STF Forum
22, เมษายน 2021, 06:58:09 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Shop เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2] 3 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: [FanFic]Once again... อัพตอนที่ 11 ขอโอกาสอีกสักครั้ง...  (อ่าน 20229 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Saintcosevent
Power User
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
*

Photobucket 1556
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
04, กุมภาพันธ์ 2018, 02:20:52 PM

Capricorn

กระทู้: 321
หมายเลขสมาชิก: 2999

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2008


กระทู้: 321
152.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Saintcosevent
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 14 : Exp 50%
HP: 0%

คนธรรพ์แห่งอาเทน่า

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1


ดูรายละเอียด
| |
« ตอบ #15 เมื่อ: 15, พฤษภาคม 2011, 09:00:54 PM »

 Undecided  เค้าป่าวววยุน้าา~~ เค้าแค่เสนอทางเลือก!
ไม่ว่ายังไง อิคคิชุน ก็ NO.1 อยู่แล้ว!!!

ว่าแต่ พี่คางาโฮะ ไหงถอยทัพง่ายเงี้ย...O TL...

บันทึกการเข้า
จา
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 125
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
10, มีนาคม 2012, 07:02:54 PM

กระทู้: 122
หมายเลขสมาชิก: 9284

วันที่สมัครสมาชิก: ต.ค., 2010


กระทู้: 122
125.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ จา
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 8 : Exp 92%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #16 เมื่อ: 15, พฤษภาคม 2011, 09:48:58 PM »

Undecided  เค้าป่าวววยุน้าา~~ เค้าแค่เสนอทางเลือก!
ไม่ว่ายังไง อิคคิชุน ก็ NO.1 อยู่แล้ว!!!

ว่าแต่ พี่คางาโฮะ ไหงถอยทัพง่ายเงี้ย...O TL...

^
^
แอบเห็นด้วยนะเนี่ย พี่คางาโอะถอยทัพงง่ายจัง (โพะ/แกจะแปลพัคหรอ เดี่ยวโดน)
เย้ๆ ตามอ่านครบซะที ชอบตอนที่ 3 มากค่า
เถียงกันมันดี ฮาด้วย 555+
แต่จะว่าไป ทำไมตอน4 หนูชุนจะโดนกดอาคะ
เร็วไปไหมเนี่ย -.-" หรือเพราะว่าคางาโฮะเขามีของดี (นอกเรื่องละเเก) 
รอตอนหน้าคะ รอดูพี่อิคิ ทำคะเเนน 555+
สู้ๆๆนะคะ เป็นกำลังใจให้คะ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 15, พฤษภาคม 2011, 09:56:10 PM โดย จา » บันทึกการเข้า
riki
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Apprentice Saint
*

Photobucket 28
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
14, มิถุนายน 2013, 12:07:20 PM

Pisces

กระทู้: 38
หมายเลขสมาชิก: 10167

วันที่สมัครสมาชิก: ก.พ., 2011


กระทู้: 38
28.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ riki
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 5 : Exp 0%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 4.0.1 Firefox 4.0.1


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #17 เมื่อ: 15, พฤษภาคม 2011, 10:47:24 PM »

พี่ชายที่แสนดีมาก!

ยกโล่ให้เลย!

หันไปมองซางะ........แกทำอะไรให้น้องบ้างนอกจากความช้ำใจฮึ!

บันทึกการเข้า
Luxsana
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 87
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
27, พฤษภาคม 2013, 11:29:35 PM

Gemini

กระทู้: 138
หมายเลขสมาชิก: 1802

วันที่สมัครสมาชิก: ก.ค., 2008


กระทู้: 138
65.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Luxsana
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 9 : Exp 48%
HP: 0%

จงรักผู้อื่นเหมือนรักตนเอง

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
| |
« ตอบ #18 เมื่อ: 16, พฤษภาคม 2011, 07:03:10 AM »

โธ่ๆๆ น้องชุนของช้านนนนน เกือนจะโดนงาบแล้วไหมหล่ะ (หนับหนุนค่ะ!/อีเวร) 

     อย่างนี้พี่โฮะต้องรีบทำคะแนนให้น้องชุนเทคะแนนใจให้เร็วๆ นะค่ะ เอาใจช่วย
 
          น้องชุนจ๋า เดี๋ยวพี่จะเอาฟิคเรื่อง just the two of us กับ Born to be ให้อ่านน่ะ จะได้รู้ว่าเรื่องพี่กดน้องมันเป็นเรื่องธรรมซ้าดในคลับนี้ค่ะ (อิๆๆ) 

thxby349983mummy
บันทึกการเข้า
mummy
Power User
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
*

Photobucket 701
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
13, กันยายน 2013, 11:15:37 PM

Scorpio

กระทู้: 865
หมายเลขสมาชิก: 2212

วันที่สมัครสมาชิก: ส.ค., 2008


กระทู้: 865
177.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ mummy
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 23 : Exp 87%
HP: 0%

แม่ยกป่องไห

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 11.0.696.68 Chrome 11.0.696.68


ดูรายละเอียด
ดูรายการสินค้า      
| |
« ตอบ #19 เมื่อ: 17, พฤษภาคม 2011, 11:50:55 PM »

ขอกด like คุณ luxsana ด่วนๆๆ เลยค่ะ XD! แอบเห็นด้วยเช่นกันที่ว่าความรักระหว่างพี่น้องในคลับนี้ถือเป็นเรื่องปกติมากๆ >[]<! เพราะงั้นน้องชุนจ้า~ เซย์เยสไปเถอะ 

แอบอ่านทีเดียวสองตอนรวดแอบทั้งรู้สึกสงสารพี่อิคคิ และก็รู้สึกเชียร์พี่โฮะ >[]<! ทำไมไม่รุกเข้าไปเลยนะพี่โฮะ!! ก็พอเ้ข้าใจอยู่ว่าพี่เป็นสุภาพบุรุษ แต่ถ้าเป็นสุภาพบุรุษเดียวก็อดหรอกนะคะ!!!

เมอาเขียนฟิคไวมาก น่าอิจฉา ><!

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.17 Firefox 3.6.17

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #20 เมื่อ: 19, พฤษภาคม 2011, 10:00:20 AM »

ตอนที่ 5

...คุณเคยรู้สึกไหมว่าหัวใจของตนเองเต้นแรงแค่ไหน....
...แล้วคุณได้ถามตัวเองไหมว่ารู้สึกแบบนั้นเพราะใคร...

   หลังจากวันนั้นทุกวันก็ยังผ่านไปโดยไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง พี่อิคคิก็ยังคงเป็นพี่อิคคิคนเดิม ทุกวันที่พี่น้องได้พูดคุยแลกเปลี่ยนรอยยิ้ม ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไปยกเว้นแต่เพียงสิ่งเดียวที่เปลี่ยนไป

   “คืนนี้คางาโฮะก็ไม่ออกมาอีกแล้วงั้นเหรอ”เด็กหนุ่มเอ่ยขึ้นพลางมองถ้วยโกโก้ร้อนที่เย็นชืดทั้งสองใบบนโต๊ะแล้วเงยหน้าขึ้นมองนาฬิกาบนผนังที่บ่งบอกว่าตอนนี้เป็นเวลาห้าทุ่มครึ่ง

   ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไรที่ชุนจะเริ่มชงโกโก้มาสองถ้วยในเวลาประมาณ3ทุ่มแล้วนั่งรอให้คางาโฮะเดินลงมาจากห้องนอนราวกับเพิ่งตื่นนอนและเริ่มคุยกันพร้อมกับดื่มโกโก้ไปด้วย ชุนไม่เคยคิดว่าเหตุการณ์นี้จงเป็นแบบนี้ตลอดไปแต่ก็ไม่เคยคิดเหมือนกันว่ามันจะจบลงอย่างรวดเร็วแบบนี้

   เพราะว่านับจากคืนนั้นเขาก็ไม่ได้พบกับคางาโฮะอีกเลย.....

   “เราคงทำร้ายจิตใจเขามากเลยสินะ”นึกโทษตัวเองอยู่ไม่เคยจางหายตั้งแต่คืนนั้นที่ได้แต่ร้องไห้กับอกของอิคคิ รู้ดีว่าคำพูดนั้นทำร้ายจิตใจคางาโฮะมากแค่ไหนแต่ต่อให้ย้อนเวลากลับไปได้ชุนก็คงต้องพูดแบบนั้นเหมือนเดิม

   มันไม่ใช่ความผิดของเขาที่ไม่ได้รักคางาโฮะและกลัวที่จะถูกรังเกียจ เด็กหนุ่มรู้ว่าคางาโฮะเองก็คงรู้เหมือนกันแต่ก็ใช่ว่าจะสามารถทำใจไม่ให้เสียใจได้ แต่นอกจากนั้นแล้วเขาจะสามารถทำอะไรได้อีกให้ยินยอมอย่างง่ายๆงั้นเหรอหรือจะให้โกหกด้วยถ้อยคำสวยหรูแบบนั้นก็คงโหดร้ายยิ่งกว่า

   ตึก...ตึก...ตึก...

   ยินเสียงเดินอย่างแผ่วเบาดังมาจากด้านหลังทำให้เด็กหนุ่มหันกลับไปข้างหลังอย่างรวดเร็วพร้อมยิ้มให้ด้วยหวังว่าคนที่รออยู่จะมาปรากฏตัวให้เห็น แต่แล้ว....

   “ยังไม่นอนอีกเหรอ”เป็นอิคคิที่เดินลงในยามค่ำคืน ทั้งที่เสียงของอิคคิกับคางาโฮะควรจะเป็นเสียงเดียวกันแต่ไม่รู้ว่าเมื่อไรกันที่ชุนสามารถแยกเสียงของทั้งสองคนออกได้อย่างถูกต้อง

   “คือ..ผมนอนไม่หลับน่ะครับเลยเดินลงมาชงโกโก้ดื่ม”อิคคิพยักหน้ารับน้อยๆ แต่พอเห็นถ้วยอีกใบที่เกินมาคิ้วสองข้างก็ขมวดเข้าหากันทันที

   “แล้วนั่นของใคร”หมายถึงถ้วยโกโก้ที่เย็นชืดไร้คนเหลียวแลราวกับว่าชงมาให้ใครคนหนึ่งแต่กลับไม่มีใครกิน

   “คือ...”ชุนตัวแข็งไปในทันทีเพราะไม่คิดว่าอิคคิจะลงมาในเวลาแบบนี้จึงไม่ได้เก็บถ้วยโกโก้อีกใบ

   “...ตอนแรกผมชงมาแล้วแต่เหมือนจะชงผิดสูตรไปหน่อยมันเลยไม่อร่อย ผมเลยไปชงใหม่แล้วลืมเก็บน่ะครับ”คำแก้ตัวที่คิดขึ้นสดๆร้อนๆแบบที่ชุนได้แต่ภาวนาว่าอิคคิจะเชื่อ ชายหนุ่มยังคงขมวดคิ้วเหมือนเดิมด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าไม่เชื่อ ทีแรกอิคคิคิดจะคาดคั้นเอาความจริงแต่พอเห็นสีหน้าน้องชายที่ทำหน้าเหมือนกับว่า “เชื่อด้วยเถอะ”แล้วเขาก็ได้แต่ยอมเชื่อ

   “เอาเถอะ ถ้างั้นนายไปชงมาให้พี่ด้วยสิ”

   “ครับ”ชุนรีบคำแล้วเดินเข้าไปในครัวเพื่อชงโกโก้มาอีกถ้วยและไม่ลืมที่จะเก็บโกโก้ที่มีปัญหาไปด้วยกัน ลับหลังชุนอิคคิก็นั่งลงบนโซฟาด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

   “เดี๋ยวนี้ชุนมีท่าทางแปลกๆ”น้องชายที่น่ารักมีแต่รอยยิ้มตลอดเวลาบางครั้งก็ทำหน้าเหมือนกับเหงาทั้งที่มีเขาอยู่ด้วยแทบจะตลอดเวลาแล้วยังคืนนี้ที่มานั่งดื่มโกโก้คนเดียวพร้อมอีกถ้วยเหมือนรอใครสักคนแต่ว่าสิ่งที่ สำคัญที่สุดคือชุนโกหกเขา

   “หวังว่ามันคงไม่ใช่ฝีมือของแกนะ คางาโฮะ”เอ่ยคาดโทษถึงอีกคนในร่างแต่ไม่มีเสียงตอบรับหรือปฏิเสธซึ่งมันไม่ใช่เรื่องแปลกที่คางาโฮะจะไม่ตอบเพราะใช่ว่าทุกคำถามที่เขาถามไปคนในร่างจะนึกอยากตอบให้หมดทุกข้อ

   เป็นอีกครั้งที่คางาโฮะเลือกจะไม่ตอบและไม่สนใจราวกับไม่รู้ไม่เห็นสิ่งใดทั้งที่ปกติสิ่งที่อิคคิเห็นหรือรับรู้คางาโฮะก็จะรับรู้เช่นกัน โดยเฉพาะใบหน้าของชุนในตอนนี้ที่ทำให้เขายิ่งรู้สึกผิดและสาเหตุที่ทำให้ชุนต้องมีสีหน้าแบบนั้นก็เพราะเขา

   “นี่ครับพี่อิคคิ”เสียงหวานมาพร้อมกับถ้วยโกโก้อุ่นๆใบใหม่ แม้อิคคิจะไม่ใช่คนชอบของหวานแต่โกโก้ที่ชุนชงมาให้จะมีรสชาติไม่หวานเกินทำให้อิคคิค่อนข้างจะชอบพอควร

   อิคคิรับถ้วยไปแล้วก็นั่งดื่มเงียบๆโดยมีชุนนั่งอยู่ข้างๆ  ดื่มไปได้ครู่หนึ่งน้ำหนักบนไหล่ขวาก็เพิ่มมากขึ้นพอหันไปก็พบกับกลุ่มเส้นผมสีเขียวนุ่มๆและเมื่อก้มลงไปอีกเล็กน้อยก็จะเห็นวงหน้างามกำลังยิ้มออกมาน้อยๆ

   “พี่อิคคิ..พรุ่งนี้ออกไปเที่ยวกันมั้ยครับ”คำชวนที่ถามออกมาอย่างแผ่วเบาเหมือนต้องรวบรวมความกล้ามากมายในการถาม

   “แล้วนายอยากไปไหนล่ะ”ถ้วยแก้วถูกวางลงบนโต๊ะเพราะเจ้าของมือได้เปลี่ยนอิริยาบถมาใช้มือสวมกอดไหล่ของน้องชายเอาไว้หลวมๆ

   “ที่ไหนก็ได้ครับขอแค่ไปกับพี่อิคคิก็พอ”ไม่รู้ว่าคิดไปเองไหมว่าดวงตาที่เคยสดใสแลดูหม่นหมองกว่าที่เคยเป็นแต่อิคคิก็ไม่อยากที่จะถามหรือคาดคั้นให้น้องต้องลำบากใจหรือเสียใจ

   “อืม งั้นพรุ่งนี้ไปเที่ยวกันนะ”มือแกร่งวางลงบนหัวน้องแล้วลูบไปมา ชุนยิ้มเมื่อถูกลูบหัวเหมือนกับทุกครั้งแล้วพยักหน้าก่อนจะยอมเดินขึ้นไปนอนเหลือแต่เพียงร่างสูงที่นั่งมองมือตัวเองที่ใช้มันกอดไหล่น้องเอาไว้

   “อรุณสวัสดิ์ครับ พี่อิคคิ”แม้เมื่อคืนจะนอนดึกมากแต่ในตอนเช้าชุนก็ยังอุตส่าห์ลุกขึ้นมาทำอาหารเช้าได้ก่อนที่อิคคิจะตื่นตามเคยหากแต่รอยคล้ำใต้ตาทำให้ชายหนุ่มผู้พี่รู้สึกไม่พอใจนิดหน่อยที่ใบหน้าน่ารักๆจะต้องมีตำหนิ

   บนโต๊ะอาหารวันนี้นอกจากมีอาหารเช้าแล้วยังมีกล้องถ่ายรูปถูกวางอยู่พร้อมกับเมมโมรี่การ์ดที่วางไว้คู่กัน อิคคิหยิบมันขึ้นมาใส่การ์ดเข้าไปแล้วลองเปิดเครื่อง

   กล้องถ่ายรูปยังคงทำงานได้เหมือนปกติแม้จะไม่ได้ใช้มานานมากแล้วก็ตาม ชายหนุ่มเบนกล้องไปยังน้องชายในครัว แม้จะเป็นภาพที่เห็นทุกวันแต่พอมองผ่านเลนส์กล้องแล้วกลับทำให้รู้สึกว่าพิเศษกว่าทุกวัน ร่างบอบบางในชุดเสื้อยืดคอกลมสีฟ้ากับผ้ากันเปื้อนสีขาวที่กำลังง่วนอยู่กับการทอดไข่ดูน่ารักมากอิคคิอดไม่ได้ที่จะกดชัตเตอร์ลงไป

   แชะ!

