STF Forum
22, เมษายน 2021, 05:43:55 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Shop เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: ฟิคเก่าเอามาโปะ [Hades x Shun]  (อ่าน 7132 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
nunun081
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 379
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
20, เมษายน 2019, 10:31:50 PM

Scorpio

กระทู้: 429
หมายเลขสมาชิก: 4389

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2009


กระทู้: 429
279.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ nunun081
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 16 : Exp 78%
HP: 0.1%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 20.0.1132.57 Chrome 20.0.1132.57

pichanun081@hotmail.com -
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
| |
« เมื่อ: 29, กรกฎาคม 2012, 07:48:03 AM »

  ณ.ยมโลก   หญิงสาวสวยผมดำยาวในชุดเดรสสีดำกำลังรู้สึกเบื่อหน่ายมาก   เนื่องจากหลังสงครามศักดิ์สิทธิ์ก็ว่างงาน    ไม่มีอะไรจะทำ   

“เฮ้อ.........ทำไมมันน่าเบื่อแบบนี้นะ    ไม่มีอะไรสนุกๆทำบ้างเลยเหรอ”

“ท่านแพนโดร่าครับ   กระผม  ไออาคอสครับ   ท่านเรียกกระผมมานี่มีอะไรให้รับใช้ครับ”

“มาพอดีเลย    ข้าเบื่อมากเลยตอนนี้   เจ้ามีไอเดียเจ๋งๆแก้เซ็งบ้างไหม   ไออาคอส”

“ข้าเองก็เซ็งมากครับท่านแพนโดร่า   เมื่อคืนข้าเลยพยายามคิดโครงการมาเสนอท่าน    ไม่รู้ท่านจะสนใจหรือเปล่า”

“ไหมเจ้าลองเสนอมาซิ”

“คืองี้นะครับ   ซุบซิบ  ซุบซิบ”

“ดีมาก   ไออาคอส    ข้าว่ามันเจ๋งดี   เดี๋ยวข้าไปเสนอท่านฮาเดส”

   
ขณะนั้นชายหนุ่ม ( หน้าตานะ   ไม่ใช่อายุ) รูปงามผมดำเหมือนราตรี    ดวงตาสีอาเมทิสคู่สวยทอดเหม่ออย่างไรจุดหมาย    เหมือนกำลังคิดถึงคนที่อยู่ไกล (ไม่ใช่ป๋าเซแน่ๆ)

“ตอนนี้เจ้ากำลังทำอะไรอยู่นะ”   ทันใดนั้นเสียงผู้หญิงที่คุ้นหูก็เอ่ยขึ้น ทำให้เจ้านรกหนุ่ม (!?) ตื่นจากห้วงความคิด

“ท่านฮาเดสค่ะ   ข้าแพนโดร่าเองค่ะ”

“มีอะไรเหรอ” ฮาเดสพูดด้วยเสียงเบื่อหน่าย

“คือว่าไออาคอสได้ไอเดียดีๆแก้อาการเบื่อโลกมาค่ะ    ข้าว่าน่าสนใจดีจึงนำมาเสนอท่านค่ะ”   

“ว่ามาสิ”

“คืองี้ค่ะ   เอียงหูมาค่ะท่าน”

“อะไรนักหนาเนี่ย    เอ้า!!!  ก็ได้   ว่ามาเร็ว”   แพนโดร่ากระซิบข้างหูจ้าวนรกถึงแผนการที่ว่าไว้    ทันใดนั้นร้อยยิ้มปรากฏที่มุมปากของฮาเดส

“น่าสนุก    ตกลง   ข้าอนุมัติ    เจ้าเตรียมหาคนที่เหมาะจะใช้แลกเปลี่ยน   แล้วก็ส่งสาสน์ไปยังอาเทน่าด้วย” 

“เจ้าค่ะ  ท่านฮาเดส    ข้าจะรีบจัดการ”   ว่าแล้วแพนโดร่าก็เดินออกไปอย่างระริกระรี้

“ข้าจะได้พบเจ้าอีกครั้งสินะ ฮึๆๆๆ”   

 







“เซย่า   แกรีบๆอิ่มซีทีสิฟะ    เดี๋ยวต้องไปทำธุระให้คุณซาโอริที่แซงค์ฯ   คนอื่นๆรอแกอยู่คนเดียว”  ชิริวเร่งเจ้าม้ากระเพาะ4มิติ  พลางเหลือบดูนาฬิกา

“เร่งทำไมว้า   ชิริว   พวกโกล์ดเซนต์ไม่หายไปไหนหรอก   อีกอย่างชั้นยังกินไม่ถึงครึ่งกระเพาะเลย”   เซย่าพูดพลางยัดขาหมูหมั่นโถคำโตเข้าปาก

“ไอ้นี่    แกรู้จักคำว่าตรงต่อเวลาบ้างไหมฟะ”  ชิริวว่าอย่างเหลืออด กับความตะกละเกินลิมิตรของเซย่า

“ฮึๆๆๆ    พวกเซนต์นี่   สนุกกันตลอดเวลาเลยนะ”    ชายหนุ่มผมทองหน้าตาคมเข้มเอ่ยขึ้นมาทำลายบรรยากาศวุ่นวาย

“ราดามันทิส!!!!!!!!!    แกมาทำอะไรที่โลกมนุษย์    หรือว่าฮาเดสมาท้ารบอีก”  เด็กหนุ่มผมสีน้ำตาลสุดยุ่งเหยิงกล่าวขณะที่ยังมีอาหารอยู่เต็มมือ

“เปล่า     ข้ามานี่เพื่อส่งสานส์ของท่านฮาเดสมายังอาเทน่าต่างหาก   เห็นว่าเพื่อสร้างความสมณฉันท์ระหว่างเหล่าเซนต์และสเปคเตอร์อะไรนี่แหละ”

“งั้นทางเราก็ยินดีรับ”   เสียงของหญิงสาวสวยสง่าในชุดเดรสสีขาวกล่าวขึ้นมา    ทำให้กลุ่มสนทนาหันมายังต้นเสียง
“นี่ครับ  สานส์จากท่านฮาเดส   ส่งตรงถึงท่านอาเทน่าใน30นาที   ถ้าไม่ถึงมือ  ยินดีโดนหักเงินครับ”   ว่าแล้วราดามันทิสก็ยืนสานส์นั้นให้อาเทน่า

“สานส์ว่ายังไงครับ  คุณหนูซาโอริ”   เซย่าถามด้วยน้ำเสียงสอดรู้สุดๆ

“ถึงอาเทน่า   
       เนื่องจากเราได้ทำสนธิสัญญาการสงบศึกกันแล้ว    ข้ามีความคิดจะเชื่อมความสัมพันธ์ฉันท์ลุงหลานกับเจ้าให้แนบแน่น   ลืมความบาดหมางในอดีต    และสร้างมิตรภาพและความเข้าใจอันดีระหว่างนักรบของข้ากับนักรบของเจ้า     จึงได้เกิดโครงการแลกเปลี่ยนสัมพันธ์ระหว่างสเปคเตอร์และเหล่าเซนต์เป็นเวลา1สัปดาห์   เพื่อให้นักรบของทั้งสองฝ่าย ได้เข้าใจธรรมเนียมประเพณีของนักรบฝ่ายตรงข้าม   โดยทางเราได้ส่งไวเวิร์น  ราดามันทิสมาแลกเปลี่ยน ข้าหวังว่าคงได้รับความร่วมมือจากเจ้านะอาเทน่า
                                                                                                                                 
                                                                                                                                                ลงชื่อ
                                                                                                                                                เจ้านรกฮาเดส    ”

“ เฮ้ย!!!!!!  ไม่นะ   ทำไมเป็นข้าล่ะ”  ราดามันทิสโวยขึ้น

“อุ้ย!!!!  มีต่อท้ายนิดหน่อย   ป.ล. ถ้าราดาฯมันโวยฝากบอกมันว่า   ข้ารู้ว่ามันแอบกิ๊กกะน้องชายฝาแฝดของเจมินี่ ซากะ    ที่ชื่อ  คาน่อน   ข้าเลยส่งมันให้ไปสานสัมพันธ์กันต่อ”   พอฟังจบราดามันทิสก็หน้าแดงถึงหู  อึ้งกิมกี่ไปเลย   (อุ๊ย!!!  น่าร้ากกก >/////< )

“ส่วนเซนต์ที่จะส่งไปแลกเปลี่ยนข้าจะเป็นคนเลือกเอง”  เสียงทรงอำนาจนั้นทำให้ทุกคนหันไปมอง

“ท่านฮาเดส!!!!!!”

