม่ แต่สุดท้ายแล้วไม่รู้ว่าเพราะอะไรเขาถึงได้ตัดสินใจค่อยๆขยับตัวอย่างเบาๆเพื่อที่ร่างบางข้างเขาจะได้ไม่ตื่นแล้วจึงใช้สองแขนช้อนร่างนั้นขึ้นมาอุ้มพาเดินเข้าไปในบ้าน

   ระยะทางจากหลังบ้านไปยังห้องนอนของชุนไม่ได้ไกลเลยแต่เพราะถ้ารีบเดินเด็กหนุ่มอาจจะตื่นก็ได้ เขาจึงเดินช้าๆและนุ่มนวลที่สุด ทั้งที่ปกติเขาไม่มีทางแสดงท่าทีอ่อนโยนให้ใครเห็นและจำเป็นต้องอ่อนข้อให้กับใคร ผู้ที่ได้รับสิทธิพิเศษเช่นนั้นมีเพียงคนสำคัญของเขา

   แต่ว่าพอมองใบหน้ายามหลับของร่างในอ้อมแขนนี้จิตใจที่แข็งกระด้างกลับไม่แข็งกระด้างเช่นเดิม เขาไม่เข้าใจตัวเองเลยว่าเหตุใดถึงได้นึกอยากจะทะนุถนอมเด็กคนนี้

   เพราะสองมืออุ้มเด็กหนุ่มอยู่การเปิดประตูห้องจึงทำได้ยากลำบาก หากเป็นปกติเขาคงนึกรำคาญกับความยุ่งยากแบบนี้แต่บางทีนี่คงเป็นครั้งแรกที่เรื่องยุ่งยากพวกนี้เทียบไม่ได้เลยกับความรู้สึกที่อยากให้เด็กคนนี้ได้นอนหลับต่อไป

   ร่างบอบบางถูกวางลงบนเตียงด้วยความนุ่มนวลที่สุดเท่าที่เขาจะทำได้ ทั้งที่พาเด็กหนุ่มมาถึงห้องนอนแล้วแต่ชายหนุ่มก็ยังยืนอยู่ในห้องต่อไปและพอเห็นว่ามีเส้นผมปรกอยู่บนใบหน้างามนั้นเขาก็ใช้มือเกลี่ยมันออกเบาๆและใช้แววตาที่ถ้าหากชุนได้เห็นก็ต้องตกใจว่า นี่คือแววตาของชายหนุ่มผู้มีสีหน้าดุดันแบบในภาพจริงหรือ

   คางาโฮะไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมเขาถึงได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกและถ้าหากเด็กหนุ่มตรงหน้าตื่นมาพบว่าคนตรงหน้าไม่ใช่พี่ชายของตัวเองอีกแล้วใบหน้านี้ก็คงไม่แคล้วถูกแต่งแต้มด้วยความเศร้าหมอง

   “เจ้าไม่ใช่ท่านอาโรน”คางาโฮะบอกกับตัวเองแบบนั้น ท่านอาโรนในความทรงจำของเขามีเส้นผมสีดำสนิทกับดวงตาอันอ่อนโยนซึ่งถูกเคลือบด้วยความเศร้าหมอง ทั้งสีผม ดวงตาและเสียงไม่มีส่วนใดที่เหมือนกับท่านอาโรนแม้แต่น้อย มีก็เพียงใบหน้าเท่านั้นเยาว์วัยสมกับอายุแม้หลับอยู่แต่ใครได้เห็นก็คงต้องบอกว่าช่างเป็นใบหน้าที่น่ารักและดูอ่อนโยนเหลือเกิน มีเพียงสิ่งนี้ที่ทำให้เขาคิดถึงคนสำคัญของเขาขึ้นมา

   “ทำไมข้าต้องสนใจเจ้าด้วย”คนที่เขาอยากปกป้องไม่อยู่อีกแล้วแต่ความรู้สึกนี้ยังคงอยู่เสมอ เขาไม่ใช่คนหน้าสมเพชที่คิดเอาคนอื่นมาแทนที่คนสำคัญ ทั้งที่คิดว่าขอให้ตนได้หลับต่อไปในก้นบึ้งของวิญญาณดังเช่นเดิมเพียงเพราะไม่อยากจะตื่นมาพบกับโลกที่ไม่มีคนสำคัญของเขาอยู่อีกต่อไป

   แต่ว่าใบหน้าของชุนที่ได้เห็นเมื่อคืนกลับฝังแน่นอยู่ในจิตใจไม่ยอมเลือนหาย ทั้งยามที่โกรธหรือเศร้ารวมถึงรอยยิ้มที่ได้เห็นมันผ่านดวงตาของชายคนนี้มันทำให้เขาตัดใจไม่ได้

   “ช่างแตกต่างและเหมือนท่านอาโรนเหลือเกิน”มือลูบไล้ลงบนเส้นผมอย่างอ่อนโยนแบบที่ไม่เคยได้ทำให้กับคนสำคัญของตนเพียงเพราะรู้ดีว่าตนไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนั้น

   สำหรับเขาอาโรนเป็นยิ่งกว่าคนสำคัญ เป็นยิ่งกว่าชีวิตของตนเอง เป็นยิ่งกว่าทุกสิ่งทุกอย่างของตนเอง จนทำให้รู้สึกเหมือนตนไม่อาจเข้าใกล้หรือทำได้แม้แต่สัมผัส เขาไม่เคยไม่พอใจกับความเป็นจริงนี้แต่เขาเลือกที่จะยอมรับและทำหน้าที่ปกป้องของตนเองให้ดีที่สุด

   แต่มาในวันนี้ทุกอย่างกลับไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว สงครามศักดิ์สิทธิ์จบลงแล้วไม่จำเป็นต้องต่อสู้ห้ำหั่นกันอีก ไม่มีคู่ต่อสู้ที่ต้องเผชิญหน้ากัน ไม่มีคนที่อยากปกป้อง ไม่มีสิ่งใดที่มีความหมายสำหรับเขาเลย

   “ท่านทำให้ข้าตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพื่ออะไรงั้นหรือ ท่านอาโรน”คางาโฮะไม่เคยคิดเลยว่าจะมีวันที่เขาต้องพูดประโยคนี้ออกมาด้วยน้ำเสียงแบบนี้ เขาเชื่อมั่นมาตลอดว่าตนเป็นคนเข้มแข็งและแข็งแกร่งแต่มาในวันนี้เขากลับรู้สึกอยากร้องไห้เหลือเกิน

   “ท่านอาโรน....”ช่างเหมือนคนโง่เขลาที่เรียกขานนามของผู้ที่จากไปแล้วออกมาเฉกเช่นนี้ รู้ดีว่าไม่มีใครสามารถตอบเขาได้ทว่า...

   “คางาโฮะ...”เป็นเพียงแสนอันแสนแผ่วเบาที่อ่อนโยน เป็นเสียงที่แม้จะข้ามผ่านกาลเวลามานับสองร้อยปีคางาโฮะก็ไม่มีวันลืม เบื้องหน้าของเขาคือดวงตาสีเขียวเช่นเดียวกับเส้นผมนุ่มๆในมือ คือเด็กหนุ่มที่เขาเพิ่งอุ้มขึ้นมานอนเมื่อครู่แต่ความรู้สึกที่ได้รับจากดวงตานั้นมันช่างคุ้นเคยเหลือเกิน

   “คางาโฮะ...”เสียงนั้นยังคงเอ่ยเรียกด้วยรอยยิ้ม พลันนั้นใบหน้าที่แสนโหยหาก็ทับซ้อนลงบนดวงหน้างามนั้น ใบหน้างดงามของเด็กหนุ่มผู้มีเรือนผมสีทองของแสงสว่างและดวงตาสีท้องฟ้า

   “ท่าน...ท่านอาโรน....”นามเรียกขานที่ยากจะเอ่ยออกมาจากปากกว่าจะรู้ตัวว่าน้ำเสียงของตัวเองสั่นพร่าก็เป็นเวลาครู่หนึ่งที่วางทาบลงบนสองข้างแก้มนี้

   ไม่มีคำพูดใดๆหรือแม้แต่คำถามมากมายที่อยากเอ่ยถาม มีเพียงความเงียบที่ราวกับเป็นนิรันดร์ของทั้งสองคนแต่ก็เป็นเพียงแค่ไม่กี่นาทีที่ทำให้คางาโฮะพบว่าเด็กหนุ่มได้หลับลงไปอีกครั้งในอ้อมแขนของเขา

   สองแขนรวบกอดร่างบางนั้นเอาไว้แต่ก็ไม่กล้ารัดแน่นจนเกินไปเพราะกลัวว่าหากร่างนี้ตื่นขึ้นมาสิ่งที่เหมือนกับความฝันเมื่อครู่จะสลายหายไป คางาโฮะมองใบหน้ายามหลับนั้นแล้วก็เผลอยิ้มออกมา

   “ท่านยังอยู่ที่นี่สินะ”เหมือนกับที่ข้ายังคงอยู่ที่นี่....

   “ข้าขอสาบานว่าครั้งนี้ข้าจะต้องปกป้องท่านให้ได้”จะขอปกป้องด้วยทุกสิ่งทุกอย่างที่มีอยู่และจะไม่ยอมปล่อยให้คนสำคัญต้องจากไปอีกแล้ว

   คนสำคัญที่ครั้งหนึ่งทำได้เพียงมองห่างๆและคอนปกป้องอยู่ใกล้ๆแต่ก็ไม่อาจสัมผัสได้มาในวันนี้เรื่องเหล่านั้นมันไม่มีความหมายอีกแล้ว คงน่าขันถ้าหากคางาโฮะจะบอกว่าตั้งแต่เกิดจนตายและลืมตาตื่นขึ้นมานี้เขาเพิ่งจะเข้าใจความหมายของคำว่า“ชีวิตใหม่”เป็นครั้งแรก

   ตัวตนที่สัมผัสได้ในความเป็นจริง ไม่จำเป็นต้องยืนอยู่ห่างเพื่อปกป้องแต่สามารถอยู่เคียงข้างเพื่อปกป้องได้ ไม่มีคำว่าห่างไกลสำหรับตัวเขาอีกต่อไป สองมือที่มีอยู่นี้สามารถโอบกอดเอาไว้ได้

   “ข้าจะปกป้องทั้งท่านและเด็กคนนี้เอง”ใบหน้าคมเลื่อนลงไปใกล้จนชิดกันประทับริมฝีปากลงบนกลีบปากนุ่มหมายจะเป็นการแสดงสัตย์สาบานที่มีให้แก่คนผู้นี้

   ไม่ใช่เพียงท่านอาโรน แต่คือจิตวิญญาณและรวมถึงเด็กคนนี้....

   ชุน...ข้าก็จะปกป้องเจ้าเช่นกัน....

############################
TBC.

เหมือนได้ยินเสียงแม่ยกกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง......
แม่ยกกรี๊ดกันตายไปรึยังคะ 555
ตอนหน้าเร็วๆนี้ค่ะ จะพยายามลงให้ได้อาทิตย์ละตอนนะ

จุดสังเกตของตอนนี้
ชุนเคยนอนกอดเฮียวกะมาแล้วแต่ไม่คิดอะไรนอนกอดหน้าตาเฉยแต่ทำไมโดนอิคคินอนกอดแล้วถึงเขิน แม่ยกจงเก็บไปคิดเป็นการบ้านให้ดี หึๆๆ

ตอบเม้นต์

Saintcosevent
ตอนนี้ยังไม่แย่งแต่อีกไม่นานค่ะ แย่งกันเมามันแน่ๆ 555

Luxsana
ยกความดีความชอบให้ท่านพี่Saintcoseventที่ยุจนเราเขียนกันอย่างเมามัน เรื่องนี้จะพยายามไม่ดองนะคะ(ตอนเรื่องอัสเดฟก็พูดงี้- -)

mummy
ตอนนี้สมใจแม่ยกมัมมี่มั้ยจ้ะ
ฟิคอัสเดฟเรายังไม่ลืมน้าแค่ดอง(เลว)

thxby348760nunun081
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08, พฤษภาคม 2011, 11:41:30 PM โดย meiar » บันทึกการเข้า
mummy
Power User
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
*

Photobucket 701
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
13, กันยายน 2013, 11:15:37 PM

Scorpio

กระทู้: 865
หมายเลขสมาชิก: 2212

วันที่สมัครสมาชิก: ส.ค., 2008


กระทู้: 865
177.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ mummy
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 23 : Exp 87%
HP: 0%

แม่ยกป่องไห

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 11.0.696.60 Chrome 11.0.696.60


ดูรายละเอียด
ดูรายการสินค้า      
| |
« ตอบ #5 เมื่อ: 08, พฤษภาคม 2011, 11:36:25 PM »

เห็นเมอากัดแฝดเจมินี่แล้วเราก็สุขใจ XD!
พี่โฮะดูร๊ากรักอาโรนมากเลย เอาจริงๆ แอบเชียร์พี่โฮะให้คู่กับอาโรนมากกว่าเท็มมะอีก TAT!
แต่พี่อิคคิค่ะ... OTL ทำไมพี่อิคคิดู.. ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย TAT! ร่างกายถูกเอาไปใช้แบบนี้ ยังไม่รุ้ตัวอีก ฮือ ๆ

บันทึกการเข้า
Saintcosevent
Power User
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
*

Photobucket 1556
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
04, กุมภาพันธ์ 2018, 02:20:52 PM

Capricorn

กระทู้: 321
หมายเลขสมาชิก: 2999

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2008


กระทู้: 321
152.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Saintcosevent
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 14 : Exp 50%
HP: 0%

คนธรรพ์แห่งอาเทน่า

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1


ดูรายละเอียด
| |
« ตอบ #6 เมื่อ: 08, พฤษภาคม 2011, 11:48:20 PM »

