STF Forum
22, เมษายน 2021, 06:02:48 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Shop เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 2 [3] 4   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: [FanFic]Once again... อัพตอนที่ 11 ขอโอกาสอีกสักครั้ง...  (อ่าน 20228 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
SAINT OF PHOENIX IKKI
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 106
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
03, ธันวาคม 2015, 10:45:37 AM

Gemini

กระทู้: 122
หมายเลขสมาชิก: 9452

วันที่สมัครสมาชิก: ต.ค., 2010


กระทู้: 122
7.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ SAINT OF PHOENIX IKKI
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 8 : Exp 92%
HP: 0.1%

เวลาคือสิ่งที่โหดร้ายที่สุด..สำหรับการรอคอยใครสักคน

OS:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
Browser:
Chrome 28.0.1500.72 Chrome 28.0.1500.72

phoenix_hikari@hotmail.com
PhoenixHikari PhoenixOnHikari
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
| |
« ตอบ #30 เมื่อ: 21, กรกฎาคม 2013, 02:15:24 PM »

สนุกมากฮะ
ตอนที่อ่านพอดีไม่มีเวลาอ่านหน้าคอมเลยต้องปริ้นมาอ่าน
ตอนที่คางาโฮะสิ่งร่างอิคคิ ไม่รู้คิดไงวาดภาพประกอบด้วย ใช้ปากกาล่องหนที่ได้มาหมาดๆ วาดลงในที่ปริ้นออกมา



เป็นภาพตอนชุนโดนจับกดพอดี 

555+

บันทึกการเข้า

เรื่องราวของครอบครัว NEKO แมวหนุ่ม ฮิคาริ เนโกะ จอมซึนเดเระ กับ ดาร์ค เนโกะ ฮิคิโคโมริ
เรื่องวุ่นๆในชีวิตประจำวัน ระหว่างครอบครัวและเพื่อนๆ จะทำให้พวกเขาเป็นอย่างไร

เรื่องเล็กๆของแมวเหมียว ฮิคาริ เนโกะ & ดาร์ค เนโกะ สามารถเข้าชมเพจได้ที่ Hikari & Dark NEKO! เนโกะแสบซ่าส์ครอบครัวตัววุ่น


meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 9.0.576.0 Chrome 9.0.576.0

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #31 เมื่อ: 31, กรกฎาคม 2013, 01:05:03 PM »

มาอัพตอนใหม่แบบช้าๆ- -"
เค้าแอบไปติดES21 อ่ะ ซื้อมาอ่านอีกรอบก็ยังคงฟิน+พีคไปได้อย่างต่อเนื่องจนเกือบมีฟิคหนุ่มๆนักกีฬาออกมาเลยทีเดียว

ตอนที่แล้วพี่ไม่มีบทเพราะงั้นตอนนี้!

ก็มีบทมาอีกนิดนึง/โดนถีบ

ตอนที่ 8

..............คุณเคยรู้สึกเกลียดใครมากจนทนไม่ไหวรึเปล่า....................
................เพราะตอนนี้คนที่ผมกำลังรู้สึกเกลียดที่สุดจนทนไม่ไหวก็คือ..................
[/b]

   ณ สนามบินแห่งหนึ่งชุนกำลังนั่งรออิคคิที่เดินไปเช็คอินกับโหลดกระเป๋าอยู่เงียบๆท่ามกลางฝูงชนจำนวนไม่น้อยรอบกาย ระหว่างที่รอชุนก็คิดทบทวนถึงเรื่องต่างๆที่เกิดขึ้น

   เขาคิดถึงคืนแรกที่ได้พบกับคางาโฮะ...ชายหนุ่มผู้ที่เคยเป็นอดีตชาติของพี่ชายของเขา ชายหนุ่มผู้มีเปลวเพลิงอันเกรี้ยวกราดและดุดันแต่กลับมีแววตาเหงาหงอยอย่างไม่น่าเชื่อ จากนั้นชุนก็พลันนึกถึงใบหน้าเศร้าๆตอนที่เขาพูดถึงศึกเทพยุทธิ์ในยุคนี้

   “ในตอนนั้นคุณกำลังคิดอะไรอยู่งั้นเหรอ”เขาถามกับความว่างเปล่าเบื้องหน้าเพราะแม้จะอยากรู้คำตอบแต่กลับไม่อยากที่จะถามโดยตรง

   ครั้นแล้วชุนก็ได้แต่ลองจินตนาการดูว่าหากตัวเขาต้องตายจากไปและตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพื่อพบว่าคนที่เขารักไม่อยู่บนโลกนี้อีกแล้วมันจะเป็นเช่นไรกัน คนแรกที่ชุนคิดถึงก็คือ อิคคิ พี่ชายที่อยู่กับเขามาชั่วชีวิตและจะอยู่กับเขาตลอดไป

   “โลกที่ไม่มีพี่อิคคิงั้นเหรอ”หากว่าโลกนี้ไม่มีอิคคิ เขาจะเป็นอย่างไรกันนะ...จะยังสามารถยิ้มได้อยู่รึเปล่า

   คำตอบที่ชัดเจนและแน่นอนก็คือ ไม่

   โลกที่ไม่มีอิคคิสำหรับเขาแล้วมันก็แทบจะไร้ความหมายไปในทันที จริงอยู่ที่เขาอาจมีเพื่อนพ้องมากมายแต่ก็ไม่มีใครสำคัญไปมากกว่าอิคคิอีกแล้ว รู้สึกในอกหนักอึ้งและอึดอัดจนหายใจไม่ออกคล้ายน้ำตาจะไหลรื้นขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้จนเหมือนกับมีใครสักคนกำลังร้องไห้อยู่ในตัวของเขา

   วินาทีต่อมาเบื้องหน้าที่ควรจะเป็นฝูงชนมากมายกลับกลายเป็นทุ่งร้างที่แสนว่างเปล่า ท้องฟ้าสีดำสนิทไร้แสงตะวัน ผืนดินแห้งแล้งมีเพียงบ่อน้ำสีแดงดั่งเลือดกระจายอยู่ไปทั่ว ยินเสียงกรีดร้องโหยหวนด้วยความทุกข์ทรมาณตลอดเวลา

   สถานที่ซึ่งไม่มีอยู่บนโลกแต่กลับเป็นสถานที่ที่เขารู้จักเป็นอย่างดีราวกับเป็นบ้านของตัวเองซึ่งคงเป็นเพราะความทรงจำของจ้าวนรกที่ยังติดค้างอยู่ในตัวของเขา  ดินแดนแห่งจุดสิ้นสุดของผู้วายชนม์ซึ่งมีนามว่า ยมโลก

   มือของเขากำลังถือบางสิ่งอยู่ทั้งที่เมื่อครู่ยังว่างเปล่าอยู่แท้ๆ สิ่งนั้นมีลักษณะเรียวยาวคล้ายกับดินสอ พอสิ่งนั้นขยับก็บังเกิดสีสันแต่งแต้มลงไปบนผืนผ้าใบที่อยู่ข้างกาย ภาพของเหล่าวิญญาณอันน่าเวทนาค่อยๆกลายเป็นเทวาสีขาวบริสุทธิ์บนผืนผ้าใบนั้น

   ดินแดนยมโลกนี้มันแสนเศร้านักคางาโฮะ...

   เสียงของใครคนหนึ่งที่รู้สึกคุ้นเคยราวกับเป็นเสียงของตนเองกำลังพูดกับใครคนหนึ่งที่เขารู้จัก น้ำเสียงเศร้าสร้อยเอ่ยถึงสถานที่อันรกร้างด้วยความสงสารจากใจจริง

   ผมอยากช่วยเหลือทั้งคนเป็นและคนตาย คางาโฮะ...รวมไปถึงน้องชายของเธอที่น่าจะอยู่ที่ไหนสักแห่งในดินแดนยมโลกนี้ด้วย จำเป็นต้องทำให้ทุกสิ่งสูญสิ้นไป ผมจะแต่งแต้ม ผมจะสร้างความตายครั้งใหม่เพื่อการปลดปล่อย

   ความปรารถนาที่แสนอ่อนโยนอย่างโหดร้ายถูกเอื้อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงของเด็กหนุ่มคนหนึ่ง โทนเสียงนั้นมีแต่ความจริงใจอันบริสุทธิ์หากแต่ถ้อยคำที่แสนสิ้นหวังนั้นกลับชวนให้รู้สึกเหมือนเทวาอันบริสุทธิ์ที่ร่วงหล่นสู่ความมืดไม่มีผิดและบางทีเจ้าของเสียงนั้นคงรู้ตัวในความจริงข้อนี้ดีจึงได้เอ่ยถามออกไป

   คางาโฮะ ตัวผมเป็นผู้บาปหนาสาหัสหรือไม่?

   พลันนั้นเองที่เขาได้มองเห็นใบหน้าของคางาโฮะที่คุกเข่าอยู่เบื้องหลังตนเอง ในดวงตาสีดำสนิทคู่นั้นสะท้อนภาพเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่มีดวงหน้าอ่อนเยาว์ซึ่งแต่งแต้มด้วยรอยยิ้มแสนเศร้าอยู่ ขณะที่คางาโฮะกำลังจะเอ่ยตอบภาพทุกอย่างกลับหายวับไปเหลือแต่เพียงเสียงที่คล้ายจะคุ้นเคยนั้นดังก้องอยู่

   คางาโฮะ

   ทั้งที่มีเพียงแค่เสียงแต่ชุนกลับรู้สึกเหมือนเจ้าของเสียงนั้นกำลังยื่นมือออกไปยังความมืดที่ว่างเปล่าเพื่อค้นหาใครคนหนึ่งและความรู้สึกโหยหาที่ซ่อนอยู่ในเสียงนั้นก็ส่งผลให้ชุนร้องเรียกออกไปอย่างไม่ตั้งใจ

   “คางาโฮะ....”

   หมับ...

   มือที่ยื่นออกไปข้างหน้าอย่างไม่รู้ตัวสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและหยาบกร้าน สัมผัสของฝ่ามืออันคุ้นเคยเรียกสติของชุนให้กลับมาอย่างรวดเร็วและพอเงยหน้าขึ้นก็พบว่าอิคคิกำลังจับมือเขาเอาไว้อย่างที่คิด

   “พี่อิคคิ...”เสียงเรียกชื่อของชุนติดจะเลื่อนลอยเล็กน้อยส่งผลให้อิคคิต้องขมวดคิ้ว

   “นายเป็นอะไร พอฉันมาถึงก็เห็นนายกำลังนั่งเหม่ออยู่ดีๆก็ยื่นมือออกไปข้างหน้าอีกด้วย”คำถามของอิคคิไม่ใช่คำถามที่ตอบยากแต่ชุนไม่รู้ว่าเขาควรจะตอบไปอย่างไรดี เมื่อภาพนิมิตรที่เห็นนั้นคล้ายจะเป็นอดีตของร่างทรงคนหนึ่งที่มีนามว่า อาโรน

   “คือผม....”ไม่ใช่ไม่อยากตอบแต่ชุนเรียบเรียงคำไม่ถูก สุดท้ายอิคคิจึงได้แต่ถอนหายใจน้อยๆแล้วออกแรงดึงให้ชุนลุกขึ้น

   “ไปกันเถอะ ได้เวลาขึ้นเครื่องแล้ว”ทั้งที่ชุนยืนอย่างมั่นคงแล้วแต่อิคคิก็ยังไม่ยอมที่จะปล่อยมือ แน่นอนว่าชุนไม่ได้ว่าอะไรทั้งยังจับตอบและออกเดินไปด้วยกัน

   บนเครื่องบินมีผู้โดยสารไม่มากนักเพราะไม่ใช่ฤดูท่องเที่ยวหรือช่วงที่มีวันหยุดยาวซึ่งก็ทำให้อิคคิดูค่อนข้างพอใจที่ไม่ต้องมาเบียดเสียดแออัดกับฝูงชน หลังหาที่นั่งติดหน้าต่างเจอชุนก็เข้าไปนั่งโดยมีอิคคินั่งลงข้างกัน

   “ถ้าง่วงก็นอนไปเลยก็ได้ถึงแล้วเดี๋ยวฉันจะปลุก”ชุนพยักหน้าพลางรับผ้าห่มที่อิคคิยื่นมาให้ เด็กหนุ่มจัดท่าให้นอนสบายที่สุดแล้วหลับตาลง ไม่นานเด็กหนุ่มก็หลับไปในขณะที่อีกคนยังตื่นอยู่และเฝ้ามองใบหน้าอ่อนเยาว์นั้นยามหลับ

   คงเพราะต้องรีบตื่นเช้ามากชุนถึงได้รู้สึกเพลียๆนิดหน่อยประกอบกับอยู่ข้างกายอิคคิชุนจึงสามารถหลับได้อย่างสบายใจ ชายหนุ่มยกมือขึ้นปัดเส้นผมที่บดบังดวงหน้านั้นออกไปเบาๆด้วยกลัวว่าคนตัวเล็กข้างกายจะตื่นขึ้นมา

   “ชุน...”เขาเอ่ยชื่อแต่ไม่ต้องการให้น้องชายตอบกลับ อิคคิเพรียกเพียงเพราะแค่อยากเรียก

   หลังจากคืนนั้นคางาโฮะก็ไม่ปรากฏตัวออกมาอีกซึ่งเขากับชุนคาดว่าคางาโฮะคงใช้พลังไปไม่น้อยกับการปรากฏตัวบนโลกใบนี้ทำให้ต้องหลับพักผ่อน ตอนแรกชุนก็ร้อนใจกลัวว่าคางาโฮะจะหายไป

   ท่าทางร้อนใจของชุนที่เป็นห่วงคางาโฮะทำให้อิคคิหงุดหงิดขึ้นมาดังนั้นอิคคิจึงพยายามร้องเรียกในใจอีกครั้งและดูเหมือนคางาโฮะจะสัมผัสความเป็นห่วงของชุนได้จึงตอบกลับมาว่าไม่เป็นไรแค่ต้องการพักเท่านั้น ชุนถึงสบายใจ

   เพียงแค่นึกเรื่องนั้นเขาก็รู้สึกไม่พอใจขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้ เขาไม่ต้องการให้ชุนเป็นห่วงใครมากกว่าเขาหรือเห็นใครสำคัญกว่าเขา ชุนเป็นน้องชายและเป็นคนสำคัญที่สุดในชีวิตของเขา จริงอยู่ที่เซนต์จะต้องอุทิศชีวิตเพื่ออาเธน่าแต่แท้จริงแล้วคนที่อิคคิจะอุทิศให้ทั้งหมดกลับเป็นชุน

   ขอเพียงให้ชุนยังปลอดภัย มีความสุขและยังมีรอยยิ้มที่งดงามอยู่เพียงแค่นั้นเขาก็ไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว ทว่าทั้งที่เคยคิดเช่นนั้นมาตลอดแต่เพียงเพราะการมีอยู่ของคางาโฮะทำให้ความรู้สึกของเขาไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

   เขาไม่อยากให้ชุนยิ้มให้คนอื่นนอกจากเขา ขอแค่ชุนโดนคนอื่นที่ไม่ใช่เขาแตะต้องเขาก็ไม่อาจห้ามโทสะของตัวเองได้ มันเป็นความรู้สึกที่เขาไม่อยากจะยอมรับและโกหกไปว่ามันไม่ใช่ความรู้สึกของเขาทั้งที่ความจริงแล้วเขา....

   “พี่อิคคิ...”เสียงเรียกแผ่วเบาของชุนทำให้อิคคิหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเองและหันไปมอง ชุนยังคงหลับอยู่แต่กลับยกมือขึ้นจับชายเสื้อเขาเอาไว้เหมือนเด็กขี้เหงา อิคคิไม่อาจปฏิเสธความพอใจที่เกิดขึ้นนี้ได้เลย

   รอยยิ้มจางๆเกิดขึ้นบนใบหน้าดุดันอยู่เสมอของอิคคิ ชายหนุ่มผู้พี่ลูบเส้นผมนุ่มๆของน้องหลายครั้งก่อนจะแกะมือที่จับชายเสื้อมากุมไว้และก้มลงจูบที่หน้าผากของชุนเบาๆ

   ไม่รู้ว่าความรู้สึกนี้เกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อไรกันหรือบางมันอาจถูกเก็บซ่อนเอาไว้โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวแต่อิคคิก็รู้จักตัวเองดีพอที่จะรู้ว่าตอนนี้เขามองชุนด้วยสายตาอย่างไรเพียงแต่อีกใจหนึ่งของเขากลับปฏิเสธ เพราะว่าชุนเป็นน้องชายของเขา มันเป็นเหตุผลง่ายๆที่เจ็บปวดที่สุดในเวลาเดียวกัน

   อาจเป็นเพราะเหตุผลนั้นเพียงข้อเดียวก็ได้ที่ทำให้เขาไม่อาจยอมรับความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอง ไม่แน่ว่าคนที่ควรจะเผชิญหน้ากับความรู้สึกของตัวเองอย่างซื่อตรงจะไม่ใช่คางาโฮะแต่เป็นตัวของเขาเองใกกว่า แต่ว่าต่อให้เขายอมรับได้แล้วชุนล่ะ?

   “ชุน..นายคงไม่รู้สินะว่าพี่น่ะ...”แล้วอิคคิก็เงียบไป คนที่เคยกล้าหาญเช่นเขาในเวลานี้กลับขี้ขลาดจนน่าขัน แต่เขาก็ไม่กล้าพอที่จะเสี่ยงเพียงเพื่อสูญเสียน้องชายของตัวเองไป

   บางครั้งอิคคิก็รู้สึกเหมือนชุนเองก็รู้สึกเหมือนเขาแต่ก็ขลาดกลัวเกินกว่าจะยืนยัน หลายครั้งที่ใกล้ชิดกันท่าทางของชุนคล้ายกับจะปฏิเสธเขาขณะเดียวกันก็เหมือนกับจะยินดีจนหลายครั้งที่เขาเกือบจะก้าวข้ามความเป็นพี่น้องกันไป

   “ฉันเองก็ไม่มีสิทธิ์ไปว่าแกสินะ คางาโฮะ”อิคคิพูดด้วยรอยยิ้มขมขื่นแต่แววตากลับเจือด้วยความสุขที่ตนเองยังสามารถกุมมือคนสำคัญเอาไว้ได้

   หลายชั่วโมงผ่านไปชุนลืมตาตื่นขึ้นพลางขยับตัวเปลี่ยนท่าหลังจากที่นอนท่าเดิมมานานและพบว่ามือของเขาจับกุมมือของอิคคิไว้แน่น พอหันไปมองใบหน้าคมเข้มของพี่ชายก็อยู่ในระยะใกล้ที่มากพอจะทำให้รู้สึกหน้าแดงซ่านขึ้นมาได้

   ชุนรู้สึกว่าใบหน้าร้อนขึ้นมานิดหน่อยแต่ก็ไม่อาจห้ามสายตาที่กำลังสำรวจใบหน้ายามหลับของพี่ชายเอาไว้ได้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เคยเห็นใบหน้าตอนหลับของอิคคิแม้จะไม่บ่อยนักแต่ก็เป็นใบหน้าที่ควรจะชินตา ยามหลับคิ้วที่เคยขมวดอยู่บ่อยครั้งก็คลายออก สีหน้าแลดูผ่อนคลายจนชวนให้มองอย่างไม่วางตา

   ครั้นแล้วชุนก็หวนคิดถึงครั้งหนึ่งที่เคยได้สัมผัสใกล้ชิดกับอิคคิ ชุนกำลังนึกถึงรสจูบในวันนี้ที่พี่ชายมอบให้กับเขา แม้จะเป็นเพียงการป้อนยาแต่มันก็ทำให้ใจของชุนเต้นระรัวอย่างไม่อาจห้ามได้ เขาค้นพบว่าตัวเองไม่ได้รังเกียจรสสัมผัสอันหอมหวานนั้นแม้แต่นิดเดียว

    ใบหน้าของพี่ชายที่ชิดใกล้จนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆส่งผลให้ผิวหน้าร้อนจนแทบสุก ริมฝีปากแนบชิดถ่ายเทยารสขมมาให้แต่ขณะเดียวกันก็รู้สึกหวานล้ำยิ่งกว่าสิ่งใด ตอนนั้นชุนได้แต่ภาวนาให้อิคคิอย่าได้รับรู้เสียงหัวใจที่เต้นแรงของตัวเองเลย

   ต่อให้เป็นพี่น้อง....ไม่สิ ทั้งที่เป็นพี่น้องและยังเป็นผู้ชายเหมือนกันแต่ชุนไม่รู้สึกรังเกียจที่โดนอิคคิจูบเลย  บางทีอิคคิอาจทำไปโดยไม่คิดอะไรพอเป็นแบบนั้นชุนก็ยิ่งรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนบ้าที่รู้สึกใจเต้นแรงอยู่เพียงคนเดียว ซ้ำยังบ้ายิ่งกว่าเดิมเมื่อเขายินยอมให้คางาโฮะสัมผัสตนเอง

   ในคืนหนึ่งหลังจากนั้นไม่นานคางาโฮะก็ได้รั้งร่างเขาเข้าไปกอดพร้อมประทับจูบลงมาอย่างอ่อนโยน ความจริงเขาควรจะปฏิเสธตั้งแต่ต้นแต่ก็ม่ได้ทำ อีกฝ่ายจูบและสัมผัสเขาอย่างทะนุถนอมจนเผลอโอนอ่อนผ่อนตามไปอย่างไม่อาจห้ามใจได้

   “น่ารังเกียจจริงๆ”สิ่งที่ชุนนึกรังเกียจไม่ใช่อิคคิหรือคางาโฮะแต่เป็นตัวเขาเองที่รู้สึกยินดีในอ้อมกอดของทั้งสองคน

   ชุนไม่อาจอ้างได้ว่าเป็นความสงสารเห็นใจจึงยอมให้คางาโฮะสัมผัสและยิ่งละอายใจเกินกว่าจะบอกว่าตัวเองมีความสุขแค่ไหนกับการถูกคางาโฮะจูบ เขาที่รู้สึกใจเต้นแรงยามถูกอิคคิจูบกับความพอใจที่ได้รับความรักจากคางาโฮะทำให้ชุนรู้สึกรังเกียจและสมเพชตัวเองจนทนไม่ไหว

   อิคคิกับคางาโฮะคงไม่รู้แต่หลังจากนั้นยามที่เขาอยู่เพียงคนเดียวในห้องนอนของตัวเอง ตัวเขาถึงกับต้องซุกหน้าลงกับหมอนเพื่อร้องไห้ระบายความรู้สึกสมเพชตัวเองออกมาอยู่เป็นเวลานาน

   ชุนปฏิเสธคางาโฮะไปโดยบอกว่าไม่ได้รักแต่กลับเสียใจที่ตัวเองบอกออกไปแบบนั้น สุดท้ายชุนได้แต่หันหน้าไปหาอิคคิแล้วชวนให้พี่ชายออกไปเที่ยวด้วยกันเพื่อที่จะกลบเกลื่อนความรู้สึกของตัวเองแต่แล้วเรื่องมันกลับย่ำแย่ยิ่งกว่าเดิมเมื่อชุนพบว่าเขากลับมีความสุขกับการได้อยู่กับอิคคิมากจนลืมความเศร้าไปหมดอย่างที่ต้องการ

   เขาควรจะพอใจแต่ส่วนหนึ่งในหัวใจกลับรู้สึกว่างเปล่าคล้ายกับว่ามีบางสิ่งที่สำคัญขาดหายไป ท่ามกลางความสับสนมากมายชุนรู้อยู่เพียงอย่างเดียวว่าเขาไม่อยากเสียคางาโฮะไป  ทั้งที่เขาทำร้ายและเป็นฝ่ายผลักไสคางาโฮะออกไปแต่พอกลายเป็นแบบนั้นจริงตัวเขากลับเรียกร้องหาคางาโฮะ

   “ทำไมผมถึงต้องรู้สึกแบบนี้ด้วย”เด็กหนุ่มยังคงไม่เข้าใจในความรู้สึกของตัวเองและตอนนี้ยิ่งไม่แน่ใจว่าทุกความรู้สึกที่เกิดขึ้นนั้นเป็นของตัวเขาหรือจะเป็นของใครคนหนึ่งที่อยู่ในตัวของเขากันแน่

   “อาโรน นี่เป็นความรู้สึกของคุณรึเปล่า”เสียงหวานถามอย่างเลื่อนลอยเพราะไม่อาจคาดหวังให้เจ้าของชื่อที่ไร้ตัวตนนั้นตอบกลับมาได้

   ผ่านไปครู่หนึ่งเสียงของแอร์โฮสเตสสาวก็ประกาศว่าเครื่องกำลังจะลงจอดที่สนามบินประเทศกรีซ อิคคิลืมตาตื่นขึ้นหันไปทางน้องชายที่นั่งอยู่ข้างกัน ชุนส่งยิ้มที่ดูฝืดฝืนเล็กน้อยกลับไปให้ แน่นอนว่าอิคคิก็สังเกตเห็นแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรนอกจากกระชับมือที่จับกุมกันเอาไว้แน่นเท่านั้น

   หลังลงจากเครื่องอิคคิกับชุนก็ได้คนของตระกูลคิโดะมารับเพื่อตรงไปยังแซงค์ทัวรี่โดยตรงซึ่งทำให้เขาทั้งสองคนประหยัดเวลาไปได้มากพอสมควร เมื่อมาถึงสิ่งแรกที่สองพี่น้องต้องทำก็คือไปเข้าเฝ้าอาธีน่าตามมารยาทที่พึงกระทำและผู้ที่มายืนต้อนรับอยู่ที่วิหารแรกก็คือ.....