“เป็นเกียร์ติอย่างยิ่งที่ท่านอุตส่าห์มาเยือนโลกมนุษย์ค่ะ  ท่านฮาเดส”  หญิงสาวต้อนรับอย่างนอบน้อม

“แต่การที่ท่านจะมาเลือกเซนต์ของข้าไป  มันออกจะเผด็จการไปหน่อยนะคะ”

“ช่ายๆ   ฮาเดสท่านไม่ยุติธรรมอ่ะ   ท่านต้องให้อาเทน่าเลือกเซนต์ที่จะส่งสิ”  เซย่าสอดขึ้น

“ไม่ต้องห่วงหรอกเปกาซัส    ข้าไม่มีวันเลือกเจ้าไปแน่ๆ”   

“งั้นก็แล้วไป..........เฮ้ย!!! ใช่ที่ไหนเล่า   ข้าไม่ได้หมายความอย่างนั้น”

“แล้วท่านลุงจะเลือกใครค่ะ”  อาเทน่าถาม

“พูดที่นี่ข้าไม่สะดวกใจ    เพราะมีพวกไร้มารยาท(เหลือบมองมาทางเซย่า)    ข้าขอคุยเป็นการส่วนตัวหน่อย   อาเทน่า”

“ได้ค่ะ    พวกเธอออกไปก่อน”   สิ้นเสียงคำสั่งของอาเทน่า   เหล่าเซนต์และสเปคเตอร์ที่อยู่ในห้องก็จำใจออกไป

แต่นั่นเป็นการเพิ่มความอยากรู้ให้เซย่าและคนอื่นๆให้อยากรู้มากขึ้น     ทุกคนจึงเอาหูแบบกำแพงเพื่อแอบฟัง   แต่ขอโทษทีเห่อ   นี่มันคฤหาสน์คิโดนะยะ    ไม่ใช่โรงแรมจิ้งหรีดผนังถึงจะได้บางจนได้ยินคนข้างในเค้าพูดกัน

“อะไรเนี้ย    ไม่ได้ยินเลย   เฮ้ย!!!!  ไอ้หริว   แกอย่าเบียดสิ”

“ชั้นไม่ได้อยากเบียดนะเว้ย   แต่ไอ้ราดาฯมันดันนี่หว่า”  หริวบ่น

“แกสองคนเงียบๆสิ   ข้าฟังไม่รู้เรื่อง”   ราดามันทิสก็พยายามเบียดเข้ามาฟังเต็มที่  (ก็คนมันอยากรู้นี่หว่า)

“พวกนายมายืนแอบฟังอะไรน่ะ”   เสียงของชายหนุ่มผมบรอนซ์ที่เดินมาพร้อมกับเด็กหนุ่มหน้าสวยผ่านมาเห็นถามขึ้น

“นั่น   ราดามันทิสนี่ครับ” ชุนเอ่ยขึ้นด้วยความแปลกใจ

“เฮียวกะกับชุนมาพอดี  คืองี้นะ   ฮาเดสมีโครงการแลกเปลี่ยนเซนต์กับสเปคเตอร์กัน   สเปคเตอร์ที่ส่งมาแลกเปลี่ยนคือ   เจ้าราดาฯ   ตอนนี้กำลังปรึกษากันว่าจะส่งเซนต์คนไหนไปยมโลกดีน่ะ”

“ชั้นว่าฮาเดส ไม่เอาแกแน่  เซย่า   ส่วนคุณหนูคงไม่อยากส่งแกไปให้ขายขี้หน้าด้วย   วางใจได้เลย” อิกกิที่เดินผ่านมาก็แขวะเซย่าเล่น

“นั้นสินะ  ฮะๆๆๆ ...........เฮ้ย!!!!ใช่ทีไหนเล่า”

ทันใดนั้นประตูห้องก็เปิดออกมา   ซาโอริและฮาเดสเดินออกมาพร้อมกัน

“เอาล่ะ   เพื่อสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างโลกมนุษย์กับยมโลก   ทางยมโลกส่งราดามันทิสมา   ทางเราจะส่งเซนต์ไปแลกเปลี่ยนคนนึง   โดยหน้าที่สำคัญนี้   เราได้พิจารณาบุคคลที่เหมาะสมที่สุดได้แล้ว   นั่นคือ....”

เป็นอิกกิที่เถ้อ   จะได้ไม่มีคนมาขวางตอนจีบชุน...............................เฮียวกะคิดในใจ

เป็นไอ้เฮียวกะทีเถอะ    จะได้ไม่มีใครมาวอแวชุน.............................อิกกิคิดแช่งในใจ

เป็นใครก็ได้ที่ไม่ใช่ตู   ก็นรกไม่มีของอร่อยกินนี่หว่า.........................เซย่าภาวนาอย่างหวาดๆ

เอาไอ้เซย่าไปเถอะ   ได้โปรด  ตูจะได้มีเวลาไปหาชุนเรที่โกโรโฮ.....ชิริวแอบหวัง

จะเป็นใครนะ   น่าตื่นเต้นจัง................................................................ชุนตื่นเต้นแทนคนที่จะไป

อย่าเป็นคาน่อนเลย   ท่านฮาเดส  สงสารผมเต้อ!!!!............................ราดาฯเสียวแว้บๆ
“ชุน.................เธอต้องไป    หน้าที่นี้เหมาะกับเธอ    ทำให้ดีล่ะ”
.
.
.
.
.
อึ้ง
.
.
.
“ม่ายยยยย!!!!!!!  คุณซาโอริ     ทำไมต้องเป็นชุน”   เฮียวกะโวยอย่างไม่พอใจ

“นั่นสิ   คุณหนูเลือกคนอื่นเถอะ    อย่าให้ชุนไปเลยนะครับ” อิกกิซึ่งมักมีความเห็นแย้งกับเฮียวกะเสมอ   แต่คราวนี้ดันเห็นด้วยอย่างอย่างแรง

“นี่เป็นคำสั่งของอาเทน่า     พวกเธอกล้าขัดหรือ”   หญิงสาวพูดด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด เล่นเอาสองหนุ่มไม่กล้าเถียง

“ชุน    เธอว่าไง”      เด็กหนุ่มหันมามองหน้าพี่ชายและเพื่อนๆ ก่อนตัดสินใจ

“ครับ    ผมจะไป”

“ไม่ได้นะชุน!!!”  อิกกิและเฮียวกะพูดพ้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

“เมื่อเจ้าตัว OK ก็ตกลงตามนี้   เอาล่ะแยกย้ายได้”

“ราดามันทิส ท่านไปอยู่ที่วิหารคนคู่กับซากะและคาน่อนแล้วกัน   ส่วนเรื่องเครื่องใช้ส่วนตัว    แพนโดร่าจะให้เซรอสเอามาส่งให้ท่านเองที่แซงค์ฯ   ส่วนชุน  เธอไปเก็บข้าวของเตรียมตัวตอนนี้เลย   เพราะเดี๋ยวเธอต้องไปพร้อมท่านฮาเดส”

“ห๊า!!!!  ไหงมันเร็วปานนั้นคร้าบบบบ”   เฮียวกะกับอิกกิโวยขึ้นพร้อมกัน   ส่วนชุนก็อึ้งไป10วิ

“พวกเธอก็ไปช่วยเก็บของด้วย   ให้ชุนจัดคนเดียวชาติหน้าก็ไม่เสร็จ”

“ข้าจะรออยู่ที่ห้องรับแขกนะ   อันโดรเมด้า” ฮาเดสว่าพลางยิ้มอย่างพอใจ   (หล่อขาด   บาดจิตฮ้า >////<  )



ห้องนอนของชุน   สามหนุ่มกำลังง่วนเก็บของสองหนุ่มที่อายุมากกว่าจ๋อยอย่างเห็นได้ชัด   ผิดกับชุนที่มีท่าทีกระตือรือร้น  เหมือนเด็กกำลังจะไปออกค่ายเยาวชนยังไงยังงั้น

“ชุน   กลางคืนอย่าลืมห่มผ้านะ   เดี๋ยวเป็นหวัด     ล้างมือก่อนกินข้าวด้วย    ระวังท้องเสีย   อย่าลืมแปรงฟันก่อนนอนด้วยนะ    แล้วก็   บรา  บรา   บรา .....”