 Grin //ตายอย่างมีความสุขแน่นอน//

คางาโฮะแบบ เหมือนคนที่อยากหาใครซักคนยึดให้มั่นเลย
งานนี้ไม่มีปล่อยชุนได้ง่ายๆแน่นอน
สงสัยมีตบกับพี่อิคคิชนิดที่ว่ามันส์หยดแหงเลย
รีบแต่งต่อน้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
ไม่ไหวแล้ววว อ่านแล้วมันคิดเลยเถิดดดดดด
คางาโฮะชุนก็อยาก อิคคิชุนก็รัก
กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด

น้องชุึนลำบากใจแล้วงานนี้!!
เลือกไงดีเนี่ยยยย

thxby348763mzelda
บันทึกการเข้า
riki
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Apprentice Saint
*

Photobucket 28
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
14, มิถุนายน 2013, 12:07:20 PM

Pisces

กระทู้: 38
หมายเลขสมาชิก: 10167

วันที่สมัครสมาชิก: ก.พ., 2011


กระทู้: 38
28.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ riki
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 5 : Exp 0%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.17 Firefox 3.6.17


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #7 เมื่อ: 09, พฤษภาคม 2011, 09:09:07 AM »

กายละเอียดกรีดร้องอย่างบ้าคลั่ง

คางาโฮะ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

บันทึกการเข้า
TinyLaNorthio
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Silver Saint
*

Photobucket 503
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มิถุนายน 2014, 01:59:24 AM

Scorpio

กระทู้: 271
หมายเลขสมาชิก: 9851

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 271
603.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ TinyLaNorthio
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 13 : Exp 32%
HP: 0%

ปลาสวยซึนๆกับกริฟฟินเท่จิตๆ

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด
| |
« ตอบ #8 เมื่อ: 10, พฤษภาคม 2011, 04:36:21 PM »

เอาละสิ นิ๊ซัง200กว่าปีก่อนนู้นกับนิ๊ซังชาตินี้สงสัยได้ตีกันวุ่นวายแน่ๆ

โฮะเอ๊ย....จะลักหลับชุนชุนรึไงจ้ะ = =+

บันทึกการเข้า

where are you Degel? please...don't leave me alone......




ช่วยเลี้ยงหน่อยนะคะ คลิกๆ >>   
Luxsana
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 87
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
27, พฤษภาคม 2013, 11:29:35 PM

Gemini

กระทู้: 138
หมายเลขสมาชิก: 1802

วันที่สมัครสมาชิก: ก.ค., 2008


กระทู้: 138
65.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Luxsana
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 9 : Exp 48%
HP: 0%

จงรักผู้อื่นเหมือนรักตนเอง

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
| |
« ตอบ #9 เมื่อ: 10, พฤษภาคม 2011, 10:21:41 PM »

แม่ยก(ชุนไม่ใช่โฮะ แต่ถ้าคู่ชุนก็ยกได้กำลังสอง)มาแล้วจ้า ตอนนี้ให้ความรู้สึกพี่อิคคิเหมือนพี่ง่าเลยที่มีทั้งด้านสว่างและด้านมืดคอยผลุบๆโผล่ๆ

     แต่ว่านะ โฮะมาสายไปรึเปล่าที่จะปกป้องน้องชุน เพราะตอนนี้สงครามศักดิ์สิทธิ์ผ่านไปแล้วอยู่ในช่วงยุคสงบสุข จะไปตบตีกับใครได้นอกจากร่างที่ตัวเองอาศัยอยู่ (แหม ถ้าอยู่ในช่วงที่มีศัตรูมากมายตั้งแต่ยังไม่บุกแซงค์คงจะมันส์น่าดู ได้เห็นพี่โฮะออกโรงมาปกป้องน้องชุนบ่อยๆแน่นอน)

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.17 Firefox 3.6.17

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #10 เมื่อ: 11, พฤษภาคม 2011, 09:16:41 PM »

ตอนที่ 3

...เคยมีใครบอกว่าคุณเป็นคนสำคัญที่สุดของเขาไหม...
...ถ้าหากว่ามีแล้วตอนนั้นคุณตอบเขากลับไปอย่างไร...
...ในเมื่อคนๆนั้นอาจไม่ใช่คนสำคัญของคุณ...

   อิคคิตื่นมาก็พบกับเรื่องน่าแปลกใจก็คือเขากำลังนอนอยู่บนเตียงและยังกอดชุนนอนอยู่ด้วยกันจนชวนให้สงสัยสัยว่าเรื่องตั้งแต่เช้ายันบ่ายคือความฝันหรืออย่างไรกัน แต่คราบเหงื่อที่ชุ่มตัวกับสภาพห้องที่ดูอย่างไรก็เป็นห้องของชุนนั้นได้เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่ามันไม่ใช่ความฝัน

   “อือ...”คงเพราะอิคคิขยับตัวชุนถึงได้รู้สึกตัวตื่น การตื่นขึ้นมาในตอนนี้ทำชุนรู้สึกสดชื่นมากและพบว่าเขานอนอยู่ในห้องของตัวเอง

   “พี่อิคคิอุตส่าห์อุ้มผมมานอนเหรอ ขอบคุณนะครับ”ชุนยิ้มแล้วพูดขอบคุณ แม้จะนึกสงสัยในเรื่องที่ทำไมเขาถึงทำไปโดยไม่รู้ตัวแบบนี้แต่อิคคิก็ยังพยักหน้ารับและเลือกที่จะเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ

   “เย็นป่านนี้แล้วเหรอเนี่ย เดี๋ยวผมไปทำอาหารก่อนนะครับ”ท้องฟ้าข้างนอกกลายเป็นสีแดงของยามเย็นบ่งบอกเวลาที่ทั้งสองคนได้หลับใหลไปนั้นยาวนานแค่ไหน ชุนจึงรีบไปทำอาหารทันทีเหลือเพียงอิคคิที่นั่งอยู่ในห้องพลางนึกทบทวนเรื่องต่างๆอยู่

   “ตอนนั้นเราเผลอหลับไปได้ยังไงกัน”จะบอกว่าเพราะฝึกจนเหนื่อยก็ไม่มีทางเพราะตอนฝึกเป็นเซนต์ต้องฝึกหนักกว่านี้เป็นร้อยเท่ากับแค่การออกกำลัง2-3ชั่วโมงไม่มีทางทำให้เขาเพลียจนหลับไปแน่นอน แต่คิดสงสัยมากเท่าไรก็ยังไม่อาจหาคำตอบที่น่าพอใจได้ ชายหนุ่มจึงเลิกคิดชั่วคราวแล้วเดินกลับห้องตัวเองไปเพื่ออาบน้ำ

   อิคคิอยู่ห้องข้างๆกับชุนดังนั้นการเดินกลับมาห้องตัวเองจึงใช้เวลาเพียงนิดเดียวเท่านั้น หลังเปิดประตูออกก็ปรากฏถึงห้องกว้างๆที่มีเพียงตู้เสื้อผ้า เตียงและโต๊ะเก้าอี้อีกชุดเท่านั้น นับเป็นห้องที่ค่อนข้างจะโล่งและเรียบง่ายจนเกินเหตุแต่คงเพราะเจ้าของห้องไม่ได้มีความสนใจเรื่องใดเป็นพิเศษนอกจากการเดินทางฝึนฝนตัวเองห้องนี้จึงแทบไม่มีสิ่งใดเพิ่มเติมมาเลย

   มือแกร่งคว้าผ้าเช็ดตัวมาพาดบ่าแล้วเดินเข้าห้องน้ำไปและเริ่มต้นอาบน้ำ ระหว่างที่อาบน้ำอิคคิก็ลองสำรวจตัวเองดู อิคคิไม่รู้ว่าเขาคิดไปเองไหมว่าเหมือนตัวเขาจะมีบางสิ่งแปลกๆเกิดขึ้นแต่เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าสิ่งแปลกๆนั้นคืออะไร

   มือนี้ยังคงเป็นมือของเขา ใบหน้านี้ยังคงเป็นของเขา ขอเพียงแค่สมองสั่งร่างกายก็จะเคลื่อนไหวไปตามที่สั่ง ไม่มีสิ่งใดผิดปกติแม้แต่เสี้ยวเดียว

   “หรือที่แปลกไปจะเป็นอย่างอื่น”เหตตุการณ์เมื่อตอนบ่ายถือว่าเป็นหลักฐานชั้นดี เพราะอยู่ดีๆเขาก็เกิดง่วงขึ้นมาและเผลอหลับไปอย่างไม่รู้ตัวพอรู้สึกตัวอีกทีกลับพบว่าตนเองกำลังนอนกอดชุนอยู่

   “ระหว่างที่เราไม่ได้สติมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”เขาเอ่ยถามกับตัวเองและไมได้หวังว่าจะมีใครตอบกลับมา ทว่า....

   [มันไม่มีอะไรมากหรอก]

   “ใคร!”อิคคิตวาดกร้าวเมื่อได้ยินเสียงหนึ่งตอบแต่กลับหาเจ้าของเสียงไม่พบมิหนำซ้ำเสียงที่ได้ยินทั้งคุ้นหูราวกับเสียงตัวเองไม่เพียงแค่นั้นเสียงนั่นเขาไม่ได้ยินด้วยโสตประสาทแต่ราวกับมันพูดอยู่ในหัวของเขา!

   “ตอบมา!”เสียงตวาดนั้นช่างน่าเกรงกลัวและน่าเกรงขาม ถ้าหากเป็นโจรผู้ร้ายหรือศัตรูไม่ว่าใครก็คงต้องรีบตอบกลับไปอย่างสั่นกลัวแต่ไม่ใช่กับสิ่งที่ไม่รู้ตัวตนนี้

   มีแต่เพียงความเงียบ ไม่มีเสียงของใครตอบกลับมา มีเพียงเสียงลมหายใจของอิคคิที่ดังก้องอยู่ในห้องน้ำจนเหมือนกับตัวเองเป็นคนบ้าที่พูดอยู่คนเดียว กระนั้นเองอิคคิก็ยังไม่คลายความระมัดระวังลง

   [ข้าก็อยู่ที่นี่ตลอด]เสียงปริศนาตอบกลับมาแต่ไม่อาจทราบได้ว่าเพราะรำคาญหรือแค่อยากให้อีกฝ่ายรู้ตัวตนของตนเองกันแน่ เมื่อได้ยินเสียงตอบชายหนุ่มก็เหมือนจะใจเย็นลงนิดหน่อยและเริ่มตั้งสติให้ดี

   “แกเป็นใคร”เหมือนกับได้ยินเสียงแค่นหัวเราะก่อนจะได้ยินคำตอบ

   [ข้าก็คือเจ้า]คำตอบท่ำให้อิคคิยิ่งรู้สึกหงุดหงิด แบบนี้มันก็เหมือนกับเจมินี่เซนต์ที่มีด้านมืดอยู่ในตัวและมันอาจจะรอเวลาที่จะได้ยึดร่างของเขาก็ได้

   [ข้าไม่ทำอะไรงี่เง่าแบบนั้นหรอก]เสียงนั้นตอบกลับอย่างนึกดูแคลนความคิดของอิคคิเต็มที่และเหมือนกับจะแก้ต่างให้ตัวเองไปในทีเดียวกัน

   “แกต้องการอะไร”ร่างสูงหันหน้าเข้ากับกระจกในห้องน้ำ เขาไม่ได้ทำเลียนแบบในนิยายที่ไหนเพียงแต่มันรู้สึกหงุดหงิดที่จะต้องโต้ตอบกับสิ่งที่เหมือนไม่มีตัวตน ในเมื่ออีกฝ่ายบอกว่าคือตัวเขางั้นเขาก็จะมองหน้าตัวเองในกระจกแทน

   [สิ่งที่ข้าต้องการคือสิ่งเดียวกับเจ้า]แม้จะจ้องมองในกระจกแต่หากอิคคิไม่เปิดปากพูดภาพในกระจกก็ยังคงสะท้อนใบหน้าขมวดคิ้วของเขาที่ริมฝีปากปิดสนิทซึ่งขัดกับเสียงที่เขายังคงได้ยินอยู่ในหัว

   “หมายความว่ายังไง”เสียงของอิคคิแข็งกร้าวขึ้นกับคำตอบที่ชวนให้โมโหซึ่งคงไม่แปลกที่หากอยู่ดีๆก็มีคนมาบอกว่าต้องการสิ่งเดียวกับเขาทั้งที่เขาไม่รู้จักแม้แต่ชื่อของอีกฝ่ายแบบนี้

   [ข้าหมายความตามที่พูด]คำตอบที่ได้ยังคงเป็นคำตอบที่หาความน่าพอใจไม่ได้แม้แต่นิดเดียวจนอิคคินึกอยากจะซัดอีกฝ่ายให้กระอักเลือดแต่น่าเสียดายที่อีกฝ่ายไม่มีร่างให้เขาได้ซัดสมใจอยากนี่สิ

   หลังคำตอบนั้นเสียงปริศนาก็เงียบไปเหมือนจะบอกว่าถ้าไม่ถามเขาก็ไม่ตอบแต่ต่อให้ถามก็ใช่ว่าจะตอบตามตรงทำให้อิคคิจำต้องสงบสติอารมณ์ตัวเองรอบที่สองแล้วเลือกถามคำถามสุดท้ายออกมา

   “แกชื่ออะไร”

   [คางาโฮะ]ตอบเสร็จเสียงนั้นก็เงียบไปอีกเช่นเดิมแต่อิคคิก็ไม่คิดจะสนใจอีกแล้ว

   “คางาโฮะไม่ว่าแกจะเป็นใครหรือเป็นอะไรแต่ฉันจะไม่ยอมให้แกทำอะไรตามใจชอบแน่ ที่สำคัญฉันจะไม่มีวันยอมให้แกแตะต้องน้องชายของฉันได้แม้แต่ปลายเล็บ”สิ่งที่พูดออกมาเป็นทั้งคำประกาศ คำขู่และคำสั่งในเวลาเดียวกันแต่ก็ใช่ว่าคางาโฮะจะกลัว

   [นั่นมันเรื่องของเจ้า]เสียงนั่นหายไปพร้อมกับเสียงแค่นหัวเราะอีกครั้งหนึ่ง

   “ชิ”อิคคิเดาะลิ้นอย่างนึกหงุดหงิดเป็นที่สุดแต่ก็ทำได้แค่นั้นและตัดสินใจที่จะตั้งสติให้ดีตลอดเวลาเพื่อไม่ให้ใครมาใช้ร่างของเขาได้ตามใจชอบเด็ดขาด!

