STF Forum
22, เมษายน 2021, 06:33:34 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Shop เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1] 2 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: [Saint Seiya Omega FanFic]For you or me? ตอนที่9 24/1/57  (อ่าน 15722 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
Browser:
Chrome 27.0.1453.116 Chrome 27.0.1453.116

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« เมื่อ: 03, กรกฎาคม 2013, 11:22:54 PM »

สวัสดีค่า และแล้วในที่สุดเราก็ได้เปิดศักราชความวายของเซนต์เซย์ย่าภาคพรีเคีย...เอ้ยโอเมก้าแล้วค่ะ!

หลังจากดูจบไป1ซซั่นกับอีกสิบกว่าตอนเราก็สามารถรวบรวมแรงกาย แรงใจและแรงจิ้นมาปั่นเซนต์คู่สุดเลิฟของเราสำเร็จจนได้!(และหวังว่ามันจะไม่กลายเป็นไหดองใบใหม่)

โดยที่ในเรื่องนี้ไทม์ไลน์จะอยู่ในระหว่างช่วงจบภาคแรกและก่อนขึ้นภาคสองค่ะ ยังไงก็ขอให้อ่านให้สนุกนะคะ/โค้ง

Title : For you or me?

Paring : EdenxKouga

Rate : NC-15(?)

ตอนที่ 1

   เพกาซัส.....


   เสียงหนึ่งดังแว่วมาท่ามกลางความมืดที่ปกคลุมจนมองไม่เห็นซึ่งสิ่งอันใดส่งผลให้ดวงตาที่ปิดสนิทอยู่เริ่มขยับเปิดขึ้น ดวงตาคู่โตเปิดขึ้นแล้วมองไปรอบข้างที่มืดสนิทด้วยความงัวเงีย เขาเหมือนได้ยินเสียงเรียกแต่กลับหาต้นเสียงนั้นไม่พบและจดจำไม่ได้ว่าเป็นเสียงของใครกันแน่

   โคกะลุกขึ้นจากเตียงที่นอนอยู่และลองมองไปรอบข้างอีกครั้งแต่ก็ไม่พบสิ่งใดผิดปกตินอกจากเตียงข้างๆที่ว่างเปล่า ผ้าปูเตียงปรากฏรอยยับย่นบ่งบอกว่าก่อนหน้านี้เคยมีคนนอนอยู่ทำให้โคกะอดสงสัยไม่ได้ว่าเพื่อนร่วมห้องของเขาหายไปไหน

   “เอเดนไปไหนกัน”เขาไม่ได้ดูนาฬิกาก็จริงแต่ก็เดาได้ว่ามันน่าจะอยู่ในช่วงกลางดึก ดังนั้นเขากับเอเดนที่เป็นคนเจ็บก็ไม่ควรจะออกไปไหนมาไหนแท้ๆ เมื่อเกิดความสงสัยขึ้นมาสุดท้ายโคกะจึงตัดสินใจลุกขึ้นและเดินออกจากห้องที่พักอยู่ออกไปข้างนอกทันที

   ขณะที่เดินอยู่เขาก็หวนคิดถึงเหตุการณ์ต่อสู้อันดุเดือดที่เพิ่งผ่านไปได้ไม่นานขึ้นมา หลังจากที่การต่อสู้กับมาร์สจบลงในที่สุดเขาก็สามารถปราบเทพแห่งความมืดอาพุสและช่วยอาเธน่าได้แล้วทุกคนก็มารักษาตัวที่แซงค์ทัวรี่กัน ผลจากการต่อสู้ทำให้เขาถึงกับหลับไปหนึ่งสัปดาห์

   จากนั้นใครที่เริ่มหายดีก็ช่วยกันลงมือซ่อมแซมแซงค์ทัวรี่ที่เสียหายจากการต่อสู้เป็นการใหญ่ ความจริงเขาก็อยากช่วยด้วยแต่เนื่องจากยังไม่หายดีจึงต้องมานอนพักอยู่ที่ห้องพักคนป่วยกับเอเดนที่อาการหนักไม่แพ้กัน ความจริงเขารู้สึกว่าตัวเองไม่เป็นไรแล้วแต่พอเห็นอาเธน่ามองมาด้วยความเป็นห่วงเขาจึงยอมนอนพักอยู่เฉยๆ ระหว่างที่กำลังเดินตามหาเอเดนท่ามกลางความมืดเขาก็มองเห็นแสงสว่างวาบอยู่ไม่ไกลออกไปนักพร้อมกับขุมพลังคอสโมที่เขารู้จัก

   “แสงนั่นมัน...”แสงสว่างเพียงชั่ววินาทีเหมือนกับสายฟ้า เมื่อเห็นดังนั้นเด็กหนุ่มก็รีบวิ่งไปทางนั้นทันที

   เส้นทางที่ไม่คุ้นเคยทำให้โคกะหงุดหงิดที่ไปไม่ถึงจุดหมายเสียที เขาได้แต่มองไปยังแสงที่เหมือนกับสายฟ้าที่เกิดขึ้นบางครั้งในทิศทางเดิมๆ อากาศในคืนนี้ค่อนข้างไม่ค่อยดีเพราะอยู่ในช่วงใกล้ฤดูฝนทำให้ท้องฟ้ามีเมฆมากจนบดบังแสงจันทร์ยิ่งทำให้เขามองไม่เห็นทางเดิน โคกะไม่รู้เหมือนกันว่าตนเองเดินมาไกลแค่ไหนเพราะเมื่อรู่ตัวอีกทีเบื้องหน้าของเขาก็ปรากฏลานกว้างที่รายล้อมไปด้วยซากผุพังมากมายซึ่งเขาเดาว่ามันคงจะเป็นลานฝึกซ้อมที่ไม่ได้ใช้แล้ว

   ท่ามกลางความมืดเขามองอะไรแทบไม่เห็นแต่ก็รับรู้ได้ถึงพลังคอสโมของเอเดนที่คล้ายกับกำลังจะปะทุขึ้นมาและยังไม่ทันที่เขาจะได้ร้องเรียกออกไปสายฟ้าเส้นหนาก็ถูกส่งจากท้องฟ้ามายังผืนดิน

   เปรี้ยง!

   เสียงสะเทือนลั่นของมันทำให้เขาถึงกับหูอื้อแต่เพราะแสงสว่างของมันทำให้เขามองเห็นว่ากลางลานซ้อมนี้มีร่างของเอเดนยืนหันหลังให้กับเขาอยู่ ในเวลาต่อมาหลังจากที่สายตาเริ่มชินกับความมืดเค้าร่างของชายเบื้องหน้าก็เริ่มชัดเจนขึ้นทีละนิด

   แผ่นหลังของคนตรงหน้าที่กว้างกว่าเขาให้ความรู้สึกน่าเกรงขามประกอบกับกลิ่นอายของชายที่ถูกโชคชะตาสร้างมาเพื่อเป็นบุตรชายของมาร์สยิ่งส่งเสริมให้เอเดนดูห้าวหาญกว่าใคร ทว่าโคกะกลับรู้สึกถึงความอ้างว้างของแผ่นหลังที่แสนโดดเดี่ยวนั้นก่อนจะเข้าใจว่าเพราะอะไร

   เพราะว่าหลังจากวันนั้นเอเดนก็ไม่เหลือใครอีกเลย.....

   เอเดนเป็นคนที่แข็งแกร่ง เขารู้และมั่นใจแบบนั้นแต่ว่าแผ่นหลังที่โดดเดี่ยวนั้นกลับเหมือนกำลังเรียกร้องให้ใครสักคนยื่นมือไปหาเพื่อบอกว่าเขาไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว พริบตานั้นเองที่โคกะเดินเข้าไปใกล้แผ่นหลังนั้นอย่างไม่รู้ตัวและยื่นมือออกไปช้าๆ
   เสียงเดินเพียงก้าวแรกก็ทำให้เอเดนรู้ตัวแล้วว่ามีใครกำลังมาแต่คงเพราะไม่มีรังสีคุกคามชายหนุ่มจึงทำแค่หันกลับมา หากแต่วินาทีที่ใบหน้าของโคกะสะท้อนเข้ามาในแววตาของเอเดน ดวงตาสีเขียวคู่นั้นกลับเบิกกว้างคล้ายกับกำลังตกใจอย่างที่เจ้าตัวไม่เคยทำมาก่อน

   ความสงสัยก่อเกิดขึ้นในตัวของโคกะแต่ยังไม่ทันที่จะได้เอ่ยอะไรออกไป ความเจ็บปวดตามร่างกายกลับพุ่งพล่านขึ้นมาได้อย่างถูกเวลาจนน่าแปลกใจ เขารู้สึกเจ็บไปหมดตั้งแต่ปลายนิ้วจนถึงสมอง ภาพตรงหน้าเริ่มพร่าเลือนและกำลังถูกแทนที่ด้วยความมืด เขามองเห็นแต่เพียงปากของเอเดนที่ขยับคล้ายกำลังเรียกใครสักคนแต่หูของเขาก็ไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว
   วินาทีต่อมาเขาก็สิ้นสติไป....

   แสงอาทิตย์จากเช้าวันใหม่ปลุกให้โคกะลืมตาตื่นขึ้นจากที่นอนด้วยความงุนงงเมื่อพบว่าตัวเองยังคงนอนอยู่บนเตียง หัวของเขาปวดไปหมดความทรงจำก็ขาดหายเขาจำได้อย่างเลือนรางว่าเมื่อคืนเขาออกไปตามหาเอเดน เมื่อนึกได้โคกะจึงลองหันไปมองเตียงข้างๆแต่ก็พบเพียงความว่างเปล่า ผ้าห่มบนเตียงถูกพับเก็บอย่างเรียบร้อย ผ้าปูเตียงก็ตึงเรียบจนเหมือนกับไม่เคยมีใครใช้มาก่อน สิ่งเดียวที่บ่งบอกว่าห้องนี้ยังมีอีกคนอยู่ด้วยคือกระเป๋าเสื้อผ้าใบไม่ใหญ่มากที่วางอยู่ท้ายเตียงกับหนังสือเล่มหนึ่งที่ว่างอยู่ตรงโต๊ะข้างเตียง

   “ไม่อยู่งั้นเหรอ”โคกะอดที่จะแปลกใจไม่ได้ถึงจะรู้ว่าเอเดนบาดเจ็บไม่หนักเท่าเขาและเริ่มหายดีจนไปไหนมาไหนได้แล้วแต่ปกติเอเดนก็แทบจะไม่ออกไปไหนอยู่แล้วด้วยเพราะว่าแม้จะเป็นหนึ่งในผู้ที่ร่วมต่อสู้มากับ เพกาซัสผู้สังหารเทพเช่นเขาแต่ฐานะบุตรชายของมาร์สผู้เป็นศัตรูก็ย่อมทำให้มีคนไม่ชอบหน้าเอเดนมากมาย แน่นอนว่าเจ้าตัวก็รู้เรื่องนี้ดีจึงเลี่ยงที่จะไม่ออกไปไหนและนั่งอ่านหนังสือเงียบๆในห้องหรือบางทีก็ออกกำลังนิดหน่อยเพื่อทำกายภาพให้กับร่างที่บาดเจ็บซึ่งนั่นเป็นภาพที่โคกะเห็นจนชินตา

   ถ้าให้พูดถึงความสัมพันธ์ของเขากับเอเดนทั้งสองฝ่ายก็ไม่อาจเรียกได้อย่างเต็มปากว่าเพื่อนพ้อง แม้เอเดนจะช่วยเขาแต่นั่นก็เพื่ออาเรียเท่านั้น นอกจากเรื่องอาเรียแล้วก็เรียกได้ว่าเขาสองคนไม่มีความเกี่ยวข้องใดๆต่อกันเลย เขาไม่ได้สนิทกับเอเดนพอทีจะคุยเล่นหยอกล้อด้วยกันได้เมื่อรวมกับนิสัยไม่ชอบสุงสิงกับใครของเอเดนจึงทำให้เขาสองคนแทบไม่เคยคุยกันเลยตลอดเวลาที่อยู่ร่วมห้องกัน

   “ช่างเถอะ หมอนั่นก็คงมีเรื่องส่วนตัวที่ต้องทำบ้าง”จากนั้นโคกะก็ลุกขึ้นเก็บที่พับผ้าห่มวางกองลงบนเตียงแบบง่ายๆตามนิสัยคนสบายๆไม่เข้มงวดและลุกขึ้นเดินเข้าห้องอาบน้ำไป หลังถอดเสื้อผ้าแล้วโคกะก็ยืนมองตัวเองที่เต็มไปด้วยผ้าพันแผลในกระจก

   “แผลก็ไม่มีเลือดซึมแล้วน่าจะแกะได้แล้วละมั้ง”แล้วโคกะก็จัดการแกะผ้าพันแผลออกทันที แผลของเขาปิดหมดแล้วขอเพียงไม่ออกแรงมากเกินไปแผลก็คงไม่เปิดอีก ที่สำคัญตลอดช่วงเวลาที่ต้องพันแผลเอาไว้เขาถูกสั่งห้ามอาบน้ำอย่างเด็ดขาดทำได้เพียงเช็ดตัวทุกวันเท่านั้น ดังนั้นต่อให้ไม่ใช่คนรักสะอาดแต่เขาก็อยากจะอาบน้ำล้างตัวเหมือนกัน พอเห็นว่าบาดแผลเริ่มหายจนเกือบหมดโคกะก็อารมณ์ดีและสบายใจจนลืมความเจ็บปวดเมื่อคืนไปจนหมดสิ้น

   หลังออกมาจากห้องพักโคกะก็ตรงไปยังตำหนักของคิโดะ ซาโอริหรืออาเธน่าทันที แม้จะไม่มีบาดแผลแต่เพราะว่าถูกดูดพลังไปไม่น้อยทำให้อาเธน่าต้องพักรักษาตัวเพื่อฟื้นฟูพลังอยู่ในตำหนักโดยไม่ได้ออกไปไหนเขาจึงอยากไปพบเพื่อเยี่ยมเยียนและบอกว่าตัวเองแข็งแรงดีแล้ว

   “เฮ้ โคกะ!”เสียงคุ้นหูดังอยุ๋ไม่ไกลนักพอมองไปทางที่ได้ยินเสียงเขาก็เห็นโซมะกำลังเดินมาหาโดยที่เบื้องหลังคือคนกลุ่มหนึ่งกำลังเก็บกวาดซากสิ่งก่อสร้างที่พักทลายลงมาอยู่เบื้องหลัง

   “หายดีแล้วงั้นเหรอ”โซมะถามพลางยกแขนขึ้นกอดคอโคกะ เด็กหนุ่มหัวเราะก่อนตอบ

   “แหงอยู่แล้ว ทีนี้จะได้บอกลาความเบื่อหน่ายสักที ว่าแต่มีอะไรให้ฉันช่วยบ้างล่ะ”หลังเจอเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบเดือนทำให้โคกะล้มเลิกความคิดไปหาอาเธน่าและออกปากจะช่วยเหลืองานฟื้นฟูแซงค์ทัวรี่ที่แสนสำคัญของอาเธน่าแทน ได้ยินดังนั้นเพื่อนสนิทก็หัวเราะร่าก่อนจะตอบ

   “มีเพียบเลยล่ะ ตั้งแต่...”แล้วโซมะก็จัดการสาธยายออกมายาวเหยียดอย่างที่รู้ว่าแกล้งทำจนโคกะตาลายได้แต่เลือกอันที่อยู่หลังสุดมาทำซึ่งก็คือขนเศษหินไปทิ้งเหมือนที่โซมะกำลังทำอยู่

   “จริงสิแล้วพวกยูนะล่ะ”ขณะที่กำลังขนเศษหินใส่ในรถเข็นโคกะก็ถือโอกาสถามข่าวคราวของเพื่อนๆคนอื่น

   “เห็นว่าจะกลับบ้านเกิดกันหมดน่ะ ทางฮารุโตะกับริวโฮคงกลับไปหาครอบครัวแต่ยูนะเห็นว่าจะไปไหว้หลุมศพที่บ้านเกิดแล้วเดินทางไปจามิลต่อเพื่อซ่อมคล็อธน่ะ”โคกะพยักหน้ารับอย่างเข้าใจเพราะรู้ว่าที่บ้านเกิดของยูนะไม่มีใครเหลืออยู่อีกแล้ว หลังจากเยี่ยมเยียนหลุมศพเธอก็คงกลับมาที่นี่เพื่อดำเนินชีวิตในฐานะเซนต์ตลอดไป

   ความเข้มแข็งของยูนะทำให้เขาอดที่จะนับถืออีกฝ่ายไม่ได้เมื่อเทียบกับตัวเขาในตอนนี้ พลังของเทพแห่งความมืดยังคงหลงเหลืออยู่ในตัวเขาและไม่รู้ว่าวันใดพลังของมันจะเข้าครอบงำเขาอีกครั้ง เขากลัวที่จะต้องต่อสู้เพราะเขาไม่อยากให้ตัวเองเผลอทำร้ายคนสำคัญเข้า แต่ว่าถ้าหากไม่ได้เป็นเซนต์ ไม่ได้ต่อสู้แล้วตัวเขาควรจะไปอยู่ที่ใดกัน

   เขาเป็นเด็กกำพร้าที่อาเธน่าเลี้ยงดูขึ้นมาเพื่อที่จะเป็นเพกาซัส ชีวิตของเขามีเพียงแค่นั้นปม้รู้ดีว่าถ้าเขาบอกว่าไม่อยากเป็นอาเธน่าก็คงยิ้มและยอมรับมันได้แต่ตัวเขาก็ไม่อยากทอดทิ้งสถานที่อันแสนสำคัญนั้นทำให้เขายังคงสวมสร้อยคล็อธสโตนไว้ตามเดิม คล็อธสโตนที่แตกร้าวจนหม่นหมองช่างเหมาะกับตัวเขาในเวลานี้จนน่าหัวเราะ

   “โคกะ...เฮ้ โคกะ ได้ยินมั้ย!”เสียงของโซมะเขายังได้ยินอยู่ แต่ปากของเขากลับไม่ขยับ ความรู้สึกเจ็บปวดแบบเดียวกับเมื่อคืนหวนกลับมาทำให้เขาระลึกถึงและจดจำได้ว่าเมื่อคืนนี้เกิดอะไรขึ้นและเขาในตอนนี้ก็กำลังจะจบเหมือนเมื่อคืน โคกะรู้ตัวว่าตัวเองกำลังล้มลงแต่ก็ห้ามตัวเองไม่ได้เหมือนกับที่ไม่อาจประคองสติให้อยู่ต่อไปได้

   เขาหมดสติไปอีกครั้งแต่ในคราวนี้เขากลับได้ตื่นขึ้นมาเพื่อพบกับฝันร้าย...

   เพกาซัส....