   “ชุน อิคคิ ยินดีต้อนรับ”อดีตเพกาซัสหนุ่มหรือตอนนี้ก็คือโกลด์เซนต์ ซาจิทาเรียสเซย์ย่ากล่าวทักทายด้วยท่าทางเป็นกันเอง แน่นอนว่าชุนก็ยิ้มและทักทายกลับส่วนอิคคิเพียงแค่หรี่ตาลงเล็กน้อยเท่านั้นแต่เซย์ย่าก็เคยชินกับท่าทางของสหายร่วมศึกเกินกว่าจะใส่ใจ

   “ไม่ได้เจอกันนาน นายสองคนสบายดีสินะ”ชุนหัวเราะเบาๆกลบเกลื่อนคำถามง่ายๆที่ตอบยากก่อนถามถึงใครคนหนึ่งที่เป็นจุดประสงค์หลักในการมาแซงค์ทัวรี่

   “ท่านผู้เฒ่าโดโกยังอยู่ที่นี่ใช่มั้ย”แม้ตอนแรกที่แจ้งว่าจะมาแซงค์ทัวรี่เพื่อพบกับโดโกและได้รับการยืนยันแล้วว่าโดโกยังอยู่ที่นี่แต่ชุนก็ยังอยากถามอีกทีเพื่อความแน่ใจ

   “ใช่ หลังจบศึกกับฮาเดสท่านผู้เฒ่าก็บอกว่าจะอยู่ที่นี่สักพักเพื่อช่วยฟื้นฟูแซงค์ทัวรี่แล้วค่อยกลับเขาโกโรโฮน่ะ”ได้ฟังเซย์ย่ายืนยันแล้วชุนก็รู้สึกโล่งอกที่ตนมาไม่เสียเที่ยวแต่อีกใจหนึ่งก็รู้สึกโหวงๆในอกอย่างกังวลใจคล้ายเด็กที่ลุ้นคำตอบของข้อสอบ

   “ไปกันเถอะ อาธีน่ากำลังรออยู่”แล้วเซย์ย่าก็เดินนำออกไปโดยมีอิคคิกับชุนเดินตามหลัง ตอนนั้นเองที่ชุนรู้สึกว่าภายในอกของเขารู้สึกแปลกๆเมื่อได้ยินเซย์ย่าเรียกอาธีน่าด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ก่อนหน้านี้ชุนไม่เคยรู้สึกอะไรไม่เหมือนกับความรู้สึกที่คล้ายกับจะเจ็บปวดอยู่ลึกๆในอกนี้

   เด็กหนุ่มทอดมองคนที่เดินอยู่เบื้องหน้าพลางคิดถึงคำพูดของท่านผู้เฒ่าโดโกที่เคยบอกว่าเพกาซัสคนก่อนเป็นเพื่อนสนิทกับร่างทรงจ้าวนรกฮาเดสและเมื่อประกอบกับคำพูดของคางาโฮะก่อนหน้านี้ทำให้ชุนค่อนข้างแน่ใจว่า ความสัมพันธ์ของเพกาซัสคนก่อนกับอาโรนจะต้องลึกซึ้งมากอย่างแน่นอนและมันคงมากพอที่จะทำให้เจ็บปวดได้เมื่อคนๆนั้นกำลังพูดถึงคนอื่นอย่างมีความสุข

   ความเจ็บปวดนี้ก็เป็นความรู้สึกของคุณสินะ อาโรน....แล้วความรู้สึกที่มีต่อคางาโฮะล่ะ คือของผมหรือว่าของคุณ....

   การเข้าเฝ้าอาธีน่าใช้เวลาเพียงไม่นานเท่านั้นเพราะว่าตอนนี้ทุกคนในแซงค์ทัวรี่ต่างก็ยุ่งกับการคัดเลือกคนขึ้นมาทำหน้าที่โกลด์เซนต์คนใหม่แทนเหล่าบุคคลที่เสียชีวิตไปทั้งยังต้องคอยระแวดระวังพลังความมืดที่สัมผัสได้อีกทำให้ชุนรู้สึกผิดไม่น้อยที่มารบกวนด้วยเรื่องส่วนตัวแม้อาธีน่าจะไม่ว่าอะไรก็ตาม

   “ท่านผู้เฒ่าอยู่ที่สุสานน่ะ”เซย์ย่าว่าพลางชี้ยังไปอีกทิศหนึ่งซึ่งพอมองออกไปก็พบกับเนินเขาสีเขียวซึ่งมีป้ายหลุมศพวางประดับอยู่มากมาย

   “ขอโทษที่มารบกวนนะ”ชุนกล่าวขอโทษในขณะที่อิคคิยังคงเงียบเหมือนเดิม เซย์ย่ายิ้มพลางโบกมือคล้ายบอกว่าอย่าใส่ใจแล้วจึงขอตัวไปช่วยคัดเลือกว่าที่เซนต์รุ่นใหม่ทำให้สองพี่น้องต้องไปหาโดโกเพียงลำพัง

   สุสานของสหายร่วมศึกอยู่ไม่ไกลจากวิหารโกล์เซนต์มากนักมันจึงใช้เวลาไม่นานเลยในการเดินไป ผ่านไปสิบนาทีสองพี่น้องก็มาถึงเขตสุสานที่ว่า ป้ายหลุมศพสีขาวจำนวนไม่น้อยตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าจนชวนให้รู้สึกสลดใจไม่น้อย ดอกไม้นานาชนิดถูกจัดวางลงบนหน้าป้ายหลุมศพคล้ายจะเพื่อปลอบใจทั้งผู้ตายและผู้ที่มีชีวิตอยู่

   เมื่อเดินลึกเข้าไปชุนก็พบกับป้ายหลุมศพของโกลด์เซนต์ทีละคน...ซาจิทาเรียส...แคปริคอร์น....อคอเรียส...สกอร์เปี้ยน...เจมินี่ทั้งสอง...และยังของคนอื่นอีกหลายคนจนกระทั่งไปถึงหลุมศพของเคียวโกองค์ก่อน อดีตโกล์เซนต์แอเรียส ชิออน...

   หน้าหลุมศพของโกลด์เซนต์ทุกคนถูกประดับด้วยดอกไม้ชนิดเดียวกันบ่งบอกให้รู้ว่าเป็นฝีมือของคนเดียวกันและคนที่ว่านั้นคือชายหนุ่มคนหนึ่งซึ่งกำลังวางมือทาบลงบนป้ายหลุมศพเย็นชืดพลางวางดอกไม้ในมือลงอย่างนุ่มนวล

   “ไม่นึกเลยนะว่าข้าจะเป็นคนสุดท้ายที่เหลืออยู่จากยุคสมัยนั้น”ใบหน้าของชายหนุ่มที่ก้าวข้ามกาลเวลาแลดูเศร้าสร้อยและเหงาหงอยไม่ต่างกับน้ำเสียงที่กำลังเอ่ยออกมา ท่าทางของโดโกทำให้ชุนกับอิคคิได้แต่ยืนดูอยู่เงียบๆไม่กล้าเข้าไปแทรกแม้แต่นิดเดียว

   “ท่านเคียวโกเซจกับท่านผู้เฒ่าฮาคุเรย์จะรู้สึกเหมือนกับข้าในตอนนี้ไหมนะ”กับการต้องมากลบฝังร่างของเหล่าสหายร่วมอุดมการณ์ทีละคนแล้วมีชีวิตต่อไปเพื่อสืบทอดปณิธานอันแรงกล้าเอาไว้  โกลด์เซนต์ไลบร้าลุกขึ้นยืนกระชับหมวกสานที่ใส่อยู่ประจำแล้วจึงยิ้ม

   “ข้าจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อสืบทอดตำนานทั้งหมดของพวกเจ้า  ดังนั้นจงคอยดูวิถีชีวิตของข้าจากเบื้องบนพร้อมกับทุกคนเถอะนะ ชิออน”พูดจบโดโกก็เดินห่างออกจากหน้าหลุมศพด้วยท่าทางคล้ายกับอาลัยอาวรณ์ก่อนหันมากล่าวทักทายทั้งสองคนด้วยท่าทางเป็นกันเอง

   “ขอโทษที่ทำให้รอ พอดีข้ากำลังกล่าวลากับสหายเก่าน่ะ”

   “พวกผมต่างหากที่มารบกวนเวลาท่านผู้เฒ่า”ชุนกล่าวด้วยความนอบน้อมพลางโค้งตัวน้อยๆเพื่อขออภัยส่งผลให้โดโกหัวเราะเบาๆ

   “ฮะๆๆ อย่าเกรงใจเลยข้ามันก็แค่ตาเฒ่าที่ชอบคิดถึงความหลังเท่านั้นแหละ ว่าแต่พวกเจ้ามีธุระอะไรงั้นเหรอ”พอโดนถามถึงจุดประสงค์ชุนก็ดูมีท่าทางหนักใจเล็กน้อยอิคคิจึงเป็นฝ่ายพูดแทน

   “พวกเราต้องการรู้เรื่องของศึกเทพยุทธ์เมื่อครั้งก่อน”โดโกไม่ถือสาคำพูดสั้นห้วนของอิคคิแม้แต่นิดเดียวทั้งยังยิ้มออกมาเล็กน้อยพลางตอบ
   “ได้สิข้าจะเล่าให้ฟัง ถ้าไงก็ไปที่วิหารไลบร้าดีกว่า”ว่าแล้วโดโกก็พาชุนกับอิคคิไปยังวิหารที่ตนเองถือเป็นเจ้าของมาตลอดร่วมสองหลายสิบขวบปี

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 9.0.576.0 Chrome 9.0.576.0

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #32 เมื่อ: 31, กรกฎาคม 2013, 02:11:07 PM »

   “ว่าแต่ทำไมอยู่ๆถึงอยากรู้เรื่องเก่าเก็บแบบนั้นขึ้นมาล่ะ”เมื่อมาถึงวิหารโดโกก็เอ่ยปากถามพลางเชิญให้รุ่นน้องอายุคราวหลานทั้งสองนั่งลง  ชุนเผยสีหน้าลำบากใจออกมาทันทีเมื่อถูกถามทางด้านอิคคิก็เงียบด้วยท่าทางที่คาดว่าคงหาคำอธิบายมาอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยากลำบากพอกัน

   “คือว่า...บอกไปก็คงฟังดูเหลือเชื่อน่ะครับ”ชุนไม่ได้คิดจะไม่ตอบแต่เรื่องน่าเหลือเชื่อพอๆกับจะเป็นปาฏิหาริย์นี่มันก็อธิบายยากเกินกว่าจะเข้าใจได้ง่ายๆเสียอีก โดโกมองสองพี่น้องสลับไปมาก่อนจะพยักหน้าด้วยสีหน้าเข้าใจ

   “อืม....ถ้างั้นข้าจะเล่าให้ฟังก่อนก็แล้วกันไม่แน่ว่าเรื่องที่ข้าเล่ามาอาจฟังดูน่าเหลือเชื่อกว่าเรื่องของเจ้ามากเลยก็เป็นได้”ผู้เฒ่าโดโกพูดติดตลกเล็กน้อยก่อนจะเอนหลังผิงลงบนโซฟาพลางมองไปยังนอกหน้าต่างคล้ายกับจะรำลึกความหลังที่แสนห่างไกล

   “เมื่อประมาณสองร้อยหลายสิบขวบปีก่อนหลังจากที่ข้าได้รับตำแหน่งโกลด์เซนต์มาไม่นานข้าก็ได้พบกับเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่อิตาลีขณะปฏิบัติภารกิจ เด็กหนุ่มคนนั้นทั้งใจกล้าและบ้าบิ่นจนน่าโมโหระคนน่าหัวเราะเลยล่ะ เพราะครั้งแรกที่ได้พบกันนั้นคือในคืนที่พายุพัดโหมกระหน่ำเจ้าเด็กบ้านั่นกลับพยายามจะชกกองหินยักษ์ที่ปิดกั้นทางน้ำออกเพื่อไม่ให้น้ำท่วมหมู่บ้านด้วยตัวคนเดียว”พูดไปโดโกก็หัวเราะไปกับความบ้าบิ่นเกินตัวของคนที่เห็นแต่เมื่อลองสังเกตดูก็จะพบถึงความคิดถึงในน้ำเสียงนั้นด้วย

   “ฟังดูบ้าใช่มั้ยล่ะแต่เด็กหนุ่มคนนั้นก็ทำได้จริงๆแม้จะทุลักทุเลแต่สุดท้ายมันก็ทำสำเร็จจนได้ นั่นคือการพบกันครั้งแรกของข้ากับเพกาซัส เท็นมะ”วินาทีนั้นชุนคล้ายกับได้ยินเสียงหัวใจของตัวเองเต้นแรงขึ้นและคาดว่ามันคงเป็นความรู้สึกของอาโรนที่ยังคงหลงเหลืออยู่ในวิญญาณของเขาเป็นแน่

   ต่อมาโดโกก็เล่าเรื่องของเพกาซัสเท็นมะต่ออีกเล็กน้อยโดยส่วนมากจะเป็นช่วงที่เท็นมะเป็นว่าที่เซนต์ เรื่องที่ได้พบว่าซาช่าเพื่อนสมัยเด็กคือเทพธิดาการศึก อาเธน่าจนกระทั่งได้กลายเป็นเซนต์และกลับไปยังบ้านเกิดซึ่งถูกพลังคอสโมสีดำปกคลุม

   “ข้าเคยคิดมาตลอดว่าคนที่บอกว่าโชคชะตาช่างโหดร้ายนั้นคือคนอ่อนแอ แต่พอได้มาเห็นด้วยตาตนเองแล้วข้าถึงรู้ว่าบางครั้งโชคชะตาก็ช่างโหดร้ายกับพวกเราจริงๆ เมื่อชะตาได้กำหนดให้อาโรนเพื่อนสนิทคนสำคัญของเท็นมะทั้งยังเป็นพี่ชายแท้ๆของท่านอาธีน่ากลับกลายเป็นร่างทรงของจ้าวนรกฮาเดส”พูดแล้วโดโกก็หลับตาด้วยท่าทางสลดใจแต่เมื่อลืมตาขึ้นใบหน้าที่ยังคงหนุ่มแน่นนั้นก็เผยรอยยิ้มออกมาเล็กน้อย

   “แต่เท็นมะก็ยังไม่ยอมแพ้ต่อให้ถูกฆ่าหรือถูกทำร้ายมากแค่ไหนมันก็ยังเชื่อมั่นในตัวของอาโรนจนถึงที่สุดทำให้สุดท้ายมันก็สามารถช่วยเหลืออาโรนได้สำเร็จ”รอยยิ้มของโดโกเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ น้ำเสียงของไลบร้าเซนต์แฝงความเอ็นดูเหมือนกับพี่ชายกล่าวชมน้องซึ่งความรู้สึกนี้อิคคิเองก็เข้าใจดี

   “จริงสิข้ายังไม่เคยบอกพวกเจ้าสินะว่าศึกเทพยุทธ์ที่เกิดขึ้นครั้งก่อนนั้น แท้จริงแล้วผู้ที่บงการกองทัพยมโลกไม่ใช่ฮาเดสแต่แท้จริงแล้วกลับเป็นอาโรน ร่างทรงของเทพซึ่งมีพลังความมุ่งมั่นมากถึงขนาดสะกดฮาเดสเอาไว้ได้”โดโกปรับสีหน้าเป็นจริงจังขึ้นมา ความจริงข้อนี้ชุนได้รับรู้เรียบร้อยแล้วจึงไม่ได้ตกใจอะไรมาก ส่วนอิคคิก็ไม่ใช่คนที่สนใจอดีตมากขนาดนั้นนอกจากเลิกคิ้วด้วยความแปลกใจแล้วชายหนุ่มก็ไม่ได้แสดงท่าทางอะไรออกไปอีก

   “กองทัพยมโลกแทบทั้งหมดถูกอาโรนสังหารเพื่อการปลดปล่อยโดยไม่เว้น ตัวข้าไม่อาจเข้าใจความความปรารถนาดีที่แสนสิ้นหวังนั้นได้เลยแต่แล้วก็มีคนหนึ่งที่เข้าใจ สเป็คเตอร์หนุ่มที่มีแววตาแข็งกร้าวดุดันนามว่าเบนู คางาโฮะ”พูดจบโดโกก็มองไปยังอิคคิผู้มีเค้าหน้าคล้ายคลึงกับบุคคลในความทรงจำไม่มากก็น้อย แม้จะผ่านมานานแล้วแต่โดโกก็ยังพอจะจดจำใบหน้าของคางาโฮะได้พอสมควร

   ทันทีที่ชื่อของคางาโฮะปรากฏขึ้นในบทสนทนาชุนก็รู้สึกเครียดเกร็งขึ้นมากะทันหัน มือเรียวบางเผลอจิกลงบนขาอย่างแรงจนน่ากลัวว่าจะเป็นรอยช้ำ การกระทำนี้ทำให้อิคคิที่นั่งอยู่ข้างกันยื่นมือมาดึงมือข้างนั้นมากุมเอาไว้ทันที ท่าทางที่แปลกไปของสองพี่น้องทำให้โดโกขมวดคิ้วด้วยความสงสัยนิดหน่อยก่อนจะเล่าต่อ

   “คางาโฮะเข้าต่อสู้กับข้าจนตัวตายเพื่อปกป้องอาโรน ปิดฉากชีวิตบุรุษผู้น่าเศร้าลง จากนั้นเท็นมะก็เข้าต่อสู้กับอาโรนและคว้าชัยชนะมาได้ ทว่าวิญญาณฮาเดสที่อยู่ในร่างอาโรนมาตลอดกลับตื่นขึ้นเพื่อพิพากษาโลกใบนี้ ข้ากับชิออนจึงได้รวมพลังของโกลด์คล็อธขับไล่วิญญาณฮาเดสออกจากร่างของอาโรน แต่ทุกอย่างกลับไม่ได้จบลง”เมื่อเรื่องราวกำลังจะถึงบทสรุปที่รอคอยใจของชุนกับอิคคิกลับเต้นแรงด้วยความรู้สึกที่คล้ายกับความหวาดหวั่นในคำตอบที่กำลังจะได้รับ เซนต์สองพี่น้องต่างกุมมือของอีกฝ่ายเอาไว้แน่นอย่างไม่รู้ตัว

   “ท่านอาธีน่า เท็นมะแล้วก็อาโรนได้เดินทางไปยังปราสาทมารหลังสุดท้ายเพื่อผนึกวิญญาณของฮาเดสแล้วก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย...”พริบตานั้นชุนถึงกับตกใจกระชับมือของอิคคิแน่นจนเล็บแทบจิกลงไปในเนื้อขณะเดียวกันหัวใจของอิคคิก็กระตุกวูบอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ความรู้สึกทรมาณที่เหมือนกับหัวใจถูกคว้านออกจนกลายเป็นแผลเหวอะ ลมหายใจติดขัดคล้ายคนขาดอากาศหายใจ

   ความรู้สึกโศกเศร้าทุกข์ทรมาณคล้ายกับจะสิ้นใจตายลงไปเสียเดี๋ยวนี้ย่อมไม่ใช่ความรู้สึกของตัวเขาเอง อิคคิรู้ดีว่ามันเป็นความรู้สึกของคางาโฮะในตอนนี้ ความเจ็บปวดอันรุนแรงที่ถาโถมออกมากำลังครอบงำสติของเขาอย่างรวดเร็ว ตอนนั้นเองที่อิคคิคล้ายกับเห็นเปลวเพลิงสีทองลุกไหม้อยู่เบื้องหน้าของตนเอง

   “พี่อิคคิ!”เสียงของน้องชายตะโกนเรียกแต่เขาก็ไม่อาจตอบออกไปได้ด้วยลำคอที่แห้งผากประหนึ่งถูกเปลวไฟแผดเผา ทุกจังหวะการเต้นของหัวใจเจ็บปวดราวกับโดนมีดที่มองไม่เห็นแทงไปจนถึงแก่นของวิญญาณซึ่งแม้จะพยายามฝืนมากเท่าไรแต่สุดท้ายอิคคิก็ไม่อาจจะฝืนครองสติเอาไว้ได้อีกต่อไป

   โดโกมองท่าทางที่แปลกไปของอิคคิด้วยความตกตะลึงเมื่อจู่ๆเด็กหนุ่มตรงหน้าเขาก็มีท่าทางเหมือนกำลังทรมาณ พลังคอสโมที่พลุ่งพล่านก่อเกิดเปลวเพลิงขึ้นรอบกายของอิคคิแต่เปลวเพลิงเหล่านั้นกลับไม่ได้เผาไหม้สิ่งใดเลยจนเหมือนเป็นเพียงภาพลวงตาหากแต่ความร้อนที่ส่งมากลับเป็นของจริงอย่างแน่นอน

   “ท่านอาโรน......”วินาทีนั้นชื่อที่ไม่เคยได้ยินคนอื่นพูดมาแสนนานได้ออกมาจากปากของเซนต์ฟินิกซ์ที่ยื่นอยู่ตรงหน้าเขาพร้อมกับเปลวเพลิงสีทองที่เข้าครอบคลุมทั่วอาณาบริเวณไม่ต่างกับดวงอาทิตย์ที่กำลังแผดเผาทุกสิ่งทุกอย่าง

   อุณหภูมิของความร้อนที่อยู่ตรงหน้ากำลังดึงสติของโดโกให้ย้อนเวลากลับไปเมื่อสองร้อยหลายสิบขวบปีก่อน ภาพความทรงจำเริ่มแจ่มชัดขึ้นมาเรื่อยๆ ไลบร้าเซนต์หวนนึกถึงยามที่ตนได้ประมือกับเจ้าของเปลวเพลิงร้อนแรงนี้ที่ปราสาทของฮาเดส ร่างสีดำทมิฬที่พุ่งเข้ามาปะทะกับเขาด้วยแววตาเกรี้ยวกราดแต่กลับเก็บซ่อนความเหงาหงอยเอาไว้ไม่ต่างกับลูกนกหลงทาง

   แววตาที่เหมือนกับแววตาของเด็กหนุ่มตรงหน้า แววตานี้ที่เขายังจำได้ดีรวมถึงใบหน้าในความทรงจำอันแสนยาวนานที่เริ่มแจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆ แม้มันจะน่าเหลือเชื่อมากจนไม่คาดคิดว่าจะเป็นความจริงแต่โดโกก็ไม่อาจปฏิเสธคำตอบที่ตนเองค้นพบได้เลย

   “ไม่จริงน่า....เจ้าคือคางาโฮะงั้นเหรอ”

TBC.