   “พี่อิคคิวันนี้อากาศดีไปปิคนิคข้างนอกกันมั้ยครับ”บ่ายวันหนึ่งชุนได้เดินมาชวนเขาด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใสราวกับว่าเขาตอบตกลงไปเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ยังไม่ทันถาม

   โดยส่วนตัวแล้วเวลาอยู่บ้านนอกจากฝึนฝนร่างกายนิดหน่อยแล้วอิคคิก็ไม่พิศมัยที่จะออกไปเดินในเมืองสักเท่าไรนักเพราะรู้สึกว่ามันดูไร้สาระแต่พอเห็นสีหน้าคาดหวังเต็มที่ของชุนแล้วเขาจึงยอมพยักหน้าตกลงง่ายๆส่งผลให้ชุนรีบไปเตรียมของว่างเป็นการใหญ่และผ่านไปเพียงสิบนาทีชุนก็กลับมาพร้อมเสื่อและตะกร้าสานที่เต็มไปด้วยของว่างและน้ำชา

   “ไปกันเถอะครับ”เด็กหนุ่มทำท่าจะเดินไปเปิดประตูทั้งที่ยังถือของเต็มสองมือ อิคคิจึงแย่งเสื่อกับตะกร้าในมือของชุนมาถือไว้เอง ตอนแรกชุนคิดจะขอตะกร้ากลับมาถือเพราะไม่อยากเดินมือเปล่าแต่พอเห็นว่าอิคคิไม่มีท่าทีจะคืนตะกร้ามาให้แม้แต่น้อยทำให้ชุนจำต้องยอมเดินมือเปล่าโดยมีอิคคิถือของอยู่เต็มสองมือ

   “พี่อิคคิแบ่งมาให้ผมช่วยถือก็ได้นะครับ”ระหว่างทางชุนยังคงหว่านล้อมแต่อิคคิก็ตอบกลับไปอย่างเรียบง่าย

   “ไม่”ทั้งเรียบง่ายและสั้นได้ใจความจนแทบจะตัดรอนกัน ชุนรู้ว่าพี่ชายหวังดีแต่ก็รู้สึกเหมือนกำลังเอาเปรียบที่เดินตัวเปล่าและไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดอิคคิถึงได้รู้ความคิดของชุนทั้งที่ไม่ได้เป็นฝาแฝดเหมือนกับเจมินี่ชายหนุ่มก็ตอบกลับไปสั้นๆว่า

   “นายทำอาหารกับเตรียมของแล้ว”พอได้ยินคำตอบนี้ชุนก็ยิ้มและเลิกคิดจะขอตะกร้ากลับมาถือทันที

   การเดินทางไปสวนสาธารณะก็เหมือนกับบรรยากาศบนโต๊ะอาหารของสองพี่น้องคือชุนมักจะเป็นฝ่ายชวนคุยและอิคคิก็จะคอยฟังและตอบเป็นครั้งคราวแต่มันก็ยังเต็มไปด้วยความสุขและความสนุกสนานของสองพี่น้องเช่นเดิม

   ใช้เวลาไม่นานสองพี่น้องก็ได้ก้าวเข้ามายังสวนสาธาณะแห่งหนึ่ง อาจเพราะไม่ได้อยู่ในเมืองหลวงจึงมีพื้นที่เหลือมากพอที่จะทำสวนสาธารณะขนาดใหญ่เอาไว้ อากาศในวันนี้ไม่ร้อนมากนอกจากนี้ในสวนยังมีทั้งบ่อน้ำและต้นไม้ปลูกไว้มากมายจึงทำให้เพียงแค่ก้าวแรกที่เดินเข้ามาก็รู้สึกได้ถึงบรรยากาศอันสดชื่นเหมาะแก่การพักผ่อน

   “ดีจังนะครับที่คนไม่เยอะ”เนื่องจากนี่เป็นวันธรรมดาผู้คนที่มาพักผ่อนจึงมีบางตาแต่ก็ถือเป็นเรื่องดีเพราะว่าพี่ชายของเขาไม่ชอบที่ๆมีคนอยู่เยอะๆ

   หลังเดินอยู่ครู่หนึ่งชุนก็เลือกพื้นที่ส่วนที่ไม่มีคนแล้วจัดการึงเสื่อจากมืออิคคิมาปูใต้ต้นไม้ต้นใหญ่ใกล้ๆกับสระน้ำจากนั้นอิคคิก็วางตะกร้าในมือลงบนเสื่อ ที่เหลือก็เป็นหน้าที่ของชุนคือการนำของว่างและน้ำหวานมาจัดเรียงบนเสื่อ

   “นี่ครับพี่อิคคิ”เสียงหวานเอ่ยพร้อมยื่นแก้วกลาสติกใส่น้ำชาอุ่นๆที่เทมาจากกระติกเก็บความร้อน

   “ขอบใจ”แก้วน้ำชาถูกรับมาดื่มไปอึกหนึ่งแล้วร่างสูงก็เหลือบมองของว่างที่ชุนจัดเตรียมมา สิ่งที่เห็นคือแซนด์วิชที่ใส่ไส้หนาหลายหลายไส้มีทั้งสลัดทูน่า แฮมและเนยถั่วแม้จะเป็นแซนด์วิชแบบง่ายๆแต่อิคคิก็สงสัยจริงๆว่าชุนใช้เวลาเพียงสิบนาทีในการจัดอุปกรณ์และทำของว่างพวกนี้ได้ยังไง

   นอกจากแซนด์วิชก็ยังมีคุ้กกี้และขนมเซมเบ้มาอีกด้วย อิคคิลอบยิ้มน้อยๆเมื่อพบว่าน้องชายเตรียมแต่ของที่เขาชอบไว้ทั้งนั้นส่วนของตัวเองกลับมีเพียงคุ้กกี้จานเล็กๆจานเดียว

   กลิ่นของชาอุ่นๆที่ส่งกลิ่นหอมออกมากับบรรยากาศแสนสงบชวนให้จิตใจได้ผ่อนคลายจากทุกๆอย่าง เสียงพูดคุยของพี่น้องดังแว่วมาเป็นระยะสลับกับความเงียบเมื่อบางครั้งทั้งสองคนบังเอิญหยิบของว่างขึ้นมากินในเวลาเดียวกัน

   เวลาอันแสนสงบไหลผ่านไปอย่างช้าๆพร้อมกับอาทิตย์บนท้องฟ้าที่เริ่มกลายเป็นสีแดงยามที่เข้าใกล้กับผืนดิน อิคคิหันไปมองคนข้างกายที่บัดนี้ถูดแสงอาทิตย์ย้อมจนกลายเป็นสีแดง ใบหน้าขาวนวลแดงระเรื่อคล้ายมะเขือเทศสุกโดยเฉพาะริมฝีปากเล็กน่ารักที่ชวนให้อยากลิ้มลอง

   ไวเท่าความคิดอิคคิได้ยื่นมือไปหาน้องชายอย่างเผลอไผล มือแกร่งวางลงบนไหล่กลมมนและดึงให้ร่างบางหันมาทางตนอย่างเบามือ หากแต่พอได้สบกับดวงตากลมโตนั้นอิคคิก็กลับได้สติว่าตนกำลังจะทำอะไร มือข้างที่จับอยู่ปล่อยไหล่บางนั้นแล้วเปลี่ยนเป็นถามแทน

   “นี่เย็นแล้วจะกลับรึยัง”ยินเสียงพี่ชายถามเด็กหนุ่มก็ตอบด้วยรอยยิ้มกลับไป

   “ครับ”

   เมื่อกี้นี้พี่อิคคิคิดจะทำอะไร....

   ชุนถามกับตนเองในใจด้วยใบหน้าร้อนผ่าวที่พยายามปกปิดไม่ให้พี่ชายที่เดินอยู่ข้างๆรู้ ชุนคิดว่าตนเองกำลังคิดเรื่องเหลวไหลอยู่หากแต่เหตุการณ์เมื่อครู่กลับยังติดอยู่เต็มสองตา

   ตอนนั้นเขากำลังมองท้องฟ้าที่เปลี่ยนสีเป็นสีแดงเพื่อชื่นชมความงามของมัน แต่แล้วกลับรู้สึกได้ถึงมือข้างหนึ่งที่ยื่นมาจับหัวไหล่เอาไว้ เขารู้ได้ในทันทีว่าเป็นมือของอิคคิจึงหันกลับไปและคิดจะถามว่าเรียกเขารึเปล่า แต่แล้วภาพเองหน้ากลับทำให้เขาถึงกับกลั้นลมหายใจ

   ใบหน้าของพี่อิคคิแม้จะไม่อาจเรียกว่าใกล้มากแต่ก็แทบไม่ได้ห่างเลย ทั้งที่รู้ว่าเมื่ออิคคิมองเขาก็จะต้องมีภาพของเขาสะท้อนอยู่ในดวงตาแน่นอนแต่ไม่รู้ว่าทำไมภาพของเขาในสายตาของอิคคิถึงได้ชวนให้รู้สึกแปลกๆ

   แอนโดรเมด้า ชุนไม่ใช่คนหลงตัวเองหรือคิดจะชื่นชมความงามของตัวเอง เพียงแต่ภาพของเขาในสายตาของอิคคินั้นกลับงดงามราวเทวดา เส้นผมสีเขียวที่ถูกแสงแดดย้อมกลายเป็นสีแดงควบคู่กับดวงตาที่ถูกย้อมด้วยสีเดียวกันและเป็นเพราะสิ่งนั้นรึเปล่านะที่ทำให้อิคคิมองเขาด้วยสายตาที่เหมือนกับจะหลงใหลแบบนั้น

   มันทำให้เขาคิดว่า...พี่อิคคิจะ...จูบ...

   ไม่ๆๆๆ!

   นี่เราคิดอะไรอยู่ อิคคิเป็นพี่ชายของเราและเป็นพี่น้องแท้ๆกันด้วย!

   ร่างบางส่ายหัวปฏิเสธสุดชีวิตโดยหวังว่าจะลบใบหน้าของอิคคิในตอนนั้นออกไป แต่มันก็เหมือนเปล่าประโยชน์ในเมื่อคนที่คิดอยู่นั้นยังเดินอยู่ข้างๆกันอยู่เลย

   “ชุนนายเป็นอะไรไป ผมยุ่งหมดแล้ว”อิคคิเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าอยู่ดีๆน้องชายก็สะบัดหัวไปมาอย่างกับว่ามีอะไรสักอย่างเกาะบนหัวทั้งผิวแก้มยังแดงระเรื่ออีกต่างหาก

   “เปล่าครับ คือผม...”ยากนักที่ชุนจะคิดหาคำอธิบายกับความคิดที่แทบจะเรียกได้ว่าเพ้อเจ้อในหัว แต่อิคคิกลับตีความไปว่าชุนไข้ขึ้นเสียได้

   “ท่าทางนายจะไม่สบายแล้วนะเพราะพักผ่อนน้อยรึเปล่า”ไม่เพียงแค่คำพูดมือที่เคยต่อสู้กับศัตรูมามากมายยกขึ้นทาบลงบนหน้าผากเพื่อวัดไข้ เรียกได้ว่าเป็นการกระทำอันอ่อนโยนที่หาได้ยากจากบุรุษนามว่าอิคคิ

   แต่อิคคิก็ได้หารู้ไม่เลยว่าเพราะการกระทำอันหาได้ยากนี้ยิ่งทำให้ชุนหน้าแดงหนักกว่าเก่าและเริ่มเข้าสู่สภาวะ“โดนนึ่ง”ไปเรียบร้อยโรงเรียนเซนต์ในทันใด

   “ตัวร้อนจริงๆด้วยรีบกลับบ้านไปนอนพักซะ”แล้วพี่ชายก็จัดการจูงมือน้องทันทีเพื่อรีบพากลับบ้านและก็เป็นเหมือนการซ้ำเติมให้อาการของชุนหนักขึ้นอีก แต่ถึงจะเป็นเช่นนั้นชุนกลับกำมือของอิคคิแน่นไม่ยอมปล่อยเลยจนกระทั่งถึงบ้าน

   เมื่อถึงบ้านชุนคิดจะทำความสะอาดกล่องใส่ขนมในตะกร้าให้เรียบร้อยแต่ก็ถูกอิคคิสั่งห้ามเด็ดขาดและสั่งให้เขารีบไปพักผ่อนจนชุนชักไม่แน่ใจว่าเขาแค่ไข้ขึ้นหรือเพิ่งกลับจากไปออกศึกกับฮาเดสมาอีกรอบกันแน่ แต่มีหรือเมื่อพี่ชายสั่งแล้วชุนจะไม่ทำตาม

   วันนี้พี่อิคคิดูแปลกไป....ทำไมเราถึงรู้สึกว่าพี่อิคคิดูเหมือนจะเป็นห่วงเรามากเกินไปกันนะ....