   เสียงนี้อีกแล้ว.....เสียงที่จำไม่ได้ว่าเป็นของใครแต่กลับให้ความรู้สึกเย็นเยียบจนน่ากลัว เสียงที่แจ่มชัดขึ้นเรื่อยๆให้ความรู้สึกเหมือนตัวเขากำลังจะถูกบดขยี้ในเงื้อมมือของอีกฝ่ายที่มองไม่เห็น ทั่วร่างของเขาเจ็บปวดไปหมดเหมือนถูกมืออันใหญ่ยักษ์จับเอาไว้และออกแบบบีบเหมือนกับจะขยี้ตัวเขาให้แหลกเละ

   โคกะพยายามที่จะออกแรงแต่ร่างกายก็ไม่ขยับแม้แต่นิดเดียว ร่างกายหนักอึ้งเหมือนกับไม่ใช่ร่างของตัวเองทั้งที่มีสติอยู่ครบถ้วนแต่กลับควบคุมไม่ได้ทำให้เด็กหนุ่มทั้งเจ็บใจและเริ่มหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน

   “....”ลำคอที่แห้งผากพยายามเปล่งเสียงออกไปด้วยความหวังอย่างแรงกล้า

   “ช่วย...ใครก็ได้...ช่วยด้วย.....”พริบตานั้นเองที่รอบข้างของเขากลับปรากฏแสงสว่างขึ้นรอบทิศพร้อมกับเสียงครืนลั่นที่กลบเสียงทุกอย่างจนหมด ความรุนแรงของสิ่งที่เกิดขึ้นได้ผลักให้สติของเขากลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง

   พริบตาต่อมาโคกะลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับอาการหอบสั่น แผ่นหลังชื้นไปด้วยเหงื่อแต่กลับรู้สึกได้ว่ารางกายเย็นเฉียบ พอลองกวาดตาดูเขาจึงรู้ว่าเขากำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องของเขากับอีกคนหนึ่ง

   “รู้สึกตัวแล้วเหรอ”เสียงที่ได้ยินดังมาจากเพื่อนร่วมห้องที่เขาเพิ่งรู้ตัวว่ายืนอยู่ข้างเตียงเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

   “เอเดน”เขาเรียกอีกฝ่ายและพยายามลุกขึ้นอย่างยากลำบากโดยที่อีกฝ่ายไม่ได้ยื่นมามาช่วยเขาแม้แต่นิดเดียวถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้ต้องการความช่วยเหลือก็ตาม

   “นายไปไหนมา”โคกะถาม เอเดนไม่ตอบแต่กลับกระชากแขนบังคับให้เขาลุกขึ้นยืน ข้อมือที่ถูกคว้ารู้สึกเจ็บจนต้องนิ่วหน้าแต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ปล่อยมือจนกระทั่งเขาสามารถทรงตัวได้

   “ผมมีเรื่องที่ต้องจัดการให้เรียบร้อย ตามมา”พูดจบเอเดนก็เดินออกไปโดยไม่ฟังความเห็นของคนถูกสั่งแม้แต่นิดเดียว แน่อนนว่าโคกะรู้สึกไม่พอใจที่ถูกสั่งแต่ก็ยังอยากรู้สาเหตุของเรื่องที่เกิดขึ้นกับการเปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของเอเดน จริงอยู่ที่ตอนแรกเขาสองคนเป็นศัตรูกัน แต่ตอนนี้ทุกอย่างมันจบแล้วเอเดนเองก็ไม่ได้แสดงความเป็นศัตรูอีกแล้วยกเว้นแต่ท่าทางเมื่อครู่นี้

   “เรื่องที่ต้องจัดการคืออะไร”ขณะที่เดินตามโคกะก็ถามสิ่งที่อยากรู้ออกไปแต่เอเดนก็ยังไม่ตอบเหมือนเดิม ชายตรงหน้ายังคงเดินต่อไปอย่างสม่ำเสมอโดยไม่แม้แต่จะหันมามองคนที่ตามหลังเลย หลังจากนั้นไม่ว่าจะพูดอะไรเอเดนก็ยังไม่ตอบเหมือนเดิมจนสุดท้ายโคกะก็ยอมแพ้เดินตามไปเงียบๆ

   ตอนนี้ท้องฟ้ากลายเป็นสีดำสนิทแล้วโคกะถึงได้รู้ตัวว่าเขาหมดสติไปทั้งวันเลยซึ่งนั่นคงทำให้ทุกคนเป็นห่วงไม่มากก็น้อย คงเพราะฝืนร่างกายไปใช้แรงงานถึงได้เป็นลมล้มพับไปอย่างน่าอับอายแบบนั้นแถมยังต้องลำบากให้โซมะแบกกลับมาส่งที่ห้องอีกต่างหาก
   “รีบๆตามมาได้แล้ว”น้ำเสียงเอ่ยเร่งดังมาจากคนที่อยู่ข้างหน้าทำให้โคกะยิ่งไม่พอใจ

   “ไม่ต้องมาสั่ง”โคกะตอบอย่างหัวเสียแต่ก็รีบเร่งฝีเท้าเพื่อเดินตามคนตรงหน้าให้ทัน หลังเดินไปได้สักพักโคกะถึงรู้ว่านี่เป็นทางที่เขาเดินตามหาเอเดนเมื่อคืน ทางไปยังลานฝึกซ้อมอันรกร้างที่เหมือนถูกซ่อนเอาไว้ไม่ให้ใครรู้จัก เมื่อถึงจุดหมายหรือก็กลางลานฝึกซ้อมที่เขากับเอเดนกำลังยืนอยู่เอเดนถึงได้หันกลับมาหาเขาแล้วพูดประโยคที่ไม่น่าเชื่อประโยคหนึ่งออกมา

   “สวมคล็อธซะ เราจะต้องตัดสินกันที่นี่”คำพูดนั้นทำให้โคกะถึงกับนิ่งอึ้งไปในทันที หากเป็นคนอื่นเขาคงหัวเราะแล้วถามว่าล้อนเล่นใช่ไหมแต่กับคนตรงหน้านั้นต่างกัน ต่อให้ไม่รู้จักกันดีแต่ไม่ว่าใครก็มองออกว่าเอเดนเป็นคนจริงจังและไม่เคยล้อเล่นเหมือนกับแววตาของเอเดนที่จับจ้องมายังตัวเขาในตอนนี้

   “อย่าให้ผมต้องพูดซ้ำ”สิ้นคำนั้นคล็อธสโตนบนถุงมือของอีกฝ่ายก็สว่างวาบก่อนจะปรากฏชุดเกราะสีเงินคุ้นตาบนร่างสูงนั้นบ่งบอกว่าเอาจริงมากแค่ไหน

   “ชิ...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน”ในวินาทีต่อมาคล็อธสโตนเพกาซัสก็เปล่งประกายกลายเป็นชุดเกราะที่เต็มไปด้วยรอยร้าวบนตัวของโคกะเพราะผลจากการต่อสู้กับอาพุสแต่เด็กหนุ่มก็ไม่มีเวลาสนใจเมื่อเอเดนได้พุ่งหมัดเข้ามาตรงหน้าของเขา

   เปรี้ยง!

   เสียงของกำปั้นปะทะกันดังสนั่นกลบซึ่งทุกสรรพเสียงก่อนที่โคกะจะยกขาขึ้นเตะเข้าที่สีข้างของเอเดนเต็มแรงแต่ก็ถูกอีกฝ่ายเอาแขนมากันไว้อย่างง่ายดายทั้งยังส่งกระแสไฟฟ้าวิ่งเข้ามาในร่างกายของเขาส่งผลให้โคกะรีบถอยห่างออกไปทันที สายฟ้าของเอเดนอาจจะไม่ได้แรงมากแต่ก็ทำให้กล้ามเนื้อของเขาเริ่มเกิดอาการชาขึ้นมาทำให้โคกะเคลื่อนไหวช้าลงเล็กน้อย แต่โคกะก็ไม่ยอมแพ้ก่อนจะเงื้อหมัดพุ่งเข้าหาเอเดนอีกครั้ง

   “ทำไมฉันต้องมาสู้กับนายด้วย!”อดที่จะถามไม่ได้เมื่ออยู่ๆคนที่คิดว่าจะสามารถเป็นเพื่อนกันได้กลับกล้าที่จะทำร้ายเขาโดยไม่ลังเล ดวงตาที่แข็งกร้าวจ้องกลับไปก่อนจะตอบ

   “เพราะอาเรียกำลังร้องไห้”ทันทีที่ได้ยินชื่อของเด็กสาวที่จากไปแล้วโคกะก็ถึงกับชะงักจนโดนเอเดนชกเข้าที่ท้องเต็มแรงจนร่างของเขาปลิวไปกระแทกกับเสาหินที่เหลืออยู่ด้านหลังแต่ในตอนนี้เขาไม่ได้นึกเจ็บแม้แต่นิดเดียว ในหัวของเขามีแต่คำพูดที่ฟังแล้วไม่เข้าใจของเอเดน

   “อาเรียกำลังร้องไห้?”จะเป็นไปได้อย่างไร...เขาไม่อาจจะเชื่อสิ่งที่เอเดนพูดได้เพราะครั้งสุดท้ายที่ได้พบเธอ แม้จะตายไปแล้วแต่เธอก็ยังยิ้มและขอบคุณกับเขาอยู่เลย ทว่า..สายตาของเอเดนไม่ได้โกหกแต่ก็ไม่ต้องรอให้ถูกถามเอเดนก็เป็นฝ่ายพูดออกมาด้วยตัวเอง

   “เมื่อคืนนี้อาเรียมาหาผม เธอบอกให้ผมตามมาที่นี่ เมื่อมาถึงเธอก็ร้องไห้ดวยความเจ็บปวดและทรมาณซึ่งมันก็เป็นความผิดของนายที่ปกป้องเธอไม่ได้”คำพูดของเอเดนยิ่งทำให้เขาไม่อยากจะเชื่อ ต่อให้รู้จักกันได้ไม่นานแต่เขาก็รู้ดีว่าอาเรียไม่มีทางโทษเรื่องความตายของตนเองว่าเป็นความผิดของเขาหรือของใครก็ตาม

   “ผมคิดอยู่เสมอว่าถ้าหากนายไม่ได้พาเธอไปเธอก็คงไม่ต้องตาย ถ้าหากตอนนั้นเธอยืนอยู่เคียงข้างผม ผมก็คงสามารถปกป้องเธอได้...”ขณะที่พูดอยู่ฝ่ายนั้นก็เดินเข้ามาหาเขาแล้วมองเขาด้วยสายตาที่เจ็บปวด มือทั้งสองข้างกำแน่นจนได้ยินเสียงกระดูกลั่น

   “เพราะนายผมถึงต้องสูญเสียเธอไป!”ทุกคำที่ได้ยินตอกย้ำลงไปในใจเขาจนเจ็บ โคกะไม่อาจปฏิเสธคำพูดของเอเดนได้เลย ต่อให้เอเดนไม่พูดเขาก็ยังคิดอยู่เสมอว่าถ้าหากเขาแข็งแกร่งกว่านี้ก็คงปกป้องอาเรียได้ แต่ว่า....

   “นายต่างหากล่ะ ทั้งที่อยู่ข้างๆเธอมาตลอดแต่ทำไมถึงไม่ปกป้องรอยยิ้มของเธอ!”เขายังจำครั้งแรกที่พบกับอาเรียได้ ทั้งที่เธอมีใบหน้าน่ารักแต่กลับไร้รอยยิ้มใดๆ มีแต่เพียงความเศร้าและทุกข์ทรมาณ

   “คนขี้ขลาดแบบนายไม่มีสิทธิ์มาว่าฉัน!”โคกะตะโดนกลับไปพร้อมเงื้อหมัดขึ้นเพื่อจะใช้ท่าเพลงหมัดดาวหาง เด็กหนุ่มสูดลมหายใจลึกและรวบรวมพลังคอสโมเพื่อที่จะยุติการต่อสู้อันไร้ประโยชน์นี้ ทว่า...

   “อึ่ก!”ความเจ็บปวดที่ร่างกายกลับเกิดขึ้นอีกครั้ง พลังที่รวบรวมมาได้สลายหายไปเหมือนกับน้ำในแก้วที่แตกร้าวพริบตานั้นเองที่เบื้องหน้าของเขาปรากฏสายฟ้าสีเงินในอุ้งมือของเอเดน

   “Tonitrui Saltare!”สิ้นเสียงคำรามของเอเดนลูกบอลสายฟ้าก็พุ่งเข้าหาโคกะอย่างไร้ซึ่งความลังเล

   “อ้าก!!!!!!!!!!!”โคกะกรีดร้องอย่างเจ็บปวดขณะที่สายฟ้าอันรุนแรงแล่นไปทั่วร่าง รู้สึกได้ว่าผิดหนังของเข่ระอุด้วยความร้อนของพลังสายฟ้าจนได้กลิ่นเนื้อไหม้ เมื่อพลังของเอเดนหมดไปโคกะก็ไม่อาจทรงตัวให้ยืนหยัดได้อีกต่อไป ร่างที่บาดเจ็บพยายามจะหยัดยืนแต่ก็ไม่อาจฝืนกายได้และค่อยๆล้มลงไป

   หมับ!

   เอเดนคว้าข้อมือของโคกะเอาไว้ก่อนที่จะล้มลง เดิมทีโคกะคิดว่าหลังจากได้ระบายโทสะออกไปเอเดนก็คงได้สติขึ้นมาแต่ทุกอย่างมันกลับโหดร้ายยิ่งกว่านั้นเพื่อมือที่จับเขาเอาไว้ได้กระชากให้ร่างของเขากระแทกลงบนพื้นหินแข็งโดยมีร่างของเอเดนคร่อมอยู่ด้านบน

   “เอ...เดน...”นัยน์ตาสีน้ำตาลคู่นั้นสบมองไปยังใบหน้าเฉยชา ไม่รู้ว่าทำไมในเวลานั้นเขากลับรู้สึกหวาดกลัวคนตรงหน้าจับใจยิ่งกว่าครั้งใดๆและเรื่องที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ก็ได้กลายเป็นคำตอบลางสังหรณ์ของโคกะเป็นอย่างดี

   “อย่าคิดว่ามันจะจบแค่นี้ ผมจะทำให้นายทรมาณที่สุดเพื่อตอบแทนเรื่องของอาเรีย”ในมือของเอเดนสว่างวาบเพราะกระแสไฟฟ้าจากนั้นชายหนุ่มจึงวางมันลงบนอกของโคกะหรือตำแหน่งของคล็อธสโตน

   เพล้ง....

   แว่วเสียงของบางสิ่งที่แตกสลายเพียงบางเบา นั่นคือเสียงของคล็อธสโตนที่ถูกทำลายจนแตกร้าว คล้ายได้ยินเสียงร้องด้วยความทรมาณของวิญญาณเพกาซัสในชุดคล็อธดังเข้ามาในโสตประสาท ช่างเป็นเสียงที่เจ็บปวดพอๆกับใจของโคกะในเวลานี้

   “คล็อธเพกาซัส.....คุณซาโอริ....”คล็อธสโตนอันแสนสำคัญที่ได้รับมาจากคนที่สำคัญกว่าใครแหลกสลายไปต่อหน้าต่อตา โคกะรู้สึกโกรธแต่อีกด้านหัวของเขากลับว่างเปล่าไปหมดเมื่อของสำคัญถูกทำลายต่อหน้าต่อตา แต่ดูเหมือนจะยังไม่สาแก่ใจเอเดนเมื่อชายหนุ่มยังคงคิดจะกระทำสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าเมื่อมือทั้งสองข้างกระชากเสื้อผ้าภายใต้ชุดคล็อธที่หายไปแล้วจนขาด

   แคว่ก!

   เสียงเสื้อผ้าขาดทำให้โคกะกลับมารู้สึกตัว ความหวาดกลัวอันไร้ที่มากำลังทำให้กายของเขาสั่นผวาด้วยนึกหวาดหวั่นต่อสิ่งที่ไม่เคยคิดว่ามันจะเกิดขึ้นกับตัวเองเมื่อเอเดนกระชากกางเกงของเขาหลุดอออกจากตัว

   “นายจะทำอะไร....”เขาไม่คิดว่าตัวเองจะไม่รู้หากแต่กลัวคำตอบที่ถูกต้องจับใจโดยเฉพาะเมื่อชุดคล็อธโอไรอ้อนได้กลับมาเป็นคล็อธสโตนบนถุงมือสีดำของเอเดนเหมือนเดิม

   “ผมจะช่วงชิงทุกอย่างมาจากนาย ไม่ว่าจะสิ่งสำคัญใดๆหรือกระทั่งศักดิ์ศรีให้เหลือแต่เพียงชีวิตที่ว่างเปล่าเท่านั้น!”สิ้นคำประกาศนั้นขาของเขาก็ถูกแยกออกโดยมีตัวเอเดนแทรกอยู่ตรงกลาง เขาพยายามที่จะผลักร่างนั้นออกไปแต่ก็ทำไม่ได้เพราะอาการบาดเจ็บทำให้เขาไร้ซึ่งเรี่ยวแรงใดๆจะต่อต้าน

-----------------------หลังไมค์ONLY--------------------------------

   ท่ามกลางความพ่ายแพ้ที่ถูกกระทำซ้ำเติม เด็กหนุ่มกัดริมฝีปากด้วยความโกรธแค้นทั้งกับผู้กระทำและตนเองที่อ่อนแออย่างน่าสมเพช ความเจ็บเริ่มกลายเป็นความชาหากแต่ความเจ็บของส่วนที่ถูกกระแทกร่างเข้ามากลับชัดเจนขึ้นทุกครั้งที่ถูกแทรกสอด ลมหายใจเริ่มสะดุดเพราะจังหวะกระแทกทั้นอันไร้ปรานีจวบจนกระทั่งอีกฝ่ายได้กระแทกเข้ามาด้วยแรงที่มากกว่าครั้งใดเพื่อปลดปล่อยธารอารมณ์เข้ามาในกายเขา

   อา...ในที่สุดก็จบสักที....

   โคกะคิดเช่นนั้นและอดที่จะยินดีจากใจไม่ได้เมื่อความทุกข์ทรมาณจะจบลง เอเดนถอนกายออกมาจากร่างที่หายใจหอบรัวและสั่นเทา ดวงตาคู่คมมองเสี้ยวหน้าที่แฝงด้วยความโล่งใจของโคกะก่อนจะกัดริมฝีปากและพลิกร่างนั้นคว่ำลงกับพื้นทำให้ความหวาดหวั่นกลับเข้ามาสู้ใบหน้าและดวงตาของโคกะอีกครั้งหนึ่ง

   “ม...ไม่นะ..อย่า..”เขาขอร้องอีกครั้งแต่ผลก็ไม่ต่างกับครั้งแรกเลยแม้แต่น้อย

   “อย่าคิดว่ามันจะจบเพียงแค่ครั้งเดียว”อีกฝ่ายบอกด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบและเริ่มลงมือข่มขืนเขาอีกครั้ง

   นับจากนั้นฝันร้ายของโคกะก็ได้เริ่มต้นขึ้น...

TBC.....

เริ่มต้นอย่างงงๆและจบลงอย่างน่าถีบ เอาจริงๆนะฉากเรทมันไม่มีอะไรเลยแต่ก็ขอเว้นข้ามไปนี๊ซนึงเพื่อความปลอดภัย ใครอยากอ่านก็PMมานะคะ

จากนี้ก็ขอฝากเหล่าเซนต์รุ่นใหม่กับนิยายเรื่อใหม่ของเราด้วยนะคะ

thxby428287xjko
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 24, มกราคม 2014, 11:23:07 PM โดย meiar » บันทึกการเข้า
Bitsaint
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Apprentice Saint
*

Photobucket 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
14, มกราคม 2014, 12:05:46 AM

กระทู้: 32
หมายเลขสมาชิก: 12458

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2013


กระทู้: 32
5.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Bitsaint
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 4 : Exp 57%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #1 เมื่อ: 18, กรกฎาคม 2013, 10:25:14 PM »

สวัสดีค่ะพี่มีอา หนูเพิ่งเข้าสมัครเมื่อไม่นานมานี้เองยังไม่มีความYเลยจริงๆนะ(ส่วนความจริง...) เเต่ถ้าพี่ลงฟิคอัสเดฟให้มันจะเป็นอะไรที่เพอเฟกต์มาก
(ท้ายที่สุดความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น) ฟิคนี้มีความเเปลกใหม่มากค่ะ ไม่นึกว่าจะได้เจอนะเนี่ย โคกะช่างน่าสงสาร พี่ลองคู่ริวโฮบ้างคะน่ารัก
รอติดตามตอนต่อไปนะคะ

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 9.0.576.0 Chrome 9.0.576.0

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #2 เมื่อ: 19, กรกฎาคม 2013, 12:40:21 PM »

สวัสดีค่ะพี่มีอา หนูเพิ่งเข้าสมัครเมื่อไม่นานมานี้เองยังไม่มีความYเลยจริงๆนะ(ส่วนความจริง...) เเต่ถ้าพี่ลงฟิคอัสเดฟให้มันจะเป็นอะไรที่เพอเฟกต์มาก
(ท้ายที่สุดความจริงมีเพียงหนึ่งเดียวเท่านั้น) ฟิคนี้มีความเเปลกใหม่มากค่ะ ไม่นึกว่าจะได้เจอนะเนี่ย โคกะช่างน่าสงสาร พี่ลองคู่ริวโฮบ้างคะน่ารัก
รอติดตามตอนต่อไปนะคะ

ขอบใจจ้า เอาจริงๆคู่อัสเดฟมีลงไว้ตอนนึงนะแล้วก็....ดอง......