ตอนนี้หนูชุนโดนไรเตอร์รังแกอย่างหนักหน่วง แต่แหมชุนเค้ากลุ้มใจที่ตัวเองใจเต้นกับพี่ชายแท้ๆแล้วยังไปรู้สึกดีๆกับคางาโฮะอีกก็เลยออกอาการรับไม่ได้ ทางด้านอิคคิรายนี้เริ่มพยายามยอมรับความรู้สึกที่มีต่อชุนเพราะขืนยังมัวแต่ซึนพี่โฮะคงชิงงาบน้องชุนอย่างเอร็ดอร่อยเป็นแน่ 555 ส่วนตอนหน้าเราจะรังแกพี่โฮะเป็นรายต่อไปค่ะ หึๆๆ/ยิ้มหวานหวีดสยอง

ตอบเม้นต์

SAINT OF PHOENIX IKKI
กะรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด
นี่แหละค่ะภาพที่เราต้องการและรอคอย ถ้าไม่ต้องหยุดตามเนื้อเรื่องนะหนูชุนเสร็จไปแล้ว!
มาตอนนี้อยากวาดฉากจุ๊บหน้าผากของพี่อิคคิมั้ยคะ/ทำตาวิ้งๆอย่างมีความหวัง

บันทึกการเข้า
Bitsaint
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Apprentice Saint
*

Photobucket 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
14, มกราคม 2014, 12:05:46 AM

กระทู้: 32
หมายเลขสมาชิก: 12458

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2013


กระทู้: 32
5.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Bitsaint
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 4 : Exp 57%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #33 เมื่อ: 03, สิงหาคม 2013, 12:36:24 PM »

ในที่สุดพี่มีอาก็มาต่อฟิคนี้ (ไม่ปงไม่ปิคหน้าหื่นเลย)
หนูจะเชียร์ใครดีเนี่ย ชอบพี่กดน้องเเต่สงสารพี่โฮะ
ขอเสนอว่า ให้เป็น 3p ไปเลย (สงสารชุน เเต่ทำไมนำลายไหล)
             หรือให้อาโรนฟื้นมาคู่กับพี่โฮะ  /มีเเววโดนหมัดดาวหางเเละสาวกเท็มมะอาโรนรุมกระทืบ
             ให้พี่โฮะเป็นเคะชุนหรืออิคคิดี /ไม่อยากจะคิดว่าจะไปหาท่านฮาในสภาพไหน
พี่มีอาเลือกเอาล่ะกันนะคะ

บันทึกการเข้า
SAINT OF PHOENIX IKKI
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 106
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
03, ธันวาคม 2015, 10:45:37 AM

Gemini

กระทู้: 122
หมายเลขสมาชิก: 9452

วันที่สมัครสมาชิก: ต.ค., 2010


กระทู้: 122
7.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ SAINT OF PHOENIX IKKI
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 8 : Exp 92%
HP: 0.1%

เวลาคือสิ่งที่โหดร้ายที่สุด..สำหรับการรอคอยใครสักคน

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 26.0.1410.64 Chrome 26.0.1410.64

phoenix_hikari@hotmail.com
PhoenixHikari PhoenixOnHikari
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
| |
« ตอบ #34 เมื่อ: 09, สิงหาคม 2013, 12:54:21 PM »

ขอมาก็จัดให้ฮะ คุณ meiar


วาดหน้าเดียวเอง 
วาดลงกระดาษแล้ว(บังคับ)ให้เพื่อนสแกนลง(ที่บ้านจนไม่มีเครื่องสแกน)
อยากวาดต่อเป็นการตูนเลยนะแต่ไม่คอยมีเวลาจริงๆ เหะๆ

ขอโฆษณาตัวเองหน่อยครับ
ฝากเพจหน่อยนะฮะ
https://www.facebook.com/PhoenixHikari

 

บันทึกการเข้า

เรื่องราวของครอบครัว NEKO แมวหนุ่ม ฮิคาริ เนโกะ จอมซึนเดเระ กับ ดาร์ค เนโกะ ฮิคิโคโมริ
เรื่องวุ่นๆในชีวิตประจำวัน ระหว่างครอบครัวและเพื่อนๆ จะทำให้พวกเขาเป็นอย่างไร

เรื่องเล็กๆของแมวเหมียว ฮิคาริ เนโกะ & ดาร์ค เนโกะ สามารถเข้าชมเพจได้ที่ Hikari & Dark NEKO! เนโกะแสบซ่าส์ครอบครัวตัววุ่น


meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 9.0.576.0 Chrome 9.0.576.0

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #35 เมื่อ: 03, กันยายน 2013, 12:49:33 PM »

ตอนใหม่มาแล้วค่า*[]*!!!!!!!!!

หลังจากแอบดองไปเดือนเศษๆ แต่แบบครึ่งแรกมันเขียนไม่ออกจริงๆอารมณ์ของพี่โฮะมันแบบ...อุ๊บ..เผลอสปอยนิ๊ซนึง เอาเป็นว่าลองอ่านกันก่อนดีกว่านะคะ


ตอนที่ 9

..............คุณคิดว่าอดีตคือสิ่งใดงั้นเหรอ....................
................คือสิ่งที่ต้องข้ามผ่านหรือเป็นสิ่งที่จะติดตามเราไปตลอดกาล..................

   ตลอดเวลาด้วยอายุขัยที่ผ่านมาร่วมสองร้อยหลายสิบขวบปีนี้โดโกค่อนข้างมันใจว่าตนเองได้เผชิญเรื่องน่าเหลือเชื่อมามากมายจนเขาไม่คิดว่าตัวเองจะสามารถตื่นตระหนกกับเรื่องมหัศจรรย์ได้ง่ายๆอีกแล้วซึ่งโดโกก็เพิ่งรู้สึกตัวเองคิดผิดมาตลอดเมื่อได้มาพบกับบุคคลตรงหน้าอีกครั้ง

   เซนต์หนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาคือเซนต์ฟินิกซ์ อิคคิไม่ผิดแน่นอนหากแต่ทั้งเปลวเพลิงอันร้อนแรงที่เคยแผดเผาตัวเขามาก่อนกับแววตาอ้างว้างที่อิคคิไม่มีนั้นกำลังบ่งบอกถึงตัวตนของบุรุษที่ควรจะตายไปแล้วเมื่อครั้งอดีต

   “เป็นเจ้าจริงๆงั้นหรือคางาโฮะ”กระทั่งตอนนี้ชายหนุ่มก็ยังไม่อยากจะเชื่อความคิดของตนเองเลย

   “ใช่”คำตอบสั้นง่ายที่เป็นการยืนยันทำให้โดโกยิ่งตกตะลึงหนักขึ้นเมื่อน้ำเสียงของอิคคิเปลี่ยนไป แม้โทนเสียงจะยังไม่ค่อยต่างจากเดิมแต่จากความทรงจำที่หลงเหลืออยู่ทำให้ไลบร้าเซนต์แน่ใจแล้วว่าคนตรงหน้าคือ อดีตสเป็คเตอร์แห่งดาวพยศนภา เบนู คางาโฮะ

   “ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ที่นี่ได้”โดโกเอ่ยถามแต่คางาโฮะไม่คิดจะตอบและพูดไปเรื่องอื่นทันที

   “นั่นมันไม่สำคัญ จงบอกมาเรื่องของท่านอาโรนเป็นเรื่องจริงหรือไม่”น้ำเสียงเย็นชาแต่แฝงไปด้วยความรวดร้าวอย่างยิ่งยวด แววตาที่ยังคงเต็มไปด้วยความดุดันนั้นผสมเข้ากับความสิ้นหวังที่ไม่ว่าใครก็ต้องรู้สึกได้ โดโกเองก็รู้สึกได้ถึงความโศกเศร้านั้นแต่เขาก็ไม่อาจบอกว่าสิ่งที่เขาพูดเป็นเรื่องโกหก

   “ใช่แล้ว มันเป็นความจริง”พริบตานั้นดวงตาของคางาโฮะก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวังจริงๆ สีสันในดวงตาคู่นั้นแลดูหม่นหมองจนไม่อาจเชื่อว่าเป็นสายตาของคางาโฮะผู้ทั้งดุดันและแข็งกร้าวเลย

   “คางาโฮะ...”ชุนลองร้องเรียกดูแต่คางาโฮะในตอนนี้ไม่ได้ยินอะไรอีกต่อไปแล้ว

   ทำไมกัน....

   คำเพียงคำเดียวที่ถูกใจของตัวเองเอ่ยถามสะท้อนไปมาอยู่ในโสตประสาทจนไม่อาจรู้สึกได้ถึงเรื่องอื่นใดอีก ชายหนุ่มเชื่อมั่น...ไม่สิ คาดหวังมาตลอดว่าหลังจากที่ตนเองสิ้นใจแล้วเพกาซัสหรือใครสักคนจะสามารถช่วยเหลืออาโรนผู้เป็นที่รักของเขาได้ ทว่าความจริงกลับยังคงโหดร้ายต่อเขาเสมอ

   “ท่านอาโรน...”เอ่ยเรียกอย่างเจ็บปวดคล้ายกับเมื่อเอ่ยนามนี้ออกไปหัวใจก็จะถูกแทงด้วยหนามอันแหลมคงสร้างบาดแผลลึกที่ไม่มีวันจางหาย ใบหน้ายิ้มแย้มเจือด้วยความเศร้ากับน้ำเสียงอ่อนโยนซึ่งแฝงไปด้วยความทุกข์ตรมของอาโรนที่อยู่ในความทรงจำกำลังกลายเป็นประหนึ่งยาพิษที่กัดกินวิญญาณให้ดับสูญ

   “ทำไม...ทำไมพวกเจ้าถึงช่วยท่านอาโรนไม่ได้!”เสียงคำรามที่เจ็บปวดแสนสาหัสนั้นช่วงชิงทุกสรรพเสียงของสถานที่แห่งนี้ไปจนหมดสิ้น

   มือแกร่งกำแน่นจนได้ยินเสียงกระดูกลั่นขณะที่ดวงตาจับจ้องไปยังบุคคลเพียงผู้เดียวที่ยังมีชีวิตอยู่หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น ความเป็นจริงที่เขาไม่อยากเชื่อแต่ก็ปฏิเสธมันไม่ได้ คางาโฮะอดคิดไม่ได้ว่าหากในวันนั้นตัวเขายังมีชีวิตอยู่ก็คงสามารถออกไปอยู่เบื้องหน้าเพื่อปกป้องอาโรนได้

   “ข้าช่างโง่เขลานักที่หลงคิดว่าพวกเจ้าจะสามารถช่วยเหลือท่านอาโรนได้”ชายหนุ่มรู้สึกโกรธแค้นเหล่าเซนต์ที่ไม่อาจช่วยเหลืออาโรนแต่ในทางกลับกันคนที่เขาเคียดแค้นที่สุดก็คือตัวเอง ต่อให้ช่วยเหลืออาโรนไม่ได้แต่อย่างน้อยเขาก็ควรจะไปอยู่ข้างกายคนสำคัญที่สุดของเขามิใช่เหรอ

   “ทำไมหนทางที่ข้าเลือกถึงไม่อาจทำให้ท่านอาโรนยิ้มได้เลย”เขาก็แค่อยากช่วยเหลือในความปรารถนาของอาโรนเป็นจริงทดแทนที่เขาไม่อาจทำให้ซุย น้องชายของเขาสมหวังแค่นั้นเอง

   พริบตานั้นน้ำตาหยดหนึ่งก็เอ่อล้นออกมา แม้จะเป็นน้ำตาเพียงหยดเดียวก็เป็นน้ำตาจากผู้ที่ไม่เคยหลั่งน้ำตาให้ใครเห็นมาก่อนทำให้รับรู้ได้เลยว่าตัวตนของอาโรนนั้นมีความสำคัญกับตัวเขามากแค่ไหน

   “ข้า...ข้า.....”ดวงตาที่เคยเข้มแข็งดุดันเสมอมาเลื่อนลอยเคว้งคว้างไม่ต่างกับลูกนกหลงทางที่ไม่รู้ว่าตนเองควรไปที่ไหนดี สุดท้ายคางาโฮะก็ได้แต่จับจ้องไปยังชุนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ชายหนุ่มยื่นมือออกไปราวกับจะไขว่คว้าบางสิ่งที่มองไม่เห็นส่งผลให้ชุนรีบคว้ามือข้างนั้นเอาไว้ทันที

   “คางาโฮะ!”ชุนร้องเรียกอีกครั้งหวังให้ชายหนุ่มได้สติ แต่แล้วดวงตาคู่นั้นก็ยังปิดลงทิ้งไว้เพียงนามหนึ่งที่ถูกเอ่ยออกมา

   “ท่านอาโรน...”

   หลังจากที่คางาโฮะหรืออาจรวมถึงอิคคิหมดสติไป โดโกก็ได้ให้หญฺงรับใช้จัดห้องให้ชุนพาร่างสูงใหญ่นั้นไปพักผ่อนและเอ่ยชวนให้ชุนพักที่นี่ด้วยเช่นกันซึ่งชุนก็ตกลง เมื่อเรื่องที่ต้องทำเสร็จหมดแล้วชุนก็มานั่งคุยกับโดโกอีกครั้งโดยคราวนี้เด็กหนุ่มได้นำบางสิ่งมาด้วย

   “นี่สินะเรื่องน่าเหลือเชื่อที่เจ้าว่า ข้ายอมรับว่ามันน่าเหลือเชื่อจริงๆถ้าข้าไม่ได้มาเห็นเองกับตาแบบนี้ก็คงยากจะเชื่อ”ไลบร้าเซนต์กล่าวด้วยสีหน้าค่อนข้างเครียดเมื่อเรื่องที่ได้พบดูจะเหลือเชื่อจนเขาเองก็ไม่รู้จะรับมืออย่างไรดีเมื่อคนที่ไม่สมควรรู้เรื่องนี้ที่สุดกลับมาได้ยินจากปากเขาโดยตรงแบบนี้

   “ตอนแรกผมเองก็ตกใจมากครับ”ชุนกล่าวสนับสนุนขณะที่ประคองถ้วยชาเอาไว้แต่ไม่คิดจะดื่มเพราะเด็กหนุ่มแค่อยากได้ความอุ่นของน้ำชามาเพิ่มอุณหภูมิให้กับมือที่เย็นเฉียบของตนเอง

   “ว่าแต่ทำไมคางาโฮะถึงมาอยู่ที่นี่ได้แถมยังอยู่ในร่างของอิคคิด้วย”เซนต์วัยเยาว์คิดไว้อยู่แล้วว่าโดโกจะต้องถามชุนจึงวางแก้วลงบนจานรองแล้วหันไปหยิบห่อของที่นำมาด้วย

   “ต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดคือนี่ครับ”พูดจบชุนก็แกะผ้าที่ห่อเอาไว้ออกทันทีและเมื่อภาพของคางาโฮะในชุดเซอร์พริสปรากฏออกมาโดโกก็ถึงกับสูดลมหายใจลึกด้วยความตกใจ พอได้เห็นรูปโดโกก็มั่นใจได้เลยว่าบุคคลในรูปคือคางาโฮะเมื่อสองร้อยปีก่อนอย่างแน่นอนไม่ต้องสงสัย

   “เป็นคางาโฮะจริงๆด้วย”แม้ปากจะบอกเช่นนั้นแต่โดโกก็ยังไม่ยอมละสายตาจากภาพวาดสีน้ำมันตรงหน้าแม้แต่นิดเดียว

   ชุนถอนหายใจเล็กน้อยเพื่อปรับลมหายใจของตัวเองให้คงที่แล้วเริ่มเล่าเรื่องที่เขาได้พบมาตั้งแต่ที่ชุนได้พบกับชายปริศนาที่มอบภาพนี้ให้กับเขา เรื่องที่คางาโฮะบอกว่าตนคืออดีตชาติของอิคคิรวมถึงสาเหตุที่คางาโฮะต้องการมาที่นี่เพื่อรับรู้เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้น

   “เป็นเช่นนี้นี่เอง”ได้ฟังเรื่องทั้งหมดโดโกก็พอจะเดาได้ว่าต้นเหตุของเรื่องเป็นใครและไม่ว่าฝ่ายนั้นจะได้ประโยชน์อะไรก็ไม่สำคัญเท่ากับสภาพของคางาโฮะกับอิคคิในตอนนี้เลย อันที่จริงโดโกก็เคยคิดเหมือนกันว่าอิคคิมีใบหน้าคล้ายกับคางาโฮะมากเลยทีเดียวแต่ใครจะไปคิดล่ะว่าอิคคิคือคางาโฮะที่กลับชาติมาเกิดใหม่อีกครั้ง

   “ท่านผู้เฒ่าครับ เรื่องของอาโรนที่ท่านเล่ามาเป็นความจริงงั้นเหรอครับ”แม้ชุนจะไม่ได้รู้สึกเศร้าใจกับเรื่องของอาโรนมากนักแต่เขาก็รู้สึกสงสารคางาโฮะที่อยู่ในสภาพสิ้นหวังจับใจ หากเป็นไปได้เขาก็อยากให้เรื่องของอาโรนจบลงอย่างมีความสุขเพื่อคลายความเจ็บปวดของคางาโฮะ

   คำถามนั้นโดโกไม่ได้ตอบไปในทันที ชายแก่ในร่างชายหนุ่มผ่อนลมหายใจช้าๆด้วยท่าทางหนักใจก่อนจะตอบไปตามความจริง

   “เป็นความจริง แต่ก็อาจไม่ใช่ความจริงทั้งหมด”พอได้ยินโดโกพูดดังนั้นชุนก็ถึงกับรู้สึกมีความหวังขึ้นมาเมื่อบางทีเรื่องราวอาจไม่ได้แย่อย่างที่คิด

   “ก่อนที่พวกท่านอาธีน่าจะเดินทางไปปราสาทมารหลังสุดท้ายพวกข้าทุกคนต่างก็ถูกส่งกลับที่ผืนดินจนหมด ไม่มีใครสักคนรู้เลยว่าแท้จริงแล้วจุดจบนั้นเป็นเช่นไร แต่ว่าข้าเองก็เชื่อมั่นว่ามันไม่มีทางจบลงด้วยความสิ้นหวังอย่างแน่นอน”คำพูดนี้ไม่มีอะไรมายืนยันว่าเป็นความจริงหรือไม่หากแต่แววตาของโดโกก็ยังเต็มเปี่ยมไปด้วยความเชื่อมั่นในตัวของผู้ที่เปรียบเสมือนน้องชาย

   “เท็นมะไม่เคยผิดคำสัญญาและยิ่งไม่เคยทำให้ใครผิดหวัง ดังนั้นข้าจึงเชื่ออย่างหมดใจว่าพวกเขาทั้งสามคนจะต้องมีชีวิตอยู่ที่ไหนสักแห่งอย่างมีความสุข”สิ้นคำนั้นชุนก็อดที่จะรู้สึกนับถือไลบร้าเซนต์ไม่ได้ ชุนไม่รู้ว่าตนเองจะสามารถเชื่ออย่างมีความหวังแบบที่โดโกทำได้หรือไม่

   “แต่ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคางาโฮะจะสามารถเชื่อมั่นแบบข้าได้หรือไม่ คางาโฮะน่ะต้องสูญเสียสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจไปถึงสองครั้งแบบนี้ข้าว่าคงยากที่จะทำใจให้เชื่อได้”คำพูดของโดโกแฝงไปด้วยความสงสารและเห็นใจแก่บุรุษที่เรียกได้ว่าถูกโชคชะตาทำร้ายอย่างแสนสาหัส

   ชุนได้ฟังแล้วก็ยิ่งรู้สึกสะเทือนใจแทนคางาโฮะมากยิ่งกว่าเดิม ทว่าแม้โดโกจะเชื่อมั่นเช่นนั้นได้แต่สำหรับคางาโฮะแค่ความหวังคงไม่เพียงพอเพราะสำหรับคางาโฮะแล้วชายหนุ่มต้องการความจริงเพียงหนึ่งเดียวคือ ความสุขของอาโรน

   ในเวลานี้เด็กหนุ่มรู้สึกว่าตนเองนั้นช่างไร้ประโยชน์เหลือเกิน ทั้งที่เขาเริ่มรับรู้ได้บ้างแล้วว่าอาโรนคงเป็นอดีตชาติของเขาแต่ชุนก็ยังคงเป็นชุน เขาไม่ใช่อาโรนและเมื่อเขาไม่ใช่อาโรนเขาจึงไม่อาจช่วยเหลือคางาโฮะได้เลย

   กระทั่งผู้เฒ่าโดโกที่เป็นคนจากยุคสมัยนั้นยังไม่อาจรู้ว่าความจริงเป็นเช่นไรชุนก็ไม่อาจคาดหวังให้ใครคนอื่นสามารถบอกเขาได้อีกแล้ว เด็กหนุ่มรู้สึกมืดแปดด้านและสิ้นหวังจนไม่รู้ว่าจะทำเช่นไรต่อไป

   “คืนนี้เจ้ากับอิคคิก็พักที่นี่เถอะนะ”โดโกว่าพลางตบบ่าเด็กหนุ่มเบาๆ ชุนกล่าวขอบคุณก่อนจะเดินไปที่ห้องนอน ลับหลังร่างของชุนไปแล้วโดโกก็มีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นไปอีกเมื่อจับจ้องภาพสีน้ำมันที่ชุนลืมวางทิ้งไว้บนโต๊ะ ข้อความบนภาพเปล่งประกายสีทองออกมาราวกับจะสะท้อนความรู้สึกของผู้เขียนออกมา

   “ขอให้มีความสุขงั้นหรือ สำหรับคางาโฮะแล้วคำพูดนี้คงเป็นได้แค่คำปลอบใจเท่านั้นเอง......”เพราะไม่ว่าจะผ่านมานานแค่ไหนสุดท้ายคางาโฮะก็ยังคงเป็นนกที่โบยบินเพียงลำพังเช่นเดิม

   ตึก...ตึก...ตึก....