“พอทีน่า   อิกกิชุนไม่ใช่เด็กแล้วนะ   นายก็ห่วงเกินไปแล้ว   เอ้อ!!!ชุน   อย่าลืมดื่มนมทุกวันด้วย   กินให้เยอะหน่อย   ตัวนายทั้งเล็กทั้งบาง   เดี๋ยวโตไม่ทันคนอื่น   แล้วก็อย่าไว้ใจคนแปลกหน้านะ   นายยิ่งหน้าตาน่ารัก(น่ากด)   แถมไม่ค่อยระวังตัวอีก    เดี๋ยวโดนทำมิดีมิร้าย    แล้วก็  บรา    บรา    บรา......”

“ฮิๆๆ เฮียวกะก็พอกับพี่แหละ     ไม่เป็นไรหรอก   ผมจะดูแลตัวเองให้ดี   ไม่ให้ทุกคนเป็นห่วงหรอก”

ยิ่งเห็นแบบนี้ยิ่งเป็นห่วง (TT[]TT)...............ทั้งสองหนุ่มคิดในใจกับท่าทีมองโลกในแง่ดีของชุน    เพราะจากรางสังหรณ์ของพี่ที่หวงน้องหยั่งกะอะไรกับชายหนุ่มที่หลงรักชุนอย่างหัวปักหัวปำ    พอจะมองท่าทีของจ้าวนรกออกว่ากะจะงาบเต็มที่ 

“เอาล่ะ    เสร็จแล้ว   ขอบคุณครับที่ช่วย    ผมไปล่ะครับ”

“ระวังตัวด้วยนะ (TT[]TT)”   



“มาแล้วเหรอ    ข้ารอเจ้าตั้ง2ชั่วโมง”  ฮาเดสทักเด็กหนุ่ม   เมื่อเห็นว่าขนของมาแล้ว

“ขอโทษครับ”

“ช่างเถอะ   มารูกิโน   มาขนของ”

“ขอรับ    ท่านฮาเดส”   มารูกิโนรีบวิ่งมาขนของอย่ารวดเร็วเพราะกลัวโดนหักเงินเดือน

“ไปล่ะครับคุณหนู   พี่อิกกิ   เฮียวกะ   เซย่า ชิริว   แล้วผมจะเอาของมาฝากนะคร้าบบบ....”

(เอาตัวให้รอดก่อนเถอะชุนเอ้ย.................  )   ทุกคนคิดพร้อมกัน

 และแล้วรถม้าของยมโลก   (โอ้ว!!!!  อนุรักษ์นิยมเหลือเกินค่ะ   ท่ามฮาเดส)   ก็ควบตะบึงไปยังอาณาจักรแห่งความตาย

“ท่าทางเจ้าไม่กังวลเลยนะ”

“ครับ   ก็แค่ไปเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน    เราจะได้ไม่ต้องทำสงครามกันไงครับ”

“เจ้ามองโลกในแง่ดีนะ     เพราะแบบนี้ข้าถึงถูกใจเจ้า”    ว่าแล้วเทพหนุ่มก็โน้มตัวเข้าใกล้ แล้วประกบริมฝีปากไปที่ริมฝีปากของอีกฝ่าย โดยที่ยังไม่ทันตั้งตัว     เมื่อโดนจู่โจมแบบไม่ทันตั้งตัวเด็กหนุ่มก็ได้แต่นิ่งอึ้งทำอะไรไม่ถูก

“ยินดีต้อนรับสู่ดินแดนของข้า   อันโดรเมด้า ชุน”


     




========================================================


ทางด้านแซงค์ทัวรี่  ชายหนุ่มผมสีน้ำเงินยาว  หน้าตาหล่อเหลา ในชุดภูมิฐาน  เมื่อได้อ่านสานส์จากเทพีอาเทน่าแล้ว    ก็ทำหน้าตาแปลกใจ   ก่อนที่จะตัดสินใจเรียกเหล่าโกลด์เซนต์ผู้พิทักษ์ 12  ปราสาท ขึ้นมาประชุมชี้แจง

“ที่ข้าเรียกพวกเจ้ามาประชุมกันในวันนี้    เพราะมีเรื่องจะแจ้งให้ทราบ    ท่านอาเทน่าได้ส่งสานส์มา   ใจความมีอยู่ว่า  ......................
   เนื่องจากขณะนี้ทางแซงค์ทัวรี่ได้ทำการสงบศึกกับทางยมโลกแล้ว   ทางยมโลกจึงอยากให้มีการกระชับมิตรระหว่างเหล่าเซนต์กับสเปคเตอร์    เพื่อสร้างมิตรภาพและความเข้าใจซึ่งกันและกัน    จึงได้จัดโครงการแลกเปลี่ยนสัมพันธ์ระหว่างสเปคเตอร์และเหล่าเซนต์   เป็นเวลา1 สัปดาห์   โดยทางยมโลกได้ส่งไวเวิร์น ราดามันทิสมาใช้ชีวิตกับบรรดาเซนต์แห่งอาเทน่า    เพื่อเรียนรู้การใช้ชีวิต   และประเพณีของเหล่าเซนต์   โดยจะให้พักอยู่กับเจมินี่ คาน่อน  ที่วิหารคนคู่   ส่วนเซนต์ที่เราส่งไปศึกษาวิถีชีวิตของเหล่าสเปคเตอร์ในยมโลก   คือ    อันโดรเมด้า  ชุน    จึงเรียนมาเพื่อทราบโดยทั่วกัน
                  
                        ลงชื่อ
                        เทพีอาเทน่า

ป.ล.   ห้ามค้านคำสั่งนี้เป็นอันขาด   ไม่เช่นนั้นจะถูกหักเงินเดือน50%”


“ไหงต้องให้ไอ้ราดาฯมาอยู่กับข้าล่ะ” คาน่อนโวยวาย   แต่หน้ากลับแดงเป็นมะเขื่อเทศซะงั้น

“งายยยย.........ถูกใจล่ะสิ    อย่ามาทำเป็นโวยวายแก้เขินน่าขนุน    พวกตูรู้นะเฟ้ย   ว่าแกกะไอ้คิ้วแท่งเดียวปิ๊งๆกันอยู่”     มิโรได้ที่ก็แหย่เล่นซะเลย   ( อิๆๆๆๆ)

“ช่ายยยยย........ดูสิหน้าแดงถึงหูแล้วนะ”    เดสมาร์คก็เอากะเขาด้วย

“เอ้า!!!!!  โฮ่ฮิ้วให้ขนุนหน่อยเร้วววว!!!!!!  ในที่สุดมันก็ขายออกแล้ว”  ไอโอเรียก็ขอหยอกด้วย

“โฮ่  ฮี  โฮ่  ฮี   โฮ่...................ฮิ้วววววววววววว”   เหล่าโกลด์เซนต์พร้อมใจประสานเสียงแห่ขันมากซะงั้น

“เฮ้ย!!!!!พอได้แล้วพวกแก”    คาน่อนโวยวายด้วยความอายสุดฤทธิ์

“เอ้า!!!!! หยุดเล่นกันได้แล้ว”   เคียวโกซาง่าเริ่มหมดความอดทนกับความขี้เล่นไม่เลือกเวลาของเหล่าโกลด์เซนต์

“คาน่อน   นายรีบกลับไปจัดห้องหับในปราสาทได้แล้ว     แล้วก็จัดการเก็บข้าวของที่ระเนระนาดให้เป็นระเบียบด้วย     ข้าไม่อยากให้พวกสเปคเตอร์มาตราหน้าว่าเหล่าเซนต์ของอาเทน่าซกมก     แล้วช่วยทำด้วยความเร็วแสงด้วย   เพราะเจ้าราดาฯมันจะมาถึงแซงค์ฯตอนสี่โมงเย็นวันนี้”   ซาง่าพูดด้วยความห่วงหน้าห่วงตาสุดฤทธิ์   เพราะถ้าน้องชายฝาแฝดซกมก   ตัวเขาเองก็อาจถูกเหมารวมไปด้วยซึ่งคนเนี้ยบเฉียบขาดอย่าเขายอมไม่ได้