เอาจริงๆรายการเขียนฟิคของเซนต์นี่ยาวยิ่งกว่างูอนาคอนด้าอีกค่ะ มีทั้งคู่ที่กำลังพยายามเขียนให้จบคือ ฟิคอิคคิxชุน+คางาโฮะxชุน เรื่องนี้ใกล้จบแล้ว

จากนั้นอาจเนียนไปเขียนฟิคสั้นชิจิฟอสxเอลซิดกับฮารุโตะxริวโฮ ซึ่งในระหว่างนั้นก็อยากปั่นอัสเดฟให้จบเหมือนกัน แถมยังีฟิคคาลเดียร์xเดเจลกับเท็นมะxอาโรนอีกที่อยากแต่ง

สรุปคือ...จะพยายามเขียนมาลงให้ได้ค่ะ ต้องรอติดตามค่ะ Grin

บันทึกการเข้า
Bitsaint
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Apprentice Saint
*

Photobucket 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
14, มกราคม 2014, 12:05:46 AM

กระทู้: 32
หมายเลขสมาชิก: 12458

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2013


กระทู้: 32
5.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Bitsaint
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 4 : Exp 57%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #3 เมื่อ: 23, กรกฎาคม 2013, 10:50:56 AM »

ดูท่ารายการฟิคของพี่จะยาวจริงๆเเหละค่ะ เหมือนเคยเห็นคู่อิคคิ x คางาโฮะ x ชุนด้วยนะคะ (ไม่ใช่อิคคิกดคางาโฮะ มัน.... ) ที่โฮะสิงร่างอิคคิ เเล้วก็ไปทำมิดีมิร้ายกับหนูชุน (กรี๊ดดดด  /เลือดกำเดาทะลัก) ใช่พี่มีอาเเต่งหรือเปล่า
ปัจฉิมลิขิต ภาคโอเมก้าพี่จะเอาคู่ไหนก็ได้ เพราะดูเหมือนจะจับจิ้นได้หมดเลย เเต่อย่าสยองมากนะคะพี่ คราวก่อนอ่านเจอคู่อันเดกับท่านมูไปทีนึง หน้าหงายเลย

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 9.0.576.0 Chrome 9.0.576.0

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #4 เมื่อ: 23, กรกฎาคม 2013, 12:45:02 PM »

ดูท่ารายการฟิคของพี่จะยาวจริงๆเเหละค่ะ เหมือนเคยเห็นคู่อิคคิ x คางาโฮะ x ชุนด้วยนะคะ (ไม่ใช่อิคคิกดคางาโฮะ มัน.... ) ที่โฮะสิงร่างอิคคิ เเล้วก็ไปทำมิดีมิร้ายกับหนูชุน (กรี๊ดดดด  /เลือดกำเดาทะลัก) ใช่พี่มีอาเเต่งหรือเปล่า
ปัจฉิมลิขิต ภาคโอเมก้าพี่จะเอาคู่ไหนก็ได้ เพราะดูเหมือนจะจับจิ้นได้หมดเลย เเต่อย่าสยองมากนะคะพี่ คราวก่อนอ่านเจอคู่อันเดกับท่านมูไปทีนึง หน้าหงายเลย

ใช่จ้า ชื่อเรื่อง Once Again....อัพตอนใหม่แล้วจ้า ใกล้จบเต็มทีอีกไม่เกินสามตอนน่าจะจบแล้วจะมาปั่นเรื่องนี้เต็มที่เลย

ตอนนี้นั่งรอเอเดนมีบทอีกอย่างใจจดใจจ่อมาก คิดถึงเสียงเอเดนเวลาเรียกโคกะเต็มที(ถ้าเปลี่ยนมาเรียกว่าโคกะแทนเพกาซัสจะกรี๊ดกร๊าดมากๆๆ)

ปล.แล้วสนคู่ฮาร์บินเจอร์xกิกิมั้ยจ้ะ 555

บันทึกการเข้า
Bitsaint
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Apprentice Saint
*

Photobucket 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
14, มกราคม 2014, 12:05:46 AM

กระทู้: 32
หมายเลขสมาชิก: 12458

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2013


กระทู้: 32
5.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Bitsaint
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 4 : Exp 57%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #5 เมื่อ: 27, กรกฎาคม 2013, 10:25:25 PM »

เอ่อ คู่นี้เเปลกนะคะ   เเต่เอาจริงๆก็เคยเเอบคิด    เเต่ว่าเดี๋ยวโดนข้อหาพรากผู้เยาว์ จิ้นคู่เดิมดีกว่า
พี่มีอาจะลงตอนใหม่ยังเอ่ย รอกรี๊ดเลือดกำเดาทะลักอยู่น้าอย่าดองเลยมันเจ็บปวดใจ
ยิ่งฟิคสนุกมันไม่ค่อยมีอยู่(เพราะคงอ่านหมดเเล้ว)
สุดท้าย หนูได้รำไทยเป็นตัวพระด้วยเเหละ พอดีว่าตัวสูงกว่าคู่เลยเป็นชายซะงั้น เจมินี่หล่อมาก

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 9.0.576.0 Chrome 9.0.576.0

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #6 เมื่อ: 29, กรกฎาคม 2013, 01:01:27 PM »

มาอัพแล้วค่า พอดีแอบไปติดการ์ตูนมา(อีกแล้ว) ช่วงนี้กำลังเพ้อES21เป็นระยะๆเพราะเพิ่งไปถอยมาครบชุด 37 เล่ม เคยอ่านตอนแรกก็ไม่ได้คิดอะไรแต่พอมาอ่านตอนนี้อีกทีแบบว่า...คู่วายนักกีฬาชายมันช่างโมเอะมาก 555 แถมมีมากมายให้เลือกสรร...อะแฮ่ม นอกเรื่อง


ตอนที่ 2

   ฝันร้ายคือสิ่งที่ปรากฏขึ้นยามหลับใหลและจางหายไปในความเป็นจริง แต่ว่าสิ่งที่เด็กหนุ่มนั้นได้รับกลับเป็นฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนไม่ว่ายามหลับหรือตื่นก็ตาม...


   “......”เสียงหนึ่งดังขึ้นในความมืดแต่กลับจับความใดๆไม่ได้จวบจนกระทั่งดวงตาคู่นั้นเปิดออก แสงที่สาดส่องเข้ามาทำให้เขาต้องหรี่ตาลงเล็กน้อยก่อนจะพยายามลืมขึ้นเพื่อมองไปยังข้างหน้า คนแรกที่ได้เห็นหลังจากลืมตาตื่นก็คือโซมะ เพื่อนสนิทของเขาที่นั่งอยู่ข้างเตียงเขาและมีสีหน้าเป็นห่วง

   “โคกะ! ในที่สุดก็รู้สึกตัวสักที”โซมะตะโกนด้วยความยินดีเสียงดังชนิดที่ทำให้เขาแทบจะตาสว่างในทันที

   “นี่ฉัน.....”เขาจำไม่ได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นหลังจากที่.....

   พลันนั้นภาพความทรงจำที่อยากลืมก็ปรากฏขึ้นอย่างชัดเจนจนน่ารังเกียจ เขาตามเอเดนออกไปข้างนอก ต่อสู้กันและเขาเป็นฝ่ายแพ้แต่ความพ่ายแพ้ที่แท้จริงกลับน่าอัปยศยิ่งกว่านั้นเมื่ออีกฝ่ายได้ลงมือข่มขืนเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า ทั้งความรู้สึกที่ร่างกายถูกทำร้ายกับความรู้สึกน่าสมเพชยังคงมีอยู่เต็มเปี่ยม เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่าอ้อนวอนขอให้อีกฝ่ายหยุดไปกี่ครั้งแต่ก็ไม่มีครั้งใดเลยที่เอเดนจะหยุด เขาถูกข่มขืนจนกระทั่งสลบไป...

   “โคกะ!”โซมะตะโกนเรียกด้วยเสียงที่ดังกว่าเดิมด้วยความตกใจเมื่ออยู่ดีๆเพื่อนสนิทก็หน้าซีดขึ้นมาแถมลมหายใจก็ติดขัดเหมือนกับหายใจไม่ออก โคกะยกมือขึ้นปิดปากข่มกลั้นความรู้สึกคลื่นไส้เอาไว้ คล้ายกับว่าทุกสัมผัสที่ถูกยัดเยียดให้ยังติดตรึงอยู่บนร่างกายจนน่าขยะแขยง เขาไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นกับเขา

   “ทำใจดีๆไว้นะโคกะ นี่มันเกิดอะไรขึ้นเนี่ย!”ยิ่งเห็นท่าทางทรมาณนั้นโซมะก็ยิ่งร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูก จากเดิมทีที่หมอบอกว่าแค่ร่างกายอ่อนเพลียต้องการพักผ่อนทำให้เขาไม่ได้คิดอะไรมาก แต่พอเห็นโคกะนอนตัวสั่นหายใจไม่ออกเขาก็ถึงกับผวา

   “โคกะ!”เพื่อนสนิทร้องเรียกแต่โคกะก็ไม่ได้ยินอะไรอีกแล้วนอกจากคำพูดของเอเดนเมื่อคืนนี้

ผมจะช่วงชิงทุกอย่างมาจากนาย ไม่ว่าจะสิ่งสำคัญใดๆหรือกระทั่งศักดิ์ศรีให้เหลือแต่เพียงชีวิตที่ว่างเปล่าเท่านั้น!

ผมจะไม่มีวันหยุดเพียงเพราะคำอ้อนวอนไร้ค่าของนาย


   ร่างกายร้อนจนเหมือนผิวเนื้อกำลังโดนแผดเผา เพียงแค่ขยับนิดเดียวความเจ็บก็แล่นปลาบเข้ามาช่วงชิงเรี่ยวแรงทั้งหมดให้หายไป ความรู้สึกพะอืดพะอมกลืนกินลมหายใจของเขาจนหายใจไม่ออก

   “โคกะ!”ยิ่งเห็นท่าทางไม่สู้ดีของเพื่อนสนิทและอาการเหมือนสติไม่อยู่กับเนื้อกับตัวแบบนี้โซมะจึงใช้สองมือจับไหล่เพื่อนไว้เพื่อเรียกสติแต่ใครจะรู้ว่าเพียงแค่มือของเขาแตะลงบนผิวเนื้อนั้นโคกะก็ยกมือขึ้นปัดมือเขาออกอย่างรุนแรงด้วยท่าทางปฏิเสธเต็มที่

   “อย่า!”ความเจ็บที่มือโดนปัดแรงๆยังไม่เท่ากับความตื่นตระหนกของโซมะในตอนนี้เมื่อพบว่าเพื่อนสนิทที่เมื่อวานยังคุยเล่นหัวเราะด้วยกันมาในวันนี้กลับดูเปลี่ยนไปเหมือนเป็นคนละคน

   แม้จะไม่ได้ตั้งใจแต่โคกะก็ไม่อาจย้อนเวลากลับไปได้ เด็กหนุ่มได้แต่พยายามระงับอารมณ์ของตัวเองเอาไว้แล้วฝืนยิ้มให้กับเพื่อนเหมือนเรื่องเมื่อครู่เป็นเพียงเรื่องล้อเล่นเท่านั้น

   “ขอโทษที ฉันไม่ได้ตั้งใจ สงสัยจะไข้ขึ้นถ้าไงขอฉันนอนพักต่อเถอะนะ”สายตาของอีกฝ่ายบ่งบอกว่าไม่เชื่อแต่ก็ยังยอมพยักหน้า

   “ถ้างั้นก็อย่าฝืนล่ะ”ก่อนออกไปโซมะพูดทิ้งท้ายไว้ด้วยความเป็นห่วง โคกะพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม แต่เมื่อลับหลังประตูที่ปิดลงรอยยิ้มฝืนๆก็หายไปอย่างรวดเร็ว ร่างบอบบางทรุดลงกับที่นอนโดยที่สองมือพยายามจะกอดตัวเองเอาไว้คล้ายกับจะปลอบใจตัวเอง

   “มันก็แค่ฝันร้าย”และมันก็จบแล้ว...โคกะบอกตัวเองเช่นนั้นเพื่อให้ตัวเองสบายใจขึ้นสักนิดแต่แล้วเสียงหนึ่งกลับไม่ต้องการให้โคกะรู้สึกเช่นนั้น

   “รู้สึกตัวแล้วสินะ”เสียงที่ไม่อยากได้ยินที่สุดทำให้โคกะรีบหันกลับไปดูและพบว่าเอเดนเดินเข้าห้องมาตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ เอเดนยังคงอยู่ในชุดแขนยาวสีขาวตามปกติแต่ตอนนี้ทุกสิ่งที่เกี่ยวกับเอเดนกำลังทำให้เขาเกลียดชังและโกรธแค้น

   “เอเดน”ถ้าหากไม่ติดว่าตอนนี้ตัวเขาไร้เรี่ยวแรงจะต่อสู้โคกะก็คงไม่ลังเลเลยที่จะลุกขึ้นชกอีกฝ่ายเต็มแรง ท่าทางของโคกะไมได้ทำอะไรเอเดนมากกว่าการทำให้ชายหนุ่มเลิกคิ้วขึ้นน้อยๆเท่านั้น

   “ท่าทางจะแข็งแรงกว่าที่คิดนะทั้งที่เมื่อคืนทนไม่ไหวจนสลบไปแท้ๆ”คำพูดเรียบๆของเอเดนส่งผลให้โคกะชะงักไป เจ้าของใบหน้าขาวซีดเบิกตากว้างและในพริบตาต่อมาใบหน้าซีดเซียวนั้นกลับถูกเปลี่ยนเป็นสีแดงของความอายและความโกรธ

   “ไอ้วิปริต!”คำด่าทอนั้นไม่ได้ทำให้เอเดนดูมีท่าทีโกรธเคืองขึ้นมาเลยแต่ชายหนุ่มกลับเดินมาที่เตียงของโคกะ พอเห็นว่าอีกฝ่ายเดินเข้ามาใกล้ร่างกายก็เริ่มสั่นด้วยความกลัวอย่างห้ามไม่อยู่ โคกะได้แต่เขยิบกายถอยหนีซึ่งนั่นก็ไม่ได้ทำให้ระยะห่างของเขากับเอเดนเพิ่มขึ้นเลย ร่างสูงที่เดินมาถึงนั่งลงบนเตียงก่อนจะใช้มือกดลงบนลำคอของโคกะล็อคไว้กับเตียงทั้งยังออกแรงบีบจนหายใจแทบไม่ออก

   “ป..ปล่อย...”โคกะพยายามดันมือของเอเดนออกเต็มแรงเพราะเพียงแค่ถูกสัมผัสเขาก็ทั้งกลัวและขยะแขยงจนทนไม่ไหว เด็กหนุ่มนึกแค้นความอ่อนแอของตัวเองในตอนนี้จับใจ

   “รังเกียจงั้นเหรอ”เอเดนว่าพลางมองแววตาตื่นกลัวระคนรังเกียจที่แสดงออกมาอย่างโจ่งแจ้งของโคกะก่อนพูดต่อด้วยคำพูดที่ทำให้ใบหน้าของโคกะชาวาบ

   “ทั้งที่เมื่อคืนนายยังนอนร้องครวญครางใต้ร่างของผมแท้ๆ”ถ้อยคำตอกย้ำรุนแรงยิ่งกว่าการโดนอีกฝ่ายทำร้ายหลายเท่า เด็กหนุ่มกัดฟันกรอดและใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดชกเข้าที่ใบหน้าของอีกฝ่ายสำเร็จเรี่ยวแรงของคนป่วยไม่ได้มากมายพอทำให้รู้สึกเจ็บเท่าไรนัก เอเดนจึงทำแค่หลับตานิ่งเล็กน้อยและเมื่อลืมตาขึ้นฝ่ามือของฝ่ายนั้นก็ฟาดลงบนใบหน้าของเขาเต็มแรง

   เพี๊ยะ!

   เสียงตบดังลั่นห้องที่เงียบสนิท โคกะดูจะตกใจไม่น้อยกับผลของการกระทำที่เกิดขึ้นแต่อย่างน้อยเขาก็ยังสามารถตอบโต้อีกฝ่ายไปได้ตั้งหนึ่งครั้งโคกะจึงยิ้มด้วยความสะใจแต่แล้วรอยยิ้มนั้นกลับอยู่ได้เพียงแค่ชั่ววินาทีเดียวเท่านั้นเมื่อมือของเอเดนก่อเกิดประกายแสงส่องสว่างวาบ วินาทีต่อมาพลังของสายฟ้าก็แล่นไปทั่วร่างของเขา

   พริบตาสายฟ้าของเอเดนแล่นผ่านเข้าไปในทุกเซลล์ของร่างกายส่งผลให้ร่างกายสั่นกระตุกก่อนตามด้วยความชาที่ดึงเอาทั้งความเจ็บปวดและความสามารถในการควบคุมร่างกายไปทั้งหมด  โคกะได้แค่กลอกตามองเอเดนที่ขยับกายมาอยู่เหนือร่างของตนเองอย่างหวาดหวั่น

   “ดูท่าแค่เมื่อคืนนี้มันยังน้อยไปสินะ”สิ้นคำนั้นผ้าห่มสีขาวก็ถูกกระชากทิ้งลงบนพื้น จากนั้นเสื้อแขนยาวที่เด็กหนุ่มใส่อยู่เป็นประจำก็ถูกถอดออกมาเพื่อใช้มัดข้อมือของเขาเข้ากับหัวเตียง โคกะพยายามจะดิ้นหนีแต่ก็ไม่อาจสู้แรงของเอเดนในตอนนี้ได้ ใบหน้าของโคกะกลับมาซีดเผือดอีกครั้งเมื่อร่างท่อนบนเปลือยเปล่าและกางเกงก็กำลังถูกถอดออก

   “หยุดนะ!”เขาทำได้แค่ร้องห้ามซึ่งมันไร้ประโยชน์สิ้นดีเพราะเอเดนไม่มีวันยอมฟัง ชานหนุ่มค่อยๆถอดกางเกงขายาวกับชั้นในเขาออกเหมือนกับกำลังให้เขาค่อยๆลิ้มรสความหวาดกลัวทีละนิดอย่างเลือดเย็น

   เมื่อร่างที่ซ่อนอยุ่ใต้เนื้อผ้าปรากฏสู่สายตาเอเดนก็ลองมองร่างผอมบางที่เต็มไปด้วยรอยช้ำกับผ้าพันแผลที่ปิดซ่อนอาการบาดเจ็บเอาไว้ เมื่อถูกสายตาของคนที่เกลียดชังจับจ้องบนกายเปลือยเปล่าของตัวเองเด็กหนุ่มก็ได้แต่กัดริมฝีปากกล้ำกลืนฝืนทนความรู้สึกรังเกียจเอาไว้

   “อย่ามอง....”โคกะส่งเสียงห้ามพลางเบือนหน้าหนีเพราะไม่อยากรู้ว่าตอนนี้สายตาของเอเดนกำลังจับจ้องอยู่ส่วนใดของร่างกายตัวเอง

   ดวงตาสีเขียวมรกตมองไล่ไปตามร่างเปลือยเปล่าตรงหน้าตั้งแต่ใบหน้าที่สะท้อนความหวาดกลัวลงไปยังลำคอที่มีรอยช้ำเพราะถูกบีบไว้เมื่อครู่เพิ่มขึ้นมา นอกจากรอยแผลจากการต่อสู้ครั้งก่อนแล้วตอนนี้ทั่วร่างของโคกะเต็มไปด้วยรอยช้ำที่ทั้งมาจากการต่อสู้กับเอเดนเมื่อคืนและร่องรอยการถูกบังคับขืนใจ

