STF Forum
22, เมษายน 2021, 05:50:56 AM *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
 

   หน้าแรก   ช่วยเหลือ ค้นหา ปฏิทิน Shop เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: 1 [2] 3   ลงล่าง
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: [Saint Seiya Omega FanFic]For you or me? ตอนที่9 24/1/57  (อ่าน 15721 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 13.0.782.220 Chrome 13.0.782.220

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #15 เมื่อ: 11, ตุลาคม 2013, 12:51:14 PM »

ในที่สุดพี่เมอาก็มาซักทีนะคะ หนูตอบให้ค่ะ พี่หื่นเองน้า เอเดนหนูไม่เกี่ยว/ลำเอียง
โฮะโฮะโฮะโฮะโฮะโฮะโฮะ/มากไปเเล้ว  พี่เมอาดู Free ด้วยถึงตอนไหนเเล้วคะ หนูชอบวาฬมาก
เรื่องนี้ก็สนุกดีนะคะ ตอนนี้รู้สึกว่าจะเป็นที่นิยมในพวก(สาว)วัย(วาย)รุ่น(หญิง)ด้วย โลมาก็น่ารักนะคะ
เเต่ถึงยังไงก็สู้เซนต์เซย่าของหนูไม่ได้หรอกค่า เอิ้ก

ดูจบแล้วค่าถึงได้มาต่อฟิคเรื่องนี้ได้ 555

ชอบพ่อหนุ่มโลมาค่ะน่าร้ากกกกกกกกกก ส่วนฉลามก็อยากโบกมันเป็นระยะๆ แต่ก็อยากได้พ่อวาฬมาเป็นแฟนมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

แต่ก็ยังไม่ใช่ที่ 1 ในใจเท่าฉลามน้อยของเรื่องYu gi oh Zexalหรอก ฉลามเรื่องนั้นโดนใจกว่า คนที่สูสีกันก็คือเอเดนจากเซนต์นี่แหละ ชาร์ค(จากยูกิ)กับเอเดนจากโอเมก้า....เฮ้ย! มันไม่มีพระเอกผิดโพลเลย!

บันทึกการเข้า
Bitsaint
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Apprentice Saint
*

Photobucket 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
14, มกราคม 2014, 12:05:46 AM

กระทู้: 32
หมายเลขสมาชิก: 12458

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2013


กระทู้: 32
5.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Bitsaint
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 4 : Exp 57%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #16 เมื่อ: 18, ตุลาคม 2013, 07:30:24 PM »

หายไปนานมาก พอดีว่าช่วงนี้ติด เปาบุ้นจิ้น ค่ะ ชอบคู่จั่นเจา x ไปอี้ถัง มากเลย เเต่คนอื่นเค้าจิ้นสลับที่กับหนู /ทำไมชั้นคิดคู่เหมือนชาวบ้านเค้ามั้ง 
พี่เมอาคะหนูก็ชอบชาร์คเหมือนกันค่า  เท่มากค่า    ดูไปดูมาก็คล้าย เอเดน นะคะ
โฮะๆเเต่ยังไงก็ไม่มีใครหล่อสู้เจมินี่ของหนูได้อยู่เเล้วค่า /เอาอีกเเล้ว
ปัจฉิมลิขิต พี่เมอารู้จักพี่ Mukkuk รึเปล่าคะ

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 13.0.782.220 Chrome 13.0.782.220

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #17 เมื่อ: 21, ตุลาคม 2013, 12:23:55 PM »

หายไปนานมาก พอดีว่าช่วงนี้ติด เปาบุ้นจิ้น ค่ะ ชอบคู่จั่นเจา x ไปอี้ถัง มากเลย เเต่คนอื่นเค้าจิ้นสลับที่กับหนู /ทำไมชั้นคิดคู่เหมือนชาวบ้านเค้ามั้ง 
พี่เมอาคะหนูก็ชอบชาร์คเหมือนกันค่า  เท่มากค่า    ดูไปดูมาก็คล้าย เอเดน นะคะ
โฮะๆเเต่ยังไงก็ไม่มีใครหล่อสู้เจมินี่ของหนูได้อยู่เเล้วค่า /เอาอีกเเล้ว
ปัจฉิมลิขิต พี่เมอารู้จักพี่ Mukkuk รึเปล่าคะ

ไม่รู้จักค่ะ เราไม่รู้เล้ยว่าเรื่องโลกของสองเราคือความรักอันเร่าร้อนของพี่น้องเจมินี่หรือกระทั่งเรื่องBorn to be..เราก็ไม่เคยอ่านเล้ยยยยยยยยยยยยยย/แหลสดแหลเปื่อย

เลิกแหลละ ยอกรับค่ะว่าอ่านจนกระดาษแทบเปื่อยแล้ว ชอบมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ส่วนชาร์คตอนแรกชอบชาร์คxยูมะหรือยูมะxชาร์ค(ยังสับสนอยู่ว่าใครเคะดี) แต่ตอนนี้ต้องโฟร์xชาร์ค โอนลี่ค่าาาาาาาาาาาาา

บันทึกการเข้า
Bitsaint
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Apprentice Saint
*

Photobucket 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
14, มกราคม 2014, 12:05:46 AM

กระทู้: 32
หมายเลขสมาชิก: 12458

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2013


กระทู้: 32
5.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Bitsaint
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 4 : Exp 57%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #18 เมื่อ: 27, ตุลาคม 2013, 04:22:51 PM »

ฟิคพี่ Mukkuk หนูติดมากค่ะ อ่านครั้งเดียวหนูอินไป 1 ปี อ่านจบหมดเเล้วคงอินไปทั้งชีวิตเลย
พี่เมอา/เสียงหลอกหลอน มอบฟิคมาซร้า
รีบมาเเต่งต่อนะคะ 

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
Browser:
Chrome 30.0.1599.101 Chrome 30.0.1599.101

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #19 เมื่อ: 05, พฤศจิกายน 2013, 09:50:39 PM »

ตอนที่ 5 ผู้ที่ถูกหักหลัง

   เสียงคำรามของสายฟ้าดังอยู่ใกล้จนเหมือนกับจะพุ่งมาฟาดฟันใส่เขาได้ทุกเมื่อ แต่นั่นก็ไม่เท่ากับความรู้สึกที่เหมือนหัวใจโดนกรีดเป็นชิ้นๆเมื่อได้เห็นร่างหนึ่งที่เต็มไปด้วยบาดแผลนอนฟุบอยู่บนพื้น โคกะจับจ้องไปยังชายอีกคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่คุกรุ่นไปด้วยโทสะ

   “ทำไม!”เขาตะโกนถามออกไปอย่างเหลืออดเมื่อพบว่าตนถูกหักหลัง เอเดนขมวดคิ้วเข้าหากันด้วยสีหน้าเคร่งเครียดแต่กลับไม่ได้ตอบคำถามของโคกะทำให้เด็กหนุ่มต้องถามอีกครั้ง

   “นายทำร้ายเขาทำไม!”ยิ่งตะโกนถามใจของเด็กหนุ่มก็ยิ่งเจ็บแปลบกับความโง่เขลาของตัวเอง

   เขาทนให้อีกฝ่ายเหยียบย่ำศักดิ์ศรี ร่างกายแปดเปื้อนจนกระทั่งตัวเองยังรังเกียจที่จะแตะต้องทำให้เขารู้สึกเคียดแค้นจนไม่อาจทนไหว แต่เขาก็ยังยอมทนเพราะรู้ว่าเอเดนเป็นคนรักษาสัญญา แต่ว่า....

   “ตอบมาสิ!”เขาตะโกนถามไปอีกครั้งและในที่สุดเอเดนก็ตอบหากแต่เป็นคำตอบที่เขาไม่ต้องการแม้แต่นิดเดียว

   “เพราะผมต้องการจะฆ่ามัน”เป็นเพียงคำตอบที่สั้นและเรียบง่ายแต่เชือดเฉือนขีดความอดทนสุดท้ายของโคกะจนขาดสะบั้น  โคกะเร่งพลังคอสโมออกมาจนถึงขีดสุดแล้วพุ่งเข้าหาเอเดนโดยไม่สนใจอะไรอีกต่อไป

   “เอเดน!”

   เปรี้ยง!

   หมัดหนึ่งพุ่งเข้าหาใบหน้าอันเฉยชาของเอเดนแต่ก็ถูกหยุดไว้ด้วยฝ่ามือข้างหนึ่งที่ยกขึ้นมาป้องกันได้ทันท่วงที ชายหนุ่มสบมองเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลของโคกะที่คล้ายกับจะลุกไหม้เป็นสีเพลิงแล้วกำมือที่ตัวเองจับเอาไว้แน่นจนแทบเรียกว่าบดขยี้

   “โกรธที่ผมทำร้ายผู้ชายคนนี้มากขนาดนี้เลยเหรอ”เอเดนถามเสียงเรียบๆไม่มีวี่แววสำนึกว่าตนเองได้ผิดคำสัญญาของโคกะเลยแม้แต่นิดเดียวทำให้โคกะยิ่งโกรธจัดแล้วใช้มืออีกข้างชกใส่ร่างตรงหน้าในระยะประชิดอย่างไม่ยอมแพ้ชายหนุ่มปล่อยมือที่จับเอาไว้ทันทีก่อนจะขยับตัวหลบหมัดที่พุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วและจัดการชกสวนกลับไปทันทีซึ่งโคกะก็เบี่ยงตัวหลบไปได้อย่างฉิวเฉียด

   “เขาไปทำอะไรให้นาย!”โคกะถามด้วยเสียงที่เหมือนกับจะกรีดร้องออกมาแต่เอเดนก็ยังสามารถตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเหมือนเดิม

   “เพราะเขาทำให้นายมีความสุข”ราวกับตอกย้ำถึงคำพูดที่เอเดนเคยบอกเอาไว้ไม่มีผิด เอเดนต้องการให้เขาทรมาณเจียนตายและอยากที่เหยียบย่ำตัวเขาให้แหลกสลาย เขานึกถึงตอนที่เอเดนยื่นข้อเสนอออกมา

   เขารู้ว่าตัวเองแทบไม่มีหวังที่จะชนะและก็ไม่อาจปฏิเสธเงื่อนไขที่เหมือนกับคำสั่งนี้ได้ โคกะได้แต่กอดความหวังอันริบหรี่แล้วยอดทอดกายตัวเองให้อีกฝ่ายได้ย่ำยีทุกค่ำคืน ทั้งที่เขาเตรียมใจไว้ขนาดนี้และทำไปทุกอย่างแล้วแต่เอเดนกลับผิดสัญญาง่ายๆคล้ายกับจะบอกว่าเขามันโง่เองที่ไปหลงเชื่อคำสัญญาจอมปลอมนั้น

   “สารเลว!”เขาด่ากลับไปทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่รู้สึกรู้สาอะไรเหมือนทุกครั้งซึ่งในคราวนี้ก็ไม่ต่างกันเพราะเมื่อรู้ตัวอีกทีร่างสูงก็เข้ามาประชิดตัวเขาแล้วพร้อมกับใช้มือบีบที่ข้างแก้มสองข้ามด้วยแรงที่มากพอจะบีบให้กรามของเขาแตกได้แล้วถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ

   “นายมันคนใจง่าย เพียงแค่ได้รอยยิ้มของชายคนนี้นิดหน่อยก็ถึงกับเอาตัวเข้าแลกเพื่อปกป้อง ตัวตนของนายมันมีค่าแค่นี้เองเหรอ”คำพูดประโยคนี้ทำให้โคกะรู้สึกเหมือนเพิ่งโดนอีกฝ่ายตบเข้าที่ใบหน้าอย่างจังจนเจ็บแปลบ เขาสะบัดตัวหนีแต่ก็ไม่อาจหนีคำดูถูกของอีกฝ่ายพ้น

   “สำหรับนายแล้วขอแค่ใจดีด้วยจะเป็นใครก็ได้สินะ”อีกหนึ่งประโยคที่ทำให้โคกะถึงกับนิ่งสนิท เขาอยากจะสวนกลับคำพูดของเอเดนแต่ก็หาสิ่งใดมาตอกกลับไปไม่ได้ สิ่งที่เอเดนพูดเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน เมเลี่ยนอาจมีพระคุณแต่ทำไมเขาถึงต้องมาเสียสละตัวเองแบบนี้ด้วยทั้งที่ตลอดมาคนที่เขาจะเสียสละตัวเองให้พี่เพียงแค่คุณซาโอริกับอาเรียที่จากไปแล้วเท่านั้น

   “น่าสมเพชจริงๆ”ขณะที่พูดเอเดนก็หรี่ตาคล้ายกับไม่อยากจะมองเขาแต่ก็ยังไม่ยอมที่จะละสายตาไปจากตัวเขา เขาอ่านแววตาของเอเดนที่มองมาไม่ออกและหวาดกลัวที่จะรับรู้ถึงความหมายแฝงที่อยู่ในนั้น สุดท้ายกลับเป็นเขาเองที่ต้องหันหน้าหนีเพราะทนสายตาของอีกฝ่ายไม่ได้

   “ถ้าหากว่านายพอใจกับความใจดีเล็กๆน้อยๆนั่นแล้ว ถ้าผมใจดีด้วยนายจะนึกชอบผมขึ้นมาด้วยรึเปล่า”พริบตาที่ได้ยินเอเดนพูดประโยคนี้ความสับสนงุนงงก็กำเนิดขึ้นในใจของเขา เพราะเอเดนถามเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉยเขาจึงไม่เข้าใจความหมายที่แฝงอยู่ในคำพูดประโยคนั้น

   “หมายความว่ายังไง”เอเดนถามคำถามนี้มาเพื่ออะไรแล้วอยากให้เขาตอบอะไรกลับไปหรือเพียงแค่อยากจะดูถูกตัวเขาเพิ่มขึ้นเท่านั้น

   นายอยากจะบอกว่าตัวฉันมันไร้ค่าถึงขนาดต่อให้โดนนายทำร้ายมากแค่ไหนแค่ทำดีด้วยนิดเดียวฉันก็จะยกโทษให้งั้นเหรอ...นายคิดแบบนี้ใช่รึเปล่า.....โคกะอยากจะพูดประโยคนี้ออกไปแต่ก็ทำไม่ได้ เพราะหากพูดออกไปก็มีแต่ตัวเขาที่โดนดูถูกมากขึ้นเท่านั้น
   ท่ามกลางความสับสนร่างบางได้แต่ยืนนิ่งอยู่หน้าชายที่ตนนึกชิงชัง อีกฝ่ายเองก็ไม่ได้เข้ามาทำร้ายเขา เอเดนยืนมองเขาด้วยท่าทางคล้ายกับรอคำตอบ แต่แล้วในวินาทีนั้นเองที่เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นข้างหูของโคกะ

   “ไม่ระวังเลยนะ เพกาซัส”ยังไม่ทันที่โคกะจะได้หันกลับไปลำคอบางก็ถูกวงแขนใหญ่กดล็อคเอาไว้จนหายใจแทบไม่ออกทำให้เขากันกลับไปมองข้างหลังไม่ได้ หากแต่น้ำเสียงที่ได้ยินกลับทำให้เขารู้ว่าคนที่จับเขาไว้คือใคร

   “เมเลี่ยน”เขาเอ่ยเรียกชื่อใครคนนั้นด้วยน้ำเสียงตกตะลึง

   นี่มันเกิดอะไรขึ้น.....

   เขาอยากถามแต่ก็ไม่รู้ว่าควรจะถามใครจึงจะได้คำตอบที่พอใจซึ่งบางทีมันคงไม่มีคำตอบที่เขาพอใจ เบื้องหน้าเขาคือคนที่อยากให้เขาทุกข์ทรมาณแต่อีกคนที่จับเขาอยู่กลับเป็นคนที่เขาอยากจะปกป้องซึ่งตอนนี้กำลังกดลำแขนลงบนคอเขาจนน่ากลัวว่าจะสามารถหักคอเขาได้อย่างง่ายดาย

   “เมเลี่ยน”เขาเรียกอีกครั้งโดยหวังให้เมเลี่ยนมีคำอธิบายอะไรก็ได้สักอย่างหนึ่งดวงหน้าใจดีอ่อนโยนของชายหนุ่มยังคงส่งยิ้มแบบเดิมๆมาให้แต่คำพูดกลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

   “เธอนี่จะเรียกว่าซื่อบื้อหรือว่าเชื่อใจคนง่ายดีล่ะ แค่นี้ก็ยังไม่รู้งั้นเหรอ”ท้ายประโยคเป็นเสียงสูงบ่งบอกว่าเป็นประโยคคำถามแต่โคกะกลับรู้สึกว่ามันแฝงไปด้วยการดูถูกดูแคลนตัวเขา

   “เธอเป็นคนใจง่ายแบบที่ท่านเอเดนพูดจริงๆนั่นแหละ เพียงแค่ผมใจดีด้วยก็ทำท่าดีใจอย่างกับเด็กเล็กๆหรือจะเรียกว่าเพกาซัสที่เชื่องๆดีล่ะ”ทุกคำที่อีกฝ่ายพ่นออกมานั้นไม่ต่างกับพิษร้ายที่กัดกินตัวเขา ยิ่งได้ฟังโคกะก็ยิ่งเจ็บใจเมื่อพบว่าเขาถูกหลอก เด็กหนุ่มไม่อยากเชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริงแต่สรรพนามของใครคนหนึ่งที่แทรกอยู่ในคำพูด

   “ท่านเอเดนงั้นเหรอ....”คนที่จะเรียกเอเดนแบบยกย่องก็มีแต่....

   “จริงสิผมเองก็ต้องแนะนำตัวใหม่ใช่ไหม ผมคือมาร์เชี่ยนซึ่งทำหน้าที่เป็นสปายให้กับท่านเมเดียในนามของThree Horned Chameleon แต่คงไม่ต้องบอกว่ายินดีที่ได้รู้จักหรอกนะ”น้ำเสียงยามแนะนำตัวของเมเลี่ยนหรือชื่อจริงคาเมเลี่ยนเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจที่ทิ่มแทงลึกเข้าไปในใจของโคกะ

   นี่เขาโดนทั้งสองคนหลอกใช่ไหม...

   ทุกอย่างไม่ว่าจะความอ่อนโยนและการตัดสินใจทุกอย่างของเขาล้วนแต่เป็นเพียงบทละครที่ถูกชักใยโดยฝีมือของทั้งสองคน สภาพตัวเขาในตอนนี้คงสาแก่ใจเอเดนแล้วสินะ เพราะคนที่เขายอมสละตัวเองเพื่อปกป้องแท้จริงแล้วกลับเป็นศัตรูที่รอจะหักหลังเขาอยู่ ในเวลานี้ขนาดจะหัวเราะสมเพชตัวเองเขาก็ยังทำไม่ได้เลย

   “นี่ใช่มั้ยสิ่งที่นายต้องการ”โคกะถามกับเอเดนที่ยืนอยู่ตรงหน้าด้วยแววตาที่แทบจะสิ้นหวังก่อนจะปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาอย่างเงียบๆเอเดนยังคงเงียบและมองเขาโดยไม่เปลี่ยนสีหน้าและไร้ซึ่งคำพูดใดๆแม้แต่คำเดียว

   “เอาล่ะท่านเอเดนลงมือสิครับ”เสียงของเมเลี่ยนดังอยู่ข้างหู เสียงอันอ่อนโยนกำลังบอกให้คนที่เขาเกลียดลงมือฆ่าเขา พอมองลอดผ่านน้ำตาที่เริ่มไหลรื้นเขาก็เห็นว่าในอุ้งมือของเอเดนมีประกายของสายฟ้าแล่นแปลบปลาบ ช่างน่าแปลกที่เขาไม่รู้สึกกลัวแต่กลับรู้สึกสิ้นหวังมากกว่า

   ในวินาทีต่อมาที่เอเดนยกมือขึ้นเขาจึงค่อยๆหลับตาลงอย่างช้าๆเพื่อหลีกหนีความจริงอันโหดร้ายทั้งหมด เอเดนเงื้อหมัดขึ้นและพุ่งมันไปยังข้างหน้าตนเองด้วยความรวดเร็วประหนึ่งสายฟ้า

   เปรี้ยง!

   ร่างที่ถูกชกลอยไกลออกไปตามแรงหมัดที่พุ่งตรงเข้าไปอย่างไม่ลังเลหากแต่ร่างนั้นกลับไม่ใช่เพกาซัสที่ใกล้แตกสลายหากแต่เป็นร่างของกิ้งก่าเปลี่ยนสีคาเมเลี่ยน!

   “อั่ก....ท่านเอเดน...ทำไม...”เมเลี่ยนถามด้วยน้ำเสียงติดจะอู้อี้เพราะโดนชกเข้าที่หน้าอย่างจัง ชายหนุ่มมองไปยังเอเดนที่ช้อนร่างของโคกะไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวด้วยความตกตะลึงเมื่อพบว่าตนเองเป็นฝ่ายได้รับบาดเจ็บ

   “ท่าทางแกจะเข้าใจอะไรผิดไป เรื่องของผมกับเพกาซัสไม่ใช่สิ่งที่แกจะสามารถเข้ามาก้าวก่ายได้ ชีวิตของเพกาซัสอยู่ในมือของผมดังนั้นต้องมีแต่ผมที่ทำร้ายเขาได้”ร่างสูงเอ่ยด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ ดวงตาสีมรกตจ้องเข้าไปยังดวงตาสีเขียวปนเหลืองของเมเลี่ยนแล้วจึงปล่อยมือจากโคกะ

   คราวนี้เด็กหนุ่มเป็นฝ่ายตกตะลึงบ้างเมื่อได้ยินคำพูดประโยคเมื่อครู่โดยเฉพาะกับการช่วยเขาจากเงื้อมมือของเมเลี่ยนทั้งที่ไม่จำเป็น โคกะมองแผ่นหลังของคนที่ค่อยๆเดินห่างออกไปด้วยความสับสนเต็มหัวใจ

   ทุกย่างก้าวของเอเนดที่ขยับเข้าไปหาเมเลี่ยนนั้นเต็มไปด้วยพลังสมกับที่มีสายเลือดของมาร์สอยู่ในร่าง รังสีคุกคามที่ถูกปล่อยออกมานั้นคมปลาบและบาดผิวจนรู้สึกแสบร้อนไม่ต่างกับกำลังโดนอัสนีแผดเผา ดวงตาทั้งสองข้างเย็นเยียบดุจน้ำแข็งซึ่งทำให้ผู้ที่เห็นถึงกับสั่นด้วยความหวาดกลัว

   “ท่านเอเดนนี่ท่านปกป้องเพกาซัสศัตรูคู่แค้นงั้นเหรอ”เมเลี่ยนเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความตื่นตระหนกกับบทสรุปที่ออกมาในทางที่เขาคาดไม่ถึง

   ตอนแรกเขาคิดว่าเอเดนแค่อยากทรมาณเพกาซัสให้สาสมกับสิ่งที่มันทำกับนายเหนือหัวของเขาและที่ทำร้ายเขาในตอนแรกคงเพียงแค่เพราะเขายุ่งไม่เข้าเรื่องแต่ตอนนี้มันไม่ใช่แล้ว เจ้านายคนสุดท้ายของเขากำลังยืนอยู่ข้างหน้าเพกาซัสพร้อมกับลงมือทำร้ายเขาโดยไม่ลังเลทำให้ดวงตาของเมเลี่ยนเปลี่ยนเป็นความคับแค้นใจในทันที

   “ช่างน่าเสียดายที่เป็นบุตรของท่านเมเดียเหลือเกินเพราะบุตรคนนี้ได้ช่วยศัตรูที่ฆ่ามารดาของตัวเอง! ทั้งที่มันช่วงชิงทุกอย่างไปจากท่านแต่ตอนนี้ท่านกลับปกป้องมัน เพราะอะไร!”เสียงของเมเลี่ยนมีแต่ความรวดร้าวเมื่อพบว่านายเหนือหัวคนสุดท้ายที่เหลืออยู่กลับมองข้ามความจงรักภักดีของตัวเองแล้วเลือกจะช่วยศัตรู

   “มีเรื่องจะพูดแค่นี้ใช่ไหม”เอเดนตัดบทอย่างง่ายๆแล้วตั้งท่าเตรียมจัดการบุคคลตรงหน้า เมเลี่ยนไม่ได้ขยับตัวถอยหนีแต่กลับเลือกยืนประจันหน้าเอเดนอย่างไม่เกรงกลัวทั้งยังหัวเราะเย้ยหยันด้วยน้ำเสียงเจ็บปวด

   “หึ ที่ทำแบบนี้เพราะอะไรครับเพราะหลงมันใช่รึเปล่า ผมรู้นะว่าท่านทำอะไรกับมันบ้าง ผมไม่คิดเลยว่าท่านจะวิปริตหลงใหลในตัวของผู้ชายด้วยกันซ้ำยังเป็นศัตรูคู่แค้นกันแบบนี้”ถ้อยคำสกปรกของเมเลี่ยนทำให้โคกะหนาวยะเยือกกับสิ่งที่ได้ยินเมื่อมีคนรู้ในสิ่งที่เขาไม่อยากให้ใครรู้และยังกล่าวซ้ำเติมเขาอย่างโหดร้ายแต่ในตอนนั้นเองที่เอเดนก็ปล่อยหมัดออกไปในทันทีราวกับจะตัดคำพูดของเมเลี่ยนให้ขาดสะบั้น

   เปรี้ยง!

   ใบหน้าที่ไม่เหลือความใจดีของเมเลี่ยนบิดเบี้ยวไปด้วยความเจ็บแต่กระนั้นสายตาอาฆาตแค้นก็ยังจับจ้องไปเบื้องหน้าอย่างไม่ลดละแล้วจากนั้นจึงค่อยเผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา

   “ถ้าเช่นนั้นเห็นทีผมคงต้องแสดงความภักดีครั้งสุดท้ายเสียแล้ว”ชายหนุ่มหยิบสนับมือที่มีหนามแหลมคมติดอยู่ออกมาสวมเข้าที่มือแล้วตัดสินใจดีดตัวไปยังข้างหน้าโจมตีเป็นครั้งแรกและยังเป็นครั้งสุดท้าย หากแต่เป้าหมายของการโจมตีไม่ใช่เอเดนกลับเป็นโคกะที่ยืนอยู่ข้างหลังของเอเดน

   “ทุกอย่างเพื่อท่านเมเดีย!”เมเลี่ยนตะโกนเช่นนั้นแล้วเล็งเป้าไปยังอกข้างซ้ายของเด็กหนุ่มที่โดนโจมตีอย่างไม่คาดคิด ไม่ว่าจะด้วยร่างกายที่ยังอ่อนแอหรือการโจมตีอันคาดไม่ถึงก็ล้วนแต่เป็นเหตุให้โคกะไม่สามารถหลบการโจมตีที่หมายเอาชีวิตนี้ได้ เด็กหนุ่มได้แต่หลับตาแล้วพยายามเบี่ยงตัวให้รอดพ้นจากการโดนแทงที่หัวใจ

   ฉัวะ!

   เสียงเนื้อถูกเหล็กแหลมแทงทะลุดังขึ้นอย่างน่าสยดสยองหากแต่ความเจ็บกลับมาไม่ถึงตัวเขา สิ่งที่สัมผัสได้มีแต่ความอบอุ่นที่ห่อหุ้มร่างกายของเขาราวกับโดนใครสักคนกอดไว้ เด็กหนุ่มลืมตาขึ้นช้าๆเพื่อพบว่าเอเดนเข้ามากอดเขาเอาไว้ทำให้หัวไหล่ของชายหนุ่มถูกแทงจนทะลุ

   “เอเดน...”เขาเรียกชื่ออีกฝ่ายอย่างแผ่วเบาเมื่อหยดเลือดไหลลงมาโดนแก้ม เอเดนกัดฟันอดกลั้นความเจ็บเพื่อไม่ให้ร้องออกมาก่อนจะปล่อยโคกะออกจากอ้อมกอดท่ามกลางสายตาตกตะลึงรอบสองของโคกะกับเมเลี่ยน

   “ท่านเอเดนนี่ท่าน....”คงเพราะความตกใจทำให้เมเลี่ยนเผลอปล่อยมือจากอาวุธ เพราะถึงอย่างไรเอเดนก็เป็นถึงบุตรของเมเดียที่เขาเคารพรักเขาจึงไม่อยากทำร้าย ทีแรกเขาคิดว่าต่อให้ถูกเอเดนสังหารก็จะขอพาเพกาซัสศัตรูที่แสนเกลียดชังไปด้วยแต่ไม่นึกว่าเอเดนจะพุ่งเข้ามากอดเพกาซัสไว้จนอาวุธของเขาพลาดเป้า

   หลังปล่อยมือจากโคกะแล้วเอเดนก็จัดการกระชากสนับมือหนามที่แทงไหล่ของตนเองออกส่งผลให้มีเลือดพุ่งออกมาจากบาดแผลมากมายแต่เอเดนก็ยังสามารถตีสีหน้านิ่งเฉยได้ ชายหนุ่มไม่ได้สนใจสิ่งใดทั้งสิ้นนอกจากรวบรวมพลังคอสโมแล้วแล้วใช้มันจัดการเมเลี่ยนโดยไร้ซึ่งความลังเลใดๆ

   “Tonitrui Saltare!”เสียงคำรามที่ดังกึกก้องของเอเดนมาพร้อมกับบอลสายฟ้าที่พุ่งเข้าใส่เมเลี่ยนที่ยืนนิ่งอยู่อย่างนั้น ชายหนุ่มขยับยิ้มด้วยสีหน้าที่คล้ายกับการเย้ยหยันพลางขยับปากพูดอะไรบางอย่างที่โคกะไม่ได้ยินแล้ววินาทีต่อมาร่างนั้นก็ถูกปกคลุมด้วยแสงสว่าง

   ยามเมื่อแสงจางลงก็มีเพียงร่างของสปายแห่งมาร์สล้มลงบนพื้น ร่างนั้นแน่นิ่งไปและไร้ซึ่งลมหายใจใดๆทั้งสิ้น เอเดนหรี่ตาน้อยๆก่อนจะหันหลังไปมองโคกะที่ยืนมองเหตุการณ์ทั้งหมด ใบหน้าของเด็กหนุ่มสะท้อนให้เห็นถึงความงุนงงระคนสับสนไม่เข้าใจในเรื่องราวอย่างเห็นได้ชัดและเอเดนก็ไม่คิดจะอธิบายอะไรให้ฟังทั้งสิ้น

   ชายหนุ่มยืนกุมบาดแผลบนไหล่พลางมองสบกลับไปในดวงตาสีน้ำตาลของโคกะที่ไม่อาจหาคำพูดใดๆมาเอ่ยได้ ทั้งสองยืนมองกันและกันอยู่เช่นนั้นจวบจนกระทั่งมีผู้อื่นปรากฏตัวขึ้นมาเพราะพบความผิดปกติพร้อมกับพาทั้งสองคนกลับไปรักษาบาดแผล

   การที่เอเดนกำจัดสปายของมาร์สที่เหลือรอดอยู่ส่งผลให้ฐานะของชายหนุ่มดีขึ้นมาเล็กน้อย แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่สนใจด้วยซ้ำว่าใครจะมองตนเองเช่นไร ชายหนุ่มทำเพียงแค่พยักหน้ารับคำขอบคุณของอาธีน่าแล้วจึงขอตัวกลับห้องหลังจากที่ทำแผลเสร็จ

   ทางด้านโคกะที่ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากหลังจากถูกไต่ถามเรื่องราวอยู่ครู่หนึ่งก็ได้กลับห้อง เพียงแต่เมื่อกลับมาถึงห้องเขาก็พบว่าคนที่มาก่อนยังนั่งอ่านหนังสืออยู่บนเตียงโดยไม่ยอมพักผ่อน ใบหน้าคมเงยขึ้นมองโคกะที่ยืนอยู่หน้าประตูก่อนจะก้มหน้าลงอ่านหนังสือต่อไปซึ่งการกระทำที่เมินเฉยต่อเขาทำให้โคกะต้องกัดฟันกรอด

   “นายจะไม่พูดอะไรเลยงั้นเหรอ”เขาถามและเอเดนก็ถามกลับทันที

   “นายอยากให้ผมพูดอะไรล่ะ”คำถามของเขาถูกแทนที่ด้วยคำถามที่เขาเองก็ไม่รู้จะตอบยังไงดี โคกะมีเรื่องมากมายที่อยากรู้แต่ก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะตอบหรือไม่ หลังจ้องกันอยู่นานในที่สุดเอเดนก็ถอนหายใจออกมาพร้อมกับปิดหนังสือในมือก่อนจะเริ่มพูด

   “คาเมเลี่ยนเป็นสปายที่แฝงตัวเข้ามาในแซงค์ทัวรี่ตามคำสั่งของท่านแม่ แม้จะไม่มีฝีมือมากนักแต่ทักษะการแฝงของเขาก็ดีมากจนท่านแม่ไว้วางใจ หลังจากที่เขารู้เรื่องที่ผมทำกับนายก็มาเสนอตัวว่าจะช่วยผมทำร้ายนาย”ความจริงข้อนี้ไม่ได้ทำให้โคกะเจ็บมากอีกต่อไปแต่กลับเกิดความสงสัยขึ้นมาแทน

   “แล้วนายฆ่าเขาทำไม”เอเดนบอกอยู่เสมอว่าต้องการให้เขาทุกข์ทรมาณดังนั้นจึงไม่มีเหตุผลอะไรที่จะปกป้องเขาเลย คราวนี้เอเดนกลับหลบตาเขาแล้วจึงค่อยตอบ

   “ชีวิตของนายเป็นของผม ดังนั้นผมจะไม่ยอมให้ใครคนอื่นนอกจากผมมาทำร้ายนายเด็ดขาดไม่ว่าคนๆนั้นจะเป็นใครก็ตาม”พูดจบเอเดนก็เงยหน้าขึ้นมองเขาด้วยสายตาแน่วแน่แบบคนที่ตัดสินใจไปแล้ว

   จุดประสงค์ของเอเดนยังคงเหมือนเดิม ทุกคำที่เอ่ยออกมายังคงบ่งบอกถึงความต้องการในความทรมาณของเขาแต่ก็น่าแปลกเหลือเกินที่เขาไม่ได้รู้สึกชิงชังถ้อยคำเหล่านี้เหมือนเมื่อหลายชั่วโมงก่อนหน้านี้

   ห้วงสติของเขาคิดถึงในตอนนี้เกือบจะถูกเมเลี่ยนฆ่าตาย ตอนนั้นถ้าหากไม่ได้เอเดนช่วยไว้อย่างน้อยเขาก็ต้องบาดเจ็บสาหัสเป็นแน่ ช่วงเวลาเพียงไม่กี่วินาทีที่ได้อยู๋ในอ้อมกอดนั้นความอบอุ่นที่ได้รับยังคงหลงเหลืออยู่บนร่างกาย ความรู้สึกที่ได้รับการปกป้องภายใต้วงแขนนั้นทำให้เขารู้สึกดีจนน่าเจ็บใจ

   ท่าทางเขาจะเป็นคนที่ใจง่ายอย่างที่โดนประณามไว้จริงๆ

    “แบบนี้เท่ากับว่าฉันติดหนี้นายสินะ”พอคำพูดนี้หลุดออกไปขนาดคนพูดเองก็ยังมึนงงว่าตนเองนั้นเผลอพูดประโยคนี้ออกไปได้อย่างไร ทางด้านเอเดนเองก็ดูแปลกใจไม่น้อยกับคำพูดอันเกินคาดของโคกะ

   “มันไม่ได้มีค่าขนาดนั้นหรอก”น้ำเสียงของเอเดนนิ่งมากจนน่าโมโหราวกับว่ามันเป็นเรื่องเล็กน้อยที่ไม่สมควรใส่ใจ ดวงตาคู่คมเหลือบมองท่าทางคับแค้นใจของเด็กหนุ่มก่อนจะนิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยประโยคถัดมา

   “หากติดหนี้ผมจริงนายคิดว่าตัวเองมีอะไรมาชดใช้หนี้ได้งั้นเหรอ ถ้าไม่มีก็เงียบซะ”คำพูดแทงใจดำทำให้โคกะต้องนิ่งเงียบไปอีกรอบ เพราะจริงอย่างที่อีกฝ่ายว่าตัวเขานั้นไม่มีอะไรเลย เอเดนเหลือบมองเสี้ยวหน้าของเด็กหนุ่มที่ก้มหน้าลงต่ำคล้ายกำลังครุ่นคิดหนักก่อนกล่าวซ้ำเติม

   “หรือจะใช้เงื่อนไขเดิมด้วยการเอาร่างกายมาแลกล่ะ เพราะอย่างน้อยร่างกายของนายก็ยังพอมีค่าอยู่บ้าง”เงื่อนไขเดิมที่เคยได้ยินวกกลับมาอีกครั้งส่งผลให้ร่างกายของเด็กหนุ่มแข็งทื่อไปในทันที ซ้ำร้ายเอเดนยังพูดต่อเพื่อตอกย้ำเขาให้รู้สึกแย่ยิ่งกว่าเดิม

   “แต่ตอนนี้ผมบาดเจ็บอยู่นายคงต้องทำเอง คงเข้าใจความหมายที่ผมพูดใช่ไหม”สิ้นเสียงพูดของเอเดน โคกะก็ตกอยู่ในสภาพที่เนื้อตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวขึ้นมา ใบหน้าหวานซีดเผือดพอกับที่หัวใจรู้สึกเย็นเยียบขึ้นมากับสิ่งที่เอเดนพูดถึง

   ตั้งแต่ครั้งแรกเขาก็เป็นฝ่ายที่ถูกบังคับมาตลอด ในคราวนี้แม้จะถูกบังคับเหมือนกันแต่เขาจะต้องเป็นผู้เริ่มเองและกระทำมันจนจบด้วยตัวเองแค่คิดโคกะก็รู้สึกอับอายขึ้นมาแล้ว เด็กหนุ่มลอบมองใบหน้าเฉยชาที่จ้องมองตัวเขาเงียบๆคล้ายรอคำตอบแม้จะพูดเรื่องน่าอายออกมาเอเดนก็ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยไม่แปรเปลี่ยนจนเขานึกโมโหขึ้นมา

   อย่ามองเขาด้วยสายตาเมินเฉยเหมือนกับว่าตัวเขาไม่มีค่าอะไร...โคกะอยากจะตะโกนออกไปเช่นนี้แต่ก็ไม่ได้ทำเพราะรู้ดีว่ามันคงไม่มีประโยชน์ ที่เอเดนบอกให้เขาทำคงเพราะรู้ดีว่าเขาไม่มีวันกล้าพอที่จะทำซึ่งเท่ากับว่าทุกอย่างจะเป็นไปตามที่เอเดนคิด ดังนั้นเขา....

