STF Forum
24, พฤศจิกายน 2020, 09:53:51 PM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Shop เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: น้ำตาเทียม กับ ตาแห้ง  (อ่าน 2753 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
Delphi
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Gold Saint
*

Photobucket 7636
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
25, พฤษภาคม 2016, 10:05:09 AM

กระทู้: 1660
หมายเลขสมาชิก: 9079

วันที่สมัครสมาชิก: ก.ย., 2010


กระทู้: 1660
120.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Delphi
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 33 : Exp 12%
HP: 0.1%

เสาะหาแสงสว่าง

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด
ดูรายการสินค้า      
| |
« เมื่อ: 06, กันยายน 2012, 09:24:36 PM »

คนที่เป็นโรคตาแห้งคงรู้จักและคุ้นเคยกับ น้ำตาเทียม กันเป็นอย่างดี แต่คนทั่วไปที่สายตาปกติ ไม่เคยใช้ อาจจะไม่รู้ว่าน้ำตาเทียมมีสรรพคุณอย่างไร

          เกี่ยวกับเรื่องนี้ รศ.นพ.ศักดิ์ชัย วงศกิตติรักษ์ ประธานราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย และหัวหน้าภาควิชาจักษุวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ อธิบายว่า ปกติมนุษย์ต้องมีน้ำหล่อเลี้ยงลูกตา เพื่อไม่ให้รู้สึกระคายเคืองทำให้การมองเห็นภาพชัดเจน สมัยก่อนมักจะเจอโรคตาแห้งในผู้สูงอายุ แต่ปัจจุบันมลพิษเยอะ มีการใช้สายตากับคอมพิวเตอร์มากขึ้น ทำให้การ กระพริบตาซึ่งเป็นกลไกธรรมชาติในการกระจายน้ำหล่อเลี้ยงลูกตามีปัญหา ส่งผลทำให้เกิดโรคตาแห้งในคนอายุน้อย คนจึงนิยมใช้น้ำตาเทียมเพื่อให้สบายตาไม่เคืองตามากขึ้น ตลาดน้ำตาเทียมเลยโตขึ้น

          นอกจากโรคตาแห้งแล้ว ยังพบว่าคนใส่คอนแทคเลนส์มากขึ้น และอาจทำให้เกิดการระคายเคืองได้ง่าย ดังนั้นการหยอดน้ำตาเทียมจะช่วยทำให้สบายตา คนที่ใส่คอนแทคเลนส์จึงนิยมใช้เช่นกัน

          น้ำตาเทียมถือว่ามีความปลอดภัยสูง ไม่มีอันตราย แต่ต้องแน่ใจว่าเป็นน้ำตาเทียมบริสุทธิ์ไม่มีสารอย่างอื่นเจือปน น้ำตาเทียม มีจำหน่ายตามร้านขายยาทั่วไป มีทั้งชนิดที่เป็นขวดใช้ได้ต่อเนื่องเป็นเดือน กับชนิดที่เป็นหลอดเล็ก ๆ ใช้เป็นรายวันแล้วทิ้ง

          ข้อแนะนำ คือ ควรใช้น้ำตาเทียมก็ต่อเมื่อมีอาการระคายเคืองตา หรือฝืดตา ถ้าไม่มีข้อบ่งชี้ก็ไม่ควรใช้ อย่างที่บอกน้ำตาเทียมไม่มีอันตราย มีความปลอดภัยสูง แต่หากใช้โดยไม่มีข้อบ่งชี้ ทำให้สิ้นเปลืองโดยเปล่าประโยชน์

          ดังนั้น ถ้าไม่อยากใช้น้ำตาเทียม ควรหลีกเลี่ยงมลพิษที่ทำให้เกิดปัญหาตาแห้ง หลีกเลี่ยงบริเวณที่มีอากาศร้อน หรือลมแรง ถ้ามีการใช้สายตาอยู่กับคอมพิวเตอร์นานๆ ควรจะกะพริบตาบ่อย ๆ พัก สายตาเป็นระยะๆ ถ้ามีอาการผิดปกติควรไปพบจักษุแพทย์ก่อนที่จะซื้อยาหรือน้ำตาเทียมมาใช้เอง นอกจากนี้ในคนที่รับประทานยาแก้แพ้ หรือยาบางชนิดเป็นประจำก็อาจทำให้ตาแห้งได้ ก่อนใช้น้ำตาเทียมจึงควรให้จักษุแพทย์ตรวจวินิจฉัยก่อน เพราะการระคายเคืองตาอาจมีสาเหตุอื่นนอกจากตาแห้ง เช่น ภูมิแพ้ขึ้นตา กระจกตาเป็นแผล หากไปซื้อน้ำตาเทียมมาใช้โดยที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยจากจักษุแพทย์ อาจทำให้ขาดโอกาสในการรักษา