   เด็กหนุ่มอดคิดไม่ได้หลังจากที่อาบน้ำเสร็จแล้วล้มตัวลงนอนบนเตียงตามสั่งแม้จะไม่ได้มีไข้แม้แต่นิดเดียวอย่างที่พี่ชายคิด มาถึงตอนนี้แล้วชุนเลยเลิกคิดจะแก้ไขความเข้าใจผิดเรื่องอาการป่วยด้วยคิดว่าแค่นอนแล้วตื่นมาตอนเช้าบอกว่าหายดีแล้วก็พอ

   แต่ดูเหมือนในวันนี้ชุนจะต้องเจอเรื่องที่ทำให้เกิดอาการเหมือนไข้ขึ้นอีกรอบเมื่อพบว่าประตูห้องถูกเปิดออกพร้อมกับร่างสูงของชายผนุ่มผู้พี่ที่มาพร้อมกับกะลามังใส่น้ำในมือ

   “พี่อิคคิ!”ชุนเผลอตะโกนเรียกด้วยความตกใจ อิคคิขมวดคิ้วแล้วพูดเสียงเรียบแต่คล้ายเอือมนิดๆว่า

   “แค่พี่ชายมาดูแลน้องที่กำลังป่วยมันแปลกตรงไหน”มาถึงตรงนี้ชุนชักแยกไม่ออกว่าเสียงของอิคคิมันเต็มไปด้วยความเอือมระอาหรือแอบน้อยใจกันแน่

   แต่คนอย่างพี่อิคคิน่ะเหรอจะน้อยใจเป็น!

   สมองเริ่มประมวลผลด้วยความสับสนจนกราฟสมองแทบพังและสุดท้ายก็จบด้วยการโอเวอร์ฮีทไปเรียบร้อย เด็กหนุ่มชักเริ่มรู้สึกปวดหัวขึ้นมาจริงๆเสียแล้ว

   อาการโอเวอร์ฮีทที่แสดงให้เห็นอิคคิก็ตีความไปว่าน้องไข้ขึ้นหนักอีกแล้วไปเสียได้ มือแกร่งจึงหยิบผ้าขนหนูในกามังขึ้นมาบิดหมาดๆแล้วจัดแจงวางบนหน้าผากมนทันทีเพื่อลดไข้

   “ปวดหัวมากมั้ย”เสียงพี่ถามด้วยความเป็นห่วง

   “นิดหน่อยครับ”และด้วยกลัวว่าพี่ชายจะห่วงมากเกินไปน้องชายจึงตอบด้วยรอยยิ้ม ถึงในใจจะแอบคิดว่าต้นเหตุก็คือพี่อิคคิก็ตาม...

   “หลับซะ พี่จะอยู่ข้างๆ”เพียงคำพูดสั้นๆที่ทำให้ชุนเผลอนึกถึงเรื่องอดีตขึ้นมา ในวัยเด็กที่มีกันเพียงสองพี่น้องเวลาที่ป่วยอิคคิก็มักจะคอยดูเขาแบบนี้เสมอ พี่ชายที่อดทนเฝ้าไข้น้องจนแทบจะจับไข้เสียเอง มือที่กุมไว้เหมือนกับในตอนนั้นทำให้อุ่นใจจนสามารถหลับไปได้อย่างสบายใจ

   “ขอบคุณครับ..พี่อิคคิ...”แล้วน้องชายก็หลับไป....

   [ชุนน่ารักดีนะ]จู่ๆเสียงในหัวก็ดังขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย คางาโฮะเอ่ยขึ้นจากใจจริงเมื่อเห็นชุนหลับไปแล้ว เขามองเห็นชุนผ่านสายตาของอิคคิตลอดไม่ว่าจะเป็นใบหน้ายิ้มแย้มหรือใบหน้าเขินอายรวมทั้งใบหน้าที่แสดงถึงความสบายใจที่รู้ว่ามีพี่ชายอยู่ข้างๆ

   ใบหน้าน่ารักที่มีชีวิตชีวาทำให้คนอย่างคางาโฮะยังถึงกับออกปากชมได้และอาจทำให้นึกถึงน้องชายที่มีใบหน้าคล้ายกับอาโรนขึ้นมาทำให้คางาโฮะมองชุนด้วยสายตาเอ็นดู เพียงแต่ว่าอิคคิคงไม่มีทางรู้เรื่องนี้ คำพูดของคางาโฮะจึงกลายเป็นชนวนในการยั่วโมโหไปแทน

   “แกอย่ามาเรียกชื่อน้องของฉันห้วนๆ”สำหรับพี่ชายที่รักน้องชายยิ่งชีพแล้วการที่มีใครก็ไม่รู้มาเรียกชื่อน้องชายห้วนๆมันก็ทำให้นึกอยากจะชกเจ้าของเสียงให้ไม่สามารถเรียกชื่อน้องชายได้อีก

   คางาโฮะแค่นเสียงดัง“หึ”เหมือนจะหัวเราะกับความไม่รู้ของอิคคิ แต่เขาก็ไม่มีหน้าที่มาอธิบายอะไรให้ฟังเหมือนกัน เพราะอิคคิจะรู้สึกกับเขายังไงมันก็ไม่สำคัญเลยแม้แต่นิดเดียว

   เมื่อเห็นว่าคู่สนทนาดูจะเลิกต่อปากต่อคำแล้วอิคคิจึงทำใจคิดว่ามันก็แค่เสียงที่แว่วมาตามลมไม่จำเป็นต้องสนใจแล้วหันมาดูแลชุนต่อก่อนจะพบว่ายังไม่ได้ให้ชุนกินยาเลย

   “ชุน ตื่นมากินยาก่อน”เสียงทุ้มนุ่มปลุกให้ร่างเล็กตื่นแต่ดวงตาคู่โตกลับยังหลับพริ้มเหมือนเดิมสื่อว่ากำลังหลับสบายจนอิคคิไม่อยากจะปลุกแต่จะไม่ให้กินยาก็ไม่ได้ หากเป็นยาน้ำก็ยังพอเอาเข้าปากให้กลืนได้แต่นี่มันยาเม็ดจะให้เอาเข้าปากแล้วเอาน้ำเทตามก็ดูจะอันตรายและทารุณคนป่วยเกินไป

   [เจ้าก็ป้อนปากต่อปากก็หมดเรื่องแล้ว]คางาโฮะช่วยเสนองทางเลือกแสนฉลาดที่น่าชกให้กับอิคคิแบบไม่คิดอะไร เพราะในสมัยโบราณถ้าคนป่วยไม่ได้สติก็ใช้วิธีนี้เยอะแยะไปแต่สำหรับอิคคิที่เติบโตขึ้นในยุคสมัยนี้มันเป็นเรื่องที่แทบไม่ต่างจากนิยายน้ำเน่าเลย

   “จะให้ข้าจูบน้องชายตัวเองรึไง”

   [ป้อนยา ไม่ใช่จูบ]เสียงตอบกลับเหมือนจะหงุดหงิดที่อิคคิแปลความหมายจากการรักษาพยาบาลไปเป็นเรื่องอื่นเสียได้ เพราะคางาโฮะเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าวิธีโบราณในสมัยนั้นสำหรับสมัยนี้ที่ไม่ได้ใช้กันแล้วมันเป็นเรื่องที่ทำใจยากแค่ไหน

   แม้ว่าการทำใจยากในตอนนี้จะเป็นอีกความหมายหนึ่งก็ตาม....

   [เจ้าจะไม่ทำงั้นสิ]น้ำเสียงเริ่มแสดงถึงความหงุดหงิดเพิ่มขึ้นซึ่งมันก็แน่นอนอยู่แล้วสำหรับคางาโฮะที่นอกจากเรื่องของคนสำคัญแล้วเขาไม่เคยมีความใจดีหรือใจเย็นให้กับใครหรือกระทั่งกับตัวเอง

   อิคคิไม่ตอบปฏิเสธซึ่งแปลว่าใช่ คางาโฮะเงียบไปสักครู่ก่อนที่อิคคิเหมือนกับได้ยินเสียงถอนหายใจที่ราวกับเหนื่อยใจเสียเต็มประดาของอีกฝ่ายก่อนจะตามด้วยคำพูดที่ทำให้ชายหนุ่มแทบนึกอยากฆ่าอีกฝ่ายให้ตาย

   [งั้นเอาร่างเจ้ามาข้าจะทำเอง]ในเวลานั้นคางาโฮะสาบานได้เลยว่าตนเองไม่ได้มีจิตอกุศลแม้แต่เสี้ยวเดียว สิ่งที่ชายหนุ่มคิดคือหากชุนไม่ได้กินยาแล้วเกิดอาการทรุดลงคงไม่ดี ทว่าอิคคิก็สาบานได้เหมือนกันว่าถ้าตอนนั้นคางาโฮะมีร่างและยืนอยู่ตรงหน้าเขาอิคคิก็เลือกจะปลิดชีพอีกฝ่ายอย่างไม่ลังเลแน่นอน

   “ไม่มีทาง!”ชายหนุ่มประกาศดังลั่นอย่างลืมตัวส่งผลให้ชุนเริ่มรู้สึกตัวเล็กน้อย

   “ถ้าจะให้แกทำฉันทำเองดีกว่า”และไม่รู้ว่าเพราะกลัวอีกฝ่ายจะเปลี่ยนใจรีบมายึดร่างตัวเองหรืออย่างไรอิคคิจึงนำยาใส่ปากตามด้วยน้ำแล้วค่อยๆรั้งเอวบางของชุนขึ้นมาจากเตียง ให้ร่างอันบอบบางของน้องชายเอนอิงบนแผ่นอกกว้าง

   มือข้างที่เหลือเกลี่ยเส้นผมให้พ้นดวงหน้างดงามแล้วจึงค่อยใช้นิ้วโป้งวางลงใต้ริมฝีปากออกแรงเพียงเล็กน้อยให้ริมฝีปากของชุนเผยอขึ้นแล้วทาบริมฝีปากของตนลงไปพร้อมกับส่งยาและน้ำเข้าไปในทีเดียว โดยหารู้ไม่ว่าเวลาที่ตนหลับตาลงนั้นเด็กหนุ่มที่ควรนอนหลับไปแล้วกลับลืมตามองคนที่กำลังจูบตนไว้ด้วยดวงตาเบิกกว้าง

   แรกสุดชุนเพียงแค่รู้สึกตัวตื่นเพราะเสียงของอิคคิและยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยปากถามเขากลับพบว่าพี่ชายกำลังจูบเขา ของเหลวเย็นๆที่ส่งผ่านเข้ามาสัญชาตญาณทางร่างกายบอกให้ตนรีบกลืนมันลงไปในทันทีและเมื่อรู้สึกได้ว่าริมฝีปากที่แนบชิดอยู่กำลังค่อยๆห่างออกไปชุนก็รีบหลับตาแกล้งทำเป็นหลับอย่างรวดเร็ว

   [ก็แค่นี้เองทำเป็นเรื่องมากไปได้]เหมือนกับได้ยินเสียงหัวเราะดังขึ้นเบาๆในหัวพร้อมกับคำพูดนี้ อิคคิตอบกลับไปอย่างฉุนเฉียว

   “หนวกหู”แล้วจึงวางร่างน้องลงบนเตียงโดยที่ยังไม่รู้เลยว่าน้องชายที่น่าจะหลับน่ะรู้สึกตัวตื่นแล้ว

   [หึ ทั้งที่ตัวเองก็อยากจะทำอยู่แล้วแท้ๆ]

   “แกหมายความว่ายังไง”อิคคิถามกลับทันทีแต่อีกฝ่ายก็เงียบหายไปอีกแล้วทำให้อิคคิชักรู้สึกหงุดหงิดหนักเพราะเหมือนกำลังโดนปั่นหัวและที่น่าโมโหและเจ็บใจที่สุดคือเขาไม่รู้จะเอาความโกรธนี้ไปลงที่ไหนดีในเมื่ออีกฝ่ายนั้นนอกจากเสียงพูดในหัวแล้วก็แทบจะหาตัวตนไม่ได้เลย

   ร่างสูงลุกขึ้นจากเตียงเพื่อจะเดินกลับห้องแต่พอเดินไปถึงประตูอิคคิกลับต้องชะงักกึกเมื่อคิดได้ว่าชุนป่วยอยู่และควรที่จะอยู่ดูแล อิคคิหันไปมองนาฬิกาในห้องพบว่ามันเพิ่งหัวค่ำเท่านั้นแต่ก็ไม่มีอะไรให้ทำแล้วจึงตัดสินใจเดินไปปิดไฟแล้วล้มตัวลงนอนข้างน้องชายบนเตียง

   โชคดีที่เตียงใหญ่พอจะนอนได้สองคนแต่ก็ต้องเบียดกันเล็กน้อย สองแขนจึงรวบกอดร่างเล็กนั้นไว้ในอ้อมกอดแล้วผ่อนลมหายใจหลับตาลง ปกติอิคคิเป็นคนที่หลับไม่ยากแต่ไม่ค่อยยอมหลับต่อหน้าใครเท่าไรยกเว้นก็แต่ชุนน้องชายที่ตนเชื่อใจมากที่สุดมันจึงใช้เวลาไม่นานที่อิคคิจะหลับไป

   ดวงตาคู่โตลืมตาขึ้นในความมืด เพราะว่าหลับตามานานสายตาจึงชินกับความมืดทำให้พอชุนลืมตาขึ้นก็สามารถมองเห็นทุกอย่างได้อย่างชัดเจน ก่อนหน้านี้ชุนนึกอยากให้อิคคิรีบกลับไปห้องของตัวเองเพราะว่ายังนึกเขินอายกับจูบของพี่ชายที่ถึงจะอ้างได้ว่าแค่ป้อนยาแต่ไม่ว่าจะคิดอย่างไรชุนก็ต้องเขินอยู่ดี

   หากแต่เด็กหนุ่มกลับรู้สึกแปลกๆกับท่าทางของพี่ชายที่เหมือนกับกำลังคุยกับใครสักคนอยู่ ทั้งที่ในห้องมีเพียงเขากับพี่ชาย แน่นอนว่าคนที่อิคคิคุยด้วยต้องไม่ใช่เขาถ้าอย่างนั้น.....