   เอเดนขยับตัวก้มลงจนใบหน้าแทบชิดกับรอยไหม้สีน้ำตาลจางๆบนแผ่นอกซึ่งเกิดขึ้นจากตอนที่เขาทำลายชุดคล็อธเมื่อคืน ลมหายใจของเอเดนที่กระทบลงบนแผ่นส่งผลให้โคกะสะดุ้งตัวน้อยๆและเริ่มดิ้นรนขัดขืนอย่างไร้ค่า

   “ถอยไป! อย่ามาแตะต้องฉัน!”ร้องห้ามออกไปอย่างที่รู้ดีว่าเปล่าประโยชน์ เอเดนไม่สนใจด้วยซ้ำว่าโคกะจะพูดอะไร ดวงตาสีเขียวคู่นั้นยังคงจดจ้องไปยังบาดแผลบนอกก่อนจะอ้าปากแล้วใช้ปลายลิ้นลากไปบนบาดแผลซึ่งนั่นก็ทำให้โคกะถึงกับสะดุ้งเฮือก

   ลิ้นเปียกชุ่มที่กำลังสัมผัสแผ่นอกของเขากำลังช่วยปลุกอารมณ์ความใคร่ให้ตื่นขึ้นจากเบื้องลึกของร่างกาย โคกะพยายามที่จะควบคุมตัวเองเอาไว้แต่ก็ช่างยากเหลือเกินเมื่อลิ้นอุ่นกลับลากไปยังยอดอกและแตะวนไปมาคล้ายกำลังลิ้มรสชาตของหวานเลิศรส

   “อ..หยุด...”โคกะแทบกัดลิ้นตัวเองทิ้งเมื่อเกือบเผลอส่งเสียงครางออกไปแทนการร้องห้ามแต่เสียงครางแผ่วๆนั้นกลับไม่พ้นโสตการได้ยินของเอเดนไปได้เลย หลักฐานคือคำพูดต่อมาที่ทำให้โคกะต้องอับอายอีกครั้ง

   “รู้สึกงั้นเหรอกับการถูกคนที่เพิ่งข่มขืนนายปลุกอารมณ์น่ะ”ทั้งที่เป็นเพียงคำพูดแต่โคกะกลับรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าอย่างจังจนหน้าชา

   “สารเลว!”โคกะกล้าด่าเอเดนคำนี้ได้อย่างเต็มปากหลังจากได้ยินคำพูดดูถูกไม่เคยคิดว่าจะได้ยินจากคนแบบเอเดนมาก่อน ตัวตนของเอเดนที่ได้เห็นในตอนนี้เปรียบเหมือนใครคนหนึ่งที่โคกะไม่เคยรู้จักมาก่อน

   เขาอาจไม่รู้จักเอเดนดีเท่าไรนักแต่เขาก็รู้ดีว่าเอเดนเป็นคนจริงจัง พูดจาสุภาพ รักศักดิ์ศรีและไม่ใช่คนที่จะทำเรื่องทุเรศแบบนี้ แต่ถ้อยคำหยาบช้าที่ได้ยินและสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเขาก็ไม่ใช่ความฝันเช่นกัน

   “นายเป็นอะไรของนายกันแน่ เอเดนที่ฉันรู้จักไม่ใช่คนแบบนี้”อย่างน้อยเอเดนที่เขารู้จักไม่ใช่คนที่จะเหยียดหยามศักดิ์ศรีของใครง่ายๆและไม่ใช่คนสิ้นคิดที่จะโทษว่าทุกอย่างเป็นความผิดของเขา

   “รู้จักงั้นเหรอ”ยินเสียงพูดที่แฝงไปด้วยโทสะ แววตาแข็งกร้าวถูกส่งออกมาเพื่อจับจ้องเข้าไปยังดวงตาสีน้ำตาลของโคกะคล้ายกับท่าทางเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง ชายหนุ่มสูดลมหายใจลึกเพื่อสงบสติอารมณ์ตัวเองเล็กน้อยแล้วจึงค่อยพูดออกมา

   “เอเดนที่นายรู้จักคือคนแบบไหนกันล่ะ ใช่คนโง่ที่สูญเสียทุกอย่างไปรึเปล่า ผมที่เคยยึดมั่นในเส้นทางของตัวเองสุดท้ายกลับไม่เหลืออะไรเลยนอกจากความว่างเปล่า เพราะงั้นตอนนี้ขอเพียงได้สิ่งที่ต้องการผมก็จะไม่เลือกวิธีการอีกแล้ว”คำพูดของเอเดนไม่ต่างกับสายฟ้าที่ฟาดเข้ามากลางใจของโคกะเลยแม้แต่นิดเดียว โคกะที่ยังมีคนสำคัญและเพื่อนพ้องอยู่ไม่อาจเข้าใจความรู้สึกของการสูญเสียทุกอย่างที่เคยมีมาจนถึงกับสิ้นหวังแบบเอเดน แต่ไม่ว่าอย่างไรเขาก็ไม่คิดว่าสิ่งที่เอเดนกระทำกับเขาคือสิ่งที่ถูกต้อง

   “นายต้องการอะไรกันแน่”การทำร้ายเขาอาจทำให้เอเดนรู้สึกสะใจได้แต่มันก็ไม่ทำให้เอเดนได้คนที่รักกลับคืนมา เอเดนต้องการอะไรถึงกับทำร้ายเขาด้วยวิธีนี้

   “สิ่งที่ผมต้องการคือ......”อีกฝ่ายพูดช้าๆแต่ชัดเจนเหมือนกับจะให้มันสลักลึกลงไปในหัวใจของโคกะ

   “ความทุกข์ทรมาณของนาย”แววตาของเอเดนไม่มีความลังเลใจแม้แต่นิดเดียวและราวกับเป็นการตอกย้ำเมื่อหลังจากพูดจบเอเดนก็ข่มขืนเขาอีกครั้งโดยที่เขาไม่ต่อต้านได้เหมือนเดิม

   โคกะค้นพบว่าตัวเองยังคงติดในอยู่ฝันร้ายแม้จะลืมตาตื่นแล้วก็ตาม....

   บรรยากาศในห้องพักเงียบสนิทราวกับไม่มีใครอยู่เพราะว่าคนหนึ่งอ่อนล้าและเจ็บปวดเกินกว่าจะส่งเสียงออกมา ลำคอที่แห้งผากได้แต่ส่งเสียงหอบน้อยๆสลับกับไอออกมาเป็นระยะ มือสองข้างปรากฏรอยถลอกที่เกิดจากการดิ้นรนอย่างไร้ค่ายามเมื่อถูกมัดตรึงเอาไว้ แผ่นอกขาวเปลือยมีรอยช้ำเพราะถูกขบกัดราวกับถูกเล่นสนุก โคกะได้แต่กอดตัวเองเอาไว้ด้วยมือที่สั่นเทาขณะที่เอเดนนั่งมองร่างที่เจ็บช้ำอย่างน่าสงสารอยู่เงียบๆ

   แม้ไร้เรี่ยวแรงที่เพียงแค่จะลุกขึ้นนั่งก็ยังทำไม่ได้แต่โคกะก็อยากจะลุกขึ้นมาด่าทอหรือพูดอะไรก็ได้ที่ทำให้อีกฝ่ายเจ็บใจแม้สักนิด ทว่าเขากลับไม่รู้ว่าตัวเองควรจะพูดอะไรดีเมื่อเหตุการณ์อันน่าอัปยศได้เกิดกับเขาซ้ำอีกครั้งอย่างรวดเร็วแบบนี้

   “เพกาซัส”เอเดนส่งเสียงเรียกแต่ก็ไม่ได้คาดหวังให้อีกฝ่ายตอบกลับมาชายหนุ่มเลือกที่จะใช้มือดึงเส้นผมสีแดงบังคับให้โคกะหันกลับมามองเขา แรงกระชากเส้นผมทำให้โคกะเจ็บไม่น้อยแต่ตอนนี้ตัวเขาก็เจ็บมากเกินกว่าจะร้องออกมา

   “อย่าคิดว่าทุกอย่างจบลงแล้วล่ะ มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้น”สิ้นถ้อยคำอันโหดร้ายเอเดนก็ยอมปล่อยมือออกจากเส้นผมของโคกะแล้วเดินออกไปทิ้งให้โคกะได้แต่กอดไหล่ตัวเองแล้วร้องไห้บนเตียงที่เปรอะไปด้วยเลือดเพราะบาดแผลบนหลังเปิดออก

   โคกะเจ็บทั้งที่ใจและร่างกายซึ่งถูกทำร้ายอย่างทารุณไม่แพ้กัน ขณะที่ร่างกายถูกรุกล้ำเข้ามาด้วยรุนแรงและโหดร้าย คำพูดดูถูกหยามเหยียดก็ดังอยู่ข้างหูบังคับให้เขาต้องรับฟัง เสื้อผ้าทุกชิ้นของเขาถูกถอดออกและทิ้งเอาไว้บนพื้นขณะที่เอเดนกลับไม่ได้ถอดเสื้อผ้าออกเลยแม้แต่ชิ้นเดียวคล้ายจะกลั่นแกล้งให้เขาได้อับอาย

   “ทำไม....”ทำไมเรื่องแบบนี้ถึงได้เกิดขึ้นกับเขา...โคกะได้แต่ถามตัวเองเพราะรู้ดีว่าแม้ถามเอเดนไปเขาก็คงไม่มีวันได้คำตอบกลับมาและยิ่งรู้สึกสิ้นหวังกว่าเดิมเมื่อคำพูดที่บอกว่ามันเพิ่งเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น

   เขาจะต้องทนเป็นที่รองรับอารมณ์ของเอเดนไปจนถึงเมื่อไหร่ ความอัปยศนั่นจะต้องเกิดขึ้นซ้ำอีกกี่ครั้ง หากบอกว่านี่คือจุดเริ่มต้นแล้วจะเกิดอะไรที่โหดร้ายกับเขามากกว่านี้อย่างงั้นเหรอทั้งที่ในเวลานี้เขายังสมเพชตัวเองมากเกินกว่าจะร้องไห้ออกมาดังๆเสียอีก

   “ฉันจะไม่มีวันยอมให้มันเป็นแบบนั้น”โคกะจิกมือเข้ากับเตียงเพื่อออกแรงฝืนลุกขึ้น เด็กหนุ่มหอบน้อยๆเมื่อสามารถลุกขึ้นนั่งได้สำเร็จก่อนมองสำรวจบาดแผลบนร่างกายคล้ายกับจะจดจำทุกอย่างเอาไว้

   เมื่อคืนนี้เขาหวังว่าจะสามารถคิดว่ามันเป็นเพียงแค่ฝันร้ายและหวังว่าตัวเองจะลืมมันไปได้ แต่ฝันร้ายก็ยังตามหลอกหลอนและทำร้ายเขาไม่ยอมหยุดดังนั้นแทนที่จะลืมมัน เขาจะจดจำมันเอาไว้และตอบโต้กลับไปอย่างสาสม

   “ถ้าหากว่านายต้องการความทรมาณของฉัน....”หวนคิดถึงคำพูดที่ยังคงสะท้อนอยู่ในหัวครั้งแล้วครั้งเล่า ความรู้สึกที่คล้ายโดนทรยศหักหลังทิ่มแทงอยู่ในอกจนแทบระเบิดทำให้โคกะไม่สนอีกต่อไปแล้วว่าเอเดนจะต้องการทำร้ายเขาอีกมากแค่ไหนก็ตาม

   “ฉันก็จะโค่นนายให้ได้”คล้ายกับได้ยินเสียงหัวเราะเย้ยหยันจากที่ใดที่หนึ่ง มันช่างเป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เพราะชุดคล็อธที่พ่ายพังกับตัวเขาที่บาดเจ็บยากจะเอาชนะเอเดนในเวลานี้ ทว่านอกจากวิธีนี้แล้วโคกะก็ไม่รู้ว่าตัวเองควรจะทำเช่นไรต่อไป

   เย็นวันนั้นหลังจากเริ่มฟื้นตัวขึ้นมาบ้างโคกะก็สามารถลุกขึ้นยืนได้สำเร็จเสียที เรียวขาขาวที่เปื้อนไปด้วยคราบคาวสีขาวแดงปะปนกันยิ่งดูเป็นการตอกย้ำความอับอายจนทนไม่ไหวโคกะจึงพยายามพาตัวเองไปอาบน้ำและใช้เวลาไปอีกพักใหญ่กว่าจะจัดการทุกสิ่งทุกอย่างบนตัวจนหมดแล้วพาตัวเองออกไปข้างนอก

   อากาศชื้นเพราะช่วงที่เขาหลับอยู่เกิดฝนตกพื้นดินจึงเฉอะแฉะจนน่ารำคาญ แต่ลมเย็นๆที่พัดมาหาทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย รอบข้างไม่มีผู้คนอาจเพราะฝนตกและเวลาเย็นย่ำที่เหมาะแก่การกลับบ้านหรือที่พักเพื่อเตรียมตัวพักผ่อนแต่สำหรับโคกะแล้วถือเป็นเรื่องดีเพราะเขาไม่อยากจะถูกถามว่ากำลังจะไปที่ไหนหรือไปทำอะไร

   “ถ้าไม่ต้องเจอใครคงดีที่สุด”โคกะพูดกับตัวเองขณะที่เดินไปบนพื้นโคลนอย่างยากลำบากเพื่อมุ่งยังสถานที่ซึ่งตอนนี้เขาไม่อยากจะไปที่สุด

   สถานที่ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นความพ่ายแพ้ที่เหยียดหยามศักดิ์ศรีของเขาที่สุดแต่ว่ามันก็เป็นเพียงที่เดียวที่เขานึกออกว่าคล็อธเพกาซัสของตนอาจจะอยู่ที่นั่น เพราะเขาหมดสติไปจึงจำไม่ได้ว่าหลังจากนั้นแล้วเกิดอะไรกับคล็อธสโตนของเขาที่ถูกทำลาย

   พอหวนคิดถึงเหตุการณ์ที่ต้องเห็นของสำคัญถูกทำลายไปต่อหน้าต่อตาโคกะก็กำหมัดแน่นด้วยความแค้นพร้อมฝืนเร่งฝีเท้าเพื่อจะไปตามหาคล็อธสโตนซึ่งเป็นเหมือนความหวังเดียวของเขา

   ขอเพียงมีคล็อธอยู่เขาก็ยังสมารถต่อสู้ได้อีกครั้ง แม้ถูกทำลายแต่ก็ใช่ว่าจะซ่อมไม่ได้เหมือนกับเขาในตอนนี้ที่ขอเพียงยังมีแสงสว่างเล็กๆอยู่เขาก็จะไม่ยอมแพ้และมันยังเป็นเพียงสิ่งเดียวที่อยู่กับเขามาโดยตลอด

   ทางลาดชันที่เปียกเพราะสายฝนยิ่งทำให้ยากต่อการเดินผิดกับสองครั้งแรกที่มาลิบลับ หลายครั้งที่เหยียบพลาดจนล้มลงไปคลุกกับโคลนจนเปรอะเปื้อน กายที่บอบช้ำก็ยิ่งหนักขึ้นจนเหมือนจะก้าวต่อไปไม่ไหว เวลาไหลผ่านไปเรื่อยๆกับความพยายามของโคกะจนในที่สุดเขาก็สามารถมาถึงจุดหมายได้เสียที

   โคกะถอนหายใจด้วยความโล่งอกที่บนนี้ไม่มีใครอยู่ เศษซากของการต่อสู้ยังหลงเหลืออยู่อย่างครบถ้วนยิ่งทำให้โคกะรู้สึกมีหวังขึ้นว่าเขาจะสามารถหาคล็อธสโตนพบ เด็กหนุ่มไม่รอช้ารีบตรงเข้าไปควานหาตามเศษหินบนพื้นโดยไม่สนว่ามือของตนจะโดนหินบาดหรือไม่

   “อยู่ที่ไหนกัน”พื้นดินชื้นแฉะจนแทบกลายเป็นโคลนช่วยกลบฝังเศษหินหรือสิ่งเล็กๆลงไปทำให้ยากต่อการหาจนเหมือนกับกลั่นแกล้ง

   “โอ้ย!”ร่างบางร้องด้วยความเจ็บเมื่อมือถูกเศษหินบาดขณะที่ยังหาคล็อธสโตนอยู่ โคกะสะบัดมือไปมาก่อนจะใช้ชายเสื้อเช็ดโคลนออก รอยบาดไม่ได้ลึกอะไรแต่ก็ยาวหลายนิ้วส่งผลให้มีเลือดไหลบวกกับรอยถลอกเล็กๆน้อยที่เผชิญมาตลอดทางยิ่งทำให้สภาพมือของเขาดูไม่ได้เลยแต่โคกะก็ไม่มีเวลามาใส่ใจเรื่องนั้นนอกจากก้มหน้าลงหาต่อไป

   “หายไปไหนกัน”เขาจดจำได้ขึ้นสมองอย่างน่าแค้นใจว่าตัวเขาถูกกดลงบนพื้นตรงนี้และมองเห็นคล็อธสโตนแตกร้าวหล่นลงบนพื้นแต่ไม่ว่าจะหาเท่าไรก็หาไม่เจอ

   “ไม่จริงน่า...”หลังหาอยู่นานนับชั่วโมงสุดท้ายโคกะก็ได้แต่นั่งเหม่อมองอย่างสิ้นหวัง บางทีคงเพราะช่วงที่ฝนตกคล็อธสโตนอาจไหลไปกับสายฝนและหายไปที่ไหนสักแห่งที่เขาเองก็ไม่รู้ แม้มันอาจไม่ได้เป็นเช่นนั้นแต่เขาก็คิดเป็นอื่นไม่ได้

   กลิ่นฝนลอยมากับสายลมอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นเมฆสีเทาดำก็ปกคลุมทั่วท้องฟ้าพร้อมกับเสียงฝนที่ตกลงพื้น ความเย็นของน้ำฝนกระทบร่างของเขาจนเจ็บแต่ก็ไม่อาจดึงสติที่คล้ายกับจะหลุดลอยไปในความสิ้นหวังของโคกะกลับมาได้

   “นี่เราควรจะทำยังไงดี”ร่างกายก็บาดเจ็บ เรี่ยวแรงที่จะต่อสู้ก็ไม่มี ความหวังสุดท้ายที่หาไม่เจอ โคกะจึงได้ค้นพบว่าเขาไม่เหลืออะไรที่จะต่อกรกับเอเดนได้เลย

   “ฮะๆๆ...”สุดท้ายกระทั่งความพยายามที่ทำมาตลอดหรือทั้งความมุ่งมั่นเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนก็พลันกลายเป็นเรื่องน่าขันระคนสมเพชจนเขาได้แต่หัวเราะกับตัวเอง

   ดวงตาสีน้ำตาลมองรอยแผลมากมายบนมือที่เด่นชัดขึ้นมาหลังจากเศษดินโคลนถูกสายฝนชะล้างออกไปด้วยอาการติดจะเหม่อลอย จากนั้นเบื้องหน้าก็แลดูมืดลงแต่คราวนี้โคกะไม่สนใจอีกแล้วว่าเขาจะเป็นเช่นไร เด็กหนุ่มอยากจะปล่อยให้ตัวเองหลับไปเพื่อที่จะลบเลือนความรู้สึกสิ้นหวังในเวลานี้เหลือเกิน

   ลับหลังที่ร่างของโคกะล้มลงพื้นไปก็ปรากฏร่างของอีกคนหนึ่งที่เดินออกมาจากหลังต้นไม้เหมือนกับเฝ้ารอดูมาตั้งแต่แรกแล้ว ร่างนั้นเดินเข้าไปหาเด็กหนุ่มก่อนจะก้มลงช้อนร่างนั้นขึ้นมาแนบอย่างไม่นึกรังเกียจเศษดินโคลนที่เปรอเปื้อนร่างบอบบางนั้นทั้งยังช่วยเกลี่ยเส้นผมสีแดงที่เปียกไปด้วยน้ำฝนออกจากใบหน้าอ่อนเยาว์

   ใคร?