   “อ๊ะ”ชุนหลุดเสียงร้องออกมาเล็กน้อยเมื่อแสงแฟลชแว่บผ่านตาไปและพอหันไปพบว่าตนเองถูกแอบถ่ายใบหน้าน่ารักก็งอง้ำ

   “พี่อิคคิอย่าแอบถ่ายแบบนี้สิครับแล้วก็ถ้าถ่ายเล่นจนแบตหมดวันนี้จะไม่มีใช้นะครับ”เด็กหนุ่มบ่นพี่ชายตัวเองราวกับกำลังบ่นน้องชายตัวเล็กที่มือซนไม่มีผิด อิคคิแอบหัวเราะแล้วจัดการกดปิดกล้องแต่โดยดี

   “รีบกินกันเถอะครับจะได้ออกไปเที่ยวกัน”กล่าวเร่งทั้งที่เพิ่งวางจานไข่ดาวลงบนโต๊ะ แต่ท่าทางกระตือรือร้นนี้ก็ทำให้อิคคิมีความสุขเพราะภาพของน้องชายที่ยิ้มแย้มอยากออกไปเที่ยวดูดีกว่าใบหน้าเศร้าๆเมื่อคืนหลายเท่านัก ข้าวเช้าหมดไปอย่างรวดเร็วและใช้เวลาไม่นานในการแต่งตัวในเวลาประมาณ9โมงกว่าทั้งสองคนก็มาอยู่บนรถไฟฟ้าเรียบร้อย

   คงเพราะเป็นวันหยุดทำให้แม้จะเป็นช่วงสายแล้วแต่คนก็ยังแน่นไม่ต่างกับเวลาเร่งด่วนเลย ชุนยืนอยู่ที่ข้างประตูโดยมีอิคคิยกแขนขึ้นคอยกันคนไม่ให้เข้ามาเบียดหรือทำอะไรชุนซึ่งมันก็ทำให้ชุนอดทักท้วงไม่ได้ว่าเขาไม่ใช่ผู้หญิงถึงความจริงแล้วชุนออกจะดีใจที่อิคคิคอยดูแลด้วยซ้ำไป

   จุดหมายที่สองพี่น้องเลือกจะไปก็คือห้างสรรพสินค้าเพราะที่นี่มีทุกอย่างที่พวกเขาต้องการไม่ว่าจะที่พักผ่อน ซื้อของหรือร้านอาหาร

   “ไปร้านเสื้อผ้ากันเถอะครับ”เพียงแค่เท้าแตะเข้าไปในห้างสรรพสินค้าร่าบางก็รีบดึงแขนพี่ชายให้รีบเดินราวกับกลัวห้างจะปิดก่อนได้เดินไป ท่าทางเหมือนเด็กของชุนทำให้อิคคิส่ายหน้าน้อยๆแต่ก็ยอมให้น้องชายพาไปร้านเสื้อผ้า

   “ตัวนี้ดีมั้ยครับหรือว่าตัวนี้ดี”มือซ้ายคือเสื้อเชิ๊ตสีฟ้าอ่อนปักลายเรือใบดูสบายตา อีกตัวคือเสื้อยืดคอวีสีแดงเลือดหมูมีลายไม้กางเขนพาดกลาง ชายหนุ่มมองอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะชี้ไปที่เสื้อยืดคอวี ร่างบางลองเอาเสื้อมาทาบตัวเพื่อเทียบขนาดจากนั้นก็ตรงไปยังราวแขวนเสื้อแจ็กเก็ต

   อิคคิเดินตามน้องชายที่กำลังเลือกเสื้อผ้าอย่างสนุกสนานก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อเห็นว่าเสื้อที่ชุนถือขึ้นมาออกจะตัวใหญ่ไปหน่อยถ้าเทียบกับขนาดตัวบอบบางของชุน

   “ไม่ใหญ่ไปหน่อยเหรอ”ว่าพลางมองขนาดเสื้อที่แค่ชูขึ้นมาก็รู้แล้วว่าค่อนข้างตัวใหญ่ ชุนส่ายหัวก่อนจะเดินมาหาอิคคิแล้วจัดการทาบเสื้อลงบนตัวพี่ชาย

   “นี่ไงครับพอดีเลย”แล้วก็ปล่อยมือ ชายหนุ่มหยิบเสื้อแจ็กเก็ตที่วางอยู่บนตัวขึ้นมาพิจารณา เนื้อผ้าที่ไม่หนาเกินไปซึ่งแม้แต่ในหน้าร้อนก็ใส่ได้ กระดุมสีเงินแวววับตัดกับสีน้ำตาลเข้มจนเกือบดำ ทั้งเนื้อผ้ารูปทรงถือว่าค่อนข้างถูกใจเขาพอควร

   “พี่อิคคิลองสวมดูสิครับ”ชุนเอ่ยชวนแล้วมีหรือพี่ชายจะปฏิเสธ เสื้อแจ็กเก็ตถูกสวมอย่างช้าๆราวกับนายแบบกำลังโพสท่าถ่ายรูปซึ่งทำให้พนักงานสาวๆในร้านแอบมองกันตาวาวส่วนน้องชายก็แทบจะยืดอกภูมิใจที่มีพี่ชายหน้าตาดี

   “เหมาะมากเลยครับงั้นเอาตัวนี้ด้วยนะครับ”เด็กหนุ่มหันไปบอกพนักงานสาวที่ยืนอยู่ข้างๆทำให้เธอสะดุ้งเล็กๆเพราะมัวแต่มองร่างสูงใหญ่เพลิน

   “พี่อิคคิใส่ออกไปเลยนะครับ”อีกหนึ่งคำขอที่ไม่มีเหตุผลให้ต้องปฏิเสธ ด้วยเหตุนี้ทั้งสองจึงออกมาจากร้านพร้อมกับเสื้อในถุงหนึ่งตัวและอีกตัวก็มีอิคคิสวมอยู่

   ออกจากร้านเสื้อแล้วชุนก็ยังไม่รู้จะไปร้านไหนต่อทั้งคู่จึงเดินไปรอบชั้นนี้หากเจอร้านไหนมีอะไรน่าสนใจก็จะแวะไปบ้างหรืออาจแค่หยุดมองดู ผ่านร้านมาก็มากทำให้ชุนเริ่มหิวน้ำก็สบเข้ากับร้านขายน้ำพอดี เด็กหนุ่มจึงฝากของไว้กับพี่ชายแล้วเดินไปซื้อน้ำ

   อิคคิคล้องถุงเสื้อไว้แล้วยกสองมือกอดอกยืนพิงเสารอชุนที่เดินไปซื้อน้ำ ที่ร้านน้ำมีคนอยู่หลายคนเหมือนกันทำให้อาจต้องใช้เวลาหน่อยและเพราะว่ามีคนจะซื้อหลายคนทำให้เกิดความชุลมุนเล็กน้อยและเหตุไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อชุนโดนคนกลุ่มหนึ่งชนจนเซไปชนกับชายอีกคนที่เพิ่งรับแก้วน้ำมาในมือพอดี

   ซ่า!

   น้ำหวานทั้งแก้วหกรดทั้งคนถือและคนชนแต่ส่วนใหญ่จะโดนชุนเสียมากกว่า หากแต่ไม่ว่าใครจะเปียกมากกว่าแต่น้ำก็หกไปแล้วทำให้ชายคนนั้นถึงกับโมโห

   “เฮ้ยระวังหน่อยเซ่!”ชายคนนั้นตวาดกร้าวอย่างไร้มารยาทแต่ชุนที่รู้ตัวว่าเป็นฝ่ายผิดก็ขอโทษแต่โดยดี

   “ขอโทษครับ”ใบหน้าหวานเงยขึ้นมาเพื่อขอโทษทำให้อีกฝ่ายชะงักไปเล็กน้อยก่อนกล่าวเสียงอึกอัก

   “อ..อะ..เอ่อ...ไม่เป็นไร..คราวหน้าก็ระวังหน่อยล่ะ”เสียงตวาดกร้าวเมื่อครู่อ่อนยวบลงไปในทันที สาเหตุก็ไม่พ้นเพราะได้เห็นใบหน้าหวานน่ารักของชุนเข้า เมื่ออารมณ์เย็นลงก็ทำให้สายตาเริ่มกวาดไปบนร่างของชุนที่โดนน้ำหกใส่ซึ่งมันทำให้ตาแทบถลน

   เพราะว่าวันนี้ชุนใส่เสื้อเชิ๊ตสีขาวมาและเมื่อเสื้อสีขาวโดนน้ำก็จะทำให้เห็นผิวสวยๆที่ซ่อนอยู่หลังเนื้อผ้า แม้จะไม่ได้ตั้งใจมองหรือคิดอกุศลใดๆแต่เมื่อมีของสวยๆงามๆมาอยู่ตรงหน้ามีใครบ้างจะไม่มอง

   “คือ...”นับว่าชายคนนั้นพอจะมีมารยาทอยู่บ้างที่คิดจะเตือนว่าเด็กหนุ่มอยู่ในสภาวะล่อแหลมมากแค่ไหน แต่ก็ไม่ต้องเสียเวลาเตือนแม้แต่น้อยเมื่อมีมือหนึ่งดึงร่างบางเข้าไปกอดแนบกับอกเพื่อบดบังเสื้อสีขาวที่เปียกน้ำ

   “แกจะมองน้องของฉันอีกนานมั้ย”น้ำเสียงของผู้เป็นพี่ชายเย็นเยียบจนใจสั่นทั้งยังดวงตาที่สามารถฆ่าคนได้นั่นทำให้ชายคนนั้นรีบขอโทษแล้วเผ่นหายไปอย่างรวดเร็วโดยถือว่าวันนี้ทั้งเฮงแล้วก็ซวยในเวลาเดียวกัน

   “พี่อิคคิ”ชุนเงยหน้าขึ้นจากอกของอิคคิด้วยสายตางุนงงเพราะยังไม่รู้ตัวว่าเกิดอะไรข้นทำไมพี่ชายตัวเองถึงได้มีสายตาเหมือนกับจะฆ่าคนได้แบบนี้

   แทนคำตอบเสื้อแจ็กเก็ตที่เพิ่งซื้อในวันนี้ถูกคลุมลงบนไหล่พร้อมจับติดกระดุมให้เรียบร้อยโดยไม่ไต่ถามความสมัครใจของคนถูกสวมเลย สุดท้ายอิคคิก็ลากชุนออกมาจากบริเวณไปยังห้องน้ำแล้วยื่นเสื้อในถุงให้กับชุน

   “ไปเปลี่ยนซะเสื้อเลอะหมดแล้ว”ชุนรับเสื้อมาแล้วเข้าไปเปลี่ยนในห้องน้ำ พอเข้าห้องน้ำแล้วเห็นตัวเองในกระจกหลังถอดแจ็กเก็ตของอิคคิออกก็ทำให้ชุนเข้าใจได้ในทันทีว่าเมื่อครู่เกิดอะไรขึ้น จากที่คิดจะเปลี่ยนข้างนอกชุนก็เปลี่ยนใจกระชับเสื้อแจ็กเก็ตแน่นแล้ววิ่งเข้าไปในห้องน้ำปิดประตูทันที

   ใบหน้าหวานแดงซ่านเมื่อรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ความจริงเขาเป็นผู้ชายไม่จำเป็นที่จะต้องมาขวยเขินกับเรื่องแค่นี้เพียงแต่พอคิดแค่ว่าพี่ชายเห็นเขาในสภาพแบบนี้แล้วใบหน้าก็ร้อนวูบขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้ ทำไมเขาต้องเขินเวลาที่ถูกอิคคิมองในสภาพแบบนี้ด้วยล่ะ

   “นี่เราเป็นอะไรไปแล้ว”ไม่เข้าใจเลยว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่ เมื่อก่อนเขาไม่เคยเป็นแบบนี้เลยแท้ๆ

   ขณะที่ชุนกำลังสับสนในตัวเองอยู่ด้านอิคคิที่กำลังรอชุนอยู่ก็รู้สึกหงุดหงิดใจไม่ใช่น้อยที่มีคนอื่นบังอาจมามองชุนด้วยสายตาแบบนั้น แต่ก็อดแปลกใจตัวเองไม่ได้ว่าทำไมถึงต้องรู้สึกโมโหขนาดนั้นด้วย จริงอยู่ว่ามันเป็นเรื่องที่สมควรโมโหแต่อันที่จริงเขาก็ประหลาดใจที่ตัวเองรู้สึกโมโหได้มากขนาดนั้น

   “เสร็จแล้วครับ”เสียงของชุนเรียกให้อิคคิหยุดความรู้สึกแปลกใจในตัวเองทั้งหมด พอหันไปมองชุนที่เดินออกมาจากห้องน้ำในชุดใหม่ก็ทำให้อิคคิรู้สึกชื่นชมไม่ได้

   ร่างบอบบางในชุดสีแดงเลือดหมูพอดีตัวเน้นเอวเพรียวบางและเพราะเสื้อมีสีแดงจึงทำให้ผิวสีขาวของชุนดูเด่นขึ้นมาแบบที่ไม่ว่าใครก็อยากจะเข้าไปควงวงแขนขาวๆที่โผล่พ้นออกมานอกชายเสื้อแขนสั้น ที่คอของชุนก็สวมโชกเกอร์สีดำห้อยจี้สีทองเอาไว้พอดีซึ่งเข้ากับเสื้อที่สวมอยู่มาก

   “นี่ครับเสื้อ”มือบางว่งเสื้อแจ็กเก็ตที่ถูกนำมาสวมให้ในตอนแรกคืน แม้มันจะชื้นนิดๆเพราะน้ำที่เปียกบนเสื้อชุนแต่อิคคิก็รับมาสวมต่ออย่างไม่นึกรังเกียจ

   “สุดท้ายเราก็สวมเสื้อที่ซื้อมาใหม่ทั้งคู่เลยนะครับ”เอ่ยหยอกล้ออย่างสนุกสนานเพื่อกลบเกลื่อนความรู้สึกสับสนก่อนจะเดินนำลิ่วไปเพราะไม่อยากให้พี่ชายต้องเห็นใบหน้าแดงๆของตัวเอง แต่ว่ามีหรือว่าทุกสิ่งทุกอย่างของน้องชายจะรอดสายตาพี่ชายคนนี้ไปได้เพราะถึงแม้จะหันหลังอยู่แต่อิคคิก็ยังมองเห็นว่าใบหูของชุนมีสีแดงนิดๆอยู่

   “ชุนนายเป็นอะไรไป”ชุนแทบจะกลายเป็นรูปปั้นหินไปในทันทีเมื่อโดนพี่ชายทัก

   “ผ..ผมไม่ได้เป็นอะไรนี่ครับ”สองเท้าก้าวเร็วขึ้นอย่างไม่ตั้งใจทำให้อิคคิก็ต้องเร่งฝีเท้ามากขึ้นเมื่อเห็นน้องชายกำลังเดินห่างไปทุกทีๆ ระหว่างทางชุนแทบไม่ได้เงยหน้าจากพื้นเลยทำให้พอเดินไปเรื่อยๆก็ชนเข้ากับคนอื่น

   “โอ้ย ขอโทษครับ”เด็กหนุ่มโค้งหัวขอโทษเสร็จก็รีบสาวเท้าเดินไม่คิดแม้แต่จะมองหน้าคนที่โดนชนเลยแม้แต่นิดเดียวเพราะเสียงของพี่ชายกำลังไล่หลังมาแล้ว

   “ชุนนายจะหนีทำไม”เสียงถามของพี่ชายใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ร่างบางรู้ว่าความจริงแล้วการทำแบบนี้มันดูงี่เง่ามากแค่ไหนเพราะยังไงตอนกลับก็ต้องอยู่ด้วยกันอยู่ดี แต่ว่าในเวลานี้ชุนไม่อยากให้พี่อิคคิเห็นหน้าของตัวเองจริงๆ

   “ผมไม่ได้หนีครับ”คนรอบข้างที่มองสภาพของเด็กหนุ่มแล้วต่างก็ส่ายหน้าแบบยิ้มๆพลางคิดว่า ‘แบบนี้แหละที่เขาเรียกว่าหนี’ นอกนั้นบางคนยังแอบหัวเราะเพราะสภาพของสองคนนนี้หากมองด้วยสายตาคนภายนอกแล้วมันก็คือสภาพของคนกำลังงอนกับสภาพของคนกำลังตามง้อไม่มีผิด แม้ว่าความจริงแล้วมันจะไม่ใช่ก็ตาม

   “ชุน!”อิคคิเรียกเสียงดังทำให้เด็กหนุ่มเผลอหยุดชะงักไปเสี้ยววินาทีและมันก็เป็นวินาทีเดียวกันที่อิคคิคว้าแขนชุนเอาไว้ได้สำเร็จ

   “จับได้แล้ว”ทั้งคนเดินหนีและคนตามไม่มีเสียงหอบแม้แต่นิดเดียวเพราะเรื่องแค่นี้มันนับเป็นเรื่องขี้ประติ๋วสำหรับเซนต์แต่ความเหนื่อยใจนี่สิที่อาจจะมากกว่าฝึกเป็นเซนต์หลายร้อยเท่า

   “บอกมาซินายหนีพี่ทำไม”พี่ถามแต่น้องกลับเอาแต่ก้มหน้าส่ายหัวดุ๊กดิ๊กแบบที่ทั้งน่ารักระคนน่าระอา คราวนี้อิคคิไม่คิดจะทำเป็นไม่สนใจอีกแล้วเพราะเขาอยากรู้จริงๆว่ามันมีเหตุผลอะไรที่ทำให้ชุนหนีเขาแต่ครั้นจะถามที่นี่ก็มีคนเยอะไปหน่อย สุดท้ายอิคคิก็ได้แต่พาชุนไปยังที่ๆค่อนข้างส่วนตัวและดวงตาคมก็สบเข้ากับสิ่งที่เรียกว่า ห้องคาราโอเกะ