   “เป็นคุณใช่ไหม  คุณคางาโฮะ”คำพูดที่แต่งแต้มไปด้วยความกังวล ชุนภาวนาให้อิคคิลืมตาตื่นขึ้นมาแล้วถามว่าเขาเรียกใครแต่แล้ว.....

   “เจ้าตื่นอยู่สินะ”สรรพนามที่ไม่เหมือนเดิมทำให้ชุนรับรู้อย่างแน่นอนว่าคนตรงหน้าไม่ใช่พี่ชายของเขา อ้อมกอดคลายออกอย่างช้าๆโดยไม่ต้องรอให้ชุนขยับตัวหนี สองร่างลุกขึ้นนั่งบนเตียงสบตากันท่ามกลางความมืดอยู่เนิ่นนานจนกระทั่งเสียงหวานถูกเอ่ยออกมาราวกับเพิ่งทำใจเสร็จ

   “ทำไมคุณถึงยังไม่หายไป”คำถามที่ทำให้ใจคนฟังรู้สึกปวดแปลบแต่ก็ใช่ว่าจะโทษคนตรงหน้าได้และต่อให้ทำได้คางาโฮะก็คงตัดใจทำไม่ลง

   “ข้าไม่รู้”คำตอบที่เรียบง่ายแต่ไม่เคยทำให้ใครสักคนพอใจรวมถึงครั้งนี้ก็เช่นกัน

   “ถ้างั้นคุณคิดจะทำอะไรต่อไป จะยึดร่างของพี่อิคคิรึเปล่า”เป็นอีกคำถามที่ทำให้คางาโฮะนึกเศร้าอยู่ในใจเล็กน้อย แม้ไม่ได้พูดหรือแสดงท่าทีใดๆออกไปแต่ชุนกลับเป็นฝ่ายรู้สึกเสียใจที่พูดออกไปเมื่อพบว่าดวงตาที่เคยดุดันของอีกฝ่ายดูโศกเศร้าขึ้นมา

   “ข้าจะไม่ทำแบบนั้นและไม่มีวันทำ เพราะมันจะทำให้เจ้าเสียใจ”ในตอนนี้คงมีเพียงแค่ชุนเท่านั้นที่คางาโฮะจะยอมตอบคำถามทั้งหมดโดยไม่ปิดบัง

   คำตอบที่ได้รับทำให้ชุนยิ่งรู้สึกผิดพอๆกับที่ไม่เข้าใจ ทั้งที่เพิ่งจะเคยรู้จักกัน คางาโฮะคืออดีตสเป็คเตอร์ไม่มีความจำเป็นจะต้องมานั่งกลัวทำให้ใครเสียใจเพราะตั้งแต่อดีตกาลจนถึงตอนนี้พวกสเป็คเตอร์ทุกคนก็ล้วนฆ่าฟันผู้คนไปมากมายแท้ๆ

   “ทำไมคุณต้องกลัวทำให้ผมเสียใจ”อดที่จะถามออกไปไม่ได้ ในความไม่เข้าใจอันนี้กำลังก่อให้เกิดความสับสนในหัวใจ ชายหนุ่มมองดวงตาคู่โตตรงหน้าแล้วจึงยื่นมือทั้งสองข้างออกไปรวบกอดร่างของชุนเข้ามาอย่างนุ่มนวลดุจจับต้องสิ่งสำคัญที่เปราะบางยิ่งกว่าสิ่งใด

   “เพราะเจ้าเป็นคนสำคัญของข้า....”แค่ถูกกอดก็ทำให้ชุนตกใจมากแล้วแต่คำพูดของคางาโฮะกลับทำให้ชุนตกใจยิ่งกว่าเดิม เดิมทีจากที่คิดจะผลักไสอ้อมกอดนี้ออกไปก็ทำไม่ลงเมื่อรู้สึกได้ว่าน้ำเสียงของคนพูดนั้นแน่วแน่และจริงใจมากแค่ไหน

   “ข้าจะปกป้องเจ้าจากทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำให้เจ้าเจ็บปวด”ดวงตาคู่คมหรี่หลับลงพร้อมรอยยิ้มบางๆบนริมฝีปากก่อนจะเอื้อนเอ่ยประโยคที่ทำให้หัวใจของชุนต้องเต้นแรง

   “เพราะงั้นข้าจะอยู่เคียงข้างเจ้าตลอดไป....”คางาโฮะพูดเพียงแค่นั้นแล้วก็เงียบไปไม่ได้พูดอะไรอีกเลย ชุนลองขยับตัวจึงได้พบว่าคนที่พูดด้วยเมื่อครู่หลับไปแล้ว...หรืออาจเพียงแค่กลับไปอยู่ในจิตวิญญาณตามเดิม

   ชุนขยับร่างของพี่ชายลงนอนบนเตียงก่อนจะพบว่าใบหน้าของตัวเองร้อนผ่าวขึ้นมาอีกและถึงชุนจะพยายามปฏิเสธแค่ไหนก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่ามันไม่ใช่เพราะพิษไข้อย่างแน่นอน คำพูดของคางาโฮะยังคงสะท้อนไปมาอยู่ในโสตประสาทครั้งแล้วครั้งเล่าเหมือนกับจะย้ำถึงความรู้สึกนั้น

   เพราะเจ้าเป็นคนสำคัญของข้า....

   และแล้วการใช้ชีวิตร่วมกันของทั้งสามคนก็ได้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่คืนนั้นเป็นต้นมา...

##################################
TBC.

แก๊ง!/ตีระฆังมวย
เปิดศึกนี่ซังทั้งสองค่ะ นี่ซังทั้งสองเตรียมเปิดศึกชิงเคะกันอย่างเมามัน
ใบ้ให้ว่าตอน4นี่ตีกันเฮฮาราวกับซางะตีกับร่างมืดค่ะ แต่งไปแต่งมาเหมือนเราจะรังแกพี่อิคคิกับชุนมากไปป่าวหว่า
แต่แบบคางาโฮะที่เราให้อารมณ์สุดโต่งค่ะ นึกจะพูดก็พูด นึกจะทำก็ทำไม่สนหน้าอินทร์หน้าพรหม(เพราะสนชุนคนเดียว กร๊ากกกกกกกก)
ขอสปอยล์ว่าตอนหน้าเซอร์วิสค่ะ! จงติดตามกันให้ดีๆ หึๆๆๆ(สามหนุ่มในเรื่องเริ่มถอยห่าง)
ปล.เพราะคางาโฮะเลยนะเนี่ยทำให้ตอน3มันยาวกว่าสองตอนแรก 555

ตอบเม้นต์

mummy
ตอนนี้ก็ยังเนียนกัดแฝดเจมินี่ต่ออีกรอบ 555
คางาโฮะก็น่าเชียร์แต่เราก็ชอบเท็นมะอ่ะ บุ่ยๆๆ-3-
ตอนนี้พี่อิคคิรู้แล้วเลยเปิดศึกกับคางาโฮะแล้วไง(ถึงจะไม่รู้ว่าถูกใช้ร่างตอนหลับก็เถอะ- -")

Saintcosevent
จิ้มๆ/ยืมมือชุนมาจิ้ม
อย่าเพิ่งตายค่ะพี่ตอน4ยังไม่มาเลย! คางาโฮะเคยสูญเสียแล้วย่อมไม่อยากจะสูญเสียอีกค่ะ ว่าแต่พี่คะอย่าเพิ่งเลยเถิดมันยัง"ไม่ถึงเวลา"แล้วก็ถ้าหนูเป็นชุนต้องขอสองค่ะ ควบเลย

riki
ถึงขั้นกายละเอียดเลยเหรอคะ!
พลังคางาโฮะช่างรุนแรงจริงๆ

TinyLaNorthio
ถูกต้องค่ะมันคือการลักหลับอย่างจริงแท้แน่นอน
นี่ํซงสองคนตีกันแล้วเชียร์คนไหนเหรอคะหรือเชียร์ให้เค้าสมานฉันท์กัน หุๆๆ

Luxsana
แต่งไปก็เหมือนกำลังแต่งแฝดเจมินี่เลยค่ะ น่าเสียดายในฟิคเรื่องMazeพี่อัสเราไม่มีร่างมืดมาให้ตีกัน(โฆษณาแอบแฝง?)
ส่วนเรื่องจะได้ปกป้องชุนมั้ยไม่ต้องห่วงค่ะเรากำลังหาเรื่องลำบากมาให้ชุนอยุ่คางาโฮะจะะได้ทำหน้าที่ 555

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 11, พฤษภาคม 2011, 09:31:35 PM โดย meiar » บันทึกการเข้า
riki
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Apprentice Saint
*

Photobucket 28
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
14, มิถุนายน 2013, 12:07:20 PM

Pisces

กระทู้: 38
หมายเลขสมาชิก: 10167

วันที่สมัครสมาชิก: ก.พ., 2011


กระทู้: 38
28.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ riki
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 5 : Exp 0%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.17 Firefox 3.6.17


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #11 เมื่อ: 11, พฤษภาคม 2011, 09:38:44 PM »

เราเป็นFC คางาโฮะอะ

จะแต่งเองก็ไม่กล้า ;e;

รออ่านมานานแล้วหละ

แต่มันดูวุ่นวายแบบบันเทิงดีแท้

บันทึกการเข้า
Luxsana
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 87
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
27, พฤษภาคม 2013, 11:29:35 PM

Gemini

กระทู้: 138
หมายเลขสมาชิก: 1802

วันที่สมัครสมาชิก: ก.ค., 2008


กระทู้: 138
65.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Luxsana
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 9 : Exp 48%
HP: 0%

จงรักผู้อื่นเหมือนรักตนเอง

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
| |
« ตอบ #12 เมื่อ: 11, พฤษภาคม 2011, 11:13:24 PM »

แหม ตอนนี้ช่างโรแมนติคเสียนี่กระไร จะกลายเป็นรักสามเส้าในอนาคตรึเปล่า อิคคิชักจะเหมือนพี่ง่าสว่าง ส่วนโฮะเหมือนง่ามืดเข้าไปทุกที แต่ไม่ว่าจะด้านไหนก็รักน้องด้วยกันทั้งคู่

บันทึกการเข้า
Saintcosevent
Power User
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
*

Photobucket 1556
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
04, กุมภาพันธ์ 2018, 02:20:52 PM

Capricorn

กระทู้: 321
หมายเลขสมาชิก: 2999

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2008


กระทู้: 321
152.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Saintcosevent
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 14 : Exp 50%
HP: 0%

คนธรรพ์แห่งอาเทน่า

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1


ดูรายละเอียด
| |
« ตอบ #13 เมื่อ: 11, พฤษภาคม 2011, 11:45:27 PM »

อ๊าคคค น้องชุนอย่าไปยอมนะะะะะะ

เวลาอิคคิกับคางาโฮะเถียงกันแล้วน่ารักดีอ่ะ
เหมือนแย่งเคะกันอย่างหนักหน่วง 555XD

ชอบๆๆๆๆๆ

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.17 Firefox 3.6.17

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #14 เมื่อ: 15, พฤษภาคม 2011, 07:09:38 PM »

ตอนที่ 4

...บางครั้งอดีตก็มีแต่เรื่องที่เจ็บปวด...
...แล้วทำไมคุณถึงได้จดจำมันไว้โดยไม่ยอมลืมแบบนี้...

   เวลาล่วงเลยผ่านไปร่วมสัปดาห์ทำให้สิ่งแปลกใหม่เริ่มกลายเป็นความเคยชินทีละนิด โดยเฉพาะกับชีวิตประจำวันที่มีคนอีกหนึ่งคนเพิ่มขึ้นมาแม้ว่าจะไม่อาจเรียกว่า “คน” ได้เต็มปากก็ตาม

   รุ่งเช้าอากาศยังคงสดใสเหมือนกับทุกวันอิคคิลุกขึ้นจากเตียงเดินตรงเข้าห้องน้ำไปล้างหน้าปลี่ยนเสื้อเตรียมไปออกกำลังกายในตอนเช้าและก็กิจวัตรเดิมๆที่เมื่ออิคคิเดินลงมาจากบันไดจะเห็นชุนอยู่ในครัวเสมอ

   [ชุนยังขยันเหมือนเดิม]เสียงเรียบๆกึ่งเอ็นดูดังขึ้นในหัวและอาจด้วยความเคยชินหรือปรับตัวได้แล้วอิคคิจึงเลิกที่จะหงุดหงิดยามอีกฝ่ายเรียกชื่อน้องตัวเองแบบสนิทสนมและเปลี่ยนเป็นเลิกสนใจแทน

   “อรุณสวัสดิ์ครับพี่อิคคิ”เสียงหวานเอ่ยทักทายเมื่อเห็นว่าพี่ชายกำลังเดินลงมาจากบันได

   “อืม”อิคคิตอบรับคำทักทายเพียงแค่นั้น

   “ไปดีมาดีนะครับ”ชุนส่งยิ้มให้ขณะที่อิคคิกำลังใส่รองเท้า ใส่รองเท้าเสร็จร่างสูงใหญ่ก็ดินออกจากบ้านไป ในตอนนั้นอิคคิไม่ได้รู้เลยว่ารอยยิ้มที่ชุนส่งมาให้นั้นได้เผื่อแผ่มายังอีกคนที่อยู่ในตัวด้วย