   เสียงรองเท้ากระทบกับพื้นยามก้าวจาเดินดำเนินไปอย่างเชื่องช้าคล้ายกับผู้ที่เดินอยู่นั้นไร้เรี่ยวแรงจะก้าวต่อไปซึ่งบางทีก็คงเป็นเช่นนั้นจริงๆ ความจริงห้องนอนของชุนกับอิคคิอยู่ไม่ไกลเลยแต่เด็กหนุ่มกลับใช้เวลาในการเดินมากอย่างไม่น่าเชื่อ

   ทางเดินของวิหารไลบร้านั่นยังคงใช้เชิงเทียนจำนวนไม่น้อยเพื่อให้ความสว่างแต่ชุนกลับรู้สึกว่าหนทางข้างหน้าช่างมืดมิดเสียเหลือเกิน ทุกย่างก้าวของเขาทำให้เปลวไฟไหววูบจนคล้ายกับจะแตกดับหายไปเพียงเพื่อดึงให้เขาเข้าสู่ความมืด

   ชุนรู้ตัวว่ามันก็แค่ความฟุ้งซ่านต่ำหรับเด็กหนุ่มที่เคยตกสู่ห้วงแห่งความมืดของยมเทพแล้วความมืดย่อมเป็นสิ่งที่น่ากลัวจนทำให้รู้สึกถึงความสิ้นหวัง

   “นี่เราทำอะไรไม่ได้เลยงั้นเหรอ”กล่าวกับตัวเองอย่างรู้สึกสมเพชจนอยากหัวเราะออกมาดังๆสักครั้ง ตอนนี้ชุนเริ่มเข้าใจแล้วว่าในอดีตคางาโฮะจะรู้สึกอย่างไรกันเมื่อไม่อาจทำอะไรเพื่อคนที่ตัวเองรักและให้ความสำคัญได้เลย

   ตอนนี้ชุนไม่สนใจอีกต่อไปแล้วว่าตนเองรู้สึกอย่างไรกับคางาโฮะ เขาขอเพียงแค่ให้คางาโฮะมีความสุขก็พอแล้ว ถ้าหากเพื่อการนั้นแล้วสิ่งที่เขาควรทำคืออะไร

   “โถๆ ตัวละครเอกกำลังร้องไห้อยู่งั้นเหรอเนี่ย”ยินเสียงหนึ่งที่คล้ายกับเคยได้ยินจากที่ไหนสักแห่งดังขึ้น พริบตานั้นเองเทียนทุกเล่มก็ดับจนหมดเว้นไว้แต่เพียงจุดที่ชุนยืนอยู่ เสียงก้าวเท้าดังเข้ามาใกล้เรื่อยๆคละเคล้ากับเสียงปรบมือเบาๆ

   ชายคนหนึ่งก้าวออกมาจากความมืด ใบหน้าของชายคนนั้นแลดูคล้ายกับใครสักคนแต่ชุนก็คิดไม่ออกเพราะชุนไม่เคยเห็นใครที่ยิ้มด้วยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ที่เหมือนกับปีศาจกำลังยิ้มเยาะเช่นนี้มาก่อน วินาทีต่อมาชุนถึงจดจำได้ว่าชายคนนี้คือผู้ที่มอบภาพคางาโฮะให้กับเขา

   “คุณคือคนเมื่อตอนนั้น”ชายปริศนามีสีหน้ายินดีเมื่อพบว่าชุนจำตัวเขาได้ด้วย

   “ขออภัยที่ยังไม่ได้แนะนำตัว ข้ามีนามว่าโยมะ”แล้วโยมะก็หยิบหมวกทรงสูงมาไว้ในมือแล้วโค้งตัวลงเพื่อแสดงการทักทายแบบผู้ดีอังกฤษที่ดูแล้วชวนขัดตากับใบหน้าแบบคนเอเชีย

   สัญชาตญาณสั่งให้ชุนไม่ไว้ใจชายนามว่าโยมะทันที ไม่ว่าจะด้วยท่าทางที่เหมือนกำลังมองเรื่องลำบากของคนอื่นด้วยใบหน้าสนุกสนานหรือจะเป็นพลังคอสโมอันดำมืดที่แฝงอยู่ในตัวก็ตาม ร่างบางถอยหลังไปเล็กน้อยเพื่อเว้นระยะห่างส่งผลให้โยมะหัวเราะออกมาราวกับว่าการกระทำของชุนเป็นเรื่องน่าบันเทิงใจ

   “ฮ่าๆๆ พอผ่านมาอีกภพชาติหนึ่งท่านเปลี่ยนไปเยอะเลยนะทั้งที่เมื่อสองร้อยหลายสิบขวบปีก่อนท่านยังถึงขนาดข่มขู่ข้าด้วยใบหน้าหวานๆแบบนั้นได้แท้ๆ”แม้ไม่ต้องเดาชุนก็รู้ได้ทันทีว่าโยมะหมายถึงใครซึ่งนั่นก็ยิ่งเป็นการเพิ่มความสงสัยในตัวของชายปริศนาตรงหน้าเป็นอย่างยิ่ง

   “คุณไม่ใช่คนในยุคสมัยนี้”ขณะที่พูดชุนก็เริ่มรวบรวมพลังคอสโมไว้เผื่อว่าชายตรงหน้าจะทำอะไรขึ้นมาแต่โยมะกลับแต่ปรบมือให้กับคำพูดของชุน

   “เก่งมากที่รู้แต่ข้าจะเป็นของยุคสมัยใดก็หาใช่เรื่องสำคัญ ไม่สิ...สำหรับท่านคงเป็นเรื่องสำคัญใช่หรือไม่”พลันนั้นแผ่นหลังของชุนก็เย็นวาบขึ้นมาทันที หัวใจของเด็กหนุ่มถึงกับสั่นกระตุกเมื่อโดนพูดแทงใจดำ

   โยมะพูดถูกเพราะชุนย่อมคิดได้อยู่แล้วว่าโยมะจะต้องรู้เรื่องของคางาโฮะกับอาโรนในอดีตแน่นอนเมื่อชายหนุ่มเป็นคนนำภาพสีน้ำมันผืนนั้นมาให้กับเขา  แต่ชุนก็ไม่คิดว่าคนที่มีท่าทางไม่น่าไว้ใจแบบนี้จะยอมช่วยเหลือเขาโดยไม่หวังอะไรตอบแทน

   “คุณต้องการอะไร”แอนโดเมด้าเซนต์ถามเสียงเฉียบด้วยท่าทีไม่คลายความระมัดระวังลง

   ดูท่าสายตาหวาดระแวงสุดขีดแต่กระหายไปด้วยความอยากรู้ของชุนจะเป็นที่ถูกใจโยมะพอสมควรเมื่อชายหนุ่มถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดังอย่างอารมณ์ดีสุดๆจนทำให้ชุนรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนปั่นหัวไม่มีผิด

   “ตัวข้านั้นเป็นเพียงผู้ชมเท่านั้น สิ่งที่ผู้ชมต้องการย่อมเป็นความรื่นเริงบันเทิงใจอยู่แล้ว โดยเฉพาะเมื่อบนเวทีนี้ล้วนมีแต่ตัวหมากที่น่าสนใจ โดยเฉพาะตัวเจ้าไงล่ะ”ขณะที่พูดโยมะก็ขยับเข้ามาใกล้ ชุนจับจิตสังการหรือความคิดมุ่งร้ายจากคนตรงหน้าไม่ได้เลยหากแต่ดวงตาสีแดงเหมือนเลือดคู่นั้นก็มากพอจะทำให้ชุนต้องกลัวจนถอยหลังไปจนแผ่นหลังชิดกำแพงได้แล้ว

   “อดีตร่างทรงซึ่งเมื่อชาติก่อนเป็นถึงผู้ช่วงชิงอำนาจยมเทพ....ตัวเจ้าน่ะมีคุณค่ามากกว่าที่ตนเองคิดเอาไว้หลายเท่านัก”

   “อย่า..อย่าเข้ามา...”ชุนไม่ว่าเปล่ายังรวบรวมพลังคอสโมไว้ที่หมัดเพื่อเตรียมจะปล่อยหมัดออกไป หากแต่ร่างกายเขากลับขยับไม่ได้ ชุนทำได้เพียงตวัดสายตาไปยังโยมะที่ยืนอยู่ใกล้ๆพร้อมกับชี้นิ้วมาทางเขา

   “ตัวเจ้านั้นงามนักยามเมื่อเวลาหยุดลง....ระหว่างรอชมของจริงโหมโรงแบบพวกเจ้าก็น่าสนใจไม่เบาทีเดียว ดังนั้นเพื่อเป็นการตอบแทนข้าจะบอกใบ้ให้เจ้าได้รู้”ร่างในชุดสูทสีดำก้าวเข้ามาช้าๆและหยุดลงเมื่อระยะห่างเหลือเพียงหนึ่งช่วงแขน โยมะวาดปลายนิ้วลงไปบนหน้าผากของชุนแล้วพูดออกมาด้วยท่าทางสนุกสนานราวกับรอชมละครฉากใหญ่

   “หากอยากรู้ความจริงของเรื่องที่เจ้าต้องการก็มีแต่ต้องถามจากผู้ที่อยู่ในห้วงเวลานั้นจริงหรือไม่ อาโรน”พริบตานั้นชุนก็รู้สึกเหมือนมีไฟฟ้าวิ่งผ่านสมองไป ภาพตรงหน้าดับวูบไปในทันที สิ่งที่สติสุดท้ายจดจำได้คือภาพปีกสีดำที่ปรากฏขึ้นกลางหลังของโยมะเท่านั้น

   ซ่า...

   เสียงของสายฝนหลงฤดูปลุกให้ชุนลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อมาพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องรับรองของวิหารไลบร้า แม้จะนึกแปลกใจแต่ชุนก็ไม่สนว่าใครเป็นคนพาตัวเขามาที่นี่ สิ่งที่เด็กหนุ่มสนใจในตอนนี้มีเพียงร่างสูงใหญ่ของพี่ชายซึ่งนอนอยู่เตียงข้างๆ

   “พี่อิคคิ”น้องชายลองเรียกดูซึ่งก็ได้ผลเมื่ออิคคิเริ่มมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเสียงเรียกของคนสำคัญ เปลือกตาของชายหนุ่มผู้พี่สั่นไหวเล็กน้อยก่อนจะขยับเปิดขึ้นช้าๆ

   “ชุน”อิคคิยื่นมือออกเพื่อที่จะสัมผัสใบหน้าหวานของน้องชายซึ่งชุนก็กุมมือที่แนบลงมาบนแก้มเอาไว้พร้อมกับยิ้ม

   “ค่อยยังชั่วหน่อยที่พี่อิคคิรู้สึกตัวแล้ว”รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความโล่งใจของชุนปรากฏขึ้นบนดวงหน้าหวานทำให้อิคคิรู้สึกผิดขึ้นมาที่ทำให้น้องต้องมาคอยเป็นห่วง ชายหนุ่มขยับตัวลุกขึ้นนั่งพลางกุมศีรษะที่รู้สึกเวียนหัว พอเห็นอิคคิมีท่าทางไม่ดีชุนก็เผยสีหน้าเป็นห่วงออกมาทันที

   “พี่ไม่เป็นไรอย่าทำหน้าแบบนั้นสิ”ว่าแล้วอิคคิก็วางมือลงบนเส้นผมนุ่มนิ่มแล้วลูบเบาๆพร้อมกับส่งยิ้มไปให้ รอยยิ้มอ่อนโยนที่มาจากคนดุดันและเงียบขรึมของอิคคิคือรอยยิ้มที่มีให้กับชุนเพียงคนเดียวเท่านั้น

   อันโดรเมด้า ชุน น้องชายที่เขารักและห่วงใยเป็นที่สุด...คนที่เขาให้ความสำคัญโดยไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลอะไรมากไปกว่านี้และเขาก็ไม่ต้องการให้มันมีเหตุผลมากไปกว่านั้น ทว่าในความเป็นจริงแล้วเขา....

   “พี่อิคคิ”เสียงเรียกจากน้องชายที่เงยหน้าสบตาเขาด้วยแววตาสงสัย ดวงตากลมโตที่สะท้อนเพียงภาพของเขาและเขาก็ไม่อยากให้ภาพในนั้นมีใครอื่นนอกจากเขาเช่นกัน

   “ชุน...”สิ้นคำนั้นร่างบอบบางก็ถูกดึงเข้ามาในอ้อมกอดอย่างรวดเร็ว วงแขนแกร่งโอบกอดร่างของน้องชายเอาไว้อย่างแนบแน่นราวกับโหยหามาตลอด บางทีมันคงจะเป็นเช่นนั้นเมื่อชายหนุ่มเลือกที่จะหลอกตนเองมาตลอดว่าความจริงแล้วเขาอยากกอดชุนเอาไว้มากแค่ไหน

   ปรารถนาอยากให้ชุนกลายเป็นของเขาเพียงคนเดียว ความคิดอันดำมืดที่เฝ้าปฏิเสธเรื่อยมาและเก็บซ่อนมันไว้จวบจนกระทั่งวันที่คางาโฮะปรากฏตัวขึ้น ตัวตนที่เป็นหนึ่งเดียวกับเขาแต่ขณะเดียวกันก็แปลกแยกกำลังเริ่มครอบงำหัวใจของชุนซึ่งเขาไม่มีวันยอม ดังนั้นอิคคิจึงได้ตัดสินใจทำสิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงทุกอย่างไปตลอดกาล

   “พี่...!”ยังไม่ทันที่ชื่อของอิคคิจะหลุดออกจากปากเจ้าของนามนั้นก็บดจูบลงครอบครองริมฝีปากบางเอาไว้ เด็กหนุ่มตกใจจนเผลอออกแรงผลักแต่ก็ไม่อาจหลุดจากอ้อมแขนคู่นี้ได้เลย  ลิ้นอุ่นที่เข้ามารุกรานอย่างไม่ทันตั้งตัวทำให้ชุนทำอะไรไม่ถูก สองมือที่ว่างอยู่ได้แต่วางยึดไหล่ของอิคคิเอาไว้เท่านั้น

   จูบอันยาวนานที่นับเป็นจูบแรกของสองพี่น้องในยามที่สติยังอยู่ครบถ้วนและเกิดจากความต้องการของอิคคิจริงๆ รสจูบที่ออกจะรุนแรงไปบ้างตามนิสัยคนแข็งกร้าวขณะเดียวกันก็แฝงไปด้วยความอ่อนโยนอยู่ในทีเพราะไม่อยากให้น้องชายรู้สึกไม่ดี

   “พี่อิคคิ...”เสียงของชุนยามเอ่ยเรียกหลังจากจูบนั้นสิ้นสุดลงติดจะอ่อนแรงเหมือนถูกสูบพลังไปจนหมด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความสับสนระคนตกตะลึงแต่นั่นก็ยังไม่เท่ากับความตกใจเมื่อวินาทีต่อมาร่างบอบบางของตนเองจะถูกกดลงบนเตียง

   ภาพของพี่ชายที่กางแขนคร่อมตนเองอยู่นั้นดูน่าเหลือเชื่อจนเกินกว่าจะเป็นความจริงยิ่งเมื่อรวมกับจูบร้อนแรงเมื่อครู่แล้วชุนยิ่งไม่อยากจะเชื่อว่าตนเองกำลังตื่นอยู่ หากแต่ความอบอุ่นที่ยังติดค้างอยู่บนริมฝีปากก็ช่วยยืนยันถึงความเป็นจริงให้

   “ชุน...”อิคคิเอ่ยเรียกน้องด้วยเสียงที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวจนไม่อยากเชื่อว่าเป็นเสียงของผู้ที่ห้าวหาญกว่าใคร

   “ถ้าจะปฏิเสธก็รีบทำซะแล้วฉันจะยอมหยุดมือแล้วจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น”ขณะที่พูดประโยคนี้ออกมาชุนไม่อาจทำความเข้าใจได้เลยว่าอิคคิรู้สึกอย่างไร หากแต่แววตาที่เฝ้ารอคำตอบของอิคคินั้นกำลังทำให้ชุนหวั่นไหว

   แววตาของพี่ชายในมุมมองที่ชุนไม่เคยเห็นมาก่อนหรือบางทีอาจเป็นตัวเขาที่แสร้งมองไม่เห็น แววตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาในตัวเขาจนแทบจะเรียกว่าเห็นแก่ตัว

   นี่คือความรู้สึกของพี่ชายที่มองเขาอยู่งั้นเหรอ....

   คำถามที่เกิดขึ้นในใจพร้อมกับคำตอบที่เขาจำเป็นต้องตอบว่าจะตอบรับหรือปฏิเสธอ้อมกอดของพี่ชาย ในเวลานี้ทุกอย่างยังคงเป็นเหมือนเดิม อิคคิยังคงเป็นพี่ชายของเขา ศีลธรรมที่อยู่ในใจบอกว่ามันไม่ควรเป็นแบบนี้ บางทีอิคคิเองก็คงรู้ดีถึงได้พูดกับเขาด้วยท่าทางเจ็บปวดขนาดนี้

   ทว่าในเวลานี้ทุกเหตุผลก็ดูจะไร้ค่าไปหมดเมื่อชุนหลับตาลงคล้ายกับได้ตัดสินใจลงไปแล้ว เรียวแขนอันบอบบางถูกยกขึ้นโอบรอบคอของพี่ชายให้เลื่อนลงมา ดวงตาคู่โตหรี่ลงแล้วเป็นฝ่ายเริ่มต้นประทับจูบบนริมฝีปากคู่นั้นด้วยตนเอง

   วินาทีที่ชุนดึงให้อิคคิโน้มตัวลงมาจูบชายหนุ่มผู้พี่เองกลับเป็นฝ่ายที่ตกตะลึงจนทำอะไรม่ถูก ความจริงเขาเตรียมใจที่จะถูกน้องชายรังเกียจหรือหวาดกลัวด้วยซ้ำแต่ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นนั้นกลับน่าเหลือเชื่อจนเขาเองยังไม่กล้าที่จะฝันถึงด้วยซ้ำไป

   “พี่อิคคิ....ผมรักพี่...”ชุนเป็นฝ่ายเอ่ยถ้อยคำสารภาพรักอันแสนหวานออกมาก่อน เพราะรู้ดีว่าพี่ชายคงไม่มีวันพูดออกมาก่อนเป็นแน่แม้การกระทำที่เกิดขึ้นจะเป็นสิ่งที่ช่วยยืนยันความรู้สึกนั้นก็ตามที เด็กหนุ่มส่งยิ้มอ่อนหวานไปให้เพื่อจะสื่อว่าตัวเขานั้นไม่ได้ฝืนใจพูดออกมาเลย

   “เพราะงั้นพี่จะกอดผมก็ได้นะครับ”ราวกับเป็นคำพูดที่อิคคิรอมานานแสนนาน เมื่อได้ยินน้องพูดเช่นนั้นอิคคิก็ไม่อาจหักห้ามใจตัวเองไม่ให้สัมผัสน้องชายอีกต่อไป

   ชายหนุ่มผู้พี่ก้มลงประทับจูบลงไปอีกครั้งพร้อมกับส่งลิ้นเขาไปเพื่อลิ้มรสหอมหวานที่คล้ายกับเฝ้ารอมาตลอด ขณะที่ถูกจูบก็มีเสียงครางเครือเล็ดรอดออกมาเป็นระยะ มือเรียวบางยกขึ้นโอบไหล่พี่ชายเอาไว้พลางเอียงคอเล็กน้อยเพื่อที่จะตอบรับความรู้สึกของพี่ชายให้ได้อย่างเต็มที่

   “ชุน ฉันรักนาย....เป็นของฉันเถอะนะ...”ทั้งที่คนอย่างอิคคิไม่เคยจะอ้อนวอนใครมาก่อนแต่ในเวลานี้คำพูดของพี่ชายกลับฟังดูไม่ต่างจากคำอ้อนวอนเลยแม้แต่น้อย ชุนยังคงยิ้มให้อิคคิ พี่ชายที่เขารักมากที่สุดบนโลกใบนี้

   “ผมเป็นของพี่มาตั้งแต่แรกแล้วล่ะครับ”คำพูดนี้ชุนไม่ได้โกหกเพราะเพียงแค่ชีวิตนี้ได้ถือกำเนิดขึ้นมา โชคชะตาก็เหมือนกับจะกำหนดให้เขาเป็นของพี่ชายมาตั้งแต่แรกเริ่มแล้ว ดังนั้นชุนจึงไม่มีความจำเป็นต้องลังเลอีกต่อไป

   ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยเมื่อฝ่ามือหยาบกร้านของพี่ชายล้วงลึกเข้าไปใต้เสื้อผ้า ความร้อนของอุ้งมือทำให้ร่างบางบิดกายหนีด้วยความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยแต่กระนั้นชุนก็ยังยินยอมให้มือข้างเดียวกันนั้นปลดเสื้อผ้าของตนออกไป

-----------------------------หลังไมค์ครั้งแรกของเรื่องขอมาทางPM นะคะ----------------------------

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 03, กันยายน 2013, 01:01:25 PM โดย meiar » บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 9.0.576.0 Chrome 9.0.576.0

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #36 เมื่อ: 03, กันยายน 2013, 01:00:57 PM »

   กลางดึกของค่ำคืนอันแสนหวานที่เพิ่งผ่านพ้นไปชุนลืมตาขึ้นภายใต้อ้อมกอดของพี่ชายที่กอดรัดตัวเองเอาไว้แน่น เด็กหนุ่มหลับตาลงอีกครู่หนึ่งเพื่อซึมซับความอบอุ่นของวงแขนแกร่งนี้เอาไว้ เสี้ยวหน้าคมยามหลับของพี่ชายชวนให้ชุนอยากจะอยู่แบบนี้อีกสักพักแต่กาลเวลากลับไม่ยอมให้เขาทำเช่นนั้นเมื่อชุนสัมผัสได้ถึงความผิดปกติบางอย่าง

   รอบข้างและทุกสิ่งทุกอย่างเงียบสงัดจนน่ากลัวรวมถึงเสียงลมหายใจของคนข้างตัวที่หยุดนิ่งราวกับถูกหยุดเวลาเอาไว้แต่เด็กหนุ่มก็ไม่ได้มีท่าทีตื่นตระหนกเลยแม้แต่นิดเดียว ดวงตาคู่โตที่หรี่ลงเล็กน้อยฉายแววสงบอย่างน่าประหลาดราวกับรู้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็นเช่นนี้

   “ได้เวลาแล้วงั้นเหรอ”ในน้ำเสียงแฝงไปด้วยความเสียดายที่ไม่อาจอยู่ในอ้อมกอดอันอบอุ่นของอิคคิได้นานกว่านี้ ร่างบางลุกขึ้นสวมเสื้อซึ่งถูกถอดทิ้งเอาไว้เพื่อเตรียมตัวไปยังที่แห่งหนึ่ง เมื่อสวมเสื้อผ้าเรียบร้อยชุนจึงค่อยเดินกลับมาที่เตียงและนั่งลงไปเบาๆคล้ายกับกลัวว่าจะปลุกพี่ชายให้ตื่นขึ้นมา แม้ความจริงแล้วตอนนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นพี่ชายก็ไม่มีทางรู้สึกตัว

   “ตัวเจ้านั้นงามนักยามเมื่อเวลาหยุดลงงั้นเหรอ”คำพูดของใครบางคนที่ยิ้มเยาะประดุจปีศาจร้าย ในตอนนี้มันช่างเป็นคำพูดที่ทำให้ชุนรู้สึกอยากให้มันเป็นจริงเหลือเกิน เพราะใบหน้าของพี่ชายที่ถูกหยุดเวลาโดยฝีมือของบุรุษคนนั้นกำลังทำให้ชุนรู้สึกอยากให้เวลาหยุดลงจริงๆ

   แต่ชุนก็ไม่อาจทำแบบนั้นได้เมื่อเขาได้ตัดสินใจทำบางสิ่งที่อิคคิไม่มีวันยินดีและไม่แน่ว่าใครอีกคนก็อาจจะไม่ปรารถนาเช่นนั้นเหมือนกัน แต่ทว่านี่เป็นเรื่องที่ชุนตัดสินใจลงไปแล้วดังนั้นเขาจะไม่ยอมให้ใครมาขัดขวางได้

   “พี่อิคคิ ผมรักพี่นะครับ”สิ้นคำรักเด็กหนุ่มก็ก้มลงจูบลงบนริมฝีปากที่ไม่มีทางตอบสนองเขาได้แต่กระนั้นก็ยังเป็นจูบที่ยาวนานราวกับว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นร่างบอบบางจึงลุกขึ้นและเดินออกจากห้องไปเพียงลำพัง

   ตามระเบียงวิหารไลบร้าอันไม่คุ้นชินเปลวไฟจากเทียนทุกเล่มต่างนิ่งสนิททำให้ไม่อาจส่องแสงออกมาได้จึงมีเพียงแสงจันทร์ที่อยู่ห่างไกลออกไปนำทางแต่ชุนกลับรู้ดีว่าตนเองควรจะต้องเดินไปที่ไหนต่อให้ไม่มีแม้แสงส่องทางก็ตาม เพราะว่าที่ซึ่งเด็กหนุ่มจะต้องก้าวเข้าไปคือ ความมืด...

   ไม่รู้ว่าเด็กหนุ่มเดินมานานแค่ไหนและตรงไปยังที่แห่งใดกันแน่แต่เมื่อรู้ตัวอีกทีร่างบางก็มาหยุดลงตรงหน้าของบุรุษในชุดสูทผู้ดีตะวันตกที่ยืนรออยู่ด้วยแววตาที่บ่งบอกอย่างไม่ปิดบังว่ากำลังรอชมเรื่องสนุกบนความทุกข์ของคนอื่นอยู่

   “ร่ำลากับพี่ชายสุดที่รักเสร็จแล้วงั้นเหรอ”โยมะกล่าวด้วยรอยยิ้มที่บอกชัดว่ารู้ถึงความสัมพันธ์ที่เกินเลยของสองพี่น้องแต่ชุนก็ไม่นึกสนใจแม้แต่นิดเดียว ตอนนั้นเองที่แววตาของชุนแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

   แววตาที่เต็มไปด้วยความมืดอันลึกล้ำแต่แฝงไปด้วยความปรารถนาอันบริสุทธิ์ทำให้โยมะถึงกับหัวเราะด้วยความชอบใจเป็นที่สุดเมื่อลางสังหรณ์กำลังบ่งบอกว่าเรื่องนี้คงน่าสนุกกว่านี้เขาคิดเอาไว้มากนัก

   “ในเมื่อพร้อมแล้วก็มาเริ่มกันเถอะ”โยมะดีดนิ้วเพียงหนึ่งครั้งทั่วอาณาบริเวณก็สว่างขึ้นมาในทันที เบื้องหน้าของชุนปรากฏภาพสีน้ำมันของคางาโฮะที่ควรจะอยู่ในห้องของโดโกลอยอยู่ เด็กหนุ่มเดินเข้าไปหามันทีละก้าวพร้อมกับยื่นมือออกไป

   วินาที่ปลายนิ้วสัมผัสลงบนผืนผ้าใบคอสโมอันดำมืดซึ่งอัดแน่นอยู่ในภาพก็พลันพวยพุ่งออกมาห้อมล้อมเด็กหนุ่มเอาไว้ หากเป็นก่อนหน้านี้ชุนคงร้องด้วยความตกใจกลัวไปแล้วแต่ในเวลานี้ขุมพลังที่รู้สึกได้นั้นทำให้เขารับรู้ได้ว่ามันคือพลังของเขาเองที่ซ่อนอยู่ในวิญญาณของร่างทรง

   วิญญาณที่ครั้งหนึ่งเคยช่วงชิงพลังของยมเทพ....