“รู้แล้วน่า    สั่งจัง”   แล้วคาน่อนก็กระฟัดกระเฟี่ยดกับปราสาทไป

“ส่วนพวกโกลด์เซนต์ที่เหลือ   กรุณารักษามารยาทด้วย    อย่าทำให้อาเทน่าขายหน้าได้   ไม่งั้น  เงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงพวกแกได้โดนตัดเหี้ยนแน่ๆ   เข้าใจแล้วก็กลับไปประจำปราสาทของตัวเองได้     เลิกประชุม”

“เหว่.......หวู่............”   (ดูมัน   มันยังเล่นกันไม่เลิก -__-“)




   ตัดมาที่ปราสาทเจมินี่      คาน่อนกำลังวุ่นอยู่กับการทำความสะอาดครั้งมโหฬารบานตะเกียง     เพราะหลังจากที่ซาง่ารับตำแหน่งเตียวโกแล้วย้ายออกไป     ปราสาทจากที่เคยสะอาดเป็นระเบียบก็เริ่มเละตุ้มเบะเพราะความมักง่ายและขี้เกียจสุดบรรยายของคาน่อน    เสื้อผ้าที่ใช้แล้วก็กองๆไว้เต็มพื้น   จานชามก็ไม่ล้าง    ฝุ่นที่พื้นปราสาทก็หนาเป็นคืบ    ห้องอาบน้ำก็มีแต่คราบไคลสบู่และเชื้อรา  (แหวะ!!!!  อยู่เข้าไปได้ไงฟะ)   

“โว้ยยย!!!!! อยากเรียกคิมกะแอคกี้ *มาช่วยจังเลย   แค่ราดามันมา   ทำไมต้องทำความสะอาดเพื่อต้อนรับมันด้วยฟะ”   

(หมายเหตุ*  คิมกับแอคกี้   เป็นผู้ดำเนินรายการ  How  clean is your  house  ช่อง x-zyte จ้า)

คาน่อนทำไปบ่นไป  ทันใดนั้นเสียงห้าวๆกวนส้มทีนที่เจมินี่  คาน่อนไม่เคยลืมก็ดังขึ้น


“โอ้โห!!!!   ปราสาทเจมินี่รกกว่าตำหนักไคย์น่าของข้าซะอีก”

“ราดามันทิส    มาได้ไง”   คาน่อนแทบร้องเสียงหลง   เมื่อเห็นราดามันทิสมายืนอยู่ต่อหน้าเขา

“เจ้ากับผ้ากันเปื้อนนี่    ไม่เข้ากันอย่างแรงเลยนะเนี่ย”   ว่าเข้าไปนั่น    ความจริงในใจของไอ้ราดาฯมันคิดว่า  น่ารักมั๊กๆ  ขอบอก


“ข้าว่า   ข้าช่วยเจ้าทำดีกว่านะ    เห็นท่าทางแล้วไม่น่าจะทำเสร็จในวันนี้    ข้าไม่อยากนอนจมกองฝุ่น”    พูดปากไม่ตรงกับใจอีกแล้ว   ความจริงในใจคิดว่า    ข้าไม่อยากให้เจ้าเหนื่อย   ให้ข้าทำเองดีกว่านะ     (ปากอย่านี้  ระวังโดนเกลียดนะ     เดี๋ยวหาว่าสวยไม่เตือน -__-‘)


“ถ้าจะช่วยก็ลงมือสิ    อย่ามัวแต่แขวะข้า   เชอะ!!!”   คาน่อนงอนตุ๊บป่องไปแล้ว


และแล้วราดามันทิสและคาน่อนก็ช่วยกันทำความสะอาดปราสาท      กว่าจะเรียบร้อยใช้เวลาเกือบ3ชั่วโมง  (รกand ซกมกมากๆ)   

“ไม่คิดว่ามันจะเหนื่อยขนาดนี้นะเนี่ย”     คาน่อนนั่งปาดเหงื่ออยู่ที่หน้าพัดลม

“เฮ้อ!!!!ค่อยเหมือนที่ๆคนจะอยู่ได้หน่อย”   ราดาฯยังปากสุนัขต่อ 

.......................อยากชกปากมันนัก..............คาน่อนคิดในใจ

“คาน่อนข้าหิวแล้ว    หาอะไรให้กินหน่อย”   

“หิวก็ไปหาอะไรกินเองสิ   ไม่ใช่ธุระของข้า”   คาน่อนตอบอย่างไรเยื่อใย   ราดามันทิสเลยจ๋อยแล้วก็เดินเข้าห้องครัวไปหาอะไรกิน  (สมไหมล่ะ   ปลาหมอตายเพราะปากแท้ๆ  ราดาฯเอ๊ย)

........................หนอยเจ้าราดาฯ    คิดว่าตัวเองเป็นใคร   บังอาจมาใช้ข้า   เชอะ!!!!................ขนุนยังงอนไม่เลิก

ทันใดนั้นก็มีเสียงปึ้งปั้งจากห้องครัว

เคร้งงงงง.................โคร้มมมมมมม.......................โอ้ยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!......................

คาน่อนรีบวิ่งไปที่ห้องครัวเพื่อดูว่าเกิดอะไรขึ้น

“ราดามันทิส    เกิดอะไรขึ้นน่ะ”      แล้วคาน่อนก็ต้องตกใจเมื่อเห็นเลือดสีแดงสดไหลจากนิ้วมือของราดามันทิส

“ซุ่มซ่ามจริง!!!!!!! ดูสิ   เลือดไหลใหญ่เลย     เอ้า   เอาผ้ากดไว้ก่อน   เดี๋ยวไปเอากล่องปฐมพยาบาลมาก่อน”


ผ่านไป1นาทีแล้ว   คาน่อนก็กลับมาพร้อมกล่องพยาบาล


           
“ยื่นมือมาสิ   จะทำแผลให้”     คาน่อนเห็นท่าทางเลิกลั่กของราดามันทิสก็รู้สึกรำคาญ   จึงกระชากมือราดามันทิสออกมา

“โอ้ย!!! เบาๆสิ  คาน่อน”   ราดามันทิสร้อง   เมื่อโดนแอลกอฮอร์โดนแผล

“อย่าสำออยจะได้ไหม    เป็นผู้ชายต้องอดทน”   

   ขณะที่คาน่อนกำลังสาละวนกับการทำแผล    ราดามันทิสแอบเหลือบมอง ที่หน้าของคาน่อน

.......................คาน่อน    นายคิดกับชั้นยังไงกันแน่    ถ้าเกิดใจตรงกัน    ขอให้เงยหน้าภายใน3วินาที.................(ปัญญาอ่อนน่า   ราดาฯ)



หนึ่ง
.
.
.
สอง
.
.
สะ...



“เอ้า!!!! เสร็จแล้ว”   คาน่อนพูดพลางเงยหน้าขึ้นมา       

........................อ๊าคค!!!!!!!!   ไม่อยากเชื่อ      ดีใจโว้ยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!  >//////////<…..คาน่อนคิดตรงกับตู..............          (เอาเข้าไป   -__-“ นี่หรือคือนราดามันทิส    หนึ่งในสามขุนพลพิพากษาของท่านฮาเดส)

“เป็นอะไรไปราดาฯ ?    เจ็บจนหน้าแดงเลยเหรอ    ไม่ไหวจริงจิ๊ง    เฮอะ!!!”


“ชะ.....ชะ.....ช่างข้าเถอะน่า >//////////<”

........................โว้ย!!!!!!!   ปากหนอปาก    คาน่อนได้เกลียดตูแน่.............................

(   เอ่อ!!!    ท่านราดาฯค่ะ   กลัวเค้าเกลียด    แล้วทำทำม๊ายยยยยย -__-“ )

“ราดามันทิส     ถ้านายไม่อยากอยู่ปราสาทนี้     เดี๋ยวข้าไปบอกซาง่าให้เปลี่ยนให้ก็ได้”     คาน่อนพูดแบบเศร้าๆ

“เฮ้ย!!!!!   ไม่ใช่อย่างนั้นนะคาน่อน    ข้าอยากอยู่กับเจ้า   อุ๊บซซซซ!!!!!!!”