   ในยามเช้าที่อากาศสดชื่นแบบนี้อิคคิกำลังวิ่งไปตามถนนเพื่อฝึกฝนร่างกาย แม้จะไม่มีเรื่องให้ต้องต่อสู้แต่เขาก็ยังคงฟิตซ้อมร่างกายแบบนี้เสมอๆจนเป็นชีวิตประจำวันไปแล้ว ความจริงช่วงอายุของอิคคิกับชุนควรจะไปอยู่ในวัยเรียนมากกว่าแต่เพราะเมื่อเป็นเซนต์แล้วจึงยอมทุ่มเทให้หน้าที่อย่างเต็มที่และแม้การต่อสู้จะจบลงแซงค์ทัวรี่ก็ไม่มีทางทอดทิ้งเหล่าเซนต์ทุกคน

   ดังนั้นทุกเดือนจะมีเงินที่ถือว่าเป็นค่าตอบแทนสำหรับความทุ่มเทเหล่านั้นมาให้ซึ่งแม้จะไม่มากแต่ก็พอให้มีชีวิตสุขสบายไปตลอดชีวิตเพียงแต่บางครั้งหากมีเหตุอะไรพวกตนก็จะถูกเรียกกลับไปยังแซงค์ทัวรี่เพื่อปฏิบัติภารกิจเท่านั้นเอง

   [ช่างเป็นยุคสมัยที่สงบสุขเหลือเกิน]คางาโฮะเอ่ยขึ้นเหมือนกับจะชวนคุยหรือไม่ก็พูดกับตนเอง อิคคิเองก็ชินเสียแล้วที่อยู่ๆอีกฝ่ายจะพูดออกมา

   “ก็แค่บางที่เท่านั้นแหละ”คือคำตอบของที่มีประสบการณ์ในการเดินทางมามากทำให้ได้เห็นสิ่งต่างๆมากมาย ไม่ว่าจะการก่อการร้ายหรือสงครามเล็กๆที่เกิดขึ้นโดยแทบไม่มีใครรู้เหมือนกับพวกตนที่ต่อสู้มามากมายโดยที่คนธรรมดาแทบไม่ได้ล่วงรู้เลย

   [แต่ในยุคของข้าน่ะแทบจะหาที่เรียกว่าสงบสุขไม่ได้ด้วยซ้ำ]ในยุคเมื่อ200กว่าปีก่อนที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ โลกที่ผู้อ่อนแอไม่อาจมีชีวิตรอดทำได้เพียงเข้มแข็งขึ้นและต่อสู้เอาชีวิตรอดเท่านั้น

   [มันมีแต่ความเจ็บปวด]และพรากคนสำคัญไปดังนั้นจึงเกีลยดชังโลกและอยากให้มันล่มสลายไปเหมือนกับความคิดของคนสำคัญที่บอกว่าโลกนี้มันโหดร้ายเกินไปจึงอยากให้ทุกคนได้หลับอย่างเป็นสุขตลอดกาล

   บทสนทนาของทั้งคู่จบลงเพียงแค่นั้นเพราะอิคคิไม่คิดจะถามเพิ่มเติมและอีกฝ่ายก็ไม่คิดจะเล่าเช่นกัน ในเวลานี้สำหรับอิคคิที่พอจะรับได้แล้วว่าตนเองยังมีอีกคนอยู่ในร่างบางครั้งก็รับฟังหรือพูดคุยด้วยบ้างซึ่งหากตัดเรื่องของชุนออกไปคางาโฮะก็อาจนับได้ว่าเป็นเพื่อนของเขา

   ด้านอายุถ้านับเมื่อตอนที่คางาโฮะตายไปก็ใกล้ๆกับเขาหรืออาจมากกว่าเล็กน้อย นิสัยเงียบขรึมดุดันแต่ก็มีช่วงเวลาที่สบายๆอยู่บ้างเรียกได้ว่าค่อนข้างจะเหมือนกับอิคคิอยู่หลายส่วน

   ทางด้านคางาโฮะก็ยอมรับแต่โดยดีว่านี่เป็นร่างของอิคคิไม่ใช่ของตัวเองต่อให้มีวิญญาณดวงเดียวกันแต่ตนก็เหมือนเป็นแค่ส่วนหนึ่งในร่างอิคคิเท่านั้นจึงไม่คิดจะทำอะไรให้บาดหมางใจกันให้มากนัก

   ด้วยเหตุนี้จึงกลายเป็นว่าทั้งสองเริ่มปรับตัวเข้าหากันและยอมรับการคงอยู่ของแต่ละฝ่ายไปโดยปริยาย เพียงแต่ยังมีอีกเรื่องหนึ่งที่อิคคิยังทำใจยอมรับไม่ได้เสียที....

   “กลับมาแล้ว”พอเปิดประตูบ้านก็จะมีกลิ่นหอมของอาหารเช้าโชยออกมาพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้รู้สึกสบายใจของน้องชาย

   “ยินดีต้อนรับกลับครับ”และระหว่างที่ชุนจัดโต๊ะอาหารอิคคิก็จะไปอาบน้ำและมาร่วมโต๊ะอาหารด้วยกัน หลังจากทานอาหารเสร็จบางครั้งอิคคิก็จะอาสาทำความสะอาดให้เหมือนกับในวันนี้ชุนจึงเริ่มต้นทำความสะอาดบ้าน

   เมื่อชามใบสุดท้ายถูกวางลงบนที่คว่ำจานอิคคิก็จะกลับไปที่ห้องของตัวเองเพื่อที่ชุนจะได้ทำความสะอาดบ้านได้อย่างสะดวก อิคคิทิ้งตัวลงบนเตียงแล้วผ่อนลมหายใจช้าๆพลางคิดว่าหากเป็นปกติเขาคงกำลังอยู่ในระหว่างเดินทางเป็นแน่

   “คราวนี้จะไปที่ไหนดีนะ”สมองคิดหาประเทศจุดหมายในการเดินทางต่อไปแต่อีกคนที่อยู่ในตัวกลับตอบแบบที่เกือบจะประท้วงว่า

   [ข้าไม่ไปไหนทั้งนั้น]คำพูดที่ชวนให้อิคคินึกปวดหัวเพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ ความจริงอิคคิตั้งใจจะออกเดินทางตั้งแต่ตอนที่รู้ว่ามีคางาโฮะอยู่ในร่างแล้วแต่เจ้าคนในร่างเขาสิกลับไม่ยอม

   แค่ไม่ยอมน่ะยังพอว่า แต่มันดันทำให้เขาขยับตัวไม่ได้!

   ยิ่งคิดอิคคิก็ยิ่งนึกโมโหทั้งที่เป็นร่างของตัวเองแต่ถ้าทำอะไรไม่ถูกใจขึ้นมาเจ้าคนอาศัยก็พาลจะทำให้ขยับตัวไม่ค่อยได้ แถมยังมีหน้ามาขู่ว่าถ้ายังคิดจะไปอีกจะยึดร่างถาวรอีกต่างหาก!

   [ข้าจะไม่ยอมอยู่ห่างชุนเด็ดขาด]คางาโฮะยื่นคำขาดแบบชนิดที่ไม่ให้มีการต่อรองแม้แต่เสี้ยวเดียวหลงเหลืออยู่ แต่แบบนี้มันก็ยิ่งอันตรายเพราะเกิดวันดีคืนดีมันคิดจะทำอะไรชุนขึ้นมาอิคคิก็ไม่สามารถแน่ใจได้เลยว่าจะสามารถหยุดคางาโฮะได้หรือไม่

   “เป็นแค่คนอาศัยอย่ามาเรื่องมากจะได้มั้ย ฉันจะไปไหนมันก็เรื่องของฉัน!”เจ้าของร่างโวยลั่น

   [คนอาศัย?]ถ้าหากมีร่างให้เห็นคงได้เห็นคางาโฮะเลิกคิ้วแบบหาดูได้ยากอย่างแน่นอน

   [ ถ้าจำไม่ผิดเหมือนข้าจะเคยบอกเจ้าแล้วว่าข้าก็คือตัวเจ้า ถ้าข้าเป็นคนอาศัยแล้วเจ้าล่ะป้ายชื่อร่างรึยังไง]คำยอกย้อนอันเจ็บแสบที่ทำให้อิคคินึกอยากประทุษร้ายร่างกายตัวเองเผื่อว่าเจ้าคนในร่างมันจะรู้สึกเจ็บขึ้นมาบ้าง หลังจากนั้นก็เหมือนกับได้ยินเสียงถอนหายใจยาวๆดังอยู่ในหัว ก่อนจะตามด้วยคำพูดที่ทำให้อิคคิถึงกับสะอึก

   [ข้าไม่เข้าใจเจ้าเอาเสียเลย ทั้งที่มีโอกาสได้อยู่กับคนสำคัญตลอดเวลาแต่เจ้ากลับอยากจะทิ้งน้องตัวเองแล้วไปเดินทางอยู่เพียงลำพัง]สำหรับคางาโฮะที่ต้องพรากจากคนสำคัญครั้งแล้วครั้งเล่า การที่อิคคิบอกว่าจะออกเดินทางแล้วทิ้งให้ชุนอยู่คนเดียวคงทำให้คางาโฮะไม่พอใจเป็นอย่างมาก

   “ฉันไม่ได้คิดจะไม่กลับมาสักหน่อย ไม่ว่าอย่างไรฉันก็ต้องกลับมาบ้านอยู่แล้ว”การอยู่บ้านแต่เพียงอย่างเดียวแม้จะได้อยู่กับชุนแต่มันก็ยังเป็นชีวิตที่น่าเบื่อเกินไป นอกจากนี้ในตอนนี้ร่างของเขามีใครก็ไม่รู้อาศัยอยู่ด้วย เขาไม่มีวันยอมให้คนที่ไม่รู้จุดประสงค์ที่แท้จริงอยู่ใกล้ๆชุนเด็ดขาด

   “ที่สำคัญฉันไม่มีวันทิ้งชุนเด็ดขาด”คนสำคัญที่สุดในโลกเพียงคนเดียว คนที่ไม่ว่าอย่างไรก็จะไม่ทอดทิ้ง

   [ทั้งที่ปล่อยให้น้องเจ้าต้องเหงาแท้ๆ]น้ำเสียงที่ราวกับจะตำหนิในการกระทำที่คางาโฮะจะไม่มีวันทำเด็ดขาด

   [ไม่ว่าอย่างไรข้าก็จะไม่มีวันยอมอยู่ห่างจากชุนเด็ดขาด]แล้วคางาโฮะก็เงียบไปแบบนั้นเป็นการตัดบทสนทนาที่ภายนอกเหมือนอิคคิกำลังพูดคนเดียว

   ปึง!

   ร่างสูงทุบผนังห้องด้วยแรงโทสะอย่างนึกขุ่นเคืองในคำพูดที่ได้ยิน ดวงตาคู่คมดุดันและน่ากลัวจนแทบจะปล่อยไฟออกมาได้ จากนั้นทั้งวันอิคคิกับคางาโฮะก็ไม่ได้พูดคุยกันอีกเลย

   พระอาทิตย์ลาลับไปในยามเย็นบ่งบอกเวลาที่กำลังเข้าสู่ราตรีกาล สองพี่น้องได้มาใช้เวลาร่วมกันที่หน้าจะทีวีในห้องรับแขก ชุนเลือกนำหนังแนวแฟนตาซีเรื่องหนึ่งมาเปิดดู บรรยากาสภายในห้องรับแขกมีเพียงเสียงจากหนังดังออกมาโดยที่อิคคิกับชุนต่างก็นั่งดูอยู่เงียบๆไม่ได้คุยกัน

   หนังเรื่องนี้ก็มีพล็อตง่ายๆอย่างมีจอมมารร้ายคิดจะทำลายล้างโลกแล้วมีผู้กล้ามาปราบจอมมาร สุดท้ายโลกก็กลับคืนสุ่ความสงบสุข ว่ากันตามจริงสำหรับพวกเซนต์ที่มีประสบการณ์จริงเกี่ยวกับเรื่องคล้ายๆแบบนี้แล้วต่อให้หนังเรื่องนี้ทำมาดีแค่ไหนพวกตนก็แทบจะหาความสนุกไม่เจอเลย

   ความจริงเมื่อก่อนชุนชอบหนังเรื่องนี้มากแต่พอผ่านประสบการณ์กู้โลกมาแล้วมันก็ทำให้หนังเรื่องนี้ดูจะลดคุณค่าความสนุกไปจนแทบจะเรียกได้ว่าน่าเบื่อจนแทบจะเผลอหลับไปหลายต่อหลายครั้ง ตอนแรกชุนคิดจะปิดแต่ก็พบว่าอิคคิทำท่าเหมือนกำลังตั้งใจดูอยู่ชุนจึงไม่กล้าปิดได้แต่นั่งดูต่อไปด้วยอารมณ์ครึ่งหลับครึ่งตื่น

   จวบจนกระทั่งหนังจบแล้วขึ้นเครดิตผู้สร้างนั่นแหละชุนถึงได้ลุกขึ้นบิดขี้เกียจไล่ความเมื่อยขบก่อนจะเดินไปปิดเครื่องเล่นดีวีดีกับทีวีให้เรีบร้อยจากนั้นก็เดินไปชงโกโก้มาสองแก้ว

   “นี่ครับ”ถ้วยโกโก้มีควันลอยฉุยถูกส่งมาพร้อมกับรอยยิ้ม ชายหนุ่มรับมันมาดื่มเงียบๆก่อนจะเปิดปากพูด

   “สิ่งที่ดูเมื่อครู่ช่างน่ารำคาญนัก”เพียงแค่เปิดปากพูดออกมาชุนก็ขมวดคิ้วนิดๆก่อนจะถอนหายใจแล้วนั่งลง

   “คุณอีกแล้วเหรอครับ คุณคางาโฮะ”ชุนวางแก้วลงบนโต๊ะหันมามองหน้าพี่ชายที่ถูกเปลี่ยนตัวเป็นคนอื่น

   “แล้วเปลี่ยนตัวกันตั้งแต่เมื่อไหร่ครับ”