   โคกะพยายามลืมตาขึ้นด้วยสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดเพื่อจะมองบุคคลที่กำลังอุ้มร่างของเขาขึ้นมาจากพื้น แต่เบื้องหน้ากลับมืดเกินกว่าจะมองเห็นได้อย่างชัดเจน เขาอยากจะเอ่ยปากถามแต่กลับรู้สึกว่าภาพเบื้องหน้ากำลังพร่าเลือน หัวสมองรู้สึกเบลอไปหมด เขาจึงได้เอื้อมมือขึ้นไปสัมผัสใบหน้าของคนๆนั้นอย่างไม่รู้ตัว

   คนที่โดนสัมผัสดูตกใจไม่น้อยแต่ก็ไม่ได้ปัดมือของเขาออก คนๆนั้นยอมให้โคกะแนบนิ้วที่เย็นเฉียบบนใบหน้าอุ่นร้อนโดยไม่พูดอะไรนอกจากรอให้โคกะหลับไปเอง ผิวหน้าที่ควรซีดเผือดและเย็นเพราะสายฝนกลับมีสีแดงระเรื่อและร้อนผ่าวบ่งบอกว่ามีไข้

   คล้ายได้ยินเสียงถอนหายใจเล็กน้อยจากคนที่ออกแรงอุ้มจากนั้นร่างสูงโปร่งร่างนั้นจึงได้ออกเดินไปจากที่แห่งนี้โดยมีใครคนหนึ่งมองตามแผ่นหลังที่เดินจากไป ดวงตาคู่นั้นลอบมองใบหน้าของคนสองคนที่ห่างออกไปเรื่อยๆอย่างไม่วางตา

TBC.

มาตอน2โคกะก็ยังคงโดนเรารังแกต่อไปจนเสียวสันหลังว่าอาจโดนFCโคกะรุมตบ(ถ้ามีนะ)

ท้ายตอนสองน่าจะทำให้คนอ่านสงสัยกันได้เลยว่าใครคือมือที่สาม(?) ก็ต้อง...ไว้ติดตามต่อไปนะคะ/โดนเสยปลิว

ตอนสามขอเวลาปั่นก่อนนะคะ เพราะอย่างว่าช่วงนี้ดันพีคES21ขึ้นมาเฉยเลยอาจช้านิดนึง

ตอบเม้นต์

Bitsaint
เอาจริงๆเราแอบอยากแต่งเก็นบุxกิกิมากกว่านะคะ 555
แต่คู่วัวแกะก็ล่อตาล่อใจไม่เบาค่ะ หึๆๆ ว่าแต่ตอนนี้เรียกเลือดกำเดาได้รึเปล่าคะ?

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 29, กรกฎาคม 2013, 05:38:54 PM โดย meiar » บันทึกการเข้า
Bitsaint
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Apprentice Saint
*

Photobucket 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
14, มกราคม 2014, 12:05:46 AM

กระทู้: 32
หมายเลขสมาชิก: 12458

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2013


กระทู้: 32
5.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Bitsaint
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 4 : Exp 57%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #7 เมื่อ: 30, กรกฎาคม 2013, 06:22:28 PM »

เลือดกระฉูด 
มีมือที่ 3 ด้วย โออาเธน่า โคกะนายเสน่ห์เเรงจริง (หรือจะเอา 3p ก็ได้นะคะไม่เกี่ยง/โดนโคกะเสย1ปลิวละลิ่ว)ถ้าคนนั้นจะเเย่งเคะอ่ะนะ
คู่นี้เคะช่างรันทดซะจริง เเต่เเอบปลื้ม/เสยรอบ2ปลิวชนเสา
 คราวหน้าพี่มีอาลองคู่โคกะ X เอเดนบ้างสิ สนุกดี/เสย3 ไม่เหลือ (เพราะเคยเเอบจิ้นคู่ช่าอิคคิ  ส่วนคางาโฮะหนูมองยังไงก็ไม่เห็นความเมะ เหมือนเคะดื้อ
เเต่ไม่รู้จะให้เป็นเคะใคร )
รอลุ้นค่ะใครคือมือที่ 3

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
Browser:
Chrome 28.0.1500.95 Chrome 28.0.1500.95

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #8 เมื่อ: 11, สิงหาคม 2013, 11:24:46 PM »

ตอนที่ 3

   ร้อน.....ร่างกายของเขารู้สึกได้ถึงความร้อนที่เกิดจากร่างกายของตัวเอง ทั่วร่างหนักอึ้งราวกับตะกั่วจนไม่อาจขยับตัวได้ ปอดสองข้างคล้ายถูกมือที่มองไม่เห็นบีบเอาไว้จนหายใจไม่ออก ทว่าท่ามกลางความมืดเขากลับมองเห็นภาพบางอย่างชัดเจนจนน่าหวาดผวา
   ร่างหนึ่งที่กดกายของเขาลงกับพื้น มือคู่นั้นกดข้อมือของเขาแน่นจนน่ากลัวว่ากระดูกจะหัก ดวงตาสีเขียวมรกตจับจ้องมายังใบหน้าเขาไม่วางตาจนเขามองเห็นใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของตนเองสะท้อนอยู่ในแก้วตาคู่นั้น


   อย่าพอแล้ว..ได้โปรด..

   ยินเสียงตัวเองอ้อนวอนอย่างน่าเวทนาขณะที่ขาสองข้างถูกจับแยกออกกว้างเพื่อให้ง่ายต่อการรุกล้ำเข้ามา แทบทุกครั้งที่อีกฝ่ายกระแทกกายเข้ามาตัวเขาก็กรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดด้วยความรู้สึกที่เหมือนร่างกายถูกฉีกออกเป็นสองส่วน แต่ยิ่งเขาอ้อนวอนเท่าไรก็เหมือนเอเดนจะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น

   ร้องสิ..กรีดร้องให้มากกว่านี้ ถึงแม้ผมจะไม่มีวันหยุดก็ตาม

   คำพูดอันโหดร้ายที่เหยียบย่ำซ้ำเติมยังคงติดหูประหนึ่งมีคนมาเปิดวนให้ฟังซ้ำๆ ในขณะที่กรีดร้องจนเสียงแหบแห้งใจของเขาได้แต่ภาวนาขอให้ใครสักคนช่วยหยุดฝันร้ายนี้ที

   โคกะ....

   เขาเหมือนได้ยินเสียงของใครสักคนเรียก เสียงนั้นแผ่วเบาจนเขาไม่แน่ใจว่าเสียงนั้นเป็นของใครแต่กลับรู้สึกได้ถึงความห่วงใยในเสียงนั้นอย่างชัดเจน ถัดออกไปไม่ไกลนักมีร่างสูงโปร่งของใครคนหนึ่งอยู่แม้ไม่รู้ว่าเป็นใครแต่โคกะก็แน่ใจว่าจะต้องเป็นเจ้าของเสียงคนนั้น โคกะไม่รู้ว่ามือของเขาถูกปล่อยออกตั้งแต่เมื่อไหร่แต่เขาก็ไม่สนใจอะไรอีกแล้วนอกจากพยายามที่จะเอื้อมมือออกไปหาเจ้าของเสียงนั้น

ช...ช่วยด้วย...

   ทั้งที่คนๆนั้นอยู่ไม่ไกลแต่เขากลับเอื้อมมือไปไม่ถึง กระนั้นเขาก็ยังพยายามเอื้อมมือออกไปเค้นเสียงเรียกสุดชีวิตและในวินาทีต่อมามือของเขาก็สัมผัสได้ถึงความอบอุ่นพร้อมกับที่บังเกิดแสงสว่างช่วยขับไล่ความมืดและทุกสิ่งรอบกายไปจนหมด เขารู้สึกว่าร่างของตัวเองถูกเจ้าของมือนั้นดึงเข้าไปโอบกอดเอาไว้ ความอบอุ่นอ่อนโยนที่สัมผัสได้ทำให้เขาหลั่งน้ำตาออกมาน้อยๆ

   โคกะ....

   น้ำเสียงทุ้มต่ำฟังดูอ่อนโยนช่วยปลอบประโลมหัวใจของเขาจากความหวาดกลัว กายอบอุ่นที่แนบชิดเข้ามาทำให้เขารู้สึกอุ่นใจไปพร้อมกัน เส้นผมของเขาขยับไหวไปมาคงเพราะได้มือคู่นั้นสัมผัส มันช่างเป็นความรู้สึกที่ดีจนเขาไม่อยากพรากจาก แต่แล้วก็มีอีกเสียงหนึ่งปลุกเขาให้กลับสู่ความเป็นจริง

   ตื่นขึ้นมาเถอะนะ โคกะ...

   เสียงนี้....เสียงที่คล้ายกับเป็นแสงสว่างสาดส่องเข้ามา เสียงของ......

   ดวงตาสีน้ำตาลเปิดขึ้นช้าๆก่อนจะหรี่ตาลงน้อยๆเพราะแสงที่ทำให้สายตาพร่ามัว รอจนผ่านไปครู่หนึ่งภาพตรงหน้าจึงเริ่มกระจ่างชัดขึ้นมา เพดานห้องสีขาวที่เขารับรู้ได้ทันทีว่าเป็นห้องของตัวเอง โคกะรู้สึกมึนงงเกินกว่าจะเรียบเรียงเรื่องที่เกิดขึ้นได้ เขาจำได้ว่าตัวเองล้มลงกลางสายฝนแล้วก็มีใครสักคนเข้ามา...

   “รู้สึกตัวแล้วเหรอครับ”น้ำเสียงคุ้นหูทำให้โคกะหันกลับไปแทบไม่ทัน เพราะเสียงที่ได้ยินคือเสียงของเอเดน ทว่าเมื่อหันไปคนที่อยู่ตรงหน้าเขากลับเป็นคนอื่น

   ชายคนนั้นมีเส้นผมสีน้ำตาลเข้มเหมือนสีของช็อกโกแลต ดวงตาเป็นสีเขียวอมเหลืองคล้ายใบไม้ที่ต้องแสงตะวัน ใบหน้าดูเป็นผู้ใหญ่ท่าทางอายุมากกว่าเขานิดหน่อย ชายคนนั้นส่งยิ้มให้เขาพร้อมพูดด้วยเสียงที่คล้ายกับเอเดนมากจนสามารถจำสลับกันได้ แต่ถ้าให้เปรียบคือเสียงของชายคนนี้แฝงไปด้วยความอบอุ่นปนโล่งใจอย่างเห็นได้ชัดผิดกับเสียงที่เย็นชาของเอเดน

   “ดีแล้วล่ะที่เธอไม่เป็นอะไร รู้มั้ยว่าเธอหมดสติไปนานแค่ไหน”โคกะส่ายหน้ากับคำถามแม้การไม่พูดตอบจะดูเสียมารยาทแต่ชายคนนั้นก็ยังยิ้มด้วยท่าทางเหมือนไม่ใส่ใจ
   “นายคือ.....”พอโคกะพูดชายคนนั้นก็ทำท่าคล้ายนึกได้ก่อนตอบ


   “ผมยังไม่ได้แนะนำตัวสินะ ผมชื่อเมเลี่ยนเป็นครูฝึกว่าที่เซนต์ของที่นี่น่ะ ยินดีที่ได้รู้จักนะเพกาซัส โคกะ”โคกะไม่ได้ถามว่าทำไมถึงรู้ว่าเขาเป็นใครเพราะหลังจบศึกมาร์สชื่อและใบหน้าของเขาก็เป็นที่รู้จักของทุกคนในแซงค์ทัวรี่ในฐานะเพกาซัส โคกะผู้สังหารเทพ

   “นายช่วยฉันไว้งั้นเหรอ”แม้ค่อนข้างแน่ใจเพราะได้ยินเมเลี่ยนพูดเอาไว้แต่โคกะก็ยังอยากถาม เมเลี่ยนยังคงยิ้มแล้วตอบด้วยท่าทางใจดี

   “ใช่แล้ว ผมเห็นเธอเดินไปทางลานฝึกซ้อมเก่าที่ไม่ได้ใช้ด้วยท่าทางเหม่อลอยเรียกก็ไม่ได้ยิน ผมก็เลยตามเธอไปด้วยผมเห็นเธอหาอะไรสักอย่างใต้กองหินอยู่นานตอนแรกผมก็คิดจะกลับแล้วล่ะแต่อยู่ๆเธอก็หัวเราะออกมาด้วยเสียงเศร้าๆจากนั้นก็ล้มลงเล่นเอาผมตกใจหมดเลย”ได้ยินดังนั้นโคกะก็เริ่มจำได้ขึ้นมาว่าตอนที่เกือบขาดสติตัวเองทำอะไรออกไปบ้างแต่พอมาได้ยินคนอื่นเล่าเป็นฉากๆแบบนี้โคกะก็รู้สึกอายขึ้นมาเหมือนกัน

   “ขอบคุณที่ช่วย....”โคกะอยากจะขอบคุณแต่ด้วยความกระดากอายจึงได้แต่พูดเสียงแผ่วพลางก้มหน้าลง ความจริงท่าทางของโคกะแทบจะเรียกได้ว่าหยาบกระด้างแต่เมเลี่ยนกลับยิ้มให้อย่างไม่ถือสาแม้แต่นิดเดียว

   “ว่าแต่เธอไปหาอะไรที่นั่นงั้นเหรอ”พอได้ยินคำถามหัวใจของโคกะก็กระตุกวูบทันที เขาไม่อยากบอกและไม่อาจบอกใครได้ว่าเขากำลังตามหาคล็อธสโตนอยู่เพราะหากบอกไม่ว่าใครก็คงถามว่าเหตุใดคล็อธของเขาจึงหายไปซึ่งโคกะเองก็ไม่อยากจะนึกถึงสาเหตุนั้นเลย

   “ฉัน...”ในเวลานั้นโคกะอยากจะนึกหาเหตุผลดีๆให้ได้สักข้อแต่ก็ไม่อาจทำได้ เมเลี่ยนบอกใบหน้าอ่อนเยาว์ที่กำลังกัดริมฝีปากแน่นก็ได้แต่ถอนหายใจคล้ายกับอ่อนอกอ่อนใจ

   “ช่างเถอะ ผมไม่กวนแล้วเธอพักผ่อนซะเถอะนะ”เมเลี่ยนพูดพลางลุกขึ้นยืน เมื่อลุกขึ้นโคกะจึงได้พบว่าเมเลี่ยนค่อนข้างตัวสูงทีเดียวแต่ก็ไม่ใช่คนสูงใหญ่ต้องเรียกว่าสมส่วนถึงจะถูก

   “พักผ่อนให้มากๆล่ะ”ฝ่ายนั้นกล่าวลาด้วยน้ำเสียงใจดีคล้ายกับหยดน้ำอุ่นๆที่ทำให้ใจอันแห้งผากของโคกะรู้สึกชุ่มชื้นขึ้นมาและเมื่อพบว่าคนๆนั้นกำลังจะเดินจากไปโคกะจึงเผลอเรียกอีกฝ่ายอย่างไม่รู้ตัว

   “เดี๋ยว!”ใบหน้าอ่อนโยนหันมาหาด้วยท่าทางสงสัยที่ถูกเรียก ขณะเดียวกันคนเรียกกลับทำอะไรไม่ถูกนอกจากพยายามสบตาสีเขียวอมเหลืองคู่นั้นแล้วค่อยพูดออกมา

   “นายจะ....”มาอีกไหม?...โคกะอยากจะถามแต่ริมฝีปากกลับสั่นระริกจนพูดออกไปไม่ได้ คล้ายเมเลี่ยนจะเดาคำพูดของโคกะออกชายหนุ่มจึงขยับยิ้มแล้วพูดในสิ่งที่โคกะต้องการออกมา

   “ไว้ผมจะมาเยี่ยมอีกนะ”จากนั้นประตูก็ปิดลง วินาทีนั้นเองที่โคกะรู้สึกได้ว่าหัวใจของตนเองเต้นเร็วขึ้นเล็กน้อย

   หลังจากนั้นโซมะก็มาเยี่ยมพร้อมโวยวายเสียงดังเรื่องที่เขาฝืนตัวเองออกไปข้างนอก โคกะก็ได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนไปพลางขอโทษไปพลาง ต่อจากโซมะก็เป็นคนที่ทำให้โคกะรู้สึกดีใจเป็นที่สุดนั่นคือ อาธีน่าหรือคิโดะ ซาโอริถึงขึ้นมาเยี่ยมเขาด้วยตัวเอง เรื่องดีๆที่เกิดขึ้นทำให้โคกะแทบจะลืมเรื่องเลวร้ายในสองวันที่ผ่านมาโดยเฉพาะในตอนนี้ที่เอเดนหายไปไหนก็ไม่รู้แบบนี้

   “เฮ้อ...น่าเบื่อชะมัด”ร่างบางบ่นอุบเมื่อโดนหมอสั่งให้พักผ่อนจนกว่าแผลจะหาย คนดื้อรั้นแบบโคกะย่อมไม่ฟังคำหมอเท่าไรอยู่แล้วแต่พอโดนคุณซาโอริที่เคารพรักมองด้วยสายตาห่วงใย สุดท้ายโคกะจึงจำต้องยอมนอนเฉยๆไม่ออกไปป้วนเปี้ยนข้างนอก

   หลังหลับๆตื่นๆมาหลายรอบพอถึงตอนเย็นโคกะก็เป็นอันตาสว่างนอนไม่หลับอีกต่อไป ในห้องนี้เองก็ไม่มีอะไรน่าสนใจแม้จะมีหนังสือวางไว้หลายเล่มแต่โคกะก็ไม่ใช่คนชอบอ่านหนังสือมาแต่ไหนแต่ไรและยิ่งมันเป็นหนังสือของเอเดนโคกะก็ยิ่งไม่อยากแม้แต่จะแตะต้อง

   โคกะรู้สึกว่าตัวเองไม่ได้รู้สึกสิ้นหวังเท่ากับเมื่อคืนที่ผ่านมา คงเพราะว่าเอเดนไม่อยู่จึงไม่มีใครมาคอยซ้ำเติมหรือทำร้ายเขาแม้โคกะยังรู้สึกอยากจะแก้แค้นแต่ก็ค่อนข้างจะพอใจที่เอเดนหายตัวไปซึ่งนั่นเท่ากับว่าได้มีเวลาให้เขารักษาตัวเพิ่มขึ้น

   นอกจากนั้นการได้พบกับเมเลี่ยนก็ทำให้โคกะรู้สึกดีขึ้นเล็กน้อยอาจเพราะเมเลี่ยนได้เข้ามาช่วยเขาในตอนที่ตัวเขากำลังสิ้นหวังและเจ็บปวดที่สุด รอยยิ้มอ่อนโยนนั้นชวนให้รู้สึกวางใจอย่างบอกไม่ถูกแต่ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตามโคกะก็รู้สึกอยากจะพบกับเมเลี่ยนอีกครั้ง
   ก๊อกๆ

   เสียงเคาะประตูช่วยดึงสติของโคกะกลับมา เด็กหนุ่มลุกขึ้นนั่งพลางจัดผมชี้ฟูเพราะการนอนให้พอดูได้แล้วจึงค่อยเอ่ยปากอนุญาตให้อีกฝ่ายเข้ามาได้ วินาทีต่อมาที่ประตูเปิดออกโคกะรู้สึกเหมือนใจเต้นแรงขึ้นเมื่อคนที่เดินเข้ามาคือเมเลี่ยนซึ่งมาพร้อมกับกระเช้าแอปเปิ้ลใบเล็กๆ

   “ผมมาเยี่ยมแล้วนะ อาการดีขึ้นไหม”เมเลี่ยนกล่าวทักทายด้วยรอยยิ้มพร้อมถามอาการไปในเวลาเดียวกัน

   “ก็ดีขึ้นแล้ว ไข้ก็ไม่มีแล้วด้วย”โคกะตอบกลับขณะยื่นมือไปรับกระเช้าใบเล็กมาจากมือของเมเลี่ยน ชายหนุ่มนั่งลงเก้าอี้ข้างเตียงด้วยท่าทางสบายๆแล้วจึงมองสีหน้าของโคกะในตอนนี้