คราวนี้เลยกลายเป็นหน้าแดงทั้งคู่   

แล้วความสัมพันธ์มันจะคืบหน้าไหมเนี่ยไอ้คู่นี้  (ปลง -__-“)




 ==========================================================================================================================

ตัดมาทางโลกมนุษย์    ตั้งแต่ชุนไปยมโลกกับฮาเดส    อิกกิและเฮียวกะก็มีท่าทางกระวนกระวายตลอดเวลา    จนเซย่ากับชิริวเริ่มรำคาญ


“อะไรกันเนี่ย     พวกแกสองคนเลิกเดินไปเดินมาซะที   ตูเห็นแล้วปวดหัว”   เซย่าโพลงขึ้นมาด้วยความเซ็ง

“นั่นสิ    ชุนมันก็อายุ15แล้วนะเฟ้ย    มันดูแลตัวเองได้   อย่าห่วงเว่อร์น่า”   ชิริวเสริม

“พวกแกมันจะไปรู้อะไรฟะ      ท่าทางฮาเดสมันน่าไว้ใจที่ไหน     สงสัยน้องตูเสียเวอร์จิ้นก็คราวนี้แน่   โถ่!!!น้องพี่    ขอโทษที่พี่ช่วยอะไรนายไม่ได้”   

“พวกแกช่วยกันคิดที่สิว่า   ชั้นจะช่วยชุนยังไง    ไม่รู้ว่าป่านนี้จะโดนปูยี่ปูยำหรือยัง”   เฮียวกะวิตกจริตหนัก

“ว่าแต่ชั้นสงกะสัยมากเลยว่ะ     คนสวยๆออกเยอะแยะ   มันมาถูกใจอะไรกะน้องตูเนี่ย”

“ไอ้เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะน่าอิกกิ   ตอนนี้ปัญหามันไม่ได้อยู่ตรงนั้นซะหน่อย     แต่มันอยู่ที่ว่า    เราจะปกป้องพรหมจรรย์ของชุนยังไงต่างหาก    ศัตรูเป็นถึงเทพเลยนะเฟ้ย    แค่คิดก็หืดขึ้นคอแล้ว”   เฮียวกะเรียกสติอิกกิก่อนที่อาเฮียจะคิดเตลิดออกปากอ่าวตังเกี๋ย

“อาเทน่าเราก็ดันประเคนลูกแกะเข้าปากสิงโตซะงั้น   ดังนั้นเลิกหวังว่าเจ๊จะช่วยเราเลย”   ชิริวเสริม

“ไม่มีเทพองค์ไหนที่พอจะไปเจรจากับฮาเดสได้เลยเหรอ” เซย่าบ่นอย่างหมดหวัง    ทันใดนั้นเอง มันสมองอันปราดเปรื่องของชิริวก็เก็ทไอเดีย

“เซอุสไง    ขานั้นน่ะแกกะเมะฮาเดสอยู่แล้ว    ถ้าได้ยินว่าสุดที่เลิฟจะงาบเด็กที่ไหนก็ไม่รู้   มีหวังบุกนรกแน่”

ทันใดนั้นเป็ดเฮียวและพี่ไก่ย่างก็รู้สึกเห็นแสงแห่งความหวังอันสว่างเรืองรองเบื้องหน้า  (ปานนั้น -__-“)

“โอ้!!!!   ไอ้หริวสมแล้วที่เป็นมังกรสมองไว     ขอบใจมาก”

“แต่เราจะไปโอลิมปิคได้ไงล่ะ”  เซย่าโผลงขึ้นมา

“ไอ้ม้าสมองถั่วเอ๊ย!!!!!   โอลิมปิคบ้านหม่าม้าแกสิ    โอลิมปัสโว้ย     (ตูล่ะเหนื่อยใจ)”   ชิริวสบถอย่างเซ็งกับความซิลลี่ฟูล(แปลว่าโง่คูณสอง)ของเพื่อน

“ตูจะอธิบายให้ฟังนะ    อิกกิน่ะ   เมื่อชาติก่อนมันเป็น1ใน13ขุนพลเทพอารักษ์ของป๋าเซ ชื่อ  ฟาอัส ใช่ไหมล่ะ   ก็ให้มันนั่นแหละคาบข่าวไปบอกนายเก่า    เป็นไง   เข้าใจอะยัง  เจ้าเบื้อก”   



“ชิริว!!!!   นายนี่สุดยอดจริงๆ   ขอบใจมาก     ชุนน้องรัก    พี่จะไปช่วยนายเดี๋ยวนี้แหละ” ว่าแล้วเฮียแกก็ฮ่อด้วยความเร็วแสงไปยังเทือกเขาโอลิมปัส

“เฮ้ย!!!อิกกิ   รอด้วย”   เฮียวกะทำท่าจะตามไปด้วย    แต่ชิริวเบรกไว้ก่อน

“ไอ้เป็ด    แกขึ้นไปได้ที่ไหนล่ะ    แกไม่ใช่อดีตเทพอย่างมัน    เดี๋ยวก็ได้โดนสายฟ้าของป๋าเซร้อก    รออยู่นี่แหละ”



ในขณะนั้นทางยมโลกก็กำลังจัดงานเลี้ยงต้อนรับการมาเยือนของเซนต์แห่งอาเทน่า    ที่เป็นรู้กันว่าเจ้านายของตัวเองกำลังปิ๊งอยู่       
 แพนโดร่ากำลังขมีขะมันสั่งเด็กๆลำเลียงอาหารฝรั่งเศสอันแสนหรูเลิศโดยฝีมือเชฟมินอส   (ก่อนที่จะมาเป็นสเปคเตอร์   เฮียแกเคยเป็นเชฟอาหารฝรั่งเศสมาก่อน )     ขณะที่ไออาคอสก็นำไวน์ทิพย์ชั้นดีที่กว่าจะบ่มจนได้ที่ใช้เวลาถึง1000ปีออกมารินเลี้ยง     นี่คงเป็นงานรื่นเริงครั้งที่สองของแดนโลกัณฑ์แห่งนี้    โดยงานแรกจัดเมื่อเกือบ4000ปีก่อน   เป็นงานเลี้ยงฉลองงานแต่งงานของฮาเดสกับเพอร์ซิโฟนี่ เทพธิดาแห่งฤดูใบไม้ผลิ   ธิดาแห่งดีมิเธอร์    แต่เมื่อ2000ปีก่อน ราชินีเพอร์ซิโฟนี่ก็หายตัวไปขณะที่จะถึงวันที่กลับมายมโลก     ทำให้ฮาเดสเสียใจมาก   และเฝ้าตามหานางมาตลอด     


...................เพอร์ซิโฟนี่ถ้าไม่มีเจ้าอยู่แล้ว    ข้าก็ไม่สามารถทนเห็นแสงตะวันเจิดจ้า   เหล่ามวลไม้ที่งอกงามอยู่บนโลกได้   และทุกสิ่งที่ทำให้ข้าคิดถึงเจ้าได้   มันช่างทำให้ข้าทรมานนัก    เมื่อเจ้าไม่กลับมาหาข้า    ข้าจะทำให้โลกมืดมิด    ทำให้สิ่งมีชีวิตดับสูญให้หมด..............................