   “ขอให้สนุกนะคะ”พนักงานสาวพูดด้วยดวงตาวาวระยับที่เจอหนุ่มรูปงามทีเดียวสองคนก่อนจะปิดประตูไปด้วยใบหน้าเสียดายสุดซึ้งที่ไม่สามารถอยู๋กับหนุ่มหน้าตาดีต่อได้

   “ทีนี้ก็หนีไม่ได้แล้ว”ร่างสูงจับร่างบางนั่งลงแล้วนั่งตามโดนจับมือแน่นอย่างไม่คิดจะปล่อย

   “ตกลงว่านายหนีทำไม”คำถามถูกรีเพลย์กลับมาอีกรอบแต่คำตอบก็ถูกรีเพลย์กลับมาอีกรอบก็คือการส่ายหัวโดยไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา

   “ชุน”น้ำเสียงของอิคคิเหมือนจะโมโหแต่ความจริงแล้วไม่ใช่ เขาเพียงแค่พูดเสียงดังขึ้นเพื่อกระตุ้นให้ชุนตอบแต่ที่ไหนได้ร่างบางกลับยังคงนิ่งทำให้อิคคิใช้มือเชยคางขึ้นเพื่อบังคับให้น้องเงยหน้า

   “อ้ะ”ชุนหลุดเสียงร้องออกมาเพราะมคิดว่าพี่ชายจะใช้วิธีนี้บังคับให้สบตาด้วยและเมื่อไม่ได้ตั้งตัวใบหน้างามที่ยังมีสีแดงระเรื่อไม่จางหายจึงปรากฏสู่สายตาของอิคคิจนได้

   “นาย...”คราวนี้อิคคิไม่มีทางคิดว่าเป็นเพราะพิษไข้อีกอย่างเด็ดขาด แต่อิคคิก็ยังสงสัยว่าชุนจะหน้าแดงทำไม

   “นายหน้าแดงทำไม”เพราะถูกจับคางไว้อยู่ทำให้ชุนไม่อาจหันหน้าหนีได้และพอโดนถามสาเหตุใบหน้าที่แดงแล้วก็ยิ่งแดงมากขึ้นไปอีก

   “ชุน....”อิคคิไม่ได้เรียกชื่อเพื่อที่จะถามซ้ำแต่มันคล้ายกับเสียงอุทานมากกว่า คำถามที่คิดจะถามได้สูญสลายหายไปหมดเพียงเพราะใบหน้าแดงๆที่สามารถพูดได้อย่างเต็มปากว่า น่ารักเหลือเกิน

   “พี่อิคคิ....”ยินเสียงน้องร้องเรียกพี่ชายจึงได้สติขึ้นมาและพบว่าตอนนี้ร่างของตัวเองแทบจะคร่อมอยู่บนตัวน้องอยู่แล้วร่างสูงจึงรีบถอยออกด้วยความตกใจทันที ต่างคนก็เข้าสู่ความเงียบเพราะไม่รู้จะหาทางออกจากสถานการณ์ที่อาจเรียกได้ว่ากระอักกระอ่วนนี้ยังไงดีแต่แล้วสิ่งที่ช่วยนำพาทั้งคู่ออกไปกลับเป็น....

   โครก....

   เสียงท้องร้องไม่ได้ดังมากอย่างน่าอับอายแต่ในห้องปิดเสียงที่เงียบกริบนี้ก็ทำให้เสียงร้องอันแสนเบาดังก้องไปทั่วห้องให้ได้ยินอย่างชัดเจน พี่น้องสบตากันโดยไม่รู้ตัวก่อนจะหลุดเสียงหัวเราะออกมาพร้อมกัน

   “ฮ่าๆๆ”หัวเราะกันไปคนละทีแล้วจึงกลับมายิ้มให้กันได้

   “เอาเป็นว่าเราไปหาอะไรกินกันเถอะ”เป็นพี่ชายที่ลุกขึ้นยืนก่อนแล้วเป็นฝ่ายเอ่ยชวนทั้งยังยื่นมือมาให้

   “ครับ”

   จ่ายเงินค่าเช่าห้องเสร็จสองพี่น้องก็จูงมือกันเดินไปร้านใกล้ๆ มื้ออาหารในวันนี้ดูพิเศษกว่าทุกวันเมื่อบ่อยครั้งที่อิคคิจะเป็นคนเปิดบทสนทนาหรือเล่าเรื่องระหว่างผจญภัยให้ฟัง ชุนฟังไปก็รู้สึกสนุกสนานเมื่อมีคนพูดและมีคนฟังโต้ตอบกันไปเรื่อยๆมื้อเที่ยงในวันนี้จึงยาวนานกว่าทุกวันอย่างไม่น่าเชื่อ

   “อิ่มจังเลย”เด็กหนุ่มที่สุดแสนจะอารมณ์ดีเดินจูงมือพี่ชายด้วยสีหน้ามีความสุขสุดๆแบบที่ไม่ว่ามองแล้วก็ต้องรู้สึกเอ็นดูมากรวมไปถึงอิคคิที่ไม่แทบจะไม่เคยเดินจูงมือกับชุนหลังจากผ่านพ้นวัยเด็กมาแล้วในวันนี้ก็ยอมเดินจูงมือไปด้วยกัน

   “ต่อไปจะไปไหน”อิคคิถามด้วยเสียงทุ้มนุ่มบ่งบอกว่ากำลังอารมณ์ดีเป็นพิเศษ ชุนนิ่งคิดเล็กน้อยก่อนตอบเสียงใส

   “ไปที่ชั้นล่างสุดกันเถอะครับ ผมอยากเล่นสเก็ตน้ำแข็ง”ในสายตาของอิคคินั้นเสียงของชุนช่างเป็นเสียงที่เหมือนกับชุนจะย้อนวัยไปเมื่อตอนอายุ5ขวบไม่มีผิด เรียกได้ว่าทั้งน่ารักและน่าเอ็นดูจนอดไม่ได้ที่จะตามใจ

   “เอาสิ”ว่าแล้วทั้งสองก็เดินตรงไปที่ลิฟท์ทันที แต่ทว่าก่อนที่ขาจะก้าวเดินไปก็มีเสียงหนึ่งเอ่ยเรียกดังมาจากด้านหลัง

   “อิคคิ ชุน”สองร่างหันหลังกลับไปทันทีเพราะเสียงทีได้ยินช่างฟังดูคุ้นหูอย่างบอกไม่ถูกและพอหันกลับไปก็พบกับชายผมทองคนหนึ่งที่มีดวงตาสีฟ้า ชายคนนั้นส่งยิ้มให้แล้วกล่าวทักทาย

   “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ”เมื่อรู้ว่าคนตรงหน้าเป็นใครชุนก็เรียกชื่ออีกฝ่ายออกไป

   “เฮียวกะ”

###################
TBC.

มือที่สี่ปรากฏตัว!
แค่สามคน(?)เหมือนจะยังวุ่นวายไม่พอต้องมีมือที่สี่ 555
ตอนนี้เขียนไปก็รู้สึกหวานเลี่ยนต้องดื่มชาแก้เลี่ยนไปเป็นพักๆ(ฮา) สองพี่น้องน่ารักใช่มั้ยล่า....
อารมณ์เหมือนดูพระเอกวิ่งตามง้อนางเอกแต่ที่ไหนได้พี่ชายไล่ตามน้องที่เดินหนีหลบหน้าเพราะเขินซะงั้น ส่วนคางาโฮะ....ไม่มีบท...
แม่ยกคางาโฮะอย่าเพิ่งตบตีเรานะคะเดี๋ยวคางาโฮะก็จะกลับมาแล้วตอนนี้ยกให้พี่อิคคิไปก่อน จะว่าไปมีคนบ่นคางาโฮะไปหลายคนว่าหยุดทำไม อยากเห็นยากปลุกปล้ำชุนกันรึไงค้าาาาาาาาาาาาาาา(ได๋ค่าเดี๋ยวจัดห้ายยยยยยยยย/เย้ย ไม่ช่ายยยย)
ตอนหน้าแอบอยากตั้งชื่อตอนว่าไฟรักแรงหึงจริง 55

ตอบเม้นต์

Saintcosevent
.....จะเชื่อก็ได้ค่ะว่าไม่ยุแต่มาไซโคกันเป็นระยะๆเลยทีเดียว
ว่าแต่ใครหนอบอกว่าพี่อิคคิที่1แต่อยากให้หนูชุนเสร็จคางาโฮะซะงั้น

จา
แหม...อย่าเพิ่งค่า คางาโฮะเค้ากำลังรีบทำคะแนนค่ะเพราะบวกลบเวลาได้อยู่กับชุนแล้วน้อยกว่าพี่อิคคิมากเพี่ะคางาโฮะจะออกมาแค่ตอนกลางคืนเท่านั้นแต่พี่อิคคิอยู่กับชุนทั้งวันนะคะ
ดังนั้นพอบรรยากาศเป็นใจก็เลย(เกือบได้)กดหนูชุน แถมเรื่องนี้มันไม่ยาวค่ะจีบกันนานไปเดี๋ยวแม่ยกไม่ได้ดูเซอร์วิส(นี่สินะจุดประสงค์หลัก)

riki
พี่ชายที่ว่าคนไหนคะ?
แต่ที่สำคัญแต่ละคนจ้องจะจับกดน้องทั้งนั้นทั้งแบบรู้ตัวและยังไม่รู้ตัว 555

Luxsana
คนนี้เชียร์คางาโฮะสินะ ไม่ต้องห่วงนะคะเราจะมีฉากเซอร์วิสมาเรื่อยๆเพื่อแม่ยกค่ะ
ส่วนฟิคสองเรื่องนั้นจะให้ใครส่งไปให้หนูชุนดีล่ะคะ หุๆๆ

mummy
แหมพอมีเรื่องของพี่น้อง(ฝาแฝด)มาเอี่ยวปุ๊บดี๊ด๊าเชียว...ถ้าไงจะหาทางเนียนเอาเรื่องของแฝดเจมินี่อัสเดฟง่านอนเนียนแถมไปในเรื่องนิดนึงละกันนะ
เชียร์พี่โฮะเพราะชอบโฮะอาโรนล่ะสิท่า/แท็กมือ
ส่วนเรื่องเขียนฟิคไวเพราะเวลาว่างมันเยอะจนน่าเศร้าไง- -

ปล.ตอนหน้าใครรักอิคคิระวังกรี๊ดจนจอมอนิเตอร์แตกนะจ้ะ

thxby350867nunun081, Saintcosevent
บันทึกการเข้า
จา
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 125
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
10, มีนาคม 2012, 07:02:54 PM

กระทู้: 122
หมายเลขสมาชิก: 9284

วันที่สมัครสมาชิก: ต.ค., 2010


กระทู้: 122
125.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ จา
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 8 : Exp 92%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #21 เมื่อ: 19, พฤษภาคม 2011, 08:47:50 PM »

เหอๆๆ สงสัย เเค่รัก 3 เศร้า ยังไม่สะใจ
เลยเอามือที่ 4 อย่างป๋าเฮียว มาใช้ปะ เห็นด้วยดีมั้ยเนี่ย (พอดีช่วงนี้เเอบปลื้มป๋าเฮียวเขา)
เอเเต่จะว่าไป ถนาดพี่โฮะ ออกได้เเค่กลางคืนนะเนี่ย
แต่ดูจะทำคะแนนได้ดีกว่าพี่อิคิที่อยู่กับชุนทั้งวันซะอีก
เฮ้อ เชีย ใผดีน้า อิคิดี หรือ โฮะดี เอหรือ )เฮียวดีละ (เพี้ย/หลังๆไม่ใช่ละแก) 

บันทึกการเข้า
Luxsana
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 87
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
27, พฤษภาคม 2013, 11:29:35 PM

Gemini

กระทู้: 138
หมายเลขสมาชิก: 1802

วันที่สมัครสมาชิก: ก.ค., 2008


กระทู้: 138
65.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Luxsana
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 9 : Exp 48%
HP: 0%

จงรักผู้อื่นเหมือนรักตนเอง

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
| |
« ตอบ #22 เมื่อ: 20, พฤษภาคม 2011, 12:00:37 AM »

อ่านไปเขินไปอยู่หน้าคอมคนเดียว ใครมาเห็นอาจจะถูกส่งศรีธัญญาก่อนเที่ยงคืนวันนี้แน่ๆ

     ตอนหน้าเซอร์วิสแม่ยกโฮะหน่อยนะค่ะ

บันทึกการเข้า
nunun081
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 379
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
20, เมษายน 2019, 10:31:50 PM

Scorpio

กระทู้: 429
หมายเลขสมาชิก: 4389

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2009


กระทู้: 429
279.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ nunun081
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 16 : Exp 78%
HP: 0.1%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0

pichanun081@hotmail.com -
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
| |
« ตอบ #23 เมื่อ: 25, พฤษภาคม 2011, 06:13:13 PM »

เขินปางตาย น้องชุนนนนนนนน
จะเคะไปไหนจ้ะ

อยากวาดภาพประกอบเหมือนกันนะเนี่ย

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 27, พฤษภาคม 2011, 07:56:38 AM โดย nunun081 » บันทึกการเข้า

Saintcosevent
Power User
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
*

Photobucket 1556
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
04, กุมภาพันธ์ 2018, 02:20:52 PM

Capricorn

กระทู้: 321
หมายเลขสมาชิก: 2999

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2008


กระทู้: 321
152.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Saintcosevent
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 14 : Exp 50%
HP: 0%

คนธรรพ์แห่งอาเทน่า

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 5.0 Firefox 5.0


ดูรายละเอียด
| |
« ตอบ #24 เมื่อ: 26, พฤษภาคม 2011, 10:19:24 PM »

   เหมือนดูพระเอกนางเอกกำลังเดทกัน อุฮิ (หน้าหื่น)
ต้องขอโทษด้วยที่ไปเม้นท์ผิดหน้า...........ดีที่เจ้าของเม้นท์ไม่ได้มาอ่าน
ไม่งั้นงานเข้า.....OTL.............................

เดี๋ยวจะวาดอิคคิชุน กับ คางาโฮะชุนซักฉากจากในฟิคนะ
แต่ไม่บอกว่าตอนไหน เดี๋ยวจะเอามาลงแบบเซอร์ไพรส์~~~~~ XD
ขอบคุณมากจ้าที่แต่งมาถึงตอน 5 แล้ว
อยากบอกว่าตอนอ่านนี่หุบยิ้มไ่ม่ได้
พออ่านจบ ปรากฏว่าเมื่อยแก้ม.......={}= อ๋อยยย

รอตอนต่อปายยยย~~ >D ด้วยใจระทึก

ว่าแต่ จะวันเกิดเจมินี่นี่นา
แล้วจะแต่งให้คู่นี้ด้วยป่ะเนี่ยยยยย

thxby352196nunun081
บันทึกการเข้า
nunun081
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 379
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
20, เมษายน 2019, 10:31:50 PM

Scorpio

กระทู้: 429
หมายเลขสมาชิก: 4389

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2009


กระทู้: 429
279.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ nunun081
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 16 : Exp 78%
HP: 0.1%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0

pichanun081@hotmail.com -
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
| |
« ตอบ #25 เมื่อ: 27, พฤษภาคม 2011, 07:50:31 AM »

  เหมือนดูพระเอกนางเอกกำลังเดทกัน อุฮิ (หน้าหื่น)
ต้องขอโทษด้วยที่ไปเม้นท์ผิดหน้า...........ดีที่เจ้าของเม้นท์ไม่ได้มาอ่าน
ไม่งั้นงานเข้า.....OTL.............................

เดี๋ยวจะวาดอิคคิชุน กับ คางาโฮะชุนซักฉากจากในฟิคนะ
แต่ไม่บอกว่าตอนไหน เดี๋ยวจะเอามาลงแบบเซอร์ไพรส์~~~~~ XD
ขอบคุณมากจ้าที่แต่งมาถึงตอน 5 แล้ว
อยากบอกว่าตอนอ่านนี่หุบยิ้มไ่ม่ได้
พออ่านจบ ปรากฏว่าเมื่อยแก้ม.......={}= อ๋อยยย

รอตอนต่อปายยยย~~ >D ด้วยใจระทึก

ว่าแต่ จะวันเกิดเจมินี่นี่นา
แล้วจะแต่งให้คู่นี้ด้วยป่ะเนี่ยยยยย

กะจะวาดเหมือนกันนะเนี่ย  พี่ยกฉากเซอร์วิสให้ละกัน เพราะน้องเทมหื่น พี่เชื่อมั่นว่าน้องต้องวาดออกมาดี  ฮ่าๆๆๆๆๆ

บันทึกการเข้า

meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 3.6.17 Firefox 3.6.17

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #26 เมื่อ: 02, มิถุนายน 2011, 09:17:05 PM »

ตอนที่ 6

...คุณคิดว่าคนเราควรซื่อสัตย์กับความรู้สึกของตัวเองรึเปล่า...
...หากว่ามันคือความรักที่กับคนที่คุณคิดว่าไม่ควรจะรัก....