          ด้าน นพ.ฐาปนวงศ์ ตั้งอุไรวรรณ จักษุแพทย์ รพ.พระนั่งเกล้า กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า โรคที่ฮิตมากเกี่ยวกับดวงตา คือโรคตาแห้ง มีสาเหตุต่างๆ มากมาย เช่น อายุมาก ผู้ป่วยวัยทอง โรคข้อเสื่อมและอักเสบ โรคเกาต์ โรคขาดสารอาหาร โรคของหนังตาบน หนังตาล่าง โรคกระจกตาดำอักเสบ โรคที่เกิดจากการผ่าตัดเสริมสวยหนังตา โรคที่เกิดจากการทำเลสิก โรคภูมิแพ้ โรคไทรอยด์ การใส่คอนแทคเลนส์ แสงสว่าง อากาศร้อนและแห้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งโรคจากพฤติกรรมต่างๆ เช่น โรคคอมพิวเตอร์วิชั่นซินโดรม การอ่านหนังสือมาก การดูหนัง และทีวีมากๆ

          อาการของโรคตาแห้งมีตั้งแต่ ดวงตาแห้ง คัน แพ้แสง สายตามัวเป็นบางครั้ง เคืองตาเหมือนมีอะไรแทงอยู่ในตาขณะหลับหรือกะพริบตา ตาเมื่อยล้า ดวงตาร้อนๆ กะพริบตาถี่ๆ น้ำตาไหลพรากเป็นบางครั้ง มีขี้ตาเป็นเมือก

          เมื่อมีอาการเหล่านี้ ควรไปพบจักษุแพทย์เพื่อรับการตรวจวินิจฉัย ส่วนการรักษามีอยู่หลายระดับด้วยกัน แล้วแต่ว่าโรคตาแห้งรุนแรงแค่ไหน ขั้นแรกก็ไม่พ้นการใช้ น้ำตาเทียม

          ปัจจุบันน้ำตาเทียมที่ใช้อยู่ในประเทศไทยส่วนใหญ่นำเข้าจากต่างประเทศ มูลค่าการตลาดประมาณ 400-500 ล้านบาทต่อปี อัตราเติบโตประมาณ 10-20% ต่อปี ที่ผลิตในประเทศไทยมี 4 ยี่ห้อ อีก 15 ยี่ห้อนำเข้าจากต่างประเทศ ขนาดบรรจุมีตั้งแต่เป็นหลอด 0.5 มิลลิลิตร บรรจุขวด 2.5 มิลลิลิตร 10 มิลลิลิตร 15 มิลลิลิตร ราคาขายเริ่มต้นที่หลอดละ 15-20 บาท ที่ผลิตจากต่างประเทศราคาเริ่มต้นที่ 80-300 บาท ของไทยมีขนาด 10 มิลลิลิตร ราคาประมาณ 60 บาท โดย 1 มิลลิลิตร ของน้ำตาเทียมมีประมาณ 15 หยด

น้ำตาเทียมที่ถูกวิจัยแล้วว่าดีเยี่ยมขึ้นอยู่กับ
1. การซึมซาบเข้าดวงตา
2. สารอาหาร เช่น โซเดียม โพแทสเซียม แคลเซียม แมงกานีส สังกะสี คลอไรด์ และ ไบคาร์บอเนต
3. ความเป็นกรดและด่าง
4. การซึมผ่านชั้นเยื่อเมือกเพื่อซึมซาบเข้าชั้นผิวหนังแก้วตาดำ
5. ความหนืด
6. การใช้สารกันบูดหรือไม่
7. การเกาะติดกับเซลล์ชั้นผิวหนังแก้วตาดำ

          เห็นหรือไม่ว่าละเอียดลออขนาดไหนเกี่ยวกับน้ำตาเทียม เพราะฉะนั้น การเลือกใช้น้ำตาเทียมจึงต้องพิถีพิถันกันสักหน่อย เพราะราคาแพงมากในวิถีเศรษฐกิจปัจจุบัน ข้อเสนอในการใช้ก็คือ ไม่จำเป็นไม่เป็นโรคตาแห้งไม่ควรใช้

ทั้งนี้ขอแนะนำการปฏิบัติตัว ดังนี้
1. รับประทานอาหารให้ครบหมู่ โดยเฉพาะผัก ผลไม้
2. ดื่มน้ำวันละประมาณ 2.5 ลิตร
3. ดูจอต่าง ๆ เช่น ทีวี คอมพิวเตอร์ ไอโฟน บีบี และไอแพด ครั้งละประมาณ 25-30 นาทีแล้วพักสัก 1-5 นาที
4. นอนพักผ่อนให้เพียงพอ เท่านี้ก็ไม่ต้องใช้น้ำตาเทียม สุขภาพดวงตาก็จะดีเอง

นวพรรษ บุญชาญ รายงาน

Credit หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

thxby401730EdenC, Right to be God, YOO LEO, NUNEW
บันทึกการเข้า

หน้า: [1]   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
Top 10 Best Sellers in Clothing for 2017 Top 10 Best Sellers in Clothing Best Sellers in Clothing
Top 10 Best Sellers in Books reviewer 2017 Top 10 Best Sellers in Books Best Sellers in Books
Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Reviewer 2017 Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Best Sellers In Grocery