“ท่านฮาเดส      ท่านฮาเดสคะ”     เสียงเรียกของแพนโดร่าทำให้ฮาเดสรู้สึกตัว

“มีอะไรแพนโดร่า”

“คือข้าจะถามว่า    จะรับขนมจีบ   ซาลาเปาเพิ่มไหมเจ้าคะ”   ฮาเดสไม่ได้ตอบ   เพียงแต่สายศีรษะปฏิเสธ

“ว่าแต่ท่านคิดอะไรอยู่หรือคะ    ข้าเรียกตั้งนาน   ท่านก็ไม่ขาน”

“ไม่มีอะไร   ข้าแค่คิดอะไรเพลินๆเท่านั้น    กลับไปทำงานของเจ้าเถอะ”

“งั้นข้าไปจัดแจงเรื่องอาหารต่อนะคะ    ถ้าท่านต้องการอะไรเพิ่มก็สั่งมานะคะ    ข้าจะให้มินอสจัดการให้”


เมื่อแพนโดร่าไปแล้ว    ฮาเดสมองไปยังเด็กหนุ่มหน้าสวย  เซนต์อันโดรเมด้า     ดวงตาอาเมทิสซึ่งปกติดูเย็นยะเยือกราวกับก้นมหาสมุทรนั้น    กลับดูอบอุ่นและโหยหา

ดูเหมือนว่าคนที่กำลังถูกจ้องมองอยู่จะรู้สึกตัว     จึงเอ่ยถามผู้ที่กำลังมองตัวเองอยู่อย่างเขินๆ     

“อะ.....เอ่อ.....ท่านฮาเดสครับ     มีอะไรเหรอครับ”

“เปล่า     ข้าแค่กำลังคิดว่า    เจ้าน่ารักดีก็เท่านั้น”   เล่นพูดกันซึ่งๆหน้าแบบนี้   ชุนก็เขินสุดๆน่ะสิ   (  >//0//<  )   แล้วยิ่งนึกถึงตอนที่โดนขโมยจูบ    หน้าก็ยิ่งแดงเถือกหนักเข้าไปใหญ่ 

..............///////////////ทำไมใจมันเต้นโครมครามล่ะ     นี่เราเป็นอะไรไป///////////............................

“////งะ.....งั้นเหรอครับ /////”

ฮาเดสเห็นท่าทางเขินอายแบบนั้นก็อดนึกขำไม่ได้    รอยยิ้มบางๆเจืออยู่ที่มุมปาก

.......................เวลาผ่านไปเกือบสองพันปีจนข้าแทบสิ้นหวัง    ในที่สุดข้าก็ได้พบกับคนๆนั้นอีก     และตอนนี้เธอก็อยู่ตรงหน้าข้า      แม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าไร    ข้าก็จำเจ้าได้      เจ้าก็คือคนที่ข้าเฝ้าตามหา   เพอร์ซิโฟนี่ของข้า  .....


 
ทันใดนั้นฮาเดสก็คว้าร่างบางเข้ามากอด   ทำเอาคนที่อยู่ในอ้อมแขนทำอะไรไม่ถูก    แต่ความรู้สึกเหมือนกับเคยถูกโอบกอดแบบนี้เมื่อนานแสนนานมาแล้ว   ชุนจึงไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด

“ท่านฮาเดส   ปล่อยเถอะครับ   ผมรู้สึกแปลกๆยังไงไม่รู้” เด็กหนุ่มผู้เสียงแผ่วเบา    รู้สึกเหมือนตัวร้อนผ่าวเวลาถูกกอดแบบนั้น

“อื้ม   ข้าขอกอดเจ้านานกว่านี้อีกหน่อย เจ้าคงไม่ว่านะ”   ว่าแล้วฮาเดสก็กอดแน่นขึ้นอีก   

“เอ่อ!!   ผมรู้สึกหายใจไม่ออก”

“โอ๊!!!   ข้าขอโทษ”    แล้วฮาเดสก็คลายอ้อมกอดลง    ก่อนที่จะประทับริมฝีปากไปที่หน้าผากของเด็กหนุ่ม   เล่นเอาชุนหน้าร้อนผ่าว   ก้มหน้าก้มตาอายม้วนซะงั้น

...................นี่เราเป็นอะไรไปเนี่ย    ทำไมอยู่กับท่านฮาเดสแล้วใจเต้นโครมครามแบบนี้ล่ะ     แต่ท่านฮาเดสก็ชอบทำอะไรแปลกๆกับเรา .........................     

“ข้าจะไปส่งที่เจ้าที่ห้อง”   พลางยืนมือมาโอบที่ไหล่ของร่างเล็กพาเข้าห้อง    เอ่อ!!!  ใช้คำผิด   แฮ่ๆ   ต้องเรียกว่ามาส่งที่หน้าห้องมากกว่าสินะ  (พาเข้าห้องมันส่อๆไงไม่รู้อ่ะ)    เล่นเอาชุนจังหน้าแดงแป๊ด  ก้มหน้าก้มตาเดินตามต้อยๆ

“ราตรีสวัสดิ์   ชุน”

“ระ.....ราตรีสวัสดิ์ครับ     อะ...เอ่อ....ท่านฮาเดส   คือ  ผม...ผม”  ชุนไม่แน่ใจว่าจะพูดดีไหม   จึงอ้ำๆอึ้งๆ  ฮาเดสซึ่งหยุดฟังอยู่เห็นท่าทางแบบนั้นแล้วอดนึกขำไม่ได้   แต่ก็พยายามรักษาฟอร์มไว้

“เจ้ามีอะไรก็รีบพูดเถอะ”    ยิ่งเจอคำถามต้อน   ชุนยิ่งเอ๋อหนักกว่าเดิม   จะพูดดีหรือจะไม่พูดดีนะ

“เฮ่อ!!   ข้าว่าเจ้ามัวแต่อ้ำอึ้ง   กว่าข้าจะรู้เรื่องข้าคงเมื่อยแน่   มาพูดกันข้างในห้องแล้วกัน”

“เอ๋!!!”  ว่าฮาเดสก็ลากชุนเข้าไปในห้อง  (อันนี้สิถึงเรียกว่าพาเข้าห้องของจริง   ฮิ้ววว!!!)

   

   ฮาเดสจะเริ่มจู่โจมหรือไม่   ชุนจังจะรักษาพรหมจรรย์ตัวเองได้หรือเปล่า   แล้วอิกกิจะมาช่วยทันรือไม่
เดาไปได้ตามใจชอบ       เฮอะๆๆๆๆ  ๐/// q/// ๐........









ทางด้านแซงค์ทัวรี่    ราดามันทิสออกมาซื้อของที่ตลาดในเอเธนส์กับคาน่อน    ระหว่างทางก็เจอคามิวเดินมากับมิโร      ท่าทางของทั้งคู่สวีตหวานแหววเหมือนคู่แต่งงานใหม่ก็ไม่ปาน   

“นี่คาน่อน     มิโรกับคามิวนี่เป็นเพื่อนสนิทกันเหรอ”

“ทึ่มจริง    เห็นท่าทางมันสองคนก็น่าจะรู้ว่ามันเป็นแฟนกัน     นายนี่น้า     ไม่ประสีประสากับเรื่องแบบนี้เสียเลย”    คาน่อนพูดเสียดสีราดาฯมันเล่นซะงั้น    ในใจก็พลางคิดว่า    นายน่าจะเอาอย่างมิโรที่คอยเอาใจคามิว    เพราะเจอหน้ากันทีไร    ราดามันทิสก็คอยยั่วโมโหตลอด     (สงสัยขนุนของเราได้รอทั้งชาติแน่   ถ้าอยากให้เจ้าราดาฯเป็นแบบนั้น)

ขณะที่คิดน้อยใจราดามันทิสอยู่    คาน่อนก็รู้สึกว่ามีมือใหญ่ๆมาจับมือเขา    จึงหันมามอง   จากนั้นก็หน้าแดงเพราะความเขิน

“ข้าจับมือเจ้า    เจ้าคงไม่ว่าอะไรนะ”   ราดามันทิสพูดไป   หน้าแดงไป   (ดูจะน่ากลัวมากกว่าน่ารักนะ -_-“)

ทั้งคู่ก็เดินจับมือกันเดินไปตามถนนของเอเธนส์   โดยไม่ได้พูดอะไรกัน   แต่หน้าคนทั้งคู่ก็แดงเถือกไปตลอดทาง    และก็คงลืมไปแล้วว่าต้องมาซื้อของ   

“ท่านปู่โดโก   ท่านเห็นแบบที่ข้าเห็นไหม!?”   ชายหนุ่มผมสีน้ำตาลสั้น   หน้าตาคมคาย   ถามคนที่สูงวัย   แต่ใบหน้าอ่อนเยาว์ปานกับใช้นีเวียร์คิวเท็น   ด้วยสีหน้าจิตๆ

“ตาข้าไม่ได้บอดนะ ไอโอรอส    เห่อๆๆๆ   ชักมันส์ๆ”   โดโกพูดด้วยสีหน้าหื่นๆม่วงๆจิตๆ (นี่หรือคือเซนต์แห่งอาเทน่า    -_-“)