   ด้านล่างของห้างสรรพสิ้นค้าถูกสร้างเป็นลานเล่นไอซ์สเก็ตขนาดย่อมเพื่อให้สำหรับเล่นและผ่อนคลายด้วยราคาที่ไม่แพงนักจึงไม่แปลกที่จะมีคนมาเล่นจำนวนแม้น้อยและท่ามกลางลานน้ำแข็งนี้ก็มีคนอยู่สามคนที่เรียกได้ว่าเป็นจุดสนใจของแทบทุกคนบนลานน้ำแข็งแห่งนี้

   คนแรกคือชายหนุ่มที่มีรูปร่างสูงในชุดแจ็กเก็ตสีน้ำตาลดำซึ่งกำลังยืนพิงขอบลานน้ำแข็ง ดวงตาคู่คมมองไปยังอีกสองคนที่เป็นจุดสนใจอย่างไม่รู้ตัว

   “ฮะๆๆ”แว่วเสียงหัวเราะดังมาให้ได้ยินเป็นระยะพร้อมกับสีหน้ายิ้มแย้มสนุกสนานของเซนต์แอนโรเมด้า ชุนกับเสียงพูดคุยของเซนต์ซิกนัส เฮียวกะที่ร่วมหัวเราะไปด้วยสลับพูดคุย

   “ชิ”ร่างสูงเดาะลิ้นอย่างนึกขัดใจเพราะแค่ถูกสายตาของคนแทบทั้งลานมองไปยังน้องชายก็ทำให้ขุ่นเคืองมากแล้วแต่มันก็ยังไม่เท่ากับการถูกรบกวนเวลาส่วนตัวของพี่น้องพลางนึกย้อนความเรื่องเมื่อก่อนหน้านี้

   เมื่อ 15 นาทีก่อน…

   “เฮียวกะ”ชุนเรียกชื่อออกไปและอีกคนก็ตอบรับด้วยการโบกมือน้อยๆ

   “ไง ท่าทางสบายดีนะ”เฮียวกะถามแต่ชุนไม่ได้ตอบเพราะกำลังมองคนที่ไม่ได้เจอกันมานานแต่อยู่ๆกลับบังเอิญมาเจอกันอย่างไม่คาดฝันด้วยสีหน้าอึ้งๆเล็กน้อย

   “อื้มแล้วนายล่ะเฮียวกะ”ร่างบางถามกลับด้วยสีหน้ายินดีที่ได้เจอเพื่อนอีกครั้ง ต่างฝ่ายก็มีสีหน้ายินดีกันโดยลืมอีกคนที่เริ่มมีสีหน้าหงุดหงิดขึ้นมาแล้ว

   “พอดีฉันมาธุระแถวนี้นิดหน่อยน่ะนี่ก็กะว่าจะมาซื้อของแล้วไปเยี่ยมนายที่บ้านอยู่เลย”เหตุผลที่ได้เจอเฮียวกะยิ่งทำให้อิคคิขมวดคิ้วมากขึ้นไปอีก

   “แต่ว่าเมื่อกี้ก็ตกใจจริงๆนะ”อิคคิกับชุนทำหน้าสงสัยเมื่ออเฮียวกะพูดประโยคนี้ออกมา

   “นายหมายความว่าไงน่ะ”พอชุนถามกลับเฮียะกะก็ถึงกับหัวเราะร่วนแล้วจึงเฉลยให้ฟัง

   “ก็ตอนที่นายกำลังเล่นบทงอนให้ง้อกับอิคคิอยู่นายวิ่งมาชนฉันน่ะสิแต่กลับไม่รู้ตัวว่าเป็นฉันส่วนอิคคิก็มัวแต่ตามนายจนไม่ได้สนใจฉันเหมือนกัน”ฟังจบชุนก็แทบจะร้อง ‘อ้อ’ออกมาเมื่อนึกออกว่าตอนกำลัง...หนีพี่อิคคิอยู่เขาชนกับใครบางคนเหมือนกัน

   ว่าแต่จากสายตาคนอื่นภาพตอนเขาเดินหนีอิคคิคือบทงอนง้อหรอกเหรอ...คิดแล้วชุนก็แทบจะสะบัดหัวไล่ความฟุ้งซ่านออกแล้วทำทีเป็นเปลี่ยนเรื่อง

   “จริงสิ เฮียวกะนายว่างมั้ย”เอ่ยถามพร้อมรอยยิ้มน่ารักชนิดที่ต่อให้งานล้นมือก็ยังสลัดงานทิ้งแล้วบอกว่าว่างได้อย่างไม่ลังเล

   “ว่างสิ”มือที่จับมือกับอิคคิอยู่ถูกปล่อยทันทีแล้วเข้าไปดึงมือเฮียวกะหมายจะให้ไปด้วยกัน

   “ผมกำลังจะไปเล่นสเก็ตน้ำแข็ง เฮียวกะก็ไปด้วยกันสิ”ชวนเสร็จก็จัดแจงลากเพื่อนไปแบบที่ไม่ยอมให้ปฏิเสธ ในตอนนั้นชุนมัวแต่ดีใจที่ได้เจอเพื่อนอีกครั้งจนลืมมองสายตาที่แทบจะฆ่าคนได้ของอิคคิไปเลย

   จบการย้อนความอิคคิก็กอดอกขมวดคิ้วจนแทบผูกเป็นโบว์ที่น้องชายกำลังสนุกกับเพื่อนแทนที่จะให้ความสนใจพี่ชายมากกว่า แต่อิคคิก็พยายามทำใจเย็นว่าชุนไม่ได้เจอเพื่อนมานานก็คงมีเรื่องคุยเยอะแยะแล้วพยายามทำใจกว้างปล่อยให้น้องชายคุยกับคนอื่นต่อไป

   เปลี่ยนมาทางด้านชุนที่กำลังเล่นสเก็ตไปกับเฮียวกะท่ามกลางสายตาวิบวับของเหล่าสาวๆที่อยากจะวิ่งเข้าไปแทรกกลางแล้วขอควงเหลือเกินเพียงแต่ว่าเป้าหมายที่อยากจะควงกลับคุยกันสนุกสนานไม่ได้รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย...
 
   “นี่ทุกคนเห็นไงบ้างเหรอ”เสียงใสๆของเด็กหนุ่มวัย15เอ่ยถามด้วยสีหน้ายิ้มแป้นทำเอาคนรอบข้างแทบละลาย

   “อืมก็คงสบายดีนะพอดีฉันมาหานายเป็นคนแรกน่ะ”เสียงทุ้มของเด็กหนุ่มอีกคนตอบกลับด้วยรอยยิ้มเช่นกันทำให้แทบอยากจแช่แข็งรอยยิ้มนี้ไว้เป็นที่ระลึก

   “เหรอครับ”ว่าแล้วชุนก็ไถลตัวออกไปอีกหน่อยเพื่อหลบคนที่(ทำเนียน)มาชน เฮียวกะก็ไถลตามไปด้วยท่วงท่าธรรมดาแต่กลับดูพริ้วสวยงามในสายตาสาวๆ

   “แต่ฉันแปลกใจมากเลยนะที่เจอนายพร้อมกับอิคคิ”เพราะปกติอิคคิมักไปไหนมาไหนคนเดียวทำให้เฮียวกะต้องแปลกใจมากเมื่อพบชุนกับอิคคิพร้อมกัน

   “ก็ช่วงนี้พี่เขาอยู่บ้านนี่ครับ”แม้ตอบไปแบบนั้นแต่ใจจริงชุนก็แปลกใจที่อิคคิอยู่บ้านนานกว่าปกติมาก ถ้าเป็นเมื่อก่อนอย่างมากก็อยู่สักสัปดาห์แล้วก็ไปต่อแต่รอบนี้ก็เกือบ 2 เดือนแล้วที่อิคคิอยู่กับเขา ไม่ใช่ว่าไม่ดีกลับกันเขารู้สึกดีใจมากที่มีอิคคิอยู่ด้วย

   พอเห็นชุนแย้มรอยยิ้มหวานออกมาเฮียวกะก็อดที่จะยิ้มออกมาพร้อมกับหัวเราะเบาๆไม่ได้ แต่รอยยิ้มก็ต้องสะดุดลงเมื่ออยู่ๆร่างบางก็โดนเด็กที่เล่นอยู่แถวนั้นลื่นไถลมาชนอย่างไม่ตั้งใจและเพราะถูกชนจากด้านหลังที่น่องทำให้ชุนหงายหลังล้มไปข้างหลัง

   “เหวอ!”ชุนร้องด้วยความตกใจ แต่ร่างของเด็กหนุ่มก็ไม่ได้หงายหลังล้มลงไปเมื่อมีมือหนึ่งจับมือของชุนไว้และอีกมือก็รวบเอวบางเข้ามากลายเป็นท่าเล่นไอซสเก็ตสุดสวยไปเสียดาย

   “กรี๊ด!!!!!!!!!!!!!!”เสียงกรี๊ดดังเกรียวกราวรอบด้านๆพอๆกับเสียงชื่นชมตบมือด้วยความทึ่ง สาวๆหลายคนแทบจะเป็นลมเพราะภาพอันสวยงามแต่ก็มีอีกจำนวนมากที่อิจฉาอยากจะเข้าไปเป็นฝ่ายถูกโอบเอวเสียเอง

   เปรี้ยง!

   เสียงปริศนาดังขึ้นจากมุมหนึ่งของลานน้ำแข็งที่มีร่างหนึ่งยืนอยู่แต่ใต้เท้าน้ำแข็งกลับแตกเป็นเสี่ยงๆจนน่ากลัวว่าหากมีคนไปเล่นจะต้องล้มอย่างแน่แท้ ทว่าสิ่งที่น่ากลัวกว่าก็คือชายหนุ่มที่มีดวงตาแทบจะฆ่าคนได้เพียงแค่สบตา!

   “เฮียวกะ....”น้ำเสียงราบเรียบกลายเป็นเหมือนกำลังกัดฟันอดกลั้นอารมณ์โกรธไว้ อิคคิไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าภาพที่ชุนถูกคนอื่นโอบเอวไว้จะทำให้เขานึกอยากระเบิดคอสโมทำลายลานน้ำแข็งทิ้ง

   “อ้ะ พี่อิคคิ”พอเห็นพี่ชายกำลังมาทางนี้ชุนก็สลัดเฮียวกะทิ้งอย่างไม่ใยดีลืมกระทั่งขอบคุณแล้วรีบไถลไปหาพี่ชายทันที

   “มีอะไรเหรอครับหรือว่าเบื่อแล้ว”พอเจอน้องชายถามเสียงใส อิคคิก็ปั้นหน้ายิ้มแล้วตอบไป

   “เปล่าแค่จะมาบอกว่านายเล่นนานไปแล้วดูสิแก้มเย็นหมดแล้ว”ไม่ว่าเปล่ายังยกมือขึ้นลูบแก้มเหมือนจะพิสูจน์ซึ่งก็ทำให้สาวๆแทบกรี๊ดด้วยความอิจฉาออกมารอบที่ 2

   “พี่ว่านายไปซื้ออะไรอุ่นๆมากินหน่อยดีกว่า”ชุนรีบพยักหน้ารับหลังโดนจับแก้มแล้วรีบไถลออกนอกลานไปซื้อเครื่องดื่มอุ่นๆที่ว่าด้วยใบหน้าที่ตอนนี้น่าจะร้อนขึ้นมาแล้ว ลับหลังชุนใบหน้ายิ้มแบบพี่ชายก็กลับสู่ใบหน้าขมวดคิ้วและดวงตาที่ไฟลุกพรึ่บอย่างน่ากลัวจนเฮียวกะแทบจะเผลอถอยหลังหนี

   “เอ่อ...มีอะไรเหรออิคคิ”ถามอย่างกล้าๆกลัวๆเนื่องด้วยเจ้าตัวไม่ได้รู้เลยว่าเป็นเหตุให้ไฟในดวงตาของอิคคิลุกพรึ่บขนาดนี้

   “เปล่า แค่จะบอกว่าตอนนี้ชุนกำลังไปซื้อน้ำถ้ายังไงระหว่างรอเรามาคุยกันหน่อยดีกว่า”คำว่า “คุย” ถูกเน้นอย่างชัดเจนมากเหมือนกลัวคนฟังจะฟังผิดอย่างไรอย่างนั้นและในสถานการณ์นั้นร้อยคนก็ต้องตอบตกลงร้อยคนแน่นอน

   ทั้งสองคนมาหยุดยืน“คุย”อยู่ที่ขอบอีกด้านหนึ่งจากตอนแรกที่อิคคิยืนอยู่เพราะน้ำแข็งแตกไปแล้ว ถึงจพบอกว่ามาคุยแต่พอมาถึงปุ๊บอิคคิก็เอาแต่เงียบเฮียวกะที่ถูกเรียกมาก็ต้องเงียบตาม โดยที่รอบข้างสาวๆยังคงจับจ้องอยู่เหมือนเดิมเพราะแม้จะเปลีย่นจากหนุ่มหน้าตาดีกับหนุ่มน้อยน่ารักไปแล้วแต่ก็เปลี่ยนเป็นหนุ่มมาดนิ่งหน้าตาคมมาแทนก็ถือเป็นอาหารตาชั้นยอด

   “เฮียวกะ”หลังจากยืนเป็นอาหารตาให้สาวๆอยู่ครู่หนึ่งอิคคิก็เปิดปากพูดออกมา

   “มีอะไรเหรออิคคิ”จากน้ำเสียงของอิคคิที่เหมือนจะใจเย็นลงแล้วทำให้เฮียวกะใจชื้นขึ้นมาเล็กน้อย

   “นาย....คิดยังไงกับชุน”เสียงที่ถามดังชัดเจนและราบเรียบแต่สายตาคนฟังกลับเหมือนมีไฟลุกจนคู่สนทนาขอถอนคำพูด อิคคิไมได้ใจเย็นลงเลยแม้แต่นิดเดียว

   “ชุนก็น่ารักดี ทั้งนิสัยหน้าตาก็ดี”คำตอบนี้ไม่ใช่การยกยอ เฮียวกะตอบไปตามที่คิดจริงทุกประการเพราะรู้ดีว่าอิคคิคงไม่ชอบแน่ถ้าเขาโกหก โดยที่หารู้ไม่เลยว่าคำว่า “น่ารัก” ที่หลุดออกมานั้นยิ่งทำให้อิคคินึกอยากจะบีบคอเฮียวกะให้ตายจริงๆ

   “อ...ฉันพูดอะไรผิดเหรออิคคิ”เฮียวกะถามอย่างหวาๆเมื่อพบว่าสิ้นเสียงของตนแล้วอิคคิก็เดี๋ยวกำเดี๋ยวคลายมือเหมือนกับจะสะกดให้ตัวเองไม่ไปเผลอบีบคอใครเข้าและเฮียวกะก็หวังอย่างยิ่งว่าคอที่จะถูกบีบคงไม่ใช่คอของตัวเอง

   อันที่จริงคำพูดของเฮียวกะมันไม่ผิดเลย ไม่ผิดแม้แต่นิดเดียวแต่มันผิดที่ว่า “ใคร” เป็นคนพูดมากกว่าเพราะหากลองเปลี่ยนเป็นคนอื่นมาพูดบางทีอิคคิอาจจะแค่หัวเราะเบาแล้วยิ้มเท่านั้น แต่ดูเหมือนเพราะความใกล้ชิดเมื่อครู่ของเฮียวกะกับชุนเมื่อครู่จะทำให้ใจของอิคคิเดือดพล่านจนแทบจะปล่อยไฟได้เท่านั้นเอง

   บรรยากาศรอบข้างเงียบสงัดชนาดป่าช้ายังชิดซ้ายเพราะรังสีอำมหิตกำลังแผ่ซ่านออกมาจากชายหนุ่มผู้มีใบหน้าคมคายซึ่งกำลังยืนกอดอกเหลือบมองคนข้างๆด้วยสายตาที่ราวกับกำลังพิจารณาว่าจะจัดการเก็บยังไงให้แนบเนียนที่สุด แต่ว่าทุกอย่างที่อิคคิคิดก็ต้องหยุดลงเพราะว่า...

   “พี่อิคคิผมซื้อน้ำกลับมาให้ด้วยนะครับ”เสียงหวานของน้องชายที่แสนสดใสช่วยชำระล้างบรรยากาศชวนสยองเมื่อครู่ไปจนหมดซึ่งเป็นบุญคุณอันล้นพ้นสำหรับเฮียวกะที่ในที่สุดก็สามารถหายใจได้อย่างโล่งคอเสียที

   “ขอบใจมากชุน”อิคคิหันไปยิ้มรับแววตาดูเป็นมิตรที่ใครเห็นก็ต้องบอกว่าทั้งรักและเอาใจใส่น้องชายเป็นอย่างยิ่ง แก้วในมือของชุนมี 2 ใบ ใบแรกถูกส่งไปให้อิคคิอย่างไร้ปัญหาแต่ปัญหาก็มาเกิดกับแก้วใบที่สองซึ่งถูกส่งให้เฮียวกะ

   “ขอบใจนะชุนว่าแต่ของนายล่ะ”อดถามไม่ได้เมื่อพบว่าคนไปซื้อกลับดูท่าจะไม่ได้ซื้อของตัวเองกลับมาด้วยและชุนก็คลายข้อข้องใจให้ในทันที

   “พอดีผมถือมาไม่ไหวเลยซื้อมาแค่ 2 แก้วถ้าไงขอแบ่งจากนายก็แล้วกันนะเฮียวกะ”

   โพล้ะ!