   “หลังจากที่เจ้าเปิดนั่นได้ไม่นาน”ว่าพลางชี้ไปยังเครื่องที่อยู่ตรงหน้าทำให้ในวันนี้ชุนได้รู้ซึ้งแล้วว่าอย่างน้อยหนังเรื่องนี้ก็มีความสามารถถึงขนาดทำให้เซนต์อย่างอิคคิยังเผลอหลับได้

   และนี่ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่อิคคิไม่รู้ก็คือ ขอเพียงอิคคิไม่รู้สึกตัวเมื่อไรคางาโฮะก็จะออกมาแทนแล้วใช้ร่างนี้มาพูดคุยกับชุนอยู่เสมอซึ่งมักจะอยู่ในช่วงเวลากลางคืนเสมอ ตอนแรกชุนก็โวยวายหาว่าคางาโฮะจะยึดร่างอิคคิแต่คางาโฮะก็ยืนยันเป็นมั่นเหมาะว่าจะไม่ทำแน่นอนที่ออกมาก็แค่อยากจะคุยกับชุนเท่านั้น

   แน่นอนว่าคำตอบนี้เล่นเอาชุนถึงกับหน้าแดงพูดอะไรไม่ถูกได้แต่ยอมรับการกระทำนี้เพราะถ้าหากอิคคิยังห้ามไม่ได้มีหรือเขาจะห้ามได้ ถึงแม้ว่าความเข้าใจของชุนมันจะกลับตาลปัตรก็ตาม

   “เค้าเรียกว่าภาพยนตร์หรือหนังครับ”เป็นอีกครั้งจากหลายครั้งในการพบกันตอนกลางคืนที่ชุนจะบอกเล่าถึงสิ่งต่างๆในยุคนี้ให้ฟัง นับว่าเป็นเคราะห์ดีที่คางาโฮะไม่ได้ทำตัวเหมือนคนป่าหลงยุคเข้าเมืองเห็นอะไรแปลกๆไม่รู้จักก็เข้าไปยุ่งจนพังแบบในหนังที่เคยดูเมื่อสมัยเด็ก

   เพราะว่าหากเกิดเหตุการณ์แบบนั้นขึ้นจริงชุนคงหัวเราะไม่ออกเหมือนในสมัยเด็กแน่ๆ

   “ว่าแต่ที่บอกว่าน่ารำคาญเพราะอะไรงั้นเหรอครับ”คางาโฮะเงียบไปไม่ได้ตอบในทันที ผ่านไปปครู่หนึ่งชุนถึงเพิ่งนึกได้ว่าอีกฝ่ายคืออดีตสเป็คเตอร์ผู้ภักดีต่อจ้าวนรกฮาเดสทีจ้องจะทำลายโลก ดังนั้นถึงไม่ต้องถามก็น่าจะรู้คำตอบตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

   “ขอโทษนะครับ”ร่างบางก้มหน้าขอโทษด้วยน้ำเสียงน่าสงสาร คางาโฮะยื่นมือมาวางลงบนศีรษะแล้วลูบเบาๆเหมือนกำลังปลอบเด็ก

   “เจ้าไม่จำเป็นต้องขอโทษ”การกระทำอันอ่อนโยนไม่สามารถเทียบเท่ากับน้ำเสียงที่อ่อนโยนยิ่งกว่าจนชุนไม่อยากจะเชื่อเลยว่าอีกฝ่ายเคยเป็นสเป็คเตอร์มาก่อน

   “คุณใจดีจังนะครับ”พอเอ่ยชมมือที่วางอยุ่บนหัวก็รีบผละออกทันที

   “ข้าไม่ได้ใจดีหรืออะไรทั้งนั้น”เสียงพูดรัวเร็วจนเหมือนกับจะแก้ตัวแต่ชุนกับเห็นว่าผิวแก้มของอีกฝ่ายมีสีแดงจางๆ

   “คุณคางาโฮะ...”เด็กหนุ่มร้องเรียกชายหนุ่มก็หันหลับมาแต่กลับเปิดปากพูดก่อนที่ชุนจะได้พูด

   “เรียกแค่คางาโฮะก็พอแล้ว”คำพูดสั้นๆรวบรัดและกึ่งจะบังคับนิดๆไม่ได้ทำให้เขานึกโกรธแต่กลับนึกขำมากกว่าเพราะวิธีการพูดแบบนี้ช่างเหมือนกับพี่ชายของเขาจริงๆ

   “ครับ คางาโฮะ”รับคำจบชุนก็เงียบไป ดวงตาคมเหลือบมองมาเล็กน้อยแล้วจึงค่อยๆพูดออกมาราวกับเพิ่งเรียบเรียงเนื้อความเสร็จ

   “ข้ารู้สึกไม่ชอบใจนักเพราะสิ่งที่ดูเมื่อครู่มันมีเพียงแค่ด้านเดียว”ชุนสับสนเล็กน้อยในคำพูดนั้นก่อนจะเพิ่งรู้ตัวว่าคางาโฮะกำลังตอบคำถามเขา

   “เจ้ารู้เรื่องสงครามศักดิ์สิทธิ์ครั้งก่อนมากแค่ไหน”คราวนี้คางาโฮะเป็นฝ่ายถามแทน

   “ก็รู้ว่าร่างทรงคนก่อนชื่ออาโรนและเป็นเพื่อนของเพกาซัสรุ่นก่อนกับเป็นพี่ชายขององค์อาธีน่าครับ ผลของสงครามสุดท้ายองค์อาธีน่ากับเพกาซัสก็สามารถผนึกวิญญาณฮาเดสได้ครับ”ชุนตอบไปตามตรงแม้ใจจะนึกหวั่นๆกับปฏิกิริยาของคนข้างๆก็ตาม

   “นอกจากนั้นท่านผู้เฒ่าก็บอกว่าคุณคงเป็นสเป็คเตอร์เพียงคนเดียวที่เข้าใจความรู้สึกของฮาเดส”ร่างสูงขมวดคิ้วกับประโยคถัดมาแล้วจึงค่อยพูดต่อ

   “ข้าไม่เคยนึกสนใจองค์ฮาเดส สิ่งที่ข้าสนใจมีเพียงสิ่งเดียวคือท่านอาโรน”ยังคงเป็นคำตอบๆเดิมๆที่ชุนไม่อาจทำความเข้าใจได้ มันช่างน่าสงสัยจนอดที่จะถามออกไปไม่ได้

   “ผมไม่เข้าใจคุณเลย ถ้าพูดถึงอาโรนก็น่าจะหมายถึงฮาเดสไม่ใช่เหรอครับ”คำตอบที่ได้รับคือการส่ายหน้าและตามด้วยคำอธิบายถึงความเป็นจริงที่แทบจะไม่มีใครรู้มาก่อน

   “จริงอยู่ที่ท่านอาโรนเป็นร่างทรงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะต้องถูกองค์ฮาเดสควบคุม ท่านอาโรนต่างหากที่เป็นฝ่ายควบคุมเทพ”

   “ว่าไงนะครับ!”ดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อาจเชื่อในสิ่งที่ชายหนุ่มพูดออกมาได้ มันจะเป็นไปได้ยังไงกันมนุษย์จะสามารถมีพลังขนาดต่อต้านและครอบครองพลังของเทพได้ยังไงกัน!

   “แต่ว่าท่านอาโรนทำได้”ราวกับอ่านใจของชุนได้คางาโฮะจึงได้พูดประโยคนี้ต่อมา

   “ด้วยจิตวิญญาณอันแรงกล้าที่มากพอจะช่วงชิงพลังของเทพจึงทำให้วิญญาณขององค์ฮาเดสไม่อาจทำได้แม้กระทั่งทำให้จิตวิญญาณแปดเปื้อน”มันช่างเป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ ความเป็นจริงที่ไม่ได้ถูกบันทึกเอาไว้ในประวัติศาสตร์ด้วยเพราะคงไม่มีใครเชื่อแน่ว่ากลับกลายเป็นเทพที่ถูกมนุษย์ชักใย

   “คุณรู้งั้นเหรอครับ”

   “ใช่ ข้ารู้ตั้งแต่แรกแล้ว”แล้วคำตอบนี้ก็ทำให้ชุนเข้าใจบางสิ่งเพิ่มขึ้นมา ตลอดมาตั้งแต่ที่ได้พบกันคางาโฮะไม่เคยเรียกร่างทรงว่าฮาเดสเลยแต่กลับเรียกด้วยชื่อของร่างทรงมาตลอด แต่ก็ยังไม่เข้าใจถ้าหากว่าอาโรนสามารถควบคุมพลังของเทพได้แล้วทำไมสงครามศักดิ์สิทธิ์ถึงได้เกิดขึ้น

   “ทำไมถึงได้เกิดสงครามศักดิ์สิทธิ์ขึ้นล่ะครับ ก็อาโรนควบคุมพลังได้แล้วก็ไม่มีความจำเป็นต้องต่อสู้กับเพื่อนแล้วก็น้องสาวของตัวเองเลย”ชุนเข้าใจความรู้สึกนี้ดีเหมือนกับที่เคยถูกฮาเดสยึดร่างกายแล้วเข้าต่อสู้กับเพื่อนพ้องรวมถึงพี่ชายแท้ๆของตัวเอง

   เพียงแค่ต้องยืนอยู่คนละฝ่ายก็เจ็บในอก ยามที่ทุกคนถูกเขาทำร้ายก็รู้สึกเหมือนกับหัวใจจะถูกฉีกเป็นชิ้นๆ ความเจ็บปวดที่เจ็บยิ่งกว่าความตายแบบนั้น ถ้าหากมันไม่เกิดขึ้นก็คงจะดีไม่ใช่รึไงกัน

   “เพราะว่าท่านอาโรนอ่อนโยนเกินไป”หลับตาพลันรำลึกถึงเมื่อครั้งอดีตที่ได้พบกันในคราแรก

   เมื่อครั้งที่เขาได้แต่คิดแค้นโลกอันโหดร้ายที่พรากเอาคนสำคัญไป เมื่อโลกนี้ไม่มีคนสำคัญอยู่ก็ไม่มีค่าที่จะคงอยู่เฉกเช่นเดียวกัน เขาถึงได้ยอมเป็นสเป็คเตอร์เพื่อที่จำแก้แค้นโลกใบนี้ แต่แล้วทุกอย่างก็เปลี่ยนไปเพียงเพราะการพบกับเด็กหนุ่มคนหนึ่ง

   แว่บแรกที่ได้พบกันร่างบอบบางที่อยู่บนบัลลังก์ในตำแหน่งสูงสุดของทัพยมโลก เขาก็ต้องตกตะลึงจนพูดไม่ออกเมื่อพบว่าเค้าหน้านั้นช่างคล้ายคลึงกับน้องชายของตนเองยิ่งนัก มันเป็นเพียงชั่วเสี้ยววินาทีเดียวที่คางาโฮะได้สบตากับอาโรน

   ทว่าเพียงชั่วเสี้ยววินาทีนั้นกลับมากพอที่จะทำให้รู้ว่าร่างทรงนั้นไม่ใช่ฮาเดสอย่างที่ทุกคนเข้าใจ คางาโฮะรู้จักแววตาแบบนั้น มันเป็นแววตาเดียวกับที่น้องชายของเขาใช้มองโลกใบนี้

   น้องชายของเขาเป็นเด็กที่ใจดีและอ่อนโยนแต่โลกใบนี้กลับให้แต่ความโหดร้ายกับน้องของเขา ทุกวันที่อยู่อย่างยากลำบากหากไม่สู้ก็ตาย แต่เด็กตัวเล็กๆคนหนึ่งจะทำอะไรได้เพราะงั้นเพื่อไม่ให้ร่างที่บอบบางต้องบาดเจ็บเขาจึงต่อสู้และยอมที่จะเป็นฝ่ายเจ็บเอง

   ทุกครั้งที่การต่อสู้จบลงน้องชายก็จะร้องไห้และกล่าวโทษตัวเองที่อ่อนแอ ในแววตาของน้องที่มองโลกใบนี้คือแววตาที่ทั้งรักทั้งชังโลกใบนี้ เจ็บแค้นผู้คนแต่ก็ยังรักผู้คนและสุดท้ายก็จบด้วยน้ำตาที่ไหลรินไม่ขาดสาย

   “แววตาของท่านอาโรนเต็มไปด้วยความรักและความผิดหวังที่มีต่อโลกใบนี้”เพราะต่อให้รักมากแค่ไหนแต่สุดท้ายก็ไม่อาจอภัยให้กับโลกนี้ได้จริงๆ

   “ท่านอาโรนจึงได้ใช้พลังขององค์ฮาเดสสร้างลอสต์แคนวาสขึ้นมาเพื่อปลดปล่อยมนุษย์จากโลกอันโหดร้ายไปสู่ความตายที่แสนสงบ”นี่คือความเป็นจริงที่ข้ามผ่านกาลเวลามา ความอ่อนโยนที่ถูกซ่อนอยู่เบื้องหลังของความโหดร้าย

   “ทุกคนอาจจะมองว่าท่านอาโรนช่างโหดร้ายแต่สำหรับข้าแล้วท่านเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆที่ร้องไห้ตัดพ้อด้วยความเจ็บปวดกับโลกใบนี้ เด็กน้อยที่แบกรับความเจ็บปวดไว้ยิ่งกว่าใคร ข้าจึงหวังที่จะปกป้องและขอให้เมื่อทุกอย่างจบลงท่านจะสามารถยิ้มออกมาได้”ทุ่มเทให้กับทุกอย่างเพียงเพราะแค่อยากเห็นเด็กน้อยที่ได้แต่ร้องไห้คนนั้นแย้มยิ้มออกมาอย่างมีความสุขสักครั้งหนึ่ง