“ข้าใช้มือถือถ่ายไว้แล้วล่ะท่าน    เฮอะๆๆๆๆ”

“ดีมากๆ   ไอโอรอส   เฮอะๆๆๆๆๆ”


เมื่อคาน่อนกับราดามันทิสกลับมาถึงปราสาทเจนิมี่   ก็เกือบค่ำ   เพราะกว่าจะรู้ตัวกันว่าต้องซื้อของก็เย็นมากแล้ว   ตลาดก็เกือบวาย    กว่าจะตามซื้อของจนครบ   พระอาทิตย์ก็ตก   (เอาเข้าไป)


“ยินดีต้อนรับจ้า!!!!!!!!!!!!!”   เหล่าโกลด์เซนต์ทั้งท่านปู่โด  บุญรอด  บุญเลี้ยง   มี่   มิว   แช่ม   ตี้  ชู่   ช่า   มู  อันเดร   และสง่า   ออกมาต้อนรับ

“ไปซื้อของถึงไหนกันจ้า   ถึงได้กลับกันมาจนป่านนี้”  บุญเลี้ยงแซว

“อุ๊ยๆ   หน้าแดงเป็นตูดลิงบาบูนเลย    มีพิรุทนะเนี่ย”  มี่เล่นด้วย

“ไม่มี้!!!!!!!!! ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ    ก็แค่หลงทางนิดหน่อย”   ขนุนปฏิเสธเสียงแข็ง   แต่หน้าก็แดงเอา แดงเอา   ส่วนราดาฯก็ไม่พูด    เอาแต่หน้าแดงอย่างเดียว

“ไม่ต้องเลย   ไอ้ขนุน    ตูเห็นนะเฟ้ยว่าแอบไปจู๋จี๋กันกลางตลาดเอเธนส์เลย   นี่ไง   หลักฐาน”   ว่าแล้ว บุญรอดก็โชว์ภาพในมือถือออกมา”

“////มะ.....ไม่ใช่เฟ้ย    ที่จับมือกันก็เพราะกลัวเจ้าราดาฯมันหลงก็แค่นั้น   จริงจริ๊ง/////”   คาน่อนแถไปเรื่อย ขณะที่ราดาฯทำหน้าเหมือนกับกำลังตัดสินใจอะไรอยู่

“ว่าไงจ๊า    ราดาฯ   ไม่คิดจะพูดอะไรเหรอ”   ชู่กระทุ้งแซวราดาฯบ้าง

แล้วราดาฯก็ตัดสินใจเด็ดขาด   เอาวะ   เป็นไงเป็นกัน   จากนั้นเดินดุ่ยๆไปหาซาง่า   

“/////คะ....คือ.....ซาง่า    ข้า.........ขะ............ขอคาน่อน นะ////”
.
.
.
ชิ้ง
.
.
.
“.............ว่าไงน้า!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!.................”   เหล่าบรรดาโกลด์เซนต์ตะโกนพร้อมกัน

“เฮ้ย!!!!  ซาง่า    เจ้าราดาฯมันสู่ขอน้องแกว่ะ”   บุญรอดพูดขึ้น   

“เอ้อ!!!ได้ยินเต็มสองหูเลย   แกไม่ต้องย้ำ”   

ราดาฯจ้องหน้ารอคำตอบจากว่าที่พี่ภรรยา (!?)    ขณะที่ขนุนยังหน้าแดงอึ้งอยู่    ซาง่าจ้องตอบแบบทึ่งในความใจกล้าหน้าด้านของราดาฯ     

“เอาวะ!!!!!   กล้าขอก็กล้าให้      ฝากเจ้าคาน่อนด้วยนะราดาฯ”   ในที่สุดซาง่าก็ยอมยกลูกสาว(!?)ให้

“///////////หา//////////////  ซาง่าพี่ว่าไงนะ////////”    คาน่อนตะลึงกับคำตอบของพี่ชาย

“บันไซ  .............     ไชโย..................    โห่ฮิ้ว........................ยินดีด้วยราดาฯ   ซาง่ามันยอมยกน้องให้แล้ว”   เหล่าบรรรดาโกลด์เซนต์ต่างเข้ามาแสดงความยินดีกับราดาฯยกใหญ่

“คาน่อน   ยินดีด้วยนะ   นายขายออกแล้ว” มูเข้ามาแสดงความยินดี


ทางด้านแซงค์ฯไปได้สวยทีเดียว    แล้วทางด้านโอลิมปัสล่ะ




เทือกเขาสูงตระหง่านที่อยู่ด้านหลังวิหารอาเทน่า     เป็นที่สถิตของเหล่าเทพ   เทือกเขาโอลิมปัสนั่นเอง   อิกกิมาถึงหน้าทางเข้าของโอลิมปัสโดยไม่ยากเย็น    เนื่องจากรู้สึกคุ้นเคยเส้นทาง    จึงสามารถหลบหลีกสาระพัดกับดักสุดแสนพิสดารที่เฮฟีทัสเทพแห่งงานช่างสร้างขึ้นได้    ได้พบกับทหารเทพผู้เฝ้ายามหน้าประตู

“หยุดนะ    เจ้าเป็นใครถึงกล้าบุกรุกมายังโอลิมปัสซึ่งเป็นที่ประทับของเหล่าเทพ”   

“ข้า   ฟินิกส์   อิกกิ   เซนต์แห่งอาเทน่า    ข้ามีเรื่องจะรายงานท่านเซอุส   เรื่องด่วนมาก  หลีกทางหน่อย”

“ฟินิกส์เหรอ    โอ้แม่เจ้าโว้ย!!!!  ท่านฟาอัส    ไม่ได้เจอกันน้านนานนท่าน   สบายดีบ่”   นายประตูทักอย่างตื่นเต้นที่ไม่ได้เจอหัวหน้าเก่าเสียตั้งนาน

“อย่าเสียเวลาน่า    ข้ามีข่าวร้อนจี๋จากทางยมโลกมารายงานท่านเซอุส”

“โอ้!!! งั้นเข้ามาเลยท่าน   แหม!!!ไปเป็นมนุษย์เสียนาน   เป็นไงบ้างท่าน   ดูดำขึ้นนะเนี่ย”

“ก็ลำบากใช้ได้”   อิกกิตอบแบบตัดรำคาญ

ขณะเดินไปตามทางอยู่นั้นเอง   อิกกิก็เจอเข้ากับคนที่เขาไม่อยากเจอที่สุด   เฮอร์มาโฟรไดทัสเทพกระเทยที่ชอบมาวอแวเขาสมัยยังเป็นเทพอารักษ์ของเซอุส

“อุ๊ยต๊าย!!!!!!  ฟาอัสมายดาร์ลิ้ง    กลับมาโอลิมปัสแล้วเหรอจ้ะ    คิดถึงเค้าไหมตัวเอง”   เสียงแหลมแสบแก้วหูพอๆกับเจ๊ตี้เลยทีเดียว ปากไม่ว่าเปล่า   มือยังมาเกาะเขาปานกับตุ๊กแกอีกต่างหาก

“ไม่มีทางหรอก       ไปไกลข้าได้ไหมเฮอร์มาโฟรไดทัส    ขนแขนข้าลุกหมดแล้ว    อีกอย่างข้ามีเรื่องด่วนมากมารายงานท่านเซอุสด้วย    ขอทางหน่อย”   ว่าแล้วเฮียไก่ก็แงะมือเจ๊ออกจากแขน   แล้วรีบจ้ำอ้าวเดินตามทหารยามไป

“แหม!!!! เย็นชาเหมือนเดินนะฮะ   แต่แบบนี้แหละ   เค้าช้อบบบบชอบบบบ”   


เดินมาได้ซักพักก็มาถึงหน้าประตูบรรลังค์ของเซอุส     ทหารยามรายงานต่อมหาเทพ

“ท่านมหาเทพขอรับ     เทพอารักษ์ฟาอัส   มีเรื่องด่วนมารายงานครับ   เห็นว่าเป็นเรื่องของท่านฮาเดส”

ทันใดนั้นประตูทองบานใหญ่ก็เปิด     ภายในห้องโถงเป็นหินอ่อนสีขาวทั้งหมด     และที่บรรลังค์ทอง   มหาเทพผู้มีผมสีทองนั่งอยู่   ใบหน้าหล่อเหลานั้นจ้องมายังอิกกิ