   “หวา! พี่อิคคิเลอะหมดแล้ว!”เสียงตกใจของชุนดังตามหลังเสียงแก้วที่ถูกบีบแตกคามืออิคคิทำให้น้ำกาแฟร้อนๆหกเลอะเต็มมือ แต่หารู้ไม่ว่าตอนนี้ในอกของอิคคิมันร้อนเป็นไฟยิ่งกว่าน้ำกาแฟร้อนๆที่เลอะทั่วมือเสียอีก

   “แค่นี้เองไม่เห็นเป็น...”คำพูดยังออกมาจากปากไม่หมดก็เป็นอันต้องชะงักค้างเมื่อรับรู้ได้ถึงสัมผัสอ่อนนุ่มระคนเปียกชื้นที่เกิดจากปลายลิ้นสีชมพูที่กำลังเลียคราบกาแฟออกจากนิ้วทีละนิ้ว ภาพที่เห็นนั้นเรียกเลือดสีแดงให้วิ่งขึ้นหน้าของเฮียวกะที่ตอนนี้กลายเป็นแขกรับเชิญไปเรียบร้อย

   “ชุน..”อิคคิตั้งใจจะบอกให้ชุนหยุดแต่กลับพูดอะไรไม่ออกนอกจากชื่อของน้องชาย รอจนคราบกาแฟบางส่วนถูกลิ้นเล็กๆเลียออกไปแล้วชุนถึงยอมเลิก

   “พี่อิคคิไปล้างมือกันเถอะครับ”โดยไม่ต้องรอคำตอบของพี่ชาย น้องชายที่แสนน่ารักก็รีบลากพี่ชายไปยังห้องน้ำเป็นการด่วนทั้งที่ความจริงแล้วกับแค่กาแฟร้อนๆหกใส่มือน่ะมันเป็นเรื่องเล็กจนแทบจะเล็กมากที่สุดสำหรับเซนต์ที่ต่อสู้กันมาอย่างหนักหน่วง แต่เพราะความลนลานของชุนถึงทำให้เฮียวกะรอดสภาพการถูกจับหักคอไปได้อย่างหวุดหวิด
   
   ซ่า....

   น้ำเย็นๆไหลออกจากก๊อกน้ำผ่านไปยังมือกร้านที่เลอะไปด้วยคราบกาแฟตัดกับมือสีขาวสะอาดที่กำลังลูบไล้ลงไปบนฝ่ามือของพี่ชายเพื่อช่วยล้างคราบกาแฟออกไป ถ้าหากเป็นปกติอิคคิคงจะบอกว่าชุนเป็นห่วงมากไปแล้วแต่ว่าในเวลานี้เขากลับรู้สึกดีใจที่ชุนเป็นห่วง

   ดวงตาคู่คมลอบมองหน้าน้องชายผ่านทางกระจกและเพราะชุนมัวแต่ก้มหน้าก้มตาล้างมืออิคคิพลางใช้สายตาทั้งหมดเพ่งมองว่ามือข้างนั้นว่ามีแผลจากน้ำร้อนบ้างหรือไม่ สีหน้าที่ดูเป็นห่วงของน้องชายที่น่ารักทำให้เขาร้สึกมีความสุขจริงๆ

   “อืม ดูท่าจะไม่มีแผลนะครับ”รอยยิ้มที่แสนสบายใจของน้องทำให้พี่ชายยิ้มตอบพลางหัวเราะ

   “นายเป็นห่วงพี่มากเกินไปแล้วแค่น้ำร้อนแค่นี้ทำอะไรพี่ไม่ได้หรอก”หลังได้ยินพี่ชายหัวเราะชุนก็ทำหน้าเหมือนเพิ่งนึกออกว่าตนเป็นห่วงมากเกินไป ใบหน้าหวานจึงก้มลงทันทีแต่ด้วยใบหูแดงๆทำให้อิคคิรู้ว่าชุนกำลังเขิน

   “เรื่องแค่นี้ไม่ต้องเขินหรอกน่า”ว่าแล้วก็ยกมือข้างที่แห้งอยู่ลูบหัวน้องไปมาอย่างเอ็นดูสมกับเป็นพี่ชาย พอได้ยินคำพูดของอิคคิชุนจึงค่อยๆเงยหน้าขึ้นมาทีละนิดด้วยใบหน้าที่แดงระเรื่ออย่างที่ถ้าสาวๆมาเห็นคงอยากจะรีบลากกลับไปฟัดที่บ้าน

   “นายออกไปก่อนเดี๋ยวพี่ขอเช็ดมือก่อน”ชายหนุ่มว่า ชุนหยักหน้ารับแล้วก็เดินออกไป ลับหลังน้องชายอิคคิก็กำมือแน่นราวกับจะสงบสติอารมณ์

   “ใจเย็นๆสิ นั่นน้องชายของนายนะ”คำพูดที่ราวกับจะเตือนสติตัวเอง อิคคิไม่เคยคิดเลยว่าตนเองจะต้องมารู้สึกแปลกๆแบบนี้กับน้องชายร่วมสายเลือดของตัวเอง ทั้งที่เขาเคยมองชุนเป็นน้องชายมาตลอด

   ชุนเป็นเด็กหนุ่มที่น่ารักทั้งหน้าตาและนิสัย ไม่ว่าใครได้พบเห็นต่างก็ทั้งรักทั้งชอบ แต่ภายใต้ความบอบบางคือความแข็งแกร่งที่ไม่แพ้ใคร อิคคิคิดมาตลอดว่านั่นคือสิ่งที่มีสเน่ห์ที่สุดของชุน ตลอดที่ผ่านมาเขาอาจจะเอาใจใส่ชุนมากในฐานะน้องชายซึ่งมันเป็นเรื่องปกติสำหรับพี่ชายกับน้องชาย

   ทว่ามาในวันนี้อิคคิไม่สามารถเข้าใจตัวเองได้แล้ว น้องชายของเขายังคงเหมือนเดิม ยิ้มง่าย ร่าเริง ใจดี ไม่มีสิ่งใดเปลี่ยนไปแต่แล้วอะไรกันที่ทำให้เขามองชุนแปลกไปจากเดิม ไม่ต้องการให้ใครมามองหรือแตะต้อง อยากให้สนใจแต่เขาเพียงคนเดียว เขาเข้าใจได้ในทันทีว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกของพี่ชายที่มีต่อน้องชายอย่างแน่นอน เพียงแต่ไม่กล้าพอที่จะยอมรับว่ามันคืออะไร

   “นี่ฉันเป็นแบบนี้เพราะแกรึเปล่า คางาโฮะ”เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ถามกับอีกคนภายในร่าง หลังจบคำถามนั้นทุกอย่างก็อยู่ในความเงียบอยู่นาน อิคคิไม่ได้มีท่าทีโกรธเกรี้ยวแต่กลับรออย่างใจเย็นจนกระทั่งมีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากความว่างเปล่า

   [ทำไมเจ้าถึงคิดว่าเป็นเพราะข้า]สิ่งที่ได้ยินไม่ใช่คำตอบแต่เป็นการถามกลับจากคนที่เงียบสนิทจนแทบจะลืมไปแล้วว่ายังมีตัวตนอยู่

   “เพราะตั้งแต่ฉันได้ยินเสียงแกถึงได้เกิดความรู้สึกแบบนี้ขึ้น”พูดจบแล้วก็เหมือนได้ยินเสียงถอนหายใจของอีกฝ่ายดังออกมา

   [ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันกระทั่งเทพก็ยังบงการความรู้สึกของมนุษย์ไม่ได้แล้วเจ้าจะมาหวังว่าข้าจะบังคับความรู้สึกของเจ้าได้รึยังไงกัน]คือความเป็นจริงที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงและเป็นสิ่งที่คางาโฮะเชื่อมาตลอดหากแต่อิคคิกลับไม่อาจยอมรับได้

   “แกจะบอกว่าทุกอย่างที่ฉันคิดหรือรู้สึกมาจากตัวของฉันเองรึยังไงกัน”ถามกลับไปด้วยน้ำเสียงที่ไม่อาจจะยอมรับได้ในสิ่งที่ได้ยินและคำตอบที่ได้รับก็คือความเงียบซึ่งหมายถึงความถูกต้องซึ่งมันทำให้อิคคิต้องกัดฟันกรอด

   “ฉันไม่เชื่อแก!”ไม่เชื่อและไม่อาจจะเชื่อได้ อิคคิไม่อยากจะยอมรับเลยว่าตอนนี้เขากำลังเริ่มมองชุนในฐานะอื่นที่ไม่ใช่น้องชายเสียแล้ว จะให้เขายอมรับได้ยังไงกันว่าเขากำลังหลงรักน้องชายตัวเอง!

   [จะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของเจ้า]เสียงนั้นส่อถึงความรำคาญอย่างยิ่งยวดด้วยไม่รู้ว่าทำไมอิคคิจะต้องปฏิเสธสิ่งที่อยู่ในใจของตัวเองมากขนาดนี้  เขาไม่เข้าใจแม้แต่นิดเดียวว่าการโกหกใจของตัวเองมันจะได้อะไรขึ้นมาบ้างนอกจากความเสียใจ

   “ฉันไม่เชื่อ....”ยังคงเอ่ยย้ำกับตัวเองแม้ว่าอีกคนหนึ่งในร่างจะเงียบเสียงไปแล้ว ดวงตาทั้งสองข้างจับจ้องเข้าไปในดวงตาของตนเองที่สะท้อนบนกระจกด้วยแววตาที่แข็งกร้าว

   “ฉันไม่มีวันเชื่อ!”คำพูดนั้นไม่มีใครรู้ว่าพูดให้กับใครฟังกันแน่

   หลังจากเล่นสเก็ตน้ำแข็งกันจนพอใจแล้วชุนก็ชวนเฮียวกะไปกินข้าวเย็นด้วยกัน ตอนแรกเฮียวกะก็คิดจะตอบรับอยู่แต่พอเห็นสีหน้าบึ้งตึงของอิคคิที่อยู่ข้างหลังชุนก็ทำให้เฮียวกะจำต้องกล่าวปฏิเสธออกไปอย่างนึกเสียดาย

   “ความจริงเฮียวกะก็น่าจะมากินด้วยกันนะ นานๆจะได้เจอกันทีแท้ๆ”ระหว่างกินข้าวในร้านอาหารแห่งหนึ่งของห้างชุนก็บ่นออกมา

   “เสียใจที่มันไม่มากินด้วยรึไง”ฝ่ายพี่ชายพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบตามปกติแต่ก็มีติดจะหงุดหงิดอยู่บ้างทั้งเรื่องของเฮียวกะกับเรื่องของตัวเอง ชุนทำหน้าอย่างบึ้งไม่พอใจ

   “พี่อิคคิอย่าเรียกเฮียวกะว่ามันสิครับ”เสียงไม่พอใจของชุนเริ่มทำให้อิคคินึกไม่พอใจขึ้นมาบ้างและมันยิ่งน่าหงุดหงิดเมื่อพบว่าความหงุดหงิดนั้นมาจากการได้ยินชื่อของเฮียวกะออกมาจากปากของชุนและที่น่าหงุดหงิดที่สุดก็คือเรื่องที่ทำไมตัวเองจะต้องมานึกโมโหเพียงเพราะน้องชายเรียกชื่อคนอื่น

   ไม่...เขาไม่มีวันเชื่อคำพูดของคางาโฮะ....

   “พี่อิคคิฟังผมอยู่รึเปล่าครับ”น้ำเสียงฟังดูไม่พอใจมากขึ้นอีก ดวงตาคู่โตจ้องพี่ชายเขม็ง

   “พี่อิคคิถึงพี่อาจจะไม่ชอบเฮียวกะแต่เฮียวกะเป็นเพื่อนผมคราวต่อไปก็ห้ามเรียกเฮียวกะว่ามันนะครับ”ช้อนส้อมในมือของอิคคิถูกวางลงทำให้ชุนเผลอยิ้มก่อนจะกลายเป็นยิ้มค้างเมื่อ....

   “เงียบได้แล้วน่าชุน อย่าพูดชื่อมันให้พี่ได้ยินอีก”สิ้นคำอิคคิก็ลงมือกินต่อและเพราะโดนพี่ชายทำหน้าบึ้งตึง ร่างบางก็ได้แต่ตักอาหารเข้าปากอย่างเงียบๆต่อไปด้วยแววตาสลดที่โดนดุ

   พอเห็นน้องชายทำหน้าสลดเสียใจใจของพี่ชายก็รู้สึกผิดขึ้นมาที่เผลอแสดงอารมณ์หงุดหงิดใส่น้องชายไป เพียงแต่อิคคิก็ปากแข็งเกินกว่าจะกล่าวขอโทษน้องในสถานการณ์แบบนี้จึงได้แต่กินข้าวต่อไปและพยายามไม่สนใจ บรรยากาศเดิมๆบนโต๊ะอาหารของสองคนจางหายไปในเมื่อต่างคนต่างก็เอาแต่กินข้าวกันอย่างเงียบๆสร้างบรรยากาศอึมครึมออกมา

   บรรยากาศของสองพี่น้องดูจะแย่ลงเพราะขนาดว่ากินข้าวเสร็จ จ่ายเงินแล้วเดินออกจากร้านอาหารทั้งสองคนก็ยังไม่ได้พูดคุยอะไรกันเลยแม้แต่คำเดียวมีเพียงก็แค่สายตาที่ลอบมองกันและกันโดยที่ต่างฝ่ายก็ไม่รู้ตัว สองขาของทั้งสองนก้าวไปพร้อมกันอย่างไร้จุดหมายต่อไป ปกติชุนจะเป็นคนที่เลือกจะไปที่ไหนอิคคิก็มีหน้าที่แค่ตามใจน้องแล้วเดินไปด้วยกัน แต่พอชุนกลายเป็นคนเงียบไม่พูดอะไรอิคคิก็ไม่รู้ว่าจะเดินไปไหนดีได้แต่ขยับขาก้าวไปเรื่อยๆเท่านั้น

   เวลาผ่านไปสองคนที่เดินด้วยกันแบบเหมือนต่างคนต่างเดินก็มาหยุดอยู่ที่หน้าลิฟท์แก้วสำหรับขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกที่มีไว้สำหรับชมวิวยามค่ำคืน อิคคิกับชุนมองกันเล็กน้อยก่อนจะก้าวเข้าไปในลิฟท์พร้อมกัน เพราะเป็นเวลาเย็นค่อนมืดแล้วจึงมีคนเข้ามาในลิฟท์ค่อนข้างมากจนอิคคิกับชุนต้องมายืนเบียดกัน

   กระเป๋าใบใหญ่ของผู้หญฺงคนข้างๆกำลังเบียดเข้ามาแน่นทำให้ชุนหายใจไม่สะดวกแต่ก็ไม่อาจจะผลักผู้หญิงคนนั้นออกไปได้ ตอนแรกชุนทำใจแล้วว่าคงต้องยืนอึดอัดไปจนถึงชั้นบนแต่ก็ผิดคาดเมื่อมือแกร่งได้ดึงน้องชายของตัวเอกออกมาจากมุมที่อึดอัดนั้นเข้ามาซบกับอกของตัวเอง

   เสี้ยววินาทีที่ใบหน้าของชุนแนบกับอกของอิคคิใจของชุนก็เต้นแรงขึ้นจนหยุดไม่ได้ทั้งยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดี จะเอนซบลงไปเลยก็ใช่ที่แต่จะถอยออกมาก็ไม่มีที่ให้ถอย สถานการณ์นี้ทำให้ชุนกระอักกระอ่วนใจระคนเขินอย่างหนักและเมื่อชุนไม่สามารถตัดสินใจได้อิคคิจึงตัดสินใจแทนโดยการยกมือขึ้นรวบเอวชุนเอาไว้ไม่ให้ขยับไปไหน

   คราวนี้นอกจากจะไม่กล้าขยับตัวแม้แต่ปากชุนก็ยังไม่กล้าขยับพูดด้วยไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรออกไปดีจึงต้องจำยอมยืนซบอกพี่ชายท่ามกลางคนหมู่มากด้วยใบหน้าแดงระเรื่อ มาทางด้านพี่ชายก็ได้แต่หลับตาไม่มองหน้าน้องภาวนาให้ลิฟท์มาถึงชั้นบนสุดเร็วๆ

   กิ๊ง...