   ชุนหลับตาลงเพื่อดูดซับพลังความมืดอันเข้มข้นเข้าไปในร่างกายโดยไร้ซึ่งการต่อต้าน หัวใจของเขาเหมือนกับจะเต้นช้าลงจนรู้สึกได้ถึงความเย็นเยียบแต่กระนั้นความมุ่งมั่นต่อผลลัพธ์ที่รอคอยกลับมีมากกว่าความหวาดกลัวทั้งมวลและเมื่อเด็กหนุ่มลืมตาขึ้นอีกครั้งดวงตาคู่นั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นสีดำดุจเดียวกับพลังคอสโมสีดำของฮาเดส

TBC.

จบไปอีกตอนที่ทุกท่านรอคอย ในที่สุดพี่อิคคิก็สารภาพรักแล้ววววววววววววววววววววว

คิดมานานมากว่าใครจะสารภาพรักก่อนซึ่งสุดท้ายเราคิดว่าถ้าชุนไม่พูดก่อนอิคคิไม่มีทางบอกรักก่อนแน่ๆ เพราะพี่เค้าคงยอมปิดบังไปตลอดมากกว่า แต่พอชุนบอกรักทีก็จัดการเลย หึๆๆ

แต่ท้ายตอนเล่นเอาสาวกอยากรุมตบเรารึเปล่า โยมะทำแบบนี้เพื่ออะไร? ก็เพราะสนุกมันเท่านั้นแหละไม่มีเหตุผลอะไรแอบแฝงมากมายเหมือนที่มันทำกับพี่น้องเจมินี่สุดที่รักของเราT^T

ตอนนี้ชุนกำลังทำอะไรมีใครเดาออกบ้างเอ่ย ตอนหน้าจะจบแล้วน้าคนอ่านจะได้รู้สักทีว่าสุดท้ายแล้วพี่โฮะจะเป็นอย่างไรจะสามารถมีความสุขได้จริงๆรึเปล่า อย่าติดตามกันต่อไปน้า แต่ตอนนี้ขอแว่บไปแต่งFor you or me ต่อก่อนละ อยากรังแกโคกะ(แอบรอโอเมก้าตอนที่ 71อยู่เอเดนที่รักจะมีบทอีกแล้ว )

ตอบเม้นต์

Bitsaint

สุดท้ายใครจะคู่ใครหรือยังไงต้องติดตามตอนหน้าค่ะ แต่ที่แน่ๆตอนนี้พี่อิคคิจับกดน้องชุนไปเรียบร้อย หุๆๆ
เดี๋ยวจะไปแต่งโอเมก้าต่อละ หลังหวานๆต้องเอสเอ็ม/ผิด

SAINT OF PHOENIX IKKI

กรี๊ดดดดดดดดดดดดดดดดดดดด/เสียงกรี๊ดดังไปสามบ้านแปดซอยสิบถนน

ฉากจุ๊บหน้าผากน่ารักมากค่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา
พี่อิคคิเค้าก็ต้องมีมุมน่ารักๆแบบนี้แหละถึงจะชวนฟิน ถ้าเป็นคางาโฮะรายนั้นอาจขโมยจูบแทนจุ๊บหน้าผากก็ได้นะ 555(แต่พี่โฮะไม่หื่นน้าเค้าแค่เป็นคนตรงๆเท่านั้นเอ๊ง)

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 04, กันยายน 2013, 07:45:00 AM โดย meiar » บันทึกการเข้า
Bitsaint
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Apprentice Saint
*

Photobucket 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
14, มกราคม 2014, 12:05:46 AM

กระทู้: 32
หมายเลขสมาชิก: 12458

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2013


กระทู้: 32
5.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Bitsaint
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 4 : Exp 57%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 7.0 MS Internet Explorer 7.0


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #37 เมื่อ: 01, ตุลาคม 2013, 11:00:12 AM »

พี่เมอา /เลือดหมด
ในที่สุดพี่อิคิก็กดหนูชุนเเล้ว เป็นฟิคเเรกที่เห็นชุนเสียเวอร์จิ้น เเล้วถ้ามีอีกก็
เเล้วหนูชุนทิ้งพี่อิคิไปไหน รีบกลับมานะค้า

บันทึกการเข้า
nunun081
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 379
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
20, เมษายน 2019, 10:31:50 PM

Scorpio

กระทู้: 429
หมายเลขสมาชิก: 4389

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2009


กระทู้: 429
279.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ nunun081
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 16 : Exp 78%
HP: 0.1%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Firefox 7.0.1 Firefox 7.0.1

pichanun081@hotmail.com -
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
| |
« ตอบ #38 เมื่อ: 01, ตุลาคม 2013, 01:00:07 PM »

อ่านแล้วฟิน นั่งจิกหมอน ซับเลือดกำเดา ซับน้ำลายเมามันมากค่ะ
อยากอ่านฉากนั้นอ่ะ ... หลังไมค์นะคะ

บันทึกการเข้า

SAINT OF PHOENIX IKKI
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 106
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
03, ธันวาคม 2015, 10:45:37 AM

Gemini

กระทู้: 122
หมายเลขสมาชิก: 9452

วันที่สมัครสมาชิก: ต.ค., 2010


กระทู้: 122
7.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ SAINT OF PHOENIX IKKI
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 8 : Exp 92%
HP: 0.1%

เวลาคือสิ่งที่โหดร้ายที่สุด..สำหรับการรอคอยใครสักคน

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 29.0.1547.76 Chrome 29.0.1547.76

phoenix_hikari@hotmail.com
PhoenixHikari PhoenixOnHikari
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
| |
« ตอบ #39 เมื่อ: 02, ตุลาคม 2013, 11:49:31 AM »

=w= รอตอนต่ออยู่ฮะ 
ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลา เลยไม่ค่อยได้วาดพี่ไก่อิคคิสักเท่าไร 
เอาภาพนี้ไปตบมุก(?)ก่อนนะฮะ เป็นภาพเก่าที่วาดไว้ ต้นปีนี้เอง 

ขอไม่ภูมิใจเสนอ



  สามารถตติดตามผลงานอืนได้ที่ https://www.facebook.com/PhoenixHikari 

บันทึกการเข้า

เรื่องราวของครอบครัว NEKO แมวหนุ่ม ฮิคาริ เนโกะ จอมซึนเดเระ กับ ดาร์ค เนโกะ ฮิคิโคโมริ
เรื่องวุ่นๆในชีวิตประจำวัน ระหว่างครอบครัวและเพื่อนๆ จะทำให้พวกเขาเป็นอย่างไร

เรื่องเล็กๆของแมวเหมียว ฮิคาริ เนโกะ & ดาร์ค เนโกะ สามารถเข้าชมเพจได้ที่ Hikari & Dark NEKO! เนโกะแสบซ่าส์ครอบครัวตัววุ่น


meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
Browser:
Chrome 30.0.1599.101 Chrome 30.0.1599.101

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #40 เมื่อ: 21, ตุลาคม 2013, 10:38:35 PM »

ในที่สุดก็เข็นตอนที่10ออกมาจนได้ แต่อยากประกาศให้ดังก้องโลกว่า....ว่า....ว่า......

ตอนนี้ยังไม่จบเจ้าค่ะ!

รายละเอียดมันเยอะเกินไปถ้าจะหั่นซอยหรือบีบอัดมากเกินไปมันก็จะพาลไม่สนุกเอาสุดท้ายเราเลยตัดสินใจเพิ่มตอนอีกนิดหน่อยค่ะเพื่อจะได้จบสวยๆ

ตอนที่ 10 ยามเมื่อเวลาหวนกลับ

...............ความจริงเมื่อครั้งอดีตที่ไม่อาจแตะต้อง...................
................คุณคิดว่ามนุษย์จะสามารถย้อนเวลาให้หวนกลับมาได้ไหม..................

   ท่ามกลางความมืดที่ห้อมล้อมกายตนเองเอาไว้คางาโฮะกำลังคุกเข่าลงอย่างสิ้นหวังเมื่อได้รับรู้ว่าความจริงย่อมโหดร้ายเสมอ คางาโฮะไม่แน่ใจว่าครั้งสุดท้ายที่เขารู้สึกสิ้นหวังนั้นมันผ่านมานานแค่ไหนแล้ว บางทีมันคงเป็นตอนที่น้องชายของเขาจากไป

   ขอให้พี่ได้อยู่อย่างอิสระเสรี

   ซุย...น้องชายของเขาบอกไว้แบบนี้ก่อนจะทิ้งตัวเองออกจากโลกใบนี้และข้างกายเขาไป วินาทีที่ร่างอันบอบบางของน้องชายหายไปจากครรลองสายตาหัวสมองของเขาก็ว่างเปล่าไปหมด ถุงเงินที่ได้มาจากการต่อสู้ถูกทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ใยดีเพราะในเมื่อคนที่เขารักไม่อยู่อีกแล้วชีวิตของเขาจะมีความหมายอะไร

   หากอาบแสงแดดแล้วผิวจะคล้ำ ความฝันของผมคือการได้เดินอยู่ใต้ดวงอาทิตย์....

   คำพูดที่น้องเคยเอ่ยออกมาครั้งหนึ่งคล้ายกับเป็นเพียงความฝันอันเลื่อนลอยแต่กระนั้นก็เป็นฝันที่เขาอยากทำให้กลายเป็นจริง ทว่าสิ่งที่เขาทำมาทั้งหมดกลับเป็นการไล่ต้อนน้องชายให้ไปสู่ความตาย เขาถามออกมาไม่ได้ว่าทำไมเพราะรู้คำตอบที่ฝังลึกอยู่ในใจ
   หลังจากวันนั้นทุกเฉดสีบนโลกของเขาก็มีแต่เพียงความมืดมิดมาโดยตลอด ดวงอาทิตย์ที่น้องชายเฝ้าปรารถนาแปรเปลี่ยนมาเป็นสิ่งที่น่าชิงชังเพราะนอกจากไอร้อนที่คล้ายกับจะแผดเผาชีวิตให้มอดไหม้แล้วมันไม่เคยให้อะไรกับเขาเลย

   คางาโฮะจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าตนมาเป็นสเป็คเตอร์ได้อย่างไร มีเพียงสิ่งเดียวที่เขาไม่เคยลืมคือความแค้นและความชิงชังที่มีต่อโลกใบนี้ซึ่งพรากน้องชายไปจากเขา หากไอร้อนของดวงอาทิตย์กำลังเผาไหม้ความหวังให้เป็นจุณเขาก็จะใช้เปลวเพลิงที่สิ้นหวังนี้แผดเผาผืนพิภพให้หมดสิ้น เพราะความชิงชังมันคือสิ่งสุดท้ายที่เขาเหลืออยู่

   จนกระทั่งเขาได้พบกับอาโรน.....เด็กหนุ่มผู้มีใบหน้าคล้ายกับน้องชายของเขาอย่างไม่น่าเชื่อ แม้กระทั่งรอยยิ้มอ่อนโยนที่แต่งแต้มไปด้วยความโศกเศร้าก็ยังเหมือนกันจนเขาไม่นึกอยากจะเห็นมันเลยรวมถึงการกอดความปรารถนาที่แสนเศร้านั้นด้วยทำให้เขามองเห็นภาพของซุยทับซ้อนลงบนตัวของอาโรน

   คุณเองก็ตามหาใครสักคนอยู่ใช่ไหม

   ฝ่ายนั้นเคยถามเขาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนที่เต็มไปด้วยความเข้าอกเข้าใจอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน คางาโฮะไม่รู้ว่าอาโรนมองเห็นสิ่งใดในตัวเขาแต่รู้อยู่อย่างหนึ่งก็คือ ร่างทรงของฮาเดสได้ขอให้เขาอยู่ข้างกายตนเอง

   มันคือคำขอไม่ใช่คำสั่ง แม้สำหรับตำแหน่งร่างทรงแล้วสองสิ่งนี้จะไม่ต่างกันก็ตามเพราะขอเพียงเอ่ยปากออกมาแพนโดร่าก็พร้อมจะถวายทุกสิ่งให้โดยไม่อิดออดแม้แต่นิดเดียวไม่เหมือนกับเขา ต่อให้หน้าตาเหมือนกันเพียงใดแต่คนตรงหน้าก็ไม่ใช่น้องชายของเขา ไม่ใช่คนสำคัญที่เขาอยากปกป้อง แต่ว่าคงเพราะคำถามที่เขายังไม่ได้ตอบนั้นละมั้งที่ทำให้เขาตอบตกลงอยู่ข้างกายของอาโรน

   อาโรนมักยิ้มให้เขาขณะเดียวกันก็ร้องไห้ออกมาบ่อยครั้งยามเมื่ออยู่กันตามลำพัง เขาไม่เข้าใจว่าทำไมอาโรนถึงยอมร้องไห้ต่อหน้าเขาแต่นั่นก็ทำให้เขาแน่ใจว่าเด็กหนุ่มคนนี้ไม่มีทางเป็นยมเทพฮาเดสอย่างแน่นอน ตอนที่รู้สึกได้ถึงเรื่องนี้มันทำให้เขาอดที่จะตกใจไม่ได้

   เขาคิดว่าคนที่ร้องไห้คือคนอ่อนแอและเขาก็เกลียดคนอ่อนแอแต่สำหรับอาโรนเขากลับรู้สึกว่าเพราะอาโรนเข้มแข็งจนเกินไปถึงได้ร้องไห้ออกมา  นานวันเข้าไปสุดท้ายคางาโฮะถึงได้ถามว่าอาโรนร้องไห้เพราะอะไร ตอนที่โดนถามใบหน้าน่ารักนั้นเต็มไปด้วยรอยยิ้มอันเศร้าหมองจนชวนให้คนเห็นรู้สึกปวดใจ

   โลกใบนี้ช่างโหดร้าย...ยามที่มีชีวิตก็ต้องทนทุกข์ ยามสิ้นใจก็ยังต้องทนทรมาณต่อไปในยมโลกเช่นนี้

   ในตอนนั้นขณะที่พูดอาโรนก็มองไปยังดินแดนอันแห้งแล้งของยมโลก ดวงตาที่เคยเป็นสีฟ้าทอดมองไกลออกไปคล้ายกับมองหาบางสิ่งบนพื้นที่อันรกร้างว่างเปล่า คางาโฮะไม่รู้ว่าอาโรนมองหาอะไรในยมโลก บางทีคงเป็นคนสำคัญที่จากไป เฉกเช่นเขาที่ยังคงออกตามหาเค้าร่างของน้องชายที่น่าจะอยู่ที่ไหนสักแห่งบนดินแดนอันโหดร้ายนี้
   
   ผมรักมนุษย์และโลกนี้จากใจจริง ดังนั้นผมจะทำให้ทุกอย่างจบลง...

   จากนั้นอาโรนก็พูดถึงจุดจบอันโหดร้ายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม รอยยิ้มของอาโรนแลดูบริสุทธิ์เสียจนเขาไม่อาจมองตรงๆได้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับมนุษย์เช่นนี้ มนุษย์ที่ต่างกับเขาที่มีเพียงความชิงชัง ในวินาทีนั้นเขารู้สึกว่าตนเองน่าสมเพชทั้งที่เขาไม่ได้คิดว่าจะสามารถยกโทษให้กับโลกนี้ได้แต่กลับถูกความรักอันบรสุทธิ์ของเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้าทำให้ตนเองดูต่ำต้อยลงไปถนัดตา

   อาโรนบอกว่าจะช่วยให้ทุกคนพ้นจากความทุกข์รวมถึงน้องชายของเขาด้วย ตลอดมาไม่เคยมีใครบอกว่าจะช่วยเหลือเขากับน้องเลย บนโลกที่ทุกคนต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอดไม่เคยมีใครสักคนที่หยิบยื่นความช่วยเหลือมาให้ แต่ตอนนี้อาโรนได้พูดคำนั้นออกมา
   ทั้งที่เพิ่งได้พบกันไม่นานแต่เขากลับเชื่อในคำพูดนั้นอย่างแรงกล้าและได้ค้นพบว่า เขาอยากจะเติมเต็มความปรารถนาของเด็กหนุ่มคนนี้ให้เป็นจริง เขาอยากจะเปลี่ยนน้ำตาให้เป็นรอยยิ้มอันแสนงดงามยิ่งกว่านี้ ถ้าหากว่าความปรารถนาเป็นจริงอาโรนก็คงสามารถยิ้มได้ดังที่หวัง ถ้าหากเป็นเช่นนั้นเขาก็จะสู้ต่อไป

   ทว่า...ตัวเขากลับจบชีวิตลงโดยที่ไม่เคยทำให้ความปรารถนาของคนที่รักเป็นจริงได้เลยแม้แต่ข้อเดียว

   “ข้ามันเป็นเพียงมนุษย์ที่อ่อนแอ”โอกาสที่อาโรนหยิบยื่นมาให้เขากลับทำมันหลุดมือไปอย่างโง่เขลาจนสุดท้ายก็ต้องมานึกเสียใจภายหลัง เขาเคยคิดว่าจะสามารถยอมรับความจริงทุกอย่างได้แต่พอได้รับรู้มันเขากลับไม่สามารถยอมรับมันได้แม้แต่นิดเดียว

   “ท่านอาโรน ข้าควรจะทำเช่นไรดี ข้าควรจะหันหน้าไปทางไหนดี”รอบกายมีเพียงความมืดราวกับจะเยาะเย้ยต่อการดิ้นรนอันไร้ค่าของเขา ผู้ที่ทอดทิ้งดวงอาทิตย์อย่างเขาไม่เคยหวังอยากได้แสงสว่าง แต่กระนั้นในเวลานี้เขากลับโหยหามันจับใจ

   คางาโฮะ...

   ในตอนนั้นเองที่เขากลับได้ยินเสียงเรียกหนึ่ง เสียงเรียกที่อาจจะเรียกได้ว่าคุ้นเคย มันคือน้ำเสียงของเด็กหนุ่มผู้เป็นชาติปัจจุบันของอาโรน เขาไม่ได้คิดจะเอาชุนมาแทนที่อาโรนแต่ทุกครั้งที่ได้เห็นรอยยิ้มของชุนเขาก็เหมือนกับได้รับการช่วยเหลือ

   ชุนคงไม่รู้ว่ารอยยิ้มที่แสนอบอุ่นนั้นช่วยเหลือเขาไว้มากแค่ไหน แม้ว่าแรกเริ่มที่ได้พบกันเขาหวังเพียงจะปกป้องชุนเพราะอาโรนยังอยู่ในตัวของชุน แต่พอเวลาผ่านไปเมื่อรู้ตัวอีกทีเขาก็ได้หลงรักความบริสุทธิ์ของวิญญาณดวงนี้อีกครั้ง

   หากว่าอาโรนเป็นผู้ที่ช่วยเขาจากความสิ้นหวังชุนก็เป็นผู้มอบแสงแห่งความหวังให้กับเขาอีกครั้งหนึ่งและจะเป็นผู่ช่วยให้เขาหลุดพ้นจากอดีตได้ ดังนั้นชายหนุ่มจึงได้ลุกขึ้นยืนแล้วยื่นมือออกไปเพื่อไขว่คว้าแสงสว่างเอาไว้

   “ชุน...”เขาพยายามที่จะร้องเรียกอย่างสุดความสามารถ  เด็กหนุ่มที่สัญญาว่าจะอยู่คียงข้างและมอบโอกาสครั้งสุดท้ายให้กับเขา....

   “ชุน!”

   ในวินาทีเดียวกันนั้นอิคคิก็พลันลืมตาตื่นขึ้นในความมืด ชายหนุ่มหอบหายใจคล้ายกับเหนื่อยเสียเต็มประดาขณะที่มีเหงื่อออกโทรมกาย  หัวใจของเขาเต้นเร็วคล้ายกำลังหวั่นใจต่อบางสิ่งที่ตัวเขาเองก็ไม่รู้

   อิคคิพยายามสูดลมหายใจเพื่อปรับลมหายใจของตนให้เข้าที่ก่อนจะหันไปข้างๆเพื่อมองว่าเขาทำให้น้องชายตื่นหรือไม่ แต่แล้วข้างกายเขากลับว่างเปล่าไร้ซึ่งร่องรอยของร่างอันบอบบางซึ่งควรจะหลับใหลอยู่ข้างกายเขา

   “ชุน!”ชายหนุ่มร้องเรียกแต่ก็ไม่มีใครตอบกลับมา บางทีชุนอาจจะแค่ลุกไปหาน้ำดื่มหรือเดินไปที่อื่นก็ได้แต่อิคคิกลับไม่คิดว่าตัวเองไม่มีทางไม่รู้สึกตัวว่าน้องชายห่างไปจากข้างกายเขาอย่างเด็ดขาด นอกจากนั้นลางสังหรณ์กำลังร้องเตือนเขาอย่างรุนแรง
   หัวใจของเขาคล้ายกำลังร้องออกมาด้วยความหวาดหวั่นต่อบางอย่างที่เขาไม่มีวันปรารถนาและในตอนนั้นเองที่เขาสัมผัสได้ถึงขุมพลังอันดำมืดที่ไม่คิดว่าจะได้สัมผัสมันอีกครั้ง

   “นี่มันพลังของฮาเดส”วินาทีต่อมาอิคคิก็ลุกขึ้นแต่งตัวอย่างลวกๆแล้ววิ่งออกจากห้องตรงไปยังทางที่เขาสัมผัสพลังได้ทันที

   วิหารไลบร้าไม่ได้ใหญ่มากมายอะไรนักแต่เขากลับรู้สึกว่าเส้นทางมันช่างยาวไกลจนน่าหงุดหงิด โดยเฉพาะเมื่อพลังคอสโมสีดำดูจะรุนแรงขึ้นทุกขณะ ชุนคือร่างทรงของฮาเดสต่อให้สามารถเอาชนะฮาเดสมาได้แล้วแต่ความเป็นจริงข้อนี้ก็ไม่มีวันเปลี่ยนและอิคคิมั่นใจว่าเรื่องนี้จะต้องเกี่ยวข้องกับชุนแน่นอน

   “อิคคิ!”เสียงเรียกชื่อของเขามาพร้อมกับร่างของโดโกที่วิ่งมาสมทบกับเขาด้วยสีหน้าไม่สู้ดีพอกัน

   “เจ้าเองก็รู้สึกถึงพลังของฮาเดสได้สินะ”อิคคิพยักหน้ารับโดยไม่พูดอะไรแล้วเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นจนกระทั่งเขากับโดโกก็มาถึงด้านหลังของวิหารไลบร้า

   เบื้องหน้าที่ควรเป็นพื้นที่ว่างเปล่ากลับปรากฏร่างของใครคนหนึ่งที่ทำให้โดโกต้องขมวดคิ้วพร้อมเพิ่มความระแวดระวังถึงขีดสุดเมื่อสัมผัสได้ถึงขุมพลังอันดำมืดที่ชวนให้รู้สึกถึงความชั่วร้ายจากโยมะที่ยืนมองทั้งสองคนด้วยสีหน้าสนุกสนาน

   “มากันแล้วเหรอไลบร้ากับคุณพี่ชาย”ใบหน้าแบบคนเอเชียฉีกยิ้มด้วยความพออกพอใจเมื่อเห็นว่าตัวละครหลักมากันครบแล้ว อิคคิมองชายตรงหน้าด้วยสายตาไม่ไว้วางใจ เขาไม่จำเป็นต้องไตร่ตรองเลยว่าชายคนนี้มีจุดประสงค์เช่นไรลำพังแค่พลังคอสโมสีดำสนิทกับรอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้นก็มากพอที่จะทำให้เขาโจมตีใส่อย่างไม่ลังเลแล้วด้วยซ้ำไป

   “แหมๆ ไม่ต้องทำหน้าน่ากลัวอย่างนั้นก็ได้ คุณพี่ชาย”โยมะแสร้งโบกมือสองข้างไปมาด้วยท่าทางร้อนรนเมื่อโดนอิคคิจ้องเขม็งทั้งที่ยังยิ้มร่าอยู่แบบนั้น ก่อนจะหยิบหมวกทรงสูงมาถือไว้แล้วจึงค่อยเคลื่อนมันไปยังด้านข้างราวกับจะแนะนำผลงานชิ้นเอก