   “ถ้าทำไม่ได้ก็เลิกพูดเรื่องนี้ไปได้แล้ว”เอเดนพูดเพื่อปิดบทสนทนาแต่กลับเป็นโคกะที่ไม่ยอมให้มันจบลง

   “ได้ ฉันจะทำ”พริบตาโคกะพูดประโยคนี้ออกมาเอเดนก็เผยสีหน้าค่อนข้างตกตะลึงออกมาแล้วค่อยมองเขาด้วยแววตาที่เหมือนกับไม่เชื่อ พอถูกมองด้วยสายตาแบบนั้นโคกะก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองกำลังโดนดูถูกซึ่งเขาจะไม่ยอมโดนดูถูกอีกแล้ว โคกะคิดถึงคำพูดของเมเลี่ยนว่าเอเดนหลงใหลในตัวเขา

   โคกะไม่คิดว่ามันจะเป็นเช่นนั้นจริงและก็ไม่มีทางเชื่ออย่างเด็ดขาด เอเดนก็แค่อยากเอาชนะเขาและต้องการเห็นเขาทรมาณกับคนแบบนี้เขาไม่อยากจะมีหนี้ค้างใดๆติดไว้ทั้งสิ้น อย่างไรเสียร่างกายนี้ก็แปดเปื้อนไปแล้วมันจะเกิดขึ้นอีกสักกี่ครั้งก็มีค่าเท่ากัน

   “ฉันจะทำ”โคกะกล่าวอีกครั้งเหมือนกับจะย้ำตัวเองแล้วจึงเริ่มถอดกางเกงของตัวเองออก ตอนนี้ความโกรธกำลังเข้าครอบงำเด็กหนุ่มจนกระทั่งลืมความอายไปเสียหมดสิ้น ร่างบางปีนขึ้นไปบนเตียงของชายหนุ่มแล้วเริ่มปลดกางเกงของอีกฝ่ายออกทันที

---------------------------เซ็นเซอร์ตามระเบียบใครอยากอ่านรบกวนส่งข้อความมานะคะจะส่งให้ที่หลังไมค์ค่ะ---------------------------

   “พอใจรึยัง...”แม้จะหมดแรงแค่ไหนแต่ด้วยความพยศที่ไม่ได้ลดลงเด็กหนุ่มจึงได้ถามกึ่งประชดออกไปเช่นนั้น โคกะไม่ได้รอฟังคำตอบของเอเดนเพราะคำพูดเมื่อครู่ได้ใช้เรี่ยวแรงที่เหลืออยู่ทั้งหมดของเขาไปแล้ว ดวงตาคู่โตค่อยๆหรี่ปิดลงแล้วตามด้วยเสียงลมหายใจยาวๆอย่างคนที่หลับไปแล้ว

   เอเดนมองคนที่บอกว่าเกลียดเขาซึ่งตอนนี้กำลังใช้หัวไหล่เขาหนุนต่างหมอนนอนสลบไสลไม่ได้สติแล้วก็อดที่จะถอนหายใจอย่างนึกอ่อนอกอ่อนใจไม่ได้แล้วจึงค่อยใช้สายตามองไปยังดวงหน้ายามหลับของโคกะ เอเดนเกลี่ยเส้นผมสีแดงที่บดบังใบหน้านั้นออกไปอย่างแผ่วเบาเผยให้เห็นใบหน้าอ่อนเยาว์ฉายแววเหนื่อยอ่อนและติดจะซีดเผือดเล็กน้อย

   “เพกาซัส...”เขาเอ่ยเรียกแต่ก็ไม่ได้คิดให้โคกะตอบกลับมา มือหนายกขึ้นลูบกลุ่มเส้นผมสีแดงอยู่หลายครั้งแล้วจึงค่อยขยับตัวให้โคกะลงมานอนบนเตียงเคียงข้างตัวเขา ชายหนุ่มมองใบหน้าที่นอนหลับอย่างสงบนั้นอีกครั้งแล้วจึงค่อยหลับตาลงเพื่อพักผ่อนเช่นเดียวกัน

TBC.

จบไปอีกหนึ่งตอนกับฉากเรทรอบที่สองของเครื่อง(ถึงโคกะจะโดนปล้ำไปหลายรอบแล้วก็เถอะ 555)

ตอนนี้เผยตัวจริงของมือที่สามแล้วค่ะเมเลี่ยนหรือชื่อจริงคือThree Horned Chameleonหรืออีกชื่อคือJackson Chameleonเป็นกิ้งก่าสามเขา บางทีคนอาจไม่รู้จักแต่มีอยู่จริงๆนะคะแล้วก็ขอเน้นย้ำว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคาเมเลีย่นจูนแม้แต่นิดเดียวค่ะ แค่บังเอิญเป็นกิ้งก่าเหมือนกันเฉยๆ

กล่าวถึงตัวประกอบคนนี้หน่อยว่าเฮียแกเค้ามีหน้าตาใจดีที่ใครเห็นก็ชอบค่ะ โคกะที่เพิ่งโดนทำร้ายจิตใจมาหมาดๆเลยเกือบติดบ่วงไปเหมือนกัน เมเลี่ยนเค้าเป็นมาร์เชี่ยนก็จริงแต่เป็นลูกน้องสายตรงของเมเดีย(แม่เอเดน)แล้วก็เคารพรักเมเดียมากเลยทำให้เคารพเอเดนตามไปด้วย ตอนที่แล้วพี่แกดันมารู้ความลับเข้าให้ก็ไปถามกับเอเดนก็เลยกลายเป็นเหตุการณ์ท้ายตอนที่แล้วค่ะ เมเลี่ยนไม่ได้นึกชอบหรือเอ็นดูโคกะแม้แต่นิดเดียวเลยค่ะที่ทำไปเพราะต้องการล้วงข้อมูลไปเรื่อยๆเผื่อจะมีประโยชน์อะไรในภายภาคหน้าแต่สุดท้ายก็มาโดนเอเดนเจี๋ยนทิ้งซะก่อนโทษฐานมายุ่งกับคนมีเจ้าของ(?)

อันนี้แถมให้เป็นภาพกิ้งก่าสามเขาค่ะ ส่วนที่เมเลี่ยนแทงเอเดนก็คือเขาสามเขาบนหัวนี่แหละค่ะ แต่มันเป็นสนับมือนะไม่ได้เอาหัวโหม่งไม่งั้นฉากซึ้ง(?)ฮาแน่ๆ

ใครอยากอ่านรายละเอียดของกิ้งก่าตัวนี้ก็ตามนี้เลยค่ะ
กิ้งก่าสามเขา

มาตอนนี้ขอบอกก่อนนะว่าโคกะแค่เหมือนจะเริ่มรู้สึกบางอย่างกับเอเดนเท่านั้นยังไม่ได้รักชอบเค้าขึ้นมาหรอก แต่แบบอารมณ์กำลังสับสนที่เอเดนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายกับตัวเองแถมยังแอบหวั่นไหวตอนที่เอเดนเอาตัวเข้าปกป้องอีกด้วย ท้ายตอนที่ยอมทำกับเอเดนนั่นก็ประชดล้วนๆค่ะ-*- โคกะเค้าคิดประมาณว่าเอเดนคงมองเห็นตัวเขาไม่มีค่าใดๆเลยขนาดแค่จะเป็นคนที่อยู่ในสายตาก็ยังเป็นไม่ได้เลยโมโหค่ะ พอเจอเอเดนพูดแบบนั้นเข้าเลยของขึ้นทำตามที่เค้าบอกเฉย เอาจริงๆเอเดนก็ไม่คิดว่าโคกะจะทำจริงๆนะนั่น(แต่พอเค้าทำก็เลยสนองซะ555) ส่วนสายตาที่เอเดนมองโคกะต่อจากนี้ไปจะเป็นยังไง....เราไม่บอกค่ะโฮะๆๆๆ/โดนเสยปลิว

ตอนหน้าจะเริ่มหวานหรือฉุดให้กลับไปดราม่ามืดทะมึนทำร้ายจิตใจกันเหมือนเก่าก็ต้องรอดูกันต่อปายยยยยยยยยย(เพราะเรายังไม่ได้เขียน/โดนตบ)

ตอบเม้นต์

Bitsaint
รู้สึกเหมือนคุณน้องจะไม่สนใจผู้เคราะห์ร้าย(?)อย่างโคกะเลยนะ
แหมก็เอเดนเค้าหล่อนี่นะ! พี่เองก็ชอบ!
มาตอนนี้เอเดนดูนุ่มนวลขึ้นบ้างมั้ยจ้ะ นี่เค้าเบามือแล้วนะแต่โคกะก็ยังสลบ 555

nunun081
/ยื่นผ้าขนหนุให้หร้อมกับโดเอเดนxโคกะ 18+ไปให้

บันทึกการเข้า
Bitsaint
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Apprentice Saint
*

Photobucket 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
14, มกราคม 2014, 12:05:46 AM

กระทู้: 32
หมายเลขสมาชิก: 12458

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2013


กระทู้: 32
5.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Bitsaint
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 4 : Exp 57%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #20 เมื่อ: 09, พฤศจิกายน 2013, 11:26:14 PM »

กรี๊ดดดดดดดดดดด เคะออนท๊อป /กำเดากระฉูด ในที่สุดโคกะใจอ่อนเเล้วล่ะสิ
เมเลี่ยนนายหลอกโคกะได้ยังไงยะ (เมเลี่ยนเป็นญาติกับโยมะรึเปล่า) ฮา เอาหัวชน
ปัจฉิมลิขิต หนูไม่ได้ไม่สนใจนายเอกหรอกค่ะ หนูเเค่ชอบเคะรันทดเท่านั้นเอง กร๊าก/พี่เมอาเสยไกล

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
Browser:
Chrome 31.0.1650.57 Chrome 31.0.1650.57

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #21 เมื่อ: 19, พฤศจิกายน 2013, 11:15:56 PM »

ตอนใหม่มาอย่างว่องเพราะกำลังมีไฟค่ะ แถมมีเซอร์ไพรส์ในตอนกับท้ายตอนให้อ่านด้วย

ตอนที่ 6 ความรู้สึกที่ไม่ควรมี

   “เฮ้! ขนมาทางนี้เลย”เสียงตะโกนสั่งการของคนงานดังไปทั่วบริเวณพื้นที่ซ่อมแซมซึ่งก็มีเหตุการณ์คล้ายๆกันทั่วแซงค์ทัวรี่หลังจบศึกซึ่งพวกเซนต์หลายคนที่ไม่ได้ออกเดินทางไปที่ไหนหรือรักษาตัวอยู่ต่างออกแรงช่วยด้วยเหมือนกันซึ่งก็เป็นเรื่องยกเว้นใครคนหนึ่งที่กำลังเข็นรถขนหินอยู่แต่ก็โดนเพื่อนสนิทสั่งให้หยุด


   “โคกะใครให้นายมาช่วยงานเล่า!”โซมะโวยวายเสียงดังแต่บริเวณนี้ก็มีเสียงตะโกนดังอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วจึงไม่มีใครสนใจ คนถูกเตือนชักสีหน้าไม่พอใจนิดหน่อยที่โดนทำเหมือนเป็นคนป่วยสาหัสใกล้ตาย

   “ฉันสบายดีน่า”ที่สำคัญเขาอยากช่วยให้แซงค์ทัวรี่อันแสนสำคัญของคุณซาโอริกลับมาเหมือนเดิมเร็วขึ้นสักนิดก็ยังดีทั้งที่คุณหมอยอมอนุญาตแล้วแต่กลับโดนโซมะมาห้ามโคกะย่อมไม่พอใจตามประสาคนดื้อรั้น โซมะหรี่ตามองเพื่อนหัวดื้อที่ไม่ยอมเชื่อที่เขาบอกแม้แต่นิดเดียวแล้วก็โวยกลับไป

   “แล้วเมื่อวันก่อนใครหน้าไหนกันที่มาสลบอยู่แถวนี้ลำบากให้ไลโอเน็ตผู้แสนดีคนนี้ต้องแบกกลับไปส่งที่ห้องมิทราบ”ได้ยินโซมะพูดแบบนี้คนหัวดื้อก็ถึงกับสะอึกเหมือนกัน คราวนี้จะบอกว่าไม่ได้ฝืนก็กลายเป็นพูดไม่ออกไปเลยได้แต่ตวัดสายตาขุ่นเคืองกลับไปยังเพื่อนสนิทที่ยืนกอดอกพร้อมรอยยิ้มแห่งชัยชนะอยู่ข้างๆ

   “ชิ รู้แล้วน่าเดี๋ยวช่วยตรงนี้เสร็จฉันไปพักก็ได้”โคกะยอมอ่อนข้อให้ซึ่งความจริงโซมะอยากให้โคกะกลับไปพักที่ห้องมากกว่าแต่ก็รู้นิสัยเพื่อนตัวเองดีจึงยอมถอยให้เช่นกัน

   “เฮ้อ....ช่างน่าสงสารเอเดนจริงๆ”เด็กหนุ่มธาตุไฟพูดทิ้งท้ายไว้ก่อนจะเดินไปกลับทำงานต่อทิ้งให้โคกะยืนงุนงงอยู่เพียงลำพังกับคำพูดนั้น

   “แล้วมันเกี่ยวกับเอเดนตรงไหนกัน”ดวงหน้าหวานส่อแววอารมณ์เสียทันทีเมื่อได้ยินชื่อคนที่ตัวเองเกลียด แต่แล้วใจของเขากับพาลไปคิดถึงเหตุการณ์เมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อนขึ้นมา

   เขาจดจำได้ถึงความอบอุ่นของอ้อมกอดที่รัดเขาแน่นในยามที่เอเดนใช้ร่างกายตัวเองรับการโจมตีแทนเขาพร้อมกันนั้นโคกะก็ยังหวนระลึกถึงวันต่อมาที่เขาลืมตาตื่นขึ้นมาเพื่อพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่ในวงแขนของอีกฝ่าย พอลองนึกดูเขาถึงได้เข้าใจว่าตนเองเผลอหลับไปแต่เขาก็ไม่คิดเลยว่าเอเดนจะยอมให้เขานอนอยู่เคียงข้างทั้งยังวางแขนบนเอวของเขาคล้ายกับจะกอดเอาไว้อีกด้วย

   เหตุการณ์นั้นทำให้โคกะทำอะไรไม่ถูกได้แต่นอนนิ่งๆอยู่แบบนั้นซึ่งก็ทำให้เขาได้มองใบหน้าของเอเดนตรงๆในระยะใกล้ ไม่ว่าใครก็ต้องยอมรับว่าเอเดนเป็นหนุ่มรูปงามคนหนึ่งแม้จะสูญเสียสีสันของเส้นผมไปเพราะเรื่องของอาเรียแต่ก็ไม่ได้ทำให้ความดูดีของชายหนุ่มลดลงเลย

   ใบหน้าคมกับดวงตาสีมรกตและลักษณะภายนอกที่ดูหยิ่งทะนงตนราวกับเจ้าชายต่างก็เป็นสิ่งที่ทำให้เอเดนดูน่าเกรงขามและเย็นชาจนไม่มีใครอยากเข้าใกล้ คงจะมีเพียงยามที่มองไปยังอาเรียเท่านั้นที่เอเดนจะเผยสีหน้าอ่อนโยนออกมาให้ได้เห็นในขณะที่ทุกครั้งเมื่อเขาถูกเอเดนมองเขากลับไม่อาจอ่านความรู้สึกใดๆได้เลย

   หากว่าอาเรียยังคงมีชีวิตอยู่ชายหนุ่มจะมองเขาด้วยสายตาแบบไหนกันนะ....

   เมื่อความคิดนี้แว่บผ่านเข้ามาโคกะก็รู้สึกอยากจะชกหน้าตัวเองสักหมัดเพื่อเรียกสติ แต่ในตอนนั้นเองที่เขาได้ยินเสียงหนึ่งดังออกมาจากริมฝีปากคู่นั้น

   “อาเรีย...”ชื่อของเธอที่จากไปซึ่งยังคงฝังลึกอยู่ในใจของเขาทั้งสองคน โคกะรู้สึกผิดและโทษตัวเองมาตลอดที่ไม่สามารถปกป้องเธอได้แล้วเอเดนล่ะจะรู้สึกอย่างไรที่ไม่ได้รับแม้กระทั่งโอกาสที่จะปกป้องเธอ เขารู้แค่ว่าน้ำเสียงของเอเดนที่ลอดผ่านออกมานั้นฟังดูเจ็บปวดอย่างที่สุด

   ใบหน้าที่เคยนิ่งสงบเริ่มปรากฏเม็ดเหงื่อผุดพรายขึ้นมา คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันคล้ายกับคนกำลังฝันร้าย ท่าทางทุกข์ทรมาณของเอเดนที่ได้เห็นทำให้เขารู้สึกสงสารอีกฝ่ายขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้ โดยไม่รู้ตัวโคกะค่อยๆยกมือขึ้นวางลงบนแก้มของชายหนุ่มแผ่วเบาคล้ายกับว่าจะช่วยดึงชายหนุ่มออกจากฝันร้าย การกระทำนี้ช่วยให้สีหน้าของเอเดนดูดีขึ้นเล็กน้อยเด็กหนุ่มจึงยังคงทาบฝ่ามือบนใบหน้าของชายหนุ่มต่อไปจนกระทั่งอีกฝ่ายลืมตาตื่น วินาทีที่แก้วตาสีมรกตปรากฏขึ้นหลังม่านตาโคกะถึงเพิ่งรู้ตัวว่าตนเองทำอะไรลงไป

   ทางด้านเอเดนก็มีสีหน้างุนงงเล็กน้อย ชายหนุ่มจึงปล่อยมือที่โอบเอวโคกะอยู่แล้วยกขึ้นวางทาบทับมือที่วางอยู่บนแก้มตนเองเหมือนกับจะพิสูจน์ให้แน่ใจว่าตนเองไม่ได้กำลังฝันอยู่แล้วจากนั้นเอเดนถึงได้ปล่อยมือ โคกะค่อยๆชักมือกลับด้วยสีหน้าที่ทำอะไรไม่ถูกเช่นกัน ทางด้านเอเดนก็ไร้ซึ่งคำพูดใดๆทั้งสองคนต่างก็จับจ้องกันอยู่แบบนั้นอยู่เนิ่นนาน คนที่เริ่มขยับตัวก่อนคือเอเดน ร่างสูงขยับกายลุกขึ้นจากเตียงแล้วหยิบเสื้อแขนยาวที่แขวนอยู่ตรงหัวเตียงมาสวม

   “เอเดนนายจะไปไหน”โคกะเอ่ยถามเมื่อเห็นเอเดนเดินไปที่ประตู ร่างสูงไม่ได้หันกลับมามีแต่เพียงเสียงที่คล้ายกับเสียงคำรามตอบกลับมา

   “ไม่ต้องมายุ่งกับผม!”แล้วเอเดนก็เดินออกไปทันที โคกะมองตามคนที่เดินออกไปด้วยความไม่เข้าใจเลยแม้แต่นิดเดียว

   หลังจากวันนั้นตลอดทั้งสัปดาห์ที่ผ่านมาเอเดนก็ไม่ได้พูดอะไรกับเขาแม้แต่คำเดียว ไม่มีทั้งท่าทางหยามเหยียดหรือคำดูถูกใดๆ เอเดนทำเหมือนกับว่าบนโลกนี้ไม่มีคนชื่อโคกะอีกต่อไป ทั้งที่ก่อนหน้านี้โคกะคงยินดีเป็นอย่างยิ่งที่อีกฝ่ายจะเลิกยุ่งกับเขาสักทีแต่เขากลับไม่อาจลืมสีหน้าเจ็บปวดในยามหลับของชายหนุ่มไปได้เลย

   โคกะสะบัดหัวเพื่อไล่ความคิดฟุ้งซ่านออกไปก่อนจะรู้ตัวว่าเดินมาถึงที่ทิ้งหินแล้วจึงจัดการเทเศษหินในรถเข็นลงเสร็จเด็กหนุ่มก็ปล่อยมือจากรถเข็น ใบหน้าหวานเงยขึ้นมองท้องฟ้าสีครามที่ส่องแสงเจิดจ้าออกมาท่าทางคล้ายกับเหม่อลอย ความจริงเขาควรจะหันไปช่วยขนเศษหินต่อแต่ความรู้สึกนึกคิดที่มีอยู่ตอนนี้ก็รบกวนเขาจนน่ารำคาญ

   เขาจะไปเห็นใจเอเดนทำไมในเมื่ออีกฝ่ายยังไม่เคยรักษาน้ำใจเขาเลย ความเจ็บปวดที่เคยได้รับมาหลายต่อหลายครั้งยังคงฝังลึกอยู่ในกายและพร้อมที่จะย้อนกลับมาซ้ำเติมเขาทุกเวลาตามที่เอเดนต้องการ เพราะงั้นกับแค่การทำดีครั้งเพียงครั้งเดียวมีหรือจะชดเชยกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาได้

   เพียงแค่คิดความเกลียดชังก็เหมือนกับจะเข้าครอบงำเขาอีกครั้ง ภาพความทรงจำอันโหดร้ายผุดขึ้นมาเพื่อกล่าวย้ำถึงการกระทำที่แสนหยาบช้าของอีกฝ่าย เด็กหนุ่มกำมือแน่นอย่างนึกเจ็บใจที่ตนเองไม่อาจตอบโต้ชายหนุ่มได้แม้แต่นิดเดียว เขาอยากจะทำอะไรสักอย่างที่จะทำให้เอเดนต้องเจ็บปวดกลับคืนไปบ้างแต่ก็เหมือนกับจะไม่มีวิธีใดๆเลยในการทำร้ายเอเดน

   โอไรอ้อน เอเดนชายหนุ่มผู้ที่ไม่มีเหลืออีกแล้ว ไม่ว่าจะครอบครัว อาจารย์หรือกระทั่งคนที่รัก สิ่งที่เอเดนเหลืออยู่ก็คงจะมีเพียงความแค้นกับความเกลียดที่มีต่อเขาเท่านั้น คงเพราะแบบนั้นชายหนุ่มถึงได้พยายามทำร้ายเขาถึงขนาดนี้มันช่างเป็นความทุ่มเทที่น่าหัวเราะจริงๆแต่ในฐานะของผู้ถูกกระทำโคกะก็ไม่มีทางหัวเราะออกมาได้

   “ทำไมฉันถึงต้องคิดถึงเรื่องของนายมากขนาดนี้ด้วย”ไม่ว่าจะเป็นความเกลียดชังหรือกระทั่งความรู้สึกที่คล้ายกับความสงสารเห็นใจต่างก็ไม่ยอมให้เขาคิดถึงเรื่องอื่นนอกจากเรื่องของเอเดน สองความรู้สึกที่ตรงข้ามกันซึ่งก่อเกิดในใจเขากำลังจะทำให้เขาเป็นบ้าเพราะตอนนี้ใบหน้าอันเย็นชากับใบหน้าเจ็บปวดของเอเดนต่างก็ปรากฏขึ้นแทบทุกครั้งที่หลับตาลงไม่ว่าเขาจะนึกเกลียดชังมากเท่าไรก็ตาม

   “บ้าที่สุด”เด็กหนุ่มสบถกับตัวเองก่อนจะยกเท้าเตะเศษหินชิ้นเล็กๆข้างเท้าไปข้างหน้า เศษหินที่ถูกเตะกลิ้งกระดอนไปข้างหน้าเล็กน้อยแล้วก็หยุดลงแต่ความว้าวุ่นที่อยู่ในใจของเขากลับไม่มีท่าว่าจะหยุดลงเลย

   หลังจากทำงานหนักสิ่งที่ตามมาย่อมต้องเป็นอาหารกลางวันชุดใหญ่เพื่อฟื้นฟูพลังที่สูญเสียไปในช่วงเช้า แม้จะไม่ใช่มื้อที่หรูหราแต่ก็เป็นมื้อที่เรียบง่ายและเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะเมื่อทุกคนต่างก็มาร่วมล้อมวงกินอาหารอย่างสนุกสนาน บรรยากาศอันครื้นเครงทำให้โคกะถึงกับลืมเรื่องร้ายๆที่เคยเกิดขึ้นแล้วร่วมหัวเราะไปกับทุกคนได้เลย

   ทว่าช่วงเวลาแสนสนุกสนานของโคกะกลับไม่ยาวนานเมื่อมีการปรากฏตัวของใครคนหนึ่ง ตอนแรกโคกะยังไม่ได้รู้สึกถึงตัวตนของผู้มาใหม่แต่เพราะรอบข้างเริ่มเงียบเสียงลงเด็กหนุ่มถึงได้ลองมองหาต้นเหตุที่ทำให้ทุกอย่างเงียบเสียงลงแล้วปลายสายตาเขาก็ไปสะดุดเข้ากับร่างของบุคคลผู้นั้นเข้า

   ร่างสูงโปร่งในชุดแขนยาวสีขาวเดินเข้ามาท่ามกลางความเงียบ ทุกย่างก้าวทำให้เส้นผมที่กลายเป็นสีออกเงินของชายหนุ่มขยับสะท้อนกับแสงอาทิตย์จนดูคล้ายกับมีรัศมีอันสูงศักดิ์ซึ่งไม่อนุญาตให้ใครเข้าใกล้ ใบหน้าหล่อเหลาไร้อารมณ์ใดๆผิดกับแววตาที่คมกริบจนทำให้ไม่มีใครสักคนกล้าพอที่จะสบตาหรือเอ่ยปากพูดอะไรสักคำหนึ่ง

   เอเดนใช้นัยน์ตาสีมรกตคู่นั้นจับจ้องตรงมายังโคกะที่นั่งอยู่ราวกับว่าที่ตรงนี้มีเด็กหนุ่มเพียงคนเดียวที่อยู่ในครรลองสายตา ร่างบางวางอาหารในมือลงแล้วลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับชายหนุ่มที่ตลอดหลายวันที่ผ่านมามองข้ามเขาด้วยสายตาที่แสนพยศและดื้อรั้นเหมือนเช่นทุกครั้ง

   “มีอะไร”เพกาซัส โคกะเป็นคนเริ่มเอ่ยปากพูดก่อนท่ามกลางความเงียบ

   “นายต้องมากับผมเดี๋ยวนี้”น้ำเสียงเย็นเยียบที่ไม่ได้ยินมาทั้งสัปดาห์ทำให้โคกะเกิดความรู้สึกหวาดหวั่นขึ้นมาลึกๆในใจแต่ก็ยังทำใจกล้าตอบกลับไป

   “แล้วทำไมฉันต้องไปกับนายด้วย”พอโคกะพูดประโยคนี้ออกไปก็คล้ายกับได้ยินเสียงใครหลายคนสูดลมหายใจดังเฮือก สีหน้าของเอเดนทอแววเคร่งเครียดมากกว่าเดิมจนน่ากลัว ร่างสูงยืนเงียบแล้วจ้องคนตัวเล็กกว่าคล้ายกับกำลังอดทนเพื่อให้โคกะเปลี่ยนคำตอบ แต่โคกะก็ไม่มีวันยอมเปลี่ยนคำพูดของตัวเองทั้งยังจ้องกลับไปอย่างไม่เกรงกลัว

   ในเวลานั้นเหมือนกับทั้งโลกมีเพียงเขาสองคนที่ยืนจับจ้องมองกันไม่วางตาราวกับกำลังรอให้ใครเป็นฝ่ายแพ้หมดความอดทนก่อนกัน สุดท้ายแล้วกลับเป็นเอเดนที่หมดความอดทนก่อนชายหนุ่มจัดการคว้าข้อมือบางเอาไว้แล้วออกแรงดึงแบบที่ควรเรียกว่ากระชากให้โคกะตามมาอย่างไม่สนเสียงโวยวายตามหลังเลยแม้แต่นิดเดียว

   “ปล่อยนะ!”โคกะร้องโวยวายพร้อมกับพยายามยื้อเอาไว้สุดชีวิตแต่พอไม่ได้ผลเด็กหนุ่มจึงคิดจะสายตาขอความช่วยเหลือไปยังเพื่อนสนิทที่ยืนอยู่ด้วยท่าทางไม่รู้ว่าจะเข้าไปแทรกตรงไหนดี แต่ยังไม่ทันที่จะได้ส่งเสียงเรียกเอเดนก็ดึงโคกะเข้ามาใกล้แล้วก้มลงกระซิบข้างหู

   “ถ้าไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่าผมทำอะไรนายไว้บ้างก็เงียบซะ”ทันทีที่ได้ยินคำขู่เขาก็รู้สึกเหมือนโดนแช่แข็งให้หยุดนิ่ง โคกะกัดริมฝีปากก่อนจะยอมให้เอเดนลากไปแต่โดยดีและไม่ได้หันกลับมามองสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของโซมะเลยแม้แต่นิดเดียว

   ตลอดทางที่เดินมาเอเดนไม่ยอมพูดอะไรแม้แต่คำเดียว ชายหนุ่มทำเพียงแค่กำรอบข้อมือของโคกะแน่นจนเจ็บเพื่อบังคับให้เดินตามมาด้วยกัน เอเดนลากเขามาในที่ลับตาคนซึ่งมีต้นไม้ล้อมรอบพอสมควรแล้วจึงยอมปล่อยข้อมือที่จับเอาไว้ โคกะลูบข้อมือที่ถูกบีบมาตลอดทางพลางถาม

   “ตกลงว่านายมีเรื่องอะไรจะพูดรึไง”เด็กหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงขุ่นเขียวอย่างนึกโมโหที่อยู่ดีๆก็ถูกขัดจังหวะความสุขซ้ำยังโดนข่มขู่ให้ตามมาอีก

   “ต่อจากนี้นายห้ามไปอยู่กับคนอื่นอีก”คำพูดของเอเดนถึงกับทำให้โคกะพูดอะไรไม่ออกไปชั่วขณะ สีหน้างุนงงของโคกะทำให้เอเดนกล่าวซ้ำอีกครั้ง

   “ผมบอกว่านับตั้งแต่นี้นายห้ามอยู่กับคนอื่นนอกจากผมเท่านั้น”แล้วทุกอย่างก็ตกลงสู่ความเงียบทันทีแต่ก็เพียงแค่ไม่นานเท่านั้นเมื่อโคกะตั้งสติได้เด็กหนุ่มก็เผยสีหน้าตกตะลึงออกมา

   “นายพูดอะไรของนาย นี่มันหมายความว่ายังไง”เขาถามเพราะไม่เข้าใจ หากฟังดูเผินๆคำพูดของเอเดนก็ฟังดูคล้ายกับกำลังหึงหวงแต่เขาสองคนก็ไม่ใช่คนรักกันและยิ่งไม่เป็นเป็นแม้แต่มิตร ต่อให้มีความสัมพันธ์ทางกายแต่นั่นก็เพราะถูกบังคับเท่านั้น  เขาเป็นคนที่เอเดนเกลียดและโกรธแค้นที่สุดและมันก็เป็นความรู้สึกเดียวกับเขาในตอนนี้

   “ผมเห็นนายยิ้มแล้วก็หัวเราะอย่างมีความสุข...ผมไม่ต้องการนายที่ยิ้มออกมาแบบนั้น”คำพูดอันแสนเห็นแก่ตัวกับใบหน้าเรียบเฉยไม่เคยเปลี่ยนกำลังทำให้ความโกรธของเด็กหนุ่มปะทุขึ้นมา

   ในขณะที่เขาไม่สามารถสลัดความรู้สึกที่ขัดแย้งในใจออกไปได้เอเดนกลับยังเหมือนเดิม ชายหนุ่มยังคงต้องการให้เขาเจ็บปวดต่อไป มันทำให้เขารู้สึกเจ็บใจที่เหมือนกับโดนปั่นหัวไม่มีผิด ทำไมถึงมีแต่ตัวเขาที่เปลี่ยนไปมันไม่ยุติธรรมเลย

   “ทำไมกัน....ทำไมเรื่องแบบนี้ต้องเกิดกับฉันด้วย!”ตะโกนออกมาอย่างเหลืออดกับความรู้สึกบ้าๆที่วนเวียนอยู่ในหัวซึ่งกำลังบดขยี้ให้เขาแตกสลายไปอย่างช้าๆ

   “การที่ฉันช่วยอาเรียมันเป็นสิ่งที่ผิดมากขนาดนั้นเลยรึไงกัน! นายคิดว่าฉันไม่เจ็บปวดรึไงที่ปกป้องเธอไม่ได้!”เมื่อพูดจบสีหน้าของเอเดนก็ดูย่ำแย่ขึ้นมาในทันทีทำให้โคกะเพิ่งรู้ตัวว่าได้เผลอพูดเรื่องที่ไม่สมควรพูดออกไป ร่างสูงก้าวเท้าเข้ามาหาด้วยแววตาที่เห็นชัดถึงโทสะ เอเดนในเวลานี้ดูน่ากลัวกว่าครั้งใดๆจนโคกะถึงกับถอยหลังไปหลายก้าวจนกระทั่งแผ่นหลังชิดกับต้นไม้ เมื่อไม่มีทางให้ถอยต่อโคกะก็ตั้งใจจะหนีไปอีกทางแต่ก็ไม่ไวพอที่จะหนีเงื้อมมือของเอเดนที่กดลงมาบนลำคอ

   “อึ้ก!”โคกะทนไม่ให้ตัวเองร้องออกมาเมื่อลำคอโดนกดเข้ากับต้นไม้ด้านหลัง มือแกร่งที่กำอยู่รอบคอออกแรงบีบเพื่อตัดลมหายใจของเด็กหนุ่มจนแทบหมดสิ้น ใบหน้าคมก้มลงมาชิดใกล้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นเฉียบ

   “อย่าพูดถึงเธออีก”ลำคอที่โดนบีบทำให้ปอดสูญเสียลมหายใจ คนตัวเล็กกว่าได้แต่ดิ้นรนอย่างแทบจะไร้ค่าเพราะไม่อาจสู้เรี่ยวแรงของคนตัวใหญ่กว่าอย่างเอเดนได้ พอเห็นสีหน้าทุกข์ทรมาณของโคกะเอเดนถึงได้ยอมปล่อยมือที่บีบลำคอไว้แล้วเปลี่ยนมาวางทาบบนต้นไม้เหนือหัวไหล่ของโคกะด้วยท่าทางเหมือนกับจะกักขังไว้ไม่ให้หนี

   “นายต้องทำตามที่ผมพูดถ้ายังไม่อยากตาย”เอเดนพูดเช่นนั้นขณะที่โคกะไอสลับกับสูดลมหายใจที่ขาดห้วงไปเข้าปอดแต่ก็ยังได้ยินทุกคำพูดของชายหนุ่มอย่างชัดเจน เมื่อลมหายใจกลับสู่ภาวะปกติโคกะก็เงยหน้าขึ้นจ้องมองคนที่เพิ่งเอ่ยคำข่มขู่ใส่เขาอีกครั้ง

   “การทำร้ายฉันคงทำให้นายมีความสุขมากสินะ”โคกะพูดลอยๆเพราะแค่อยากพูดอะไรตอกกลับไปบ้างซึ่งเอเดนก็คงไม่รู้สึกรู้สาอะไรแต่แล้วมันกลับไม่ได้เป็นอย่างที่เขาคิด ดวงตาของเอเดนเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ริมฝีปากที่เคยพูดจาข่มขู่เขาเม้มเข้าหากันแน่นแล้วก็ก้มหน้าลงเพื่อหลบสายตาของโคกะแม้จะเป็นเพียงไม่กี่วินาทีแต่เขากลับรู้สึกว่าได้เห็นสีหน้าที่เจ็บปวดของชายหนุ่ม

   “.....นายไม่เข้าใจหรอก”เสียงของเอเดนทั้งแผ่วเบาและติดจะสั่นพร่าจนโคกะไม่อาจเชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยินได้

   “นอกจากการทำร้ายนายโดยไม่ปล่อยให้นายตายผมก็ไม่เหลืออะไรอีกแล้ว...”คราวนี้กลับเป็นโคกะเสียเองที่ต้องเบิกตากว้างกับคำพูดของเอเดน เขาเคยคิดว่าเอเดนคงจะมีความสุขที่ได้ทำร้ายเขาและคงแอบยิ้มเยาะที่ได้เห็นเขาทุกข์ทรมาณแต่แล้วทุกอย่างมันกลับไมได้เป็นไปตามที่เขาคิดเลย

   เอเดนที่เคยทำทุกวิธีเพื่อให้เขาเจ็บปวดในตอนนี้กลับพูดเหมือนกับว่ากำลังเป็นฝ่ายเจ็บปวดเสียเอง โคกะสังเกตเห็นว่าหัวไหล่ของชายหนุ่มสั่นเล็กน้อยจนแทบมองไม่เห็น เพราะเอเดนก้มหน้าอยู่เขาจึงไม่อาจรู้ได้ว่าตอนนี้ใบหน้าของเอเดนยังคงเย็นชาเหมือนทุกครั้งหรือไม่

   “เอเดน”เขาเอ่ยเรียกด้วยความรู้สึกที่แม้แต่ตัวเองก็ยังไม่เข้าใจ

   “นายไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของผมหรอก”เอเดนเงยหน้าขึ้นมาสบตากับโคกะ แม้สีหน้าจะกลับมานิ่งเฉยแล้วแต่แววตาของชายหนุ่มก็ไม่ได้กลับไปดูเย็นชาเหมือนก่อนหน้านี้ โคกะไม่รู้และไม่อาจเข้าใจความรู้สึกของเอเดนได้จริงๆและยิ่งไม่เข้าใจมากขึ้นเมื่อเอเดนยกมือขึ้นมาจับปลายคางของเขาเอาไว้

   “เพกาซัส....”ยินเสียงเอ่ยเรียกแต่ก็เหมือนกลายเป็นสิ่งที่ห่างไกลออกไปทุกทียามเมื่อใบหน้าคมค่อยๆโน้มลงมาหาช้าๆ วงหน้าหล่อเหลาที่ใกล้เข้ามาทุกทีทำให้หัวใจของโคกะเต้นแรงขึ้นอย่างไม่อาจห้ามได้ เพราะว่าเอเดนไม่ได้หลับตาดวงตาของเขาทั้งสองจึงประสานกันและมันคงจะเป็นเช่นนั้นต่อไป แต่ทว่า....