   “สีหน้าดูดีขึ้นจริงๆด้วย”โดยเฉพาะถ้าเทียบกับสภาพเหมือนคนใกล้ขาดใจเมื่อคืนแล้วโคกะในตอนนี้ดูร่าเริงขึ้นราวกับเป็นคนละคน

   “เพกาซัสคนนี้มีดีที่ร่างกายแข็งแรงอยู่แล้ว”ได้ยินดังนั้นเมเลี่ยนก็ถึงกับหัวเราะออกมาเมื่อโคกะพูดด้วยท่าทางเหมือนเด็กขี้อวด

   “ถ้างั้นก็ดีแล้ว”

   ต่อจากนั้นเมเลี่ยนก็อยู่เป็นเพื่อนคุยโคกะซึ่งช่วยแก้เบื่อให้เด็กหนุ่มเป็นอย่างดี เมเลี่ยนถามถึงสาเหตุที่โคกะมาเป็นเซนต์รวมถึงเรื่องราวการต่อสู้ของโคกะซึ่งโคกะก็ยินดีเล่าอย่างเต็มที่เพราะนอกจากเรื่องนี้โคกะก็ไม่รู้จะชวนคุยเรื่องอะไรดีเหมือนกัน

   “นี่เธอได้ท่านอาธีน่าเลี้ยงดูมางั้นเหรอเนี่ย”พอเล่าไปเมเลี่ยนก็ทำตาโตด้วยความเหลือเชื่อ เพราะสำหรับทุกคนในแซงค์ทัวรี่องค์อาธีน่าถือเป็นเทพซึ่งอยู่สูงเกินเอื้อม เซนต์บางคนยังไม่เคยแม้แต่จะได้เข้าเฝ้าเพียงลำพังกับองค์อาธีน่าด้วยซ้ำ

   “ใช่ คุณซาโอริใจดีมากเลยนะแต่ คุณไชน่านี่สิ...”พอพูดถึงครูฝึกของตัวเองโคกะก็อดจะขนลุกด้วยความกลัวไม่ได้ แม้ฝีมือเขาในตอนนี้น่าจะไม่แพ้อีกฝ่ายแล้วแต่ประสบการณ์ที่ได้รับมาตลอดการฝึกก็สร้างความกลัวจนฝังรากลึกไปเสียแล้ว

   “ฮะๆๆ นี่เธอกลัวครูฝึกมากกว่าเทพอีกงั้นเหรอ”เมเลี่ยนหัวเราะไปพลางเช็ดน้ำตาไปพลางกับท่าทางของโคกะ สีหน้าของโคกะแลดูบูดบึ้งไปเล็กน้อยเมื่อโดนหัวเราะเมเลี่ยนจึงได้แต่ขอโทษทั้งที่ยังหลุดเสียงหัวเราะออกมาอยู่

   “ไมได้กลัวสักหน่อย ก็แค่ร่างกายมันมีปฏิกิริยาตอบสนองไปเองต่างหาก”เด็กหนุ่มตอบเสียงเบาคล้ายบ่นอย่างไม่พอใจแต่ก็ไม่ได้ห้ามไม่ให้อีกฝ่ายหัวเราะเพราะเสียงหัวเราะเบิกบานของเมเลี่ยนฟังแล้วชวนให้รู้สึกใจเบิกบานตามไปด้วย

   การได้คุยกับเมเลี่ยนช่วยให้โคกะรู้สึกสบายใจขึ้นพอสมควร จากที่ได้พูดคุยกันโคกะก็พอจะรู้สึกว่าเมเลี่ยนมีลักษณะคล้ายพี่ชายที่ใจดีและติดจะขี้เล่นนิดหน่อยผิดกับรูปลักษณ์ที่ดูสุภาพอ่อนโยนไปเล็กน้อย น้ำเสียงของเมเลี่ยนนับว่าแทบจะเหมือนกับเอเดนเลยทีเดียวแต่โคกะกลับรู้สึกว่ามันน่าฟังกว่าหลายเท่า ชายหนุ่มและเด็กหนุ่มที่เพิ่งได้รู้จักกันได้ใช้เวลาตลอดช่วงบ่ายไปกับการพูดคุยและหัวเราะจวบจนกระทั่งพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า

   “อา ป่านนี้แล้วเหรอเนี่ย เธอนี่ชวนผมคุยเพลินเลยนะ”พอเห็นว่าเข็มสั้นชี้อยู่เลขเจ็ดและเข็มยาวเลยเลขสองมาเล็กน้อยเมเลี่ยนก็หันไปตำหนิโคกะแบบไม่จริงจังก่อนจะลุกขึ้นยืน

   “ผมคงต้องกลับแล้ว”เมื่อได้ยินคำนี้ใบหน้าของโคกะก็ดูเหงาหงอยขึ้นมานิดหน่อยแต่เด็กหนุ่มก็ไม่กล้าที่จะรั้งอีกฝ่ายเอาไว้เพราะมันได้เวลาที่ตัวเขาก็ต้องพักผ่อนเช่นเดียวกัน

   “อืม ถ้างั้น...ไว้เจอกันใหม่นะ”โคกะยกมือขึ้นโบกมือลาเมเลี่ยนด้วยความเสียดายซึ่งคำพูดต่อมาของเมเลี่ยนก็ทำให้โคกะถึงกับยิ้มออก

   “พรุ่งนี้เจอกัน”คำพูดนี้ทำให้โคกะรีบตอบรับแทบจะไม่ทัน

   “อื้ม ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ”

   เมเลี่ยนกลับไปได้ครู่หนึ่งแล้วแต่เสียงของชายหนุ่มกลับเหมือนยังหมุนวนอยู่ในหัว เสียงอบอุ่นอ่อนโยนจนทำให้อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ โคกะรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นคนบ้าที่เอาแต่นั่งยิ้มอยู่คนเดียว

   “เจอกันพรุ่งนี้งั้นเหรอ”โคกะทวนคำพูดของเมเลี่ยนเบาๆเหมือนกลัวใครมาได้ยินเข้า ร่างบางขยับตัวให้อยู่ในท่าที่สบายที่สุดเพื่อเตรียมตัวพักผ่อนพร้อมด้วยภาวนาให้พรุ่งนี้มาถึงเร็วๆ

   “ถ้าหลับรวดเดียวถึงเช้าเลยก็คงจะดี.....”ดวงตาคู่โตปิดลงเพื่อเข้าสู่นิทราทว่าในตอนนั้นเองที่หัวใจกลับรู้สึกเจ็บขึ้นมา ความเจ็บปวดที่คล้ายโดนบีบรัดก่อเกิดความอึดอัดที่ทำให้หายใจไม่ออก ทั่วร่างรู้สึกเจ็บไปหมดราวกับทุกเซลล์ในร่างกายถูกทิ่มแทงด้วยเข็มจำนวนนับไม่ถ้วน

   โคกะจิกเล็บลงบนอกด้วยท่าทางคล้ายกับพยายามกอดหัวใจของตัวเองเอาไว้สุดชีวิต มันเจ็บปวดทรมาณจนร่างกายบิดงอสลับกับเหยียดเกร็ง ขณะที่หายใจไม่ออกโคกะได้แต่พยายามสูดลมหายใจลึกๆหวังว่ามันจะช่วยบรรเทาอาการอึดอัดออกไปได้บ้าง

   ความทรมาณนี้กินเวลาไปเกือบสิบนาทีถึงจะเป็นช่วงเวลาไม่นานแต่โคกะก็รู้สึกเหมือนตกอยู่ในนรกอันแสนยาวนาน เมื่อความเจ็บปวดทุเลาลงโคกะก็ถึงกับหอบเสียงสั่นก่อนค่อยๆเหยียดกายที่เคยบิดเกร็งออกทีละนิด

   “อีกแล้วงั้นเหรอ”อาการเจ็บปวดที่เกิดขึ้นอย่างไม่สม่ำเสมอคงเพราะร่างกายของเขายังไม่แข็งแรงดีทำให้พอฝืนทำอะไรลงไปร่างกายก็จะอ่อนแรงแล้วยังโดนคนอื่นทำร้ายซ้ำเติมทำให้อาการทรุดลงจนเป็นแบบนี้ เขารู้สึกเวียนหัวคล้ายเวลาเป็นไข้แต่ร่างกายกลับเย็นเฉียบจนน่าแปลกใจซึ่งโคกะก็ได้แต่หวังว่ามันจะดีขึ้นในไม่ช้า

   แอ๊ด...

   เสียงเปิดประตูช่วยดึงสติโคกะให้หันไปทางประตูที่เปิดออก ตอนแรกโคกะนึกว่าเมเลี่ยนเดินย้อนกลับมาจึงรีบลุกขึ้นนั่งให้เรียบร้อยกลบเกลื่อนอาการเจ็บปวดเมื่อครู่ แต่แล้วเมื่อเห็นผู้ที่เดินเข้ามาชัดๆใบหน้าที่ปั้นยิ้มร่าเริงก็พลันเปลี่ยนเป็นบูดบึ้งทันทีเมื่อเขาลืมไปแล้วว่าห้องนี้ยังมีเจ้าของอีกคนหนึ่งซึ่งก็คือชายหนุ่มตรงหน้า
   “เอเดน”พริบตาที่ประตูปิดลงโคกะก็เรียกชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงที่แทบจะฆ่าคนได้ กระนั้นเอเดนก็ยังคงมีปฏิกิริยาเดิมๆคือเพียงแค่เลิกคิ้วน้อยเหมือนจะบ่งบอกว่าโคกะไม่มีทางทำอันตรายเขาได้แม้แต่นิดเดียว

   ดวงตาสีเขียวมรกตชายตาเขาเพียงเล็กน้อยก่อนมองผ่านเลยไปอย่างไร้ซึ่งความสนใจแล้วนั่งลงบนเตียงฟยิบหนังสือขึ้นมาอ่านอย่างเงยบๆ ทั้งที่การถูกเอเดนมองข้ามดูจะเป็นเรื่องดีซึ่งนั่นหมายความว่าโคกะจะได้เจ็บตัวน้อยลงแต่ในทางกลับกันโคกะกลับยิ่งรู้สึกเจ็บใจมากขึ้นเป็นทวีคูณกับการถูกมองข้ามแบบนี้

   “เอเดน!”เด็กหนุ่มตะเบ็งเสียงเรียกดังลั่นห้อนและก็ดูจะได้ผลเมื่อเอเดนลดหนังสือลงแล้วชายตามองเขา

   “มีอะไร”น้ำเสียงที่คล้ายกับเมเลี่ยนทำให้โคกะชะงักไปชั่วขณะเพราะมันทำให้เขานึกถึงชายหนุ่มอีกคนขึ้นมา เด็กหนุ่มสะบัดหัวขับไล่ความฟุ้งซ่านออกไปก่อนพยายามพูดอะไรสักอย่างแต่ที่เขาเรียกเอเดนก็ไม่ได้มีเหตุผลอะไรพิเศษเพียงแค่โมโหกับการถูกเมินเท่านั้นทำให้เขาไม่รู้ว่าตัวเองควรจะพูดอะไรดี

   “นายน่ะ....”เขาพูดได้แค่นั้นแล้วก็หยุดลงเพราะคิดคำพูดต่อไปไม่ออกแต่กลับเป็นเอเดนที่พูดออกมาก่อน

   “อยากได้รับความสนใจรึไง”คำพูดของเอเดนจี้ใจดำโคกะเข้าอย่างแรงแม้ความสนใจที่เขาคิดจะเป็นคนละแบบกับคำพูดที่เอเดนบอกว่าก็ตาม เอเดนวางหนังสือลงแล้วลุกขึ้นเดินมาหาโคกะที่เตียงซึ่งคราวนี้เจ้าของเตียงก็ไม่ได้ถอยหนีเพราะรู้แล้วว่าการทำแบบนั้นไม่มีประโยชน์อะไรเลย

   “หรือว่า...อยากจะให้ผมทำอะไรให้ล่ะ...”คำถามที่มาพร้อมกับมือในถุงมือสีดำที่เชยคางเขาขึ้นมา แน่นอนว่าโคกะสะบัดมือตบมือของเอเดนจนกระเด็นทันที

   “ไม่มีทาง!”โคกะตวาดกลับด้วยท่าทางโกรธเหมือนแมวโดนเหยียบหาง ใบหน้าขาวแดงซ่านขึ้นมาทันทีด้วยความอับอายเมื่อนึกถึงสิ่งที่แฝงความนัยอยู่ในคำพูดเมื่อครู่

   “ถ้าฉันอยากจะให้ใครสักคนทำแบบนั้นกับฉันคนๆนั้นต้องไม่ใช่นาย”ในตอนนั้นภาพใบหน้าผู้มีน้ำเสียงคล้ายกับคนตรงหน้าก็ปรากฏขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจจนโคกะยังต้องตกใจ ต่อให้เคยโดนเอเดนข่มขืนมาก่อนแต่ก็ใช่ว่าตัวเขาเองจะเปลี่ยนไปชอบผู้ชายได้ในเวลาแค่ไม่กี่วัน

   “หึ...”ยินเสียงหัวเราะในลำคอของโอไรอ้อนเซนต์ที่ยืนอยู่ข้างเตียง มือของเอเดนยกขึ้นมาอีกครั้งและใช้มันบีบลงไปที่ลำคอขาวเพื่อกดให้ร่างนั้นตรึงไว้กับหัวเตียง

   “แค่ผมไม่อยู่นายก็หาคนปรนเปรอคนใหม่ได้แล้วงั้นเหรอ”ใบหน้าของโคกะเย็นวาบประหนึ่งโดนน้ำสาดขึ้นมาทันที พอตั้งสติได้โคกะก็จัดการยกมือชกหน้าเอเดนทันทีเพียงแต่ว่าเอเดนก็ไม่มีทางพลาดให้โคกะมาต่อยหน้าซ้ำสองได้ง่ายๆเช่นกัน

   หมับ!

   ข้อมือบางถูกคว้าเอาไว้อย่างแรงภายใต้อุ้งมือหยาบกร้านที่ซ่อนไว้ใต้ถุงมือสีดำ แรงบีบนั้นมากพอจนน่ากลัวว่าอีกวินาทีต่อมาจะได้ยินเสียงกระดูกหัก มันคือละครฉากเดิมที่ยากจะเปลี่ยนแปลง คนป่วยอย่างโคกะไม่มีวันสู้เอเดนในสภาพนี้ได้เลยแม้แต่นิดเดียวและจุดจบของมันก็ย่อมเหมือนเดิมที่เด็กหนุ่มจะต้องถูกบังคับขืนใจอีกครั้งหนึ่ง

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
Browser:
Chrome 28.0.1500.95 Chrome 28.0.1500.95

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #9 เมื่อ: 11, สิงหาคม 2013, 11:35:35 PM »

   บนเตียงที่ยับยู่ยี่มีร่างของโคกะที่ยับเยินไม่แพ้กันนอนอยู่ ร่างบางหอบหายใจพยายามสูดอากาศเข้าไปในปอดหวังจะปรับลมหายใจตัวเองให้สม่ำเสมอ ชุดที่เคยสวมอยู่บนกายถูกบังคับถอดทิ้งลงบนพื้นจนไม่เหลือสิ่งใดติดกายนอกจากร่องรอยสีแดงที่มีอีกชื่อหนึ่งว่าความอัปยศ

   “นายทำแบบนี้แล้วมันจะได้อะไรขึ้นมา”เพราะต่อให้ทรมาณเขาจนตายอาเรียก็ไม่มีทางกลับมา ประโยคท้ายเขาไม่ได้พูดไปทั้งที่ใจจริงอยากจะพูดมากแค่ไหนก็ตาม เพราะจากเหตุการณ์ที่ผ่านมาทำให้โคกะรู้แล้วว่าการเอาเรื่องของอาเรียมาพูดมีแต่จะทำให้เอเดนลงมือกับเขาหนักขึ้นเท่านั้น

    ร่างสูงในชุดสีขาวที่นั่งหันหลังอยู่หันกลับมามองร่างอ่อนปวกเปียกที่ไม่ได้ลดความพยศลงเลยแล้วลอบกัดริมฝีปากโดยไม่ให้โคกะได้เห็นแล้วจึงค่อยเอ่ยปากพูด

   “นั่นสินะ เพราะดูท่านายจะชินกับการถูกข่มขืนเต็มทีแล้ว”ตอนที่ได้ยินประโยคนี้ถ้าโคกะมีแรงพอเด็กหนุ่มคงลุกขึ้นมาชกคนพูดอย่างไม่ลังเลแน่นอนแต่ตอนนี้เขากลับไม่มีแรงพอที่จะทำแบบนั้น

   “จริงสิ ท่าทางนายจะมีความสุขที่ได้อยู่กับครูฝึกคนนั้นสินะ ถ้าอย่างนั้นผมควรจะทำร้ายมันเพื่อทรมาณนายถึงจะดีสินะ”เมื่อเอเดนพูดจบใบหน้าของโคกะก็ซีดเผือดในทันทีก่อนแปรเปลี่ยนเป็นแข็งกร้าวดุดันขึ้นมาทันที

   “อย่ายุ่งกับเมเลี่ยน เขาไม่เกี่ยวถ้าจะทำร้ายก็ทำกับฉันคนเดียว!”

   “คนที่ตัดสินใจคือผมไม่ใช่นาย ผมต้องการให้นายทรมาณมากที่สุด ”คำพูดอันโหดร้ายถูกเอ่ยออกมาอย่างง่ายดายจนเหมือนเป็นเรื่องธรรมดายิ่งทำให้โคกะแน่ใจว่าเอเดนจะต้องทำตามคำพูดของตัวเองแน่ๆ

   เด็กหนุ่มฝืนลุกขึ้นจากเตียงโดยไม่สนใจว่าสภาพของตนเองตอนนี้จะน่าสมเพชแค่ไหน ความเจ็บปวดที่หลงเหลืออยู่ทำให้แค่จะลุกขึ้นมานั่งก็ยังเป็นเรื่องยากลำบากจนน่าแค้นใจแต่โคกะก็ยังฝืนจนสามารถขยับตัวมาเพื่อจับจ้องเอเดนด้วยสายตาอาฆาตแค้นจนได้

   “อย่ายุ่งกับเขา”โคกะพูดย้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ท่าทางที่คล้ายต่อให้ต้องถูกฆ่าก็ไม่ยอมแพ้นั้นทำให้เอเดนยื่นมือมาเชยคางของโคกะขึ้นเพื่อมองดวงตาสีน้ำตาลแข็งกร้าวนั้นให้ชัดเจน

   “ผู้ชายคนนั้นสำคัญมากขนาดนั้นเลยเหรอ”เอเดนถาม โคกะไม่ตอบแต่ความจริงแล้วโคกะเองก็ตอบไม่ได้

   เขาเพิ่งได้พบกับเมเลี่ยนเพียงแค่วันเดียวแต่ก็เป็นการพบกันที่ช่วยเหลือเขาเอาไว้ ทุกครั้งที่ได้ยินเสียงของเมเลี่ยนโคกะก็พลันรู้สึกว่าเสียงอันอ่อนโยนของเมเลี่ยนจะสามารถลบเลือนเสียงอันเย็นชาของเอเดนที่ตามหลอกหลอนเขาแต่มันก็ยากจะที่บอกว่าเมเลี่ยนเป็นคนสำคัญสำหรับเขา

   เมื่อโคกะมีสีหน้าสับสนขึ้นมาเอเดนก็ยิ่งมีสีหน้าไม่พอใจมากขึ้นเท่านั้น ชายหนุ่มหลับตาลงคล้ายจะตัดสินใจอะไรบางอย่างที่สำคัญแล้วเมื่อลืมตาขึ้นมาเอเดนก็ได้ยื่นข้อเสนอที่บังคับให้โคกะต้องปฏิบัติตาม

   “ถ้างั้นผมจะให้นายได้โอกาสปกป้องผู้ชายคนนั้น นับจากวันนี้นายจะต้องมาสู้กับผม ทุกครั้งที่นายแพ้ผมจะหักแขนมันหรือเฉือนเนื้อมันออกมา ผมจะทรมาณมันต่อหน้านายโดยที่นายได้แต่ดูหรือไม่ก็....เอาร่างกายของตัวเองมาแลกเพื่อให้คนๆนั้นปลอดภัยซะ”เงื่อนไขที่ไม่ว่าข้อใดก็ทรมาณจิตใจไม่แพ้กัน ถ้าเป็นเวลาปกติโคกะคงไม่กังวลเท่ากับตัวเขาในตอนนี้ที่ทั้งบาดเจ็บแถมยังไม่มีชุดคล็อธสวมใส่ซึ่งเรียกได้ว่าแทบไม่มีทางชนะ

   หากแพ้โคกะก็เลือกได้แค่ว่าจะปกป้องตัวเองหรือเมเลี่ยน ความเจ็บปวดจากการถูกขืนใจที่เพิ่งผ่านมายังคงกัดกินร่างกายและจิตใจของเด็กหนุ่มจนทำให้แค่นึกถึงขึ้นมาร่างกายก็ถึงกับสั่นกลัวโดยเฉพาะคำพูดต่อมาของเอเดน

   “และผมก็ไม่คิดจะอ่อนโยนหรือใจดีกับนายด้วย ทุกครั้งที่แพ้นายจะต้องทรมาณและอับอายจนรู้สึกเสียใจที่ยอมให้ผมทำร้ายแทนที่จะปล่อยให้คนอื่นมาเจ็บปวดแทน”โคกะไม่คิดว่าตัวเองจะอ่อนแอแต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะชนะเอเดนในเวลานี้เช่นกัน คนตรงหน้ากำลังให้ความหวังเขาเพื่อที่จะบดขยี้มันซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่กระนั้นโคกะก็ได้แต่ตอบออกไปแบบนี้เท่านั้น

   “สัญญามาสิว่านายจะไม่ทำร้ายเขา....”เอเดนไม่ได้ตอบออกมาในทันที มือที่จับคางของเขาอยู่คลายออกเพื่อกดร่างของเขาลงบนเตียงแต่ในคราวนี้ต่อให้เขามีแรงพอเขาก็ขัดขืนไม่ได้

   “ตราบเท่าที่นายยังยอมอ้าขาให้ผม ผู้ชายคนนั้นก็จะยังปลอดภัยดีอยู่”จากนั้นร่างกายของเขาก็ถูกอีกฝ่ายสัมผัสไปทั่วราวกับกำลังเล่นสนุก โคกะได้แต่หลับตาลงอย่างยอมรับชะตากรรมที่ถูกบังคับให้เลือก

TBC....