   เยื้องไปด้านหลังของโยมะคือร่างของชุนที่ลอยขึ้นมาเหนือจากพื้น ในมือของเด็กหนุ่มคือภาพสีน้ำมันของคางาโฮะที่ถูกกอดไว้อย่างทะนุถนอม ท่าทางของชุนนั้นดูผิวเผินแล้วงดงามราวกับเทวดาผู้งดงามหากแต่ความจริงแล้วรอบกายของเด็กหนุ่มกลับมีแต่พลังคอสโมสีดำซึ่งกำลังย้อมให้เส้นผมและดวงตาของเด็กหนุ่มกลายเป็นสีของราตรีกาลทีละนิด

   “ชุน!”อิคคิร้องเรียกพร้อมกับวิ่งไปหาแต่แล้วอยู่ๆร่างกายของกลับขยับไม่ได้กะทันหันและโดยไม่ต้องรอให้ใครบอกว่าเกิดอะไรขึ้นโยมะก็มาปรากฏร่างตรงหน้าพร้อมกับปีกสีดำที่กลางหลัง

   “ตัวเจ้างามนักเมื่อเวลาหยุดลง ไม่คิดแบบนั้นเหรอคุณพี่ชาย โอ้ะๆ เกือบลืมแน่ะว่าเจ้าเองก็ต้องหยุดเช่นกัน”วินาทีต่อมาโยมะก็ขยับนิ้วไปทางโดโกที่เงื้อหมัดเตรียมใช้ท่ามังกรผงาดโรซัน

   “ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ เมฟิสโตเฟเลส โยมะ!”โดโกตะโกนออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อสายตาตัวเอง ในอดีตเมื่อนานมาแล้วชิออนเคยพูดถึงเมฟิสโตเฟเลสให้เขาได้รู้ ตัวตนอันชั่วร้ายที่ทำให้ศึกเทพยุทธิ์ปั่นป่วนรวมถึงปลุกปั่นให้ผู้คนต้องมาฆ่ากันเอง

   “อันที่จริงข้าควรจะถามเจ้ามากกว่านะว่าทำไมถึงยังมีชีวิตอยู่อีก แต่ช่างเถอะ....ในภพนี้ข้าก็ใช่ว่าจะรู้ทุกอย่างละเอียดนัก”โยมะพูดด้วยสีหน้าเบื่อหน่ายเมื่อเห็นว่าโดโกเป็นเพียงตัวละครที่เขาไม่คิดว่าจะทำให้ละครฉากนี้สนุกขึ้นมากสักเท่าไรนัก

   “ท่านผู้เฒ่ารู้จักมันด้วยเหรอ”อิคคิเค้นเสียงถามขณะที่พยายามจะขยับตัวพุ่งเข้าไปหาชุนแต่ก็ไม่อาจขยับตัวได้

   “มันคือสเป็คเตอร์แห่งดาวล้ำนภา ทั้งยังเป็นพ่อของเท็นมะ เพกาซัสคนก่อน มันคือปีศาจชั่วร้ายที่ชอบเล่นสนุกกับชีวิตผู้อื่น เรื่องในคราวนี้ก็เป็นฝีมือของมันแน่นอน”โดโกพูดอย่างมั่นใจโดยที่ไม่จำเป็นต้องมีหลักฐานใดๆ ขอเพียงโยมะมีตัวตนอยู่ที่นี่ก็ถือเป็นข้อยืนยันชั้นดีแล้วว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นย่อมเป็นฝีมือของโยมะไม่ผิดแน่

   “เรื่องของข้าจะเป็นอย่างไรก็ช่างมันเถอะน่า ข้าไม่ใช่ตัวเอกของเรื่องสักหน่อยแต่เป็นร่างทรงผู้งดงามคนนี้ต่างหากเล่า”พูดจบโยมะก็ลอยตัวเข้าไปหาชุนที่ยังคงกอดภาพของคางาโฮะเอาไว้ ดวงตาของชุนดูคล้ายกับจะเลื่อนลอยแต่ก็ยังพอดูมีสติอยู่บ้าง อิคคิจึงร้องเรียกน้องหวังให้ชุนได้สติขึ้นมา

   “ชุนรีบหนีไป!”เขาไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นแต่ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไรเขาก็ไม่มีวันให้น้องชายที่เขารักเอาตัวไปเสี่ยงเด็ดขาด

   น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเป็นห่วงของอิคคิทำให้ชุนเงยหน้าขึ้นมองไปยังพี่ชายที่อยู่ห่างออกไปแล้วระบายยิ้มเศร้าสร้อย

   “ไม่ได้หรอกครับ ถ้าผมหนีไปตอนนี้คางาโฮะก็จะไม่มีวันรู้ความจริงตลอดกาล”ขณะที่พูดชุนก็ออกแรงจับภาพสีน้ำมันในมือไว้แน่นกว่าเดิมราวกับกลัวว่าจะมีใครมาแย่งมันไปจากมือตนเอง

   “นี่นายคิดจะทำอะไร”อิคคิเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจกับท่าทีของน้องชาย ชุนไม่มีทางสัมผัสพลังอันชั่วร้ายของโยมะไม่ได้แต่นี่ชุนกลับยังคงยืมมือของคนแบบนี้เพื่ออะไรกัน ดวงตาคู่สวยหรี่ลงเล็กน้อยคล้ายกับจะหลบสายตาของพี่ชายแต่สุดท้ายเด็กหนุ่มก็ตัดสินใจที่ตอบออกไปตามตรง

   “ผมจะพาอาโรนกลับมาเพื่อให้อาโรนกับคางาโฮะได้พบกันอีกครั้ง”สิ้นคำนั้นทั้งอิคคิกับโดโกต่างก็ถึงกับตระหนกตกใจในคำตอบอันคาดไม่ถึงและไม่คิดว่ามันจะเป็นไปได้แต่ชุนก็คล้ายกับจะอ่านใจของทั้งสองได้จึงเอ่ยอธิบายต่อ

   “ผมรู้ว่ามันฟังดูเป็นไปไม่ได้ แต่ในเมื่อคางาโฮะยังกลับมาได้ตัวผมที่มีวิญญาณดวงเดียวกับอาโรนก็ย่อมทำได้เช่นกัน”เขาแน่ใจว่ามันต้องเป็นเช่นนั้นเมื่อหลังจากได้พบกับคางาโฮะเขาก็เริ่มมองเห็นความทรงจำของอาโรนและทุกครั้งภาพในความทรงจำนั้นก็จะมีคางาโฮะอยู่ด้วยเสมอซึ่งนั่นก็ยิ่งเป็นข้อยืนยันว่าสำหรับอาโรนแล้วคางาโฮะมีความสำคัญมากแค่ไหน

   “หยุดนะชุน! แล้วตัวนายล่ะมีอะไรรับประกันได้ว่าตัวของนายจะไม่หายไป!”ต่อให้ตัวเขากับคางาโฮะจะอยู่ในร่างเดียวกันได้แต่มีอะไรมายืนยันว่าชุนจะไม่เป็นไร ถ้าหากชุนต้องเปลี่ยนไปเป็นคนอื่นเขาไม่มีทางทนได้อย่างแน่นอน

   “ขอโทษนะครับพี่อิคคิ แต่ผมจะต้องทำเพื่อคางาโฮะ”นามของใครคนหนึ่งที่หลุดออกมาทำให้อิคคิถึงกับขบกรามแน่น เขารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัดคล้ายกับของสำคัญกำลังจะโดนแย่งชิงไปต่อหน้าต่อตา

   “ทำไม..ทำไมต้องทำเพื่อมันขนาดนี้ด้วย!”คำถามที่อิคคิไม่มีวันอยากรู้คำตอบแต่แล้วชุนกลับหลับตาลงด้วยท่าทางเหมือนกำลังรวบรวมความกล้าทั้งหมดในการพูดประโยคนี้ออกมา

   “เพราะผมรักเขาครับ”เพียงคำเดียวที่ได้ยินนั้นเจ็บปวดราวกับจะแผดเผาหัวใจของเขาให้กลายเป็นเพียงเศษธุลี คำว่ารักที่น้องเคยมอบให้บัดนี้กำลังจะถูกแบ่งปันให้กับตัวเขาอีกคนหนึ่ง

   “ชุน!”เขาเรียกโดยหวังจะให้น้องได้สติและคาดหวังว่าเรื่องที่ชุนพูดจะเป็นเรื่องโกหกแต่ในคราวนี้ชุนไม่อาจทำตามที่อิคคิคาดหวังได้

   “ผมคงจะน่ารังเกียจมากแน่ๆเพราะทั้งที่ผมรักพี่อิคคิมากกว่าใครแต่แล้วผมกลับไม่อาจปล่อยมือจากคางาโฮะได้ ต่อให้ผมรักพี่มากกว่าคางาโฮะแค่ไหนผมก็ยังต้องการให้เขาอยู่กับผม ผมไม่อาจทอดทิ้งคางาโฮะได้ ผมไม่อยากเห็นเขาต้องโศกเศร้าดังนั้นผมจะพาอาโรนกลับมาเพื่อยืนยันถึงสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อสองร้อยปีก่อน”เขาจะมอบความเป็นจิรงที่คางาโฮะเชื่อมั่นเพื่อดึงให้คางาโฮะหลุดจากความสิ้นหวัง

   นี่คือการเดิมพันที่โยมะเป็นผู้มอบให้กับเขา...ชุนไม่รู้ว่าโยมะใช้วิธีใดกันแต่โยมะก็ได้ทำให้เขาเห็นอดีตของอาโรนพร้อมกันกับที่ยื่นทางเลือกมาให้กับเขา ตอนแรกเขาสับสนไปหมดว่าตนเองควรทำเช่นไรดี เขาเองก็กลัวที่จะจากพี่อิคคิที่เขารักที่สุดไปแต่เพราะการกระทำของอิคคิทำให้ชุนสามารถตัดสินใจได้

   เขาได้รับความรักจากพี่ชายดังที่หวังแล้วแต่คางาโฮะล่ะ? มีใครบ้างที่สามารถปลอบประโลมหัวใจของชายผู้โดดเดี่ยวคนนั้นและมอบความรักให้ได้นอกจากเขา ชุนรู้ว่ามันเป็นความรู้สึกอันเห็นแก่ตัวที่น่ารังเกียจที่สุด เขาเชื่อมั่นในความรักที่มีต่ออิคคิแต่ในอีกด้านหนึ่งเขากลับรู้สึกอยากมอบความรักให้กับคางาโฮะดังที่อาโรนเคยทำ

   “ผมอยากให้คางาโฮะมีความสุขเพราะงั้นต่อให้ต้องเดิมพันกับทุกสิ่งผมก็จะทำ!”สิ้นคำนั้นพลังคอสโมของฮาเดสก็เข้าครอบคลุมทั่วทั้งร่างของชุนเอาไว้ซึ่งนั่นก็ทำให้อิคคิเจ็บปวดถึงขีดสุดกับการทำได้เพียงดูน้องชายเอาตัวไปเสี่ยงต่อหน้าต่อตา

   พริบตาที่ร่างของชุนหายเข้าไปในความมืดในอกของอิคคิก็รู้สึกร้อนยิ่งกว่าโดนแผดเผาขณะที่ปลายนิ้วเย็นเฉียบพร้อมกันนั้นที่เหมือนกับมีพลังบางอย่างพวยพุ่งออกมาจากก้นบึ้งของจิตวิญญาณและในวินาทีต่อมาเขาก็สามารถหลุดพ้นจากพันธนาการของกาลเวลาแล้ววิ่งเข้าไปหาชุนพร้อมกับเรียกชุนเอาไว้

   “ชุน!”ในตอนนั้นถ้าหากโดโกไม่ได้ฟังผิดไปเขาได้ยินเสียงของใครอีกคนที่ร้องเรียกชุนในเวลาเดียวกันนั้นก็บังเกิดแสงของเปลวเพลิงสีทองขึ้นมารอบอาณาบริเวณทั้งหมด

   เปลวเพลิงสีทองนั้นก่อตัวเป็นรูปร่างของบางสิ่งที่แผ่ขยายออกไปกว้างไกลจนคล้ายกับปีกของปักษา ภายใต้กองเพลิงที่ม้วนตัวเข้าหากันกำลังถือกำเนิดร่างของใครคนหนึ่งขึ้นมา ชายคนนั้นคือผู้ที่มีใบหน้าคมแลดูดุดัน เมื่อดวงตาคู่นั้นเปิดขึ้นมันก็ชวนให้รู้สึกถึงความเกรี้ยดกราดของชายผู้ซึ่งครั้งหนึ่งเคยใช้เปลวเพลิงแห่งความโกรธแค้นแผดเผาทุกสิ่งอย่าง

   หากแต่ในเวลานี้เจ้าของเปลวเพลิงที่ว่ากลับไม่คิดจะทำสิ่งอื่นใดอีกนอกจากขยับปีกสีทองกลางหลังเพื่อพุ่งเข้าไปหาร่างของเด็กหนุ่มที่ถูกกลืนหายไปในพลังคอสโมของฮาเดสท่ามกลางสายตาอันตกตะลึงของทุกคนโดยเฉพาะอิคคิเมื่ออยู่ดีๆวิญญาณของคางาโฮะก็พุ่งออกมาจากร่างแล้วตรงเข้าไปหาชุนทันที

   “ชุน!”คางาโฮะร้องเรียกและราวกับจะตอบรับเสียงเรียกนั้นเมื่อความมืดที่ล้อมกายเด็กหนุ่มอยู่ได้มลายหายไป หากแต่มันกลับรวมถึงสีสันอันสดใสของเด็กหนุ่มไปด้วย เพราะร่างที่ปรากฏออกมาก็คือเด็กหนุ่มที่มีใบหน้างดงามผู้ซึ่งมีเส้นผมและดวงตาสีดำดุจรัตติกาลอันล้ำลึก

   ภาพลักษณ์ที่เปลี่ยนไปของเด็กหนุ่มทำให้ทุกสิ่งหยุดชะงักราวกับถูกหยุดเวลาเอาไว้ สภาพของน้องชายที่อิคคิไม่อยากจะเห็นอีกเป็นครั้งที่สองสำหรับคางาโฮะแล้วเขากลับรู้สึกได้ถึงความโหยหาอย่างไม่อาจห้ามได้ ทั้งที่ใบหน้าก็ไม่ได้เหมือนกันแต่บรรยากาศเปลี่ยวเหงาและเศร้าสร้อยที่ห่อหุ้มอยู่รอบกายบอบบางนั้นก็ช่างชวนให้เขาคิดถึงขึ้นมาโดยเฉพาะเมื่อในเวลาต่อมาเด็กหนุ่มได้เงยหน้ามองเขาพร้อมกับเรียกด้วยเสียงอันแผ่วเบา

   “คางาโฮะ”เพียงแค่เสียงแรกที่เปล่งออกมาอย่างแผ่วเบาแต่กลับชวนให้รู้สึกเหมือนกับว่าน้ำตาจะไหลออกมาเมื่อคางาโฮะพบว่าเสียงนั้นช่างเหมือนกับอาโรนไม่มีผิดเพี้ยนแม้แต่นิดเดียว

   “ท่าน...อาโรน....”เขาเอ่ยเรียกกลับไปด้วยเสียงติดจะสั่นเทา ขณะที่อยากจะเข้าไปใกล้ๆแต่ขณะเดียวกันเขากลับรู้สึกว่าไม่อาจเข้าไปใกล้ได้มากกว่านี้ บางทีมันคงเป็นเพราะระยะห่างที่เขาเคยสร้างเอาไว้เมื่อนานมาแล้ว เมื่อเห็นว่าคางาโฮะไม่ยอมเข้าใกล้มากกว่านี้ร่างบางจึงเป็นฝ่ายขยับเข้ามาใกล้ก่อนจะวางมือลงบนแก้มของคางาโฮะ

   “มองผมสิ คางาโฮะ”ริมฝีปากบางเอ่ยบอกอย่างนุ่มนวล คางาโฮะจึงมองสบไปยังดวงตาสีดำที่อยู่ตรงหน้าตัวเอง ดวงตาของอาโรนนั้นยังคงเต็มไปด้วยความบริสุทธิ์งดงามยิ่งกว่าสิ่งใดในโลกจนราวกับจะดึงดูดให้ไปอยู่เคียงข้าง

   “ท่านอาโรน....”คางาโฮะเรียกชื่อของอาโรนอีกครั้งก่อนจะรวบร่างนั้นเข้ามาในอ้อมกอดเป็นครั้งแรก เขาออกแรงกอดร่างอันบอบบางนั้นเอาไว้แน่นอย่างที่เขาควรจะทำตั้งแต่เมื่อนานมาแล้ว

   “ในที่สุดก็ยอมกอดผมแล้วสินะคางาโฮะ”ภายในน้ำเสียงนั้นส่อเค้าของความดีใจอย่างไม่มีปิดบัง ความอบอุ่นที่สัมผัสได้ของกันและกันราวกับจะช่วยย้อนเวลาให้ทั้งสองกลับไปสู่อดีตอันแสนโหยหา ระหว่างที่ทุกอย่างตกอยุ่ในความเงียบนั้นเองก็เกิดเสียงปรบมือดังขึ้นขัดจังหวะการพบกันของทั้งสองคนอย่างน่าโมโห

   “ต้องพูดว่ายินดีที่ได้พบกันอีกครั้งรึเปล่า ท่านฮาเดส ไม่สิ...ต้องเรียกว่าท่านอาโรนสินะ”เจ้าของเสียงปรบมือนามโยมะเอ่ยขึ้นด้วยท่าทางยินดีแบบที่เห็นก็รู้ทันทีว่าเป็นการเสแสร้ง ทางด้านอาโรนในร่างของชุนพอเห็นโยมะสีหน้าก็แปรเปลี่ยนเป็นเย็นชาขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด

   “คุณสินะที่เรียกผมออกมา”คำถามนั้นโยมะยิ้มตอบกลับไปด้วยความยินดีอย่างยิ่งเมื่อเห็นว่าเรื่องสนุกกำลังจะเกิดขึ้นโดยเฉพาะเมื่อเขาได้จัดการปล่อยให้อิคคิหลุดจากพลังควบคุมเวลาอย่างสมบูรณ์ก่อนจะหลบไปยืนดูอยู่ห่างๆแต่ก็ยังไม่ลืมที่จะใช้พลังควบคุมไม่ให้โดโกเข้าไปขัดละครฉากที่น่าสนุกนี้ได้

   “นายเป็นใคร”อิคคิถามเสียงเข้มเมื่อเห็นได้ชัดว่าคนตรงหน้าแม้จะใช้ร่างของน้องชายแต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่แสดงออกนั้นไม่เหมือนชุนน้องชายที่เขารู้จักมาตลอดชีวิตแม้แต่นิดเดียว คางาโฮะยกมือขึ้นหมายจะกันอิคคิให้ห่างออกไปแต่มือขาวบางกลับยกขึ้นแตะบนไหล่แข็งเป็นการห้ามก่อนจะก้าวออกมาหาอิคคิ

   “ผมคืออาโรน เป็นอดีตชาติของน้องชายคุณครับ”ได้ยินแล้วอิคคิก็กัดฟันกรอดเพราะสิ่งที่เขากลัวได้เป็นจริงขึ้นมาแล้วชายหนุ่มจึงถามต่อด้วยน้ำเสียงที่พร้อมกับจะฆ่าคนได้

   “ชุนอยู่ที่ไหน!”เสียงถามแบบแทบจะเป็นตะคอกอาจจะทำให้ใครอื่นต้องตกใจกลัวได้แต่มันไม่ได้ผลกับอาโรนแม้แต่นิดเดียว เด็กหนุ่มตรงหน้ามีท่าทางสงบเยือกเย็นจนน่าหวาดหวั่น อาโรนยกมือวางทาบบนอกข้างซ้ายก่อนจะตอบ

   “อยู่ที่นี่ครับ ตอนนี้วิญญาณและความทรงจำของเขากำลังหลับใหลอยู่ที่ตรงนี้และคงไม่ออกมาอีกแล้ว....ตลอดไป...”สิ้นคำนั้นใจของอิคคิก็เหมือนกับจะแตกเป็นเสี่ยงๆ เขารู้สึกสิ้นเรี่ยวแรงจนแทบจะทรุดเข่าลงกับพื้นแต่ชายหนุ่มก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ด้วยพลังใจอันแรงกล้า

   “เอาชุนคืนมา นี่เป็นร่างของชุนพวกนายกลับไปภพของพวกนายให้หมดซะ!”อิคคิตะคอกด้วยเสียงดังลั่นพร้อมกับตั้งท่าเตรียมต่อสู้

   “ฉันจะกระชากวิญญาณของแกออกจากร่างของชุน ต่อให้ต้องทำร้ายร่างกายของชุนฉันก็จะต้องนำชุนกลับมาให้ได้!”คำพูดของอิคคิเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นอย่างเจ็บปวดที่จำต้องยอมทำร้ายคนที่รักที่สุด ความจริงเขาไม่รุ้หรอกว่าการทำร้ายอาโรนจะช่วยนำชุนกลับมาจริงหรือไม่แต่กระนั้นอิคคิก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาควรจะทำเช่นไรดี

   แต่มีหรือที่คางาโฮะจะอยู่เฉยเพราะเพียงเสี้ยววินาทีที่อิคคิพูดว่าจะทำร้ายอาโรนคางาโฮะก็ออกมายืนข้างหน้าอาโรนพร้อมกับตั้งท่าเตรียมเข้าต่อสู้ทันที แม้ร่างกึ่งวิญญาณของเขาจะไม่ได้มีพลังมากมายอย่างเมื่อครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่แต่ต่อให้วิญญาณต้องดับสลายเขาก็ไม่มีวันยอมให้ใครทำร้ายอาโรนอย่างแน่นอน

   “ข้าจะไม่ให้เจ้าทำร้ายท่านอาโรนเด็ดขาด!”จากนั้นเปลวเพลิงสีทองที่ห่อหุ้มกายของคางโฮะก็ลุกโชนขึ้นประหนึ่งตอบรับความปรารถนาของผู้เป็นนาย ท่ามกลางเปลวเพลิงอันร้อนแรงคือการกระจันหน้ากันของเบนูกับฟินิกซ์ซึ่งก้าวข้ามกาลเวลามาพบกันเพียงเพื่อจะปกป้องคนสำคัญ

   ณ ตอนนั้นมีเพียงผู้เดียวที่ยังสามารถหัวเราะได้อยู่คือ ปีศาจร้ายนามว่า เมฟิสโตเฟเรส โยมะ ชายวัยกลางคนขยับยิ้มเจ้าเล่ห์อย่างรื่นเริงบันเทิงใจกับการต่อสู้ฆ่าฟันกันเองของบุรุษที่ควรจะเป็นตัวตนเดียวกัน

   “เอาล่ะ มาดูกันเถอะว่าพวกเจ้าจะทำให้ข้าสนุกได้แค่ไหนกับการห้ำหั่นกันเองของอดีตกับปัจจุบัน”
 
#####################3
TBC.