   “ไม่!”ก่อนที่ริมฝีปากของเอเดนจะประกบลงมาโคกะก็ร้องปฏิเสธทั้งยังผลักชายหนุ่มออกไปอย่างรุนแรง อาจจะเพราะไม่ทันตั้งตัวเอเดนจึงเซไปตามแรงที่ถูกผลักโคกะจึงฉวยจังหวะนั้นวิ่งหนีไปทันทีกว่าจะรู้ตัวเอเดนก็ได้แต่มองแผ่นหลังของร่างบอบบางวิ่งหายไปจากสายตา

   โคกะไม่รู้ว่าตัวเองวิ่งออกมาไกลแค่ไหนและไม่รู้ด้วยว่าอีกฝ่ายตามมารึเปล่าเพราะเขาเองก็ไม่กล้าพอที่จะหันกลับไปดู เด็กหนุ่มได้แต่ออกแรงวิ่งสุดฝีเท้าเพื่อให้ตนหนีไปไกลจากเหตุกาณ์เมื่อครู่มากที่สุด แต่ภาพของเอเดนเมื่อครู่กลับยังวนเวียนอยู่ในหัวไม่ยอมหายไป

   ใบหน้าของเอเดนที่ใกล้เขามาจนรู้สึกได้ถึงลมหายใจของกันและกัน แก้วตาสีมรกตนั้นสะท้อนให้เห็นถึงความรู้สึกมากมายที่อธิบายไม่ได้ แม้มันจะเกิดขึ้นเพียงไม่กี่วินาทีแต่กลับส่งผลให้หัวใจของเขาเต้นแรงจนแทบหลุดออกมานอกอก ความรู้สึกที่เกิดขึ้นทำให้เขารู้สึกกลัวจนต้องวิ่งหนีออกมา

   ร่างบางยังคงวิ่งต่อไปราวกับกำลังหนีจากภาพทุกอย่างที่ได้เห็นเมื่อครู่จนกระทั่งร่างกายเริ่มหมดแรงและหยุดลงพิงตัวกับต้นไม้ใหญ่ โคกะหอบหายใจกับการวิ่งสุดแรง มือข้างหนึ่งยกขึ้นวางบนอกซ้ายคล้ายกับจะกดบังคับให้หัวใจกลับมาเต้นเป็นจังหวะปกติให้เร็วที่สุด

   เมื่อกี้นี้เอเดนคิดจะทำอะไร....เด็กหนุ่มคิดขณะที่หอบหายใจสูดเอาออกซิเจนเข้าเต็มปอดแต่จนกระทั่งลมหายใจกลับมาเป็นปกติแล้วจังหวะหัวใจของเขากลับยังคงเต้นแรงและยิ่งเต้นแรงมากขึ้นไปอีกเมื่อเขาเผลอคิดไปถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้นถ้าหากเขาไม่ได้ผลักอีกฝ่ายแล้วหนีมาแบบนี้

   เขาคิดว่าตัวเองบ้ามากๆที่คิดแบบนี้ แต่ทั้งท่าทางและบรรยากาศทุกอย่างที่เกิดขึ้นเมื่อครู่กลับยืนยันถึงข้อสันนิษฐานของเขา เขากำลังคิดว่าเอเดนจะจูบเขา...

   พลันนั้นโคกะก็ยกมือขึ้นปิดริมฝีปากที่เกือบโดนสัมผัสเอาไว้แน่น เขาไม่แน่ใจว่าตนรู้อย่างไรกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ เขาตกใจและยิ่งตกใจหนักกว่าเดิมเมื่อพบว่าเขาไม่ได้มีความรู้สึกรังเกียจแฝงอยู่เลย แต่เพราะว่าไม่มีความรังเกียจเจือปนอยู่เขาถึงรู้สึกหวาดกลัวตัวเองขึ้นมา

   “นี่เรา...เรา....”เขาพูดไม่ออกว่าตนเองกลายเป็นแบบไหนไปกันแน่

   ทุกความรู้สึกถาโถมเข้ามาใส่เขาจนทำให้รู้สึกเหมือนดวงตามืดบอด โคกะไม่รู้ว่าตนเองควรหันหน้าไปหาใครดีในเมื่อตอนนี้ไม่มีใครอยู่เคียงข้างเขาเลย มันเป็นความรู้สึกโดดเดี่ยวที่แทบจะสิ้นหวังเมื่อเขาได้แต่กัดริมฝีปากอดทนให้ทุกอย่างมันผ่านไปเท่านั้น

   “ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ”เสียงหนึ่งที่ดังขึ้นท่ามกลางความเงียบทำให้โคกะสะดุ้งเฮือก เด็กหนุ่มรีบหันไปตามต้นเสียงและพบกับชายคนหนึ่งยืนอยู่ ขายหนุ่มเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลยาวซึ่งถูกรวบไว้ด้านหลังอย่างง่ายๆ กำลังเดินเข้ามาหาเขาช้าๆ

   “แอเรียส กิกิ...”โคกะเอ่ยชื่อของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงเลื่อนลอย

   ชุดคล็อธสีทองปรากฏขึ้นตรงหน้าจนรู้สึกเหมือนสายตาพร่าเลือนไปเล็กน้อย ใบหน้าของผู้เอ่ยถามเจือแววสงสัยเล็กน้อยเมื่อเห็นเด็กหนุ่มเอาแต่ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้นและอดที่จะแปลกใจไม่ได้เมื่อพบว่าปลายหางตาของดวงตาคู่โตนั้นมีหยดน้ำใสๆเอ่อล้นออกมาเล็กน้อย

   “ร้องไห้อยู่งั้นเหรอเพกาซัส....”ว่าแล้วกิกิก็เดินเข้ามาหาโคกะพร้อมกับวางมือลงบนศีรษะของเด็กหนุ่มคล้ายกับผู้ใหญ่ปลอบเด็ก ในน้ำเสียงที่แฝงความเป็นห่วงเล็กน้อยนั้นมากพอที่จะทำลายความอดกลั้นของโคกะจนหมดสิ้น น้ำตาที่จากเพียงแค่เอ่อล้นออกมาเพียงเล็กน้อยกำลังไหลออกมาอย่างไม่อาจหยุดได้จนทำให้กิกิเป็นฝ่ายตกใจและยิ่งตกใจหนักขึ้นไปอีกเมื่อร่างที่บอบบางกว่าโผเข้ากอดเขาแล้วร้องไห้ออกมาเสียงดังไม่ต่างกับเด็กตัวเล็กๆ

   แม้จะตกใจหรืองุนงงมากแค่ไหนแต่สุดท้ายกิกิก็ปล่อยให้โคกะร้องไห้ต่อไปจนกว่าจะเงียบไปเองโดยที่ระหว่างนั้นชายหนุ่มก็ยกมือตบหลังเบาๆพร้อมกับลูบศีรษะที่เต็มไปด้วยเส้นผมสีแดงไปมาหลายต่อหลายครั้งเพื่อปลอบโยนเพกาซัสที่บาดเจ็บไม่ว่าจะร่างกายหรือจิตใจก็ตาม

TBC.

มือที่สาม(?)คนใหม่ปรากฏตัว!

แอเรียส กิกิมีบทแล้วค่าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา ค่าตัวแพงกว่าจะมาก็เลยใช้เวลาไปหน่อย ที่แน่ๆคือโผล่มาก็ทำคะแนนเก็บอีเว้นต์"กอดปลอบ"ไปได้แล้วเรียบร้อย

มาตอนนี้โคกะก็ถูกเรารังแกจนปล่อยโฮออกมาเรียบร้อย คืออารมณ์แบบว่ากลุ้มใจแต่ก็บอกใครไม่ได้แล้วเอเดนยังมาทำให้สับสนอีกจนไม่รู้ว่าตัวเองควรทำยังไงดี การกระทำของเอเดนในสายตาโคกะมันเอาแน่เอานอนไม่ได้ บทอยากจะทำร้ายก็ทำร้ายกันสุดๆแต่พอจะปกป้องก็ถึงกับเอาตัวเข้าแลก แถมมาตอนนี้ยังเกือบจะจูบโคกะอีกเล่นเอาโคกะยิ่งสับสนหนักกว่าเดิม พอมีอะไรรุมเร้ามากๆมาเจอคนโอ๋ทีก็เลยกลั้นน้ไตาไม่ไหว

โดยส่วนตัวแล้วชอบฉากโอ๋ๆ(?)ของกิกินะ เราว่ามันน่ารักอ่ะ=W=(ได้ข่าวว่าโตกะกำลังโศกสลดอยู่)

จะว่าไปตอนนี้แม่ยกคงอยากตบเราด้วยความเสียดายน่าดู อีกนี้ดดดเดียวเองแต่โคกะมันดันเผ่นมาซะก่อน ไว้ต่อคราวหน้าละกันนะจ้ะ เอเดนที่รักของชั้น

ตอบเม้นต์

Bitsaint
ถ้าถามว่าโคกะมันใจอ่อนมั้ย....ก็นิดนึงค่ะ แต่เอาจริงๆมันทำประชดนะ เพราะเอเดนท้าโคกะก็กำลังของขึ้นเลยออนท็อปไปเรียบร้อย 555
แต่มาตอนนี้คงต้องถามแล้วว่าใครกันแน่ที่ใจอ่อน หึๆๆ

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
Chrome 9.0.576.0 Chrome 9.0.576.0

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #22 เมื่อ: 14, ธันวาคม 2013, 01:03:49 PM »

แอบงอนนะเนี่ยไม่มีใครเม้นต์เลย บุ่ยๆๆ-3-

แต่ก็จะลงต่อ(แบบงอนๆ) เพราะอย่างน้อยก็ยังมีคนอ่าน แต่ก็อยากได้กำลังใจนิดนึงนะเพราะบางครั้งแอบรู้สึกว่าที่ยอดviewมันเพิ่มเพราะเค้าเข้ามาอ่านจริงหรือแค่เปิดแล้วไม่สนใจก็ปิดกันแน่-*-


ตอนที่ 7 โอไรอ้อนกับเพกาซัส

   วันนี้อากาศไม่ดีเอาเสียเลย....


   โกลด์เซนต์แห่งราศีเมษ กิกิคิดเช่นนั้นขณะมองออกมาทางหน้าต่างวิหาร แม้จะเป็นช่วงกลางวันแต่ท้องฟ้ากลับหม่นหมองเพราะเมฆครึ้มที่เคลื่อนตัวเข้ามาปกคุลมทั่วแซงค์ทัวรี่แห่งนี้ กิกิอดเห็นใจคนที่ทำงานอยู่ด้านนอกไม่ได้เพราะดูท่าฝนคงจะตกหนักจนการซซ่อมแซมแซงค์ทัวรี่ต้องล่าช้าไปอีกอย่างแน่นอน

   “ถ้ารากิกลับถึงจามิลได้อย่างราบรื่นก็คงจะดี”เขาให้ลูกศิษย์ตัวเล็กกลับไปเตรียมการซ่อมแซมคล็อธก่อนเพราะตัวเองยังต้องอยู่จัดการธุระอีกนิดหน่อย เขาเชื่อว่ารากิมีฝีมือพอจะกลับไปได้อย่างปลอดภัยจึงไม่รู้สึกห่วงมากมาย จากนั้นกิกิจึงเอื้อมมือออกไปเพื่อจะปิดหน้าต่าง แต่แล้วมือที่ยื่นออกไปกลับต้องชะงักเมื่อเขาพบว่ามีพลังคอสโมของใครบางคนเข้ามายังบริเวณวิหารของเขา

   พลังคอสโมนี้กิกิรู้สึกคุ้นๆว่าเคยสัมผัสมาก่อนแต่ก็ไม่แน่ใจว่าเป็นของใคร แต่เรื่องนั้นมันไม่สำคัญเท่ากับที่ใครคนนั้นได้เข้ามาในเขตวิหารของโกลด์เซนต์โดยไม่ได้รับอนุญาตถือว่ามีความผิด ดังนั้นด้วยหน้าที่เขาจึงเดินออกไปยังจุดที่สัมผัสพลังคอสโมได้

   เจ้าของพลังหยุดนิ่งอยู่กับที่ไม่ไกลจากวิหารแอเรียสมากทำให้กิกิไม่ต้องเปลืองแรงตามหามากเท่าไรนัก เนื่องด้วยเขาไม่คิดว่าจะเป็นศัตรูทั้งยังสัมผัสความมุ่งร้ายไม่ได้ กิกิจึงส่งเสียงออกไปก่อนเพื่อเตือนให้คนๆนั้นรู้ถึงการมาของเขา

   “ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ”ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา ชายหนุ่มขมวดคิ้วด้วยความสงสัยจึงได้เดินออกไปหาและก็ได้พบกับคนที่ไม่คิดว่าจะได้พบในตอนนี้

   ผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้ามีเส้นผมสีแดงอันคุ้นตาอยู่ซึ่งเขาจำได้ทันทีว่านี่คือเซนต์เพกาซัส โคกะ  บรอนเซนต์ผู้สามารถโค่นล้มมาร์สกับเทพแห่งความมืดได้ หากแต่ที่แปลกไปกลับเป็นดวงตาคู่โตที่ไม่ได้แฝงไปด้วยแววดื้อรั้นเหมือนเคย กิกิเองก็ไม่แน่ใจว่าเขามองเห็นความรู้สึกใดในแววตาคู่นั้นกันแน่

   “แอเรียส กิกิ”เพกากัสเรียกชื่อเขาตรงๆซึ่งอาจฟังดูไร้มารยาทแต่กิกิก็ไม่ใช่คนเคร่งครัดขนาดนั้นจึงไม่ได้ว่าอะไร สิ่งที่เขานึกสนใจในตอนนี้คือเพกาซัส โคกะที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาด้วยสีหน้าเหมือนกับโลกนี้กำลังจะแตกสลายและนอกจากนั้นเขายังสังเกตเห็นว่าที่หางตาของเด็กหนุ่มมีหยดน้ำตาประดับอยู่เล็กน้อย

   กิกิแทบไม่อยากเชื่อว่าเด็กหนุ่มซึ่งกล้าเผชิญหน้ากับศัตรูมามากมายจะมีสีหน้าแบบนี้ทั้งยังร้องไห้ออกมาอีกด้วย เขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่แต่มันคงเป็นเรื่องที่เลวร้ายอย่างมากจนทำให้โคกะถึงกับร้องไห้ออกมาได้

   “ร้องไห้อยู่งั้นเหรอเพกาซัส....”เขามองเด็กหนุ่มแล้วรู้สึกสงสารขึ้นมาจับใจจึงเดินเข้าไปหาเพื่อจะปลอบ แต่เขาไม่คิดเลยว่าเพียงแค่เขาวางมือลงบนศีรษะของเพกาซัส เด็กหนุ่มก็ถึงกับปล่อยโฮร้องไห้ออกมาเสียงดังทั้งยังโผเข้ามากอดเขาเอาไว้แน่นอีกด้วย

   แรกสุดเขารู้สึกตกใจไม่น้อยแต่ด้วยความที่เป็นผู้ใหญ่กว่าไม่นานเขาจึงตั้งสติได้และตบหลังเบาๆเหมือนกับที่อาจารย์เคยปลอบเขายามที่เขาร้องไห้ ทุกครั้งที่เขาลูบศีรษะที่วางซบบนไหล่เขาก็ยิ่งรู้สึกว่าเด็กหนุ่มออกแรงกอดเขามากขึ้นกว่าเดิมจนคล้ายกับว่าเขาเป็นที่พึ่งสุดท้ายไปเสียแล้ว

   เพกาซัส โคกะร้องไห้อยู่แบบนั้นจนกระทั่งเสียงเริ่มแหบแห้ง ลำคอที่แห้งผากส่งผลให้เด็กหนุ่มไอออกมาไม่หยุดและคงรู้สึกแสบคอไม่น้อยเลย กิกิกำลังจะเอ่ยปลอบให้โคกะหยุดร้องไห้แต่ยังไม่ทันได้ทำเช่นนั้นสายฝนกลับเริ่มโปรยปรายลงมาเสียก่อน

   แม้จะยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่มีแผงใบไม้หนาขวางกั้นอยู่แต่สายลมก็ยังซัดสาดหยดน้ำเข้าใส่จนเปียกไปหมด เสื้อผ้าของเด็กหนุ่มเปียกปอนด้วยน้ำฝนทำให้กายบางสั่นด้วยความหนาว ใบหน้าของเด็กหนุ่มแลดูซีดเซียวไม่เหลือเค้าของความสดใสแบบที่ควรมีทั้งยังแววตาที่แฝงไปด้วยความหม่นหมองทำให้เขาไม่อาจใจดำทิ้งเด็กหนุ่มที่น่าสงสารไว้ตรงนี้เพียงลำพังได้

   กิกิจัดการถอดผ้าคลุมที่ติดกับชุดคล็อธออกมาห่มให้กับโคกะพร้อมกับจูงมือเพื่อพาเด็กหนุ่มเดินไปด้วยกัน โคกะมองไปยังผู้ที่จับมือตนเอาไว้ด้วยสายตางุนงงสงสัย กิกิจึงยิ้มเพื่อให้เด็กหนุ่มสบายใจ

   “ถึงฉันจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เธอก็เข้าไปพักที่วิหารแอเรียสก่อนเถอะนะ”โคกะไม่ได้พูดอะไรตอบกลับไปนอกจากพยักหน้าน้อยๆแทนคำตอบปล่อยให้กิกิพาตนเองไปยังวิหารแอเรียส

   ภายในวิหารมีแต่ความเงียบเพราะนอกจากโกลด์เซน์แอเรียส กิกิแล้วที่แห่งนี้ก็มีคนอีกเพียงคนเดียวซึ่งเจ้าของวิหารเองก็ไม่รู้ว่าควรจะเรียกว่าแขกดีไหม ระหว่างที่รอโคกะอาบน้ำอยู่กิกิก็ลองคิดถึงสาเหตุที่โคกะร้องไห้อยู่เงียบๆแต่ก็คิดไม่ออกเพราะโคกะเองก็ไม่ได้บอกอะไรเขาแม้แต่คำเดียว

   ตึก....ตึก....

   เสียงเดินที่ดังใกล้เข้ามาทำให้กิกิหันไปมองเด็กหนุ่มที่เดินเข้ามาพร้อมกับใส่เสื้อผ้าชุดใหม่ที่เขาเตรียมไว้ให้ ใบหน้าหวานดูมีสีเลือดขึ้นมาเล็กน้อยซึ่งบางทีคงเป็นเพราะน้ำอุ่นที่เพิ่งใช้ชำระร่างกายมา

   “ขอโทษที่ทำให้ลำบากครับ”โคกะเอ่ยด้วยสีหน้าเกรงใจเพราะต้องรบกวนให้กิกิมาช่วยดูแลซ้ำยังไปกอดเขาแล้วร้องไห้อีก แค่คิดเด็กหนุ่มก็รู้สึกเขินอายขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่

   “นั่งก่อนสิ”กิกิเป็นฝ่ายชวนให้นั่งซึ่งโคกะก็นั่งลงตามคำชวนแล้วจากนั้นชายหนุ่มถึงได้หันไปหยิบถ้วยกระเบื้องมารินน้ำชาสองใบและหนึ่งในนั้นก็ถูกส่งมาให้กับโคกะอย่างไม่ถือตัวแม้แต่นิดเดียว ร่างบางยื่นมือไปรับถ้วยน้ำชามาถือไว้โดยที่ยังไม่ดื่มเพราะไออุ่นที่ผ่านเข้ามาในมือทำให้เขารู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย

   “ทำตัวตามสบายเถอะ”พอเห็นท่าทางเกรงๆของโคกะ กิกิจึงเอ่ยเช่นนั้นซึ่งพอได้ยินไหล่บางที่ติดจะเกร็งเล็กน้อยคลายลงมีแต่เพียงสีหน้าหม่นหมองซึ่งยังเหมือนเดิม โกลด์เซนต์หนุ่มยกถ้วยชาของต้นขึ้นมาจิบก่อนจะเริ่มต้นคำถาม

   “เธอมาทำอะไรที่วิหารแอเรียสงั้นเหรอ”แน่นอนว่าโคกะไมได้ตอบเขาจึงต้องอธิบายให้เด็กหนุ่มเข้าใจ

   “การเข้ามาในบริเวณวิหารของโกลด์เซนต์โดยไม่ได้รับอนุญาตถือว่ามีโทษฐานบุกรุกเข้าใจใช่ไหม”อันที่จริงเขาก็ไม่ได้คิดจะถือโทษอะไรเด็กหนุ่มที่มีสีหน้าโศกเศร้าอยู่หรอก แต่ถึงอย่างไรเขาก็ต้องเอ่ยถามสาเหตุตามกฏ โคกะจับแก้วในมือแน่นไหล่ทั้งสองข้างกลับมาสั่นเทาอีกครั้งจนทำให้กิกิรู้สึกผิดขึ้นมานิดๆ

   “ฉัน...ฉันไม่รู้ว่าที่นี่คือวิหารแอเรียส”คำตอบของคนตรงหน้าทำให้กิกิถึงกับงุนงงเพราะวิหารของเขาถือเป็นวิหารแรกในการผ่านไปเพื่อพบกับอาเธน่าซึ่งไม่มีใครที่ไม่รู้จัก แต่เขาก็ไม่ได้คิดคาดคั้นเอาคำตอบและเลือกจะเป็นฝ่ายรอให้โคกะพูดออกมาเองมากกว่า

   “ฉันก็เพียงแค่ออกวิ่งหนีมาเรื่อยๆ ไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามาถึงที่นี่ตั้งแต่เมื่อไหร่จนได้พบกับคุณ”แล้วโคกะก็ไม่ยอมพูดต่อ กิกิจึงต้องถามเพราะยังไม่เข้าใจสาเหตุแม้ว่าใจของเขาจะเริ่มรู้สึกสังหรณ์ว่าต้องเกิดเรื่องไม่ดีขึ้นแน่นอน

   “เธอหนีอะไรมางั้นเหรอ”ทั้งที่กิกิถามด้วยน้ำเสียงธรรมดาแต่โคกะกลับสะดุ้งเฮือกประหนึ่งโดนตะคอก น้ำชาที่ยังไม่ได้กินไปแม้แต่อึกเดียวกระฉอกออกมาจากถ้วยชาที่โคกะถืออยู่เพราะมือที่กุมมันไว้กำลังสั่นอย่างไม่อาจห้ามได้ เห็นดังนั้นกิกิจึงรีบเข้าไปแย่งถ้วยมาจากมือของโคกะเพราะกลัวว่าน้ำชาร้อนๆจะหกใส่เด็กหนุ่ม

   “ฉัน..ฉัน...”กระทั่งน้ำเสียงก็ยังสั่นพร่าและแหบแห้งอย่างน่าสงสาร พอในมือของเด็กหนุ่มว่างเปล่าทั้งสองมือนั้นก็ถูกยกขึ้นกอดตัวเองเอาไว้แน่นด้วยท่าทางที่เหมือนกำลังปลอบใจตัวเอง

   “ใจเย็นๆ ไม่เป็นไร”กิกิเอ่ยปลอบและดึงร่างของโคกะเข้ามากอดไว้เหมือนก่อนหน้านี้

   “ที่นี่ไม่มีใครทำร้ายเธอหรอก”เขาล่าวเช่นนั้นและทำให้โคกะดูสบายใจขึ้นมานิดหน่อยโดยจะสังเกตได้ว่าร่างในอ้อมกอดของเขาหยุดสั่นแล้ว กิกิจึงลูบหัวโคกะคล้ายกับชมเชย

   ท่าทางของโคกะในตอนนี้เหมือนกับรากิ ลูกศิษย์ตัวเล็กของเขาที่ร้องไห้เพราะฝันร้ายไม่มีผิดเขาจึงรู้สึกว่าไม่สามารถปล่อยให้โคกะร้องไห้ต่อไปได้ หลังปลอบกันอยู่แบบนั้นพักหนึ่งโคกะจึงสามารถตั้งสติได้อีกครั้ง

   “ขอบคุณ...”พอเห็นว่าเด็กหนุ่มกลับมามีสติอีกครั้งเขาจึงถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วกลับไปนั่งที่เดิมเพื่อรอฟัง

   โคกะก้มหน้าลงด้วยท่าทางคล้ายกับสิ้นหวัง เรื่องที่เกิดขึ้นกับเขาทั้งเลวร้ายและเจ็บปวดจนตัวเองยังไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยถึงซ้ำยังบอกใครไม่ได้ เขาคิดว่าทุกอย่างจะต้องดีขึ้นแต่มันก็ไม่เป็นดังหวัง ความทรมาณที่แสร้งทำเป็นมองไม่เห็นยังคงกัดกินหัวใจของเขาไม่ต่างกับพิษร้ายแล้วเอเดนยังมาทำให้เขาสับสนด้วยท่าทางครึ่งๆกลางๆแบบนั้น

   ชายหนุ่มทรมาณเขาอย่างเจ็บปวดที่สุดแต่ในเวลาเดียวกันกลับปกป้องเขา สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นขัดแย้งกันเองจนทำให้เขาสับสนไปหมด ในตอนนี้โคกะไม่รู้แล้วว่าตนเองชิงชังเอเดนหรือว่าต้องการอะไรจากเอเดนกันแน่ เขาที่เผลอรู้สึกดียามที่ได้รับการปกป้องนั้นชวนให้รู้สึกน่ารังเกียจจนทนไม่ไหว

   ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันเพราะเขาไม่อยากจะพูดแต่การเก็บทุกอย่างไว้กับตัวเองก็ดูเหมือนจะถึงขีดสุดแล้ว ในเวลานี้เขาต้องการใครสักคนที่สามารถรับฟังเขาได้ เขาไม่อยากให้คนใกล้ชิดรู้จึงได้แต่เก็บเงียบมาตลอดแต่สำหรับคนตรงหน้านี้ต่างกัน

   แอเรียส กิกิชายหนุ่มที่แทบไม่เคยมีอะไรเกี่ยวข้องกันแต่ก็ยังยื่นมือช่วยเขาในตอนนี้และอีกฝ่ายคงไม่มีทางหลอกความรู้สึกของเขาเหมือนกับเมเลี่ยน ยิ่งไปกว่านั้นกิกิก็แข็งแกร่งพอที่จะต่อสู้กับเอเดนถ้าหากเอเดนคิดร้ายขึ้นมา เพราะงั้นเขาคงสามารถพูดได้ใช่ไหม...

   เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองคนอายุมากกว่าที่นั่งรอเขาพูดออกมาเงียบๆ สายตาของกิกิแฝงด้วยความเป็นห่วงที่แม้จะไม่มากนักแต่ก็สามารถทำให้น้ำตาที่เหือดแห้งไปแล้วไหลรื้นกลับมาอีกครั้ง ริมฝีปากบางจึงเริ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่เหมือนกับจะร้องไห้

   “ฉัน...”แล้วจากนั้นโคกะก็ได้เล่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นกับตัวเองจนหมดสิ้นภายใต้สายตาอันตกตะลึงของแอเรียส กิกิ

   เสียงฝนเงียบหายไปในยามหัวค่ำหลังจากที่ตกหนักมาตลอดช่วงบ่ายเหมือนกับน้ำตาของเพกาซัส โคกะที่หยุดลงเมื่อเข้าสู่ห้วงนิทรา กิกิมองร่างบอบบางที่นอนขดอยู่บนโซฟาแล้วก็อดนึกสงสารไม่ได้ ใบหน้าเยาว์วัยซึ่งควรจะมีรอยยิ้มสดใสสมวัยกลับดูอมทุกข์เพราะสิ่งที่เกิดขึ้น

   กิกิไม่เคยคาดฝันว่าเรื่องที่โคกะเล่าจะสามารถเกิดขึ้นกับเด็กหนุ่มแสนกล้าหาญที่เป็นเหมือนวีรบุรษคนนี้ได้ ไม่ว่าจะการถูกทำลายชุดคล็อธที่แสนสำคัญหรือกระทั่งการถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีจากผู้ชายด้วยกัน ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมโคกะถึงได้มองเขาเหมือนหาที่พึ่งพิง

   เรื่องที่เกิดขึ้นกับเพกาซัส โคกะนั้นทั้งเลวร้ายและน่าอับอายจนเกินกว่าจะเล่าให้ใครฟังได้ง่ายๆ โดยเฉพาะกับคนสำคัญหรือคนใกล้ตัวยิ่งต้องให้รู้ไม่ได้เด็ดขาด ในจุดนี้กิกิอดรู้สึกทึ่งไม่ได้เมื่อโคกะสามารถอดทนเก็บเรื่องนี้ไว้ตัวคนเดียวได้จนไม่กลายเป็นบ้าไปเสียก่อน แต่บางทีอาจเพราะเรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้คงสั่นคลอนจิตใจของเด็กหนุ่มมากจนเกินกว่าจะทนไหวโคกะถึงไม่อาจห้ามน้ำตาได้อีกต่อไป

   “หลับให้สบายเถอะนะ”แต่ว่าเขาทำได้แค่นี้กับเด็กหนุ่มที่นอนหลับอยู่และหวังให้ยามหลับได้เห็นฝันดีบ้างเท่านั้น หลายครั้งในระหว่างที่เล่าบางครั้งโคกะก็เงียบไปเหมือนกำลังอดกลั้นไม่ให้ตัวเองร้องไห้ออกมาอีก ต่อให้กล้าหาญหรือเข้มแข็งแค่ไหนแต่ในความเป็นจริงแล้วโคกะก็เป็นเพียงเด็กอายุ 13 ปีเท่านั้น ถ้อยคำที่พรั่งพรูออกมาจึงไม่ต่างกับคมมีดที่แทงซ้ำลงไปบนบาดแผลอย่างไร้ปรานี

   ชายหนุ่มก้มมองสีหน้ายามหลับของโคกะแล้วยิ่งรู้สึกปวดใจเมื่อพบว่ากระทั่งยามหลับเด็กหนุ่มก็ยังคงมีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความทุกข์ทรมาณ ไม่ว่าจะคิ้วเรียวที่ขมวดเข้าหากัน เม็ดเหงื่อที่ผุดพรายบนใบหน้าหรือกระทั่งมือที่กำเข้าหากันแน่นก็ล้วนแต่เป็นหลักฐานยืนยันว่าโคกะยังคงติดอยู่ในฝันร้ายเช่นเดิม

   แน่นอนว่าคนใจดีอย่างกิกิย่อมไม่อยากเห็นท่าทางน่าสลดแบบนั้น เขาจึงตั้งใจจะเดินเข้าไปลูบหัวปลอบโยนเผื่อว่าจะช่วยอะไรได้บ้าง แต่ยังไม่ทันที่เขาจะได้ขยับกายเดินเข้าไปหาประสาทสัมผัสของเขากลับรู้สึกได้ถึงขุมพลังที่เขารู้จักกำลังย่างกรายเข้ามาในอาณาเขตของวิหารราศีเมษทั้งยังตรงมาทางวิหารของเขาอีกด้วย

   “วันนี้ช่างมีแขกมาเยอะเสียจริง”อันที่จริงโคกะกับอีกคนหนึ่งที่มานั้นรวมแล้วก็มีแค่สองคนเท่านั้นแต่สำหรับวิหารโกลด์เซนต์ที่แทบไม่มีใครผ่านไปมาแล้วภายในหนึ่งวันมีคนมาถึงสองคนก็ถือว่าเยอะแล้ว

   กิกิไม่ได้รีบเดินออกไปเพราะพลังคอสโมที่สัมผัสได้นั้นหยุดอยู่ตรงหน้าประตูวิหารพอดีเหมือนกำลังรอคำอนุญาตให้เข้าไปแสดงว่าย่อมไม่ใช่ผู้บุกรุกและไม่แน่ว่าคนที่มานั้นอาจจะเป็นคนที่เขาคิดอยู่ก็เป็นได้ คิดแล้วชายหนุ่มก็ลุกขึ้นยืนเตรียมตัวออกไปดูผู้ที่มาในเวลานี้ แต่ก่อนจะไปเขาก็ยังไม่ลืมหันไปหยิบผ้ามาห่มให้กับโคกะที่นอนอยู่แล้วค่อยเดินออกไป

   ระยะทางจากห้องรับแขกไปถึงหน้าประตูนั้นไม่ได้ไกลเลยเขาจึงใช้เวลาเดินมาเพียงนิดเดียว ยิ่งใกล้ทางเข้าวิหารเขาก็ยิ่งมั่นใจว่าคนที่มานั้นเป็นคนที่เขาคิดอยู่โดยสัมผัสจากพลังคอสโมซึ่งเขารู้สึกได้และเมื่อเขาเปิดประตูวิหารออกไปและพบกับเอเดนยืนรออยู่ข้างนอก

   “เป็นเธอจริงๆด้วยสินะ”สีหน้าเอเดนไม่ได้เปลี่ยนไปแม้แต่น้อย ต่อให้ความจริงแล้วเขาค่อนข้างแปลกใจที่กิกิทำท่าเหมือนกับรู้ว่าเขาต้องมาก็ตาม

   “เพกาซัสอยู่ที่นี่ใช่ไหม”คำถามของเอเดนไม่ได้ผิดไปจากที่กิกิคาดเอาไว้เท่าไรนักเขาจึงไม่ประหลาดใจเลยแต่ก็ไม่นึกอยากจะตอบไปทันทีจึงเลือกจะเงียบแล้วมองสำรวจคนที่อยู่ตรงหน้า

   โอไรอ้อน เอเดนคนที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศัตรูของแซงค์ทัวรี่และยังเป็นถึงบุตรชายคนสำคัญของมารส์อีกด้วย ก่อนหน้านี้เขาย่อมเคยพบเอเดนมาก่อนจึงรู้ดีว่าเซนต์หนุ่มตรงหน้าเขานั้นเป็นผู้ที่หยิ่งทะนงมากแค่ไหนและอาจไม่ใช่คนที่มีความอดทนมากนัก ดังนั้นการที่เอเดนยืนรอเขาเงียบๆแบบนี้ต่อให้เป็นคนมีมารยาทมากแค่ไหนก็ถือว่าค่อนข้างจะผิดวิสัยพอสมควร

   “เธอตั้งใจจะทำอะไรงั้นเหรอ”กิกิถามแต่เอเดนไม่ได้ตอบส่งผลให้ชายหนุ่มต้องนึกหนักใจ ต่อให้เอเดนอยู่ในวัยที่กำลังก้าวไปเป็นชายหนุ่มเต็มตัวแต่สำหรับเขาแล้วเอเดนเองก็ไม่ต่างกับเด็กดื้อคนหนึ่งเลย การจะทำให้เอเดนยอมพูดออกมาคงมีแต่จะต้องเค้นถามเอาเท่านั้น

   “เพกาซัสบอกเรื่องที่เธอทำให้ฉันฟังทั้งหมดแล้ว”ทันใดนั้นสีหน้าของเอเดนก็เปลี่ยนไปทันที รังสีคุกคามแผ่ออกมาอย่างชัดเจนแบบไม่มีปิดบังแม้แต่น้อย แววตาที่เคยนิ่งเฉยส่อเค้าของความอันตรายออกมาด้วยความรู้สึกที่พร้อมกับจะฆ่าคนได้

   “เขาบอกคุณงั้นเหรอ”แม้คำพูดยังค่อนข้างจะสุภาพแต่กิกิกลับรู้สึกเหมือนเอเดนกำลังพูดไปพร้อมกับอดทนกับความรู้สึกภายใจในของตัวเอง

   “ใช่ เขาบอกฉันแถมยังร้องไห้ไม่หยุดด้วย”เขาจงใจพูดเพื่อรอดูท่าทีของเอเดน พริบตาหนึ่งดวงตาของเอเดนสะท้อนความรู้สึกบางอย่างออกมาแต่เพราะอีกฝ่ายก็เก็บซ่อนมันไปอย่างรวดเร็วเขาจึงไม่แน่ใจว่ามันคือความรู้สึกแบบไหน

   “เธอทำแบบนี้เพื่ออะไรงั้นเหรอ ฉันไม่คิดว่าเธอจะเป็นคนสิ้นคิดหรือเจ้าคิดเจ้าแค้นแบบนั้นหรอกนะ”คราวนี้กิกิได้ถามคำถามเดียวกับที่โคกะเคยพูดกับเอเดนมาก่อนแต่โอไรอ้อนเซนต์ก็เลือกที่จะตอบแบบเดียวกับที่เคยตอบโคกะไป

   “ผมต้องการให้เพกาซัสทรมาณที่สุด”

   “เพื่อใครงั้นเหรอ”เอเดนถึงกับชะงักไปทันทีเมื่อโดนพูดสวนกลับอย่างรวดเร็วแบบไม่ทันตั้งตัวแต่เพียงแค่ครู่เดียวเอเดนก็สามารถตอบกลับไปได้อย่างชัดเจน

   “เพื่อตัวผมเอง”พูดจบเอเดนก็ก้าวออกมาข้างหน้าเพื่อที่จะเผชิญหน้ากับกิกิอย่างไร้ซึ่งความเกรงกลัว สีหน้าของเอเดนดูเคร่งเครียดและจริงจังกว่าเดิมจนน่ากลัว

   “เพกาซัสเป็นของผมเพราะฉะนั้นผมจะไม่ยอมให้ใครเอาเขาไปจากผมเด็ดขาด”เอเดนพูดประโยคนี้ออกมาอย่างชัดเจน กิกิมองจ้องกลับไปและพบว่าดวงตาสีเขียวคู่นั้นก็จ้องกลับมาโดยไม่มีหลบแม้แต่นิดเดียวบ่งบอกว่าเอเดนจริงจังในคำพูดของตนเองมากแค่ไหน

   จากสายตาของกิกิแล้วเอเดนในตอนนี้ดูเหมือนคนที่พร้อมจะฆ่าทุกคนที่เข้ามาแตะต้องเพกาซัสประหนึ่งนายพรานผู้หวงแหนเหยื่ออันงดงามของตัวเอง เขาไม่แน่ใจว่าตนเองคิดถูกหรือผิดแต่เขาอยากจะลองเชื่อในความรู้สึกที่เอเดนมีให้กับโคกะดู นอกจากนั้นเอเดนที่เขารู้จักไม่ใช่คนทำอะไรโดยไม่มีเหตุผล

   “ถ้าฉันถามถึงเหตุผลเธอจะตอบรึเปล่า”แน่นอนว่าเอเดนไม่ยอมที่จะตอบคำถามนี้ส่งผลให้กิกิถึงกับระบายลมหายใจออกมายาวๆก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าวิหารและยอมให้เอเดนเดินตามตนมาเงียบๆ

   โคกะกำลังฝันร้าย...