มือที่สามมาแแล้วแบบเต็มตัว 555

เมเลี่ยนเป็นตัวละครออริจินอลค่ะ อายุมากกว่าเอเดนอีกเลยมีท่าทางเป็นผู้ใหญ่ใจดีค่ะ แต่ถ้าเอาจริงๆเอเดนหล่อกว่าเยอะนะ(ฮา) ส่วนเสียงจะคล้ายๆกับเอเดนแต่โทนเสียงจะดูทุ่มต่ำและเป็นผู้ใหญ่กว่านิดหน่อยค่ะ โอ....เพกาซัสวัยเยาว์ของเราช่างมีเสน่ห์กับคนอายุเยอะกว่าจริงๆ

หลังจากผ่านมาสามตอนโคกะก็ยัง.....โดนเอเดนปล้ำอยู่ดี เราไม่ได้หื่นน้าแต่บทมันไปเองต่างหาก-3-

แต่ตอนหน้าจะได้เห็นโคกะสมยอม(แบบจำยอม)แล้วสินะ แต่ฉากเรทจะมีมั้ยนั้น.....ขอดูท่าทีก่อนละกันนะ

ตอบเม้นต์

Bitsaint

การสลับโพซิชั่นสำหรับเราอย่างน้อยมันต้องเป็นการเปลี่ยนคู่ค่ะ! เราจะไม่ยอมให้คู่เดิมสลับตำแหน่งกันเด็ดขาด(อย่างที่อาโรนตอนเป็นฮาเดสมันแอบเมะจนแทบกดเท็นมะได้) ส่วนพี่โฮะ...ให้อิคคินี่ซังจับกดดีมั้ยคะ/โดนโคโรน่าบลาสต์เผาเป็นจุณ

ง่าเค้าล้อเล่นนะพี่โฮะที่รักจ๋ายังไงโฮะโรนหรือโฮะชุนก็ดีกว่าอยู่แล้ว

ปล.ถ้าเรื่องนี้หกตอนจบแสดงว่านี่ดำเนินมาครึ่งเรื่องแล้ว? สงสัยมันจะเกินหกตอนจบชัวร์-*-

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13, สิงหาคม 2013, 12:41:11 PM โดย meiar » บันทึกการเข้า
Bitsaint
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Apprentice Saint
*

Photobucket 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
14, มกราคม 2014, 12:05:46 AM

กระทู้: 32
หมายเลขสมาชิก: 12458

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2013


กระทู้: 32
5.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Bitsaint
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 4 : Exp 57%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #10 เมื่อ: 14, สิงหาคม 2013, 05:56:08 PM »

พบมือที่ 3 มาอย่างเท่ (เเต่เชียร์เอเดน)ทำให้นายเอกหัวใจสั่นไหวไปซะเเล้ว เอเดนรีบเอาโคกะคืนมาเลย
พี่มีอา ที่หนูเห็นมาตั้งเเต่ตอนเเรก จนถึงตอนนี้.....พี่เเทบจะไม่พ้นฉากเรทเลย เเต่ไม่เป็นไรค่ะ มีผลดีต่อผู้เสพ กร๊าก
เดินเรื่องมาเกือบครึ่งเเล้วเหรอเนี่ยไม่รู้ตัวเลย อ่านเพลิน
เห็นด้วยกับพี่มีอา คู่จะต้องไม่สลับที่กันใช่มั้ยคะ ก็พี่อัสน้องเดฟอยู่เเล้ว  ที่สำคัญอาโรนตอนเป็นฮาเดสอัพเมะมาก

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
Browser:
Chrome 29.0.1547.76 Chrome 29.0.1547.76

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #11 เมื่อ: 04, ตุลาคม 2013, 10:55:39 PM »

ตอนที่ 4

   ย่างเข้าสู่ยามดึกท้องฟ้าเริ่มส่งเสียงครืนลั่นเป็นสัญญาณเตือนก่อนที่สายฝนจะโปรยปรายในอีกไม่กี่นาทีถัดมา ดวงตาสีน้ำตาลกลมโตจับจ้องไปผืนฟ้าสีดำสนิทด้วยแววตาที่ยากจะคาดเดาความหมาย ยามเมื่อมีแสงของฟ้าแลบผ่านสายตาไปดวงตาคู่นั้นก็ทอประกายขุ่นเคืองขึ้นมาทันที


   เสียงของสายฝนที่ดังอยู่เบื้องนอกดังขึ้นเรื่อยๆเมื่อฝนตกหนาเม็ดขึ้นทุกที หากเป็นก่อนหน้านี้โคกะคงหลีกเลี่ยงที่จะออกไปข้างนอกทว่าหลายสิ่งหลายอย่างก็ไม่ยอมให้เขาทำแบบนั้น เด็กหนุ่มลุกขึ้นยืนด้วยร่างกายที่ติดจะอ่อนแรงแล้วเดินออกจากห้องพักไปเพื่อมุ่งยังสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งมีใครอีกคนรออยู่

   ขณะที่เดินออกไปฝนที่ตกกระทบลงมาบนร่างก็ทำให้รู้สึกเจ็บไปม่น้อยแต่โคกะก็ไม่ได้สนใจจะหาอะไรมาปกคลุมตัวเองเพราะรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์เมื่อในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้าเขาก็ต้องสู้กับเอเดน

   เมื่อมาถึงเอเดนก็ยืนรอโคกะอยู่ดังคาด ชายหนุ่มยืนหลับตานิ่งคล้ายกำลังเฝ้ารออย่างสงบจนเหมือนกับจะสามารถสยบทุกสรรพเสียงให้เงียบสงัดได้อยู่ในที หากแต่พริบตาที่ดวงตาคู่นั้นเปิดขึ้นมาโคกะก็รู้สึกเหมือนกับได้ยินเสียงของสายฟ้าคำรามอยู่เบื้องหลัง

   เพราะว่าชุดคล็อธของโคกะเสียหายเด็กหนุ่มจึงไม่อาจสวมมันได้และไม่รู้ว่าเป็นการดูถูกหรืออยากต่อสู้อย่างเท่าเทียมกันแน่เอเดนจึงไม่ได้สวมคล็อธเช่นกัน แต่ในสายตาของโคกะเขากลับรู้สึกเหมือนเอเดนจะบอกว่า ต่อให้ไม่ได้สวมคล็อธเหมือนกันโคกะก็ไม่มีทางชนะเขาได้อยู่แล้วซึ่งนั่นก็ทำให้โคกะนึกโมโหไม่น้อย

   “มาแล้วสินะ”เอเดนพูดเพียงแค่นั้นขณะที่มองโคกะเดินเข้ามาหา ยามเมื่อทั้งสองฝ่ายประจันหน้ากันก็เป็นเวลาเดียวกับที่ท้องฟ้าเริ่มทวีความบ้าคลั่งขึ้นมาราวกับจะตอบรับการต่อสู้ของทั้งสองคน ต่างฝ่ายต่างตั้งท่าเตรียมพร้อม สองสายตาสบประสานกันนิ่งแล้วจึงพุ่งเข้าประหมัดกันในเวลาวินาทีต่อมา

   เปรี้ยง!

   พริบตาที่สองหมัดปะทะกันก็บังเกิดแสงสว่างขึ้นในทันที ลำแสงสีขาวที่พุ่งออกไปเป็นเส้นตรงไปยังร่างของเอเดนซึ่งปล่อยพลังสายฟ้าออกมาขวางไว้ สองขั้วหลังที่เรียกได้ว่าค่อนข้างสูสีทำให้ทั่วอาณาบริเวณสว่างจ้าจนแสบตา ท่ามกลางแสงสว่างที่มากพอจะทำให้คนตาบอดได้คือร่างของเอเดนกับโคกะที่ยังแลกหมัดกันเพื่อเอาชัยชนะอยู่

   เมื่อหมัดใช้ไม่ได้ผลโคกะจึงยกขาตวัดขึ้นฟาดเข้าที่กลางลำตัวของเอเดนแต่ก็ใช่ว่าชายหนุ่มจะพลาดท่าเอาง่ายๆกับเรื่องแค่นี้ ร่างที่สูงใหญ่กว่าใช้มือข้างที่วางอยู่มาจับข้อเท้าข้างที่ฟาดเข้ามาได้อย่างแม่นยำและจัดการเหวี่ยงร่างบอบบางของโคกะให้กระเด็นไปไกลด้วยมือเพียงข้างเดียว

   ร่างของโคกะที่ถูกเหวี่ยงออกไปกระแทกเข้ากับแผ่นหินที่อยู่รอบๆอย่างรุนแรงจนรับรู้ได้เลยว่าบนหลังต้องมีบาดแผลเกิดขึ้นไม่มากก็น้อย เด็กหนุ่มพยายามจะลุกขึ้นแต่เอเดนก็ไม่ปล่อยให้โคกะได้มีเวลาทำเช่นนั้นเมื่อชายหนุ่มใช้พลังคอสโมเพียงไม่มากนักในการสร้างกระแสไฟฟ้าขึ้นมาแล้วใช้มันฟาดฟันใส่เขา

   “อ๊าก!!!!”พลังไฟฟ้ารุนแรงประหนึ่งสายฟ้าฟาดทำให้คล้ายกับร่างกายถูกเผาไหม้จนได้กลิ่นผิวหนังไหม้จางๆ เซลล์ประสาทที่ถูกทำร้ายต่างก็แทบจะหยุดทำงานไปในทันทีทำให้แม้โคกะพยายามจะยืนหยัดมากแค่ไหนแต่ก็ไม่อาจทำได้ประกอบกับร่างกายที่อ่อนล้าเป็นทุนเดิมอยู่แล้วส่งผลให้ร่างบางค่อยๆทรุดเข่าลงกับพื้นเพียงแต่วินาทีที่กำลังจะล้มลงไปมือของคนที่ทำร้ายเขากลับประคองตัวเขาเอาไว้

   โคกะเงยหน้าขึ้นมองคนที่มาประคองตัวเองเอาไว้แล้วได้แต่เดาะลิ้นด้วยความเจ็บใจเพราะรู้ดีว่าสิ่งที่เอเดนทำนั้นไม่มีทางเป็นสิ่งที่เรียกว่าความเมตตาเด็ดขาด เพราะผลของการต่อสู้ที่จบลงอย่างรวดเร็วและง่ายดายด้วยความพ่ายแพ้ของเขาทำให้เขาจำต้องเลือก

   “เลือกมาสิว่าอยากจะให้ผมทำร้ายใคร”คำถามง่ายๆสั้นๆที่โคกะไม่อาจตอบได้ เขากลัวที่จะถูกทำร้ายแต่ก็ไม่อยากเป็นสาเหตุที่ทำให้คนอื่นบาดเจ็บ ความผิดบาปในใจที่สับสนส่งผลให้ดวงตาสีน้ำตาหม่นหมองยิ่งกว่าเดิมและเอเดนดูจะไม่ค่อยชอบใจนักที่เห็นโคกะไม่เลือกเสียที

   “เลือกมา”เอเดนถามย้ำพร้อมกับเพิ่มแรงบีบที่ข้อมือจนโคกะมั่นใจว่าต้องเกิดรอยช้ำ

   เขาไม่อยากถูกเอเดนแตะต้องมากไปกว่านี้ แต่ว่าเขาก็ไม่อยากให้เมเลี่ยนบาดเจ็บ เขาเกลียดตัวเองที่ลังเลในการปกป้องคนอื่นโดยเฉพาะกับผู้มีพระคุณแบบนี้ สุดท้ายแล้วเด็กหนุ่มจึงหลับตาลงอย่างรวดร้าวแล้วยกมือโอบรอบคอของชายหนุ่มแทนคำตอบ


   “วันนี้พอแค่นี้”หลังจากที่ทุกอย่างเสร็จสิ้นเอเดนก็ลุกขึ้นพร้อมกับกล่าวประโยคนี้ออกมากับร่างที่นอนหมดเรี่ยวแรงอยู่บนเตียง โคกะคลายมือที่กำผ้าปูเตียงจนแน่นออกแล้วสูดลมหายใจลึกหวังจะระบายความเจ็บปวดออกไป

   เด็กหนุ่มไม่ได้หันไปดูแต่ก็รู้ว่าอีกฝ่ายออกจากห้องไปแล้วเมื่อได้ยินเสียงประตูเปิดและปิดลง ร่างบางลุกขึ้นจากเตียงช้าๆเพื่อไม่ให้กระเทือนแผลแต่ก็คงเป็นการยากจะที่หลีกเลี่ยงความเจ็บปวดเมื่อโคกะถึงกับกัดฟันเพราะทั่วร่างกำลังกรีดร้องด้วยความทรมาณ

   นับจากเวลาที่เขาถูกพากลับมาที่ห้องกับเวลาที่โดนกอดมันก็ผ่านมานานพอสมควรแล้วแม้จะไม่แน่ใจเรื่องเวลาแต่ก็คาดว่าคงล่วงเลยกลางดึกมาพอสมควรซึ่งนั่นก็ยิ่งส่งผลให้เขาอยากจะหลับไปเสียแต่ตอนนี้เลยจริงๆ เพียงแต่พอเห็นร่องรอยทุกอย่างบนตัวโคกะก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้

   “จะให้ใครเห็นไม่ได้”เด็กหนุ่มเอ่ยกับตัวเองแบบนั้นก่อนจะดึงผ้าห่มมาคลุมตัวเองแล้วลากสังขารที่อ่อนล้าเต็มทนไปยังห้องน้ำเพื่อชะล้างคราบหรือร่องรอยทุกอย่างออกไป เมื่อมาถึงห้องน้ำผ้าห่มก็ถูกกองทิ้งไว้ตรงข้างหน้าแล้วโคกะจึงค่อยพาตัวเองเข้าห้องน้ำไปแล้วเปิดฝักบัวให้แรงที่สุด

   น้ำอุ่นที่ตกกระทบร่างทำให้เขารู้สึกดีขึ้นพอสมควรแต่กระนั้นเมื่อนึกถึงเรื่องที่เพิ่งเกิดขึ้นหัวใจของเขาก็รู้สึกเย็นเยียบขึ้นมาจนต้องยกมือกอดตัวเองเอาไว้ให้แน่นที่สุด ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้อยู่ที่นี่แต่เอเดนกลับทิ้งสัมผัสอันน่ารังเกียจไว้บนร่างของเขาราวกับจะตอกย้ำให้เขายิ่งรู้สึกสมเพชตัวเองมากกว่าเดิม

   เขาจะต้องทนไปอีกนานแค่ไหน?

   คำถามนี้เขาตอบไม่ได้และคำตอบของเอเดนก็คงไม่พ้นคำว่าชั่วชีวิตเป็นแน่ เพียงแค่คิดกัวใจก็เหมือนถูกกัดกินด้วยความหวาดกลัวจนน่าหัวเราะ โคกะไม่เคยคิดว่าเขาจะหวาดกลัวเอเดนได้มากถึงเพียงนี้ซ้ำยังทำอะไรอีกฝ่ายไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

   “น่าสมเพชชะมัด”บอกกล่าวกับตัวเองแบบนั้นก่อนจะร่างกายจะเอนไปพิงผนังกระเบื้องแล้วทรุดลงกับพื้นห้องน้ำอย่างสิ้นหวัง ในเวลานั้นโคกะไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าตัวเองร้องไห้รึเปล่า ไม่รู้ว่าตนเองจะมีวันที่ได้หลุดพ้นจากฝันร้ายนี้ไหม เขาไม่รู้อะไรเลยแม้แต่อย่างเดียว
   หลังจากนั้นก็เป็นเวลาอีกพักใหญ่กว่าโคกะจะสามารถรวบรวมสติตัวเองพร้อมกับชำระร่างร่างกายจนสะอาดแล้วกลับมานอนอยู่บนเตียงเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพียงเพื่อรอใครบางคน

   ก๊อกๆ

   เสียงเคาะประตูดังขึ้นสองครั้งและถูกเปิดออกมาเมื่อโคกะตอบกลับไปสั้นๆ ใบหน้าใจดีของเมเลี่ยนปรากฏขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มเหมือนทุกครั้งทำให้โคกะรู้สึกดีขึ้นจนสามารถยิ้มตอบกลับไปได้

   “เป็นยังไงบ้าง”เมเลี่ยนถามตามปกติพลางนั่งลงบนเก้าอี้ข้างเตียง

   “ก็ไม่ค่อยเจ็บแผลแล้วล่ะ”โคกะตอบด้วยน้ำเสียงร่าเริงแต่ก็ไม่อาจปิดความอ่อนล้าไว้ได้หมด เมลี่ยนจึงขมวดคิ้วพลางส่ายหัวด้วยท่าทางเหมือนผู้ใหญ่ที่เอือมระอาเด็กดื้อ

   “ผมบอกแล้วไงว่าเธอควรจะพักผ่อนมากๆอย่าฝืนลุกขึ้นไปฝึกก็ไม่เชื่อ”ได้ยินดังนั้นโคกะก็ได้แต่หัวเราะกลบเกลื่อนเพราะเขาจำต้องหาเหตุผลว่าทำไมตัวเองถึงมีบาดแผลใหม่ๆเกิดขึ้นเสมอ โคกะย่อมไม่มีทางบอกเงื่อนไขที่เอเดนเสนอมาอยู่แล้วจึงโกหกไปว่าฝึกซ้อมกับเพื่อนแทน

   “ถ้าไม่หมั่นฝึกซ้อมก็มีหวังร่างกายฝืดหมดพอดี”ยิ่งได้คำพูดเหมือนนักกีฬาบ้าฝึกซ้อมสีหน้าของเมเลี่ยนก็ยิ่งดูเอือมหนักกว่าเดิมแต่กระนั้นก็ยังมีรอยยิ้มที่มุกปากน้อย

   “เธอหัดห่วงตัวเองให้มากกว่านี้หน่อยเถอะ อย่าทำให้ผมเป็นห่วงมากเลย”ทั้งที่เมเลี่ยนก็ไม่ได้พูดอะไรที่ฟังดูซาบซึ้งมากนัก น้ำเสียงก็ติดจะหน่ายใจนิดๆอีกด้วย ที่สำคัญความเป็นห่วงของเมเลี่ยนก็คงไม่ได้มีความหมายอะไรพิเศษแท้ๆแต่โคกะกลับรู้สึกดีใจที่ได้ยินเมเลี่ยนพูดแบบนั้น

   ยิ่งคิดโคกะก็ยิ่งแปลกใจตัวเองมากขึ้นเรื่อยๆจนกระทั่งเขายังไม่เข้าใจตัวเองหรือบางทีอาจเป็นเพราะบรรยากาศรอบตัวที่ดูเป็นมิตรและนิสัยอ่อนโยนของเมเลี่ยนที่ทำให้เขารู้สึกสบายใจและวางใจ โดยเฉพาะในยามที่เขาต้องต่อสู้เพียงลำพังเมเลี่ยนจึงเหมือนกลายเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวของเขา

   “รู้แล้วน่า”โคกะรับคำแบบขอไปทีพลางเกาแก้มด้วยความเขิน ทว่าในตอนนั้นเองที่ดวงตาของชายหนุ่มกลับเหลือบไปเห็นรอยบางอย่างที่คอ ชายหนุ่มพยายามจับจ้องไปยังจุดนั้นเพื่อดูให้รู้ว่ารอยนั้นคือรอยอะไร

   “เมเลี่ยน”เขาเอ่ยเรียกแต่คนอายุมากกว่าก็ไม่ได้ตอบ ร่างสูงโปร่งขยับเข้ามาหาคล้ายไม่ได้ยินเสียงโคกะที่เอ่ยเรียกทั้งยังยื่นมือออกมาเพื่อจะปัดเส้นผมที่ลำคอขาวออกเพื่อมองร่องรอยบางอย่างบนคอให้ชัดเจน

   พลันนั้นภาพของเอเดนก็ซ้อนทับบนร่างของเมเลี่ยน  เด็กหนุ่มถึงกับตัวแข็งทื่อเมื่อลำคอโดนสัมผัส ความทรงจำอันโหดร้ายยามที่ถูกอีกฝ่ายกระทำชำเรายังคงติดลึกอยู่ทุกอณูของร่างกาย ความหวาดกลัวจากเบื้องลึกของหัวใจส่งผลให้โคกะกรีดร้องและผลักชายหนุ่มออกไปเต็มแรง

   “อย่า!”