   เสียงสัญญาณลิฟท์ดังขึ้นไนเวลาต่อมาเพียงไม่กี่นาทีที่ยาวนานเหมือนเป็นชั่วโมงสำหรับสองพี่น้องที่แทบจะผละออกจากกันทันทีที่ได้ยินเสียงลิฟท์แล้วเดินตามคนอื่นออกไป

   แค่ก้าวแรกที่ก้าวออกมาดวงตาคู่สวยก็เบิกกว้างกับสีรัตติกาลที่ทอดแผ่ยาวสยายไปทั่วท้องฟ้าและถูกประดับไปด้วยดวงดาวต่างๆมากมายส่องสงระยิบระยับแบบที่หาได้ยากในเมืองหลวงซึ่งก็ถือเป็นโชคดีสำหรับอิคคิกับชุนที่ไม่ได้อาศัยอยู่ในเมืองหลวง

   “ว้าว สวยจังเลย”เสียงหวานเอ่ยชื่นชมราวกับเด็กน้อยที่ไม่ว่าใครได้ฟังก็รู้สึกเอ็นดูและเพียงแค่เสียงเดียวนี้ที่ทำให้บรรยากาศอึมครึมของทั้งคู่จางหายไป

   ร่างบางก้าวเดินออกไปยังดาดฟ้าที่ถูกตกแต่งอย่างสวยงามคล้ายกับสวนหย่อม ร้านขายอาหารและเครื่องดื่มถูกแยกออกไปยังมุมหนึ่งที่ห่างออกไปเพื่อไม่ให้ทำลายบรรยากาศ เก้าอี้ยาวและโต๊ะม้าหินถูกจัดเรียงไว้ตามที่ต่างๆเพื่อรอให้คนจับจองเพียงชั่วข้ามคืน

   แต่ทั้งที่มีโต๊ะว่างอยู่มากมายชุนกลับไม่มีท่าทีสนใจแม้แต่น้อย ร่างบางเลือกที่จะก้าวเดินไปตามกระเบื้องหินสีน้ำตาลทีละก้าวพร้อมกับมองไปยังบนท้องฟ้าเพื่อมองหากลุ่มดาวต่างๆโดยมีอิคคิที่อารมณืดีขึ้นแล้วเดินไปด้วยกันด้วยความรู้สึกแบบที่เดินด้วยกันจริงๆไม่ใช่เหมือนต่างคนต่างเดินอีกต่อไป

   “พี่อิคคิเจอกลุ่มดาวฟินิกซ์รึยังครับ”ชุนเอ่ยถามขณะที่เท้าแขนพิงรั้วสูงถึงอก คำถามนั้นอิคคิไม่ได้ตอบแต่เลือกที่จะชี้นิ้วไปยังท้องฟ้าแล้ววาดนิ้วไปมาราวกับจะวาดภาพบนท้องฟ้าและปลายนิ้วที่ลากไปมาก็คือสัญลักษณ์ของกลุ่มดาวฟินิกซ์

   เด็กหนุ่มมองตามปลายนิ้วของชายหนุ่มแล้วเผยรอยยิ้มบางๆออกมาเมื่อพบกลุ่มดาวฟินิกซ์ที่ส่องประกายบนฟ้า ก่อนจะนึกได้ถึงประวัติของนกฟินิกซ์ที่เคยได้ยิ้นเมื่อนานมาแล้ว นกฟินิกซ์มีอีกนามหนึ่งซึ่งถูกเรียกขานในประเทศอียิปต์อันห่างไกลว่า “นกเบนู”

   ไม่รู้ราวกับเป็นการย้ำเตือนถึงอีกคนหนึ่งซึ่งเคยถือครองสัญลักญ์แห่งนกเบนูหรืออย่างไรชุนถึงได้หวนนึกถึงคางาโฮะขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ

   นกฟินกซ์ยามเมื่อสิ้นใจก็จะแผดเผาร่างกายของตนเองด้วยเปลวเพลิงที่ตนเป็นผู้สร้างให้กลายเป็นเพียงเถ้าถ่านแล้วถือกำเนิดใหม่อีกครั้งในกองฟืน เติบใหญ่ขึ้นจากกองขี้เถ้าอดีตร่างของตนเองและเมื่อเติบใหญ่ก็จะออกโผบินอีกครั้งเป็นสัญลักษณ์ของความเป็นอมตะ

   เฉกเช่นเดียวกับเมื่อคราที่คางาโฮะได้สิ้นใจไปเมื่อกว่าสองร้อยขวบปีก่อน ร่างของนกเบนูที่ถูกแผดเผาด้วยเปลวเพลิงซึ่งตนเป็นผู้รังสรรค์ได้แผดเผาให้กายาสูญสิ้นก่อนจะถือกำเนิดขึ้นจากกองฟืนที่เรียกว่าผืนดิน สุดท้ายก็สามารถสยายปีกขึ้นมาบนโลกนี้ได้อีกครั้งในนามของนกฟีนิกซ์

   “คิดอะไรอยู่งั้นเหรอชุน”อิคคิเอ่ยถามเมื่อพบว่าน้องชายของตัวเองเอาแต่มองกลุ่มดาวฟินิกซ์ด้วยสายตาที่คล้ายกับจะเลื่อนลอย แววตาที่เหมือนกำลังจดจ่อกับเรื่องใดเรื่องหนึ่งในหัวจนไม่อาจให้ความสนใจแม้เสี้ยวเดียวต่อสิ่งรอบข้างได้

   “ชุน”เรียกอีกครั้งพร้อมกับยกมือขึ้นจับบ่าชุนแล้วเขย่าเบาๆเป็นผลให้น้องชายหันกลับมาอย่างช้าๆแล้วกลายเป็นฝ่ายที่เอ่ยถามแทน

   “พี่อิคคิเชื่อตำนานของนกฟินิกซ์มากแค่ไหนครับ”เป็นคำถามที่ทำให้อิคคิต้องนิ่งเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะตอบกลับมาอย่างจริงจัง

   “มันก็เป็นแค่ตำนาน”หรืออาจบอกได้อีกอย่างว่าไม่คิดจะเชื่อซึ่งความจริงแล้วคำพูดนี้ก็ไม่สมควรจะออกมาจากปากของเซนต์ประจำกลุ่มดาวฟินิกซ์เลย หากแต่คำตอบที่ได้ยินนี้กลับคล้ายกับคำพูดของอีกคนหนึ่งอย่างไม่ตั้งใจ

องค์ฮาเดสจะเป็นเช่นไรไม่เกี่ยวกับข้า

   คำพูดของสเป็คเตอร์ที่ควรจะภักดีแต่กลับไม่นึกสนใจ สิ่งที่สนใจมีแต่เพียงใครคนหนึ่งซึ่งสถิตย์อยู่ในดวงตาตลอดเวลาไม่ว่าจะผ่านมานานมากเพียงใดก็ตามและเป็นดวงตาเดียวกันที่ทำให้ชุนราวกับถูกสะกดให้อยู่ในห้วงภวังค์

   “พี่อิคคิ....”เอ่ยเรียกด้วยเสียงอันแผ่วเบาที่ดังเพียงพอให้ได้ยินกันแค่สองคน ฝ่ายพี่ชายนิ่งรอให้น้องชายเป็นฝ่ายเริ่มพูดขึ้นมาก่อน

   “พี่เชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิดมากแค่ไหน”สิ้นคำถามนี้ก็มีอีกคำถามหนึ่งที่ดังขึ้นอยู่ในหัวและรอที่จะถามออกไปเช่นเดียวกัน

ถ้าหากผมบอกว่าผมรู้จักคางาโฮะที่อยู่ในตัวของพี่ พี่อิคคิจะเชื่อผมรึเปล่า

######################
TBC...

มาอัพช้ามากกกกกกกกกกกกกกกก
ความจริงกะจะอัพเมื่อคืนแต่ทำงานเลิกกลับบ้านมาก็มืดอัพไม่ไหว
มาตอนนี้เนื้อเรื่องแลดูเฉื่อยๆชอบกล แต่ก็แอบหวานเลี่ยนในบางกรณี 555
เรื่องของนกฟินิกซ์กับนกเบนูเราอ้างอิงมาจากที่นี่ค่ะ ประวัตินกฟินิกซ์

ตอนนี้เฮียวกะเกือบกลายเป็นหงส์คอหัก(หรืออาจเป็นหงส์ย่าง)ซะแล้ว แต่พี่อิคคิดันไม่ค่อยยอมรับว่าตัวเองหึงซะนี่-3-
คางาโฮะพี่แกก็เหมือนจะหงุดหงิดมิใช่น้อยที่อิคคิไม่ยอมรับตัวเองซักที ส่วนหนูชุนยังคงแสดงความโมเอะออกมาเป็นระยะๆเพื่อทำให้แม่ยกใจสั่น 555
ตอนหน้าพี่โฮะจะกลับมามีบทแล้ว!

ตอบเม้นต์

จา
อ่านจบตอนนี้ก็เกือบได้ไว้อาลัยเฮีนยวกะกันแล้วค่ะ ไม่รู้ซะแล้วว่าชุนน่ะน้องใคร 555
เราขอให้เชียร์สามพีค่ะ หุๆๆ

Luxsana
เรื่องของคางาโฮะอยู่ตอนหน้าค่ะ ตอนนี้ยังคงเป็นอิคคิอยู่
ว่าแต่ตอนนี้ก็มีเซอร์วิสแบบเอโร่ยนิดๆนะเนี่ย

nunun081
วิ้ง!/รีบใช้เวทรักษา
อย่าเพิ่งปางตายค่ะ ต้องวาดรูปให้เราก่อนนนนนนนนนนนนนนนน/โดนตบ
วาดมาเลยค่ากี่คนวาดเราก็ยินดี คริๆๆ
(แอบอยากรีเควสฉากเลียกาแฟค่ะ)

Saintcosevent
ก็เดทน่ะสิแถมชุนเป็นฝ่ายชวนเดท(แบบไม่ตั้งใจ)อีกต่างหาก
เอาภาพมาบรรณาการเลยพี่เท็ม ไม่งั้นหนูจะจับคางาโฮะปล้ำอิคคิ(หรืออิคคิปล้ำคางาโฮะดี?) แต่คงไม่ใช่ว่าถูกใจพี่อีกนะนั่น- -"
ส่วนวันเกิดเจมินี่...เลยมาแล้วนี่เนอะ ไม่มีละกัน555/โดนพี่เท็มกับมิ้นรุมเตะ

บันทึกการเข้า
nunun081
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 379
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
20, เมษายน 2019, 10:31:50 PM

Scorpio

กระทู้: 429
หมายเลขสมาชิก: 4389

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2009


กระทู้: 429
279.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ nunun081
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 16 : Exp 78%
HP: 0.1%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0

pichanun081@hotmail.com -
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
| |
« ตอบ #27 เมื่อ: 05, มิถุนายน 2011, 02:12:03 PM »

ฮุๆๆๆๆ ศึกชิงนายเริ่มขึ้นอย่างร้องระอุ คนอ่านเหงื่อแตกเลย (เพราะอากาศร้อน) สู้เขานะเฮียวกะ  อิคคิโหดไปงั้นแหละ น่ากลัว(น้อย)ที่ไหน

บันทึกการเข้า

Saintcosevent
Power User
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
*

Photobucket 1556
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
04, กุมภาพันธ์ 2018, 02:20:52 PM

Capricorn

กระทู้: 321
หมายเลขสมาชิก: 2999

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2008


กระทู้: 321
152.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Saintcosevent
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 14 : Exp 50%
HP: 0%

คนธรรพ์แห่งอาเทน่า

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 5.0 Firefox 5.0


ดูรายละเอียด
| |
« ตอบ #28 เมื่อ: 09, มิถุนายน 2011, 02:26:29 PM »

  .....เฮียวกะเกือบโดนนิซังโบกแล้ว......
ไม่อยากอยู่ในลานสเก็ตเดียวกันกับเจ้าสามตัวนี้เลย
ต้องเล่นสเก็ตไม่เป็นสุขอย่างแน่นอน.....

เฮียวกะ แกอย่าเนียนให้มันมากนักนะ...D<....หงุดหงิด
จะว่าไปในฟิคนี้ พี่อิคคิก็ซึน น้องชุนก็ซึน....
ท่าทางจะต้องมีอะไรวาบหวามให้ดูต่อไป..........

ป.ล. เอาฉาก XXXX ของพี่อิคคิกะน้องชุนใช่มะ >D
ฮิ ฮิ ร่างเสร็จแล้ว เดี๋ยวว่าจะลงสี เอาไปลงที่ไหนดีนะ...

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
Browser:
Chrome 27.0.1453.116 Chrome 27.0.1453.116

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #29 เมื่อ: 30, มิถุนายน 2013, 11:19:54 PM »

เค้ากลับมาอัพต่อแล้วน้า หลังจากหายไปร่วมปีรู้สึกผิดจนน้ำตาจะไหลเลยล่ะค่ะ ถ้ายังมีคนที่ติดตามเรื่องนี้อยู่ก็ต้องขอโทษและขอบคุณมากๆนะคะ ยังไงเราก็จะพยายามเขียนเรื่องนี้ให้จบนะคะ

ตอนที่ 7

...คุณเคยบอกว่าอยากให้ผมมีความสุข.....
....แล้วคุณล่ะเคยถามตัวเองไหมว่ามีความสุขรึเปล่า....

   ภาพสะท้อนของเมืองในยามดึกสะท้อนลงบนกระจกของรถไฟฟ้าที่แล่นไปตามทางด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอ แม้จะไม่ใช่รถไฟเที่ยวสุดท้ายของวันแต่ก็มีผู้คนขึ้นอย่างบางตาผิดกับตอนมาทำให้มีที่นั่งเหลือเฟือไม่จำเป็นต้องยืน สองพี่น้องจึงนั่งลงข้างกันในตู้รถไฟที่มีเพียงสองคน

   อาจเพราะว่าไม่มีใครเลยนอกจากอิคคิกับชุนซึ่งไม่ได้คุยกันทำให้ทั้งตู้เงียบสงัดจนได้ยินเสียงของล้อรถที่แล่นไปตามราง ความเงียบนั้นไม่ว่าเมื่อไรก็ชวนให้รู้สึกอึดอัดใจได้เสมอและดูเหมือนในช่วงนี้ชุนก็มักจะต้องเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้บ่อยเหลือเกิน

   ‘จะทำยังไงดี’ชุนคิดจนหัวแทบแตกก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีถึงจะออกจากสถานการณ์นี้ได้แล้วด้วยเพราะอิคคิก็มีท่าทางปกติไม่ได้โกรธหรือกำลังหงุดหงิดกลับกันยังดูนิ่งเสียจนชุนไม่รู้ว่าพี่ชายคิดอะไรอยู่กันแน่ โดยเฉพาะหลังจากที่ชุนได้เอ่ยถามคำถามนั้นออกไป
   ย้อนกลับไปเมื่อตอนนั้น.....

   “พี่เชื่อเรื่องการกลับชาติมาเกิดมากแค่ไหน”คำถามที่ชวนให้คนรับฟังขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว

   “เรื่องไร้สาระ”และเป็นคำตอบที่ทำให้ชุนหัวเราะแม้ใบหน้าจะแลดูเศร้าหมองก็ตาม

   “งั้นเหรอครับ แต่ว่าผมกลับเชื่อนะครับ”ความจริงแล้วชุนไม่เคยเชื่อแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่คิดจะเชื่อ เรื่องราวเหนือธรรมชาตินี้มีการเล่าขานอยู่ทุกยุคสมัยโดยเฉพาะการกลับชาติมาเกิดที่มีให้ได้ยินมาตั้งแต่สมัยโบราณและในวันนั้นเมื่อสองเดือนก่อนเรื่องนี้ก็ได้เกิดขึ้นกับตัวเขา

   “ก็ขนาดท่านอาธีน่ายังกลับมาเกิดใหม่เหมือนกันนี่ครับ”เอ่ยอ้างถึงเธอผู้สูงส่งกว่าใคร เธอที่ได้หวนกลับมาในโลกนี้หลายต่อหลายครั้งเฉกเช่นเดียวกับเหล่าวิญญาณแห่งเซนต์

   “.....”เพราะคำพูดนี้ของชุนทำให้อิคคิยอมนิ่งฟังแม้โดยส่วนตัวเขาจะไม่เคยคิดสนใจมันก็ตาม เพราะไม่ว่าเมื่อชาติก่อนที่ผ่านมาเขาจะเป็นใครมันก็ไม่เกี่ยวกันเพราะตอนนี้เขาคืออิคคิแห่งกลุ่มดาวฟินิกส์และเป็นพี่ชายของชุนไม่มีวันเป็นอื่นไปได้

   “สำหรับผมที่เป็นร่างทรงของฮาเดสในบางครั้งผมก็อดสงสัยไม่ได้ว่าในชาติที่แล้วผมจะเคยเป็นร่างทรงเหมือนกันรึเปล่า”ฮาเดสเองก็เป็นเทพแม้จะไม่ได้จุติมาเป็นมนุษย์เฉกเช่นอาธีน่าแต่ทุกชาติก็จะมีเด็กหนุ่มผู้มีดวงวิญญาณบริสุทธิ์ที่สุดบนผืนพิภพเป็นร่างทรง จริงอยู่ที่ชุนไม่เคยคิดว่าตัวเองจะเป็นผู้มีดวงวิญญาณบริสุทธิ์ขนาดนั้นแต่ก็อดคิดไม่ได้จริงๆว่าดวงวิญญาณที่บริสุทธิ์ขนาดนั้นจะมีสักกี่ดวงบนผืนพิภพกัน

   “บางครั้งคนเราก็อาจจะเรียกสิ่งเหล่านี้ว่าโชคชะตาสินะครับ”ราวกับตลกร้ายของสวรรค์ที่ชอบกลั่นแกล้งผู้คนให้หมุนไปตามโชคชะตาแห่งดวงวิญญาณที่ตนไม่เคยได้เป็นคนเลือก เหมือนกับที่ชุนไม่เคยได้เลือกเลยว่าจะต้องเป็นร่างทรง
   คิดแล้วก็เหลือบมองพี่ชายที่ยืนอยู่เคียงข้างกันก่อนจะเท้าแขนลงบนขอบปูนที่ก่อไว้สูงถึงระดับอกของตัวเอง ทอดสายตามองไปไกลยังดวงดาวที่ส่องประกายบนท้องนภาดุจจะบ่งบอกตัวตนที่ยังคงอยู่บนโลกนี้

   “มีแต่คนอ่อนแอเท่านั้นแหละที่โทษว่าทุกสิ่งเป็นเรื่องของโชคชะตา”แม้คำพูดจะฟังดูเหมือนตำหนิแต่น้ำเสียงราบเรียบคล้ายกับจะปลอบโยนทำให้ชุนรู้สึกดีใจ ดวงตาคู่โตทอดมองไปยังบนท้องฟ้าอีกครั้งก่อนจะหลับตาลงคล้ายตัดสินใจในบางสิ่งบางอย่าง

   “พี่ครับกลับบ้านไปแล้ว...ผมมีบางอย่างอยากจะให้พี่ดู”