   ในความฝันโคกะพบว่าตนเองกำลังลอยเคว้างคว้างอยู่ท่ามกลางความมืด น่าแปลกที่เขารู้ตัวว่ามันคือความฝันแต่ก็ช่างน่าเศร้าที่เขาไม่อาจลืมตาตื่นได้ด้วยตนเอง ร่างกายของเขาหนักอึ้งจนไม่อาจทำได้แม้แต่จะกระดิกนิ้ว ลำคอแห้งและแสบจนเกินกว่าจะเปล่งเสียง หัวใจก็เย็นเยียบราวกับถูกแช่แข็ง

   ยกโทษให้ไม่ได้.....ยกโทษให้ไม่ได้.....

   เสีนงในความมืดที่เคยหายไปนานกลับมาอีกครั้งพร้อมกับความรู้สึกที่ร่างกายเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นจับต้อง ผิวเนื้อสัมผัสได้ถึงความร้อนที่คล้ายกับโดนเพลิงแผดเผา จังหวะหัวใจถูกบีบรัดด้วยบางสิ่งจนแทบจะหยุดเต้น กระนั้นลำคอกลับเจ็บแสบจนไม่สามารถเปล่งเสียงใดๆออกมาได้

   ช่วยด้วย....

   เขาอยากจะตะโกนออกไปแต่ก็ทำไม่ได้ ความเจ็บปวดที่รุมเร้ากำลังดึงเอาชีวิตของเขาไปแต่กลับไม่ยอมให้เขาตายประหนึ่งกำลังทรมาณให้เขาตายทั้งเป็น ท่ามกลางความมืดที่ชวนให้สิ้นหวังโคกะพยายามที่จะยื่นมือออกไปทั้งที่ไม่รู้ว่าเบื้องหน้าของตนจะมีความหวังอยู่หรือไม่ก็ตาม

   ใครก็ได้ช่วยด้วย.....

   เขาได้แต่ภาวนาอย่างไร้เสียงและยื่นมือออกไปในความว่างเปล่า เพราะเขาทำได้เพียงแค่นั้นและรอต่อไปโดยที่ไม่อาจรู้ว่าจะมีใครมาช่วยเขาเมื่อไร แต่แล้วในตอนนั้นเองเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

   เพกาซัส....

   เสียงใครสักคนที่เรียกเขาและเรียกซ้ำไปซ้ำมาไม่ยอมหยุด ทั้งที่รอบข้างยังมืดมิดเช่นเดิมแต่เขากลับสัมผัสได้ถึงแสงสว่างกับความอบอุ่นที่เหมือนกับมีใครสักคนกุมมือของเขาเอาไว้ โคกะไม่รู้ว่าเจ้าของความอบอุ่นนั้นเป็นใครแต่สิ่งหนึ่งที่เขาสัมผัสได้คือความอบอุ่นนี้ได้ช่วยขับไล่ความทรมาณทั้งหมดของเขาไปจนหมดแล้ว

   ดวงตาคู่โตรื้นไปด้วยน้ำตายามที่ดึงมือของตนเองเข้ามาแนบไว้กับอก เด็กหนุ่มถึงกับหลุดยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัวขณะที่ความฝันอันดำมืดกำลังค่อยๆสลายหายไปเด็กหนุ่มก็สามารถหลับใหลได้อย่างแท้จริง

   เสียงลมหายใจของเพกาซัสหลับมาคงที่อีกครั้งราวกับได้หลุดพ้นจากฝันร้าย คิ้วที่ขมวดเข้าหากันคลายออกยามเมื่อมือข้างหนึ่งได้กอบกุมมือของใครอีกคนที่นั่งคุกเข่าอยู่ข้างโซฟาโดยมีสายตาของคนที่อายุมากที่สุดในนี้มองอยู่

   ตอนแรกที่เดินเข้ามาทั้งสองก็พบว่าโคกะมีท่าทางทุรนทุรายราวกับโดนพิษร้ายเล่นงาน ริมฝีปากอ้าออกแต่กลับไร้ซึ่งเสียงร้องใดๆแต่กระนั้นดวงตาคู่โตกลับไม่ยอมเปิดขึ้นเพื่อหนีจากฝันร้าย เมื่อมาเจอเหตุการณ์ไม่คาดฝันก็ทำให้คนเราต้องตกใจและทำอะไรไม่ถูกไปครู่หนึ่งซึ่งกิกิก็เป็นเช่นนั้นแต่เอเดนกลับไม่ใช่

   สิ่งที่เอเดนทำคือรีบเข้าไปกุมมือของโคกะเอาไว้แล้วร้องเรียกทันที ตอนแรกเด็กหนุ่มยังคงมีสีหน้าทรมาณอยู่แต่พอเอเดนส่งเสียงเรียกหลายครั้งเข้าทั้งยังกุมมือแน่นไม่ยอมปล่อยร่างบางก็เริ่มสงบลงทีละนิดจนกระทั่งลมหายใจเริ่มคงที่ ใบหน้าหวานนั้นถึงกับปรากฏรอยยิ้มน้อยๆออกมา

   เพราะว่ากิกิมองจากด้านหลังจึงไม่มีทางรู้ว่าเอเดนมีสีหน้าเช่นไรกันแน่ ถ้าหากเขาไม่ได้หูฝาดไปเองเขาได้ยินเสียงถอนหายใจที่เหมือนกับโล่งอกดังขึ้นอย่างแผ่วเบา

   จากนั้นเอเดนก็ขยับแขนช้อนร่างของโคกะมาไว้ในอ้อมกอด ร่างสูงลุกขึ้นยืนพลางกระชับร่างบอบบางให้นอนอยู่ในท่าที่สบายที่สุด โดยที่โคกะเองก็ซุกศีรษะเข้ากับอกของเอเดนราวกับจะซึมซับความอบอุ่นของอ้อมกอดที่ได้รับ วินาทีที่เอเดนหันกลับมาเพื่อจะพาโคกะเดินจากไปกิกิถึงได้ค้นพบว่าในสายตาของเอเดนมีแต่เพียงโคกะเท่านั้น

   ทุกการกระทำของเอเดนดูจริงใจเกินกว่าจะเป็นการแสดงเพื่อตบตาเขา ท่าทางของเอเดนนั้นบ่งบอกว่าเอาใจใส่โคกะมากแค่ไหนจนดูราวกับเป็นคนละคนกับที่ทำเรื่องโหดร้ายตามที่โคกะเล่ามา กิกิไม่คิดว่าโคกะจะโกหกแต่ก็ไม่คิกว่าการกระทำของเอเดนในตอนนี้เป็นเพียงการตบตาเช่นกัน

   เอเดนไม่ได้สนใจกิกิสักนิดทั้งยังไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว เขาทำเพียงแค่โอบอุ้มร่างอันบอบบางของโคกะเดินออกไปจากวิหารแอเรียสอย่างเงียบๆโดยมีสายตาของกิกิมองตามหลังสองร่างเดินไปจนลับสายตา

   ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมโคกะถึงได้มีสีหน้าที่สับสนเช่นนั้นเพราะการกระทำของเอเดนนั้นแตกต่างกันมากจนไม่ว่าใครก็คงต้องสับสน เขาไม่เคยเห็นใครที่สามารถโอบอุ้มคนที่ตัวเองเกลียดชังไว้ได้อย่างทะนุถนอมมากเท่านั้นมาก่อน ส่วนโคกะต่อให้หลับอยู่แต่ใบหน้าที่ฉายชัดว่ามีความสุขในอ้อมกอดของเอเดนนั้นก็ดูเปล่งประกายเกินไปจนน่าเศร้า

   กาลเวลาที่ขัดเกลาเขาจนเติบโตสอนให้รู้ว่าบางครั้งโลกเราก็ซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจเหมือนกับความสัมพันธ์ของโอไรอ้อนกับเพกาซัสที่เขาได้พบ บางทีสิ่งที่เอเดนมีให้กับโคกะคงไม่ใช่ความเกลียดชัง เขารู้ว่าอาจฟังดูบ้าๆแต่เขาก็คิดแบบนั้นจริงๆจึงไม่ได้รั้งตัวโคกะเอาไว้ทั้งที่ไม่แน่ว่ายามเมื่อลืมตาตื่นขึ้นเด็กหนุ่มก็คงต้องพบกับฝันร้ายเช่นเดิมก็เป็นได้ แต่เขาก็ยังปล่อยให้เอเดนพาโคกะกลับไป

   “เราคงไม่ได้ตัดสินใจผิดใช่ไหม”กิกิเอ่ยถามกับตนเองในเรื่องราวที่เกิดขึ้น เขารู้แล้วว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เขาไม่มีวันเข้าไปแทรกได้อย่างเด็ดขาด สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือการเชื่อมั่นในสายตาที่เอเดนมองโคกะเมื่อครู่นี้เท่านั้นเอง

---------------------------
TBC.

กิกิมาอย่างหล่อบทประหนึ่งพระรองแต่จริงๆแล้วเป็นตัวประกอบ/โดนถีบกระเด็น

สารภาพว่าในเนื้อเรื่องตอนแรกที่คิดไว้กิกิมีบทน้อยกว่านี้อีกนะ แต่เขียนไปเรื่อยๆแล้วรู้สึกว่าถ้าไม่มีมุมมองจากคนภายนอกเข้ามาเสริมให้ความสัมพันธ์ของสองคนนี้มันคงจะยิ่งคลุมเครือหนักกว่าเก่า

มาตอนนี้ต้องเรียกว่าโคกะมันอดทนมาจนจะถึงขีดสุดแล้วทั้งสับสนแล้วก็อัดอั้นตันใจพอมาเจอคนปลอบเข้าก็เลยบ่อน้ำตาแตกร้องไห้เป็นเด็กๆถึงมันจะเด็กจริงๆก็เถอะ ส่วนกิกิจากสายตาเรา เราคิดว่ากิกิเป็นคนที่ใจดีกับเด็กๆนะสังเกตจากท่าทางตอนอยุ่กับรากิและเหมือนตระกูลแกะจะเป็นอภิสิทธิ์ชนนะที่มักมารู้ความลับหรือเบื้องหลังต่างๆมากมายขนาดนี้ 555

แต่! ขอประกาศไว้ ณ ที่นี้เลยว่ากิกิมันไมไ่ด้นึกชอบโคกะขึ้นมาหรอกนะ เพราะงั้นต้องขอโทษผู้ที่อยากจิ้นแกะกับม้าไว้ก่อน เพราะฐานะของโคกะในใจกิกิมันเทียบเท่ารากิเลยคือเป็นเด็กที่ต้องได้คนคอยดูแล(โดยเฉพาะโคกะนิสัยมันน่าเป็นห่วงกว่ารากิเยอะ-*-) นอกจากนั้นนับจริงๆแล้วโคกะมันหน้าตาน่ารักมากนะ(แม้นิสัยจะน่าเตะไปบ้างก็เถอะ)เวลาร้องไห้มันเลยดูน่าสงสารจนอยากเข้าไปโอ๋

มาทางเอเดนบ้างรายนี้มันยังคงทำตัวให้ทั้งโคกะและแม่ยกปวดหัวอยู่เช่นเดิม แต่ที่แน่ๆคือตอนนี้มันแสดงอาการ"หวง"โคกะอย่างออกนอกหน้ามากๆๆๆซ฿่งเราว่าแค่นี้ก็คงมากพอจะทำให้แม่ยกกรี๊ดกร๊าดไปได้อีกหลายวันเลยทีเดียว

ปล.เรื่องนี้คากว่า12ตอนจบล่ะ(ตอนแรกกะเขียนแค่6แต่ดันงอกมาอีกเท่าตัวซะงั้น)

บันทึกการเข้า
Bitsaint
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Apprentice Saint
*

Photobucket 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
14, มกราคม 2014, 12:05:46 AM

กระทู้: 32
หมายเลขสมาชิก: 12458

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2013


กระทู้: 32
5.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Bitsaint
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 4 : Exp 57%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #23 เมื่อ: 04, มกราคม 2014, 10:32:01 PM »

สวัสดีค่า หายไปนานพอดีว่าเพิ่งสอบเสร็จอ่ะค่ะ พี่เมอาอย่าเพิ่งงอนน้า 
อย่างน้อยก็ยังมีหนูอ่านคนหึ่งนะคะ คนอื่นก็คงจะอ่านเเต่อาจไม่มีเวลาตอบก็ได้ค่ะ/มองโลกในเเง่ชุนเข้าไว้
ใจหายหมดเลยทีเเรกนึกว่าจะมีคนชอบโคกะอีกเเล้ว ค่อยยังชั่ว หนูว่าตอนนี้นายเอกต้องใจอ่อนเเน่เลยค่า
ปัจฉิมลิขิต พี่เมอาฟิคพี่ mukkuk หายไปอ่า โลกทั้งใบของหนู ม่ายยยยยยยยยยย

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
Browser:
Chrome 31.0.1650.63 Chrome 31.0.1650.63

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #24 เมื่อ: 08, มกราคม 2014, 11:00:57 PM »

อา.....เห็นคอมเมน้ต์แล้วมีกำลังใจจะปั่นต่อจริงๆค่ะ เพราะตอนนี้ติดแหง็กอยู่ที่ตอน9เขียนแก้ๆมาหลายรอบแล้วไม่จบตอนซักทีทั้งที่เคยคิดว่าจะเป็นตอนที่อยากเขียนที่สุดแท้ๆ ทามมายยยยยยยยยยยยยT [ ] T

สงสัยตอนนี้จะได้อ่านกันสั้นๆอีกแล้วเหราะมัน......อุ๊บ!/โดนมือปริศนาปิดปาก

ตอนที่ 8 อ้อมกอดอันปวดร้าว

   ภายในห้องนอนกว้างร่างหนึ่งบนบนเตียงเริ่มขยับเมื่อเริ่มรู้สึกตัวตื่น เรือนกายบอบบางของเหยียดออกเพื่อขับไล่ความปวดเมื่อยออกไป แพขนตาเลื่อนเปิดขึ้นอย่างเชื่องช้าด้วยความรู้สึกที่ยังติดจะง่วงงุนอยู่เล็กน้อย

   “ที่นี่...”นัยน์ตาสีน้ำตาลมองรอบห้องอันคุ้นตาอยู่ครู่หนึ่งถึงเพิ่งรู้ตัวว่าเขากำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องของตัวเอง แม้สติจะยังไม่ตื่นดีแต่เขาก็จดจำได้ว่าเมื่อวานนี้หลังจากที่เล่าเรื่องทุกอย่างให้กิกิฟังตนเองก็เผลอหลับไปในวิหารแอเรียส ดังนั้นเขาจึงไม่เข้าใจว่าทำไมตนเองถึงได้กลับมานอนที่ห้องนี้ได้

   โคกะไม่แน่ใจว่าเกิดอะไรขึ้นกับตนเองกันแน่ เขารู้ตัวว่ากำลังฝันร้ายและรู้สึกสิ้นหวังแต่ในตอนนั้นกลับมีมือของใครสักคนฉุดเขาให้หลุดพ้นจากความมืดมิดและมอบความอบอุ่นให้ราวกับถูกโอบอุ้มเอาไว้ด้วยวงแขนที่เต็มไปด้วยความห่วงใย

   “กิกิพาเรามาส่งงั้นเหรอ”ความเป็นไปได้นั้นแม้จะไม่ต่ำแต่โคกะก็รู้สึกไม่แน่ใจในความคิดของตนเอง เพราะความรู้สึกราวกับถูกโอบกอดนั้นมันแทบจะเรียกว่าคุ้นเคยได้เลยซึ่งตัวเขาเองก็ไม่ได้รู้สึกสนิทกับกิกิขนาดที่จะรู้สึกคุ้นเคยได้เช่นนั้น

   แม้จะอยู่ในห้วงของความฝันแต่เขากลับรับรู้ได้ถึงความอบอุ่นที่มาจากวงแขนของใครสักคนที่เขาน่าจะรู้จักแต่เขากลับจดจำไม่ได้ว่ารอบกายเขามีคนเช่นนั้นจริงหรือ ภายใต้ความรู้สึกทั้งมวลเขาสัมผัสได้ว่าตนเองได้รับความสำคัญมากจนเหมือนกับไม่ใช่ความเป็นจริง
   “ใครกันนะ...”

   ก๊อกๆ

   เสียงเคาะประตูดังขึ้นดึงสติของเด็กหนุ่มให้หลุดจากภวังค์ โคกะสำรวจความเรียบร้อยของตัวเองเล็กน้อยก่อนเอ่ยปากเชิญให้คนที่อยู่หน้าห้องเข้ามาซึ่งก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็นไลโอเน็ต โซมะเพื่อนสนิทของเขาเอง

   “ว่าไงตื่นแล้วเหรอคุณเพกาซัสผู้แข็งแกร่ง”แค่ฟังก็รู้ว่าโซมะพูดประชดแดกดันเขา แต่ในน้ำเสียงกลับชวนให้รู้สึกขบขันระคนหมั่นไส้เสียมากกว่าโคกะจึงจัดการปาหมอนใส่คนพูดทันทีแต่โซมะก็รับไว้ได้อย่างสบายๆ

   “เฮ้ๆ มาทำร้ายร่างกายกันแบบนี้ได้ยังไงล่ะ”โซมะเอ่ยประท้วงพร้อมยิ้มกว้างก่อนส่งหมอนคืนให้เจ้าของห้องแล้วนั่งลงที่ปลายเตียง

   “อยากพูดมากเองทำไมล่ะ”แววตาพยศดื้อรั้นถูกส่งมาให้แต่สำหรับโซมะแล้วมันแลดูน่าขันเสียมากกว่า

   “นายไม่ยอมฟังที่ฉันบอกเองไม่ใช่เหรอ แถมคราวนี้ยังไปเป็นลมลำบากให้คนอื่นอุ้มกลับมาส่งอีก”ได้ยินแล้วโคกะย่อมมีสีหน้าไม่พอใจแต่ก็เลือกจะเงียบไม่เถียงกลับไปเหมือนปกติเพราะเขายอมโดนบีบคอตายดีกว่าบอกให้คนอื่นรู้ว่าตัวเองไปร้องไห้โวยวายจนหลับที่วิหารแอเรียส

   “รู้แล้วน่า ไว้รอฉันหายดีก่อนแล้วค่อยไปช่วยงานก็ได้”สุดท้ายโคกะก็จำต้องยอมถอยให้เพราะดีไม่ดีเกิดโซมะเอาเรื่องนี้ไปบอกคุณซาโอริมีหวังเขาได้โดนทำเหมือนคนป่วยสาหัสใกล้ตายจริงๆเป็นแน่

   “เข้าใจก็ดีแล้วอย่าทำให้คนอื่นเค้าเป็นห่วงมากนักเลย”พูดจบโซมะก็ลุกขึ้นยืนเตรียมตัวกลับไปพักผ่อนบ้างเพราะเขาก็แค่มาเยี่ยมให้เห็นกับตาว่าเพื่อนสนิทไม่เป็นอะไรแล้วจริงๆ

   “โซมะนายรู้รึเปล่าว่าใครพาฉันกลับมาที่ห้องน่ะ”โคกะเอ่ยถามก่อนที่โซมะจะเดินออกไป เพื่อนสนิทเลิกคิ้วด้วยความงุนงงเหมือนจะสื่อความหมายว่า‘นายไม่รู้งั้นเหรอ’ก่อนตอบกลับไปอย่างรวดเร็ว

   “เอเดนไงล่ะ”ทันทีที่ได้ยินคำตอบสติของโคกะก็หยุดนิ่งไปในทันที เพราะว่าพูดจบโซมะก็เดินออกไปทำให้ไม่ทันได้มองว่าโคกะมีสีหน้าเช่นไร

   “โกหกน่า......”เพกาซัสวัยเยาว์มองมือของตนเองที่ยังจดจำความอบอุ่นเอาไว้ได้ด้วยแววตาสับสน  เขาไม่คิดว่าโซมะจะโกหกเพราะไม่มีความจำเป็นที่ต้องทำแบบนั้น แต่เขาก็ไม่อาจทำใจเชื่อได้เลยแม้แต่นิดเดียวว่าคนที่เกลียดชังเขาที่สุดจะเป็นคนพาเขากลับมานอนที่ทั้งยังไม่ได้ทำร้ายเขาแม้แต่นิดเดียว

   มันยากเกินกว่าที่จะเชื่อแต่ตัวเขายังจดจำความอบอุ่นนั้นได้เป็นอย่างดี มันช่างชวนให้รู้สึกวางใจ อ่อนโยนจนเชื่อว่าสามารถปกป้องเขาจากทุกสิ่งทุกอย่างได้และตอนนั้นเองที่โคกะเพิ่งค้นพบว่ามันคือความรู้สึกแบบเดียวกับที่เอเดนกอดเขาไว้เพื่อปกป้องตัวเขาจากการโจมตีของเมเลี่ยนไม่มีผิด

   อ้อมกอดที่รัดแน่นส่งผ่านความอบอุ่นมาให้จนคล้ายกับจะสลักลึกลงไปบนร่างกายนั้นมีเพื่อปกป้องเขาจากอันตรายงั้นเหรอ ทั้งที่ออกปากว่าต้องการให้เขาทรมานแต่เอเดนกลับเป็นคนที่ยื่นมือมาช่วยเขาเอาไว้ มันช่างขัดแย้งกันจนน่าโมโหแต่ตัวเขาที่จดจำมันได้อย่างขึ้นใจกลับน่าโมโหยิ่งกว่าใคร

   แอ๊ด....

   ประตูห้องถูกเปิดออกอีกครั้งโดยไร้ซึ่งเสียงเคาะหรือการขออนุญาตเพราะว่ามันไม่จำเป็นในเมื่อคนที่เข้ามาก็คือชายหนุ่มที่ถือว่าเป็นเจ้าของห้องคนหนึ่งเช่นกัน ใบหน้าหล่อเหลาส่อเค้าตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าโคกะตื่นอยู่และจ้องมองมาที่ตนเอง

   “เอเดน...”โคกะเอ่ยชื่อของอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ไม่ต่างกับเด็กหลงทาง

   ซ่า......

   เสียงของสายฝนดังขึ้นอีกครั้งในช่วงค่อนข้างดึก ทั้งที่ตลอดบ่ายก็ตกมาตลอดแต่ตอนนี้ตกหนักขึ้นอีกครั้ง ท่ามกลางความเงียบของทั้งสองคนมีเพียงเสียงของสายฝนที่โปรยปรายลงมาจากท้องฟ้าราวกับจะกลบสิ้นทุกสุรเสียงให้จางหายไป โคกะได้แต่จับจ้องไปยังบุคคลที่อยู่เบื้องหน้าด้วยความรู้สึกอันมากมายจนไม่รู้ว่าตอนนี้ตนเองรู้สึกอย่างไรกันแน่

   แรกเริ่มเขาสองคนอาจเป็นศัตรูกันแต่ช่วงเวลาที่ได้ต่อสู้ร่วมกันนั้นโคกะก็เชื่อมั่นในตัวเอเดนหมดใจในฐานะพวกพ้องซึ่งสามารถฝากชีวิตเอาไว้ได้ ทว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกลับกลายเป็นการคิดไปเองเมื่อชายหนุ่มกลับเป็นคนที่ทำให้เขาเจ็บปวดอย่างที่สุด

   เอเดนทำร้ายเขาเพราะเรื่องของอาเรีย ถ้าอย่างนั้นเอเดนปกป้องเขาเพราะอะไร เอเดนบอกว่าจะไม่ยอมสูญเสียเขาไปอย่างเด็ดขาด ถ้าอย่างนั้นมันหมายความว่ายังไง

   “โซมะบอกว่านายเป็นคนพาฉันกลับมาที่นี่”โคกะพูดแต่ก็ไม่รู้ว่าตนเองคาดหวังให้เอเดนตอบรับหรือปฏิเสธกันแน่ หากแต่เอเดนก็ไม่ได้ตอบและนี่ก็ไม่ใช่ครั้งแรกที่เอเดนไม่ตอบคำถามเขาเด็กหนุ่มจึงรู้สึกผิดหวังมากกว่าจะโกรธ

   “นายทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร”เขาได้แต่ถามต่อไปโดยหวังเพียงว่าเอเดนจะยอมตอบคำถามเขาสักครั้งหนึ่ง

   “นายเคยบอกสินะว่าต้องการให้ฉันทรมาน ถ้างั้นนายปกป้องฉันเพื่ออะไร”

   เพราะต้องการให้เขาสับสน? ถ้าหากใช่ก็ถือว่าเอเดนประสบความสำเร็จแล้วล่ะเพราะตอนนี้เขาสับสนจนไม่รู้ว่าตนเองควรจะทำอะไรต่อไปแล้ว ก่อนหน้านี้เขาเคยคิดว่าหากจัดการเอเดนได้เขาก็คงสามารถจบฝันร้ายนี้ลงได้แต่แล้วเขากลับเกิดความลังเลขึ้นมากับอ้อมกอดที่ได้รับ

   “สภาพฉันในตอนนี้คงน่าสมเพชสาแก่ใจนายแล้วสินะ นายพอใจขึ้นมาบ้างรึยังล่ะ”เขาถามแบบเดียวกับที่เคยพูดไปเมื่อตอนบ่าย พลันนั้นสีหน้าของเอเดนก็ดูย่ำแย่ขึ้นมาทันทีราวกับว่าเขาสองคนได้ย้อนเวลากลับไปเมื่อตอนบ่ายไม่มีผิด

   “นายไม่เข้าใจหรอกว่าผมทำแบบนี้ด้วยความรู้สึกแบบไหน”น้ำเสียงของชายหนุ่มฟังดูเจ็บปวดแต่มันก็ไม่มีความหมายสำหรับโคกะแม้แต่นิดเดียว

   “นายบอกว่าฉันไม่เข้าใจแต่มันก็เพราะนายเลือกที่จะไม่ให้ฉันเข้าใจไม่ใช่รึไงกัน ถ้าอยากให้ฉันเข้าใจก็พูดมันออกมาสิ!”โคกะพูดเสียงดังจนแทบเรียกว่าตะคอกทั้งยังจับคอเสื้อชายหนุ่มแน่น

   คำพูดของโคกะทำให้ก่อเกิดความเงียบของเขาทั้งสองคน คราวนี้โคกะเลือกที่จะเป็นฝ่ายอดทนรอกับคำตอบที่เอเดนจะต้องตอบ แววตาของเด็กหนุ่มพุ่งตรงเข้าไปในดวงตาของเอเดนประหนึ่งหอกอันแหลมคมที่แทงทะลุเข้าไปถึงหัวใจ ทว่าสุดท้ายแล้วเอเดนกลับเลือกที่จะตอบเพียงแค่ว่า....

   “ไม่เกี่ยวกับนาย”วินาทีนั้นถ้อยคำอันไร้หัวใจของเอเดนก็ได้ทำลายความอดกลั้นของโคกะจนย่อยยับ มือที่จับคอเสื้อชายหนุ่มไว้รู้สึกไร้เรี่ยวแรงขึ้นมา ราวกับว่าทุกความรู้สึกของเขาถูกบดขยี้เป็นผุยผง

   “ไม่เกี่ยวกับฉันงั้นเหรอ ทั้งที่นายทำร้ายฉันถึงขนาดนี้!”ถ้อยคำที่บาดลึกลงไปในใจตอกย้ำถึงความอ่อนแอ ร่างกายที่ถูกย่ำยีซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความเจ็บปวดที่เหมือนกับจะไม่มีวันสิ้นสุดคือสิ่งที่เอเดนมอบให้กับเขาแล้วจะบอกว่าเขาไม่เกี่ยวได้อย่างไรกันในเมื่อทุกความเลวร้ายนั้นมันเกิดขึ้นกับร่างกายและจิตใจของเขา!