   โครม!

   เนื่องจากโคกะออกแรงผลักเต็มแรงทำให้เมเลี่ยนที่ไม่คาดคิดว่าจะโดนผลักก็ถึงกับล้มลงจากเก้าอี้ไปในทันที แรงผลักของโคกะทำให้ชายหนุ่มมีสีหน้าบิดเบี้ยวเพราะความเจ็บแต่ก็ยังไม่มากเท่ากับความตกใจที่เกิดขึ้น ชายหนุ่มจับจ้องไปยังร่างบางที่หอบหายใจประหนึ่งใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดไปในการผลักเขาออก

   “โคกะเธอ....”เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับโคกะและไม่คิดว่าจะได้รับคำตอบด้วยจึงไม่ได้ถามออกไป แต่ภาพของร่างบอบบางที่สั่นเทาจนต้องยกสองแขนกอดตัวเองเอาไว้กับสีหน้าซีดเผือดที่เผยความหวาดกลัวออกมานั่นยิ่งทำให้เขาสงสัยมากกว่าเดิม
   เมเลี่ยนลุกขึ้นตั้งใจจะเข้าไปปลอบโคกะให้ใจเย็นเพื่อสอบถามเรื่องราวแต่เพียงแค่เขาลุกขึ้นยืนโคกะก็กระเถิบตัวหนีทันที ริมฝีปากบางสั่นระริกจนต้องขบฟันเข้าหากันแน่นเพื่อสะกดความหวาดกลัวเอาไว้ดูน่าสงสารจับใจ

   “เธอเป็นอะไรไป”น้ำเสียงถามของเมเลี่ยนยังฟังดูอ่อนโยนเหมือนเดิมแต่ขณะเดียวกันก็เป็นน้ำเสียงที่คล้ายคลึงกับเสียงอันเย็นชาของเอเดนในความทรงจำ แม้ว่าโคกะจะแยกเสียงของทั้งสองคนออกแต่ก็ยังออกอาการผวาอยู่ดีสุดท้ายเมเลี่ยนที่เห็นท่าทางของโคกะเป็นแบบนั้นก็หรี่ตาลงน้อยๆแล้วไม่ทำอะไรอีกนอกจากยืนอยู่เงียบๆรอให้โคกะตั้งสติได้เอง

   “เมเลี่ยน ฉัน....”โคกะอยากขอโทษที่ปัดมืออีกฝ่ายออกแต่กลับพูดอะไรไม่ออกด้วยเพราะไม่รู้ว่าจะหาเหตุผลอะไรมากลบเกลื่อนเหตุการณ์เมื่อครู่นี้ส่งผลให้เด็กหนุ่มได้แต่ก้มหน้าลงหลบสายตาที่มองมาของคนอายุมากกว่า

   ชายหนุ่มยังคงเงียบและจับจ้องร่างที่ยังติดจะสั่นเทานั้นอยู่ด้วยแววตาที่ยากจะอธิบาย หลังจากเงียบไปครู่หนึ่งเมเลี่ยนก็เงยหน้าขึ้นแล้วส่งยิ้มให้เหมือนเดิมราวกับว่าเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

   “ขอโทษที่รบกวนนะ เธอคงอยากพักผ่อนเต็มทีแล้วถ้าไงวันนี้เธอก็พักผ่อนให้สบายเถอะนะ”ถ้อยคำของเมเลี่ยนฟังดูคล้ายกับคำประชดแต่เพราะการทอดน้ำเสียงนุ่มนวลทำให้รู้สึกว่ามันจริงใจมากกว่าประชดประชัน

   “ผมจะไม่ถามอะไรทั้งนั้น เพราะงั้นเธอไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ”พูดจบครูฝึกหนุ่มก็เดินออกจากห้องทันทีโดยที่โคกะก็ทำได้เพียงมองอีกฝ่ายเดินออกไปโดยไร้คำอำลาใดๆ

   ลับหลังที่ประตูปิดลงรอยยิ้มของชายหนุ่มก็จางหายไปในทันที แววตาที่มักเคลือบไว้ด้วยความอ่อนโยนแปรเปลี่ยนเป็นแววตาที่คมกริบราวกับมีดไม่มีผิด เขาไม่ใช่คนโง่หรือใสซื่อที่จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับเด็กหนุ่มหน้าหวานคนนั้น ทั้งรอยช้ำที่ต้นคอกับอาการหวาดกลัวการถูกสัมผัสแบบนี้มันเหมือนกับ…..เขาไม่กล้าที่จะเชื่อข้อสรุปอันน่าเหลือเชื่อของตัวเองแต่ก็ปฏิเสธมันไม่ได้

   เท่าที่ได้คุยกับโคกะมาเขาเคยได้ยินชื่อสหายร่วมรบมามากมายไม่ว่าจะไลโอเน็ต อคิวล่า ดราก้อนหรือวูลฟ์แต่กลับมีนามของใครคนหนึ่งที่ไม่เคยหลุดออกมาจากปากของเด็กหนุ่มเลยนั่นคือนามของชายที่มีนามในฐานะเซนต์ว่าโอไรอ้อน เอเดนทั้งที่ในศึกที่ผ่านมาเขาได้ยินมาว่าทั้งสองคนต่างก็ได้สู้รบเคียงบ่าเคียงไหล่กันแต่โคกะกลับไม่คิดจะพูดถึงสหายคนนี้เลยซึ่งบางทีอาจเป็นไปตามที่เขาลองคาดเดาดู คิดแล้วเมเลี่ยนก็มองไปยังป้ายชื่อหน้าห้องที่ติดไว้ว่าเอเดนกับโคกะก่อนจะเดินออกไปเพื่อตามหาตัวใครคนหนึ่งและสอบถามถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
Browser:
Chrome 29.0.1547.76 Chrome 29.0.1547.76

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #12 เมื่อ: 04, ตุลาคม 2013, 11:06:52 PM »

   เมเลี่ยนออกจากห้องไปนานแล้วแต่โคกะก็ยังคงได้แต่นั่งนิ่งจับจ้องไปยังประตูที่ปิดลงไปเช่นเดิม  เขาไม่รู้ว่าเมเลี่ยนสะกิดใจเรื่องอะไรกันแน่ ถึงแม้จะพอคาดเดาได้แต่โคกะก็ไม่อยากให้มันเป็นความจริง โดยเฉพาะแววตาที่เมเลี่ยนมองเขามันเปลี่ยนไปเป็นบางอย่างที่น่ากลัว

   “เมเลี่ยน”เขาเอ่ยเรียกทั้งที่เจ้าตัวไม่อยู่คล้ายกับจะปลอบใจตัวเองว่าจะต้องได้ยินเสียงอ่อนโยนนั้นตอบกลับมา

   “มันต้องไม่เป็นไร”ต่อให้เห็นท่าทางของเขาบางทีเมเลี่ยนอาจไม่ได้คิดไปถึงขั้นนั้นเพราะขนาดเขาเองยังไม่อยากเชื่อเลยว่าจะต้องมาเจอกับเรื่องแบบนี้ เพราะงั้นมันจะต้องไม่เป็นไรอย่างแน่นอน

   เมื่อคิดได้ดังนั้นโคกะก็พยายามจะลบเลือนความกังวลทั้งหมดด้วยเสียงของที่เต็มไปด้วยความใจดีของเมเลี่ยนในความทรงจำที่ผ่านมา เขานึกถึงรอยยิ้มที่ทำให้คนมองรู้สึกอบอุ่นใจแล้วก็ลอบยิ้มออกมาอย่างอดไม่ได้

   ทว่าความสุขของโคกะกลับอยู่ได้ไม่นานเลยเมื่ออาการบางอย่างได้กำเริบขึ้นอีกครั้ง ความเจ็บปวดที่คล้ายกับหัวใจถูกบีบรัดมักจะเกิดขึ้นซ้ำๆแต่ก็ไม่ได้สม่ำเสมอจนหมอเองก็หาสาเหตุไม่ได้ เด็กหนุ่มกุมลำคอที่แห้งจนแสบไม่ต่างกับคนขาดน้ำเอาไว้ ลมหายใจที่เข้าออกเหมือนกับคมมีดที่บาดลำคอของเขาจนเจ็บทำให้แค่หายใจก็ยังรู้สึกทรมาณจนแทบทนไม่ไหว

   ร่างบางทิ้งตัวลงกับที่นอน กายบางเหยียดเกร็งอย่างเจ็บปวด สองมือพยายามข่มตาหลับเพื่อให้การนิทราช่วยดึงเขาให้หลุดพ้นจากความเจ็บปวดในตอนนี้และมันก็กินเวลาอยู่นานทีเดียวกว่าโคกะจะสามารถหลับลงได้ตามที่ใจต้องการและเมื่อลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งกาลเวลาก็ล่วงเข้าสู่ยามพลบค่ำแล้ว

   “นี่เราหลับไปนานขนาดนี้เลยเหรอ”ช่วงนี้โคกะรู้สึกรำคาญร่างกายของตัวเองเหลือเกิน เพราะนอกจากจะไม่เข้มแข็งพอจะสู้กับเอเดนแถมยังอ่อนแอจนเข้าขั้นปวกเปียกอีกต่างหาก เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเองกันแน่รู้แค่ว่าเหมือนตัวเขากำลังอ่อนแอลงทีละนิด

   หากถามว่าโคกะกลัวความตายไหม เมื่อก่อนเขาคงบอกว่าเขากลัวที่จะไม่ได้ตายเพื่อคุณซาโอริมากกว่า แต่ในเวลานี้ความหวาดกลัวกำลังกัดกินหัวใจของเขาไปเรื่อยๆอย่างไม่อาจห้ามได้ แม้เขาจะรู้สึกว่าตนเองยังห่างไกลกับความตายนักแต่ก็ยังรู้สึกหวั่นไม่ได้เมื่อพบว่าช่วงเวลาที่สติในแต่ละวันของตนเริ่มลดน้อยลงทุกที

   ในขณะที่โคกะกำลังตกอยู่ในภวังค์ที่เข้าใกล้ความสิ้นหวังวินาทีนั้นท้องฟ้าก็ส่งเสียงคำรามลั่นและตามมาด้วยแสงสว่างที่เจิดจ้าจนแสบตา แสงนั้นมาจากสายฟ้าที่พุ่งลงมาจากท้องฟ้า เสียงของสายฟ้าทำให้ใจของโคกะคิดไปถึงใครคนหนึ่งที่ตนเองนึกเกลียดชัง โคกะยันกายลุกขึ้นเพื่อที่จะเดินไปปิดหน้าต่างแต่แล้วเขากลับรู้สึกได้ถึงขุมพลังหนึ่งที่ตนเองรู้จักดี

   “เอเดน”ทั้งที่อาจเป็นพลังคอสโมของเซนต์ธาตุสายฟ้าคนอื่นแต่โคกะกลับมั่นใจว่าพลังนั้นต้องเป็นของเอเดนแน่นอนในเมื่อเขาได้ปะทะกับคอสโมอันทรงพลังนั้นมาหลายครั้งแล้ว

   วินาทีนั้นหัวใจของโคกะก็กระตุกวูบประหนึ่งเป็นสัญญาณของลางร้าย เขาอยากเชื่อว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้นแต่กระนั้นโคกะก็ยังวิ่งออกไปจากห้องพักและตรงไปยังต้นตอของพลังคอสโมอันรุนแรงนั้นโดยไม่สนใจอาการบาดเจ็บของตนเองเลยแม้แต่นิดเดียว

   ด้วยร่างกายที่ติดจะอ่อนแรงของเด็กหนุ่มทำให้กว่าโคกะจะวิ่งไปถึงลานฝึกซ้อมเก่าก็ใช้เวลาไปนานพอสมควร ระหว่างทางที่วิ่งมาก็ปรากฏสายฟ้าฟาดอยู่ตรงจุดหมายอีกหลายครั้งยิ่งทำให้เขารู้สึกหวาดหวั่นมากขึ้นทุกที ในเวลานี้เขารู้สึกอยากให้ตัวเองคิดมากเกินไปจนบ้ามากกว่าจะไปพิสูจน์ว่าสิ่งที่เขาคิดเป็นความจริง

   แต่แล้วเมื่อมาถึงจุดหมายสิ่งที่เด็กหนุ่มสังหรณ์ใจกลับถูกต้องจนน่าแค้นใจ เบื้องหน้าของเขามีร่างหนึ่งนอนอยู่บนพื้น เส้นผมสีน้ำตาลปรกลงมาบนใบหน้าของคนที่นอนอยู่แต่โคกะก็ยังจำได้ว่าคนๆนั้นคือใคร

   “เมเลี่ยน!”โคกะร้องด้วยความตกใจก่อนจะวิ่งเข้าไปหมายจะพยุงร่างนั้นขึ้นมาแต่พริบตานั้นกลับมีสายฟ้าพุ่งเข้ามาขวางเขาไม่ให้เข้าไปหาเมเลี่ยนและตัวการย่อมไม่ใช่ใครอื่นนอกจากคนที่โคกะกำลังมองด้วยสายเคียดแค้น เด็กหนุ่มเรียกชื่อของชายหนุ่มที่ยืนอยู่เบื้องหน้าด้วยน้ำเสียงที่คล้ายกับการกรีดร้องอย่างเจ็บปวด

   “เอเดน!”

------------------------------

โดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยมีไฟจะเขียนตอนนี้เท่าไหร่เพราะอยากเขียนตอน5มากกว่า(อ่าว)

แต่ตอนนี้ชอบตรงส่วนแรกที่สุดละ 555 เรามันสายเอสพอได้รังแกโคกะแล้วถึงจะสงสารมันแต่ก็แอบสะใจเล็กๆ ช่วงนี้แอบเขียนนิยายน้อยลงเพราะไปติดเรื่องFREE! แบบว่าไม่ไหวแล้วเจ้าฉลามเกรียนดูไปก็หมั่นไส้มันแต่พอเห็นมันร้องไห้เรากลับโกรธมันไม่ลงทั้งที่แกทำพ่อโลมาที่รักของชั้นร้องไห้แท้ๆ บ้าที่สุดT [] T!!!!!

/ลากกลับมาเซนต์

แต่โชคดีที่ดูจบแล้วเลยกลับมาเขียนเซนต์ต่อได้ จบตอนนี้ก็ขอไปเขียนสามพีต่อก่อนนะคะ แต่จะพยายามไม่ทิ้งช่วงนานเหมือนคราวนี้อีกค่ะ

ตอบเม้นต์

Bitsaint

เอเดนไม่ต้องทวงหรอกเพราะตีตราเจ้าของเรียบร้อยไปแล้ว 555 จบตอนนี้พี่แกก็จัดการเก็บคู่แข่ง(?)แล้วไง แต่โคกะจะทำยังไงน้อ หึๆๆ

เอาจริงๆตกลงไม่รู้เอเดนมันเหมาะกับบทตบจูบหรือเราหื่นเองกันแน่เนี่ยบทโคกะถึงโดนจับกดตลอด ทั้งที่เราว่าในออริเอเดนมันสุดแสนจะสุภาพบุรุษเลยน้าถึงจะกับอาเรียคนเดียวก็เถอะ

จะว่าไปสงสัยเรื่องนี้จะยาวเท่าสามพี เหอๆๆ

บันทึกการเข้า
Bitsaint
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Apprentice Saint
*

Photobucket 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
14, มกราคม 2014, 12:05:46 AM

กระทู้: 32
หมายเลขสมาชิก: 12458

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2013


กระทู้: 32
5.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Bitsaint
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 4 : Exp 57%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #13 เมื่อ: 05, ตุลาคม 2013, 09:11:42 PM »

ในที่สุดพี่เมอาก็มาซักทีนะคะ หนูตอบให้ค่ะ พี่หื่นเองน้า เอเดนหนูไม่เกี่ยว/ลำเอียง
โฮะโฮะโฮะโฮะโฮะโฮะโฮะ/มากไปเเล้ว  พี่เมอาดู Free ด้วยถึงตอนไหนเเล้วคะ หนูชอบวาฬมาก
เรื่องนี้ก็สนุกดีนะคะ ตอนนี้รู้สึกว่าจะเป็นที่นิยมในพวก(สาว)วัย(วาย)รุ่น(หญิง)ด้วย โลมาก็น่ารักนะคะ
เเต่ถึงยังไงก็สู้เซนต์เซย่าของหนูไม่ได้หรอกค่า เอิ้ก

« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 08, ตุลาคม 2013, 08:48:02 PM โดย Bitsaint » บันทึกการเข้า
nunun081
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 379
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
20, เมษายน 2019, 10:31:50 PM

Scorpio

กระทู้: 429
หมายเลขสมาชิก: 4389

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2009


กระทู้: 429
279.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ nunun081
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 16 : Exp 78%
HP: 0.1%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 29.0.1547.76 Chrome 29.0.1547.76

pichanun081@hotmail.com -
ดูรายละเอียด เว็บไซต์
| |
« ตอบ #14 เมื่อ: 06, ตุลาคม 2013, 05:51:22 PM »

ขณะนี้ป้ากำลังซับเลือดกำเดาอยู่ เขิลๆๆๆๆ

บันทึกการเข้า

หน้า: [1] 2 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
Top 10 Best Sellers in Clothing for 2017 Top 10 Best Sellers in Clothing Best Sellers in Clothing
Top 10 Best Sellers in Books reviewer 2017 Top 10 Best Sellers in Books Best Sellers in Books
Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Reviewer 2017 Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Best Sellers In Grocery