   “มันคืออะไรงั้นเหรอ”อิคคิถามแต่ชุนไม่ได้ตอบ เมื่อไม่ได้ตอบบทสนทนาจึงได้จบลงเพียงแค่นั้นจวบจนกระทั่งทั้งสองเดินทางกลับบ้านทุกสิ่งก็ยังคงตกอยู่ในความเงียบจนน่ากลัว

   แว่วเสียงของล้อรถที่เสียดสีกับรางสลับกับเสียงบอกสถานีเป็นระยะที่เหมือนกับจะกลายเป็นเสียงเพียงไม่กี่เสียงที่สามารถบรรเลงออกมาได้ในเวลานี้ ไม่ว่าจะด้วยเพราะอารมณ์ที่คาดเดาไม่ได้ของผู้ที่เอาแต่นั่งนิ่งเงียบหรือความหวาดกลัวของน้องชายที่ไม่กล้าแม้แต่จะเปล่งเสียงออกมาเพียงครึ่งคำ

   ชุนลอบมองใบหน้าของพี่ชายที่นิ่งเงียบแต่แล้วดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะมีความคิดเหมือนกันเพราะเมื่อชุนลองหันไปมองกับพบว่าพี่ชายกำลังจ้องมองตนเองอยู่เช่นกัน  ต่างคนก็มองจ้องกัน ไม่มีใครหลบสายตาใครและก็เป็นเหมือนกับหลายครั้งที่ชุนจะเป็นฝ่ายพูดขึ้นมาก่อน

   “พี่อิคคิ...ถ้าเกิดว่าผม...ไม่ใช่ผมขึ้นมาล่ะ พี่จะทำยังไง”สิ่งที่พูดออกมาหลังจากนิ่งเงียบมานานคือคำถามและเป็นคำถามที่อิคคิไม่สามารถทำความเข้าใจได้

   “นายหมายความว่ายังไง”ชายหนุ่มไม่รู้ว่าน้องชายถามเพื่ออะไรแต่หัวใจเขากลับเต้นไม่เป็นส่ำ ลางสังหรณ์บางอย่างกำลังบอกว่าเขาไม่อยากจะฟัง โดยเฉพาะในขณะที่ร่างของเขายังมีใครอีกคนหนึ่งอยู่ด้วย

   “ผม....”ยังไม่ทันที่ชุนจะได้ตอบรถไฟที่โดยสารอยู่ก็หยุดลงพร้อมกับส่งเสียงสัญญาณหยุดรถ พอเงยหน้าขึ้นชุนกับอิคคิถึงได้พบว่าทั้งสองได้มาถึงสถานีที่ต้องการแล้ว สองพี่น้องจึงเลิกพูดกันและเดินลงจากรถมุ่งตรงกลับบ้านไปในทันที

   ระหว่างทางทั้งที่ชุนทำท่าเหมือนอยากจะถอยห่างแต่มือที่เล็กกว่าของชุนกลับยื่นมาจับมือของเขาแน่นทำให้อิคคิพลันคิดถึงอดีตขึ้นมา ตอนที่เป็นเด็กเวลาที่ชุนกำลังกลัวหรือมีเรื่องกังวลใจอะไรชุนมักจะชอบเดินมาจับมือของเขาเอาไว้แน่นแล้วมองเขาด้วยสีหน้าที่เหมือนจะร้องไห้

   “ชุน”พอชุนเงยหน้าขึ้นตามเสียงเรียกอิคคิก็เห็นว่าดวงตาคู่โตของชุนกำลังสั่นคลอน ริมฝีปากเม้มแน่นจนเหมือนกับจะสะกดกลั้นความรู้สึกเอาไว้

   “พี่อิคคิ...”ริมฝีปากบางเอ่ยเรียกชื่อแล้วก็เงียบไป ร่างบางทำท่าเหมือนจะพูดอะไรสักอย่างแต่สุดท้ายก็เงียบไปและปล่อยมือของอิคคิในทันที

   เมื่อมือถูกปล่อยด้วยกิริยาที่แทบจะเรียกว่าสะบัดทิ้งอิคคิก็ตั้งใจจะคว้าชุนเอาไว้แต่ชุนกลับรีบเดินจนมือของชายหนุ่มคว้าได้เพียงความว่างเปล่า ร่างบางหยิบกุญแจมาเปิดประตูและเดินเข้าบ้านไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามองพี่ชายตัวเอง

   ท่าทางของชุนแปลกไปจนอิคคินึกกลัวว่าเกิดอะไรขึ้นกับน้องชายของตัวเองกันแน่ แต่ไม่ว่าจะถามหรือเรียกเท่าไรชุนก็ไม่ได้หันกลับมาหรือส่งเสียงตอบเลยราวกับไม่ได้ยิน ชุนทำเหมือนกับว่าการเดินไปข้างหน้าเป็นสิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าสิ่งใด ดังนั้นอิคคิจึงได้แต่เดินตามหลังน้องชายไปเรื่อยๆเท่านั้น
   

   ในขณะที่อิคคิได้แต่เดินตามหลังชุน ทางด้านชุนก็ได้แต่เดินไปเรื่อยๆเท่านั้น ทุกคำพูดที่อิคคิพูดมาชุนได้ยินทั้งหมดแต่ก็ไม่รู้ว่าจะตอบอย่างไรดี ชุนรู้สึกว่าถ้าเขาหันกลับไปในตอนนี้เรื่องที่เตรียมใจจะพูดนั้นจะต้องถูกลืมไปอย่างแน่นอน

   บางทีถ้าหากไม่ได้พูดออกไปก็คงจะดีกว่านี้แต่ชุนกลับรู้สึกว่าตนเองอาจจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิตก็เป็นได้ ที่สำคัญเขาอยากจะเข้าใจความรู้สึกของตัวเองให้แน่ชัดเหลือเกิน เขาไม่อยากจะจมอยู่กับความสับสนตลอดไป

   ไม่รู้ว่ามันเร็วเกินไปหรือช้าเกินไปกันแน่กับการเดินมาที่ห้องนอนของตัวเอง เด็กหนุ่มเปิดมันออกอย่างช้าๆ ภายในห้องยังเหมือนเมื่อตอนเช้าก่อนจะออกไปรวมถึงบางสิ่งที่ถูกซ่อนอยู่ ชุนลังเลนิดหน่อยก่อนจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบสิ่งหนึ่งออกมา

   สิ่งที่ชุนหยิบออกมามีรูปร่างสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ค่อนข้างจะหนาแต่กลับดูน้ำหนักเบาไม่สมกับรูปร่างของมัน แต่แล้วสิ่งที่หนึ่งที่ทำให้อิคคิต้องขมวดคิ้วก็คือขุมพลังอันดำมืดที่แฝงอยู่ในสิ่งที่ชุนถืออยู่ มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบาย สิ่งที่อิคคิรู้สึกได้นั้นเป็นพลังด้านมืดแต่เขากลับไม่รู้สึกถึงอันตรายใดๆกลับกันหัวใจเขากลับเต้นแรงอย่างน่าประหลาด

   “นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะให้พี่ดู”ชุนประกาศออกมาเช่นนั้นแล้วจัดการยกมันตั้งขึ้นดึงผ้าคลุมออกทันที

   พริบตาแรกที่ผ้าคลุมถูกเปิดออกทุกสิ่งทุกอย่างก็ดูราวกับถูกหยุดเวลาเอาไว้ ภาพสีน้ำมันของร่างหนึ่งในชุดเกราะสีดำทมิฬไม่ต่างกับราตรีกาลล้อมกรอบด้วยเปลวเพลิงสีดุจเดียวกัน ทว่าสิ่งที่ทำให้เขาต้องตกใจมากที่สุดคือใบหน้าขมเข้มที่มีดวงตาดุดันราวกับจะใช้เปลวเพลิงสีทมิฬเหล่านั้นผลาญโลกนี้ให้ดับสิ้น

   ในเวลาเดียวกันนั้นเองที่อิคคิก็จำเรื่องเมื่อสองเดือนก่อนได้ ในคืนนั้นที่เขากลับมาบ้านแล้วพบว่าชุนเอาแต่เหม่อมองบางสิ่งอยู่และสิ่งที่ว่าก็คือห่อผ้าที่มีขนาดเท่ากับภาพสีน้ำมันผืนนี้และเป็นคืนเดียวกันที่เขาได้ยินเสียงร้องของชุนทำให้เขารีบเข้าไปในห้องของชุน แล้วหลังจากนั้น...

   เพียงเสี้ยววินาทีก่อนที่ขุมพลังอันดำมืดจะเข้าครอบงำเขาก็เห็นภาพของชายผู้มีใบหน้าเหมือนกับตนเองในชุดเซอร์พริสสีดำสนิทแล้วหลังจากนั้นเขาก็รู้สึกตัวอีกครั้งบนเตียงของตนเองพร้อมกับชุนที่มาหาแล้วบอกว่านอนไม่หลับ
   วันนั้นไม่รู้ว่าสิ่งใดดลใจให้เขาดึงชุนลงมากอดและนอนหลับไปด้วยกันหรือว่าทุกอย่างมันจะเป็นเพราะ....

   “ชุนนายรู้อะไรกันแน่”อิคคิถามเสียงขุ่นแต่ติดจะสั่น ไม่ใช่เพราะความเศร้าหรือความโกรธแต่มันเป็นความรู้สึกที่ยากจะอธิบายออกมา ได้ยินดังนั้นชุนก็เผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่นออกมาในทันที

   “ผมรู้ว่าคนในภาพนี้คือใครและผมยังรู้จักคนที่อยู่ในร่างของพี่ด้วย.....”เด็กหนุ่มหลับตาลงเพื่อสะกดกลั้นน้ำตาเอาไว้ในขณะที่อิคคิมองหน้าน้องชายตัวเองด้วยความตื่นตะลึงและยิ่งตกใจหนักขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินคำพูดต่อมา

   “คุณอยู่ที่นั่นใช่ไหม คางาโฮะ”สุดท้ายน้ำตาก็ยังคงไหลออกมาจากดวงตาคู่งามพร้อมกับคอสโมสีดำที่พุ่งออกมาจากภาพสีน้ำมัน

   ขุมพลังอันดำมืดรวมตัวกันก่อร่างเป็นร่างสูงใหญ่ร่างหนึ่งขึ้นมา ร่างที่ดูก็รู้ว่าเป็นผู้ชายและไม่นานเค้าโครงร่างนั้นก็แจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆไม่ว่าจะเป็นชุดเซอร์พริสสีดำทมิฬ ใบหน้าดุดันควบคู่กับดวงตาสีดำสนิทไม่ต่างกับราตรี

   นี่เป็นครั้งแรกที่อิคคิกับชุนได้พบกับคางาโฮะในสภาพนี้ เค้าหน้าที่ได้เห็นนั้นช่างคล้ายกับอิคคิจนแทบจะเป็นฝาแฝดกัน หากแต่แววตาของคางาโฮะที่มองมายังชุนนั้นกลับเต็มไปด้วยความโศกเศร้าอย่างที่ไม่จำเป็นต้องสังเกตให้มากเลยแม้แต่นิดเดียว

   “คางาโฮะ...”เด็กหนุ่มเอ่ยเรียกแต่ผู้ที่ถูกเรียกก็ไม่ได้พูดอะไรตอบกลับมานอกจากเบือนสายตาหนีไปเท่านั้น ท่าทางของคางาโฮะเป็นการแสดงออกอย่างโจ่งแจ้งว่าไม่คิดจะตอบคำถามทำให้ชุนตัดสินใจเดินเข้าไปหาและรั้งใบหน้านั้นให้กลับมาหาตนเอง

   “คางาโฮะ”เอ่ยเรียกอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างกับการขอร้องทำให้ในที่สุดคางาโฮะก็ใจอ่อนยอมสบตากับชุนตรงๆ

   “ชุน”เสียงเรียกอันแสนเบาทำให้ชุนยิ้มออกมา

   “ในที่สุดก็ยอมเรียกชื่อผมแล้วสินะ”เพราะว่าหลังจากวันนั้นที่ทั้งสองเกือบจะมีสัมพันธ์เกินเลยกันคางาโฮะก็ไม่เคยปรากฏตัวขึ้นมาอีกเลย ชุนไม่แน่ใจว่าเขารู้สึกอย่างไรกับคางาโฮะกันแน่ เขาไม่แน่ใจว่ามันคือความรักแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ามันคือความเสียใจยามเมื่อไม่ได้พบกันทำให้พอได้ยินคางาโฮะเรียกชื่อเขาถึงได้รู้สึกดีใจ

   “ข้า...”คางาโฮะคิดว่าเขาควรจะพูดอะไรสักอย่างแต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไรดี ท่าทางอึกอักนี้ทำให้อิคคิรู้สึกรำคาญจนแทบอยากเข้าไปกระชากคอคางาโฮะโดยเฉพาะเมื่อคางาโฮะใกล้ชิดชุนถึงเพียงนี้ หากแต่สีหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของชุนกลับทำให้อิคคิจำต้องล้มเลิกความคิดนี้ไป

   “แกต้องพูด”คำสั่งนี้ทำให้ทั้งสองหันไปมองอิคคิที่ยืนกอดอกด้วยสีหน้าที่ดูก็รู้ว่าพยายามระงับอารมณ์โกรธไว้มากแค่ไหน

   “ฉันไม่รู้ว่ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นบ้าง แต่ฉันไม่มีวันยกโทษให้กับคนที่ทำให้ชุนเจ็บปวด”ไม่ว่าจะฐานะของคนเป็นพี่หรือฐานะอื่นที่ไม่อยากยอมรับอิคคิก็ไม่มีทางยกโทษให้คางาโฮะที่น่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ชุนต้องร้องไห้และยิ่งยกโทษให้ไม่ได้ถ้าหากชุนทำถึงขนาดนี้แต่คางาโฮะก็ยังเลี่ยงที่จะพูดอะไรสักอย่างเพื่อคลี่คลายปัญหา

   “แกจะกลัวอะไรฉันไม่สนใจ แต่ถ้าการไม่พูดทำให้ชุนเสียใจต่อให้ต้องตายแกก็ต้องพูด”แม้นั่นจะเป็นคำที่ทำให้เขาต้องเดือดดาลหรือเจ็บปวดแค่ไหนเขาก็ไม่สนใจ

   คางาโฮะมองสบกับนัยน์ตาสีดุจเดียวกับตนของอิคคิก่อนจะหันไปมองชุนด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรู้สึกหลายอย่างปะปนกัน สุดท้ายคางาโฮะก็หลุบตาลงคล้ายกับตัดใจยอมที่จะพูดออกมา

   “ในอดีตข้าสูญเสียสิ่งต่างๆไปมากมาย สิ่งสำคัญที่ไม่มีวันเป็นของข้าพรากจากไปในที่ซึ่งข้าเอื้อมไม่ถึง ทั้งที่ข้ารักและให้ความสำคัญมากที่สุดแต่ข้าก็ไม่เคยอาจเอื้อมไปแตะต้องจนกระทั่งต้องมานั่งเสียใจภายหลังที่ปล่อยให้ท่านอาโรนต้องอยู่เพียงลำพัง”คนที่รักอยู่สูงเกินกว่าจะกล้าอาจเอื้อม เขาจึงได้แต่ออกไปยืนอยู่เบื้องหน้าและอ้าแขนออกปกป้อง

   “ท่านอาโรนไม่เคยเป็นของข้าเลย”เขารู้ดีมาตลอดว่าอาโรนเฝ้ามองแต่เพียงเพกาซัสเท่านั้น ความรู้สึกที่เขามอบให้อาโรนไปก็ใช่ว่าจะไม่ได้รับการตอบสนองเสียทั้งหมด เขารับรู้ได้ว่าอีกฝ่ายเห็นเขาสำคัญมากเพียงแต่เหมือนมีกำแพงขวางกั้นเขาทั้งสองคนไว้และไม่มีฝ่ายใดคิดอยากทำลายกำแพงนั้นลงเลย

   “เมื่อได้พบกับเจ้าผู้มีดวงวิญญาณเดียวกับท่านอาโรนข้าก็ไม่รู้ว่าตัวเองควรทำเช่นไรดี ถ้าหากว่าการไม่ยอมอยู่เคียงข้างในชาติก่อนคือความผิดพลาด ชาตินี้ข้าก็จะขออยู่เคียงข้างเจ้าตลอดไป”เขาอิจฉาเพกาซัสที่สามารถเข้าถึงหัวใจของอาโรนได้และปรารถนาให้ตัวเองสามารถไปยืนอยู่ในจุดนั้นได้ แม้ไม่รู้ว่าจุดจบของทั้งสองคนจะเป็นเช่นไรแต่ลึกๆในใจคางาโฮะก็มั่นใจว่าทั้งสองคนจะต้องอยู่ด้วยกันจนวาระสุดท้ายอย่างแน่นอน

   “แต่ทว่าสิ่งที่ข้าทำกลับทำให้เจ้าต้องร้องไห้”ในค่ำคืนนั้นที่เขาคิดจะครอบครองอีกฝ่ายอย่างบริสุทธิ์ใจตัวเขากลับถูกปฏิเสธ ใจจองเขาเจ็บแปลบแต่พอเห็นน้ำตาของชุนใจเขากลับเจ็บยิ่งกว่าเดิม คางาโฮะเผยรอยยิ้มเศร้าๆก่อนยื่นมือออกมาวางลงบนแก้มของชุนที่เต็มไปด้วยน้ำตา