   “นายต้องการอะไรกันแน่! ถ้าต้องการชีวิตก็ฆ่าฉันสิ!”เอเดนเคยบอกว่าเพราะอาเรียเลือกเขาเธอถึงตาย แต่จะให้เขาทำอย่างไรในเมื่อเขาไม่อาจทำให้อาเรียกลับมาได้ เขารู้ว่าสำหรับเอเดนแล้วอาเรียมีความสำคัญมากแค่ไหนแต่คนไร้ค่าแบบเขาในสายตาเอเดนล่ะจะให้ทำอย่างไร

   “ฉันไม่มีอะไรให้นายแย่งชิงนอกจากชีวิตนี้อีกแล้ว...”กล่าวอย่างสิ้นหวังกับความเป็นจริงอันโหดร้าย  เขาเป็นแค่เด็กกำพร้าแม้จะถูกอาเธน่าเลี้ยงดูมาแต่ตัวเขาก็ไม่มีอะไรเลยนอกจากตัวเอง ศักดิ์ศรีของเขาถูกทำลายไปนานแล้วจวบจนกระทั่งตอนนี้จิตใจยังถูกทำลายลงอย่างไม่มีชิ้นดี เขาจึงไม่สามารถทำอะไรที่สามารถเป็นการชดเชยให้อีกฝ่ายได้เลย

   ในเวลานี้โคกะทำได้แค่พยายามสะกดกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมา ริมฝีปากถูกกัดจนช้ำเพื่อกล้ำกลืนเสียงสะอื้นเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายรู้สึกสมเพชเขาไปมากกว่านี้ แต่แล้วในวินาทีนั้นเองที่ร่างของเขากลับถูกอีกฝ่ายดึงเข้าไปในอ้อมกอด

   “ปล่อย! อย่ามาจับฉัน!”เขาไม่ต้องการที่จะถูกสัมผัสมากไปกว่านี้ดังนั้นจึงได้ร้องปฏิเสธทั้งที่รู้ดีว่ามันไร้ความหมายเหมือนกับทุกครั้งเมื่อพบว่าร่างของเขาถูกวางลงบนพื้นโดยมีอีกฝ่ายมองจากเบื้องบน แต่แล้วพอมองขึ้นไปถึงได้พบว่าในคราวนี้สายตาที่เอเดนมองมากลับไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

   แววตาของเอเดนเต็มไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่โคกะเองก็ไม่เข้าใจซึ่งแววตานั้นก็ทำให้โคกะรู้สึกเหมือนถูกสะกดให้หยุดนิ่ง เขาไม่รู้ว่าเอเดนมองเขาด้วยความรู้สึกเช่นไรแต่สิ่งหนึ่งที่โคกะมองเห็นคือความเจ็บปวดอันไร้ซึ่งความโกรธแค้นอย่างที่ควรจะมีและมันก็ได้ช่วงชิงเสียงของเขาไปอย่างสิ้นเชิง

   “เพกาซัส....”ชื่อที่เอเดนมักจะเรียกเขาแต่ในคราวนี้มันกลับสั่นพร่าอย่างน่าใจหายจนเขาไม่รู้ว่าใครกันแน่ที่กำลังทุกข์ทรมานอยู่ มือของเอเดนวางลงบนแก้มของเขาพร้อมกับส่งมอบความอบอุ่นมาให้ ทั้งที่อีกฝ่ายไม่ได้ออกแรงอะไรมากมายแต่โคกะกลับรู้สึกเหมือนถูกตรึงเอาไว้จนไม่อาจขยับร่างกายได้เลย

   “เพกาซัส”เสียงนั้นยังคงเรียกชื่อเขาพร้อมกับที่ใช้มือเลิกเสื้อเขาขึ้นเพื่อให้ริมฝีปากคู่นั้นทาบลงบนอกและกดจูบลงไปอย่างแผ่วเบา อ้อยอิ่งก่อนจะกดลงด้วยแรงที่ไม่มากนักแต่ก็มากพอจะทำให้เกิดร่องรอยบนผิวขาวสะอาด

   “เอเดน..อย่า...”โคกะเอ่ยเสียงร้องห้ามออกมาอย่างยากเย็นเมื่อริมฝีปากของเอเดนแตะสัมผัสลงบนยอดอกและใช้ปลายลิ้นปลุกเร้าร่างกายอย่างใจเย็นคล้ายกำลังค่อยๆลิ้มชิมรสอาหารรสเลิศจนโคกะได้แต่บิดกายหนีพลางใช้สองมือพยายามผลักร่างที่ทาบทับอยู่ออกไป แต่ด้วยแรงของคนที่ยังไม่หายดีย่อมไม่อาจสู้แรงของเอเดนได้ทำให้กลายเป็นว่าสองมือที่ยกขึ้นมานั้นกลับยิ่งช่วยให้เอเดนดึงเสื้อแขนยาวของโคกะออกไปอย่างง่ายดาย เสื้อที่สวมใส่ถูกโยนออกไปข้างๆพร้อมกับที่แผ่นหลังสัมผัสกับพื้นหินเย็นเยียบยิ่งสร้างความหวาดกลัวให้กับโคกะมากยิ่งไปกว่าเดิม

   “ไม่!”เสียงปฏิเสธเด็ดขาดดังขึ้นในทันที กายบอบบางเริ่มสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวเพราะทุกสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้กำลังซ้อนทับลงครั้งแรกของความเจ็บปวดที่ถูกสลักลงบนร่างกายนี้

   ในคืนนั้นตัวเขาที่บาดเจ็บถูกกดลงบนพื้นหินเย็นเฉียบโดยมีร่างของเอเดนอยู่เบื้องบนและทุกอย่างก็เริ่มต้นขึ้นเมื่อเขาถูกอีกฝ่ายข่มขืนอย่างโหดร้ายทารุณ เขาทั้งกรีดร้องอย่างเจ็บปวดและอ้อนวอนขอให้หยุดแต่เอเดนก็ยังคงทำต่อไปโดยไม่สนใจความรู้สึกเขาแม้แต่นิดเดียว

   “อย่ามาจับฉัน!”ระหว่างที่ร้องบอกเด็กหนุ่มก็พยายามที่จะดิ้นรนหนี เสียงกรีดร้องด้วยความกลัวของโคกะดังกึกก้องในห้องสี่เหลี่ยมเล็กที่มีเพียงสองคน มือของเด็กหนุ่มทั้งออกแรงผลักสลับกับกำหมัดเพื่อที่จะชกใส่ร่างเบื้องบน ทว่ามือข้างหนึ่งที่กำลังจะปล่อยหมัดออกไปกลับถูกจับเอาไว้แต่แล้วแทนที่มือข้างนั้นจะถูกกดลงกับพื้นเพื่อไม่ให้เกะกะเอเดนกลับเลือกที่จะก้มลงประทับริมฝีปากลงที่หลังมือแผ่วเบาคล้ายกับจะปลอบประโลมให้คลายจากความหวาดกลัว

   โคกะตกใจจนชักมือกลับและก็ต้องแปลกใจเมื่อรู้ว่าอีกฝ่ายไม่ได้ออกแรงรั้งมันเอาไว้เลย การกระทำที่เกินความคาดหมายนี้ทำให้โคกะได้สติและจ้องมองกลับไปยังบุคคลตรงหน้าอีกครั้ง ใบหน้าของเอเดนยังคงนิ่งเฉยเหมือนกับทุกครั้งหากแต่ดวงตาสีเขียวมรกตคู่นั้นกลับจับจ้องมายังตัวเขาด้วยความรู้สึกที่เขาไม่เข้าใจ

   “เพกาซัส”เอเดนยังคงเรียกเพียงชื่อของเขาอย่างเดียวราวกับว่ามันเป็นสิ่งเดียวที่ชายหนุ่มสามารถเอ่ยออกมาได้ ฝ่ามือกร้านหยาบข้างหนึ่งแตะสัมผัสลงบนข้างแก้มของเขาก่อนจะใช้นิ้วโป้งเช็ดน้ำตาที่ไม่รู้ว่าเอ่อล้นออกมาเมื่อใด ทุกอย่างที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการสัมผัสที่แผ่วเบา นุ่มนวลและไม่สามารถทำความเข้าใจได้

   เมื่อรู้ตัวอีกทีเขาก็ถูกอีกฝ่ายอุ้มขึ้นมาจากพื้นและวางลงบนเตียงแล้ว สัมผัสนุ่มนิ่มของเตียงไม่ได้ช่วยให้ความหวาดกลัวในใจลดหายไปเมื่อเบื้องหน้าของตนยังคงเป็นเจ้าของฝันร้ายคนเดิม แต่ไม่รู้ว่าเพราะอะไรโคกะถึงไม่อาจขัดขืนเอเดนในตอนนี้ได้เลย
   เด็กหนุ่มปล่อยให้มือคู่ที่ทำร้ายตนเสมอมาสัมผัสไปบนร่างกายตามใจชอบ ยินยอมให้ทิ้งร่องรอยบนลำคอและลาดไหล่อย่างไม่รู้ตัวแต่ก็ยังอดที่จะขยับตัวหนีไม่ได้เมื่อสัมผัสอุ่นร้อนของมือเคลื่อนไปยังเอวบางและเลื่อนดึงกางเกงที่เขาสวมอยู่ออกไป

   “ไม่...”โคกะปฏิเสธอย่างน้อยก็เชื่อว่าตัวเองยังคงปฏิเสธอยู่ถึงแม้น้ำเสียงจะแผ่วเบาแค่ไหนก็ตาม เด็กหนุ่มหลับตาลงเพื่อหลีกหนีความเป็นจริงแต่เสียงของเสื้อผ้าทำให้เขาลืมตาขึ้นอีกครั้งเพื่อพบว่าคนตรงหน้ากำลังถอดเสื้อของตัวเองออก เสื้อแขนยาวเรียบง่ายที่เอเดนสวมใส่อยู่เสมอถูกถอดทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ใยดีและตามด้วยเสื้อยืดตัวใน โคกะมองเห็นเพียงแผ่นอกกำยำที่เลือนรางภายใต้แสงจันทร์ซึ่งถูกสายฝนบดบังและวินาทีต่อมาร่างนั้นก็ทาบทับลงมาบนตัวของเขา

   ความรู้สึกอบอุ่นของผิวเนื้อที่ได้สัมผัสเป็นครั้งแรกทำให้หัวใจของเด็กหนุ่มเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่อาจห้ามได้ นี่เป็นครั้งแรกที่อีกฝ่ายถอดเสื้อออกในยามที่กอดเขาทั้งที่ทุกครั้งเอเดนจะใช้กำลังบังคับขืนใจกันไม่เคยมีครั้งใดที่อีกฝ่ายจะถอดเสื้อออกเลยจะมีแต่เพียงตัวเขาที่ถูกทำให้เปลือยเปล่าและโดนโลมเลียทั่วร่างกายไม่ต่างกับของเล่นชิ้นหนึ่ง

   ทำไมเอเดนถึงทำแบบนี้ การกระทำนี้มีความหมายอะไรสำหรับชายหนุ่มรึเปล่าเพราะเขาไม่อาจเข้าใจการกระทำของคนที่เกลียดเขาได้เลย ทั้งที่เคยทำร้ายเขามามากมายแต่ตอนนี้กลับจะอ่อนโยนกับเขาไปเพื่ออะไรกัน

   “เอเดน....”เขาเรียกชื่อออกไปและอยากถามหาเหตุผลที่ตัวเองสามารถยอมรับได้ นัยน์ตาสีมรกตจับจ้องมองเขาอยู่นานคล้ายลังเลใจจากนั้นคำถามหนึ่งจึงถูกเอ่ยออกมา

   “จูบได้มั้ย...”คำถามที่ไม่เคยคิดว่าจะได้ยินทำให้ดวงตาคู่โตเบิกโพลงอย่างตกใจเป็นที่สุด คำถามของเอเดนยิ่งทำให้เขาไม่เข้าใจมากยิ่งขึ้นไปอีก

   เอเดนถามเขาเพราะอะไร ถามเพราะเคยโดนเขาปฏิเสธงั้นเหรอ ทั้งที่ความจริงแล้วเอเดนจะใช้กำลังบังคับเอาก็ได้แท้ๆ แต่แล้วในวินาทีนั้นโคกะถึงได้รู้ตัวว่าแม้ชายหนุ่มอาจจะเคยลากจูบไปทั่วร่างกายของเขาไม่ว่าจะที่ต้นคอ อก แผ่นหลังหรือกระทั่งต้นขาแต่ก็มีเพียงริมฝีปากเท่านั้นที่เอเดนไม่เคยสัมผัส เขาไม่เคยคิดถึงสาเหตุเพราะไม่รู้ตัวมาก่อนทำให้ตอนนี้เขาไม่รู้ว่าตนเองรู้สึกอย่างไรที่โดนอีกฝ่ายถามเหมือนกับขออนุญาตแบบนี้

   “ทำไมนายถึงถามฉันแบบนี้”เขาถามกลับไปแต่ก็ไม่ได้คำตอบกลับมา เอเดนไม่ได้หลบสายตาหากแต่กำลังจ้องมองเขาอย่างรอคอยคำตอบทำให้โคกะถึงกับเดาะลิ้นด้วยความเจ็บใจ

   “นายมันขี้โกง....ทั้งที่ทำมาตั้งขนาดนี้แล้วยังจะต้องถามอีกรึไง”อย่ามาถามเขาเหมือนกับกำลังขอคำอนุญาตเพราะเขาไม่ต้องการรู้ว่าตัวเองยินยอมรึเปล่า เขาไม่อยากจะเป็นคนตัดสินใจว่าตัวเองยอมรับการกระทำที่เหยียดหยามศักดิ์ศรีของตัวเอง

   รับรู้ถึงความหนักหน่วงของการตัดสินใจราวกับว่ามันเป็นเรื่องสำคัญมากแต่โคกะกลับไม่สามารถสู้สายตาของเอเดนได้จึงเป็นฝ่ายหลับตาลงเพื่อหลีกหนีจากความเป็นจริงก่อนจะตอบออกไป

   “ถ้าอยากจะจูบก็จูบไปสิ อย่ามาถามฉัน”

   เขาเกลียดการถูกบังคับแต่ก็นึกเกลียดการต้องเป็นฝ่ายเอ่ยปากยินยอมด้วยตัวเองมากยิ่งกว่าเพราะถ้าหากถูกบังคับ เขาก็ยังมีเหตุผลที่สามารถเกลียดเอเดนต่อไปได้ ทว่าเขากลับตอบใจตัวเองไม่ได้ว่ายังคงนึกอยากเกลียดเอเดนต่อไปจริงหรือ

   ไม่รู้ว่าเอเดนเข้าใจความรู้สึกของโคกะในตอนนี้ไหม หากแต่คำพูดที่ได้ยินนั้นก็เหมือนกับคำอนุญาตให้เขาทำตามใจชอบได้ดังนั้นเอเดนจึงประคองใบหน้าของโคกะขึ้นมาแล้วบรรจงกดจูบลงไปอย่างนุ่มนวล สัมผัสแรกสุดของริมฝีปากที่แตะลงมาทำให้โคกะตกใจจนแทบจะผลักอีกฝ่ายออกไปด้วยความไม่คุ้นชินแต่ก็ไม่อาจทำได้เมื่อท้ายทอยถูกโอบเอาไว้เพื่อให้รับสัมผัสของรสจูบให้มากขึ้นกว่าเดิม

   จูบของเอเดนเต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ จูบที่ไม่มีการบังคับหรือช่วงชิงมีเพียงการส่งมอบความอ่อนหวานให้เท่านั้น จูบแรกนั้นนานแสนนานจนเหมือนไม่มีวันจบสิ้น ราวกับจะให้มันตราตรึงอยู่ในหัวใจจนไม่อาจลืมได้ เมื่อริมฝีปากคู่นั้นละออกไปและประกบลงมาใหม่ในคราวนี้นิ้วมือที่ประคองอยู่ข้างแก้มก็ขยับมาที่มุมปากของโคกะและออกแรงเพียงเล็กน้อยเพื่อให้ริมฝีปากบางเผยอขึ้นแล้วจึงค่อยๆใช้ปลายลิ้นล่วงล้ำเข้าไปข้างในเพื่อรับรสชาตของความหอมหวานให้มากยิ่งกว่าเดิม

   “อืม...”โคกะเผลอครางเครือออกมาอย่างอดไม่ได้ในขณะที่ถูกจูบ รสจูบของเอเดนกำลังทำให้เขามัวเมาและหลงลืมทุกสิ่งทุกอย่างปล่อยให้ร่างกายถูกชักนำไปด้วยอารมณ์ความใคร่ที่รุนแรงขึ้นทุกขณะจนไม่ได้รู้ตัวเลยว่าเมื่อใดกันที่ร่างของเขากับเอเดนไม่มีอาภรณ์ใดหลงเหลืออยู่เลย

   เมื่อสองร่างที่เปลือยเปล่าซ้อนทับกันก็ยิ่งเพิ่มอุณหภูมิของทั้งสองร่างให้สูงขึ้น กายเนื้อที่แนบชิดกันกำลังจะทำให้เขาละลายด้วยความร้อนที่แผ่ออกมาและยิ่งทวีความร้อนมากขึ้นทุกครั้งที่ฝ่ามือหยาบกร้านลูบไล้สัมผัสไปจนทั่วอย่างถือสิทธิ์ประหนึ่งว่าเป็นเจ้าของร่างนั้นก็ไม่ปาน

----------------------------------------------หลังไมค์เช่นเคย ใครอยากอ่านส่งPMมาหาเรานะคะ----------------------------------------------------

   ท่ามกลางความรู้สึกที่สับสนโคกะลอบสังเกตดวงตาของเอเดนที่มองเขาในตอนนี้ เขายังคงไม่เข้าใจว่าเอเดนกอดเขาขณะเดียวกันก็ทำร้ายเขาไปเพื่ออะไรและตอนนี้เอเดนกำลังกอดเขาด้วยความรู้สึกแบบไหน เขายังคงไม่รู้คำตอบจึงได้แต่พยายามมองลึกเข้าไปในดวงตาสีมรกตคู่นั้นแล้วเขาก็พบสิ่งหนึ่งที่ยังคงเหมือนเมื่อคืนก่อนที่เขาจะถูกทำร้าย

   สิ่งนั้นคือความโดดเดี่ยวและอ้างว้าง...

   ดวงตาคู่นั้นที่เก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้มากมายพอๆกับใบหน้าเรียบเฉยที่เขานึกชิงชังและอยากให้อีกฝ่ายแสดงความรู้สึกอะไรออกมาบ้างโดยเฉพาะในเวลาที่กำลังกอดเขาอยู่เช่นนี้

   เมื่อเห็นท่าทางที่แปลกไปของโคกะ เอเดนจึงมองไปยังดวงตาสีน้ำตาลคู่โตและพบว่าอีกฝ่ายกำลังจับจ้องมายังตัวเขา ยามที่สองตาสบประสานกันโคกะก็ได้ยกมือข้างหนึ่งขึ้นมา มือที่แสนอ่อนแรงแตะลงบนแก้มของเอเดนแผ่วเบาตามด้วยเสียงเรียกที่เบายิ่งกว่า

   “เอเดน....”สิ้นเสียงนั้นตัวเขาก็ถูกอ้อมแขนแกร่งรวบกอดเอาไว้ด้วยแรงอันมากมาย ริมฝีปากที่เคยกล่าวโทษตัวเขาตอนนี้กำลังเรียกชื่อเขาด้วยเสียงที่ติดจะสั่นเทา

   “เพกาซัส ผม...”เอเดนคล้ายกับจะพูดอะไรบางอย่างแต่สุดท้ายอีกฝ่ายกลับจูบเขาเพื่อกลืนกินคำพูดของตัวเองลงไป

   ภายใต้อ้อมกอดที่ความรู้สึกมากมายผสมปนเปกันจนแยกไม่ออกเอเดนยังคงจูบเขาอีกหลายต่อหลายครั้งโดยที่เขาไม่อาจรู้ว่าอีกฝ่ายทำเพื่อไม่ให้เขาได้ถามอะไรออกไปหรือว่าทำเพื่อไม่ให้ตัวเองเผลอพูดบางอย่างออกมากันแน่

   ในห้องนอนที่มีสองเตียงตอนนี้เตียงหนึ่งถูกปล่อยให้ว่างเปล่าแล้วใช้เตียงอีกหลังหนึ่งรองรับร่างของคนสองคนเอาไว้ โดยที่คนหนึ่งกำลังหลับใหลส่วนอีกคนที่นอนเคียงกันกำลังใช้มือเกลี่ยเส้นผมสีแดงออกให้พ้นใบหน้าหวานนั้นอย่างแผ่วเบา

   “เพกาซัส...”เขาเอ่ยเรียกเหมือนกับทุกครั้งโดยไม่หวังให้คนที่ถูกเรียกเอ่ยตอบเพราะรู้ดีว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าทั้งเหนื่อยและอ่อนล้าจนถึงขนาดหลับไปต่อหน้าคนที่ตนเองตราหน้าว่าเกลียดชังแบบเขาและเขาก็ยินดีเหลือเกินที่อีกฝ่ายจะไม่ตื่นขึ้นมาในตอนนี้

   หลังจากที่ถูกกอดโคกะก็แทบจะหลับไปในทันทีทำให้เด็กหนุ่มไม่อาจมองเห็นสีหน้าของเอเดนในตอนนี้ได้เลย ใบหน้าที่เคยนิ่งเฉยอยู่เป็นประจำไม่มีอีกต่อไปเพราะถูกกลบทับไปด้วยความเศร้าและเจ็บปวดจนเหมือนจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ ทุกครั้งที่แตะสัมผัสลงบนร่างอันเปลือยเปล่าด้วยความทะนุถนอมมากเพียงใดเอเดนก็มีแววตาทุกข์ตรมเหมือนกำลังทำร้ายอีกฝ่ายมากเท่านั้น

   “อาเรีย....”เอ่ยถึงเด็กสาวที่เป็นความหวังของเขาเสมอมาแม้ว่ายามนี้เธอจะไม่อยู่อีกต่อไปแล้วก็ตาม ต่อให้ไม่อาจได้ยินเสียงของเธอแต่กระนั้นในเวลานี้เขาก็ยังอยากจะเรียกชื่อของเธออย่างน้อยก็เพื่อปลอบใจตัวเอง

   “ผมทำถูกแล้วใช่ไหม”คำถามที่ไม่มีวันได้รับคำตอบใดๆกลับมานอกจากความเงียบ ชายหนุ่มทาบมือลงบนแก้มของเด็กหนุ่มเบาๆส่งผลให้โคกะขยับตัวซุกใบหน้าเข้าหามือที่อบอุ่นตามสัญชาตญาณ ในวินาทีนั้นแววตาของเอเดนยิ่งดูเจ็บปวดมากกว่าเดิมแต่เขาก็ยังดึงรั้งร่างที่บอบบางกว่าเข้ามาในอ้อมกอด แม้คนที่ถูกกอดจะขยับตัวหนีน้อยๆด้วยความอึดอัดแต่เขาก็ยังคงกอดร่างนั้นเอาไว้ไม่ยอมปล่อย

   “ผมน่ะ....จะไม่ยอมเสียคนสำคัญไปอีกแล้ว”เอเดนกล่าวเช่นนั้นราวกับกำลังยืนยันในสิ่งที่เขาได้ตัดสินใจเลือกไปแล้วในวันนั้นที่เขาได้พบกับอาเรียอีกครั้ง...

วันที่เป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายของเขาทั้งสองคน

TBC....

ท่าทางตอนนี้รีดเดอร์ทั้งหลายคงมีอาการตาโตอึ้งกันเป็นแถบแน่นอน แถมเราอยากบอกให้ก้องโลกว่าตอน9ยังเขียนไม่เสร้จค่ะ วะฮ่าๆๆๆๆ/โดนเสยปลิว

ตอนนี้ต้องเรียกได้ว่าหลุดกันทั้งสองฝ่าย โคกะมันก็สุดจะทนแล้วเพราะไม่รู้เอเดนจะเอายังไงกันแน่ ส่วนเอเดนออกอาการใจอ่อนสุดๆเพราะทนเห็นน้ำตาโคกะไม่ไหว ตอนนี้เรียกได้ว่าเอเดนเค้าถนอมโคกะสุดๆเลยล่ะแต่ยังไงโคกะก็ยังหลับเหมือนเดิมอยู๋ดี โดยส่วนตัวแล้วชอบฉากที่เอเดนขอจูบมากๆๆๆเลย ส่วนโคกะตอนนี้เหมือนนายเป็นหนุ่มซึนขั้นเทพมากเลยล่ะ 555

ตอบเม้นต์

Bitsaint


คุณน้องที่น่ารักของพี่กลับมาแล้ววววววววววววววววว ยินดีต้อนรับกลับจ้ะ นึกว่าเพราะพี่อัพไม่บ่อยเลยไม่ตามแล้วซะอีก

ตอนนี้น่าจะเรียกว่าใจอ่อนกันทั้งสองฝ่ายละมั้ง จริงๆฉากเรืของตอนนี้อยากลงมากๆเลยอ่ะแต่มันติดเรทเลยต้องตัดไป อ้อขอใบ้ว่าตอนหน้าเป็นตอนของเอเดนล้วนๆเลยนะจ้ะ


ตอนหน้าจะพยายามมาให้เร็วกว่านี้นะ แล้วอย่าลืมตามอ่านกันล่ะใกล้จะจบแล้ว>W<
/วิ่งกลับไปปั่นตอน9 ต่อ

บันทึกการเข้า
Bitsaint
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Apprentice Saint
*

Photobucket 5
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
14, มกราคม 2014, 12:05:46 AM

กระทู้: 32
หมายเลขสมาชิก: 12458

วันที่สมัครสมาชิก: เม.ย., 2013


กระทู้: 32
5.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ Bitsaint
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 4 : Exp 57%
HP: 0%

OS:
Windows XP Windows XP
Browser:
MS Internet Explorer 8.0 MS Internet Explorer 8.0


ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #25 เมื่อ: 14, มกราคม 2014, 12:05:46 AM »

หนูว่าเอเดนกับโคกะช่างซึนใส่กันจริง/ไม่เหมือนคู่เจมินี่ของหนูรักที่สุดในโลกเลย
หนูอยากบอกว่าอาจารย์ให้การบ้านเยอะมากกองเป้นภูเขาเลากาเลย
เเต่ยังเเอบมาอ่านฟิคได้ เยี่ยม
จะรออ่านตอนที่9นะคะพี่เมอา สู้สู้สู้ค่ะ

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
Browser:
Chrome 32.0.1700.76 Chrome 32.0.1700.76

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #26 เมื่อ: 24, มกราคม 2014, 11:15:10 PM »

กว่าจะเข็นตอนนี้ออกมาได้ลมแทบจับ

ช่วงต้นเรื่องนี่แก้เยอะจนไม่แน่ใจว่ามีการลบเขียนใหม่หมดรึเปล่า-*-

ตอนนี้แฟนคลับเอเดนคงยินดีกันถ้วนหน้าที่พระเอกของเราจะมีบทเต็มๆหลังจากแว้บไปแว้บมาตลอดเรื่อง 555

ขอสปอยล์ว่ามันคือตอนเฉลยภาคต้นค่ะ หึๆๆ

ตอนที่ 9 ทางเลือกของเอเดน

   นามของเขาคือเซนต์โอไรอ้อน เอเดนแต่ทว่าก่อนที่เขาจะเป็นเซนต์โอไรอ้อน เขาคือเอเดน บุตรชายของมารส์ผู้เป็นศัตรูของเทพีการศึกอาเธน่า แต่เดิมเขาต่อสู้ตามความประสงค์ของผู้เป็นบิดาและเพื่อสร้างโลกใหม่ที่จะปลดปล่อยอาเรียจากพันธนาการทั้งปวง


   อาเรีย เด็กสาวตัวเล็กๆผู้ซึ่งถูกอุปโลกน์มาเพื่อเป็นเทพีการศึกคนใหม่เพียงเพราะว่าเธอมีพลังคอสโมแห่งแสงมหาศาล ไม่รู้ว่าจะเป็นเพราะความผูกพันตั้งแต่เยาว์วัยหรือความสงสารที่เห็นว่าเธอถูกกักขังเอาไว้แต่เขาก็หลงรักเธอ บางทีอาจเพราะทุกครั้งที่ได้พบกันเธอจะมีสีหน้าเศร้าหมองอยู่ตลอดเวลาเขาจึงอยากให้เธอยิ้มก็เป็นได้

   เขารู้มาตลอดว่าบิดาใช้คนที่เขารักเป็นเพียงเครื่องมือแต่เขาก็ไม่อาจขัดขืนผู้เป็นพ่อได้ สิ่งเดียวที่เขาทำได้มีเพียงการปกป้องเธอจากคนอื่นเท่านั้นโดยหวังเพียงว่าเมื่อโลกใหม่ถือกำเนิดขึ้นเธอจะสามารถยิ้มและหัวเราะได้เท่านั้นเอง แต่แล้วเธอกลับถูกพรากไปจากเขา
   ผู้ที่พาเธอไปคือเซนต์เพกาซัส โคกะเด็กหนุ่มอวดดีที่อายุน้อยกว่าเขาไม่มาก ตอนที่รู้เขาโกรธจนแทบคลั่งและรีบรุดไปพาเธอกลับมาซึ่งมันก็ไมได้ยากเย็นอะไรเลย ในเมื่อเซนต์เพกาซัสนั้นด้อยฝีมือจนน่าหัวเราะหากแต่เขากลับไม่เคยคิดเลยว่านั่นจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาต้องสูญเสียเธอไปตลอดกาล

   เธอรับรู้มาตลอดว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเธอซ้ำยังรู้ด้วยว่าเขาปฏิเสธเธอไม่ได้ดังนั้นเธอจึงได้ขอให้เขาไว้ชีวิตเพกาซัสซึ่งเขาก็ยอมทำตาม ต่อมาหลังจากนั้นไม่นานระหว่างที่ปะทะกับพวกเพกาซัสอีกครั้งอาเรียก็ถูกบิดาของเขาสังหารต่อหน้าต่อตาเขา

   วินาทีนั้นเขารู้สึกเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงมาไม่มีผิด เขาได้แต่ร้องเรียกเธอโดยไม่อาจได้กระทำแม้แต่ยื่นมือไปสัมผัสเธอเป็นครั้งสุดท้ายหรือกระทั่งโอกาสที่จะได้พูดความในใจกับเธอ

   อาเรียเลือกที่จะยืนอยู่ฝ่ายเดียวกับเพกาซัสเธอถึงต้องตาย เขาไม่ได้คิดจะโทษใครแต่มันคือความเป็นจริงซึ่งทำให้เขาเจ็บเจียนตายเพราะว่าเพกาซัสได้ยืนอยู่ข้างๆเธอแต่กลับปกป้องเธอไม่ได้ เขาอดคิดไม่ได้ว่าถ้าหากเขายืนอยู่ตรงนั้นเธอก็คงไม่ตาย

   เมื่อสูญเสียเธอไปเขาก็ไม่รู้ว่าตนเองควรจะหันหน้าไปทางไหนดี เขาต่อสู้เพราะอยากให้เธอยิ้มแต่เมื่อเธอไม่อยู่แล้วจะให้เขาทำอย่างไรต่อไป จะให้เขายืนหยัดบนโลกที่ไม่มีเธองั้นหรือ

   เขาเคยคิดว่าตนเองคงไม่ได้รับคำตอบแต่มันก็ไม่ใช่แบบนั้น อาเรียมาหาเขาและแสดงให้เห็นว่าแท้จริงแล้วเธอต้องการอะไร เบื้องหน้าของเขาคือผืนแผ่นดินซึ่งเต็มไปด้วยมวลดอกไม้และธรรมชาติอันแสนงดงาม เขาเห็นเธอวิ่งไปมาท่ามกลางธรรมชาติเหล่านั้นและหัวเราะอย่างมีความสุข

   อา...มันเป็นเช่นนี้เองงั้นหรือ

   เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของเธอเขาถึงได้เข้าใจว่าสิ่งที่เขาทำมันเป็นเพียงแค่การยัดเยียดความต้องการของตัวเองไปให้กับเธอเท่านั้นเอง เธอไม่ได้ต้องการโลกใบใหม่หรือสรวงสวรรค์ใดๆ สิ่งที่อาเรียต้องการมีเพียงแค่โลกใบเดิมที่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของผู้คนมากมาย

   เขารู้แล้วว่าเพกาซัส โคกะไม่ได้พรากอาเรียไปจากเขาแต่เพกาซัสช่วยพาเธอออกจากความทุกข์ทรมานต่างหาก มิเช่นนั้นตอนนี้แม้เธอจะยังมีชีวิตอยู่เธอก็คงยังต้องร้องไห้อยู่เช่นเดิม เพราะฉะนั้นคราวนี้เขาจะต่อสู้เพื่อปกป้องโลกที่อาเรียรักใบนี้เอาไว้ให้ได้รวมไปถึงการปกป้องผู้คนที่เธอรักเช่นเดียวกัน

   เมื่อทุกอย่างจบลงเขาถูกอาเธน่าเชื้อเชิญให้มาพักรักษาตัวที่แซงค์ทัวรี่ซึ่งเขาก็ตอบตกลง เพราะถึงอย่างไรเขาก็ไม่คิดจะอยู่ที่นี่นานอยู่แล้ว เขาเป็นบุตรชายของศัตรูคนสำคัญ คนที่ไม่ชอบหน้าเขาก็คงมีไม่น้อยเลยดังนั้นการที่ได้เพกาซัส โคกะมาเป็นเพื่อนร่วมห้องก็ถือเป็นเรื่องดี

   เพกาซัส โคกะอาจเป็นหนึ่งในเซนต์ไม่กี่คนที่ยอมรับในตัวเขาและไม่ได้มองเขาด้วยสายตาอคติเฉกเช่นคนอื่น เพียงแต่ว่าเขาสองคนเองก็ไม่ได้สนิทสนมกันถึงขนาดมาพูดคุยเล่นด้วยกันได้รวมถึงมันไม่ใช่นิสัยของเขาด้วย บางครั้งเพกาซัสก็ชวนเขาคุยซึ่งเขาก็แค่ตอบไปตามความเหมาะสมพอเป็นมารยาทเท่านั้น

   ความสัมพันธ์ของเขากับเพกาซัสก็เป็นเพียงแค่สหายร่วมศึกไม่ได้มีอะไรมากน้อยไปกว่านั้น เขาคิดกับอีกฝ่ายแบบนั้นจริงๆและคิดว่ามันคงจะเป็นเช่นนั้นตลอดไป ทว่าเหตุการณ์หนึ่งที่เกิดขึ้นได้เปลี่ยนแปลงทุกอย่างไปจนหมดสิ้น

   เอเดนจำได้ว่าคืนนั้นเป็นคืนที่ท้องฟ้าเต็มไปด้วยเมฆครึ้มบดบังแสงจันทร์จนแทบมองไม่เห็น ขณะที่นอนอยู่เขากลับได้ยินเสียงหนึ่งดังขึ้นในกลางดึกที่ควรจะเงียบสงัด ทีแรกเขาคิดว่าตัวเองกำลังฝันอยู่แต่มันกลับไม่ใช่ดังที่คิดเมื่อเสียงหนึ่งที่ว่าดังขึ้นเรื่อยๆ

   ยกโทษให้ไม่ได้...ยกโทษให้ไม่ได้.....

   เสียงนั้นเต็มไปด้วยความอาฆาตมาดร้ายและแฝงไปด้วยความเย็นเยียบจนเสียดแทงหัวใจ ทั้งยังกล่าวซ้ำไปมาคล้ายกับม้วนเทปซึ่งถูกเล่นซ้ำแล้วซ้ำอีก เขารู้สึกว่าเคยได้ยินเสียงนี้ที่ไหนมาก่อนแต่กลับนึกไม่ออกและในตอนนั้นเองก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น

ช่วย....ด้วย......

   เสียงในคราวนี้ทั้งแผ่วเบาและขาดหายราวกับผู้ที่กำลังจะสิ้นใจแต่ไม่ว่ามันจะแผ่วเบาแค่ไหนนี่ก็คือเสียงที่เขาไม่มีวันลืมเพราะมันคือเสียงของเธอคนที่สำคัญที่สุดของเขา เอเดนพยายามจะร้องเรียกแต่ปากของเขากลับไม่ขยับเหมือนถูกเย็บเอาไว้ทำให้เขาได้แต่ทนฟังเสียงสะอื้นไห้ที่ร้องพยายามร้องขอให้เขาช่วยสุดชีวิต

   ช่วยด้วย....เอเดน....

   พริบตาที่ได้ยินชื่อของตนเองตัวเขาก็ถูกผลักออกจากห้วงแห่งความมืดนั้นและลืมตาตื่นมาพบว่าเขากำลังนอนอยู่บนเตียงในห้องของตัวเอง ทว่าถึงแม้เขาจะลืมตาตื่นแล้วเสียงร้องไห้ที่ขอให้เขาช่วยยังดังก้องอยู่ในหูและบีบรัดหัวใจเขาจนเจ็บ เอเดนยกมือขึ้นวางบนอกตัวเองแล้วเอ่ยเรียกชื่อของเธอ

   “อาเรีย”

   มันเกิดอะไรขึ้น? เรื่องเมื่อครู่มันดูเป็นความฝันมากกว่าเป็นความจริงแต่เขาไม่มีทางเชื่อว่ามันเป็นความฝัน แม้มันจะน่าเหลือเชื่อแค่ไหนแต่เขาก็รู้ว่าอาเรียมาหาเขาและเธอกำลังร้องขอให้ช่วย

   เอเดน...

   เสียงของอาเรียดังขึ้นอีกครั้งราวกับจะตอบรับความรู้สึกของเขา ชายหนุ่มลุกจากเตียงแลพพยายามมองหาเค้าร่างของเธอแต่ก็ไม่พบขณะที่เสียงของอาเรียกำลังดังขึ้นเรื่อยๆจนเขาเริ่มรู้ทิศทางของเสียงซึ่งเหมือนดังมาจากที่ไกลๆสักแห่งเอเดนจึงตัดสินใจเดินออกจากห้องไปทันที

   ข้างนอกมืดสนิททั้งยังมีสายลมชื้นๆชวนให้หนาวสั่นพัดไปมาประกอบกับเสียงครืนลั่นของท้องฟ้าแต่เอเดนก็ยังออกเดินไปข้างหน้าเพื่อตามหาเจ้าของเสียงเรียกที่กำลังร้องไห้อยู่ เอเดนเดินออกมาเรื่อยๆจนกระทั่งมาถึงลานฝึกซ้อมเก่าที่ดูท่าทางจะไม่ได้ใช้แล้วเพราะมีเศษหินและซากผุพังถูกทิ้งเอาไว้อยู่อย่างเด่นชัด

   “อาเรีย”เขาลองส่งเสียงเรียกและสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ เบื้องหน้าของเขาบังเกิดแสงสว่างที่ค่อยๆรวมตัวกันจนมีรูปร่างคล้ายเด็กสาวตัวเล็กบอบบาง เสียงร้องไห้ของเธอดังชัดเจนขึ้นทุกขณะที่เรือนร่างนั้นดูคล้ายกับมนุษย์มากขึ้นทุกทีจวบจนกระทั่งใบหน้าอ่อนหวานที่เขาอยากพบมาตลอดได้ปรากฏขึ้นมาพร้อมกับหยดน้ำตาที่ไหลริน

   เด็กสาวในชุดกระโปรงสีขาวบริสุทธิ์แลดูบอบบางยืนอยู่ตรงหน้าเขาและหันมามองด้วยสีหน้าเป็นทุกข์อย่างที่สุด ริมฝีปากบางขยับแต่เสียงกลับแผ่วเบาจนเกินกว่าจะได้ยินชายหนุ่มจึงเดินเข้าไปหาเธอโดยที่ไม่ยอมละสายตาไปจากเธอแม้แต่วินาทีเดียว

   “เธอร้องไห้ทำไม”เขาถามอย่างนึกเป็นห่วงและเจ็บปวดใจในคราวเดียวกันที่ยังต้องมาเห็นเธอหลั่งน้ำตาแบบนี้ พอโดนถามอาเรียก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้นไปอีก

   “ช...ช่วยด้วย...”

   อาเรียเอ่ยถ้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นก่อนจะโผเข้ากอดเขา แม้จะไม่มีร่างกายแต่เอเดนกลับรับรู้ว่าตัวเธอกำลังสั่นเทาเพราะการร้องไห้และโดยไม่ต้องเสียเวลาคิดชายหนุ่มก็โอบกอดเธอเอาไว้ทันที เด็กสาวยังคงร้องไห้อยู่อีกครู่หนึ่งก่อนจะเริ่มพูดอีกครั้ง

   “ช่วยด้วย เอเดนได้โปรด.....ช่วยโคกะด้วย...”