อ่านจบตอนนี้ทุกคนคงนึกอยากเข้าไปรุมตบโยมะกันถ้วนหน้า แต่เอาจริงๆเรื่องนี้โยมะมันเป็นกามเทพสีดำน้า เพราะถ้าไม่มีมันเราก็ไม่รุ้จะโยงเอาพี่โฮะมายังไงดี

ตอนนี้คงจะมีคนสงสัยว่าตกลงชุนรักใครกันแน่ระหว่างอิคคิกับคางาโฮะ คำตอบคืออิคคิค่ะ คนที่ชุนรักที่สุดจากหัวใจเลยก็คืออิคคิ แต่ชุนก็ยังรักคางาโฮะด้วยเท่านั้นเอง อย่าเพิ่งเข้าใจผิดว่าชุนไม่รักพี่อิคคินะคะ

ถ้าใครงงเรื่องไทม์ไลน์เราจะอธิบายอย่างคร่าวๆนะคะ

โดโกในภาคนี้คือโดโกจากภาคLCค่ะ ส่วนเซย์ย่าที่โยมะเคยแสดงให้เท็นมะเคยเห็นในมังกะเราคิดว่าน่าจะเป็นเซย์ย่าจากภาคNDซึ่่งในระหว่างที่โยมะรอให้เท็นมะได้ก็อดคล็อธมาก็หาเรื่องทำแก้ว่างโดยการกระโดดข้ามเวลามายังอีกสองร้อยปีข้างหน้า(ของภาคLC)เพื่อมาหาเรื่องสนุกทำและก็พบชุนเข้า สรุปคือเซย์ย่าที่โยมะพูดถึงคือเซย์ย่าในโลกคู่ขนานของLCค่ะ เพราะในภาคนี้เซย์ย่าจะปลอดภัยดี ว่าแต่เราอธิบายแล้วงงขึ้นไหมนี่-*-

รู้สึกเหมือนยิ่งเวิ่นเว้อยิ่งงงเอง เรียบเรียงคำพูดไม่ถูก เอาเป็นว่าตอบเม้นต์ดีกว่า/เปลี่ยนเรื่องเห็นๆ

ตอบเม้นต์

Bitsaint
ชุนเค้าไปหาคางาโฮะแล้วค่ะ 555 แต่แหมแค่นอกใจนิดเดียวเองน้าพี่อิคคิขา ทีพี่ยังมีแฟนมาก่อนได้เลยถึงแฟนจะตายแล้วก็เถอะ

nunun081
อ่านแล้วนึกอยากวาดภาพฉาก"นั่งตัก"มั้ยคะเรารออยู่ หึๆๆ

SAINT OF PHOENIX IKKI
เห็นรุปแล้วอยากบอกว่า อัพมาเผื่อด้วยนะคะอยากเห็นซิกแพ็คพี่อิคคิระยะใกล้ โดยเฉพาะหลังดูโอเมก้าตอนที่76 เล่นเอาเลือดกำเดาจะหมดตัวตาย ฟินจนลืมเขียนฟิคกันเลยทีเดียว 555

บันทึกการเข้า
nunun081
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 379
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
20, เมษายน 2019, 10:31:50 PM

Scorpio

กระทู้: 429
หมายเลขสมาชิก: 4389

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2009


กระทู้: 429
279.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ nunun081
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 16 : Exp 78%
HP: 0.1%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 30.0.1599.101 Chrome 30.0.1599.101

pichanun081@hotmail.com -
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
| |
« ตอบ #41 เมื่อ: 23, ตุลาคม 2013, 06:54:52 AM »

ตอนต่อไปมาต่อเมื่อไรคะ คาใจจุงเบย อยากอ่านต่อ

บันทึกการเข้า

Bitsaint
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Apprentice Saint
*

Photobucket 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
14, มกราคม 2014, 12:05:46 AM

กระทู้: 32
หมายเลขสมาชิก: 12458

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2013


กระทู้: 32
5.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Bitsaint
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 4 : Exp 57%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #42 เมื่อ: 27, ตุลาคม 2013, 04:13:23 PM »

พี่เมอารีบมาต่อนะค้า เห็นภาพรึยังเอ่ย สวยมากกกกกกกกกกกกกกกค่า

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
Browser:
Chrome 30.0.1599.101 Chrome 30.0.1599.101

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #43 เมื่อ: 05, พฤศจิกายน 2013, 10:26:39 PM »

ตอนที่ 11 ขอโอกาสอีกสักครั้ง....

..............ไม่ว่ายุคสมัยใดผู้คนก็มักต้องเผชิญกับการเสียใจภายหลัง....................
................ดังนั้นแม้แต่คุณเองจึงได้ปรารถนาว่าขอโอกาสอีกสักครั้งหนึ่งใช่ไหม..................

   เสียงของสายลมที่แปลกไปปลุกให้คิโดะ ซาโอริหรืออาธีน่าลืมตาตื่นขึ้นกลางดึก เธอรู้สึกว่าอากาศร้อนขึ้นกว่าเมื่อตอนหัวค่ำพอสมควรอย่างผิดปกติส่งผลให้ร่างบอบบางลุกขึ้นจากเตียงเดินตรงไปยังระเบียงกว้างเพื่อมองหาสิ่งผิดปกติก่อนจะพบว่า ด้านหลังวิหารไลบร้ากลับมีแสงสีทองเปล่งแสงเจิดจ้าออกมา

   “นี่มันเรื่องอะไรกัน”เธอไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้นและไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงสัมผัสถึงพลังอันชั่วร้ายใดๆไม่ได้เลย

   ก๊อกๆ

   เสียงเคาะประตูดังขึ้นจากขุมพลังที่เธอสัมผัสได้นอกประตูทำให้เธอส่งเสียงอนุญาตให้ผู้มาเยือนเข้ามาในห้องได้ แม้จะไม่เหมาะสมที่จะให้ผู้อื่นเข้ามาในห้องนอนของเธอ แต่กับคนๆนี้นั้นเป็นข้อยกเว้น เพราะผู้ที่มาก็คืออดีตเพกาซัสหรือตอนนี้ก็คือซาจิทาเรียส เซย์ย่า

   “ขออภัยที่มารบกวนกลางดึกแต่ท่านเองก็สัมผัสได้สินะ”ซาโอริพยักหน้ารับก่อนจะหันไปมองยังวิหารไลบร้าอีกครั้งหนึ่ง

   เปลวเพลิงอันร้อนแรงนั้นทำให้เธอรู้สึกเหมือนกับเคยได้สัมผัสมันมาก่อน เปลวเพลิงที่ร้อนจนสามารถแผดเผาทุดสิ่งแต่กลับแฝงไปด้วยความเศร้าและความสับสน ทว่าสิ่งที่ทำให้เธอรู้สึกแปลกใจที่สุดกลับเป็นขุมพลังหนึ่งที่แฝงตัวอยู่ท่ามกลางเปลวเพลิงสีทอง
   พลังที่ไม่ได้ถูกจำกัดด้วยความดีหรือชั่ว มีแต่เพียงความบริสุทธิ์ที่ไม่สามารถนำสิ่งใดมาเปรียบเทียบได้ มันช่างให้ความรู้สึกอ่อนโยนอย่างโหดร้ายจนคล้ายกับจะทำให้หัวใจถูกดึงดูดเข้าไป

   “เราคิดว่าเรารู้จักพลังแบบนี้ทั้งที่ไม่เคยสัมผัสได้ถึงมันมาก่อนแท้ๆ”ขณะที่กล่าวเช่นนั้นเธอก็ทอดมองสายตาไปยังสถานที่แห่งนั่นซึ่งคงเกิดเรื่องบางอย่างที่ร้ายแรงขึ้น แต่แล้วทั้งที่ไม่ควรใจเธอกลับบอกว่าเธอไม่สามารถเข้าไปก้าวก่ายเรื่องนี้ได้

   “ฉันเองก็รู้สึกเหมือนกัน อาธีน่าพลังคอสโมอันบริสุทธิ์นั้นมันทำให้รู้สึกคุ้นเคยเหมือนกับเคยรู้จักมาก่อนเมื่อนานแสนนานมาแล้ว”หากจะบรรยายความรู้สึกนี้คำว่าอาลัยคงเป็นคำที่ใกล้เคียงที่สุด เซย์ย่าไม่แน่ใจว่าตนเองคิดไปเองรึเปล่าแต่เขาเหมือนรู้สึกว่าควรจะต้องไปอยู่ข้างๆใครสักคน

   บางทีซาโอริคงสัมผัสถึงความรู้สึกของเซย์ย่าได้เพราะว่าเธอเองก็รู้สึกเช่นนั้น เธอจึงกุมมือของชายหนุ่มเอาไว้ก่อนจะเอนศีรษะซบลงบนไหล่ของชายหนุ่มช้าๆ เมื่อเป็นเช่นนี้นเซย์ย่าจึงกุมมือของเธอตอบกลับในขณะที่ยังคงยืนอยู่ตรงนี้ด้วยเพราะทั้งเขาและเธอต่างก็รู้สึกได้ว่าตนเองไม่มีสิทธิ์ที่จะเข้าไปก้าวก่ายในเรื่องที่เกิดขึ้นเด็ดขาด

   มืออีกข้างที่เหลือถูกยกขึ้นมากุมบนอกคล้ายกับกำลังอธิษฐานให้ทุกอย่างจบลงอย่างมีความสุข ขณะที่ดวงตาทั้งสองคู่ของคนสองคนได้แต่มองไปยังสถานที่ซึ่งไม่สามารถแตะต้องได้อย่างเงียบๆ

   “อืม....ฝีมือของฟินิกซ์เองก็ไม่เบาเลยแฮะ”โยมะเอ่ยขึ้นหลังจากที่การต่อสู้เกิดขึ้นได้สักพักหนึ่งแล้ว ร่างในชุดสูทตะวันตกขยับตัวเปลี่ยนท่านั่งบนหลังม้าเพกาซัสที่สร้างขึ้นมาเพื่อลองเปลี่ยนมุมที่ดูอยู่ โดยมีโดโกที่ถูกหยุดเวลาเอาไว้จนมีสภาพไม่ต่างกับรูปปั้นหิน สิ่งที่ต่างกับรูปปั้นหินคงมีอย่างเดียวนั่นคือ เขามีชีวิตและรับรู้ทุกอย่างที่เกิดขึ้นอย่างน่าแค้นใจ

   “เจ้าทำแบบนี้เพื่ออะไรกันแน่ การปลุกปั่นผู้คนให้ฆ่าฟันกันเองมีประโยชน์กับตัวเจ้าตรงไหนกัน!”โดโกตะโกนถามด้วยความคับแค้นใจที่ต้องมาเห็นคางาโฮะกับอิคคิต่อสู้กันเองเพื่อคนสำคัญที่ไม่อยากเสียไป ได้ยินโดโกถามโยมะก็ทำหน้าเหมือนโดนบังคับกินยาขมก่อนตอบ

   “หา? นี่เจ้าคิดว่าการที่คนเราจะทำอะไรเพื่อความบันเทิงจำเป็นต้องมีเหตุผลมากมายด้วยรึไงกัน”คำตอบและท่าทางของโยมะบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าไม่ได้มีสำนึกของสิ่งที่เรียกว่าความดีอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว คำพูดของโดโกเป็นสิ่งที่โยมะได้ยินมาจากคนอื่นหลายรอบจนไม่จำเป็นต้องสนใจฟังอีกต่อไป

   “จะว่าไปข้าเองก็ชักอยากรู้เหมือนกันว่าระหว่างพี่ชายทางวิญญาณกับพี่ชายทางสายเลือดใครจะเป็นผู้ชนะกัน”แล้วจากนั้นสายตาของโยมะก็เบนความสนใจไปทางคางาโฮะกับอิคคิทันที

   “คางาโฮะ!”เสียงอันเกรี้ยวกราดของอิคคินั้นมาพร้อมกับเพลงหมัดที่รุนแรงมากพอจะบดกระดูกให้เป็นผุยผงโดยเฉพาะในยามที่พวกเขาทั้งสองต่างไม่มีชุดเกราะสวมใส่ แต่คางาโฮะก็ใช่ว่าจะพลาดเอาง่ายๆ ชายหนุ่มขยับตัวหลบก่อนจะรุกเข้าประชิดตัวเพื่อปล่อยหมัดที่ถูกหุ้มด้วยเปลวเพลิงไปเต็มแรง

   เปรี้ยง!

   หมัดของคางาโฮะปะทะเข้ากับฝ่ามือของอิคคิที่ถูกยกขึ้นมารับในทันทีส่งผลให้อิคคิกำมือของคางาโฮะแน่นพร้อมคำรามอย่างเจ็บปวด

   “สำหรับแกชุนไม่มีความหมายเลยใช่มั้ย! ทั้งที่ชุนทำเพื่อแกแต่แกกลับ.....”คำพูดนี้อิคคิพูดด้วยความคับแค้นใจที่น้องชายซึ่งเขารักสุดหัวใจกลับปันใจไปให้คนอื่นทั้งยังเอาตัวเองไปเสี่ยง แต่คางาโฮะกลับมาปกปป้องอาโรนแทนที่จะช่วยชุน

   “แกมันไม่มีค่าพอจะให้ชุนรักด้วยซ้ำ!”พลันนั้นอิคคิก็กำหมัดชกเข้าที่ใบหน้าของคางาโฮะจนชายหนุ่มถือกับเซ แต่คางาโฮะก็ไม่ยอมแพ้ใช้ไฟเผามือของอิคคิจนได้กลิ่นเนื้อไหม้แล้วจึงค่อยชกสวนกลับไปเช่นกัน

   “แกจะไปเข้าใจอะไร! ท่านอาโรนคือทุกอย่างของข้า เป็นคนที่ข้ารักและสัญญาว่าจะปกป้องให้ได้ คนที่ไม่เคยสูญเสียอย่างแกจะไปเข้าใจอะไร!”น้ำเสียงของคางาโฮะสะท้อนถึงความปวดร้าวอย่างที่สุดออกมาแจ่มชัดจนอาโรนยังถึงกับแสดงสีหน้าเศร้าเสียใจออกมา

   “ข้าสูญเสียมามากพอแล้วและจะไม่ยอมสูญเสียโอกาสครั้งสุดท้ายที่จะได้ปกป้องท่านอาโรนไปอีก!”คำพูดของคางาโฮะอาจทำให้ใครต่อใครนึกสงสารขึ้นมาได้แต่สำหรับอิคคิแล้วมันเป็นเพียงแค่ความขี้ขลาดเห็นแก่ตัวเท่านั้น

   “บนโลกนี้ไม่มีใครที่ไม่เคยสูญเสีย! ทุกคนต่างก็พยายามที่จะรักษาสิ่งสำคัญเอาไว้สุดชีวิตทั้งนั้นมีแต่แกนั่นแหละที่หลงมัวเมากับอดีตจนผิดคำพูดของตัวเอง!”คำพูดนี้ของอิคคิทำให้คางาโฮะที่กำลังจะพุ่งเขามาต้องหยุดชะงักไปและอิคคิก็พูดต่อโดยไม่เปิดโอกาสให้คางาโฮะได้พูดอะไรอีก

   “แกก็แค่ยอมรับความตายของอาโรนไม่ได้และเลือกจะหนีจากมันโดยทิ้งชุนคนที่แกเคยบอกว่าสำคัญ  แกมันก็แค่คนขี้ขลาดที่ทอดทิ้งชุนซึ่งทำทุกอย่างเพื่อแกเพียงเพราะภาพเงาของอดีตที่ตัดทิ้งไม่ลง!”ทุกถ้อยคำของอิคคินั้นเป็นราวกับดาบเล่มหนึ่งซึ่งทิ่มแทงเข้าไปในหัวใจของเขาจนเจ็บ คางาโฮะกัดฟันกรอดก่อนจะลอบมองไปยังอาโรนในร่างชุนที่ยืนอยู่ข้างหลัง

   แม้จะไม่ใช่เวลาหวนนึกถึงอดีตแต่เหตุการณ์นี้กำลังทำให้เขานึกถึงเมื่อครั้งที่ซุยยังมีชีวิตอยู่ เขานึกถึงตัวเองที่ออกมายืนเบื้องหน้ายอมเจ็บตัวเพื่อให้น้องชายได้มีชีวิตอยู่ต่อไปซ้อนทับกับยามที่ตนเองกางปีกออกเบื้องหน้าอาโรนเพื่อปกป้องอีกฝ่ายเอาไว้เหมือนในตอนนี้

   มันคือความรู้สึกที่อิคคิไม่มีวันเข้าใจ เพราะอิคคิปกป้องชุนมาได้จนถึงทุกวันนี้ไม่เหมือนกับเขาที่สูญเสียคนที่รักไปครั้งแล้วครั้งเล่า เขาตายไปแล้วและเมื่อหวนกลับมามีชีวิตอีกครั้งขณะที่ตอนนี้อาโรนได้กลับมาแล้ว เขารู้สึกเหมือนกับได้รับโอกาสอีกครั้งซึ่งมันจะเป็นครั้งสุดท้าย....

   “ข้าเสียใจภายหลังมามากพอแล้ว! ข้าจะไม่ยอมสูญเสียโอกาสครั้งสุดท้ายไปเด็ดขาด!”

   พอได้ยินคำพูดของคางาโฮะแล้วแทนที่จะดีใจอาโรนกลับยิ่งมีสีหน้าเศร้าสร้อยมากกว่าเดิมด้วยรู้ดีว่าคนที่เขาให้ความสำคัญนั้นยังคงยึดติดกับอดีตอยู่เหมือนกับตัวเขาอีกคนหนึ่งซึ่งใช้พลังของฮาเดสฝืนปลุกเขาขึ้นมา

   “นี่คือสิ่งที่เธอต้องการงั้นหรือ ชุน”เอ่ยถามกับจิตวิญญาณอีกดวงหนึ่งของตนเองพร้อมกับทอดมองการต่อสู้อันแสนเศร้าเบื้องหน้าราวกับจะถ่ายทอดลงไปยังอีกคนหนึ่งซึ่งหลับใหลอยู่ที่ส่วนลึกสุดของจิตวิญญาณ

   “เธอรู้สึกพอใจจริงๆน่ะเหรอที่ให้ผมอยู่ที่นี่”อาโรนพูดด้วยแววตาเศร้าหมอง แม้ความจริงเขาจะดีใจที่ได้พบกับคางาโฮะอีกครั้งแต่แท้จริงแล้วเขาไม่ควรตื่นขึ้นมาเลย เขาไม่ควรจะตื่นขึ้นมาเพื่อทำร้ายคางาโฮะหรือทำให้ชายหนุ่มคลาดสายตาไปจากสิ่งสำคัญที่แท้จริง แต่เขาพูดไม่ได้เพราะตัดใจทำร้ายคางาโฮะไม่ลงหลังจากที่เห็นคางาโฮะเจ็บปวดมามากพอแล้ว

   “คางาโฮะ....ผมคงได้แต่หวังให้ชายคนนั้นสามารถทำให้เธอลืมตาตื่นได้นะ”

   ตั้งแต่ประมือกันมาอิคคิไม่รู้ว่าเวลามันผ่านไปนานหรือเพียงแค่พริบตาเดียวกันแน่ พวกเขาทั้งสองต่างหอบด้วยความเหนื่อยอ่อนหลังจากได้แลกหมัดกันไปหลายครั้ง ทั่วร่างของอิคคิเต็มไปด้วยรอยแผลไฟไหม้ส่วนคางาโฮะที่มีเพียงร่างกึ่งวิญญาณไม่ได้มีบาดแผลภายนอกแต่เขาก็รู้สึกได้ว่าร่างกายของตนเองเริ่มเลือนรางขึ้นทีละนิดทุกครั้งทีถูกโจมตี

    คางาโฮะรู้ดีว่าตนเป็นฝ่ายเสียเปรียบ แม้พลังจะจัดได้ว่าใกล้เคียงแต่สำหรับตัวเขาที่มีเพียงวิญญาณไม่อาจทนศึกที่ยืดเยื้อได้ กระนั้นคางาโฮะก็ไม่มีเวลาแม้แต่จะให้สนใจเรื่องนี้เพราะพริบตาที่เขาพลาดนั่นก็คือจุดจบของเขาแต่เขาก็หยุดมือไม่ได้แม้ใจจริงแล้วเขาจะเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ตาม

   ทุกคำพูดของอิคคิบาดลึกลงไปในใจเขาลึกและทำให้เขาเจ็บยิ่งกว่าการโดนอีกฝ่ายโจมตีหลายร้อยเท่า เขาฝืนสร้างร่างออกมาด้วยการเค้นพลังวิญญาณจนถึงขีดสุดเพื่อที่จะช่วยชุนแต่มันก็ไม่ทันการณ์ ทว่าเขาไม่เคยคิดเลยว่าอาโรนที่เขารักจะปรากฏตัวออกมาอีกครั้งในขณะที่ชุนหายไป

   ความจริงแล้วเขาอยากร้องเรียกให้ชุนออกมาแต่ก็ทำใจที่จะจากอาโรนไปอีกครั้งไม่ได้และอิคคิก็ไม่คิดจะปล่อยให้เขาได้ตัดสินใจ แววตาของอิคคิบ่งบอกอย่างชัดเจนว่ายอมที่จะทำทุกวิถีทางเพื่อนำชุนกลับคืนมาซึ่งนั่นรวมถึงการทำร้ายอาโรน เขาสับสนไปหมดด้วยไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นไรดี

   ทอดทิ้งอาโรนเพื่อชุนหรือทอดทิ้งชุนเพื่ออาโรน....

   เขาเลือกไม่ได้และไม่อยากที่จะต้องตัดใจเลือกระหว่างอดีตหรือปัจจุบัน เขาทำได้แต่ต่อสู้ต่อไปเพื่อปกป้องอย่างทุกข์ทรมาณเท่านั้น

   พอสู้กันได้สักพักหนึ่งอิคคิก็เริ่มสังเกตว่าคางาโฮะดูจะอ่อนแรงลงเรื่อยๆซึ่งนั่นก็ไม่ใช่เรื่องแปลกเพราะก่อนหน้านี้คางาโฮะก็เพิ่งระเบิดพลังออกมาแล้วตอนนี้ยังต้องเค้นพลังมาเพื่อสู้กับเขาอีก ระหว่างวิญญาณที่พลังคอสโมอ่อนแรงกับคนเป็นอย่างเขาที่มีพลังเต็มเปี่ยมผลของการต่อสู้จะเป็นเช่นไรต่างฝ่ายก็รู้ดีอยู่แล้ว

   “ทำไมแกถึงไม่ยอมตัดใจจากอดีต...ทั้งที่รู้ว่ามันไม่มีหวังอีกต่อไปแล้ว!”อาโรนคือคนที่ตายไปแล้วไม่เหมือนกับชุนที่ยังมีชีวิตอยู่แต่คางาโฮะก็ยังคงเลือกอาโรนซึ่งนั่นมันไม่ยุติธรรมสำหรับชุนเลย คางาโฮะถึงกับกัดฟันกรอดเมื่อได้ยินคำพูดของอิคคิ

   “จะให้ข้าตัดใจงั้นเหรอ เจ้าสามารถพูดออกมาได้ง่ายๆเพราะว่าท่านอาโรนไม่ใช่คนสำคัญของเจ้า แต่ข้าไม่เหมือนกับเจ้า ข้า...ข้า......”พลันนั้นคางาโฮะก็จ้องกลับไปด้วยดวงตาที่ทั้งเจ็บปวดและเต็มไปด้วยโทสะ

   “แล้วถ้าหากเปลี่ยนเป็นชุนล่ะเจ้าจะยอมตัดใจได้หรือไม่!”คำพูดของคางาโฮะที่ตอบกลับมาอย่างเกรี้ยวกราดทำให้อิคคิชะงักไปเล็กน้อยเป็นการเปิดโอกาสให้คางาโฮะใช้พลังโจมตีกลับไป

   “Corona Blast!”เปลวเพลิงลูกใหญ่ปรากฏอยู่เบื้องหน้าของอิคคิและพุ่งเข้ามาหาร่างสูงใหญ่อย่างรวดเร็ว อิคคิรีบเร่งพลังคอสโมของตนเองขึ้นมาเพื่อป้องกันเพลิงกาฬที่พร้อมจะแผดเผาตัวเขาไปพร้อมกันเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

   “ในเมื่อเจ้าเองก็ยังตัดใจจากชุนไม่ได้แล้วจะให้ข้าตัดใจจากท่านอาโรนได้อย่างไรกัน!”ต่อให้เป็นเพียงศากซพเน่าเปื่อยหรือวิญญาณที่แปดเปื้อนมากแค่ไหนสำหรับเขาอาโรนก็ยังถือเป็นคนสำคัญมากยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งหมดแล้วนับประสาอะไรกับตอนนี้ที่อาโรนมีตัวตนให้จับต้องได้

   “ข้าจะไม่ทอดทิ้งท่านอาโรนเด็ดขาด”คางาโฮะตะโกนออกมาราวกับจะให้มันฝังลึกลงไปในใจของอิคคิ แม้จะเริ่มเข้าใจความรู้สึกของคางาโฮะแต่เขาเองก็เหมือนกัน

   “แต่มันก็ไม่ใช่เหตุผลที่แกจะต้องทอดทิ้งชุนหรือแกจะบอกว่าขอเพียงได้อาโรนกลับมาก็สามารถตัดใจจากชุนได้! แกลองบอกฉันมาสิว่าชุนมีค่าเพียงแค่นั้นใช่มั้ย!”แม้จะเพียงเล็กน้อยแต่อิคคิก็สังเกตได้ว่าพลังของคางาโฮะอ่อนลงไปพอสมควรจนในที่สุดเขาก็สามารถสลายพลังโคโรน่าบลาสต์สำเร็จและกระโดดถอยออกมาตั้งท่าใช้ท่าไม้ตายสวนกลับไป