   “ไม่ว่าข้าจะเลือกทางใดคนที่ข้ารักก็ไม่เคยมีความสุขเลย”มันคือความเป็นจริงที่เจ็บปวดที่สุด

   อดีตกาลที่ยังคงจดจำได้ดีเสมอมา เขาต่อสู้เพื่อน้องชายเพียงคนเดียวของเขาแต่นั่นก็กลับเป็นการผลักไสให้น้องชายของเขาเลือกความตายเพียงเพราะคิดว่านั่นเป็นหนทางที่จะทำให้เขาเป็นอิสระ

   เมื่อได้พบอาโรนเขาสนใจแต่เพียงว่าจะอยู่เพื่อทำให้ความปรารถนาของอีกฝ่ายเป็นจริงให้ได้ทั้งที่ความจริงแล้วเขาควรจะทำเช่นเดียวกับเพกาซัส เขาควรจะช่วยเหลืออีกฝ่ายออกจากความโดดเดี่ยวไม่ใช่เอาแต่พูดว่าจะอยู่เคียงข้างทั้งที่เขาไม่เคยทำได้เลย
   จวบจนกระทั่งปัจจุบันเขาตั้งใจว่าจะปกป้องชุนจากความโดดเดี่ยว เขาอยากจะอยู่เคียงข้างชุนทดแทนในส่วนที่ไม่ได้ทำเมื่ออยู่กับอาโรน เขาแค่อยากจะรักชุนเท่านั้นเองแต่ความรู้สึกของเขากลับทำให้ชุนต้องร้องไห้อย่างทุกข์ทรมาณ

   “ข้าไม่ควรตื่นขึ้นมาเลย ในเมื่อข้ากลับไปแก้ไขเรื่องนั้นไม่ได้สิ่งเดียวที่ข้าทำได้คือไม่ออกมาพบกับเจ้าอีกเท่านั้น” บางทีเขาคงไม่ควรเลือกทางใดตั้งแต่ต้น เขาควรจะขังตัวเองเอาไว้ในร่างของอิคคิไม่ออกมาพบชุนอีกแล้วรอให้กาลเวลาในยุคนี้จบลงโดยที่ไม่ต้องทำร้ายชุน

   ชุนจ้องมองสีหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์ของคางาโฮะด้วยความปวดร้าว เขาไม่เคยรู้เลยว่าคางาโฮะรู้สึกอย่างไรตลอดเวลาที่หลบหน้ากัน เขาคิดว่าตัวเองเจ็บปวดแต่ก็ไม่ใช่เลย อีกฝ่ายเจ็บปวดมากกว่าเขามากมายนักแต่ก็ยังเป็นห่วงเขาจนถึงที่สุด
   ทำไมค่าตอบแทนของความรู้สึกดีๆที่มีให้ถึงมีแต่ความทุกข์ทรมาณ...

   “แล้วคุณคิดเหรอว่าผมจะมีความสุข”น้ำตาหยุดไหลไปแล้วเหลือแต่เพียงความรู้สึกที่คุกรุ่นอยู่ในอก แววตาที่จดจ้องอีกฝ่ายเปลี่ยนไปแล้วมันเต็มไปด้วยความโกรธ

   “ผมไม่ใช่คนไร้หัวใจที่จะดีใจเมื่อคุณหายตัวไป คุณก็แค่หนีเท่านั้น! คุณทำให้ผมเกิดความรู้สึกมากมายแล้วก็จะทิ้งผมไปแบบดื้อๆงั้นเหรอ!”ต่อให้ความรู้สึกนั้นไม่ใช่ความรักแต่ก็เป็นความรู้สึกดีๆที่มีให้ มันเป็นความรู้สึกที่ก่อเกิดขึ้นเพราะการพบกันอย่างไม่คาดฝัน แต่พอเกิดปัญหาขึ้นมาก็จะทิ้งเขาไปง่ายๆด้วยการบอกเพียงว่าให้เขามีความสุขงั้นเหรอ

   ดวงตาคู่คมเบิกกว้างด้วยความตกใจที่ถูกขึ้นเสียงจากคนที่ตัวเองคิดว่าอ่อนโยนยิ่งกว่าใครและยิ่งตกใจหนักขึ้นมื่อค้นพบว่าความโกรธนั้นชุนไม่ได้โกรธเพื่อตัวเองแต่กลับโกรธเขาเพื่อตัวของเขาเอง คำพูดของชุนเหมือนกำลังบอกว่าอยากให้เขาอยู่ด้วย

   “ใช่แล้ว ตั้งแต่แกมาก็ทำให้ทุกอย่างปั่นป่วนไปหมด แกเอาแต่บอกว่าความรู้สึกทุกอย่างของฉันเกิดขึ้นเพราะตัวของฉันเองทั้งที่ความจริงแล้วแกก็แค่ยัดเยียดสิ่งที่ตัวเองรู้สึกมาให้ฉันเท่านั้น”อิคคิที่ยืนฟังอยู่นานพูดออกมาบ้าง

   “แกบอกให้ฉันยอมรับความรู้สึกของตัวเอง ถ้างั้นแกก็ยอมรับความรู้สึกของตัวเองออกมาก่อนซะ!”เสียงสั่งที่เหมือนกับเป็นประกาศิต ต่อให้อิคคิไม่ชอบการมีอยู่ของคางาโฮะมากเท่าไรแต่ในเมื่อน้องชายของเขารู้สึกพิเศษกับคางาโฮะมากขนาดนี้เขาก็ได้แต่ยอมรับมันด้วยความโกรธเกรี้ยวเท่านั้น

   “ข้า...”ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนเขาตั้งตัวไม่ทัน เขาคิดว่าตนจะสามารถหลบอยู่ในร่างกายของอิคคิได้ตลอดไป แต่แล้วเพราะคำพูดของชุนกลับทำให้เขาปรากฏตัวออกมาเพื่อพูดความรู้สึกที่ของตัวเองออกมาแล้วมาในเวลานี้เขายังถูกบังคับให้พูดถึงความต้องการของตัวเองออกมาอีก

   ในขณะที่กำลังสับสนอยู่นั้นชุนก็ยื่นมือมาจับมือของเขาทั้งสองข้างเอาไว้แน่นเหมือนกลัวว่าเขาจะหนีหายไปและในตอนนั้นเองที่ชุนได้พูดประโยคหนึ่งออกมา

   “คุณบอกว่าอยากให้คนที่คุณรักมีความสุขแล้วคุณรู้เหรอว่าความสุขของคนๆนั้นคืออะไร”คำถามนี้เขาตอบไม่ได้เพราะไม่เคยคิดถึงคำตอบของมันจึงเป็นชุนเองที่หลับตาลงแล้วเอ่ยออกมา

   “ผมอาจจะไม่รู้จักน้องชายของคุณกับอาโรนแต่ผมมั่นใจว่าเข้าใจความรู้สึกของพวกเขาสองคน ในฐานะที่เป็นน้องชายเหมือนกันถ้าหากตัวผมทำให้พี่ชายต้องบาดเจ็บเสมอผมก็คงไม่อยากให้ตัวเองอยู่ต่อไปเพียงเพื่อเป็นภาระที่บังคับให้พี่ชายต้องแบกรับ”พูดจบอิคคิก็หันมาจ้องชุนด้วยสายตาไม่พอใจแต่เพราะชุนหลับตาอยู่จึงมองไม่เห็น ท่าทางของอิคคิบ่งบอกอย่างโจ่งแจ้งว่า ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็จะไม่ยอมทอดทิ้งน้องชาย....เหมือนกับคางาโฮะที่ไม่ยอมละทิ้งน้องชายของตัวเอง

   “ในฐานะร่างทรงเหมือนกับอาโรนผมกล่าวได้เพียงว่าทุกความรู้สึกของอาโรนที่มีต่อคุณได้ถูกบันทึกลงบนภาพวาดสีน้ำมันผืนนั้นแล้ว”คราวนี้ชุนลืมตาขึ้นแล้วเลื่อนสายตาไปยังภาพของชายหนุ่มที่อยู่ในห้วงของเปลวเพลิงสีทมิฬ สีหน้าเย็นชาที่แท้จริงแล้วกลับแลดูโดดเดี่ยวกับคำพูดเพียงประโยคเดียวที่ถูกสลักลงไปข้ามกาลเวลามาจนถึงบัดนี้

   ...แด่คางาโฮะ บุรุษผู้ปกป้องข้าไว้ด้วยชีวิตของตนเองข้าจะไม่ขอให้เจ้าสมปรารถนาแต่ขอเพียงให้ชาติต่อไปเจ้าจะมีความสุข จาก อาโรน...

   คำพูดประโยคนี้ที่ถูกเขียนลงบนภาพเขาจดจำมันได้อย่างแม่นยำโดยไม่ต้องหันกลับไปดูซ้ำ อาโรนยังคงเป็นผู้ที่อ่อนโยนและใจดีเสมอมา ความรู้สึกที่มีให้กันได้ถูกตอบแทนมาด้วยประโยคนี้จนหมดสิ้น เขาควรจะรู้ตัวมานานแล้วมิใช่เหรอกับความหมายของคำพูดง่ายๆประโยคนี้

   “อาโรนน่ะหวังให้คุณมีความสุขนะครับ”ขอให้มีความสุข ไม่มากไม่น้อยไปกว่านั้น บางคนต่อให้สมปรารถนาแล้วแต่ใจกลับไม่เคยเป็นสุข เหมือนกับที่อาโรนคิดจะทำลายโลกต่อให้โลกนั้นพ่ายพังลงมาจริงแต่อาโรนก็จะไม่มีวันมีความสุขเลย
   ดังนั้นไม่จำเป็นต้องสมปรารถนาก็ได้ขอเพียงแค่คางาโฮะได้ยิ้มออกมาจากใจก็พอแล้ว...

   “ข้าอยู่ที่นี่...อยู่กับเจ้าต่อไปได้งั้นเหรอ...”คงเป็นครั้งแรกที่ชุนรู้สึกว่าน้ำเสียงของคางาโฮะไม่ได้เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจเหมือนกับทุกครั้ง เสียงของคางาโฮะฟังดูแหบพร่าเหมือนกับยังลังเลที่จะตัดสินใจ ชุนส่งยิ้มให้แล้วจึงค่อยตอบ

   “ถ้ามันทำให้คุณมีความสุขนะครับ”สิ้นคำนั้นชุนก็ถูกคางาโฮะรวบเข้าไปสวมกอดทันที เป็นอ้อมกอดที่แน่นจนอึดอัดทั้งที่อีกฝ่ายไม่มีร่างจริงให้สัมผัส แต่ความรู้สึกที่อัดแน่นบนตัวของคางาโฮะทำให้ชุนได้รู้ว่ามันคือความเป็นจริงทั้งหมดของคางาโฮะ เด็กหนุ่มยกมือขึ้นกอดตอบด้วยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความอ่อนโยน

   “ชุน...ข้ามีที่หนึ่งที่อยากจะไป”คางาโฮะเอ่ยขึ้นขณะที่นั่งอยู่ข้างๆชุนบนเตียง หลังจากที่อิคคิยอมให้คางาโฮะใช้ร่างคางาโฮะก็นั่งลงบนเตียงในห้องของชุนแล้วก็ดงียบไปนานจนกระทั่งเอ่ยประโยคนี้ออกมา

   “ที่ไหนเหรอครับ”คำถามนี้คางาโฮะไม่ได้ตอบออกไปในทันที ชายหนุ่มเงียบไปเล็กน้อยก่อนตอบ

   “แซงค์ทัวรี่ ข้าอยากจะไปเพื่อยืนยันความเป็นจริงที่ผ่านมาทั้งหมด”แม้จะได้ยินเรื่องเล่าทั้งหมดจากชุนแล้วแต่คางาโฮะก็ยังอยากจะเห็นด้วยตาว่าโลกหลังจากที่ตนจากไปเมื่อสองร้อยกว่าปีก่อนนั้นเป็นเช่นไร ที่สำคัญคือเขามีเรื่องที่อยากจะถามกับใครคนหนึ่ง
   บุรุษเพียงผู้เดียงที่ยังคงมีชีวิตอยู่หลังจากจบศึกเทพยุทธ์เมื่อครั้งนั้นไลบร้า โดโก

   “หากข้าจะก้าวต่อไปข้าก็จำต้องก้าวข้ามอดีตไปให้ได้”ที่ผ่านมาเขาเอาแต่ยึดติดกับอดีต ทั้งที่ชุนยังคงอยู่ตรงนี้เขากลับเอาแต่นึกถึงอาโรน คนที่เขารักที่สุด

   แม้จะรู้ดีว่าตนเองมองชุนว่าเป็นคนสำคัญเช่นไรแต่นั่นก็เพราะว่าเขามองเห็นอาโรนในตัวของชุนมาตลอดซึ่งนั่นอาจจะเป็นความสุขเพียงหนึ่งเดียวของเขาและยังเป็นความทุกข์แสนสาหัสอีกด้วย เพราะทุกครั้งที่เขามองชุนเขาก็จะนึกถึงอาโรน เขานึกออกแต่เพียงภาพของเด็กหนุ่มที่มีรอยยิ้มประดับใบหน้าทั้งที่ดวงตานั้นหลั่งน้ำตาสีชาดออกมา

   เขานึกภาพอาโรนที่ยิ้มแย้มอย่างมีความสุขไม่ได้เพราะไม่เคยเห็นมาก่อน ดังนั้นทุกครั้งที่นึกถึงต่อให้ใจเป็นสุขแค่ไหนแต่ความทุกข์ตรมของอาโรนก็ยิ่งตอกย้ำและทำร้ายจิตใจเขามากมายนัก เขาได้แต่คิดว่าทำไมในวินาทีสุดท้ายเขาถึงไม่ได้ไปอยู่เคียงข้างอาโรน ทำไมเขาถึงได้ดับสิ้นโดยทิ้งให้คนที่เขารักที่สุดต้องโดดเดี่ยว

   ดังนั้นเขาถึงอยากจะรู้ว่าในวินาทีสุดท้ายนั้นอาโรนเป็นอย่างไร จะยังเจ็บปวดทรมาณรึเปล่า จะยังร้องไห้อยู่ไหม ผู้ที่รู้เรื่องนี้ตอนนี้ก็คงมีเพียงไลบร้าเท่านั้น

   “ถ้าหากท่านอาโรนหวังให้ข้ามีความสุข ข้าก็จะต้องทำให้ตัวเองมีความสุข”เขาจึงอยากจะคลายปมความเจ็บปวดที่พันธนาการเขามาเนิ่นนานเสียทีด้วยการยอมรับความเป็นจริงทุกอย่างที่เกิดขึ้น

   “ครับ”แม้จะไม่ค่อยเข้าใจความรู้สึกของคางาโฮะแต่ชุนก็ยังคงดีใจที่คางาโฮะตัดสินใจได้แล้ว มือเรียวบางขยับเข้ากุมมือที่ใหญ่กว่าเอาไว้แนบแน่น

   “ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ผมก็จะอยู่ข้างคุณนะครับ”

TBC.

ถ้าบอกว่าตอนนี้ใกล้ช่วงไคลเม็กซ์แล้วจะโดนตบไหม?

แต่แบบเรื่องนี้อันที่จริงก็ไม่ได้จะเป็นเรื่องยาวตั้งแต่แรกอยู่แล้วน้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาา คิดมาตั้งแต่แรกแล้วว่าไม่เกิน10ตอนจบ

มาตอนนี้พี่โฮะโดนคืนแต่พี่อิคคิก็ยังคงซึนต่อไป วะฮ่าๆๆๆๆ แถมสุดท้ายยังต้องยอมรับตัวตนของคางาโฮะในฐานะว่าที่น้องเขยอีกต่างหาก คิดแล้วก็สงสารพี่อิคคิเหมือนกันนะเนี่ย กร๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกก(นี่คือสงสาร?)

ตอนหน้าก็จะพยายามมาให้ทันก่อนสิ้นเดือนนะคะ อยากเขียนฉากดราม่าง่าาาาาาาาาาาาาาา

ตอบเม้นต์

nunun081
ดีที่เฮียวกะมันถอยทันค่ะไม่งั้นได้เป็นเป็ดปักกิ่งกรอบๆเกรียมๆแน่(หงส์เฟ้ย! : เสียงสวรรค์แว่วๆมาแต่ไกลๆ)

Saintcosevent

ชุนเค้าแค่ยังไม่รู้ตัวส่วนพี่อิคคิเค้าค่อนข้างรู้ตัวแล้วแต่ยังไม่อยากยอมรับค่ะ(แต่หึงกันออกนอกหน้ามากมาย 555) เพราะอยากเห็นพี่อิคคิหึงชุนเฮียวกะเลยซวยไปค่ะ เพราะชิริวกับเซย์ย่าเค้ามีหวานใจของตัวเองแล้วนี่เนอะบวกกับเฮียวกะเข้ามีอีเวนต์กอดแก้หนาวกับน้องชุนอยู่เลยโดนเราเอามารังแก หึๆๆ ฮ่าๆๆ/หัวเราะแบบลูลู่ในCode Geass

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04, กรกฎาคม 2013, 12:13:09 PM โดย meiar » บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
Top 10 Best Sellers in Clothing for 2017 Top 10 Best Sellers in Clothing Best Sellers in Clothing
Top 10 Best Sellers in Books reviewer 2017 Top 10 Best Sellers in Books Best Sellers in Books
Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Reviewer 2017 Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Best Sellers In Grocery