   วินาทีนั้นชายหนุ่มก็ถึงกับตกตะลึงกับคำพูดอันไม่คาดฝันของเธอและไม่เข้าใจด้วยว่ามันหมายความว่าอย่างไร ในเวลานี้ทุกอย่างจบลงแล้วมันไม่ควรจะมีเหตุร้ายอะไรมิใช่หรือ แต่ท่าทางของอาเรียกลับบ่งบอกว่ามันต้องเป็นเรื่องร้ายแรงอย่างที่สุด

   “มันเกิดอะไรขึ้น”เขาถามพลางลูบผมปลอบให้เธอใจเย็นลง

   “โคกะกำลังจะตาย”

   คำพูดของเธอทำให้สมองของเขาหยุดนิ่งไปในทันที หากเป็นคนอื่นพูดเขาคงไม่มีวันเชื่อในเมื่อคนที่กำลังจะตายที่เธอว่าคือเพกาซัส โคกะซึ่งถือได้ว่าเป็นวีรบุรุษคนนั้นและยังเป็นคนที่เขาเห็นว่ายังสบายดีจนกระทั่งก่อนที่เขาจะออกมาเมื่อครู่นี้  ดูเหมือนอาเรียจะรับรู้ถึงความคับข้องใจของชายหนุ่มเธอจึงพูดอธิบายต่อ

   “เขาจะถูกฆ่า....ไม่มีเวลาอีกแล้ว.....”

   เมื่อพูดจบเธอก็หายไปราวกับว่าได้ใช้พลังกับการพูดประโยคเมื่อครู่จนหมดสิ้นไปแล้วเหลือทิ้งไว้แต่เพียงเอเดนที่ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นเพียงผู้เดียว

   อาเรียมาหาเขาเพื่อขอให้ช่วยโคกะและเธอก็หายไปอีกครั้งโดยที่เขายังไม่อาจทำความเข้าใจกับสิ่งใดได้แม้แต่อย่างเดียว ทั้งที่ทุกอย่างจบลงแล้วเธอควรจะยิ้มมิใช่หรือแต่ทำไมเขายังคงต้องมาเห็นเธอร้องไห้อีกครั้งด้วย กระทั่งแค่ปลอบเธอให้หยุดร้องไห้เขาก็ยังทำไม่ได้...

   แกรก...

   เขาได้ยินเสียงเหมือนใบไม้ถูกเหยียบทีแรกชายหนุ่มรู้สึกตกใจที่ไม่รู้ตัวว่ามีคนตามมาด้วยแต่เขาก็ไม่รู้สึกถึงรังสีมุ่งร้ายใดๆจึงทำเพียงแค่หันกลับไปและก็ได้พบกับเพกาซัส โคกะที่กำลังเดินเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อน

   เพกาซัส โคกะคือม้าพยศที่แสนดื้อรั้นยอมเชื่อฟังแต่เพียงอาธีน่าเท่านั้น แววตาดื้อรั้นสีน้ำตาลนั้นเปรียบเสมือนเอกลักษณ์ของเด็กหนุ่มไปแล้ว หากแต่ในตอนนี้เขากลับไม่พบกับความดื้อรั้นในดวงตาคู่นั้น สิ่งที่เขาเห็นคือเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เดินมาหาเขาพร้อมกับยื่นมือมาหาด้วยดวงตาที่เหมือนกับจะสงสารเห็นใจ เอเดนจับจ้องไปยังริมฝีปากบางที่ขยับคล้ายจะพูดอะไรสักอย่างแต่แล้วกลับต้องเบิกตากว้างเมื่อภาพตรงหน้ากลับแปรเปลี่ยนกระทันหัน

   ใบหน้าหวานของเด็กหนุ่มถูกความมืดย้อมจนเป็นสีดำสนิทไว้เว้นแม้กระทั่งตาขาวเหลือแต่เพียงแก้วตาที่กลายเป็นสีแดงราวกับโลหิตและที่สำคัญกว่านั้นเขาเห็นเงาสีดำรูปร่างคล้ายคนกำลังใช้มือแทงเข้าไปในอกข้างซ้ายของเด็กหนุ่ม สิ่งที่คล้ายจะเป็นดวงตาสีโลหิตของเงาดำขยับเป็นเส้นโค้งเหมือนกำลังแสยะยิ้มอย่างน่ารังเกียจ

   “เพกาซัส!”เอเดนร้องเรียกพร้อมกับวิ่งเข้าไปหาโคกะ แต่แล้วดวงตาคู่โตกลับปิดลงพร้อมร่างที่ทรุดลงกับพื้นเร็วเกินกว่าที่เขาจะวิ่งเข้าไปประคองเอาไว้ วินาทีที่โคกะล้มลงเงาสีดำก็ขยายร่างขึ้นแล้วส่งเสียงหัวเราะแหลมสูงออกมาทำให้บัดนี้เอเดนเข้าใจคำพูดของอาเรียอย่างแจ่มแจ้งแล้ว ชายหนุ่มกัดฟันด้วยความโมโหก่อนจะคำรามออกมา

   “แกยังอยู่งั้นเหรอ อาพุส!”เทพแห่งความมืดซึ่งไม่ต่างกับปีศาจร้ายที่เป็นสาเหตุให้อาเรียต้องตาย ทั้งที่อาเรียใช้พลังเฮือกสุดท้ายกำจัดมันไปแล้วแต่ทว่ามันกลับยังคงอยู่

   “ขอเพียงในใจของเพกาซัสมีความมืดเหลืออยู่ข้าย่อมสามารถคืนชีพได้อยู่แล้ว”อาพุสกล่าวพร้อมกับยื่นมือลงไปจับยังลำคอของโคกะที่หมดสติอยู่แล้วยกร่างนั้นลอยขึ้นในอากาศ

   “ที่เหลือก็แค่ฆ่ามันให้สาสมกับที่มันทำกับข้า”สิ้นเสียงนั้นเล็บในมือของอาพุสก็งอกยาวออกมาเป็นกรงเล็บที่พร้อมจะบดขยี้ลำคอบอบบางของโคกะ

   “หยุดนะ!”ชายหนุ่มร้องห้ามพร้อมกับวิ่งเข้าไปหาโคกะที่สลบไม่ได้สติอยู่แต่ก็ไม่มีทางเร็วไปกว่ามือของอาพุสที่กำรอบคำไว้อยู่ เทพแห่งความมืดออกแรงบีบส่งผลให้ใบหน้าหวานฉายแววทุกข์ทรมานออกมาแต่กลับยังไม่ได้สติเช่นเดิม

   “เจ้าห้ามข้าไม่ได้หรอกโอไรอ้อน”อาพุสยิ้มเยาะกับท่าทางของเอเดนที่หยุดนิ่งอยู่ต่อหน้าตนเอง เอเดนจ้องมองโคกะที่ตกอยู่ในเงื้อมมือของปีศาจร้ายแล้วก็ต้องกัดฟันเมื่อพบว่าตนเองไม่สามารถทำอะไรได้เลยทำให้อาพุสรู้สึกพึงพอใจแต่ก็ยังไม่มากพอจะดับความแค้นของตนเองได้

   เทพแห่งความมืดมองเซนต์ทั้งสองสลับกันไปมาก่อนจะแกล้งลองออกแรงบีบมากขึ้น ริมฝีปากบางอ้าออกคล้ายพยายามสูดลมหายใจอย่างไร้ประโยชน์ส่งผลให้เอเดนมีสีหน้าย่ำแย่ลงไปในทันที

   “ปล่อยเขาซะ!”เซนต์โอไรอ้อนตวาดกร้าวแต่มีหรือที่เทพเช่นเธอจะเกรงกลัว

   “ทำไมข้าต้องปล่อยมันด้วยล่ะ มันมีความสำคัญอะไรกับเจ้ารึ”คำพูดนี้ทำให้เอเดนนิ่งไปในทันที ชายหนุ่มถึงกับพูดไม่ออกเมื่อได้ยินถ้อยคำแทงใจดำ

   อาพุสพูดได้ถูกต้องถึงแม้จะเป็นสหายร่วมศึกเดียวกันแต่ความสัมพันธ์ของตัวเขากับเพกาซัสนั้นก็เรียกได้ว่าเป็นความสัมพันธ์แบบผิวเผินเท่านั้น ต่อให้ต่างฝ่ายยอมยกโทษให้แก่กันแต่ก็ใช่ว่าตัวเขาจะมองเพกาซัสเป็นคนสำคัญขึ้นมาได้ เหตุผลที่เขาพยายามช่วยก็เพราะถ้าเพกาซัสตายไปอาเรียจะเสียใจ

   “ผม....จะไม่ยอมให้เขาตายเด็ดขาด”ชายหนุ่มไม่อาจตอบคำถามของอาพุสได้แต่ความมุ่งมั่นที่อยากให้โคกะมีชีวิตอยู่นั้นกลับแน่วแน่เสียจนอาพุสถึงกับหัวเราะออกมาเสียงดัง

   “ฮ่าๆๆ น่าสนุกดีนี่เจ้ามนุษย์ชั้นต่ำ ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้โอกาสเจ้า”แล้วมือที่กำรอบคอของโคกะก็คลายออก เอเดนรีบเข้าไปรับร่างบอบบางนั้นเอาไว้ทันทีก่อนจะเงยหน้ามองเทพที่ลอยอยู่เหนือตนด้วยท่าทางเหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด

   “แกต้องการอะไร”เขาไม่คิดว่าอาพุสจะใจดียอมปล่อยโคกะไปอยู่แล้วและการที่อีกฝ่ายยอมปล่อยให้โคกะมีชีวิตง่ายๆแบบนี้ลางสงหรณ์ของเขากำลังร้องเตือนถึงเหตุการณ์ที่เลวร้ายยิ่งกว่าและมันก็เป็นความจริงเมื่ออาพุสแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายแล้วกล่าวออกมาอย่างเลือดเย็น

   “ถ้าปล่อยให้มันตายง่ายๆก็คงไม่สาแก่ใจข้า ดังนั้นตัวเจ้าจะต้องเป็นผู้ลงมือทำให้มันทุกข์ทรมานจนไม่อยากมีชีวิตอยู่โดยที่ข้าจะไม่ยอมให้มันตาย!”สิ้นคำประกาศนั้นเอเดนก็รู้สึกเหมือนหัวใจโดนทิ่มแทงด้วยหอกน้ำแข็งที่แสนเย็นยะเยือก มือหนากอดร่างในอ้อมแขนแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัวก่อนถามด้วยเสียงที่ติดจะสั่นเทา

   “แกว่ายังไงนะ”อาพุสเหยียดยิ้มอีกครั้งก่อนกล่าวย้ำ

   “นับจากวันนี้เจ้าจะต้องทำให้เพกาซัสเจ็บปวดมากที่สุด ยิ่งเจ้าทำให้มันเจ็บปวดมากเท่าไรข้าก็จะยอมให้มันมีชีวิตยืนยาวมากขึ้นเท่านั้น  กลับกันเมื่อใดที่ข้าสัมผัสได้ว่ามันมีความสุขข้าก็จะบดขยี้ดวงวิญญาณของมันแต่ไม่ต้องห่วงข้าจะไม่ปล่อยให้มันตายหรอก ยกเว้นแต่เจ้าจะบอกเรื่องนี้กับมัน เอาล่ะเลือกสิโอไรอ้อน ภายในค่ำคืนถัดไปจงแสดงทางเลือกของเจ้าให้ข้าได้เห็นเสีย”พูดจบเงาดำของอาพุสก็ค่อยๆกลายเป็นเพียงไอหมอกสีดำกลับเข้าไปในร่างของโคกะ แม้จะลับร่างของอาพุสไปแล้วแต่เสียงอันเย็นเยียบของปีศาจร้ายกลับยังดังติดหูอยู่เช่นเดิม

   หากเขาทรมานเพกาซัสอาพุสก็จะยอมไว้ชีวิตเพกาซัสอย่างงั้นหรือ....

   เอเดนนึกอยากจะสบถออกมาเสียงดังๆแต่ก็ไม่ได้ทำเพราะรู้ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรเลย ชายหนุ่มก้มหน้าลงมองใบหน้าหวานของเด็กหนุ่มในอ้อมแขน โคกะสลบไม่ได้สติ สีหน้าส่อเค้าความทุกข์ทรมานออกมาให้เห็นอย่างน่าสงสาร ตอนนี้เอเดนไม่สามารถทำสิ่งใดได้นอกจากลุกขึ้นยืนแล้วอุ้มโคกะกลับไปห้องของเขาทั้งสองคน

   เขายังคงได้ยินเสียงร้องไห้ของอาเรียอยู่และเหมือนกับเสียงนั้นจะชัดเจนขึ้นทุกวินาที  เธอ...คนที่เขารักสุดหัวใจยังคงร้องไห้อยู่เช่นเดิมไม่เปลี่ยนแปลงทั้งที่เขายินดีทำทุกอย่างเพื่อเธอขอเพียงให้ใบหน้าน่ารักนั้นแย้มยิ้มออกมา ถ้าหากว่าเพกาซัสตายไปเธอก็คงจะโทษตัวเองไปตลอดกาล เขาคงจะไม่มีวันได้ยินเสียงหัวเราะของเธอหรือแม้กระทั่งรอยยิ้มที่เฝ้าปรารถนามานานแสนนานดังนั้น.....

   “ถ้าหากผมทำตามที่เธอปรารถนาแล้วเธอจะยิ้มให้ผมบ้างไหม”เขาได้แต่เอ่ยถามกับความว่างเปล่าและภาวนาให้เธอได้ยิน


   จากนั้นเอเดนก็ได้แต่อุ้มโคกะกลับมาที่ห้องแล้ววางร่างบางลงบนเตียง ค่ำคืนที่ควรจะนอนหลับกลับกลายเป็นค่ำคืนที่ชายหนุ่มไม่อาจข่มตาหลับได้เมื่อหนทางที่ต้องเลือกยังคงรอคอยเขาอยู่ ใบหน้าหล่อเหลาฉายแววกลัดกลุ้มกับทางเลือกที่ไม่ว่าทางใดต่างก็โหดร้ายไม่แพ้กัน

   “ผมควรจะทำอย่างไรดี”ขณะที่พูดเอเดนก็หันไปมองโคกะที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง แม้เขาจะเคยทำร้ายเด็กหนุ่มตรงหน้าจริงแต่คราวนี้เหตุผลที่ต้องทำร้ายกลับต่างกันโดยสิ้นเชิง

   สุดท้ายเอเดนก็ไม่อาจข่มตาหลับได้เลยแม้แต่นิดเดียว ชายหนุ่มรีบออกจากห้องไปก่อนที่โคกะจะตื่นเพราะไม่รู้ว่าตัวเองควรทำหน้าอย่างไรดี เขาได้แต่ลอบมองโคกะอยู่ห่างๆเพื่อสังเกตความผิดปกติ

   เพกาซัส โคกะดูภายนอกแล้วก็ไม่มีสิ่งใดผิดปกติจนเอเดนแทบจะหลอกตนเองได้ว่าสิ่งที่เห็นเมื่อคืนเป็นเพียงฝันร้ายของเขาคนเดียว แต่แล้วมันกลับไม่เป็นเช่นนั้นเมื่อขณะที่คุยกับไลโอเน็ต โซมะเพื่อนสนิทเด็กหนุ่มกลับมีท่าทางแปลกไปเมื่ออยู่ดีๆมือบางก็กุมเข้าที่อกของตัวเอง ใบหน้าหวานซีดเซียวขณะที่ริมฝีปากอ้าออกคล้ายกับคนขาดอากาศหายใจและในวินาทีต่อมาร่างนั้นก็ล้มลงกับพื้น

   “โคกะ!”ยินเสียงของโซมะร้องเรียกด้วยความตกใจไม่แพ้กับเอเดนที่ยืนมองอยู่ ชายหนุ่มรีบวิ่งออกมาหาโคกะที่หมดสติไปแล้วพร้อมกับประคองร่างนั้นขึ้นมา

   “เพกาซัส!”เขาเรียกแต่เจ้าของชื่อก็ไม่มีท่าทางจะได้สติตอบกลับมาเลยแม้แต่นิดเดียวซึ่งทำให้เอเดนหวนนึกถึงคำพูดของเทพแห่งความมืดขึ้นมา

   เพกาซัส โคกะจะต้องตาย....

   เอเดนกัดฟันแน่นก่อนจะอุ้มโคกะขึ้นมาแล้วลุกขึ้นท่ามกลางสายตาตกตะลึงของโซมะกับคนอื่นๆที่อยู่ในละแวกนั้น แต่เมื่อเขาพาโคกะเดินจากไปก็ไม่มีใครห้ามแม้แต่คนเดียว ชายหนุ่มรู้ดีว่าถึงพาโคกะไปหาหมอก็ไม่มีใครรักษาคำสาปของอาพุสได้เขาจึงตัดสินใจพาโคกะกลับไปที่ห้อง

   ในครั้งที่สองที่เขาพาเด็กหนุ่มกลับมาที่เตียงในคราวนี้หัวใจของเขายิ่งรู้สึกสับสนมากยิ่งกว่าเดิมโดยเฉพาะเมื่อสบกับใบหน้าซีดเผือดของโคกะแต่กลับมีเม็ดเหงื่อผุดพราย คิ้วขมวดแน่นท่าทางเหมือนกำลังทรมาณ ในเวลานั้นเอเดนไม่อาจทำอะไรได้เลยนอกจากจับมืออีกฝ่ายเอาไว้เท่านั้น

   คนตรงหน้าเขากำลังจะตายโดยที่เขาทำอะไรไม่ได้เลย ถ้าหากเพกาซัสตาย อาเรียก็จะเสียใจ เขาไม่อยากเห็นน้ำตาของอาเรียอีกต่อไปแล้ว...

   ตลอดทั้งวันที่เอเดนเฝ้าอยู่ข้างกายโคกะชายหนุ่มได้แต่นึกถึงเรื่องเหล่านี้วนไปวนมาจนแทบจะเสียสติ โดยเฉพาะเมื่อท้องฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีดำทีละนิดความรู้สึกกดดันก็ยิ่งเพิ่มพูนในใจของเขาเมื่อเวลาที่ต้องเลือกใกล้เข้ามาทุกขณะ เขารู้สึกเหมือนได้ยินเสียงหัวเราะอันชั่วร้ายของอาพุสดังก้องอยู่ในหูด้วยน้ำเสียงสนุกเสียเต็มประดาที่เห็นเขาทนทุกข์

   ในตอนนั้นเองที่ร่างของโคกะก็พลันกระตุกราวกับโดนไฟฟ้าช็อต ลมหายใจที่เคยสม่ำเสมอกลับขาดลงกลางคัน สีหน้าสงบนิ่งฉายแววทรมานออกมาจนน่าสงสารกระทั่งดวงตาก็ไม่อาจเปิดขึ้นจนดูคล้ายกับจะไม่มีวันลืมตาตื่นขึ้นมาอีกแล้ว น้ำเสียงแผ่วเบาค่อยๆลอกออกมาจากริมฝีปากแห้งแตกคือถ้อยคำที่ทำให้เอเดนต้องตัดสินใจ

   “ช่วย...ใครก็ได้...ช่วยด้วย.....”พริบตานั้นเองที่ความลังเลทั้งหมดของเขาหายไปจนหมด

   “เข้าใจแล้ว ผมจะทำ ได้ยินมั้ยอาพุส! ผมจะทำ!”เอเดนตะโกนพร้อมทั้งเข้าไปจับมือโคกะเอาไว้แน่นเพื่อส่งพลังคอสโมเข้าไปในร่างกายของโคกะต่อต้านคำสาปของอาพุส ในเมื่อคอสโมคือห้วงอวกาศก็ย่อมหมายถึงพลังชีวิตอันมหาศาลซึ่งน่าจะพอช่วยโคกะได้บ้าง สีหน้าของโคกะดูดีขึ้นเล็กน้อยราวกับจะตอบรับกับความต้องการของเขาซึ่งทำให้ชายหนุ่มนึกโล่งใจแต่ก็เพียงไม่นานเมื่อโสตประสาทของเขาได้ยินเสียงของอาพุสดังมาจากที่ไหนสักแห่งหนึ่ง

   จงอย่าลืมข้อตกลงของข้ากับเจ้า....

   เสียงย้ำเตือนของอาพุสส่งผลให้เอเดนกัดฟันด้วยความเจ็บใจ ชายหนุ่มปล่อยมือที่กุมเอาไว้แล้วลุกไปยืนอยู่ข้างเตียงก่อนที่โคกะสะดุ้งตื่นขึ้นมาเพียงนิดเดียว ร่างบางที่หอบสั่นพยายามสูดลมหายใจเข้าไปเต็มที่ด้วยท่าทางไม่ได้รับรู้ถึงตัวเขาเลยแม้แต่นิดเดียว

   “รู้สึกตัวแล้วเหรอ”เขาเอ่ยขึ้นเพื่อดึงความสนใจมายังตัวเขาและอีกเหตุผลคือเขาอยากแน่ใจว่าโคกะตื่นขึ้นมาแล้วจริงๆซึ่งพอได้ยินเด็กหนุ่มเรียกชื่อตัวเองเขาถึงสบายใจก่อนจะทรมานใจยิ่งกว่าเมื่อต้องลงมือทำร้ายคนที่ไร้ความผิดตรงหน้าด้วยมือตัวเอง

   เขาเรียกเพกาซัสให้ออกไปด้วยกันและเมื่อมาถึงลานฝึกซ้อมเก่าเขาก็ได้กล่าวอ้างเหตุผลเรื่องอาเรียขึ้นมาเพราะนอกจากเรื่องของอาเรียแล้วเขาทั้งคู่ก็ไม่เคยมีเรื่องใดเกี่ยวข้องกัน เขาพร่ำแต่บอกว่าสาเหตุที่อาเรียตายเป็นความผิดของเพกาซัสทั้งที่ความจริงแล้วเขารู้สึกขอบคุณที่อีกฝ่ายซึ่งช่วยเหลือเธอจนวินาทีสุดท้ายด้วยซ้ำ

   เพราะฉะนั้นต่อให้ไม่สามารถเรียกได้ว่าตอบแทนคุณหรือจะโดนหาว่าเป็นปีศาจร้ายอำมหิตแค่ไหนเขาก็ไม่สนใจ เขาจะทำร้ายลงมือทำทุกวิธีที่ทำให้เพกาซัสทรมานให้มากที่สุดเพื่อที่อีกฝ่ายจะได้มีชีวิตอยู่ต่อไป ไม่ว่าเพกาซัสจะเจ็บปวดมากแค่ไหน หยดน้ำตาจะต้องหลั่งไหลมากอีกเพียงใดหรือกระทั่งคำอ้อนวอนที่ไม่เคยได้ยินมาก่อนก็ไม่มีวันหยุดเขาได้

   กายบางบอบช้ำเพราะการโจมตีของเขาแต่ดวงตากลับไม่ยอมแพ้จนเขาได้แต่ลงมือหนักขึ้นและตัดสินใจเปลี่ยนแววตาอันดื้อรั้นนั้นให้ตกลงสู่ความสิ้นหวัง เขาทำลายคล็อธสโตนที่แสนสำคัญของเพกาซัสทิ้งทำให้ดวงตาคู่โตปรากฏความสิ้นหวังออกมาแต่มันก็ยังไม่มากพอเขาถึงได้ลงมือทำสิ่งที่เลวร้ายที่สุดด้วยการฉีกเสื้อของเพกาซัสออกแล้วลงมือข่มขืนอีกฝ่ายอย่างทารุณ

   ขณะที่ถูกข่มขืนร่างบางก็ร้องไห้ไม่หยุดทั้งด้วยความเจ็บปวดไม่ว่าจะร่างกายหรือจิตใจแต่เขาก็หยุดมันไม่ได้ เขาไม่อยากให้โคกะต้องตายดังนั้นจะโกรธเกลียดเคียดแค้นเขาก็ไม่เป็นไร จวบจนกระทั่งโคกะสิ้นสติไปแล้วเขาถึงได้หยุดการกระทำอันโหดร้ายทารุณของตัวเองแล้วโอบอุ้มร่างนั้นแนบอกเพื่อพากลับห้อง

   ระหว่างทางกลับเขามองใบหน้าหวานที่ยังมีหยดน้ำประปรายไม่ว่าจะเป็นฝนหรือน้ำตา บาดแผลตามร่างรวมถึงรอยไหม้บนกลางอกเพราะโดนคอสโมสายฟ้าทำร้ายส่งผลให้ใจของเขาเต็มไปด้วยความรู้สึกผิดแต่กระนั้นเขาก็ได้เลือกแล้วที่จะลงมือกระทำเอเดนได้แต่ปลอบใจตนเองว่าอย่างน้อยคนในอ้อมกอดก็ยังคงมีชีวิตอยู่ขณะที่เตรียมใจจะแบกรับคำสาปและฝันร้ายนี้เอาไว้

-------------------------------------
TBC.

จบตอนนี้เอเดนกลายเป็นสุดยอดพระเอกแทนที่พระเอกSM+ซึนเดเระทันที 555

เอาจริงๆเอเดนมันไม่ซึนนะแต่มันบอกไม่ได้ว่าทำไปเพราะอะไร เพราะบอกไปโคกะก็ต้องตายเลยได้แต่ทนให้โคกะเกลียดตัวเองไป แต่ขอบอกก่อนนะว่าตอนนี้เอเดนยังไม่ได้เริ่มรักโคกะเลย ที่ทำเพราะไม่อยากให้อาเรียเสียใจแต่ส่วนหนึ่งก็รู้สึกผิดด้วยเหมือนกัน

ความจริงเราชอบคู่เอเดนกับอาเรียนะ เราชอบตรงที่เอเดนให้ความสำคัญกับอาเรียเป็นที่สุดมากๆ ตอนที่อาเรียตายเราสงสารเอเดนยิ่งกว่าโคกะอีก เลยต้องจัดโคกะมาช่วยดามใจ(เรอะ?)เอเดน 555

ตอบเม้นต์

Bitsaint

ขอย้ำว่าเอเดนไม่ซึนนะจ้ะเค้าแค่พูดไม่ได้เท่านั้นเอง ส่วนโคกะดูเหมือนมันจะยังไม่รู้ตัวมากกว่า แต่แหมแรกๆที่ใจร้ายใส่จังพอตอนหลังมาทำดีด้วยนิดนึงโคกะมันก็ทำตัวไม่ถูกเหมือนกัน

ปล.ตอนหน้าก็ยังเป็นตอนของเอเดนนะจ้ะ

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
Browser:
Chrome 33.0.1750.154 Chrome 33.0.1750.154

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #27 เมื่อ: 03, เมษายน 2014, 10:38:23 PM »

ลืมไปเลยว่ายังไม่ได้อัพตอน10ให้ที่นี่ -*-

ตอนที่ 10รักที่บอกไม่ได้

   หลังจากคืนที่ไม่มีวันลืมนั้นเอเดนได้แต่พยายามลงมือทำร้ายโคกะด้วยทุกอย่างที่มีอยู่เขายอมกระทั่งสวมบทคนเลวเพื่อให้โคกะเกลียดแค้นเพราะอย่างน้อยความแค้นก็จะเป็นแรงผลักดันให้โคกะมีชีวิตอยู่ต่อไปแม้จะเพื่อฆ่าเขาก็ตาม
   เอเดนคิดว่าตัวเองจะใจแข็งพอที่จะทนทำร้ายโคกะต่อไปได้แต่สุดท้ายแล้วทุกอย่างกลับเป็นไม่เป็นอย่างที่เขาเชื่ออีกต่อไป  จุดเริ่มต้นของวันที่ความรู้สึกที่เขามีให้เริ่มแปรเปลี่ยนไปก็คงเป็นในคืนถัดมาที่เขาออกไปจากห้องพักเพื่อตามเก็บเศษชิ้นส่วนของคล็อธสโตนเพกาซัสกลับมา


   ชายหนุ่มไม่แน่ใจว่าตอนนั้นตัวเองไปเก็บเศษคล็อธสโตนกลับมาด้วยความรู้สึกแบบไหน ไม่แน่ว่าบางทีเขาคงทำไปเพราะรู้สึกผิดก็เป็นได้แต่เขาไม่คิดเลยว่าขณะที่กำลังเก็บเศษชิ้นส่วนอยู่เด็กหนุ่มที่เพิ่งถูกเขาทำร้ายและน่าจะนอนหมดแรงอยู่ที่ห้องกลับปรากฏตัวขึ้น
   แน่นอนว่าเขายอมให้อีกฝ่ายรู้ไม่ได้ว่าตนเองมาทำอะไรที่นี่เพราะถ้าเกิดโคกะเฉลียวใจในบางอย่างขึ้นมาอาพุสก็คงยินดีที่จะทรมานโคกะด้วยน้ำมือตัวเองเป็นแน่ เอเดนรีบซ่อนตัวและพรางจิตตัวเองเพื่อไม่ให้เด็กหนุ่มรู้สึกตัว สัมผัสของโคกะใกล้เข้ามาทุกทีพร้อมกับร่างที่เปรอะเปื้อนดินโคลนซ้ำยังมีรอยช้ำเพิ่มขึ้น

   ทุกย่างก้าวของร่างอันบอบบางนั้นเชื่องช้าซึ่งอาจเพราะดินโคลนบนพื้นเปียกแฉะและบาดแผลที่ถูกเขาทำร้ายทำให้เพกาซัส โคกะดูเหมือนกับจะล้มลงได้ทุกเมื่อ หลายครั้งที่เขาเห็นโคกะกัดฟันข่มความเจ็บแล้วมุ่งตรงไปยังจุดที่เขาทำลายชุดคล็อธแล้วเริ่มต้นควานหาเศษคล็อธสโตนในโคลน

   เวลาผ่านไปนานนับชั่วโมงโคกะก็ยังคงควานหาอยู่เช่นนั้น มือเรียวถูกหินบาดไปหลายครั้งแต่ก็ยังไม่ละความพยายาม สายตาของเด็กหนุ่มบ่งบอกว่าการกระทำนี้คือความหวังสุดท้ายของตนเองจนเขานึกอยากจะเอาเศษคล็อธในมือไปให้แต่เขาก็ทำแบบนั้นไม่ได้
   ผ่านไปอีกครู่ใหญ่ความอดทนของเด็กหนุ่มก็ดูจะหมดลงโดยที่ไม่อาจพบสิ่งที่ตนตามหาแม้แต่ชิ้นเดียวซึ่งมันก็ควรเป็นเช่นนั้นในเมื่อส่วนใหญ่ของเศษคล็อธสโตนอยู่ในมือของเขา ร่างบางเงยหน้ามองท้องฟ้าด้วยแววตาทอประกายแต่ความสิ้นหวังแล้วจากนั้นริมฝีปากซีดขาวจึงได้มีเสียงหัวเราะที่ราวกับสมเพชตัวเองดังออกมาปะปนกับเสียงของสายฝนที่ถาโถมลงมาจากท้องฟ้าประหนึ่งกลั่นแกล้ง

   เอเดนเห็นโคกะก้มหน้าลงมองมือที่เต็มไปด้วยบาดแผลของตัวเองด้วยดวงตาที่หมองมัวไร้ซึ่งความสดใสหรือดื้อรั้นเช่นทุกครั้งแล้วก็อดรู้สึกสะเทือนใจขึ้นมาไม่ได้ร่างนั้นค่อยๆล้มลงกับพื้นดินแล้วนิ่งไปเมื่อเห็นดังนั้นชายหนุ่มจึงรีบเดินออกมาทันทีและใช้มือคู่นั้นช้อนร่างของโคกะขึ้นมาแนบอก

   กายขาวเปื้อนดินโคลนสีน้ำตาลทั้งยังเปียกฝนส่งผลให้ร่างนั้นเย็นเฉียบแต่ดวงหน้าหวานกับปรากฏสีแดงระเรื่อเมื่อประกอบกับลมหายใจหอบกระชั้นทำให้เอเดนรู้ว่าคนตรงหน้ามีไข้ สภาพอ่อนแอถึงขีดสุดของร่างเล็กนั้นช่างน่าสงสารจนคนใจแข็งอย่างเขายังต้องหวั่นไหว มือหนาจึงยกขึ้นเพื่อช่วยเกลี่ยเส้นผมสีแดงให้พ้นใบหน้าแต่เขากลับไม่เคยคิดเลยว่าการกระทำนี้ของตนจะทำให้ดวงตาคู่ที่ปิดอยู่ค่อยๆเปิดขึ้นมา

   วินาทีนั้นเอเดนก็ตกใจจนทำอะไรไม่ถูกเมื่อคนที่ควรจะหมดสติไปแล้วกลับลืมตาขึ้นและยิ่งตกใจมากกว่าเดิมเมื่อมือข้างหนึ่งของโคกะยกขึ้นมาวางลงบนแก้มของเขาอย่างไม่ทันตั้งตัว ปลายนิ้วของโคกะเย็นเฉียบทั้งยังเปื้อนดินโคลนและเลือดแต่เอเดนก็ไม่คิดจะปัดมือข้างนั้นออกแม้แต่น้อย โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นแววตาที่เหมือนกับจะร้องขอความช่วยเหลือจากเขายิ่งทำให้เขาตัดใจปล่อยมือจากเด็กหนุ่มไม่ลง

   ชายหนุ่มปล่อยให้โคกะทาบมืออันเย็นเฉียบบนแก้มของเขาขณะที่นัยน์ตาหมองมัวจ้องมองเขาอยู่นานราวกับพยายามดูให้แน่ใจว่าเขาเป็นใครแต่ท้ายที่สุดริมฝีปากบางคู่นั้นก็ไม่ได้พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว ดวงตาคู่โตค่อยๆปิดลงทีละนิดพร้อมกับเสียงหายใจที่ติดจะหอบนิดๆอย่างคนไม่สบาย

   “เฮ้อ....”พอเห็นท่าทางอ่อนระโหยโรยแรงของคนตัวเล็กแล้วเอเดนก็อดที่จะถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยใจกับโล่งอกนิดๆไม่ได้ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นพาคนป่วยกลับไปพักผ่อนที่ห้องโดยที่ไม่ได้ทันสังเกตว่ามีดวงตาสีเขียวอมเหลืองคู่หนึ่งลอบมองเหตุการณ์ทั้งหมดอยู่เบื้องหลัง

   “ท่านเอเดน....”เจ้าของเสียงนั้นจ้องมองแผ่นหลังของเอเดนที่เดินจากไปด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย

   วันต่อมาเมื่อเอเดนกลับมาเพื่อดูอาการโคกะเขากลับพบใครคนหนึ่งเดินออกจากห้องพักของเขาทั้งคู่ ชายคนนั้นสวมชุดครูฝึกเซนต์ท่าทางอายุมากกว่าเขาเล็กน้อย แววตาดูใจดีแต่เขากลับไม่รู้สึกวางใจเจ้าของดวงตาคู่นั้นแม้แต่นิดเดียวทั้งยังรู้สึกคุ้นหน้าชายคนนี้ไม่น้อย

   ขณะที่เดินสวนกันต่างฝ่ายก็ไม่มีใครเอ่ยปากพูดอะไรแม้แต่คำเดียว เพียงแต่เมื่อลับหลังไปแล้วเอเดนกลับได้ยินเสียงที่คล้ายกับเสียงของตัวเองลอยเข้ามาในโสตประสาท

   “ยินดีที่ได้พบกันนะครับ ท่านเอเดน”ชายหนุ่มรีบหันกลับไปยังผู้ที่ผ่านไปทันที ครูฝึกคนนั้นเองก็หันกลับมายิ้มให้เขาด้วยสีหน้านอบน้อมและเริ่มแนะนำตนเอง

   ชายตรงหน้าเขาคือมาร์เชี่ยนซึ่งแฝงตัวมาเป็นสายลับที่แซงค์ทัวรี่เมื่อนานมาแล้วชื่อจริงThree Horned Chameleonและเป็นลูกน้องสายตรงของเมเดียมารดาของเขาเองส่งผลให้เขาทวีความไม่ไว้วางใจมากยิ่งกว่าเดิม แต่ก็โชคยังดีที่คาเมเลี่ยนไม่ได้ถามอะไรเรื่องของโคกะแถมพอเขาสั่งให้อย่าก่อเรื่องก็น้อมรับคำสั่งแต่โดยดี

   ขณะที่เขาไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรกับคาเมเลี่ยนดีเขาก็ต้องพบว่าโคกะกำลังรู้สึกมีความสุขที่ได้บพบกับคาเมเลี่ยน ตอนที่รู้เขารู้สึกว่าเลือดในกายมันเย็นเฉียบ เงื่อนไขของคำสาปอีกข้อที่อาพุสบอกไว้กำลังเล่นงานโคกะโดยที่เจ้าตัวไม่ได้รู้ตัวเลยแม้แต่น้อย
   ในฐานะผู้ใช้สายฟ้าเขาได้รับรู้ในคราวนี้เองว่าความรู้สึกที่เหมือนโดนฟ้าผ่านจนตัวชาวาบไปหมดนั้นเป็นเช่นไร ใบหน้าซีดเซียวที่แสดงถึงความอ่อนแอของโคกะเปรียบดั่งรอยยิ้มเยาะของอาพุสที่กำลังหัวเราะอย่างสนุกสนาน ต่อให้ถูกหลอกแต่ถ้าโคกะมีความสุขเพราะเรื่องของคาเมเลี่ยนละก็.....