“ฟาอัสเองเหรอ    มีอะไรมารายงานข้าล่ะ”มาหาเทพถามด้วยเสียงทรงอำนาจ

“คือข้ามีเรื่องของท่านฮาเดสมารายงาน   คิดว่าท่านคงสนใจอยากทราบ”   อิกกิพูดอย่าฉะฉาน   ทันใดนั้นมหาเทพก็หูฝึง      เก๊กหลุดทันที

“มีอะไร    ไหน   รีบเล่าเร็วๆ   เทพวัยรุ่นใจร้อน”

...................นี่เหรอ  นายเก่าตู    คิดถูกที่เปลี่ยนมาอยู่กับอาเทน่า..............อิกกิคิด (-_-“)

“คืองี้นะครับ     หลังจากสงบศึกกับทางแซงค์    ท่านฮาเดสก็มีโครงการที่แฝงเล่ห์   โดยจัดให้มีการแลกเปลี่ยนนักรบระหว่างทางแซงค์กับยมโลก     โดยให้มาอยู่กับฝ่ายตรงข้ามเป็นเวลา   l  สัปดาห์ ทางด้านยมโลกส่งเจ้าคิ้วแท่งเดียว   ราดามันทิสมา      และฮาเดสเจาะจงมาเลือกเซนต์แห่งอาเทน่าเอง   โดยเลือกเอา  อันโดรเมด้า  ชุน  น้องชายในภพปัจจุบันของกระผมไป    ซึ่งเจตนามันเห็นชัดๆว่าฮาเดสมีประสงค์อะไร    ได้โปรดเถอะครับท่านเซอุส   มีแต่ท่านเท่านั้นที่พอช่วยเซฟเวอร์จิ้นของน้องกระผมได้”   

“เจ้าว่าไงน้า!!!!!!!!!!!!!    ฮาเดสหิ้วอันโดรเมด้าไปนรกเหรอ    โถ่!!!!!ท่านพี่นะท่านพี่    จะทำให้ข้าชี้ช้ำไปถึงหนายยยยยยย!!!!!!!!!!!!!!!    แต่นี่มันยังไม่เท่าไหร    ปัญหาใหญ่คือ   ดีมิเธอร์ได้ฉีกข้าเป็นชิ้นๆแน่ๆ  โฮๆๆๆ  ตายแน่ๆๆ”

“อะ............เอ่อ   ท่านครับ   ท่านดีมิเธอร์ไปเกี่ยวอะไรด้วยล่ะครับ!?”  อิกกิชักงง

“ก็อันโดรเมด้าน่ะ   คือ  เพอร์ซิโพนี่   ที่ข้าส่งไปเกิดใหม่เป็นมนุษย์ผู้ชาย    เพื่อซ่อนจากท่านพี่ฮาเดสน่ะสิ    แถมส่งเจ้าไปคุ้มครองด้วย    เพราะดีมิเธอร์หวงลูกสาวมาก    นางไม่อยากยกให้ฮาเดสอยู่แล้วก็เลยคิดแผนซ่อนเพอร์ซี่  แล้วก็ฝากนางให้เป็นเซนต์ของอาเทน่า    ส่วนข้าก็ไม่อยากให้ท่านพี่กับเพอร์ซี่ได้รักกันด้วยก็เลยหนับหนุนเต็มที่    มันทรมานหัวจายยยย!!!!!  อุ๊บสสสส!!!”   เซอุสเผลอเผยไต๋ออกมา  ที่แท้ท่านก็ไม่ได้กลัวเมียเท่านั้น    แต่ยังกลัวถูกลูกสาวแย่งพี่ชายสุดที่รักของตัวเองไปนั่นเอง   

..................หมดงานนี้    ขอไปเป็นเซนต์ของอาเทน่าโดยถาวรดีกว่าตู...............อิกกิคิดอย่างปลงๆ   เมื่อเห็นเจ้านายเก่าเป็นเทพเพี้ยนแถมเจ้าชู้ยักษ์ขนาดนี้

“ไม่ได้     ข้าต้องขวางให้ถึงที่สุด     แม้ว่าจะโดนท่านพี่สุดที่รักเกลียดก็ตาม   ไปกันเถอะ   ฟาอัส”    ว่าแล้วป๋าเซของเราก็จ้ำอ้าวไปแดนยมโลก

................ชักสงสารฮาเดสตะหงิดตะหงิดว่ะ    นี่ตูทำถูกหรือเปล่าเนี่ย ที่มาขอร้องเทพเพี้ยนอย่างเซอุส...................

 


ทันใดนั้นน้ำเสียงหญิงสาวที่ฟังดูมาคุๆก็ดังขึ้นมา   

“ว่าไงนะ    เพอร์ซี่ลูกรักของข้าโดนฮาเดสเจอตัวแล้วเหรอเซอุส”

“ดะ......ดะ.......ดีมิเธอร์!!!!!!!!!!!!  (ซวยๆๆๆ)ปะ......เปล่าจ้า      ไม่มีอะไรเน้อ   ฟาอัส”   เซอุสกลัวเมียขึ้นสมอง    ปกติดีมิเธอร์เป็นเทพที่ใจดี    แต่ถ้านางยั๊วะขึ้นมาล่ะก็    ขนาดเฮร่ายังชิดซ้าย

“อย่ามาแหลเจ้าเทพปลาไหล    ข้าได้ยินเต็มสองรูหูว่าเพอร์ซี่โดนเอาตัวไปยมโลกอีกแล้ว    ไหนว่าแผนท่านเวิร์คไงล่ะ     ข้าอุตส่าห์ยอมให้เพอร์ซี่จากอ้อมอกไปเกิดเป็นมนุษย์ผู้ชาย   ให้ไปอยู่ในความดูแลของอาเทน่า   ยอมกระทั้งให้ตกระกำลำบากไปเป็นเซนต์    เพราะไม่อยากให้นางอยู่ยมโลกที่ไม่แสนโสภากับท่านพี่ฮาเดสแล้ว    ทำม้ายยยยยยยยยย!!!!!!!!!!!ทำไมนางยังโดนเจอตัวอีก    โถ!!!เพอร์ซี่ลูกรัก    เซอุส   รีบไปยมโลกเลยนะยะ   ไปเอาลูกสาวเราคืนมา    ถ้าไม่สำเร็จ   อย่ากลับมาให้เห็นหน้า   ไปเร็วซี่!!!!   ฟาอัสเจ้าก็ด้วย    ถ้าลูกสาวข้าไม่ได้กลับมา   ข้าจะส่งเจ้าให้เฮอร์มาโฟรไดทัสทำสามี”

สิ้นเสียงคำสั่งอันน่าสะพรึงของดีมิเธอร์แล้ว    ทั้งเซอุส   ทั้งอิกกิต่างแจ้นไปยมโลกด้วยความเร็วเหนือแสง    เพราะเซอุสไม่อยากมาตกระกำลำบากบนโลก   ส่วนอิกกิไม่อย่างเสียตัวให้กระเทียม  เอ้ย!!!กระเทย   ด้วยประการฉะนี้แล


   และแล้วท่านมหาเมะ.......เอ่อ!!!   โทษทีค่ะ   มหาเทพเซอุสผู้ยิ่งใหญ่กับอดีตเทพใต้บังคับบัญชาก็มาถึงยมโลก    แล้วมายืนหยุดอยู่ที่พลูโตวิลเลจจูเดคก้า    สีหน้าวิตกจริตเล็กน้อย

“เอาวะ    ในที่สุดก็ถึงซะที   ทำไมรู้สึกเสียวไส้ๆแบบนี้นะ    จะโดนดาบไล่ฟันไหมเนี่ย     แต่เมียน่ากลัวกว่าอ่ะTT__TT”

“เรารีบเข้าไ

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29, กรกฎาคม 2012, 07:52:38 AM โดย nunun081 » บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
Top 10 Best Sellers in Clothing for 2017 Top 10 Best Sellers in Clothing Best Sellers in Clothing
Top 10 Best Sellers in Books reviewer 2017 Top 10 Best Sellers in Books Best Sellers in Books
Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Reviewer 2017 Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Best Sellers In Grocery