   “Houyoku Tensho!”หนึ่งหมัดที่พุ่งออกพร้อมกับเพลิงสีแดงอันร้อนแรงที่พร้อมจะเผาไหม้วิญญาณของคางาโฮะให้มอดไหม้ถูกส่งพุ่งตรงยังคางาโฮะที่ยืนอยู่ เพราะกำลังสะเทือนใจหรืออาจเพราะอ่อนแรงลงด้วยทำให้คางาโฮะไม่สามารถหลบการโจมตีนี้ได้ ทว่าพริบตาก่อนที่ร่างของเขาจะถูกเพลิงสีแดงกลืนกินกลับปรากฏร่างสีดำขึ้นเบื้องหน้าของเขา

   อาโรนในร่างของชุนกางแขนออกแล้วเค้นพลังจากแก่นของวิญญาณออกมาเพื่อปกป้องคางาโฮะเอาไว้แต่พลังของอาโรนก็ไม่ได้มีมากพอจะหักล้างพลังของอิคคิได้หมดเมื่อสังเกตได้ว่าแขนเสื้อกำลังเกิดรอยไหม้และสลายไปทีละนิด สีหน้าของเด็กหนุ่มซีดเผือดแต่ก็ยังยืนหยัดอยู่เบื้องหน้าอย่างไม่ยอมแพ้

   “ท่านอาโรน!”เขาร้องเรียกและรีบลุกขึ้นหมายจะเข้าไปดึงร่างบอบบางให้พ้นจากวิถีของเปลวเพลิงแต่อาโรนกลับร้องห้ามเสียงดัง

   “อย่าเข้ามา!”เมื่อโดนขึ้นเสียงคางาโฮะก็ถึงกับชะงักด้วยความตกใจ พอเห็นสีหน้าตกใจของคางาโฮะแบบที่ได้เห็นน้อยครั้งอาโรนก็ผุดรอยยิ้มออกมาอย่างผิดเวลาก่อนจะเอ่ยถ้อยคำที่แผ่วเบาแต่กลับดังก้องในจิตใจของเขา

   “คนที่เธอควรจะเรียกชื่อน่ะไม่ใช่ผมหรอกนะ...”สิ้นคำนั้นอาโรนก็ได้ปลดปล่อยพลังคอสโมสีดำที่มีอยู่ทั้งหมดออกมาจนครอบคลุมทุกสิ่งทุกอย่างเอาไว้

   ยามเมื่ออิคคิลืมตาตื่นขึ้นมาทุกอย่างก็แปรเปลี่ยนไปจนหมด สวนเขียวชอุ่มด้านหลังวิหารไลบร้ากลับกลายเป็นพื้นที่รกร้างที่เต็มไปด้วยกลิ่นของความตายคละคลุ้ง ทุกวินาทีมีแต่เสียงร้องโหยหวนอย่างทุกข์ทรมาณของเหล่าดวงวิญญาณในดินแดนซึ่งถูกเรียกว่ายมโลก

   “ทำไมเราถึงมาอยู่ที่นี่”อิคคิเอ่ยออกมาด้วยความตกตะลึงก่อนจะมองสำรวจรอบข้างและพบร่างในชุดเกราะสีทองเดินเข้ามา

   “ท่านผู้เฒ่าขยับตัวได้แล้วงั้นเหรอ”โดโกพยักหน้ารับก่อนตอบ

   “คงเพราะพลังของอาโรนเลยทำให้มนต์หยุดเวลาของโยมะเสื่อมลง ว่าแต่คางาโฮะหายไปไหนกัน”เมื่อโดโกพูดอิคคิถึงได้สังเกตเห็นว่าอาโรนเองก็หายไปเช่นกัน อิคคิกับโดโกจึงลองมองไปรอบๆและก็พบกับร่างของชายหนุ่มผู้มีใบหน้าคล้ายกับอิคคิยืนอยู่กับร่างที่เล็กกว่าของชุน

   “ชุน....”อิคคิร้องเรียกชื่อน้องชายเผลอไผลก่อนจะนึกได้ว่าตอนนี้คนที่อยู่ในร่างบอบบางนี้คืออาโรน แต่แล้วเด็กหนุ่มก็หันกลับมาตามเสียงเรียกแล้วเอ่ยถ้อยคำหนึ่งออกมา

   “พี่อิคคิ...”คำเรียกที่มีเพียงคนเดียวที่จะเรียกขานเขาเช่นนั้นทำให้อิคคิรีบวิ่งเข้าไปกอดน้องเอาไว้ด้วยความเป็นห่วงทันที

   อ้อมกอดอันรุนแรงของพี่ชายทำให้ชุนถึงกับหายใจไม่ออกแต่มันก็หมายถึงความเป็นห่วงที่อิคคิมีต่อตัวเขา แม้อิคคิจะไม่ได้พูดอะไรนอกจากกอดเขาเอาไว้แน่นแต่ชุนก็รับรู้ได้ว่าอิคคิคงจะเป็นห่วงเขาจนแทบบ้าเด็กหนุ่มจึงยกมือขึ้นโอบพี่ชายเอาไว้แล้วเอ่ยคำขอโทษ

   “ขอโทษที่ทำให้เป็นห่วงนะครับ”หลังจากมั่นใจแล้วว่าร่างที่ตนกอดอยู่คือน้องชายตัวจริงอิคคิก็ยอมคลายมือที่กอดเอาไว้และได้พบกับสายตาที่ยากจะอธิบายของคางาโฮะซึ่งมองพวกเขาอยู่แต่คางาโฮะก็มองพวกเขาเพียงครู่เดียวก่อนจะละสายตาไปมองภาพเบื้องหน้าที่ไม่ไกลออกไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความโหยหา

   ห่างออกไปไม่ไกลมากนักมีร่างของเด็กหนุ่มคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้วาดภาพ เด็กหนุ่มคนนั้นมีเส้นผมสีดำยาวกลมกืนไปกับชุดสีเดียวกัน ในมือที่เรียวบางคือพู่กันซึ่งแตะลงไปบนผืนผ้าใบเพื่อแต่งแต้มภาพวาดของตนเอง

   “ท่านอาโรน....”ยินเสียงคางาโฮะเอ่ยเรียกก็ทำให้อิคคิกับชุนมั่นใจได้ทันทีว่าผู้ที่อยู่ตรงนั้นคืออาโรน อดีตร่างทรงผู้ช่วงชิงพลังของยมเทพมาเป็นของตนเอง

   ในสายตาของชุนเสี้ยวหน้าของอาโรนที่มองเห็นนั้นช่างดูงดงามจนราวกับเจ้าตัวเองต่างหากที่เป็นงานศิลปะชั้นเลิศซึ่งกอปรมาจากความบริสุทธิ์แต่หากก็ถูกแต่งแต้มด้วยความเศร้าหมองจนน่าเศร้า

   “ที่ซึ่งท่านอาโรนจะวาดภาพได้มีเพียงที่แห่งนี้เท่านั้น ที่ซึ่งมีเพียงคนตาย....เพราะท่านอาโรนไม่คิดจะปลิดชีพมนุษย์คนใดด้วยภาพวาดอื่นนอกจากภาพLost Canvas”ภายใต้คำพูดที่แสดงออกถึงความเศร้านั้นยิ่งสะท้อนถึงความโดดเดี่ยวของอาโรนที่ต้องทนอยู่เพียงลำพังในนรกโดยยอมละทิ้งทุกสิ่งอย่างเพื่อการทำให้ทุกคนมีความสุขในแบบของตนเอง แต่แล้วเด็กหนุ่มก็ไม่ได้โดดเดี่ยวนานนักเมื่อมีร่างหนึ่งโผบินลงมาจากท้องฟ้า

   ร่างนั้นดูราวกับนกสีดำตัวใหญ่แต่กายากลับถูกห่อหุ้มด้วยเพลิงทมิฬ ดวงตาที่ฉายแต่เพียงความแข็งกร้าวดุดันแลดูอ่อนโยนขึ้นทันตาเมื่อร่างนั้นคุกเข่าลงเบื้องหลังเด็กหนุ่มซึ่งทำให้ชุนจดจำภาพนิมิตรที่เคยเห็นก่อนมาที่นี่ได้ทันที

   “นี่คือเหตุการณ์ในอดีตของคุณสินะครับ”ชุนถามแต่คางาโฮะไม่ได้ตอบเพราะภาพเหตุการณ์ที่ดำเนินเหมือนเดิมอย่างไม่ผิดเพี้ยนแบบที่เขาเคยเห็นในนิมิตรนั้นได้กลายเป็นคำตอบให้แก่เด็กหนุ่มแล้วและในที่สุดก็มาถึงสิ่งที่ชุนรอคอยมาตลอด

   [คางาโฮะ ตัวผมเป็นผู้บาปหนาสาหัสหรือไม่?]คำพูดที่แสดงให้รับรู้ได้ว่าเด็กหนุ่มยังคงเจ็บปวดเสมอเมื่อภาพวาดของตนนั้นจะพรากทุกชีวิตไป แต่กระนั้นต่อให้มันเป็นเช่นนั้นก็ตาม....

   [...มิได้ มีเพียงท่านเท่านั้นที่จะปลดปล่อยพวกเขาได้ขอรับ หากสิ่งนั้นเป็นบาปตัวข้าก็ยินดีจะแบกรับเช่นท่าน]ขณะที่พูดคางาโฮะในอดีตก็ประสานสายตากับอาโรนเพื่อยืนยันถึงคำสาบานที่ตัวเขาเอ่ยออกมาครั้งแล้วครั้งเล่า

   [หากได้ทำเพื่อท่านข้าก็ยินดีช่วยเหลือ]ดวงตาของคางาโฮะสะท้อนแต่เพียงความเป็นจริงที่ออกมาจากส่วนลึกของจิตใจ ชุนไม่รู้ว่าคางาโฮะจะรู้สึกเช่นไรกับการได้เห็นภาพอดีตที่รังแต่จะทำให้บาดแผลนั้นบาดลึกขึ้นแต่เด็กหนุ่มก็ไม่อาจหยุดมันได้ สิ่งที่ชุนทำได้มีเพียงการกุมมือของคางาโฮะเอาไว้เท่านั้น

   คางาโฮะดูจะตกใจเล็กน้อยที่โดนชุนกุมมือเอาไว้ สัมผัสอบอุ่นของฝ่ามือที่ถ่ายทอดมาคล้ายกับจะช่วยปลอบประโลมหัวใจของเขาเอาไว้จนทำให้ชายหนุ่มกุมมือตอบกลับไป

   “เธอเคยบอกสินะว่าปกป้องผมไม่ได้”เสียงหนึ่งดังขึ้นท่ามกลางความเงียบแต่ก็เป็นเสียงที่คางาโฮะไม่มีวันลืม ร่างสูงหันรีบหันกลับไปด้านหลังและพบกับเด็กหนุ่มที่มีเส้นผมสีทองยาวสลวยกับดวงตาสีฟ้าสดใสแม้สีของเส้นผมและดวงตาจะต่างออกไปแต่อิคคิกับชุนก็รู้ได้ทันทีว่าเด็กหนุ่มคนนี้ก็คืออาโรน

   “มันไม่ใช่แบบนั้นหรอกนะ”อาโรนเอ่ยด้วยรอยยิ้มก่อนจะยกมือขึ้นมา แสงสว่างค่อยๆรวมตัวกันในอุ้งมือของเด็กหนุ่มก่อนจะเกิดเป็นภาพสีน้ำมันรูปของคางาโฮะที่ชุนได้รับมาจากโยมะและพร้อมกันนั้นก็มีเสียงของคางาโฮะดังก้องในโสตประสาทของพวกเขาทุกคน

   อาธีน่า...เพกาซัส ท่านผู้นั้นยอมสละทุกอย่างเพื่อการปลดปล่อยผู้อื่นให้พ้นทุกข์เวทนา ในบรรดาสิ่งที่ท่านสละไปนั้นมีพวกเจ้ารวมอยู่ด้วย จะช่วยท่านได้หรือพวกเจ้า? จะต่อสู้ถึงที่สุดเพื่อช่วยท่านผู้นั้นได้แน่หรือ...!!

   หากพวกเจ้าทำไม่ได้เห็นทีตัวข้า...จะต้องกลับชาติมาเกิดใหม่!! เพื่อปกป้องท่านผู้นั้นให้จงได้...

   สิ้นเสียงของคางาโฮะน้ำตาก็เอ่อล้นออกมาจากดวงตาสีฟ้าของอาโรนทันที แม้จะร่ำไห้แต่เด็กหนุ่มก็ยังยิ้มด้วยรอยยิ้มที่มีความสุขที่สุด

   “เธอทำได้แล้วนะคางาโฮะ เธอปกป้องผมได้แล้ว”พริบตานั้นเพียงแค่คำพูดประโยคเดียวของอาโรนก็ทำให้บาดแผลที่ชายหนุ่มแบกรับเอาไว้แตกสลายหายไปในทันที อาโรนเดินเข้ามาหาคางาโฮะก่อนจะยื่นมือไปวางลงบนแก้มที่เปียกชื้นเพราะน้ำตาของชายหนุ่มก่อนจะกล่าวออกมา

   “แม้ว่าชาติก่อนผมจะเลือกเท็นมะแต่ตัวผมในชาตินี้จะเป็นของเธอทั้งหมด นี่คือโอกาสครั้งสุดท้ายที่เธอแสวงหามันมาตลอดยังไงล่ะ”แล้วจากนั้นอาโรนก็เลื่อนมือมาโอบกอดร่างของคางาโฮะเอาไว้แนบแน่นเพราะรู้ดีว่าเวลาของตนในภพชาตินี้ได้หมดลงแล้ว
   ร่างของอาโรนก่อเกิดแสงอันเรืองรองขึ้นมาพร้อมกับที่สัมผัสของร่างที่สวมกอดเขาอยู่กำลังจางหายไปทีละนิดซึ่งทำให้คางาโฮะถึงกับเรียกชื่อของเด็กหนุ่มอย่างร้อนรน

   “ท่านอาโรน!”เสียงเรียกชื่อทำให้อาโรนเงยหน้าขึ้นจากแผงอกที่ซบอยู่แล้วส่งยิ้มให้

   “ผมบอกแล้วไงว่าคนที่เธอควรเรียกชื่อไม่ใช่ผมหรอกนะ ไม่ต้องห่วงผมไม่หายไปไหนหรอกเหมือนกับที่เธอยังคงอยู่ที่นี่ผมเองก็จะอยู่ที่นี่กับเธอตลอดไป....”คำกล่าวของอาโรนทำให้คางาโฮะรำลึกได้ถึงอุ้งมือที่ตนเองกุมเอาไว้อยู่ ชายหนุ่มกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจที่ไม่อาจสวมกอดอาโรนได้แต่ก็ดูเหมือนชุนจะเข้าใจเด็กหนุ่มจึงปล่อยมือจากชายหนุ่มช้าๆ

   คางาโฮะหันกลับมามองชุนทำให้ชุนส่งยิ้มที่คล้ายกับจะให้กำลังใจส่งผลให้คางาโฮะยกมือโอบกอดคนที่เขาอยากกอดมาชั่วชีวิตและไถ่ถามถึงสิ่งที่เขาอยากรู้

   “หลังจากที่ข้าสิ้นใจไปแล้วเพกาซัสได้ช่วยเหลือท่านสำเร็จหรือไม่ ท่านสามารถยิ้มได้อย่างมีความสุขแล้วหรือไม่”เพียงแค่ความปรารถนาที่เรียบง่ายแต่กลับคล้ายเป็นสิ่งที่ยากยิ่งกว่าการรอปาฏิหาริย์ ยินเสียงอาโรนหัวเราะเบาๆด้วยเสียงที่ใสราวกับกระดิ่งซึ่งดังกังวานยามต้องสายลม

   “เท็นมะเองก็เหมือนกับเธอ เขาช่วยเหลือทั้งโลกและผมสำเร็จทั้งยังไม่ปล่อยมือจากผมจนวินาทีสุดท้ายเลยล่ะ”ได้ยินดังนั้นในที่สุดคางาโฮะก็สามารถยิ้มออกมาได้เป็นครั้งแรกและเป็นรอยยิ้มที่อาโรนเองก็อยากจะเห็นมาตลอดเช่นกัน

   เหตุผลที่อาโรนให้คางาโฮะอยู่ข้างกายตนเองมาตลอดเพราะในบรรดาสเป็คเตอร์ทั้งหมดมีเพียงคางาโฮะที่แตกต่างจากคนอื่น ไม่ว่าเมื่อไรดวงตาของคางาโฮะก็เต็มไปด้วยความโกรธแค้นแต่ก็แฝงความเหงาหงอยเอาไว้ ชายหนุ่มที่ไม่เคยมีรอยยิ้มเป็นสุขแม้สักครั้งทำให้อาโรนรู้สึกเหมือนเห็นตัวเองในตัวของคางาโฮะ

   เขาก็เพียงแค่อยากจะเห็นรอยยิ้มอย่างมีความสุขของคางาโฮะเท่านั้นเอง...

   ความปรารถนาที่พยายามไขว่คว้ามาตลอดในยามนี้เมื่อมันเป็นจริงเขาทั้งรู้สึกดีใจและเสียใจที่ไม่ได้อยู่มองมันด้วยตาคู่นี้ คนที่เขารักมีความสุขแล้วใช่ไหม....

   “งั้นหรือ..เป็นเช่นนั้นจริงๆสินะ...”แม้จะรู้สึกเจ็บใจที่ตนเองไม่ได้เป็นคนยืนอยู่ในจุดนั้นแต่ขอเพียงแค่อาโรนไม่ต้องทุกข์ทรมาณอีกต่อไปเขาก็พอใจแล้ว

   มือหนาเกลี่ยเส้นผมสีทองไปให้พ้นใบหน้าหมดจดงดงามเพื่อเพ่งพิศมองดวงหน้าที่นับจากนี้คงไม่อาจได้เห็นอีกตลอดไป อาโรนยิ้มให้คางาโฮะก่อนจะหลับตาลงเพื่อรับจุมพิตครั้งแรกและครั้งสุดท้ายของเขาทั้งสองเอาไว้

   ภายใต้รสจูบอันแสนหวานที่เต็มไปด้วยความขมขื่น คางาโฮะไม่รู้ว่าหากในอดีตเขากล้าพอที่จะโอบกอดร่างนี้เอาจะมีสิ่งใดเปลี่ยนไปหรือไม่ แต่เขาก็ย้อนเวลากลับไปไม่ได้ ในเวลานี้เขาได้แต่กอดร่างของฮาโรนให้แน่นที่สุดเพื่อบอกลากับอดีตที่ตนอาแต่ไล่ตามมาตลอด

   “ข้ารักท่าน ท่านอาโรน...”ในที่สุดคางาโฮะก็ได้เอ่ยคำนี้ออกมาในวินาทีที่ร่างของอาโรนสลายกลายเป็นเพียงวิญญาณ คล้ายกับได้ยินเสียงหัวเราะอันแสนสุขยามที่เศษเสี้ยวของวิญญาณทั้งหมดหลอมรวมเข้ากับร่างของชุนที่ยืนอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบๆ ยามเมื่อวิญญญาณของอาโรนเข้ามาในตัวชุนสัมผัสได้ถึงความรู้สึกทั้งหมดของอาโรน

   คำรักที่อาโรนไม่ได้ตอบนั้นไม่ใช่เพราะไม่ได้มีใจตอบ แต่ความรู้สึกที่อาโรนมีให้คางาโฮะนั้นก้าวล้ำไปเกินกว่าคำว่ารักจนไม่อาจหาคำใดมาอธิบายได้เลย มีแต่เพียงความปรารถนาในความสุขของคางาโฮะเท่านั้นที่แจ่มชัดอยู่ในทุกอารมณ์ความรู้สึกทั้งหมด

   ชุนจ้องมองใบหน้าคมที่ยังคงเอาแต่มองไปยังผืนฟ้าอันว่างเปล่าด้วยท่าทางเหมือนกับพยายามเก็บเซ่อนหยดน้ำตาเอาไว้ เด็กหนุ่มจึงลองเอ่ยเรียกพร้อมกับเข้าไปกุมมือชายหนุ่มเอาไว้

   “คางาโฮะ...”พอได้ยินเสียงเรียกคางาโฮะก็หันมาแล้วจึงค่อยเอ่ยถามเขา

   “ข้าขออยู่ข้างเจ้าต่อไปได้ไหม ชุน”เพียงยินเสียงคางาโฮะเรียกชื่อของตัวเองชุนก็ยิ้มและตอบรับด้วยความดีใจ

   “ครับ”

TBC....

วันนี้ไรเตอร์ใจดีขออัพทีเดียวสองเรื่องเลยนะคะ เรื่องนี้เองก็ดำเนินมาถึงจุดสุดท้ายแล้วแต่ก็ยังอีกตอนนึงเพื่อเป็นบทสรุปจริงๆของเรื่องนี้ค่ะ ตอนนี้คือการเผยความรู้สึกที่คางาโฮะกับอาโรนมีให้แก่กัน เพราะเราว่าสำหรับคางาโฮะแล้วไม่ว่าอาโรนหรือชุนต่างก็มีความสำคัญต่อตัวตนของเขาอย่างที่สุด

ในยามที่สิ้นหวังในโลกใบหนี้อาโรนก็คนเพียงคนเดียวที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือเขากับในช่วงเวลาที่คางาโฮะไม่เหลือสิ่งใดไว้เลยตัวตนของชุนก็เหมือนกับแสงสว่างสุดท้ายที่คางาโฮะพยายามไขว่คว้าเอาไว้สุดชีวิต คำว่าOnce againคือคำภาวนาของคางาโฮะว่าขอโอกาสที่จะได้ปกป้องคนสำคัญอีกสักครั้งค่ะ

สรุปเรื่องนี้คางาโฮะคือพระเอกสินะ 555

จริงๆอยากจั่วไว้ว่าFinค่ะ แต่แบบมันยังไม่จบอ่ะเหลืออีกตอนนึงก็จบแล้วเพราะงั้นตเรียมไปฟินกันตอนหน้านะคะ แต่ไรเตอร์แอบเขียนเองฟินเองตั้งแต่ฉากจูบของคางาโฮะกับอาโรนแล้วค่ะ ชอบทั้งเท็นมะxอาโรนกับคางาโฮะxอาโรนเลย รักเพื่อนเสียดายพี่(?!)มากค่ะ!>W<

อีกฉากที่เขียนได้สนุกมากก็คือฉากปะทฝีปากระหว่างอิคคิกับคางาโฮะค่ะ สองคนนี้จริงๆแล้วมันเหมือนกันเป๊ะเลยก็เลยโดนไปคนละดอก แต่เอาจริงๆระหว่างอดีตที่ตัดไม่ขาดกับปัจจุบันที่ทิ้งไม่ได้ไม่ว่าใครก็คงไม่อยากเสียสิ่งใดไปหรอกค่ะ

ตอนหน้าจบแล้วก็อย่าลืมติดตามกันนะคะ ว่าแต่ถ้าเรารวมเล่มจะมีใครสนใจมั้ยนี่?

ตอบเม้นต์

nunun081
จบตอนนี้หายคาใจรึยังคะ คางาโฮะเค้าได้เจอสุดที่รักเค้าแล้วนะคะ

Bitsaint
มาต่อให้อย่างจุใจเลยจ้ะทั้งสองเรื่องเลย 555

บันทึกการเข้า
nunun081
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 379
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
20, เมษายน 2019, 10:31:50 PM

Scorpio

กระทู้: 429
หมายเลขสมาชิก: 4389

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2009


กระทู้: 429
279.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ nunun081
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 16 : Exp 78%
HP: 0.1%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 30.0.1599.101 Chrome 30.0.1599.101

pichanun081@hotmail.com -
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
| |
« ตอบ #44 เมื่อ: 09, พฤศจิกายน 2013, 07:01:35 AM »

คุณพี่เกรี้ยวกราดเลยงานนี้ ถูกใจแม่ยก

บันทึกการเข้า

หน้า: 1 2 [3] 4   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
Top 10 Best Sellers in Clothing for 2017 Top 10 Best Sellers in Clothing Best Sellers in Clothing
Top 10 Best Sellers in Books reviewer 2017 Top 10 Best Sellers in Books Best Sellers in Books
Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Reviewer 2017 Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Best Sellers In Grocery