เขาจะฆ่าคาเมเลี่ยนทิ้งซะ

   ดังนั้นเขาจึงได้หาข้ออ้างเพื่อจัดการคาเมเลี่ยนเสียแต่มันกลับไม่เป็นไปตามที่เขาคิดเมื่อเพกาซัส โคกะกลับคิดที่จะช่วยคาเมเลี่ยนเอาไว้  ตอนที่โคกะขอให้เขาทำร้ายตัวเองแทนคาเมเลี่ยนเขารู้สึกโกรธจนทนไม่ไหว เขาโกรธเพกาซัส โคกะที่ช่วยเหลือคนอื่นโดยยอมที่จะเจ็บเสียเอง

   ทำไมถึงไม่ห่วงตัวเอง ทำไมถึงต้องยอมขนาดนั้นเพื่อปกป้องคนที่เพิ่งพบกันด้วย ทำไมถึงต้องยิ้มให้คาเมเลี่ยน

   ทำไม....ทำไม....ทำไม.....มีแต่คำถามเต็มไปหมดจนตัวเองก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงได้สนใจเรื่องของโคกะมากขนาดนี้ คนสำคัญของเขาคืออาเรียไม่ใช่เพกาซัส โคกะ ตัวเขาแน่ใจในเรื่องนี้ดีแต่กลับไม่เข้าใจความรู้สึกบางอย่างที่ปะทุอยู่ในอกนี้

   สิ่งที่เขาแน่ใจมีเพียงอย่างเดียวก็คือเมื่อคาเมเลี่ยนรู้ว่าเขาทำอะไรโคกะและขอร่วมมือด้วยวินาทีนั้นเขาก็ลืมทุกสิ่งทุกอย่างไปจนหมด สายฟ้าในมือถูกปล่อยออกไปเพื่อจัดการคนตรงหน้าด้วยความคิดเพียงแค่ว่าจะไม่ปล่อยให้ชายคนนี้มีชีวิตอยู่นานกว่านี้อีกแม้แต่วินาทีเดียว

   เพกาซัส โคกะเป็นเด็กหนุ่มที่ร่าเริงแม้จะดูหยาบๆไปนิดแต่ก็ให้ความรู้สึกเหมือนแสงสว่างอันสดใสโดยเฉพาะรอยยิ้มอันสว่างไสวที่เขาเป็นคนช่วงชิงไป ทั้งแบบนั้นคาเมเลี่ยนกลับได้เห็นรอยยิ้มนั้นในขณะที่เขายอมสูญเสีย พอลองมาคิดดูทีหลังบางทีเขาอาจจะนึกอิจฉาชายคนนี้ที่ได้รอยยิ้มของโคกะไปอย่างง่ายดายก็เป็นได้

   “นายทำร้ายเขาทำไม!”น้ำเสียงของโคกะที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้นมีแต่ส่งผลให้เขาโกรธมากกว่าเดิมหลายร้อยเท่า โดยเฉพาะเมื่อเจ้าของเสียงกำลังโกรธเพื่อคนที่คิดร้ายกับตัวเองแบบนี้ เขารู้ว่าโคกะไม่รู้เรื่องที่ถูกหลอกแต่ก็ยังโกรธ
   เพกาซัสมีความสุขเพราะได้รับความใจดีแบบนั้น ถ้างั้น.....

   “ถ้าหากว่านายพอใจกับความใจดีเล็กๆน้อยๆนั่นแล้ว ถ้าผมใจดีด้วยนายจะนึกชอบผมขึ้นมาบ้างรึเปล่า”เขาเผลอพูดประโยคนี้ออกไปอย่างไม่รู้ตัวในตอนที่เห็นโคกะกระเสือกกระสนจะช่วยเหลือคาเมเลี่ยน เอเดนไม่รู้ว่าโคกะรู้สึกอย่างไรแต่คำพูดนี้ก็เริ่มทำให้เขาแน่ใจในความรู้สึกของตัวเองที่มีต่อโคกะขึ้นมา

   ทว่ายังไม่ทันที่จะได้พูดอะไรต่อคาเมเลี่ยนที่ควรนอนสิ้นแรงอยู่บนพื้นกลับมจับตัวโคกะเอาไว้แล้วเปิดเผยตัวจริงออกมา วินาทีที่ความจริงปรากฏสีหน้าเจ็บปวดของโคกะที่เขาเห็นทำให้หัวใจของเขาเจ็บยิ่งกว่า ดวงตาคู่โตซึ่งสิ้นประกายราวกับจมลงสู่ความสิ้นหวังได้จุดเปลวเพลิงแห่งโทสะกับเขา

   คาเมเลี่ยนบังอาจมาทำร้ายเพกาซัส โคกะทั้งที่ควรมีเพียงเขาที่ทำร้ายโคกะได้ เพกาซัสเจ็บปวดมามากเกินพอแล้วดังนั้นเขาจะไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเด็กหนุ่มตรงหน้ามากไปกว่านี้อีกแล้ว พลังคอสโมของเขาถูกเร่งขึ้นมาเพื่อโจมตีและแย่งโคกะให้กลับมาอยู่ในอ้อมกอดของเขา

   เมื่อโดนเขาโจมตีอีกครั้งสีหน้าของคาเมเลี่ยนก็เปลี่ยนเป็นตกตะลึงในขณะที่เขารับร่างบอบบางเอาไว้ เสียงตะโกนอันเจ็บแค้นของคาเมเลี่ยนที่กล่าวประณามตัวเขานั้นไม่ได้มีค่าไปกว่าคนที่อยู่ข้างกายเขาเลยแม้แต่นิดเดียว เอเดนคิดว่าจะสามารถจบเรื่องนี้ได้โดยง่ายแต่มันก็ไม่เป็นดังที่คิดเมื่อคาเมเลี่ยนได้ใช้พลังทั้งหมดที่เหลืออยู่เพื่อโจมตีโคกะเป็นครั้งสุดท้าย

   ในตอนนั้นนอกจากความตกใจแล้วหัวสมองของเขาก็ว่างเปล่าไปหมด เขาลืมเลือนเรื่องทุกอย่างไม่ว่าจะเงื่อนไขของอาพุสหรือกระทั่งเรื่องของอาเรีย สิ่งเดียวที่เขามองเห็นคือร่างอันบอบบางซึ่งกำลังจะถูกฆ่าตายต่อหน้าต่อตาเขาส่งผลให้ร่างกายของเขาขยับดึงเพกาซัส โคกะเข้ามาในอ้อมกอดเพื่อปกป้องจากอันตรายทันที!

   ฉัวะ!

   หนามแหลมบนสนับมือของคาเมเลี่ยนแทงทะลุหัวไหล่เขาจนเลือดสีสดพุ่งออกมาจากบาดแผล ผิวเนื้อที่ฉีกขาดกำลังส่งความเจ็บปวดตรงมาที่สมองของเขาหากแต่เมื่อพบว่าคนในอ้อมกอดของเขาปลอดภัยที่ความเจ็บปวดทั้งหมดก็ถูกเลือนหายไปเสียสิ้น
   เขาแทบจะถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกแต่ก็ไม่มีเวลามากพอที่จะทำเช่นนั้น เพราะเขาจะไม่มีวันปล่อยให้คนที่กล้าทำร้ายเพกาซัสของเขามีชีวิตอยู่เด็ดขาด ดังนั้นเขาจึงได้รวบรวมพลังและใช้มันเด็ดชีพอดีตลูกน้องที่ยืนรอความตายอยู่ด้วยรอยยิ้มเย้ยหยัน

   ความจริงแล้วท่านหลงรักเพกาซัสสินะ....

   คำพูดสุดท้ายของคาเมเลี่ยนที่โคกะไม่ได้ยินเป็นเหมือนกับสิ่งยืนยันสายตาที่เขาใช้มองโคกะและตอกย้ำถึงความรู้สึกที่เขาเคยไม่เข้าใจมาก่อน

   ใช่แล้ว คาเมเลี่ยนพูดถูกต้องทุกอย่างเพราะเขากำลังหลงรักเพกาซัส โคกะขึ้นมาจริงๆ

   โอไรอ้อน เอเดนไม่ใช่คนที่จะมานั่งคิดสงสัยว่าความรักของเขาเกิดขึ้นมาเมื่อไรหรือสาเหตุใดเพราะมันไม่สำคัญเลยในเมื่อเขาไม่มีทางที่จะสมหวังในความรู้สึกที่เพิ่งรู้ตัวนี้ เขารู้เหตุผลดีอยู่แล้วในเมื่อเขาเป็นคนทำเองทุกอย่าง

   คำว่าเพื่อให้ยังมีชีวิตอยู่นั้นมันก็แค่ข้ออ้างของคนเห็นแก่ตัวที่อ่อนแอเท่านั้นและตัวเขาก็เป็นคนอ่อนแอซึ่งไม่อาจมีชีวิตอยู่ได้โดยขาดใครสักคนให้ยึดเหนี่ยว เขาใช้ข้ออ้างว่าเพื่ออาเรียแล้วทำร้ายเพกาซัสเพียงเพราะไม่อาจทนที่จะอยู่อย่างไร้ความหมายได้ เพราะฉะนั้นการที่เพกาซัสจะเกลียดชังเขาก็เป็นเรื่องที่สมควรแล้วซึ่งเขาก็เตรียมใจที่จะรับความเกลียดชังนั้นเอาไว้หากแต่เขากลับได้พบกับสิ่งที่โหดร้ายยิ่งกว่าความเกลียดชัง

   ในเช้าวันต่อมาหลังจากการตายขชองคาเมเลี่ยนเอเดนก็จำไม่ได้ว่าตอนนั้นเขาฝันถึงเรื่องใดแต่เขาก็รู้ว่าตนเองฝันร้าย ความรู้สึกเจ็บปวดของความฝันทำให้เขาทรมานหากแต่ตอนนั้นเองที่กลับมีมือหนึ่งสัมผัสลงบนแก้มเขาราวกับจะช่วยปลอบโยนให้เขาหลุดพ้นจากฝันร้ายและเมื่อลืมตาตื่นเขาก็พบว่าเจ้าของมือที่ปลอบเขาคือเพกาซัส โคกะผู้ที่ถูกเขาทำร้ายเสมอมา

   แรกสุดเขานึกว่าตนเองยังติดอยู่ในความฝันจึงได้ลองยกมือขึ้นวางทาบลงบนหลังมือของโคกะ ความอบอุ่นของมือที่จับกุมอยู่นั้นกำลังบอกเขาว่าที่แห่งนี้คือโลกแห่งความจริงซึ่งนั่นก็ทำให้เขารู้สึกเลวร้ายยิ่งกว่าตกอยู่ในห้วงของความฝันเสียอีก เอเดนจึงไม่อาจทนอยู่ตรงนี้ต่อไปได้อีกเขาจึงรีบลุกขึ้นมาแต่งตัวเพื่อหนีไปให้ไกลจากที่แห่งนี้ให้เร็วที่สุด

   “เอเดนนายจะไปไหน”เมื่อโดนถามเขาก็ไม่สามารถที่จะหันหน้ากลับไปได้จึงได้แต่ตวาดกลับไป

   “ไม่ต้องมายุ่งกับผม!”แล้วเขาก็รีบออกไปโดยไม่ได้หันหลับไปมองหน้าผู้อยู่เบื้องหลังเลย

   ทว่าวินาทีที่ประตูปิดลงขาของเขากลับไม่สามารถก้าวต่อไปได้อีกแล้ว ชายหนุ่มได้แต่เอนพิงประตูแล้วยกมือขึ้นปิดบังน้ำตาทั้งที่ไม่มีใครเห็นเอาไว้ด้วยความรู้สึกอันรวดร้าว

   “ทำไมนายถึงยังคงยื่นมือมาให้ผม”เขาต้องการคำตอบแต่ก็ไม่อยากถามออกไป ทั้งที่เขาทำร้ายอีกฝ่ายไปมากมายจนเกินกว่าจะอภัยให้ได้แต่ไม่ว่าเมื่อไรเพกาซัส โคกะก็ยังคงยื่นมือมาให้เขาอยู่เสมอ

   ตั้งแต่ที่เจอกันครั้งแรกจนถึงตอนนี้ไม่ว่าเมื่อไรโคกะก็ยังคงยื่นมือมาหาเขาราวกับว่าจะให้อภัยในทุกสิ่งที่เขาเคยทำมา ถ้าหากโคกะมองเขาด้วยความแค้นเขาคงรู้สึกสบายใจมากกว่านี้ ในทางกลับกันความทรมานที่เกิดขึ้นี้ก็คงสาสมกับความเห็นแก่ตัวของเขาเช่นกัน
   เขาทั้งทำร้าย ข่มขืน เหยียบย่ำศักดิ์ศรีและช่วงชิงทุกสิ่งที่สำคัญสำหรับเพกาซัสไปหมดแล้วดังนั้นนี่ก็คงเป็นโทษที่เขาควรได้รับใช่ไหม...

   หลังจากวันนั้นเขาก็หลบหน้าไม่พูดอะไรกับเพกาซัสเลยแม้แต่คำเดียวเพราะเขาเองก็ไม่รู้ว่าตนเองยังสามารถทำตัวเหมือนก่อนหน้านี้ได้หรือไม่ ขณะที่ใจหนึ่งก็นึกเป็นห่วงคำสาปในร่างของอีกฝ่ายจึงได้แต่คอยตามดูอยู่ห่างๆเท่านั้น

   หลายครั้งที่เพกาซัสมักจะหมดสติไประหว่างที่ออกไปช่วยคนอื่นทำงานและเกือบทุกครั้งเขาก็จะเป็นคนอุ้มร่างบางกลับไปพักผ่อนที่ห้องแล้วรีบจากไปโดยไม่อาจทำได้แม้แต่นั่งรอให้ดวงตาคู่โตนั้นเปิดขึ้นด้วยซ้ำไป

   ตลอดหนึ่งสัปดาห์ที่เฝ้าจับตาดูทำให้เขาพบว่าอาการของโคกะแย่ลงกว่าที่เขาคาดเอาไว้มาก แม้เพกาซัส โคกะจะเป็นคนที่รูปร่างผอมบางอยู่แล้วแต่ในตอนนี้ยิ่งดูผ่ายผอมกว่าเมื่อก่อนทั้งยังริมฝีปากที่ติดจะแห้งผากและสีหน้าซีดเซียวซึ่งถูกซ่อนไว้ใต้รอยยิ้มนั้นเป็นสิ่งยืนยันว่าคนตรงหน้าเขาอ่อนแอลงเรื่อยๆ

   “คำสาปของอาพุสกำลังส่งผล....”ข้อสรุปนี้ช่างบีบรัดหัวใจเขาจนทำอะไรไม่ถูกจนสุดท้ายเขาจึงไม่อาจทนเห็นโคกะมีความสุขแล้วตายไปโดยทำให้ทุกอย่างที่เขาทำมาไร้ค่าไปไม่ได้

   เอเดนตรงเข้าไปฉุดโคกะออกมาจากกลุ่มเพื่อนพ้องแล้วลากออกมาให้ไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้และสั่งห้ามให้โคกะอยู่กับคนอื่น แน่นอนว่าม้าพยศอย่างเพกาซัสไม่มีทางยอมทำตามคำพูดอันไร้เหตุผลของเขาอยู่แล้ว ร่างเล็กตรงหน้าโวยวายด้วยแววตาดื้อรั้น

   “ผมเห็นนายยิ้มแล้วก็หัวเราะอย่างมีความสุข...ผมไม่ต้องการนายที่ยิ้มออกมาแบบนั้น”เขาพูดได้เพียงแค่นี้และมันไม่เคยเป็นเหตุผลที่พอเพียงสำหรับโคกะเลยและคำพูดต่อมาของโคกะก็ช่วยยืนยันความคิดของเขาเป็นอย่างดี

   “การที่ฉันช่วยอาเรียมันเป็นสิ่งที่ผิดมากขนาดนั้นเลยรึไงกัน! นายคิดว่าฉันไม่เจ็บปวดรึไงที่ปกป้องเธอไม่ได้!”วินาทีที่ได้ยินประโยคนี้สติของเขาก็เหมือนจะขาดออกจากกันชั่วขณะเพราะรู้ตัวอีกทีเขาก็กดลำคอบางเข้ากับต้นไม้แล้วออกแรงบีบด้วยโทสะไปแล้ว
   แต่ไม่แน่ว่าต่อให้มีสติดีเขาก็คงยังทำเหมือนเดิมเพราะแม้จะรู้ตัวแล้วว่ารู้สึกอย่างไรกับโคกะแต่เขาก็ยอมให้โคกะพูดตอกย้ำอาเรียไม่ได้ เขาไม่ได้โทษเรื่องอาเรียกับโคกะแต่อาเรียก็เอาแต่โทษตัวเองอยู่ตลอดที่บังคับให้เขาต้องทำแบบนี้เพื่อเธอ ดังนั้นเขาจึงไม่อาจยอมให้โคกะพูดอะไรที่อาจทำให้เธอเสียใจได้เด็ดขาด

   “นายต้องทำตามที่ผมพูดถ้ายังไม่อยากตาย”เมื่อโทสะเบาบางลงเขาจึงได้ปล่อยมือออกแล้วมองอีกฝ่ายที่กำลังไอไม่หยุดเพราะขาดอากาศพร้อมกับเอ่ยเตือน ใบหน้าหวานเงยขึ้นจ้องมองเขาอย่างเอาเรื่องก่อนจะพูดออกมา

   “การทำร้ายฉันคงทำให้นายมีความสุขมากสินะ”เสียงของโคกะแผ่วเบาแต่กลับบาดลึกลงบนหัวใจของเขา ทั้งที่ยอมรับแล้วว่ามันเป็นบทลงโทษของตัวเองแต่เมื่อได้ยินคำพูดตรงๆแบบนี้เขาเองก็ใช่จะสามารถทนฟังโดยไม่รู้สึกอะไรได้

   “นายไม่มีวันเข้าใจความรู้สึกของผมหรอก”

   ความรู้สึกที่ต้องทนทำร้ายคนที่ตัวเองรักเพียงเพราะอยากให้อีกฝ่ายมีชีวิตอยู่ ความทุกข์ทรมานที่ไม่อาจเอ่ยปากบอกใครได้ ไม่ว่าจะความรัก ความเป็นห่วงหรือความรู้สึกทุกอย่าง โดยเฉพาะความหนักอึ้งของชีวิตที่แบกรับอยู่นั้นโคกะไม่มีวันเข้าใจอย่างเด็ดขาด

   “เพกาซัส...”คงเพราะสะเทือนใจกับสิ่งที่ได้ยินเขาจึงได้เผลอขยับตัวเข้าไปหาอีกฝ่าย เชยคางเรียวขึ้นและตั้งใจจะจรดริมฝีปากลงไปเพื่อสื่อให้เห็นความรู้สึกที่แท้จริงบอกไม่ได้ ทว่า....

   “ไม่!”อีกฝ่ายร้องปฏิเสธและวิ่งหนีไป ทิ้งให้ตัวเขาได้แต่จมอยู่กับความรู้สึกที่คงไม่มีวันได้บอกออกไป

   จากนั้นกว่าเขาจะสามารถตั้งสติได้ก็เป็นเวลาอีกพักใหญ่แล้วจึงค่อยเริ่มออกตามหาเพกาซัสซึ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องยากเมื่อเขาสัมผัสได้ว่าพลังคอสโม่ของโคกะอยู่ใกล้ๆแต่สิ่งที่หนักใจคือการที่เขาสัมผัสได้ว่าอีกฝ่ายอยู่ที่วิหารแอเรียสเอเดนถึงกับแปลกใจว่าเหตุใดคนที่เขาตามหาถึงไปอยู่ที่นั่นได้

   เมื่อเขาไปรับก็ย่อมต้องเจอกับเจ้าของวิหารอยู่แล้วซึ่งทำให้เขาโดนซักถามอะไรไปหลายอย่างและที่น่าตกใจคือการที่โคกะยอมเล่าเรื่องทุกอย่างให้คนอื่นฟัง แต่ก็อาจยังไม่น่าตกใจกับการที่แอเรียส กิกิยอมปล่อยให้เขาพาเพกาซัสกลับไปด้วยแววตาที่เหมือนกับควาดหวังอะไรบางอย่างอยู่

   เมื่อพาร่างบางกลับมานอนพักที่ห้องแล้วเขาก็ออกไปข้างนอกเพื่อทำสิ่งที่คั่งค้างอยู่แล้วจึงค่อยกลับมาอีกครั้งในยามค่ำคืนโดยหวังว่าอีกฝ่ายจะหลับไปโดยไม่ตื่นมาเจอเขาแต่มันก็ไม่เป็นดังหวังเมื่อเขาเปิดประตูมาแล้วก็พบกับเพกาซัสที่เอ่ยเรียกเขาด้วยใบหน้าที่คล้ายกับจะร้องไห้ออกมาอยู่แล้ว

   โคกะเอ่ยถามเขาถึงทุกอย่างที่เกิดขึ้นด้วยใบหน้าเศร้าหมองแลดูสับสนแต่เขาก็ตอบไม่ได้เพราะทุกคำตอบของเขาเป็นได้เพียงการเร่งให้อีกฝ่ายตายเร็วขึ้นเท่านั้น เมื่อไม่ได้รับคำตอบดังหวังโคกะก็ถึงกับตะโกนออกมาอย่างเหลืออดใส่ตัวเขาราวกับจะบอกว่าความอดทนได้มาถึงขีดสุดแล้ว เขาสามารถทนให้อีกฝ่ายต่อว่าเขาได้แต่แล้วเขากลับไม่อาจทนเห็นสภาพอันสิ้นหวังที่โคกะแสดงออกมาได้

   “ฉันไม่มีอะไรให้นายแย่งชิงนอกจากชีวิตนี้อีกแล้ว...”ไม่ว่าจะเป็นคำพูดอันเจ็บปวด ใบหน้าที่ก้มต่ำหวังจะซ่อนหยดน้ำตา ริมฝีปากที่เม้มเข้าหากันเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น ทุกอย่างที่เกิดขึ้นตรงหน้าทำให้เขาไม่อาจทนใจแข็งทำตัวเย็นชาต่อไปได้อีกแล้ว

   “เพกาซัส....”เขาอยากบอกว่าอย่าร้องไห้แต่ก็ทำได้แค่วางมือลงบนดวงหน้าหวานนั้นเพื่อปลอบประโลมทุกการกระทำอันโหดร้ายของตัวเองเอเดนอยากจะกอดอีกฝ่ายเอาไว้อย่างอ่อนโยนที่สุดทดแทนในทุกช่วงเวลาที่เขาไม่อาจทำได้   ตอนนี้เขาไม่ได้ทำเพราะเงื่อนไขของอาพุสอีกแล้ว เขาอยากกอดโคกะเอาไว้ด้วยความต้องการของตัวเองโดยไม่ได้สนใจเสียงปฏิเสธของโคกะที่เบาลงทุกขณะเลยแม้แต่นิดเดียว เขาพูดอะไรออกไปไม่ได้สิ่งเดียวที่ทำได้มีเพียงการกระทำที่อยากบอกว่าอีกฝ่ายสำคัญกับเขามากแค่ไหน

   “จูบได้มั้ย...”เขาถามอย่างติดจะหวาดหวั่นในคำตอบเพราะเคยโดนปฏิเสธมาแล้ว สีหน้างุนงงสลับกับดูลังเลของโคกะนั้นทำให้เขาเผลอคิดเข้าข้างตัวเองไปเล็กน้อยและยิ่งคิดเข้าข้างตัวเองหนักกว่าเดิมเมื่อถึงจะถูกพูดใส่ด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองแต่โคกะก็ยังยินยอมให้จูบ เขาประทับริมฝีปากลงไปอย่างนุ่มนวลพร้อมทั้งโอบกอดร่างบอบบางไว้ด้วยทุกความรู้สึกที่มีและได้แต่หวังว่าโคกะจะเข้าใจ

   เอเดนไม่สามารถบอกได้เลยว่าเขาดีใจมากแค่ไหนที่มือเรียวบางคู่นั้นโอบรอบคอของเขาขณะที่เอ่ยเรียกชื่อของเขาออกมา บางทีให้ห้วงเวลาที่ถูกสาปตอนนี้คงเป็นวินาทีที่เขารู้สึกมีความสุขที่สุดแต่ขณะเดียวกันก็เป็นทุกข์ยิ่งกว่าจะจินตนาการได้

   ขณะที่ถูกกอดร่างบางโอบกอดเขาแน่นด้วยความเจ็บแต่เสียงครวญครางที่ดังข้างหูกำลังบ่งบอกถึงความสุขสมอยู่ในทีจนเขาอดที่จะยิ้มไม่ได้ แต่แล้วจู่ๆคนที่ถูกกอดกลับนิ่งไปเสียแบบนั้นทำให้เขาสงสัยพอลองมองสบกับดวงตาคู่โตนั้นอีกฝ่ายกลับโจมตีเขาได้อย่างเจ็บปวดเป็นที่สุดเมื่อมือข้างหนึ่งของโคกะได้ถูกยกขึ้นมาวางบนแก้มของเขา

   “เอเดน....”เสียงเรียกนั้นช่างแผ่วเบาแต่กลับทำร้ายเขาได้ลึกถึงหัวใจส่งผลให้วินาทีนั้นเขาถึงกับดึงรั้งร่างบอบบางตรงหน้ามากอดแนบแน่นพร้อมกับความรู้สึกที่ไม่อาจเก็บซ่อนเอาไว้ได้อีกแล้ว

   “เพกาซัส ผม...”ทว่าวินาทีที่กำลังจะพูดออกไปเขากลับไม่สามารถพูดมันออกไปได้เพราะไม่มีสิทธิ์ที่จะพูด เพียงแค่นี้โคกะก็สับสนมากจนเกินพอแล้ว โคกะเจ็บมามากแค่ไหนตัวเขาที่เป็นผู้กระทำย่อมรู้ดีดังนั้นเขาไม่ควรจะทำให้ทุกอย่างมันแย่ไปมากกว่านี้
   นอกจากนั้นเขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่าหากพูดออกไปอาพุสจะหาข้ออ้างอะไรทำร้ายโคกะหรือไม่

   สุดท้ายเขาก็ได้แต่กดจูบลงไปครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อทดแทนความรู้สึกที่อยากบอกพร้อมกับกลืนกินคำพูดทุกอย่างกลับลงไปและได้แต่ปล่อยให้ทุกสิ่งจมลงสู่ห้วงนิทราของเพกาซัส ชายหนุ่มรวบกอดร่างชื้นเหงื่อนั้นเอาไว้แล้วเพ่งพิศมองดวงหน้าหวานที่เต็มไปด้วยความอ่อนล้าอย่างรู้สึกเจ็บปวด

   เขาเลือกแล้วที่จะทำร้ายโคกะเพื่อให้เจ้าตัวยังคงมีชีวิตต่อไป ความใจดีเพียงครั้งคราวของเขากำลังจะทำให้โคกะต้องประสบกับความทุกข์ทรมานอีกครั้ง เอเดนไม่อาจทนดูโคกะนอนทุรนทุรายอยู่บนเตียงพร้อมกับยื่นมือขอร้องให้ช่วยได้อีกแล้วแต่ก็รู้ตัวเช่นกันว่าเขาคงไม่อาจลงมือทำร้ายโคกะได้เหมือนที่ผ่านมาเช่นกัน

   “อาเรีย...”ชายหนุ่มเลือกที่จะเอ่ยถามกับเธออีกครั้ง

   “ผมทำถูกแล้วใช่ไหม”หากว่าเธอยังอยู่ช่วยบอกทีว่าเขาไม่ได้เลือกทางที่ผิด

   “ผมน่ะ...จะไม่ยอมเสียคนสำคัญไปอีกแล้ว”เขาสูญเสียเธอไปแล้วเพราะปกป้องไม่ได้ ในคราวนี้ต่อให้ต้องแลกกับทุกอย่างเขาก็จะไม่ปล่อยให้โคกะตายเด็ดขาด เพราะฉะนั้นได้โปรดบอกเขาทีว่าเขาไม่ได้เลือกทางที่ผิดใช่ไหม
   
#####################

TBC.

เราเชื่อว่าตอนนี้เหล่าแม่ยกคงกำลังเตรียมผ้าเช็ดหน้าไว้ซับน้ำตาให้เอเดนและ...เตรียมอาวุธไว้ฆ่าเราแน่ๆ

ตอนนี้มีนิยามคำเดียวคือคำว่า  "แฉ" ค่ะ เพราะเราจัดการแฉจนหมดเปลือกแล้วว่าจริงๆแล้วเอเดนรู้สึกยังไงมาตลอด ทุกครั้งที่เอเดนทำร้ายโคกะทุกบาดแผลก็จะย้อนรอยกลับไปหาตัวเอเดนมากกว่าเดิมหลายเท่าแต่เอเดนก็ไม่มีทางเลือกนอกจากทำแบบนี้ทเ่านั้น ไม่งั้นโคกะคงตายไปตั้งแต่ตอนที่1แล้ว

เรื่องราวจะเป็นยังไงต่อไปก็ติดตามกันต่อไปนะคะ จะจบแล้ววววววววววววววว

อ้อใช่ค่ะถ้าเราจะรวมเล่มเรื่องนี้กับเรื่องOnce Againจะมีใครสนใจบ้างคะ?

บันทึกการเข้า
meiar
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 214
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
15, มกราคม 2015, 10:32:21 PM

Aquarius

กระทู้: 251
หมายเลขสมาชิก: 9744

วันที่สมัครสมาชิก: ธ.ค., 2010


กระทู้: 251
214.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ meiar
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 12 : Exp 82%
HP: 0%

OS:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
Browser:
Chrome 34.0.1847.131 Chrome 34.0.1847.131

lacus_destiny@hotmail.com
ดูรายละเอียด อีเมล์
| |
« ตอบ #28 เมื่อ: 13, พฤษภาคม 2014, 10:27:32 PM »

ตอนที่ 11 น้ำหนักของการตัดสินใจ

   เพกาซัส โคกะลืมตาตื่นขึ้นต้อนรับเช้าวันใหม่ด้วยความอ่อนล้า ดวงตาคู่โตค่อยๆเปิดขึ้นพลางขยับกายที่นอนกึ่งคว่ำให้ลุกขึ้นแต่ตอนนั้นเองที่ความปวดร้าวบริเวณสะโพกก็เล่นงานเขาจนแทบทรุดลงกับที่นอน หัวสมองมึนงงเล็กน้อยกับสภาพร่างกายก่อนที่ความทรงจำเรื่องเมื่อคืนจะย้อนกลับมาหาอย่างรวดเร็ว


   ไม่ว่าจะเรื่องที่เขาตวาดกร้าวใส่เอเดนแล้วก็ถูกจับกดลงบนที่นอน การกกกอดที่แสนอ่อนโยนรวมถึงรสจูบนุ่มนวลที่ยังเหมือนติดค้างอยู่บนริมฝีปากคู่นี้แววตาอันเจ็บปวดและอ้างว้างซึ่งสะท้อนอยู่เบื้องหลังใบหน้าเฉยชาสะกดตัวเขาให้นิ่งค้างแล้วยินยอมอยู่ในวงแขนคู่นั้นอย่างไม่รู้ตัว

   เด็กหนุ่มมองสำรวจรอบห้องแล้วพบว่าเขานอนอยู่บนเตียงของเอเดนเพียงลำพังไร้วี่แววเจ้าของเตียงแล้วจึงค่อยพบว่าร่างกายของเขาสะอาดมากจนถ้าไม่มีอาการอื่นหลงเหลืออยู่เขาคงคิดว่าเมื่อคืนตัวเองต้องฝันไปแน่ๆ คนที่ช่วยทำความสะอาดร่างกายเขาก็คงมีเพียงคนเดียว

   “เอเดน...”โคกะเอ่ยเรียกแต่ก็ไม่มีใครตอบกลับมาเด็กหนุ่มจึงนำผ้าห่มมาคลุมร่างเปลือยเปล่าของตัวเองแล้วฝืนเดินไปที่ห้องน้ำ ไฟในห้องน้ำปิดสนิทไร้ซึ่งเสียงหยดน้ำและวี่แววของคนที่ตามหาอยู่ สุดท้ายด้วยร่างกายที่ม่ค่อยอำนวยโคกะก็ได้แต่หยิบเสื้อผ้าซึ่งคงถูกเอเดนเก็บมาพับวางอยู่ปลายเตียงขึ้นมาสวมก่อนลงไปนอนบนเตียงของเอเดนเหมือนเดิม

   ความจริงโคกะควรจะเดินกลับไปที่เตียงของตัวเองแต่เตียงของเขาก็อยู่ไกลกว่าจึงเลือกกลับมานอนเตียงเอเดน พอเอนกายลงเรียบร้อยโคกะถึงเพิ่งรู้ตัวว่าหากเป็นก่อนหน้านี้เขาคงยินดีลากสังขารกลับไปนอนเตียงตัวเองมากว่านอนอยู่บนเตียงของคนที่ทำร้ายเขาอย่างเจ็บปวดแสนสาหัสทว่าในเวลานี้เขากลับไม่รู้สึกถึงความรังเกียจจนเกือบเรียกว่าขยะแขยงเอเดนในตัวของเขาเลยทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาคิดว่าตนเองรู้สึกแบบนั้นมาตลอด

   “นี่เราเลิกเกลียดหมอนั่นตั้งแต่เมื่อไหร่”เขารู้สึกเจ็บใจที่ตอบคำถามนี้กับตัวเองไม่ได้ ทั้งที่ถูกทำร้ายมากเกินกว่าจะให้อภัยแต่เพียงแค่ความใจดีไม่กี่ครั้งนั่นกลับทำให้เขาหวั่นไหว

   “บ้าที่สุด”อดไม่ได้ที่จะกัดฟันอย่างนึกแค้นเคืองตัวเองเป็นที่สุด เขารู้สึกเหมือนโดนปั่นหัวเพื่อเล่นสนุกซึ่งความจริงถ้ามันเป็นแบบนั้นเขาอาจสบายใจมากกว่านี้แต่แววตาของเอเดนกลับดูเจ็บปวดเกินกว่าจะเป็นการหลอกลวง

   ก๊อกๆ

   สิ้นเสียงเคาะประตูก็ถูกเปิดออกโดยไม่รอคำอนญาตแม้แต่คำเดียวส่งผลให้โคกะซึ่งรีบลุกขึ้นมานั่งมีสีหน้าบิดเบี้ยวต่อความปวดระบมช่วงล่าง เด็กหนุ่มจึงส่งสายตาคาดโทษไปให้คนที่เข้าห้องมาโดยไม่ได้รับอนุญาต

   “โซมะ...”เสียงเรียกชื่อด้วยความขุ่นเคืองไมได้ทำให้โซมะรู้สึกรู้สาแต่เมื่อสังเกตว่าเพื่อนสนิทนอนอยู่เตียงคนอื่นเด็กหนุ่มธาตุไฟคนนี้ก็ถึงกับย่นคิ้วเข้าหากันทันที

   “ทำไมนายถึงมานอนบนเตียงของเอเดนได้ล่ะ”สายตาของโซมะบ่งบอกถึงความสงสัยสุดขีด คำถามนี้เล่นเอาโคกะตัวแข็งเป็นหินไปชั่วขณะ เพกาซัสที่ปกติดื้อรั้นถึงกับก้มหน้าลงตอบเสียงเบาจนแทบไม่ได้ยิน

   “ก็แค่เบลอนอนผิดเตียง”คำแก้ตัวน้ำขุ่นๆไม่มีทางทำให้โซมะเชื่ออยู่แล้ว โคกะจึงได้แต่พยายามก้มหน้าหลบสายตาโดยไม่ได้รู้ตัวเลยว่าไม่อาจซ่อนใบหน้าแดงระเรื่อไว้ได้

   โคกะเนี่ยนะจะหน้าแดง.....โซมะถึงกับขยี้ตาเพราะคิดว่าตัวเองตาฝาดแต่ต่อให้ขยี้ตาจนตาบอดเขาก็ยังคงเห็นว่าโคกะหน้าแดงอย่างชัดเจน ความสงสัยจึงบังเกิดขึ้นทันทีเพราะอาการของโคกะดูจะประจวบเหมาะกับเรื่องก่อนหน้านี้มากไปหน่อย

   “ถามจริงเถอะระหว่างนายกับเอเดนมีเรื่องอะไรกันรึเปล่า”พอโดนถามจี้ใจดำโคกะก็ถึงกับสะดุ้งเฮือกแบบคนร้อนตัวแต่ก็ยังส่ายหัวแรงๆเป็นการปฏิเสธเรียกเสียงถอยหายใจจากเพื่อนสนิท