   “สำหรับเจ้าแล้วคิดว่าคนที่อ่อนโยนแบบนั้นเป็นคนที่เลวร้ายรึเปล่า”ย้อนถามกลับถึงความคิดที่ชุนไม่อาจจะตอบได้ แม้จะต้องต่อสู้จนเจียนตายแต่ชุนก็เกิดมาในยุคที่เรียกได้ว่าสงบสุขย่อมไม่มีทางที่จะเข้าใจผู้ที่ต้องมีชีวิตอยู่อย่างโหดร้าย

   “ผมไม่รู้....”ไม่อาจเข้าใจได้ทั้งความใจดีและความเจ็บปวดนั้น เพราะสำหรับชุนแล้วไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเขาก็ยังอยากจะให้คนที่รักมีชีวิตอยู่ต่อไปกับเขา เขาไม่อาจจะเข้าใจความรู้สึกสิ้นหวังที่ถึงขนาดทำลายล้างโลกใบนี้ได้

   “เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้ก็ได้ เพราะว่าเจ้าก็คือเจ้า”ไม่ใช่ท่านอาโรนที่มีแววตาอันเจ็บปวดแบบนั้น...มือแกร่งยกขึ้นเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาจากดวงตาให้อย่างแผ่วเบาชุนถึงได้รู้ตัวว่าเขากำลังร้องไห้

   “เรื่องราวมันมานานมากแล้ว เพราะงั้นอย่าร้องไห้เลยนะ”เสียงที่เอ่ยปลอบเต็มไปด้วยความเศร้าจนเหมือนกับกำลังร้องไห้อยู่เสียเอง ชุนส่ายหน้าแล้วจึงตอบ

   “แล้วคุณล่ะคางาโฮะ สำหรับคุณแล้วมันเป็นเรื่องที่น่าเศร้ามากไม่ใช่รึไง”การที่ต้องตายโดยไม่อาจปกป้องคนที่รักได้คงทำให้หัวใจรู้สึกเจ็บแล้วพอลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งโลกใบนี้ก็ไม่ใช่โลกที่ตัวเองรู้จักและไม่มีคนสำคัญของตัวเองอยู่อีกต่อไป

   “คุณคงจะต้องทรมาณมากแน่ๆกับการตื่นขึ้นมาในโลกใบนี้”ไม่อาจจะหยุดน้ำตาที่ไหลออกมาได้ หัวใจรับรู้ถึงความเจ็บปวดที่ถูกถ่ายทอดมาจากคำบอกเล่าทั้งหมด

   “ผิดแล้ว มันไม่ได้ทรมาณเลยแม้แต่นิดเดียว”น้ำตาที่ไหลรดข้างแก้มถูกเช็ดออกอีกครั้งด้วยความอ่อนโยนเช่นเดิม  มือข้างที่เช็ดน้ำตาวางลงข้างแก้มเพื่อเกลี่ยน้ำตาให้พ้นไปจากดวงหน้างดงามเหมือนกับอยากจะขจัดความอาดูรให้หมดสิ้นไป

   “ขอเพียงมีเจ้าอยู่ข้าก็ไม่รู้สึกทุกข์ทรมาณอีกแล้ว”เคยคิดว่าตัวเองคงไม่อาจมองเห็นใครสำคัญได้มากเท่ากับอาโรน แต่มาในวันนี้เด็กน้อยที่ได้พบเจอไม่นานกลับเปลี่ยนแปลงหัวใจของเขา เด็กน้อยที่ยิ้มแย้มและมอบความอ่อนโยนให้กับทุกอย่างเหมือนกับอาโรน หากว่าบนโลกนี้มีแต่คนอ่อนโยนแบบนี้เมื่อครั้งอดีตอาโรนก็คงไม่เลือกเส้นทางที่สิ้นหวังแบบนั้น

   “ทำไมคุณถึงบอกว่าผมเป็นคนสำคัญ”ชุนไม่เคยเข้าใจกับคำพูดนี้และคงเพราะไม่อาจทนเก็บเอาไว้ได้จึงได้ถามออกไป

   “ข้าไม่สามารถอธิบายออกมาได้ แต่ขอให้เจ้ารู้ว่าข้าจะไม่มีวันทอดทิ้งเจ้า”มือที่วางแก้มเลื่อนไปยังท้ายทอยก่อนจะรั้งร่างนั้นเข้ามาอย่างทะนุถนอมแล้วประทับริมฝีปากลงไป แรกสุดชุนตกใจจนแทบจะปล่อยหมัดออกไปด้วยซ้ำแต่แล้วพอได้สัมผัสกับความอ่อนโยนที่ผ่านมาจากจูบนั้นกลับทำให้ทั่วทั้งร่างอ่อนแรง

   ร่างบางหลับตาลงอย่างช้าๆ คางาโฮะถอนริมฝีปากออกเพื่อจะกดนิ้วลงบนริมฝีปากเบาๆให้เผยอขึ้นมาเล็กน้อยแล้วจูบลงมาอีกครั้ง หากแต่ในคราวนี้ชุนกลับรู้สึกถึงความอ่อนนุ่มที่รุกเข้ามาภายในปาก สิ่งที่รุกเข้ามาราวกับจะหยอกล้อและล่อลวงให้หลงใหลจนทำให้รู้ตัวอีกทีแผ่นหลังก็สัมผัสกับโซฟาโดยมีร่างหนึ่งคร่อมอยู่ข้างบน

   “อา...”เสียงครางหลุดออกมาเมื่อมีมือหนึ่งสอดเข้ามาใต้เนื้อผ้าลูบไล้ไปบนยอดอก ชุนลืมตาขึ้นช้าๆเมื่อพบว่าอีกฝ่ายถอนริมฝีปากออกไปแล้ว คางาโฮะสบตากับชุนเพียงครู่เดียวเหมือนกับจะขออนุญาตแล้วจึงก้มลงจูบลงบนลำคอขาวเบาๆราวกับกลัวทำชุนเจ็บ

   สัมผัสแปลกใหม่ที่แนบชิดทำให้กายบางเริ่มรู้สึกถึงความร้อนที่กำลังก่อตัวขึ้นภายในร่างกายและอดไม่ได้ที่จะบิดกายน้อยๆทุกครั้งที่ริมฝีปากไล่แตะลงไปบนซอกคอ ในหัวมึนตื้อไปหมดจนคิดอะไรไม่ออกได้แต่ใช้สองมือจิกลงบนโซฟา

   “อือ..”ชุนเบือนหน้าหนีเมื่อกระดุมเสื้อถูกปลดออกจนหมด ผิวขาวสะอาดที่ไม่เคยถูกใครสัมผัสกำลังถูกแต่งแต้มสีกุหลาบอย่างอ่อนโยน

   มือที่สัมผัสไปทั่วแผ่นอกและแผ่นหลังราวกับกำลังล่อลวงด้วยความรู้สึกอันแสนหวานจนอยากจะลืมซึ่งทุกสิ่งแล้วหลับตาลงรับสัมผัสที่ทำให้รู้สึกดียิ่งนี้ หากแต่สิ่งที่รั้งสติชุนไว้ก็คือใบหน้าของพี่ชาย พี่อิคคิจะรู้สึกอย่างไรหากรู้ว่าใครคนหนึ่งในร่างมาใช้ร่างกายทำเรื่องแบบนี้กับน้องชายของตัวเอง

   ชุนไม่ได้รังเกียจที่จะถูกคางาโฮะแตะต้อง คางาโฮะทั้งอ่อนโยนและใจดีจนยากจะปฏิเสธ แต่เขาจะทำเรื่องแบบนี้กับคนที่ไม่ได้รักไม่ได้ ยิ่งไปกว่านั้นหากอิคคิรู้ว่าเขาทำแบบนี้กับคางาโฮะพี่อิคคิคงทั้งเกลียดและรังเกียจเขาเป็นแน่

   แค่เรื่องนี้เท่านั้นที่ชุนยอมไม่ได้จริงๆ....

   “..ม...ไม่..อย่า”ดังนั้นคำปฏิเสธจึงถูกกล่าวออกไปพร้อมกับหยุดการกระทำทั้งหมดของคางาโฮะ ร่างสูงยอมลุกออกมาอย่างง่ายดายทั้งยังช่วยแต่งตัวให้โดยไม่มีท่าทีโกรธเคืองแต่อย่างใดจะมีก็คงเป็นความรู้สึกผิดเท่านั้น

   “ข้าขอโทษ”กล่าวออกไปอย่างที่ไม่เคยทำกับใคร โทษตัวเองที่ทำให้เด็กหนุ่มถึงกับร้องขอปฏิเสธ นี่เขาทำให้ชุนรู้สึกรังเกียจใช่ไหม

   “เจ้าคงรังเกียจสินะ”มันไม่ใช่เรื่องแปลก แม้ชุนจะมีใบหน้าหวานแค่ไหนแต่ก็ยังเป็นผู้ชาย การถูกผู้ชายด้วยกันทำแบบนี้คงเป็นเรื่องที่น่ารังเกียจมาก

   “ไม่ใช่...ผมไม่ได้รังเกียจคุณ แต่ว่า...”น้ำตาไหลออกมาอีกครั้งเพียงแค่นึกถึงใบหน้าของพี่ชายขึ้นมา แค่คิดว่าจะต้องเห็นใบหน้าที่แสดงถึงความรังเกียจหรือความโกรธของอิคคิแล้วร่างกายก็ถึงกับสั่นด้วยความกลัว
ผมไม่อยากสูญเสียพี่อิคคิไป

   “ผมไม่อาจทำเรื่องแบบนี้กับพี่ชายของตัวเองได้และยิ่งไม่อาจทำเรื่องแบบนี้กับคนที่ไม่ได้รัก ผมทำไม่ได้จริงๆ”อยากจะหาคำพูดที่ดีกว่านี้แต่ก็หาไม่ได้จึงได้แต่บอกความจริงที่อยู่ในใจออกไปโดยที่รู้ว่ามันทำร้ายจิตใจอีกฝ่ายมากเพียงใด

   “งั้นเหรอ....”เป็นเพียงคำตอบรับสั้นๆก่อนที่ดวงเนตรจะปิดลง ร่างสูงนั่งพิงอยู่บนโซฟาเพียงชั่วครู่ก่อนจะลืมตาขึ้นและแปรเปลี่ยนเป็นพี่ชายกลับคืนมา

   “...นี่ฉันเผลอหลับไปงั้นเหรอ”อิคคิยกมือขึ้นเสยผมที่ปิดดวงตาอยู่ออกก่อนจะพบว่าร่างที่อยู่ข้างๆกำลังร้องไห้

   “ชุนนายร้องไห้ทำไม!”เอ่ยถามอย่างร้อนรนพร้อมใบหน้าที่แสดงถึงความเป็นห่วง ชุนจึงส่งยิ้มให้พลางเช็ดน้ำตาออกด้วยตัวเอง

   “ก็แค่เรื่องมันเศร้าไปหน่อยน่ะครับ เพราะว่าพี่อิคคิหลับไปก่อนก็เลยไม่รู้”กล่าวอ้างไปแบบนั้นแล้วจึงโผเข้ากอดพี่ชายเอาไว้อย่างแนบแน่น อิคคินึกสงสัยแต่ก็ไม่คิดว่าชุนจะโกหกจึงยกมือขึ้นลูบศีรษะน้องเป็นการปลอบ

   “มันก็แค่เรื่องที่แต่งขึ้นเท่านั้น”ชุนได้แต่ตอบรับคำพูดของอิคคิ

   “ครับ....”

   ถ้าหากว่ามันเป็นเรื่องที่แต่งขึ้นก็คงดีกว่านี้.....

##############
TBC.

/หลบหม้อไหกะลามังชามข้าวรองเท้าจ้าละหวั่น
อย่าเพิ่งปาค่ะหยุดก่อนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน
รู้ว่าแม่ยกอาจจะอยากฆ่าไรเตอร์ด้วยเหตุผลที่ต่างกันออก แต่อย่าเพิ่งฆ่าเรานะคะ
สุดท้ายเรื่องนี้ก็ดราม่าจนได้ หนีไม่พ้นจริงๆ- -"
ตอนนี้เป็นตอนที่แอบซีเรียสเหมืออนกันนะเนี่ย ตอนแรกแค่อยากจะให้สองคนนี้ได้คุยกันเรื่องอาโรนแต่ไปๆมาๆคางาโฮะเกือบได้กดหนูชุนเฉย.....
อย่าเพิ่งมองว่าหนูชุนใจง่ายนะคะ! มันแค่สถานการณ์เป็นใจ(+คางาโฮะทำคะแนนเก่ง) ตอนหน้าพี่อิคคิจะกลับมาทำคะแนนมั่งแล้วค่ะ!
ปล.แว่วเสียงแม่ยกว่าลำเอียงลอยมาแต่ไกล

ตอบเม้นต์

riki
รู้สึกเหมือนอ่านนิยายคนละเรื่องกับตอนที่แล้วมั้ยคะ

Luxsana
แต่งไปแต่งมาก็ชักรู้สึกว่ามันเหมือนพี่น้องเจมินี่เข้าไปทุกทีๆค่ะ ยิ่งฉากเถียงกันนี่ยิ่งเหมือน(แต่เราชอบฮาดี)

Saintcosevent
/ยืมชุนมากางบาเรีย
พี่ขาอย่าเพิ่งฆ่าหนูนะ หนูขอสัญญาว่าพี่อิคคิจะกลับมาในตอนหน้าแน่นอน
ว่าแต่ใครกันหนอยุให้หนูเขียนคางาโฮะชุนเนี่ย- -"

thxby349929Aiacos, Saintcosevent, nunun081
บันทึกการเข้า
หน้า: [1] 2 3 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
Top 10 Best Sellers in Clothing for 2017 Top 10 Best Sellers in Clothing Best Sellers in Clothing
Top 10 Best Sellers in Books reviewer 2017 Top 10 Best Sellers in Books Best Sellers in Books
Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Reviewer 2017 Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Best Sellers In Grocery