   “เฮ้อ...ช่างเถอะ”อย่างน้อยความดื้อของโคกะก็ยังเหมือนเดิมโซมะจึงยอมปัดเรื่องที่สงสัยทิ้งไปแล้วนั่งลงบนเตียงอย่างรู้สึกแปลกๆนิดหน่อยที่ต้องนั่งบนเตียงของเอเดน

   “ถึงนายจะไม่มีแต่ฉันว่าเอเดนคงไม่ได้คิดเหมือนนาย”ประโยคนี้ของโซมะทำให้โคกะเกิดความระแวงขึ้นมาทันทีจนเด็กหนุ่มแทบลุกไปกระชากคอเสื้อถามกันเลยทีเดียว

   “ระหว่างฉันกับหมอนั่นไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ ฉันจะเป็นยังไงหมอนั่นไม่เคยสนใจหรอก”พูดจบโคกะก็หุบปากแทบไม่ทันเมื่อรู้ตัวว่าประโยคที่พูดออกไปฟังดูเหมือนเขากำลังตัดพ้อเอเดนอยู่ไม่มีผิด โซมะขมวดคิ้วอย่างไม่เห็นด้วยก่อนจะพูดประโยคหนึ่งที่ทำให้โคกะต้องตกตะลึงออกมา

   “ใครว่าล่ะ เอเดนเป็นห่วงนายมากนะเวลานายไปเป็นลมอยู่ข้างนอกเกือบทุกครั้งเขาก็ช่วยอุ้มนายกลับมาส่งที่ห้อง อย่าบอกนะว่านายไม่รู้เลยน่ะ”สีหน้าของโคกะบ่งบอกอย่างชัดเจนว่าไม่เคยรู้มาก่อน โซมะจึงได้แต่ถอนหายใจอย่างนึกอ่อนใจแล้วอธิบายให้ฟัง

   “ครั้งไหนที่นายล้มลงเอเดนมักจะเป็นคนแรกที่เข้าไปช่วยนายเสมอ สีหน้าของเขาดูเป็นห่วงเป็นใยนายจนฉันยังสงสัยเลยว่านายสองคนสนิทกันขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่” ความตกตะลึงฉายชัดอยู่บนสีหน้าของเพกาซัส โคกะอย่างชัดเจน

   “โกหกน่า....”โคกะทำได้แค่พูดคำนี้ออกไปกับเรื่องที่ได้ยิน

   “ฉันจะไปโกหกนายทำไม เรื่องแบบนี้มันเป็นความลับตรงไหนกัน”เรื่องที่โซมะพูดเป็นความจริงเพราะคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็มักจะเห็นเอเดนเข้ามาอุ้มโคกะกลับไปเสมอจนเหมือนเป็นหน้าที่ซึ่งต้องทำของชายหนุ่มไปเสียแล้วด้วยซ้ำ

   “นายเองก็อย่าหาเรื่องเจ็บตัวให้มากนักเลยพวกเราทุกคนเป็นห่วงนายนะ”โคกะไม่ได้ตอบรับคำพูดของโซมะเพราะกำลังตกใจกับเรื่องที่ตนเพิ่งได้รู้ โซมะถอนหายใจอีกครั้งก่อนตบบ่าโคกะแล้วค่อยเดินออกจากห้องปล่อยให้โคกะพักผ่อนอยู่กับความรู้สึกที่สับสนมากกว่าเดิม

   อีกด้านหนึ่งเอเดนที่หายตัวไปจากห้องก็มายืนอยู่ที่ลานฝึกซ้อมเก่าเพียงลำพังซึ่งอาจเรียกได้ว่าเพียงลำพังไม่เต็มปากเพราะในสายตาของเด็กหนุ่มมีกลุ่มหมอกสีดำปรากฏอยู่ข้างหน้า รอยบิดเบี้ยวสีแดงหลายรอยที่อยู่ในหมอกควันดูคล้ายกับใบหน้าของปีศาจที่กำลังยิ้มเยาะไม่มีผิด

   “เจ้าผิดสัญญา โอไรอ้อน”น้ำเสียงเจือความชั่วร้ายของอาพุสฟังดูบาดหูแต่เอเดนก็ยังต้องทนฟังต่อไปเมื่อชีวิตของคนที่เขารักยังอยู่ในมือของอีกฝ่าย ชายหนุ่มกำหมัดแน่นจนเลือดแทบซึมเพราะความใจอ่อนของเขากำลังจะฆ่าโคกะอย่างที่เขาคาดเอาไว้ สีหน้าอมทุกข์ของชายหนุ่มดูจะถูกใจอาพุสไม่น้อย เทพแห่งความมืดจึงได้พูดประโยคถัดมา

   “แต่เห็นแก่ที่เจ้าทำให้เพกาซัสเจ็บปวดและสับสนได้ขนาดนี้ขอแค่เจ้าทำร้ายมันให้หนักกว่าเดิมข้าก็จะยอมให้อภัยเรื่องนี้ก็ได้”หากเป็นก่อนหน้านี้เขาคงยอมทำทว่า ณ ตอนนี้ทุกอย่างมันเปลี่ยนไปแล้วไม่ว่าจะสถานการณ์หรือความรู้สึกของตัวเขาเอง

   “ผมทำไม่ได้....ผมทำร้ายเพกาซัสมากกว่านี้ไมได้อีกแล้ว!”เอเดนรู้ว่าสิ่งที่เขาพูดจะยิ่งทำให้ทุกอย่างเลวร้ายลงแต่เขาก็ไม่อาจแข็งใจทำร้ายคนที่เขารักได้อีกต่อไปแล้วจริงๆเขาอาจทนยอมให้โคกะเกลียดไปตลอดชีวิตได้แต่เขาไม่อาจทนเห็นน้ำตาของโคกะได้อีกแม้แต่หยดเดียว

   ดวงตาในหมอกควันขยับขึ้นคล้ายคนเลิกคิ้วแล้วจึงตามมาด้วยเสียงหัวเราะแหลมสูงอย่างนึกสะใจระคนสมเพชในตัวของเอเดน อาพุสหัวเราะไปก็พูดจาเหยียดหยามเอเดนไปด้วย

   “ฮ่าๆๆ เจ้ามันช่างน่าสมเพชยิ่วนัก การเตรียมใจของเจ้ามันก็มีแค่นี้สินะ!”คำพูดนี้เอเดนปฏิเสธไม่ได้เพราะมันเป็นอย่างที่อาพุสว่าไว้จริงๆ เขาอาจเตรียมใจที่จะทำแต่ใครบ้างล่ะที่จะสามารถทำร้ายคนที่ตัวเองรักได้ลงคอ

   อาพุสหัวเราะอยู่เช่นนั้น ดวงตาสีเลือดมองเอเดนที่ยืนกัดฟันพร้อมกำหมัดแน่นด้วยความสนุกสนาน สำหรับอาพุสแล้วมนุษย์เป็นสิ่งที่ต้อยต่ำมีค่าเพียงไว้เล่นสนุกเท่านั้นซึ่งในคราวนี้โอไรอ้อนเซนต์ก็ทำให้ตัวเธอรู้สึกบันเทิงใจไม่น้อยเลย เธอจึงอยากจะเห็นแววตาเย่อหยิ่งคู่นั้นถูกย้อมด้วยความสิ้นหวังเสียเหลือเกิน

   “เอาเถิด ห็นแก่ที่เจ้าทำให้ข้าบันเทิงใจได้ขนาดนี้ข้าจะให้โอกาสสุดท้ายแก่เจ้า”เมื่อได้ยินเอเดนก็เงยหน้าขึ้นทันทีดวงตาทอประกายหวาดระแวงเต็มที่เนื่องจากรู้อยู่แก่ใจว่าเทพแห่งความมืดตนนี้ไม่มีทางมีเมตตาให้กับเขาหรือเพกาซัสอย่างแน่นอน สีหน้าระแวงของเอเดนดูจะถูกใจอาพุสไม่น้อยเธอจึงฉีกยิ้มชั่วร้ายแล้วกล่าวสิ่งที่เสมือนคำประกาศิตออกมา

   “ถ้าอยากให้เพกาซัสรอดจงนำศีรษะของอาเธน่ามามอบให้ข้า!”พริบตาที่ได้ยินเงื่อนไขนั้นเลือดในกายก็รู้สึกเย็นเฉียบรับรู้ได้ถึงความโหดร้ายในคำสั่งสั้นๆนั้นอย่างเต็มเปี่ยม

   อาเธน่าหรือคิโดะ ซาโอริเป็นเทพธิดาการศึกผู้เฝ้าปกป้องมนุษย์เสมอมา นอกจากนั้นเธอยังเป็นผู้ที่มีความสำคัญต่อโคกะมาก การฆ่าเธอนอกจากจะเป็นการทรยศคนทั้งโลกนี้แล้วยังเป็นการทำร้ายโคกะได้เจ็บปวดยิ่งกว่าในตอนนี้อย่างแน่นอน

   อาพุสสังเกตได้ว่าสีหน้าของเอเดนซีดเผือดจึงรู้สึกสะใจเป็นอย่างยิ่งและแอบหัวเราะให้ความโง่เขลาของมนุษย์ เพราะเธอรู้ดีว่ารอบกายอาเธน่ามีเหล่าเซนต์มากมายคอยปกป้องลำพังบรอนซ์เซนต์คนเดียวไม่มีทางทำสำเร็จได้หรือต่อให้โอไรอ้อนสามารถนำหัวอาเธน่ามาได้จริง ในคราวนี้ไม่ว่าเพกาซัสจะมีใจให้โอไรอ้อนมากแค่ไหนก็คงไม่พ้นต้องลงมือปลิดชีพให้ตายตกตามกันไป

   หากโอไรอ้อนทำไม่สำเร็จ สิ่งที่รออยู่ก็มีเพียงความตายและหลังจากที่โอไรอ้อนสิ้นใจเพกาซัส โคกะก็จะต้องตายด้วยน้ำมือของเธออยู่ดี ดังนั้นไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นเพกาซัสก็ไม่มีทางรอดอยู่แล้ว เธอก็แค่รอให้เรื่องสนุกเกิดขึ้นอยู่เบื้องหลังและรอวันที่สามารถฟื้นฟูพลังกลับมาได้ในวันนั้นก็จะไม่มีทั้งเพกาซัสหรือโอไรอ้อนคอยขัดขวางเธออีกต่อไป

   “ผม....”เอเดนพูดคำปฏิเสธออกไปไมได้แต่ก็ตอบรับไมได้เช่นกันเมื่อทางเลือกอันแสนโหดร้ายได้ย้อนกลับมาหาเขาอีกครั้งและครั้งนี้ก็บีบคั้นหัวใจเขามากกว่าเดิมหลายร้อยเท่า

   “ภายในคืนนี้จงนำศีรษะของอาเธน่ามาให้กับข้า มิเช่นนั้นก็เตรียมตัวรับศพของเพกาซัสไว้ในอ้อมแขนได้เลย”แล้วอาพุสก็สลายหายไปแต่เสียงของเทพแห่งความมืดกลับยังดังก้องอยู่ในหัวของเขา

   เอเดนขยับมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงเพื่อหยิบของที่อยู่ข้างในออกมาแล้วจ้องมองอยู่นาน สิ่งที่อยู่ในมือเปล่งแสงสีฟ้าขาวออกมาจางๆราวกับกดดันให้เขารีบตัดสินใจ

   ในห้องฟักของโอไรอ้อนกับเพกาซัส บนเตียงของเอเดนมีร่างบอบบางของเพกาซัส โคกะนอนกระสับกระส่ายอยู่ แม้จะพยายามข่มตาหลับเพื่อพักผ่อนแต่ไม่ว่าจะพยายามมากแค่ไหนเด็กหนุ่มก็ไม่อาจนอนหลับได้อยู่ดี

   ตลอดทั้งวันโคกะเอาแต่คิดเรื่องของเอเดนอยู่ตลอดเวลาแต่ก็ยังหาคำตอบที่ตัวเองต้องการไมได้ หากเป็นก่อนหน้านี้เขาคงสามารถพูดได้เต็มปากว่าทั้งเกลียดและชิงชังในตัวเอเดนมากยิ่งกว่าสิ่งใด แต่ตอนนี้ความรู้สึกกลับเปลี่ยนแปลงไปโดยสิ้นเชิง

   “นายเป็นอะไรสำหรับฉันกันแน่”คำถามที่เขาเคยถามเอเดนในตอนนี้กลับย้อนมาหาตัวเขาเองและช่างน่าหัวเราะที่เขาตอบไม่ได้ เพราะเพียงแค่คิดจะเอ่ยคำว่าเกลียดออกมาเสียงของเขากลับหายไปเหมือนถูกปิดกั้นเอาไว้ บนเตียงที่มีกลิ่นอายของชายหนุ่มหลงเหลืออยู่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยแต่หัวใจกลับว้าวุ่นเกินกว่าจะควบคุม

   ภายใต้ความเงียบงันเด็กหนุ่มหวนคิดถึงเมื่อครั้งที่ถูกปกป้องจากการโจมตีของคาเมเลี่ยนกับวงแขนที่กกกอดเขาไว้เมื่อคืนทิ้งความรู้สึกอันแสนสับสนไว้บนร่างกายของเขามากมาย เขาอยากเกลียดเอเดนแต่ตอนนี้กลับเกลียดไม่ได้ ถ้าเช่นนั้นตอนนี้ความรู้สึกของเขาคืออะไร?

   ขณะที่จมอยู่ในความรู้สึกของตัวเองโคกะก็รู้สึกเหมือนได้ยินเสียงอันคุ้นหูดังขึ้นในความว่างเปล่า ทีแรกเด็กหนุ่มนึกว่าเขาหูฝาดแต่แล้วเสียงนั้นกลับชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ

   “โคกะ....”

   น้ำเสียงอ่อนหวานหากแต่แฝงไปด้วยความเศร้าสร้อยแบบที่ไม่ว่าใครก็อยากยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ เสียงที่เคยเรียกเขามาหลายต่อหลายครั้งในช่วงที่สติเลือนรางมาตอนนี้เขากลับเข้าใจแล้วว่าเจ้าของเสียงนี้คือใครโคกะลุกขึ้นจากที่นอนฝืนกายมายืนบนพื้นพร้อมกับเอ่ยเสียงเรียก

   “อาเรียนั่นเธองั้นเหรอ”แม้จะเป็นเรื่องที่น่าเหลือเชื่อแต่เขากลับมั่นใจว่าต้องเป็นเธออย่างแน่นอน

   “โคกะ”

   เธอเรียกเขาอีกครั้งก่อนที่จะเกิดแสงสว่างรางๆอยู่ตรงหน้า แสงสว่างดวงเล็กค่อยๆรวมตัวเข้าหากันเป็นร่างของเด็กสาวตัวเล็กที่มีน้ำตานองหน้า อาเรียค่อยๆเดินเข้ามาหาเขาด้วยสีหน้าที่ดูคล้ายกับรู้สึกผิด

   “ขอโทษนะ โคกะ”

   อาเรียกล่าวขอโทษแต่เขากลับไม่เข้าใจในคำขอโทษของเธอเลย โคกะยกมือขึ้นหมายจะช่วยเช็ดน้ำตาให้แต่มือของเขากลับผ่านร่างของเธอไปทำให้เขารู้สึกตกใจเพราะครั้งสุดท้ายที่ได้พบกันเขายังสามารถสัมผัสเธอได้อยู่เลย

   “เธอขอโทษฉันเรื่องอะไร”เด็กหนุ่มเก็บความสงสัยลงไปในใจแล้วกล่าวถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนแต่ก็ไม่อาจหยุดน้ำตาของอาเรียได้

   “ทุกอย่างเป็นเพราะฉันโคกะถึงได้เจ็บปวดขนาดนี้ ถ้าหากฉันมีพลังมากพอจะกำจัดอาพุสเธอก็คงไม่ต้องมาทนทรมานเหมือนกับตอนนี้”

   “อาพุสตายไปแล้วไม่ใช่เหรอ คนที่ทำร้ายฉันตอนนี้น่ะ....”คือเอเดน....โคกะพูดชื่อนี้ไม่ออกเพราะรู้ว่าสำหรับอาเรียแล้วเอเดนก็เป็นคนสำคัญมากเช่นกัน แต่ดูเหมือนเธอจะรู้ว่าเขาต้องการพูดอะไร เด็กสาวส่ายหน้าอย่างรุนแรงแล้วบอกเสียงดังฟังชัด

   “ไม่ใช่ เอเดนไม่ได้ทำร้ายเธอ คนที่ทำร้ายเธอคืออาพุส! อาพุสเคียดแค้นที่ถูกกำจัดจึงได้ใช้เศษเสี้ยววิญญาณที่เหลืออยู่ในร่างของเธอทำให้เธออ่อนแอลงจนต้องตายในที่สุด ฉันจึงได้ขอร้องให้เอเดนช่วยเธอแต่ว่า....”

   เสียงของเธอหยุดชะงักไปด้วยความสะเทือนใจแต่เธอก็ต้องพูดเพราะไม่อาจทนเห็นคนสำคัญของเธอทั้งคู่ต้องทนเจ็บปวดอีกต่อไปโดยเฉพาะในเมื่อเรื่องนี้เป็นสิ่งที่เธอก่อขึ้น!

   “อาพุสบอกว่าถ้าต้องการให้เธอมีชีวิตอยู่เอเดนจะต้องทำร้ายเธอยิ่งเธอทรมานมากเท่าไรเธอก็จะมีชีวิตยืนยาวมากขึ้น!”

   พริบตานั้นโคกะรู้สึกเหมือนความเป็นจริงในใจของเขาโดนทุบแตกเป็นผุยผง เมื่อพบว่าสิ่งที่คิดมาตลอดแท้จริงกลับตรงข้ามหมดทุกอย่างเธอกำลังบอกเขาว่าทุกความเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับเขานั้นเพียงเพราะต้องการต่อชีวิตให้กับเขางั้นเหรอ

   “ไม่จริง.....”เขาไม่อาจเชื่อในคำพูดของอาเรียได้ในทันทีแม้จะมั่นใจว่าเธอไม่มีวันโกหกเขาก็ตาม

   “เอเดนอยากช่วยเธอ แต่เขาก็ต่อต้านอาพุสไม่ได้เพราะชีวิตเธออยู่ในกำมือของปีศาจร้าย เขา...เขาก็แค่ทำตามคำขอของฉัน”

   เมื่อพูดจบอาเรียก็ไม่อาจพูดอะไรออกมาได้อีก ในขณะที่โคกะก็ไม่รู้ว่าตนเองควรจะพูดอะไรดี ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาอยากได้คำตอบในทุกคำถามที่เกิดขึ้นแต่ในเวลานี้ที่ได้รับคำตอบทุกอย่างแล้วเขากลับรู้สึกเหมือนตัวเองยิ่งตกลงสู่ความสับสนมากขึ้นกว่าเดิม
   คนที่ทำร้ายเขามาตลอดในเวลานี้กลับกลายเป็นว่ากำลังทำเพื่อช่วยชีวิตเขางั้นเหรอ...เรื่องบ้าๆแบบนี้จะให้เขาเชื่อได้ยังไง แต่ที่บ้าที่สุดคือเขากลับไม่สามารถปฏิเสธได้ว่ามันไม่ใช่ความจริง

   อาพุสคิดจะฆ่าเขา อาเรียขอให้เอเดนช่วยเขาแต่เอเดนก็ได้แต่ทำตามเงื่อนไขของอาพุสซึ่งก็คือการทำให้เขาทุกข์ทรมานที่สุด เหตุผลนี้สามารถช่วยไขข้อข้องใจทุกอย่างของเขาได้แต่ในด้านความรู้สึกแล้วช่างยากเกินกว่าที่จะสามารถยอมรับได้  หากแต่สีหน้าเจ็บปวดของเอเดนที่ยังคงติดอยู่ในใจเขากลับช่วยยืนยันได้เป็นอย่างดี

   “ขอโทษนะ โคกะ ฉันขอโทษ...”

   ระหว่างที่พูดขอโทษอาเรียก็เอาแต่ร้องไห้ เพราะคำขอของเธอมักจะทำร้ายคนที่รักเธอได้เจ็บปวดที่สุดเสมอ ไม่ว่าจะตอนนี้หรือก่อนหน้านี้ทุกอย่างก็ยังคงเหมือนเดิม เธอไม่สามารถทำอะไรได้เลยแม้แต่อย่างเดียว

   “อาเรีย”เสียงหนึ่งที่เอ่ยเรียกเธอดังมาจากหน้าประตูซึ่งมีร่างของเอเดนยืนอยู่ตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ การมาของชายหนุ่มทำให้อาเรียกับโคกะตกใจไม่แพ้กัน สีหน้าของเอเดนดูราบเรียบจนเธอก็ไม่แน่ใจว่าชายหนุ่มได้ยินทุกอย่างหรือไม่

   “เธอร้องไห้อีกแล้ว”กล่าวด้วยน้ำเสียงที่บ่งบอกว่ากังวลใจมากเพียงใด แม้จะไม่อาจสัมผัสเธอได้แต่เอเดนก็ยังยกมือขึ้นพยายามวางลงบนแก้มเธอโดยแอบหวังว่าจะสามารถช่วยเช็ดน้ำตาให้เธอได้สักเพียงนิดก็ยังดี

   “แต่ว่าเป็นเพราะฉันเอเดนถึง....”

   “ทุกอย่างเป็นสิ่งที่ผมเลือกเอง มันไม่ใช่ความผิดของเธอหรอก”เอ่ยปลอบด้วยความปวดใจเพราะรู้ดีว่าเพียงแค่คำพูดไม่อาจช่วยปลดปล่อยเธอออกจากความเศร้าได้ ชายหนุ่มลดมือที่วางบนแก้มเธอแล้วเดินมาหาอีกคนหนึ่งซึ่งยืนมองอยู่ด้วยความสับสน

   “นายรู้เรื่องทั้งหมดแล้วสินะ”เด็กหนุ่มใช้ความเงียบเป็นคำตอบ สีหน้าของเอเดนดูเคร่งเครียดระคนหนักใจแต่กระนั้นดวงตาสีเขียวทั้งสองข้างก็ยังจ้องตรงมายังโคกะอย่างไม่คิดจะหลบสายตาหนี ร่างสูงขยับเท้าเดินเข้ามาหาส่งผลให้โคกะถึงกับสะดุ้งแต่ก็ไม่ได้ถอยห่างออกไป

   “เอเดนนี่นาย....ทำทุกอย่างเพื่ออาเรียอย่างงั้นเหรอ”น้ำเสียงที่ออกไปแปร่งพร่าอย่างน่าตกใจ ตอนที่ได้รู้ว่าเอเดนทำตามคำขอร้องของอาเรียชั่วขณะหนึ่งเขารู้สึกเหมือนหัวใจถูกบีบรัดด้วยบางสิ่งที่ยากจะเข้าใจ มันช่างเป็นความรู้สึกที่คล้ายกับจะผิดหวังแต่แล้วเอเดนกลับส่ายหน้าเบาๆ

   “ไม่ใช่ จริงอยู่ที่ก่อนหน้านี้ผมทำเพื่ออาเรียเพราะเธอไม่อยากเห็นนายต้องตายแต่ว่าตอนนี้มันไม่ใช่เพราะสาเหตุนั้นอีกต่อไปแล้ว”มือหนายกขึ้นมาเพื่อดึงร่างของโคกะเข้าไปสวมกอด เอเดนไม่ได้ใช้แรงมากมายในการกอดเขาแต่เด็กหนุ่มกลับสัมผัสได้ถึงความหนักอึ้งของวงแขนข้างนั้นจนไม่อาจสลัดมันออกไปได้

   “ผมไม่อยากให้นายตาย นี่เป็นความต้องการของผมเอง”คำพูดนั้นเรียบง่ายเต็มไปด้วยความจริงใจทว่าแม้อ้อมกอดนี้จะอบอุ่นมากแค่ไหนโคกะก็ยังไม่อาจสงบใจได้เขายังไม่เคยได้รับคำตอบที่สงสัยมานาน

   “ทำไมต้องเป็นฉัน”เด็กหนุ่มถามเสียงเบาแล้วก็เงียบเพื่อรอคำตอบ เอเดนไมได้ตอบในทันทีหากแต่กลับออกแรงกอดเขามากขึ้นด้วยแขนที่เริ่มสั่นเล็กน้อย

   “เพราะนายคือคนสำคัญของผม ในเวลานี้ผมไม่เหลือใครอีกแล้วนอกจากนายดังนั้นไม่ว่าจะในฐานะใดผมก็ไม่อยากจะเสียนายไป”คือความเป็นจริงที่ต้องการมาตลอดและก็ช่างทำร้ายคนฟังได้อย่างเลือดเย็นเป็นอย่างยิ่ง โคกะเคยคิดว่าเอเดนเกลียดเขาแต่ความเป็นจริงกลับบอกว่าเขาสำคัญจึงได้ทำทุกอย่างเพื่อให้เขายังคงมีชีวิตอยู่กลายเป็นว่าตัวเขาต่างหากคือต้นเหตุของความเจ็บปวดทั้งหมด  ในเวลานี้เขาอดคิดอย่างน่ารังเกียจไม่ได้ว่าหากเอเดนเกลียดชังเขาจริงเรื่องมันคงง่ายกว่านี้

   โคกะยอมให้เอเดนกอดอยู่เช่นนั้นอีกครู่หนึ่งก่อนที่ชายหนุ่มจะเป็นฝ่ายผละออกคล้ายกับทำใจได้แล้วแม้สีหน้าจะยังดูเหมือนคนอมทุกข์เช่นเดิม สีหน้าของเอเดนในตอนนี้ช่างเหมือนกับเมื่อครั้งที่เขาตื่นมาพบว่าเอเดนกำลังฝันร้ายไม่มีผิดจนอดไม่ได้ที่จะยกมือขึ้นทาบทับลงบนใบหน้าของอีกฝ่ายเฉกเช่นในวันนั้น

   “แท้จริงแล้วทั้งนายกับฉันต่างก็ยังคงติดอยู่ในฝันร้ายตลอดเวลาสินะ”

   ก่อนหน้านี้เอเดนเคยบอกว่าเขาไม่มีทางเข้าใจความรู้สึกของชายหนุ่มซึ่งก็เป็นความจริง เพราะเพียงแค่ได้ฟังเรื่องทั้งหมดเขาก็รู้สึกเจ็บปวดแล้วแต่ในฐานะที่เป็นผู้กระทำนั้นโคกะไม่อาจจินตนาการได้เลยว่าเอเดนต้องใช้พลังใจมากแค่ไหนในการกระทำทุกสิ่งที่แสนโหดร้ายเพื่อตัวเขาที่ก่นด่าสาปแช่งอีกฝ่ายทุกเมื่อเชื่อวัน

   “เพกาซัส...” ชายหนุ่มยกมือขึ้นวางทาบทับลงบนหลังมือของเขาอยู่เนิ่นนานก่อนจะยอมตัดใจดึงมือที่วางอยู่บนแก้มออกช้าๆ

   “ทุกอย่างจะต้องจบลงในวันนี้”เมื่อได้ยินคำนั้นโคกะก็มองเอเดนด้วยความสงสัยเพราะเขาไม่มีทางเชื่อว่าทุกอย่างจะจบลงโดยง่ายและคำพูดต่อมาที่ได้ฟังก็ช่วยยืนยันเป็นอย่างดี

   “ผมจะบั่นศีรษะของอาเธน่ามามอบให้อาพุสเพื่อช่วยชีวิตนาย”คำสารภาพนั้นรุนแรงดุจสายฟ้าฟาดที่ผ่าลงบนร่างของโคกะจนหัวใจแทบกลายเป็นธุลี ดวงตาคู่โตเบิกโพลงด้วยความตกตะลึงในคำพูดที่ไม่ต่างกับการก่อกบฏแม้แต่นิดเดียว ที่สำคัญกว่านั้นคือทั้งที่เอเดนรู้ดีว่าอาเธน่าสำคัญต่อเขามากแค่ไหนแต่ชายหนุ่มก็ยังจงใจพูดออกมา

   “เอเดน!”โทสะของเพกาซัสปะทุขึ้นมาในทันที เพราะเด็กหนุ่มไม่มีวันปล่อยให้ใครมาทำร้ายคนสำคัญที่สุดของเขาได้เป็นอันขาด แต่เอเดนก็ไม่ได้ตกใจกับปฏิกิริยานี้แม้แต่นิดเดียวซ้ำยังมีท่าทีนิ่งเฉยราวกับคาดไว้อยู่แล้วว่าจะต้องเป็นเช่นนี้

   “อาพุสบอกให้ผมนำศีรษะของอาเธน่ามามอบให้ภายในคืนนี้มิเช่นนั้นนายจะต้องตาย”เมื่อชีวิตอาเธน่าถูกดึงเข้ามาเป็นเงื่อนไขโคกะก็ไม่มีทางลังเลเป็นอันขาด

   “ถ้างั้นก็ให้อาพุสฆ่าฉันซะ!”เขายอมตายดีกว่ายอมให้คุณซาโอริที่เขารักที่สุดต้องมีอันตรายแม้เพียงปลายก้อยแต่เอเดนก็ปฏิเสธเสียงแข็งอย่างรวดเร็ว

   “ผมจะไม่ยอมให้เป็นแบบนั้น”เสียงของเอเดนราบเรียบแต่หนักแน่น แววตาคมกริบแบบที่ดูก็รู้ว่าไม่มีวันเปลี่ยนใจนัยน์ตาสีมรกตคู่นั้นจับจ้องไปยังร่างบอบบางซึ่งสีหน้าติดจะซีดเผือดเหมือนคนป่วยราวกับจะย้ำในการตัดสินใจของตนเอง

   “แม้จะต้องฆ่าคนทั้งโลกหรือต้องทรมานยิ่งกว่านี้อีกกี่ร้อยพันเท่าผมก็ยอม สิ่งเดียวที่ผมต้องการคือนายที่ยังคงมีชีวิตอยู่ตรงหน้าเท่านั้น”ยิ่งฟังคำพูดของเอเดนมากเท่าไรโคกะก็ยิ่งรู้สึกรับไม่ได้ เอเดนต้องการให้เขามีชีวิตอยู่โดยที่จะพรากทุกสิ่งทุกอย่างไปจากเขาซึ่งมันคงเป็นชีวิตที่ทรมานยิ่งกว่าตายแต่เอเดนก็ยังคงยืนกรานที่จะทำเช่นนั้น

   “นายคิดแบบนั้นจริงๆเหรอ”ขณะที่พูดโคกะรู้สึกได้ว่าริมฝีปากของตัวเองกำลังสั่น ลมหายใจติดขัดด้วยเพราะเหมือนปอดสูญเสียการทำงานไป หัวใจบีบรัดจนรู้สึกผะอืดผะอม

   “เห็นแก่ตัวที่สุด”โคกะเผลอหลุดคำพูดอันร้ายกาจนี้ออกไปและพอรู้ตัวก็ไม่อาจเรียกคืนมาได้แต่เอเดนกลับไม่ได้ท้วงติงอะไรสักอย่างเดียว ชายหนุ่มทำเพียงแค่ยืนนิ่งรับฟังคำต่อว่าของเขาอย่างเงียบๆก่อนจะขยับมือล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วขยับมือข้างนั้นมาข้างหน้าโดยยังกำบางอย่างในมือเอาไว้แน่น

   “ถ้าหากอยากจะหยุดผมก็มีเพียงทางเดียวเท่านั้น” แล้วมือที่กำอยู่ก็คลายออกพร้อมกับการปรากฏตัวของคริสตัลสีขาวซึ่งถูกติดเข้ากับเชือกหนังเส้นหนึ่ง บนตัวคริสตัลเต็มไปด้วยรอยร้าวและเปรอะสีแดงคล้ำหากแต่กลับยังมีแสงสีขาวฟ้าจางๆเปล่งออกมา สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือสิ่งที่โคกะจำได้ว่าถูกทำลายไปแล้ว

   “คล็อธสโตนเพกาซัส.....”สิ่งที่ถูกเอเดนทำลายไปแล้วและเขาก็หาไม่เจอจนถอดใจไปแล้วว่าคงไม่อาจได้มันกลับคืนมาแต่ในวันนี้ทั้งที่มันมาอยู่ตรงหน้าเขากลับรู้สึกดีใจไม่ออก ก่อนจะสังเกตเห็นรอยแดงเปรอะเปื้อนที่สีเหมือนกับ...

   “ผมใช้เลือดของตัวเองเยียวยาชุดคล็อธแม้จะไม่สามารถทำให้มันกลับมาสมบูรณ์ได้แต่ก็คงมีพลังพอที่จะฆ่าผม”เอเดนเป็นฝ่ายเฉลยสิ่งที่เขาคาดเดาเอาไว้ออกมา ยิ่งได้ฟังโคกะก็รู้สึกไม่อยากจะรับคล็อธสโตนกลับมาด้วยเพราะหวาดกลัวต่อการที่ต้องเลือก พอเห็นดังนั้นเอเดนจึงจับมือของโคกะขึ้นมาแล้วบังคับให้เด็กหนุ่มกำคล็อธสโตนเอาไว้

   “ผมเลือกที่จะฆ่าอาเธน่าเพื่อนายแล้วดังนั้นนายจงเลือกเถอะว่าจะให้ใครมีชีวิตอยู่ต่อไป”เมื่อพูดจบเอเดนก็เดินออกจากห้องไป แผ่นหลังอันอ้างว้างทว่าเด็ดเดี่ยวของชายหนุ่มผิดกับโคกะที่ไม่อาจทรงตัวให้ยืนหยัดได้อีกต่อไป ร่าบางทรุดลงกับพื้นอย่างสิ้นแรงจะหยัดยืนขณะที่คล็อธสโตนในมือร่วงหล่นไปอยู่ข้างตัวในวินาทีเดียวกับที่เอเดนเดินจากไป

   “โคกะ...”

   อาเรียเอ่ยเรียกเขาแต่โคกะก็ไม่ได้ตอบด้วยเพราะเขาคิดอะไรไม่ออกอีกแล้ว เอเดนกำลังไปฆ่าอาเธน่าเพื่อช่วยเขาในขณะที่เขาต้องลงมือฆ่าเอเดนเพื่อช่วยชีวิตอาเธน่า ใครคนหนึ่งที่เขายังไม่เข้าใจในความรู้สึกที่มีให้กับอีกคนหนึ่งที่สำคัญที่สุดในชีวิต เอเดนเลือกไปแล้วและเขาเองก็ต้องเลือกว่าจะให้อาเธน่าหรือเอเดนมีชีวิตอยู่ต่อไป

---------------
TBC.

เนื้อเรื่องดราม่าบีบหัวใจกันอีกแล้ว 555

เอเดนได้ทางเลือกที่บีบคั้นหัวใจมาและตัดสินใจแล้วทีนี้ก็เหลือแต่โคกะที่จะต้องตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร ตอนหน้าจบแล้วนะค้าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา

ตอนนี้เราเปิดพรีออเดอร์เรื่องนี้แล้วนะคะ ใครที่สนใจรบกวนลงชื่อไว้หน่อยนะคะ เราปิดจองประมาณสิ้นเดือนกรกฏาคมค่ะ

บันทึกการเข้า
xjko
จำนวนผู้ประกอบการ: (0)
Bronze Saint
*

Photobucket 64
ออฟไลน์ ออฟไลน์

ใช้งานล่าสุด:
21, พฤษภาคม 2016, 08:28:20 PM

Sagittarius

กระทู้: 50
หมายเลขสมาชิก: 13071

วันที่สมัครสมาชิก: พ.ค., 2014


กระทู้: 50
64.00 ซูล่า
ดูรายการสินค้า
โอน Zula ให้ xjko
Level and Hp mod by the DtTvB :: version 1.02 :: Made for Zone-IT.com Cosmo 5 : Exp 71%
HP: 0.1%

OS:
Windows 7/Server 2008 R2 Windows 7/Server 2008 R2
Browser:
Firefox 30.0 Firefox 30.0


ดูรายละเอียด
| |
« ตอบ #29 เมื่อ: 02, กรกฎาคม 2014, 09:45:50 PM »

กรี๊ดดด รักเรื่องนี้มากค่าาา>__<///


ว่าแต่...มีตอนต่อไปอีกรึเปล่าคะT^T

บันทึกการเข้า
หน้า: 1 [2] 3   ขึ้นบน
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.21 | SMF © 2006-2008, Simple Machines | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
Top 10 Best Sellers in Clothing for 2017 Top 10 Best Sellers in Clothing Best Sellers in Clothing
Top 10 Best Sellers in Books reviewer 2017 Top 10 Best Sellers in Books Best Sellers in Books
Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Reviewer 2017 Top 10 Best Sellers In Best Sellers In Grocery Best Sellers In Grocery